All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Mini Reviews 12 : โอ๊ะ แม่เจ้า! สองสาวใจแตก? โคตรรักเอ็งเลย ตู้ซ่อนผี บูกี้แมน

คราวนี้เป็น การเก็บตกหนังที่เคยดูไป เมื่อปีที่แล้ว อาจหลายเรื่องหน่อย

ลองอ่านดู





Mamma Mia!






Mamma Mia! : โอ๊ะ แม่เจ้า!



Mamma Mia! คือ หนังเพลงที่ดัดแปลงมาจากละครเพลง ชื่อเดียวกัน ซึ่ง เป็นการนำเอาเพลงต่างๆของ วง ABBA มาร้อยเรียง สร้างเป็นเรื่องราว



ผลลัพธ์ ก็คือ หนังดูได้ สนุกเพลินๆดีครับ แม้จะ ไม่ได้รู้จักเพลง ของวง ABBA มากนัก แต่เพลงทั้งหลายในเรื่อง ก็ล้วนแต่เคยผ่านหู มาแทบทุกเพลง


ส่วนเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็นจุดขายของหนังอยู่แล้ว การร้อง การเต้น ของนักเหล่านักแสดง และ เพลงของ ABBA ต่างหาก คือ จุดขายที่แท้จริง



ผมว่านอกจากคนดูจะสนุกแล้ว เหล่านักนักแสดงทั้งหลายก็คงสนุกสนาน ครื้นเครง (ปนเหนื่อย) ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะลุงๆ ป้าๆ ที่ทั้งร้อง ทั้งเต้น กระชากวัยกันเต็มที่


สำหรับ Meryl Streep เจ้าป้า รุ่นใหญ่ของวงการ เห็นได้เลยว่าป้าแกน่าจะสนุกกับเรื่องนี้มากทีเดียว ที่แม้คราวนี้บทบาทการแสดงจะไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดเข้าชิงรางวัล (ซึ่งป้าแกคงไม่สนใจอยู่แล้ว) แต่ Mamma Mia! ก็น่าจะเป็นผลงานที่มอบเครดิตที่น่าจดจำ สะสมให้กับเจ้าป้า อีกเรื่อง



หมายเหตุ : Mamma Mia! เป็นภาษา อิตาลี แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า โอ๊ะ แม่เจ้า!




7 / 10 ครับ








Samaritan Girl






Samaritan Girl : สองสาวใจแตก?



ผลงานของ Kim Ki-duk เรื่องนี้ ยังคงสไตล์เดิมๆ ของแก นั่นคือ ตัวละครน้อย ไม่ค่อยพูด และเรื่องราวยังอิงกับหลักปรัชญาตะวันออกอยู่



หนังเล่าเรื่องราวของ เด็กสาว สองคน ที่เป็นเพื่อนกัน ทั้งสองอยากไปเที่ยวยุโรป คนแรก คือ Jae-yeong (Han Yeo-reum ) เธอขายบริการเพื่อเก็บเงินสำหรับไปเที่ยวยุโรป (หรืออาจมีเหตุผลที่แท้จริงซ่อนอยู่ลึกๆ) อีกคนคือ Yeo-Jin (Kwak Ji-min) ที่เป็นคนคอยดูต้นทาง



แต่เมื่อ Jae-yeong ตายไป Yeo-Jin เลยรู้สึกผิด จึงไปคืนเงินกับแขกทั้งหลายที่เคยนอนกับ Jae-yeong พร้อมกับมี Sex กับแขกเหล่านั้นด้วย ในขณะที่พ่อของเธอ ก็ตามสืบ และ เอาคืนกับบรรดาแขกของเธอ อีกทีหนึ่ง



Samaritan Girl เต็มไปด้วยสัญลักษณ์มากมาย และสะท้อนสังคมในเรื่องการขายบริการ เพื่อแลกกับเงินของเด็กสาว ในปัจจุบัน



แต่มุมมองที่โดดเด่น ก็คือ เรื่องราวของ Sex ที่ ปกติแล้ว ในสังคม ผู้หญิง จะเป็นฝ่ายถูกมองว่าเสียเปรียบเสมอ (เมื่อผู้หญิงยอมให้ใช้เรือนร่างบำบัดความใคร่ เธอต้องได้เงินตอบแทน เพราะถือว่าเธอต้อง “เสีย” จริงๆชายขายบริการ ก็มี แต่เป็นส่วนน้อย)


แต่ในกรณีของเรื่องนี้ สองสาวมองการมี Sex ระหว่างชายกับหญิง อย่างเท่าเทียม แม้ Jae-yeong จะหาเงินจากมันด้วยก็ตาม แต่ก็มีแนวคิดที่น่าสนใจ (จากตำนานเรื่องราวของสาวอินเดียในเรื่อง)


ในขณะที่ Yeo-Jin มีอะไรกับผู้ชาย เพื่อไถ่บาปของเธอ แถมยังคืนเงินเหล่านั้นด้วย ซึ่งก็เหมือนกับการจ่าย “ค่าบริการ” ในการ “ไถ่บาป” ให้กับชายเหล่านั้น




Samaritan Girl ยังเป็นงานที่ไม่มีฉากเหนือจริง อย่างเรื่องอื่นของ Kim Ki-duk (เท่าที่ผมเคยดูอย่าง The Isle, 3-Iron, The Bow) แม้เรื่องราว และมุมมองจะดูแล้วไม่น่าจะเกิดได้จริงก็เถอะ



โดยส่วนตัวชอบน้อยกว่าผลงานเก่าๆที่เคยดู แม้ประเด็น และ เรื่องราวจะชวนให้ขบคิด แต่ก็มีความกลมกล่อมน้อยกว่า


น่าเขียนแบบยาวๆจัง ถ้ามีโอกาสดูอีกรอบ




7 / 10 ครับ








โคตรรักเอ็งเลย






โคตรรักเอ็งเลย



ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ พิง ลำพระเพลิง มือเขียนบทละคร ชื่อดังของบ้านเรา ที่ผลงานเรื่องนี้ เหมือนเป็นการเล่าประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง และรำลึกอดีตกลายๆ



หนังเริ่มต้นด้วย การเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ในยามที่เริ่มจืดจางของ รงค์ (อุดม แต้พานิช) กับ แดง (วิสา สารสาส) ทั้งคู่คบกันมานาน จนมีลูก


แต่เมื่อ แดง เริ่มเบื่อหน่ายรูปแบบการใช้ชีวิต และพฤติกรรม (ที่แต่ก่อนเคยทนได้?) ของ รงค์ เธอจึงไม่ค่อยยอม “มีอะไร” กับเขา นั่นทำให้ รงค์ ต้องไปเที่ยวอ่าง ขณะเดียวกัน แดงก็เริ่มหวั่นไหว กับคุณหมอตรวจภายในคนหนึ่ง ที่มาสนใจเธอ นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลง




เริ่มเรื่องเป็นดราม่าความสัมพันธ์ที่แทรกมุขตลกได้น่าติดตาม แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นหนังตลกที่ไม่ค่อยจะเข้ากันได้


และกับการหักมุมแบบสองชั้นของหนัง ที่เหมือนใส่มาเพื่อเซอร์ไพรซ์คนดูแค่นั้น กลับดูเป็นส่วนเกินไปเพราะต้องยัดบทเฉลย และ ที่มาที่ไป ซึ่งทำให้หนังเยิ่นเย้อ และลดความสมเหตุสมผล และ อารมณ์ที่หนังอุตส่าห์ สร้างมา ลงไป ที่สำคัญการหักมุมยังใช้มุขเดิมซ้ำอีก


เรื่องของการแสดง อุดม แต้พานิช เอาคนดูได้อยู่หมัด ในบท รงค์ แต่ก็นั่นแหล่ะ คุณ โน้ส อุดม แทบจะไม่ได้แสดงอะไรที่ต่างไปจากตัวเองมากนัก


ในขณะที่ วิสา สารสาส ที่เป็นหน้าใหม่ แต่ก็เล่นได้ดี และดูมีเสน่ห์


ส่วนที่ชอบในเรื่องนี้ คือ ตอนที่ รงค์เอาบทละครไปหานายทุนทำหนัง แล้วโดนตอกกลับมาว่า ไม่ตลกเลย ให้กลับไปเขียนมาใหม่ เหมือนเป็นการการแอบกัดของ คุณพิง หรือเปล่าก็ไม่รู้

(เพราะดูจากตัวงานแล้ว คุณพิงน่าจะต้องการให้หนังที่เหมือนเอาประสบการณ์ตัวเองมาทำเรื่องนี้ ดูจริงจังมากกว่านี้) ซึ่งแม้ในเรื่อง รงค์ จะไม่ยอม แต่เรื่องจริง คุณพิง คงไม่กล้าขัดใจนักหรอก





6 / 10 ครับ








A Tale of Two Sisters






A Tale of Two Sisters : ตู้ซ่อนผี (สปอยล์ เล็กน้อย)



ตั้งชื่อไทยว่า “ตู้ซ่อนผี” แต่จริงๆแล้วมันไม่ค่อยเกี่ยวกับ “ตู้” และ “ผี” นัก


A Tale of Two Sisters เล่าเรื่องราวของ สองสาวพี่น้อง ที่ต้องย้ายมาอยู่กับ พ่อ และ แม่เลี้ยง ในบ้าน ที่มีเหตุการณ์ประหลาดๆ เกิดขึ้น และ ดูหลอนๆ ชอบกล


คิดว่า ผู้กำกับ และ เขียนบท Kim Ji-woon น่าจะได้รับแรงบันดาลใจ (ไม่ใช่ลอกนะครับ) มาจาก The Others เพราะ เล่นกับพื้นที่ที่จำกัด และใช้ตัวละครหลักไม่กี่ตัว ในการเดินเรื่อง เหมือนๆกัน แถมอารมณ์ของหนังยังออกมาในโทนเดียวกันอีกด้วย



หนังประสบความสำเร็จ ในการสร้างบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งต้องชมไปที่งานถ่ายภาพ และเหล่านักแสดงแต่ละคน ที่รับผิดชอบบทบาทของตัวเองได้ดี


แต่การที่หนังใส่คำใบ้ต่างๆ มาอย่างโจ่งแจ้งเกินไป ทำให้ผมเดาเรื่องได้เกือบหมด นั่นทำให้การเฉลยเรื่องไม่เซอร์ไพรซ์เท่าที่ควร (แต่ถึงจะคาดเดาได้ จังหวะก็มีส่วนสำคัญ ลองนึกถึง The Others ที่หลายคนน่าจะเดาตอนจบได้กลายๆ แต่ก็ยังเซอร์ไพรซ์ เมื่อการเฉลยมาถึง) อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุของเรื่องที่เป็นโศกนาฏกรรมในครอบครัวก็ยังชวนหดหู่ไม่น้อยอยู่ดี


A Tale of Two Sisters แตกต่างจาก หนังผี เกาหลี ญี่ปุ่น ที่กำลังบูมในช่วงนั้น (ที่มาของชื่อเรื่อง อาจเพราะต้องการเกาะกระแสหนังผีเอเชียในช่วงนั้น ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันไม่มีผี) แถมเป็นหนังระทึกขวัญที่สร้างบรรยากาศได้ดี และ ตัวละคร มีที่มาที่ไป มีเหตุมีผล มากกว่าจะขายฉากน่ากลัวอย่างเดียว


ได้ข่าวว่าเวอร์ชั่น Remake กำลังจะเข้าฉายแล้วครับ




7 / 10 ครับ








Boogeyman






Boogeyman : บูกี้แมน



หนังสยองขวัญ ที่คราวนี้เป็น “ผี” ใน “ตู้” ของจริง


หนังเล่าเรื่องราว ของ Tim (Barry Watson) ที่ตอนเด็กๆ มีประสบการณ์เลวร้าย เมื่อพ่อของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ภายในตู้เสื้อผ้าในห้องของเขา ซึ่งคนดูก็ไม่แน่ใจว่า นี่มันเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อเขา ช่างคล้ายกับเรื่องเล่าที่พ่อชอบเล่าให้เขาฟังเสมอ


หนังเรื่องนี้ดูเนือยๆ ชอบกล การสร้าง บรรยากาศ หรือ ความตื่นเต้น ถือว่าสอบตก จะว่าหนังจะเน้นแง่มุมจิตวิทยาก็ไม่ใช่ เหมือนหนังจะกั๊กๆ ไม่อยากเป็นหนังแหวะ เลือดสาด หรือเป็นหนังสยองขวัญธรรมดา แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะวางตัวเองแบบไหน


สรุปสั้นๆเลย ผมว่า หนังแย่ ส่วนตัวผมออกจะเบื่อๆ แต่ที่สงสัยก็คือ มีการสร้าง ภาค 2 และภาค 3 ออกมาด้วย (แม้จะส่งตรงลง Video ก็เถอะ) หรือว่านี่เป็นหนัง Cult ที่ผมดันเข้าไม่ถึง กันแน่




3 / 10 ครับ




Create Date : 21 มกราคม 2552
Last Update : 21 มกราคม 2552 20:29:44 น. 3 comments
Counter : 3410 Pageviews.

 
เรื่องแรก ขำ มากมายค่ะ ดูแล้ว ฮา ดีค่ะ เพลงเพราะด้วยนะ


โดย: Anitapa วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:21:03:37 น.  

 
ได้ดู โคตรรักเองเลย กับตู้ซ้อนผี อยากดูหนังงงงงงงงงงงงงง ตังไม่ค่อยมีอ้า เเงๆๆ
++
เเต่ตอนนี้ อยากดูเรือ่งสองสาวใจเเตกมากๆๆเลยค่ะ อิอิ เด๋วลองไปหาดูก่อนนะคะ


โดย: yopathum วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:1:01:24 น.  

 
สองสาวใจแตก ดันไปได้แผ่นเวอร์ชั่นเซ็นเซอร์มา เลยอารมณ์เสียและยังไม่ได้ดูจนบัดนี้นี่แหละครับ 55+


โดย: nanoguy IP: 125.24.102.48 วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:7:38:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.