All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
*** Up *** ลอยออกทะเล?

*** Up ***






ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าเคยรับชมผลงานของ Pixar เพียงแค่ 2 เรื่อง เท่านั้น นั่นก็คือ Toy Story 2 (ที่แทบจำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว เพราะดูตอนเด็กๆ) กับ Ratatouille ดังนั้น Pixar กับผมจึงไม่ใช่คนคุ้นเคยกัน


แต่ตอนนี้ผมก็พยายามตีสนิทกับ Pixar อยู่ เนื่องจากได้ยินเสียงลือ เสียงเล่าอ้าง ที่ว่า นี่คือ Studio ที่ในระยะหลังๆ คุณภาพไม่เคยตกเลย

ว่าแล้วผมก็ไปสอย Up เพื่อมาพิสูจน์





Up เล่าเรื่องของ Carl Fredricksen คุณปู่ผู้กำลังรับมือกับความซึมเศร้า หลังจากที่ ภรรยาคู่ชีวิต Ellie ได้ตายจากไป และเนื่องจากทั้งคู่ ไม่มีลูกด้วยกัน ความว้าเหว่ และความเหงา จึงเพิ่มเป็นทวีคูณ


และเพื่อทำตามความฝันของ Ellie ที่ต้องการเดินทางไป “น้ำตกสวรรค์” ซึ่งอยู่ในอเมริกาใต้
ปู่ Carl จึงใช้ลูกโป่งผูกโยงกับบ้านให้ลอยขึ้นฟ้า เพื่อนำ “บ้าน” ไปตั้งไว้ที่น้ำตกสวรรค์ ตามภาพวาดในจินตนาการของ Ellie


แต่การเดินทางครั้งนี้ กลับมี เด็กชาย Russell ลูกเสือตัวป่วน ร่วมทางไปด้วยอย่างไม่ตั้งใจ







Up เปิดเรื่องได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการใช้ “ภาพ” ในการ “เล่าเรื่อง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้เต็มที่ ในระดับที่ ไม่ว่าผู้ชมจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม หนังก็สามารถทำให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกของคนแก่ที่ต้องเสียคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันมานานได้อย่างลึกซึ้ง



ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการ “ทำน้อย แต่ได้มาก”



อีกทั้งยังเป็นการเปิดประเด็นของหนังได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย





แต่เมื่อถึงช่วงกลางเรื่อง ตั้งแต่ตอนที่ “นกอีก๋อย” โผล่ออกมา หนังเริ่มออกไปนอกประเด็น และอาจทำให้ผู้ชมบางคน (รวมถึงผม) ตั้งคำถามในใจว่า "นี่มันหนังคนละม้วนกันหรือเปล่าเนี่ย?"


สาเหตุอาจเป็นเพราะ หนังเปิดเรื่องด้วยท่าที “จริงจัง” (คนละความหมายกับ “ความสมจริง” นะครับ เพราะหนังก็ไม่ได้เน้นเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่งั้นบ้านคงลอยไม่ได้ และ ทวด Muntz คงตายไปนานแล้ว) และเน้นประเด็นการไล่ตามความฝัน แต่จู่ๆ หนังกลับพาเราเข้าไปผจญภัยในโลกแฟนตาซี ที่ไม่เน้นความจริงจังในตัว






อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ มันแทบจะไม่มีอะไรบ่งบอกกับผู้ชมว่าหนังจะมาแนวนี้ เพราะมันเริ่มด้วยการทำตามความฝันของคุณปู่ที่ค่อนข้างจริงจัง ก่อนที่หนังจะพาผู้ชมไปเจอกับ นกอีก๋อย และ สุนัขพูดได้ ที่ถือว่า “เหนือความคาดหมาย” และ “หลุดไปจากโทนของหนังที่ถูกปูไว้ตอนต้นเรื่อง” มากเกินไป
(แม้จะเห็นบางส่วนที่ว่านี้ ในหนังตัวอย่างแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่นึกว่าจะเอาส่วนนี้มาเล่นเยอะจนกลายเป็นเนื้อเรื่องหลักไปเลย)



นั่นทำให้หลายคนรู้สึกว่า หนังมัน “ออกทะเล” ไปไกลแล้ว



แต่จะว่าไป เรื่องราวเกี่ยวกับนกอีก๋อยนั้น ก็มีส่วนที่สอดคล้องกับประเด็นของเรื่อง และยังเป็น ส่วนของประสบการณ์ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของตัวละครหลักทั้งหลาย ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน


ดังนั้นมันจึงเป็นการ “ออกทะเล” ที่ไม่ไร้ความหมายจนเกินไป แถมในตอนสุดท้ายหนังก็ยังกลับเข้าฝั่งได้ทันท่วงทีพอดี




และก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นการ “ออกทะเล” ที่สนุกสนานมากทีเดียว






แน่นอนว่า Up ต้องเป็นความบันเทิงสำหรับเด็กเล็กๆได้ไม่ยาก แต่สำหรับผู้ใหญ่ Up ยังมอบบทเรียน และข้อคิดที่น่าสนใจ โดยไม่รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดจนเกินไปอีกด้วย



ในหนัง ปู่ Carl คือชายแก่ที่ยึดติดกับอดีต ด้วยความรู้สึกคิดถึง Ellie และ ต้องการเติมเต็มความฝันของเธอ

ซึ่งหนังใช้ “บ้าน” เป็นสัญลักษณ์แทน “อดีต” นั่นเอง



แต่เมื่อเริ่มเดินทางตามความฝัน ปู่ Carl ก็เริ่มเรียนรู้ว่า สิ่งที่เขาวาดฝันเอาไว้ อาจไม่ใช่สิ่งที่สวยงามอย่างที่คาดไว้เสมอไป ซึ่ง Charles Muntz ฮีโร่นักสำรวจในวัยเด็กของเขา คือตัวแทนของ “ความฝันที่กลายเป็นฝันร้าย” และเป็นตัวแทนของ “อดีต” ที่ ปู่ Carl ต้องต่อสู้ และก้าวผ่านไปให้ได้



ซึ่งการผจญภัยนี่เอง ที่ทำให้ปู่ Carl รู้จักปล่อยวาง และสร้างสมดุลระหว่าง “อดีต” และ “ปัจจุบัน”




และยังทำให้เขา และผู้ชมได้รู้ว่า



“คุณค่าที่แท้จริงของการเดินทางอาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางเสมอไป

หากแต่เป็นประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างการเดินทางต่างหาก”






นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องครอบครัว อย่างการเติมเต็มความสมบูรณ์ให้แก่กัน ระหว่าง Russell และ ปู่ Carl ที่เหมือน พ่อกับลูก ในแบบที่ทั้งคู่โหยหา และถือเป็นอีกหนึ่งความฝันของ Ellie ที่ต้องการมีลูก หรือ เรื่องราวของครอบครัว “นกอีก๋อย” ก็ถูกสอดแทรกเข้ามาด้วย





อย่างที่บอก Up เป็นหนังอีกเรื่องที่ใช้ประโยชน์จากงานด้านภาพได้อย่างเต็มที่ ทั้งการใช้ภาพเล่าเรื่อง และโน้มนำอารมณ์ของผู้ชม


และอีกส่วนที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือ ดนตรีประกอบ ที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ของผู้ชมในฉากสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะครึ่งแรกของหนัง ที่เล่า เรื่องราวความรักของปู่ Carl กับ Ellie ตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่ง Ellie เสียชีวิต ที่แทบจะไม่มีบทพูด และใช้ภาพเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็ได้ดนตรีประกอบมาช่วยเสริมอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้หลายคนน้ำตาซึมได้ง่ายๆ



ซึ่งฉากนี้ถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดสำหรับหนังก็ว่าได้






Up เป็นความบันเทิงในแบบเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี


ข้อผิดพลาดของหนังก็คือ การที่เรื่องราวในส่วนกลางของเรื่องดูโดดออกไป จนทำให้หนังขาดเอกภาพ และหลุดโทนไปเล็กน้อย อีกทั้งระดับความจริงจังของหนังที่ค่อยๆแผ่วลงไปจนอ่อนแรงในตอนท้ายเรื่อง ทำให้ตอนจบของหนังไม่ทรงพลังเท่าที่ควร


แต่หนังก็ชดเชยด้วย ความบันเทิง ความซาบซึ้ง และบทเรียนสอนใจที่เข้าใจง่าย และไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด



นอกจากนี้ Up ยังเป็นเจ้าของฉากเด็ดในเรื่องราวชีวิตคู่ของปู่ Carl ตอนต้นเรื่อง ที่สร้างความประทับใจ และต้องเป็นที่จดจำของผู้ชมไปอีกนาน





7 / 10 ครับ








หมายเหตุ

ออกทะเล = หลงออกไปจากประเด็นที่ได้เริ่มต้นไว้ (ห้องหว้ากอใช้คำนี้บ่อยครับ เลยยืมมาใช้ )




Create Date : 05 มกราคม 2553
Last Update : 5 มกราคม 2553 23:52:47 น. 7 comments
Counter : 1619 Pageviews.

 
แวะมาสวัสดีปีใหม่ครับ
ขอให้มีความสุขตลอดปีและตลอดไป
ส่วนเรื่อง Up ผมชอบมากมายและเห็นต่างหน่อยน่ะที่คิดว่าเนื้อเรื่องไม่ออกทะเล
องค์ที่เกี่ยวกับน้ำตกสรวงสวรรค์คือนิยามของการผจญภัย คุณปู่ของเราได้เลี้ยงเด็ก ได้เลี้ยงสัตว์ ได้พบเจอวีรบุรุษในดวงใจ (ผู้เดินทางตามหาความสุขในอดีตเหมือนคุณปู่)
ส่วนนกอีก๋อยก็แสดงออกถึงความรักในครอบครัว ในขณะที่ทั้งคุณปู่ รัสเซล หรือแม้แต่เจ้าหมาดั๊ก กำลังขาดในสิ่งนั้น และก็เติมเต็มกันและกันในที่สุดตอนจบ
เรื่องมันท์ เรื่องนกอีก๋อย เรื่องหมาของมันท์ ก็ถูกปูทางไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วเหมือนกันครับ
(เหมือนผมมาช่วยพายเรือเข้าฝั่งยังไงยังงั้น 555)
แล้วจะแวะมาคุยใหม่ครับ


โดย: beerled IP: 58.9.129.20 วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:18:06:16 น.  

 
เป็นหนึ่งใน 10 หนังแห่งปีของผมเลยนะครับเรื่องนี้

ว่างเิชิญอ่านครับ มีเขียนไว้ ^^

http://seamsee.exteen.com/20090615/up-3d-3d


โดย: Seam - C IP: 58.9.196.168 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:17:41:48 น.  

 
โดยรวมๆ ชอบเรื่องนี้ ทำแบบเว่อๆ มีแฟนตาซี แต่ก็แฝงไปด้วยความเหงาของปู่carl


โดย: The start of something new (The Start of something new ) วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:6:57:31 น.  

 
http://seamsee.exteen.com/20090615/up-3d-3d


โดย: คนขับช้า วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:7:59:36 น.  

 
ถึงหนังจะออกทะเลไป (ไม่น้อย)

แต่ก็กลับเข้าฝั่งมาแบบได้ปลามาเต็มท้องเรือนะผมว่า

ประเด็นต่างๆนำเสนอมาแบบพอดีๆ แถมยังซาบซึ้งได้อารมย์ในหลายฉาก

ส่วนตัวประทับใจฉากย้อนอดีตปู่ Carl เหมือนกัน

แต่ประทับใจที่สุดคงเปนฉากมอบตราลูกเสือ (ใช่รึเปล่า ^^) ตราสุดท้ายให้ Russell น้ำตาแทบไหล T T

เป็นหนังที่ชอบเป็นการส่วนตัว

ปล. 1 รอวิจารณ์ Wall-E อยู่นะครับ

ปล. 2 หน้าปู่คาร์ลเหมือนมาร์ติน สกอเซซี่ จังเลยแฮะ ^^


โดย: hormones IP: 161.200.120.153 วันที่: 20 มกราคม 2553 เวลา:15:51:02 น.  

 
UP คือสไตล์หนังของพิกซาร์อย่างแท้ เริ่มจากToy Story 1,2 และกำลังจะมีสามตามมาในปีนี้ โครงเรื่องสร้างจากผลกระทบที่เกิดกับเด็กคนหนึ่งๆเสมอซึ่งผลที่ว่าเป็นเหมือนสร้างความเข้มแข็งให้เกิดกับชีวิตของเด็กนั้น ทำให้ชีวิตของเขาเติบโตขึ้นด้วยการพัฒนาปัญหาที่เกิดแก่ตนจนเป็นความแข็งแกร่ง แต่เพราะความเป็นเด็กของตัวละครจึงต้องโยงเนื้อหาของเรื่องในลักษณะการผจญภัยเป็นสิ่งแรก แม้ว่า๊UP จะใช้ผู้สูงวัยเป็นตัวจุดประกายการผจญภัยแต่ก็พ่วงเอาเด็กอ้วนที่ไม่สนใจสิ่งอื่นใดมากไปกว่าเข็มลูกเสือที่จะแสดงฐานะพิเศษของตัวเองได้ ซึ่งลึกๆแล้วก็ต้องการความยอมรับตัวตนนั่นเอง สองคนนี้เติมความขาดของแต่ละคนได้พอดีนะ เนื้อหาเป็นดราม่าช่วงต้นเรื่องจนเด็กอาจเบื่อได้ เพราะเป้าหมายผู้ชมจริงของพิกซาร์คือเด็กวัยเล็ก และเยาวชนไม่ถึงวัยรุ่น แต่ได้ใจผู้ใหญ่อย่างเราที่เป็นผู้ปกครองด้วย อย่างนี้พิกซาร์ถนัด ต้องกลับไปดูtoy story 1 ,2 พุดอย่างนี้เพราะอยากชี้ว่ายังไม่ออกทะเล มิหนำซ้ำได้มุมมองใหม่จากคนรุ่นปู่ ย่าด้วย เพราะฉากจบมันซึ้งใจไม่แพ้ต้นเรื่อง ที่ฉันน้ำตาไหลไปแล้ว


โดย: พระอาทิตย์ (Jump Mom ) วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:23:01:09 น.  

 
ก็ว่างั้นแหละจ้า ก็ประทับใจทุกตอนตั้งแต่ต้นจนจบ มีหลายเรื่องดี เด็กๆชอบ ผู้ใหญ่ซึ้ง การไปสู่ความฝันบางทีจินตนาการแบบเด็กๆจะดูสมจริงนะ


โดย: มะิ่เอิ่ง IP: 182.52.115.192 วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:0:40:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.