Every Feeling Everyone Every Day

พระอภัยมณีฉบับตัดต่อ ของ อาจารย์ เอื้อ มณีรัตน์ – ตอนที่ ๑๐ - ๑๓



พระอภัยมณีฉบับตัดต่อ -- เอื้อ มณีรัตน์ ประพันธ์

ตอนที่ ๑๐ พระอภัยได้นางเงือก

๔๘๖. “ฝ่ายพระองค์ทรงโฉมประโลมโลก ครั้นสร่างโศกเศร้าหมองค่อยผ่องใส
คิดถึงเงือกน้ำน้อยกลอยฤทัย จะเปลี่ยวใจกัลยาในวารี
๔๘๗. ด้วยบิดามารดรสมรม้วย จำจะช่วยปลอบประโลมนางโฉมศรี
คะนึงนึกตรึกตราในราตรี จรลีเลี้ยวมาข้างหน้าเนิน
๔๘๘. พระเหลือบลงตรงโตรกชะโงกเงื้อม น้ำกระเพื่อมแผ่นผาศิลาเผิน
กระจ่างแจ้งแสงจันทร์แจ่มเจริญ พระเพลิดเพลินพลางเรียกสำเหนียกใจ
๔๘๙. นางมัจฉาวารีของพี่เอ๋ย เจ้าทรามเชยอยู่ที่นี่หรือที่ไหน
พี่มาเยือนเพื่อนยากฝากอาลัย สายสุดใจจงขึ้นมาหาพี่ชาย
๔๙๐. ฝ่ายเงือกน้อยสร้อยเศร้าให้เหงาง่วง อยู่ในห้วงหุบวนชลสาย
ได้ฟังคำฉ่าชื่นค่อยฟื้นกาย จึงแหวกว่ายสายสมุทรผุดขึ้นมา
๔๙๑. เห็นพระองค์ทรงนั่งอยู่เงื้อมเขา จึงเคียงเข้าข้างแท่นที่แผ่นผา
น้อมคำนับกลับคิดถึงบิดา ชลนาไหลหลั่งลงพรั่งพราย
๔๙๒. พระลดองค์ลงแอบแนบถนอม จงอดออมอาดูรให้สูญหาย
เจ้าพาพี่หนีรอดไม่วอดวาย คุณของสายสวาทล้นคณนา
๔๙๓. จะปกป้องครองคู่ไม่รู้ร้าง ไม่เว้นว่างวายประโลมโฉมมัจฉา
ประสายากฝากรักกันสองรา แก้วกานดาดวงจิตอย่าบิดเบือน
๔๙๔. นางเงือกน้ำคำนับอภิวาท เชิงฉลาดเหมือนมนุษย์นั้นสุดเหมือน
จึงตอบคำทำกระบวนแกล้งชวนเชือน พระมาเยือนเยี่ยมนี้น้องดีใจ
๔๙๕. เหมือนบิดามารดามาให้เห็น จะวายเว้นเวลาน้ำตาไหล
ขอเป็นข้ากว่าชีวันจะบรรลัย ไม่ไปไกลบาทาฝ่าธุลี
๔๙๖. ซึ่งทรงฤทธิ์คิดปองจะครองคู่ แสนอดสูสารพัดจะบัดสี
วิสัยสัตว์มัจฉาอยู่วารี จะยินดีด้วยมนุษย์นั้นสุดกลัว
๔๙๗. เพราะต่างชาติวาสนาน้องน้อยนัก อย่าริรักอนุกูลเลยทูลหัว
จะพลอยพาฝ่าละอองให้หมองมัว ขอฝากตัวตามประสาเป็นข้าไท
๔๙๘. พระแย้มยิ้มพริ้มพรายว่าสายสวาท แสนฉลาดเหลือดีจะมีไหน
น่าสงสารวานอย่าว่าเป็นข้าไท มิใช่ใจพี่นี้หมายเป็นนายน้อง
๔๙๙. ถึงต่างชาติวาสนาได้มาพบ ก็ควรคบเคียงชมประสมสอง
เจ้าโฉมงามทรามสงวนนวลละออง อย่าขัดข้องคิดหมางระคางใจ
๕๐๐. ประเวณีมีทั่วทุกตัวสัตว์ ไม่จำกัดห้ามปรามตามวิสัย
นาคมนุษย์ครุฑาสุราลัย สุดแต่ใจปรองดองจะครองกัน
๕๐๑. เจ้ากับพี่นี้ก็เห็นเป็นกุศล จึงหนีพ้นมารมาไม่อาสัญ
จะเคียงคู่ชูชื่นทุกคืนวัน โอ้เจ้าขวัญนัยนาได้ปรานี
๕๐๒. พลางอิงแอบแนบน้องประคองเคล้า ค่อยต้องเต้าเต่งอุรามารศรี
พระเชยปรางทางชะอ้อนอ่อนอินทรีย์ ร่วมฤดีเดือนหงายสบายใจ
๕๐๓. อัศจรรย์ครั่นครื้นเป็นคลื่นคลั่ง เพียงจะพังแผ่นผาสุธาไหว
กระฉอกฉาดหาดเหวเป็นเปลวไฟ พายุใหญ่เขยื้อนโยกกระโชกพัด
๕๐๔. เมขลาล่อแก้วแววสว่าง อสูรขว้างเขวี้ยงขวานประหารหัต
พอฟ้าวาบปลาบแปลบแฉลบลัด เฉวียนฉวัดวงรอบขอบพระเมรุ
๕๐๕. พลาหกเทวบุตรก็ผุดพุ่ง เป็นฝนฟุ้งฟ้าแดงดังแสงเสน
สีขรินทร์อิสินธรก็อ่อนเอน ยอดระเนนแนบน้ำแทบทำลาย
๕๐๖. สมพาสเงือกเยือกเย็นเหมือนเล่นน้ำ ค่อยเฉื่อยฉ่ำชื่นชมด้วยสมหมาย
สัมผัสพิงอิงแอบเป็นแยบคาย ไม่เคลื่อนคลายคลึงเคล้าเยาวมาลย์
๕๐๗. จนดาวเดือนเลื่อนลับพยับฟ้า จึงโลมลากลับหลังยังสถาน
แต่เช้าไปค่ำมาอยู่ช้านาน จะประมาณเจ็ดเดือนไม่เคลื่อนคลา



ตอนที่ ๑๑ นางสุวรรณมาลีไปเที่ยวทะเล

๕๐๘. จะกล่าวเรื่องเมืองผลึกราชฐาน ป้อมปราการเชิงเทินล้วนเนินผา
ซุ้มทวารบานบังใบเสมา ล้วนศิลาเลื่อมลายดูพรายแพรว
๕๐๙. มีปราสาทสูงเยี่ยมขึ้นเทียมเมฆ อดิเรกรุ่งฟ้าเวหาหาว
นภศูลแสงแก้วดูแวววาว ดังดวงดาวเด่นกระจ่างอยู่กลางวัน
๕๑๐. พระโรงธารชานพักตำหนักแก้ว แต่ล้วนแล้วด้วยมุกดาฝาผนัง
ทั้งเสื้อผ้าเงินทองสิบสองคลัง ก็มั่งคั่งยิ่งกว่าทุกธานี
๕๑๑. อันไพร่ฟ้าประชาชนออกล้นหลาม นิคมคามประเทศล้วนเศรษฐี
ทั้งโหราพฤฒามาตย์ราชกวี ชาวบุรีเริงรื่นทุกคืนวัน
๕๑๒. พระนามท้าวเจ้าบุรินทร์สิลราช พระนามนาฏนามมิ่งมณฑาสวรรค์
มีบุตรีศรีวิลาสดังดวงจันทร์ ชื่อสุวรรณมาลีนีรมล
๕๑๓. เจ้าลังกามาขอให้โอรส ได้กำหนดวันวิวาห์สถาผล
ถึงเดือนเก้าเขาจะแต่งการมงคล แต่กุศลสองไม่เคยได้เชยชม”
๕๑๔. ฝ่ายสุวรรณมาลีนารีรัตน์ ให้อึดอัดใจพธูเรื่องคู่สม
ไม่ผูกพันฝันหาในอารมณ์ นึกนิยมแต่จะท่องท้องทะเล
๕๑๕. พระบิตุรงค์สงสารมารศรี กลัวบุตรีกลุ้มพระทัยจนไพล่เผล
อยู่ปรางค์ปรามานานพาลจำเจ จึงจัดเภตราใหญ่ให้ธิดา
๕๑๖. แล้วพระองค์ทรงเสด็จประเวศด้วย หวังจะช่วยปลอบขวัญให้หรรษา
สาวสุรางค์นางงามติดตามมา ลงนาวาแล่นคว้างไปกลางชล
๕๑๗. ล่องลัดเลี้ยวเที่ยวดูตามหมู่เกาะ ค่อยแล่นเลาะเลียบแสวงทุกแห่งหน
ชมมัจฉาคลาคล่ำในน้ำวน ล้วนน่ายลหลายอย่างต่างต่างพรรณ
๕๑๘. พอเวลาสายัณห์ตะวันลับ ฟ้าพยับพายุโพยมลั่น
มรสุมรุมกล้าสลาตัน สำเภาหันเหไปไกลทุกที
๕๑๙. ถึงเจ็ดวันหันเหียนจวนเจียนล่ม ต่างนอนซมซีดสลดหน้าหมดสี
ครั้นคลื่นคลายหมายมายังธานี ดูแผนที่ก็ไม่แจ้งเคลือบแคลงใจ
๕๒๐. จึงต้นหนบนบานบอกศาลกล่าว เชิญให้จ้าวประทับทรงแก้สงสัย
จ้าวบอกว่าถ้าอยู่นี่จะมีภัย ให้แล่นไปทางด้านอีสานทิศ
๕๒๑. จักประสบพบครูผู้วิเศษ ขมังเวทย์วิทยาวาจาสิทธิ์
จักช่วยชุบอุปถัมภ์ให้สัมฤทธิ์ ข้ามีกิจจ้าวว่าแล้วลาจร
๕๒๒. จึงพระองค์ทรงสั่งให้ตั้งเข็ม ชักใบเต็มผืนสล้างกางสลอน
ลมสะบัดพัดพาในสาคร ไม่หยุดหย่อนทั้งทิวาและราตรี
๕๒๓. ส่วนเรืออื่นคลื่นซัดจนพลัดหลง ไม่เห็นองค์ภูบาลและมารศรี
ต่างหันเหเภตรากลับธานี ทูลเทวีทุกถ้วนกระบวนความ
๕๒๔. นางมณฑาพระยาหญิงมิ่งสมร ทรวงสะท้อนหวั่นไหวพระทัยหวาม
น้ำเนตรนองสองปรางนางนงราม สุดหักห้ามห่วงธิดาสวามี
๕๒๕. ฝ่ายฝรั่งลังกาพระยาใหญ่ เห็นว่าใกล้วันเอกภิเษกศรี
จึงสั่งบุตรอุศเรนเกณฑ์โยธี ยกนาวีห้าพันรีบครรไล
๕๒๖. ครั้นมาถึงจึงรู้ว่าภูเบศ กับเยาวเรศท่องมหาชลาไหล
พายุจัดพัดพาเภตราไป อยู่ที่ไหนมิได้แจ้งแหล่งสำเภา
๕๒๗. ช่างเคราะห์ร้ายหมายใจจะได้เห็น อุศเรนร้อนใจดั่งไฟเผา
จะสืบค้นด้นดั้นไปโดยเดา หานงเยาว์นฤมลไปจนพบ
๕๒๘. จึงเร่งเกณฑ์นาวามาห้าร้อย ทั้งใหญ่น้อยรวมกันเข้าบรรจบ
ทหารเรือลงประจำทุกลำครบ กองเรือรบเรียงกันเป็นหลั่นไป
๕๒๙. พอฟ้าแจ้งแสงสีสุรีย์เรื่อ สั่งเคลื่อนเรือเรียกกันอยู่หวั่นไหว
เสากระโดงโยงระยางคลี่กางใบ ยิงปืนใหญ่เอาฤกษ์เอิกอึงอล
๕๓๐. พลชโยโห่ร้องก้องสนั่น เรือกำปั่นเริ่มวิ่งจากสิงหล
เป็นหมวดหมู่ฟูฟ่องในท้องชล มุ่งดั้นด้นตามหาธิดางาม



ตอนที่ ๑๒ พระอภัยมณีพบนางสุวรรณมาลี

๕๓๑. “จะกล่าวถึงพระอภัยมณีนาถ กับองค์ราชกุมารชาญสนาม
หัดภาษาฝรั่งทั้งจีนจาม ราวกับล่ามพูดคล่องทั้งสององค์
๕๓๒. เมื่อวันหนึ่งถึงยามเข้าไสยาสน์ นึกอนาถนิ่งคิดพิศวง
ด้วยพลัดพรากจากตระกูลประยูรวงศ์ มาเปลี่ยวองค์อ้างว้างอยู่กลางทะเล
๕๓๓. จะเหลียวซ้ายแลขวาอนาโถ หัวอกโอ้อับจนระหนระเห
จะโดยสารก็ไม่สมอารมณ์คะเน ให้ว้าเหว่หวั่นหวั่นทุกวันคืน
๕๓๔. คิดรำพึงถึงธรรมพระกรรมฐาน เป็นอาการถ่ายโทษที่โหดหืน
เกิดแล้วตายวายวางไม่ยั่งยืน จะม้วยคืนวันไรก็ไม่รู้
๕๓๕. เราเกิดมาอาภัพอัปภาคย์ ต้องพลัดพรากจากนครจนอ่อนหู
จะถือคำธรรมขันธ์สัพพัญญู ให้ค้ำชูชาติหน้าอย่าเช่นนี้
๕๓๖. นึกศรัทธากล้าหาญสำราญจิต จนอาทิตย์อุทัยไขรัศมี
ชวนลูกยามายังท่านโยคี อัญชลีเล่าความตามคำนึง
๕๓๗. จะขอบวชบรรพชารักษากิจ อยู่เป็นศิษย์ในสำนักสักพักพึ่ง
พอสมสร้างทางธรรมสำมะดึงส์ ให้ลุถึงพระนิพพานสำราญใจ”
๕๓๘. พระฤาษีดีใจให้ผนวช ลูกเลยบวชตามพ่อขอนิสัย
ทั้งสององค์ทรงสิกขาบูชาไฟ บำเพ็ญในที่นั้นหลายวันมา
๕๓๙. นาวาทรงองค์พระสิลราช แล่นลีลาศล่องไปไกลหนักหนา
สิบห้าคืนฝืนดำรงในคงคา พระพายพาพัดร่ำกระหน่ำไป
๕๔๐. จนกระทั่งวันหนึ่งมาถึงเกาะ ค่อยเลียบเลาะฝั่งชลไปจนใกล้
เห็นกุฏิ์ก่อต่อเรียงเคียงกันไป ธ สงสัยสั่งขุนหมื่นขึ้นไปดู
๕๔๑. เป็นกุฏิ์ร้างว่างเปล่าไร้เจ้าของ หรือในห้องนั้นมีฤาษีอยู่
เผื่อจะปะพระฤาษีโยคีครู ซึ่งเป็นผู้รู้วิเศษจบเพทไตร
๕๔๒. จริงเหมือนเจ้าเข้าทรงเคยบ่งบอก หรือว่าหลอกกินเหล้าเราไฉน
ท่านขุนหมื่นขึ้นเขาแล้วเข้าไป เจอจีนไทยแขกฝรั่งคับคั่งครัน
๕๔๓ ลงศาลามาทักพลางซักถาม เป็นจีนจามแขกฝรั่งเสียงดังลั่น
ร้อยกว่าชายหลายภาษามาประชัน ดีใจครันที่สำเภานั้นเข้ามา
๕๔๔. ส่วนฤาษีมีสองน้องเณรหนึ่ง ดูน่าทึ่งท่วงทีมีสง่า
ขุนหมื่นคลานเข้าไปไหว้สิทธา ว่ามหากษัตริย์ทรงฉัตรชัย
๕๔๕. จะขอมานมัสการท่านฤาษี พระโยคีว่าเชิญดำเนินได้
ขุนหมื่นลามาเฝ้าทูลท้าวไท ตามที่ได้สังเกตดูเหตุการณ์
๕๔๖. เจ้าแผ่นดินสิลราชประภาษสั่ง ลูกเรือทั้งมนตรีโยธีหาญ
เราจะไปไหว้วันทาพระอาจารย์ ขอพรท่านให้พิพัฒน์สวัสดี
๕๔๗. จงแผ้วถางสร้างถนนขึ้นบนฝั่ง แล้วทำหลังคาฉนวนโดยถ้วนถี่
น้อมรับสั่งทั้งพหลและมนตรี ขึ้นคีรีตัดไม้ไผ่แบกมา
๕๔๘. ทำลูกบวบรวบรัดมัดด้วยตอก ที่ข้างนอกฝั่งชลจนแน่นหนา
มีบันไดไต่ลงจากนาวา ตอกตรึงตราเอาไว้มิให้คลอน
๕๔๙. ตะวันฉายสายแสงทั่วแหล่งหล้า พระผ่านฟ้าจึ่งชวนนวลสมร
พร้อมสุรางค์นางในไพร่นิกร ครรไลจรหลายหลามตามขบวน
๕๕๐. พร้อมเสนาข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ ตามรอยบาทเข้าไปในฉนวน
ค่อยย่างเหยียบเงียบหงิมนิ่มนิ่มนวล ให้สมควรแก่สถานกอปรการบุญ
๕๕๑. พระดำเนินเพลินชมอาศรมสวน ช่างชื่นชวนสุขสบายไม่วายวุ่น
ลำดวนออกดอกดวงพวงพิกุล ส่งกลิ่นกรุ่นลมโชยหล่นโปรยปราย
๕๕๒. ที่ศาลาหน้าลานตรงชานเขา จีนจามเหล่าแขกฝรั่งคนทั้งหลาย
ประนมน้อมพร้อมเพรียงอยู่เรียงราย ฟังบรรยายธรรมกถาท่านอาจารย์
๕๕๓. ที่ถัดไปใกล้โยคีมีดาบส เป็นนักพรตหนุ่มทำกรรมฐาน
กับเณรน้อยน่าเอ็นดูวัยกุมาร อยู่กับท่านนักพรตผู้งดงาม
๕๕๔. พระเข้าใกล้ไหว้มุนีฤาษีเฒ่า ดำรัสว่าข้าพเจ้าจักใคร่ถาม
พระคุณเจ้าเข้ามาอยู่อาราม รวมกันสามฤาษีมีบุญญา
๕๕๕. แต่องค์นั้นฉันเห็นเป็นหนุ่มน้อย ขอทราบหน่อยท่านมีกี่พรรษา
ของขบฉันนั้นหนอพอภุญชา ภัยบีฑาท่านบ้างหรืออย่างไร
๕๕๖. พระโยคีมีวิสัชนาสนอง .ให้หายข้องหัทยาอัชฌาสัย
“อาตมาผาสุกไม่ทุกข์ภัย แต่บวชได้พรรษาก็กว่าพัน
๕๕๗. อันพวงผลผลาสารพัด ไม่ขาดขัดที่ในเกาะพอเสาะฉัน
เดชะฤทธิ์กิจกรมพรหมจรรย์ สารพันโพยภัยมิได้พาน
๕๕๘. แต่โยคีนี่เธอพึ่งบวชใหม่ ชื่ออภัยพงศ์กษัตริย์พลัดถิ่นฐาน
แล้วเล่าความตามเรื่องเคืองรำคาญ นั่นกุมารสินสมุทรบุตรพระอภัย
๕๕๙. แล้วว่ารูปขอถามความบพิตร ท้าวสถิตนัคเรศประเทศไหน
มีธุระพะพานประการใด จึงมาในทะเลลมยมนา
๕๖๐. กรุงกษัตริย์ตรัสแจ้งแถลงเล่า โยมเป็นเจ้าเมืองผลึกนึกหรรษา
พาโฉมยงองค์ราชธิดา ชมชลาลมพัดกระจัดกระจาย
๕๖๑. จึงหลงทางกลางทะเลเที่ยวเร่ร่อน จะคืนนครก็ไม่ได้ดังใจหมาย
พระเล่าความตามแต่ต้นไปจนปลาย เจียนจะตายเสียเพราะคลื่นไม่คืนเป็น
๕๖๒. แล้วตรัสว่าพระอภัยผู้เป็นเจ้า ทุกข์ก็เท่าโยมทุกข์เพราะยุคเข็ญ
จากสมบัติพลัดพรากได้ยากเย็น โยมมาเห็นก็ให้คิดอนิจจัง
๕๖๓. จะขอถามความพระผู้เป็นเจ้า นิมนต์เล่าเหตุผลแต่หนหลัง
ไยจึงพรากจากเขตนิเวศน์วัง โยมยังฟังไม่กระจ่างในทางความ
๕๖๔. พระอภัยภูมีมุนีน้อย สดับถ้อยกรุงกษัตริย์ที่ตรัสถาม
ฃำเลืองดูพระธิดาพะงางาม แล้วเล่าความตามเรื่องเคืองรำคาญ
๕๖๕. พระบิดาข้าชื่อท้าวสุทัศน์ ผ่านสมบัติรัตนามหาสถาน
ข้ากับน้องต้องไปเรียนวิชาการ ตำบลบ้านจันตคามพราหมณ์พฤฒา
๕๖๖. รู้เรียนกลดนตรีคือปี่เป่า พระน้องเจ้าเรียนกระบองคล่องนักหนา
อยู่ปีครึ่งจึงจากอาจารย์มา เที่ยวลีลาเลียบเดินตามเนินทราย
๕๖๗. เห็นร่มไทรใกล้ฝั่งเข้ายั้งหยุด พบบุรุษหนุ่มพราหมณ์สามสหาย
ชวนพูดเล่นเจรจาประสาสบาย อยู่ที่ชายทะเลลมใต้ร่มไทร
๕๖๘. สามมาณพรบเร้าให้เป่าปี่ อยากฟังฝีปากเล่นจะเป็นไฉน
. ครั้นรูปเป่าเข้าก็หลับระงับไป ไม่แจ้งใจว่าไพรีจะมีมา
๕๖๙. พอนางผีเสื้อสมุทรมาฉุดลาก ต้องกรำกรากตรอมอยู่ในคูหา
เอาความหลังทั้งนั้นมาพรรณนา จนหนีมาพึ่งบุญพระมุนี”
๕๗๐. กษัตริย์ฟังกังขาน่าประหลาด ที่สามารถใช้เสียงสำเนียงปี่
กล่อมผู้คนจนสิ้นสมประดี ถ้าปี่มีอยู่แล้วหนอใคร่ขอฟัง
๕๗๑. พระว่าปี่มีทว่าไม่กล้าเป่า เกรงคนเขานินทาว่าลับหลัง
เป็นฤาษีชีไพรไม่ระวัง ใช่จะตั้งใจขัดพระหัทยา
๕๗๒. แต่เณรน้อยรูปนี้เป่าปี่ได้ พอจะให้ แพลงพลิกลาสิกขา
เป่าถวายให้ฟังสักครั้งครา จะรู้ว่าหลับได้อย่างไรกัน
๕๗๓. พระชมว่าน่ารักเป็นนักหนา สืบวิชาเช่นนี้ดีขยัน
จงบรรเลงเพลงปี่ที่สำคัญ เผื่อจะบรรทมมั่งเหมือนดั่งใจ
๕๗๔. “กุมาราลาลุกลงจากแท่น ออกโลดแล่นมากุฎีที่อาศัย
จึงลาศีลทรงภูษาผ้าสไบ ถือปี่ไปยังศาลาหน้าคีรี
๕๗๕. ประณตนั่งบังคมบรมนาถ อยู่ริมอาสน์อัยกาตาฤาษี
ภาวนาอาคมให้ลมดี แล้วเป่าปี่แปลงเพลงวังเวงใจ
๕๗๖. ทำแหบหวนครวญว่าสาลิกาแก้ว ค่ำลงแล้วขวัญอ่อนจะนอนไหน
หนาวน้ำค้างพร่างพรมพนมไพร จะหนาวใจสาลิกาทุกนาที
๕๗๗. กรุงกษัตริย์ฟังปี่ให้วิเวก เอกเขนกนั่งหาวทั้งสาวศรี
ให้วาบวับหลับล้มไม่สมประดี ทั้งโยคีผู้เฒ่าพลอยหาวนอน
๕๗๘. แกเอนอิงพิงหลับอยู่กับอาสน์ พวกอำมาตย์หลับกลิ้งริมสิงขร
ทั้งพวกไพร่ในเภตราที่สาคร ระเนนนอนหลับเรียบเงียบสำเนียง
๕๗๙. ด้วยลมปี่เป่าดังกระทั่งโยชน์ ได้ทราบโสตสิงห์สัตว์สงัดเสียง
ในคงคาปลาร้ายขึ้นว่ายเรียง ฟังสำเนียงปี่แก้วแจ้วจับใจ”
๕๘๐. เหลือแต่พระอภัยที่ไม่หลับ เพ่งตาจับจ้องอนงค์ด้วยหลงใหล
เหมือนลอยจากฟากฟ้าสุราลัย จะพิศไหนงามนั่นทั้งสรรพางค์
๕๘๑. ทำไฉนจะได้น้องประคองสงวน แม่เนื้อนวลปรางแดงดั่งแสงฝาง
พอนึกได้ในจิตคิดระคาง ผิดแบบอย่างโยคีทรงศีลา
๕๘๒. จึงสั่งบุตรหยุดเป่าทุเลาปี่ พระโยคีตื่นก่อนตบท่อนขา
ให้ได้บ้างอย่างนี้ซีหลานตา เลียนบิดาได้จริงไม่ทิ้งลาย
๕๘๓. “แล้วโยคีตีระฆังดังหง่างเหง่ง เสียงโก่งเก่งก้องหูไม่รู้หาย
สองกษัตริย์รู้สึกนึกละอาย สงสารสายสวาทนั่งบังบิดา
๕๘๔. สาวสุรางค์บ้างก็ยังกำลังหลับ เขาปลุกกลับกลิ้งหงายน่าขายหน้า
บ้างละเมอเพ้อเชือนว่าเพื่อนมา กษัตรากริ้วกราดตวาดไป
๕๘๕. อีเหล่านี้ขี้เซาเบาอยู่หรือ ฉุดข้อมือให้มันตื่นขึ้นจงได้
แล้วเหลียวมาพาทีด้วยชีไพร เพราะสุดใจเจียวปี่ดีจริงจริง
๕๘๖. ช่างฉ่ำเฉื่อยเจื่อยแจ้วถึงแก้วหู หลับไม่รู้สึกกายทั้งชายหญิง
แต่แรกไม่ได้ฟังยังประวิง ทีนี้จริงของเจ้าคุณพระมุนี”
๕๘๗. นางธิดาปรานีฤาษีเด็ก ตัวเล็กเล็กแต่สง่ามีราศี
ทั้งเลิศล้ำชำนาญการดนตรี ส่วนโยคีแกล้งกระเซ้าเย้ากุมาร
๕๘๘. เป็นชีบาดาบสมันอดอยาก ไยไม่ฝากตัวภักดิ์สมัครสมาน
เป็นโอรสยศยงของนงคราญ เณรก็คลานเข้าไปนบอภิวันท์
๕๘๙. เรียกยุพาว่าแม่เฝ้าแต่อ้อน จนบังอรเคลื่อนขยับเข้ารับขวัญ
นางพะยักพักตร์ยิ้มอยู่พริ้มพรรณ ว่าในวันนี้จะพาไปนาวี
๕๙๐. ได้เที่ยวเล่นเย็นหน่อยจึงค่อยกลับ กุมารรับเร็วพลันขมันขมี
สมใจแท้แม่ใหม่พระทัยดี ชนนีไปไหนไปด้วยกัน
๕๙๑. กรุงกษัตริย์สนทนากับอาจารย์ โปรดประทานทำนุกให้สุขสันต์
ขอพักจอดทอดสำเภาของเรานั้น สองสามวันแล้วจะพากันคลาไคล
๕๙๒. เอ็นดูด้วยช่วยชี้วิถีกลับ กลัวจะอับจนเสบียงเลี้ยงพลไพร่
พระโยคีมีญานเห็นการณ์ไกล จึงปราศรัยปลอบองค์พระทรงยศ
๕๙๓. ว่าเกาะนี้มีเสบียงเลี้ยงทหาร ถึงอยู่นานสักเท่าไรก็ไม่อด
ครั้งสมุทรโคดมท่านสมมติ ให้ปรากฏธัญญาข้าวสาลี
๕๙๔. พอข้าวงอกออกรวงเป็นพวงสาร ขาวตระการเกี่ยวกองไม่ต้องสี
พระฟังคำของมุนินก็ยินดี ให้โยธีทำเคียวไปเกี่ยวมา
๕๙๕. อยู่เกาะแก้วพิสดารสำราญจิต พระบพิตรพลขันธ์ต่างหรรษา
เหล่านางในใกล้ชิดและธิดา ต่างพลอยพาเพลิดเพลินเจริญใจ
๕๙๖. หลายทิวาพระจึ่งลาผู้ทรงพรต บอกกำหนดพรุ่งนี้สุรีย์ใส
จะถอนสมอขอลาสิทธาไป ด้วยห่วงใยนคราประชาชี
๕๙๗. พระโยคีอวยพรสุนทรไข พระจุ่งไปปราศทุกข์เป็นสุขศรี
อนึ่งอยากฝากพระอภัยมณี กับพวกเขาเหล่านี้ร้อยกว่านาย
๕๙๘. ให้ลงลำสำเภากลับเหย้าด้วย ขอจงช่วยอนุกูลอย่าสูญหาย
คนเหล่านี้ดีขยันฉกรรจ์กาย แต่ละรายชำนาญการทะเล
๕๙๙. กรุงกษัตริย์ตรัสตอบให้ชอบชื่น จะพาคืนเขตขัณฑ์ไม่หันเห
พวกเรือแตกชื่นชมสมคะเน ต่างสรวลเสแขกฝรั่งตั้งตาคอย



ตอนที่ ๑๓ พระอภัยโดยสารเรือนางสุวรรณมาลี

๖๐๐. “สงสารองค์พระอภัยเมื่อใกล้ค่ำ ยิ่งร้อนรำจวนใจให้ละห้อย
คิดคะนึงถึงนางเงือกน้ำน้อย จะจากกลอยสวาทไปเสียไกลกัน
๖๐๑. นิจจาเอ๋ยเคยเห็นอยู่เย็นเช้า จะแลเปล่าเปลี่ยวใจเมื่อผายผัน
สงสารแก้วแววตาวิลาวัณย์ จะโศกศัลย์เสียใจอาลัยลาญ
๖๐๒. จำจะสั่งบังอรสมรมิ่ง ครั้นจะนิ่งหนีอนงค์ก็สงสาร
รำพึงพลางทางลาพระอาจารย์ จากสถานเลียบเดินเนินคีริน
๖๐๓. ถึงข้างเขาเสาโคมที่โยมเงือก พระถอดเกือกขึ้นนั่งบัลลังก์หิน
เคาะระฆังดังหง่างนางได้ยิน แหวกวารินรีบรุดผุดขึ้นมา”
๖๐๔ เห็นพระองค์ทรงประทับอยู่กับแท่น นางเงือกแสนสงสัยไฉนหนา
จวนมืดค่ำทำไมครรไลมา นางวันทาทูลถามด้วยความแคลง
๖๐๕. พระอภัยใจหายไม่วายเศร้า จึงว่าเจ้าได้ยินอย่ากินแหนง
เรื่องสำคัญวันนี้ขอชี้แจง พอรุ่งแจ้งพรุ่งนี้พี่จะจร
๖๐๖. ลงเรือใหญ่ไปกับสินสมุทร ขอน้องนุชเงือกน้อยอยู่คอยก่อน
เป็นหลายปีพี่พลัดกำจัดจร จากบิดรมารดาแสนอาลัย
๖๐๗. จะกลับไปให้พบประสบพักตร์ แล้วก็จักคืนมาหาช้าไม่
เงือกน้อยฟังดังมีดมากรีดใจ น้ำตาไหลหลั่งนองทั้งสองปราง
๖๐๘. โอ้ชาตินี้มีกรรมจึงลำบาก ต้องตกยากหลายหนหมองหม่นหมาง
พ่อแม่ตายวายชนม์สิ้นหนทาง หวังพึ่งข้างสามีมาหนีไกล
๖๐๙. ยิ่งคิดคิดจิตใจน้องไหวหวั่น ลูกในครรภ์คราวคลอดจะรอดไหม
ถ้าพระอยู่ดูด้วยช่วยกันไป จะอาศัยปรึกษาเมื่อตาจน
๖๑๐ พระทรงพรตอดเพลไม่เห็นหน้า ยังพอว่ารู้แจ้งที่แห่งหน
เกิดเข็ญขุกทุกข์ร้อนคงผ่อนปรน มาเยือนยลเยี่ยมได้ไม่ไกลกัน
๖๑๑. นี่จะไปในสมุทรสุดสังเกต ถิ่นประเทศทางไกลกระไรนั่น
ยามเจ็บท้องร้องร่ำจะรำพัน พระทรงธรรม์ที่ไหนจะได้ยิน
๖๑๒. พระฟังคำคร่ำครวญหวนละห้อย บอกเงือกน้อยพี่มิใช่จะใจหิน
ได้ออกปากฝากอนงค์กับองค์มุนิน เรื่องยุพินมีครรภ์ท่านสัญญา
๖๑๓. จะปกปักรักษาซึ่งทารก อย่าวิตกในมนัสเลยมัจฉา
พระปลอบให้ใจนางค่อยสร่างซา แล้วลีลาเลี้ยวลับกลับกุฎี
๖๑๔. จนรุ่งแจ้งแสงสว่างกระจ่างทิศ ยังครุ่นคิดห่วงหวนหานวลฉวี
ไม่ระงับหลับตาทั้งราตรี จรลีไปเฝ้าพระเจ้าตา
๖๑๕. พวกเรือแตกแขกฝรั่งอยู่พรั่งพร้อม ต่างนอบน้อมประนมก้มเกศา
พระเฝ้าฝืนกลืนกล้ำกล่าวอำลา พวกเรามาอยู่ใต้ร่มใบบุญ
๖๑๖. ล้วนอยู่เย็นเป็นสุขทุกถ้วนหน้า ก็เพราะว่าพระช่วยอำนวยหนุน
จะจากไปใจคะนึงถึงพระคุณ ทุกอรุณเคยนั่งฟังบรรยาย
๖๑๗. ตั้งแต่นี้ไม่มีคนปรนนิบัติ ผจงจัดน้ำท่ามาถวาย
จะเหนื่อยยากตรากตรำระกำกาย น่าใจหายต้องอยู่แต่ผู้เดียว
๖๑๘. พระโยคีมีพรตจึงพจนารถ ถึงจะขาดคนผองมาข้องเกี่ยว
ก็พอใจใฝ่สันโดษโปรดจริงเจียว ไม่เปล่าเปลี่ยวเป็นสุขทุกเวลา
๖๑๙. เรื่องขบฉันนั้นไม่จนผลไม้ ดกดื่นไปขึ้นสะพรั่งทั่วทั้งป่า
จงไปดีมีสุขทุกทิวา ได้พบหน้าญาติมิตรสมจิตปอง
๖๒๐. แล้วนำหน้าพาส่งไปลงเรือ นุ่งหนังเสือถือไม้เท้าแล้วก้าวย่อง
พระอภัยไคลคลาพาพวกพ้อง ลีลาล่องตามหลังสะพรั่งมา
๖๒๑. องค์ราชะพระธิดาเสนามาตย์ กำนัลนาฏไพร่พร้อมน้อมเกศา
พระทรงพลจึ่งนิมนต์พระสิทธา ลงนาวาเขียนยันต์ที่ชั้นใน
๖๒๒. “สินสมุทรกุมารก็กรานกราบ แสนสุภาพพูดจาอัชฌาสัย
พระเจ้าตามาสำเภากับเขาไย หรือจะไปด้วยกันขยันดี
๖๒๓. พระทรงศีลยินคำทำเป็นว่า ตาต้องมาตามตัวกลัวจะหนี
ไม่บอกเล่าเจ้ามาค้างอยู่อย่างนี้ จะต้องตีแน่แล้วไม่แคล้วเลย
๖๒๔. กุมาราว่าวอนด้วยอ่อนหวาน ไม่รักหลานแล้วหรือขาเจ้าตาเอ๋ย
พระมารดรวอนชวนให้ชมเชย จึงหลับเลยลืมลาพระอาจารย์
๖๒๕. สิทธาเฒ่าสาวสุรางค์สำรวลสรวล เจ้าแม่ม้วนเมินหน้าไม่ว่าขาน
กษัตราว่าองค์พระทรงญาณ จงประทานโทษทั่วทุกตัวคน
๖๒๖. ได้เดินลัดวัดวาสมาบาป ทั้งกินอาบน้ำท่าผลาผล
อย่าให้เป็นเวรไปแก่ไพร่พล จะต้องทนเวทนาไปช้านาน
๖๒๗. พระมหาดาบสพจนารถ อนุญาตน้ำท่าผลาหาร
รูปไม่ห้ามหามิได้ให้เป็นทาน ใครต้องการเก็บได้เอาไปกิน
๖๒๘. ฝากแต่พระอภัยไพร่ทั้งหลาย ให้สบายเหมือนกับบ่าวท้าวทั้งสิ้น
จะเดินทางกลางชลาในวาริน จงถือศีลภาวนาสมาทาน
๖๒๙. ท้าวจงไปให้เป็นสุขสถาผล จรดลทางชลาทิศาศานต์
โพยภัยอันตรายอย่าแผ้วพาน พระอาจารย์ก็จะลาจงคลาไคล”
๖๓๐. ได้ฤกษ์งามยามดีตีม้าล่อ ถอนสมอเรือเคลื่อนเขยื้อนไหว
พลช่วยกันขันกว้านทำงานไว บ้างชักใบคลี่กางขึ้นขวางลม
๖๓๑. ผืนธงริ้วปลิวปลายชายสะบัด พระพายพัดพลิ้วตามดูงามสม
เสียงชโยโห่ก้องร้องระดม เร้าอารมณ์เริงร่าเหล่านาวิน
๖๓๒. นายท้ายถือพังงาสง่าแสน เรือก็แล่นจากท่าชลาสินธุ์
ดังหงส์ทองล่องมาในวาริน บ่ายหน้าผินทิศอีสานสำราญใจ
๖๓๓. สาวสุรางค์นางสนมชมมัจฉา ฝูงโลมาลิงโลดกระโดดใกล้
ฉลามหลายว่ายเรียงเคียงกันไป กระโดงไหวแหวกชลเฝ้าวนเวียน
๖๓๔. ปลาฉนากปากมันเหมือนฟันเลื่อย ปลาไหลเลื้อยเร็วจัดฉวัดเฉวียน
ชมหมู่ไม้ในละเมาะตามเกาะเกียน เหมือนฉากเขียนเขียวครามงามวิไล
๖๓๕. ฝ่ายองค์พระอภัยใจตึกตัก ลอบแลพักตร์พึงจิตพิสมัย
นวลอนงค์ทรงโฉมประโลมใจ พระหลงใหลนางมาลีฤดีดาล
๖๓๖. อยากจะใคร่ใกล้ชิดสนิทสนม ไม่เหมาะสมจำใจต้องใช้สาร
ฝากบุตรน้อยนำส่งให้นงคราญ ก็เนิ่นนานหน่วงเหนี่ยวไม่เกลียวกลม
๖๓๗. เหมือนมีก้างขวางไว้ที่ในศอ จะกลืนต่อสุดฝืนให้ขื่นขม
ได้เพียงแต่แลชม้ายสุดหมายชม ฝืนอารมณ์รออดสะกดใจ



ตอนที่ ๑๔ พระอภัยมณีเรือแตก

๖๓๘. “จะกล่าวถึงนางผีเสื้อเมื่อคราวนั้น ไม่ผายผันไปคูหาที่อาศัย
เที่ยวท่องน้ำดำผุดสมุทรไท ให้ผีไพร่ภูตพรายรายระวัง
๖๓๙. กลัวลูกยาสามีจะหนีพ้น เป็นกังวลมิได้สิ้นถวิลหวัง
ครั้นเหนื่อยหนาวหาวนอนหย่อนกำลัง ขึ้นยับยั้งอยู่เขาขวางกลางคงคา
๖๔๐. ในวันเมื่อเรือแล่นออกจากเกาะ ไม่เห็นเพราะโยคีมีคาถา
ท่านอ่านมนต์ดลจิตปิดนัยน์ตา จึงเภตราล่วงไปได้หลายคืน
๖๔๑. ต่อผีพรายชายด่านอยู่ชั้นนอก เข้ามาบอกเหตุให้จึงได้ตื่น
ชะโงกชะแง้แลเล็งเขย่งยืน ดูทะมื่นเมฆาลูกตาวาว
๖๔๒. อันนางยักษ์จักษุเสมอทิพย์ เห็นลิบลิบแล่นใบไปขาวขาว
ดูไกลนักจักแหล่นสิ้นแดนดาว ร้องเรียกบ่าวบอกความตามให้ทัน
๖๔๓. พวกผีพรายสายสมุทรผุดขึ้นสิ้น บ้างแลบลิ้นเหลือกตาถลาถลัน
เสียงโครมครามตามคลื่นเป็นหมื่นพัน ทะเลลั่นดังจะล่มถล่มทลาย
๖๔๔. ส่วนนางมารหาญฮึกสะอึกโถม จ้วงกระโจมโจนไล่ไพร่ทั้งหลาย
เสียงครึกครื้นคลื่นคลั่งกำลังพราย ภูเขาขวางพังทลายทะลุยไป”
๖๔๕. สำเภาทรงองค์กษัตริย์แล่นตัดคลื่น สิบห้าคืนรอนแรมฟ้าแจ่มใส
เห็นขุนเขาเงาเงื้อมเลื่อมเลื่อมไกล ดูสูงใหญ่เทียมฟ้าแล่นมาบัง
๖๔๖. พอตกเย็นเป็นพายุพยับลั่น น้ำป่วนปั่นโครมครืนเกิดคลื่นคลั่ง
สำเภาเอียงเพียงจะคว่ำสิ้นกำลัง เสาใบพังโค่นลงในคงคา
๖๔๗. พวกภูตผีปีศาจเกลื่อนกลาดกลุ้ม เข้าล้อมรุมรอบรายทั้งซ้ายขวา
ทำหลอกหลอนแลบลิ้นและปลิ้นตา แต่ไม่กล้าใกล้ตัวเพราะกลัวยันต์
๖๔๘. ผีเสื้อน้ำย่ำย่างมากลางดึก ลุยน้ำลึกเร่งรีบถีบถลัน
จนจวนแจ้งแสงสีรวีวรรณ ก็ตามทันฉุดหางเสือจนเรือเอียง
๖๔๙. คลื่นกระหน่ำซ้ำซัดอัดกระแทก เภตราแตกหลุดกระเด็นไปเป็นเสี่ยง
กระดานไม้ใหญ่น้อยร่อนลอยเรียง ยินแต่เสียงกรีดก้องร้องระงม
๖๕๐. ทั้งหญิงชายว่ายหนีตะลีตะเหลือก กระสนกระเสือกเรียกกันลั่นขรม
บ้างถูกปลากัดกินจนสิ้นลม บ้างก็จมจ่อมหายในสายธาร
๖๕๑. ท้าวสิลราชพลาดไถลลงในน้ำ พระดิ่งด่ำจมสมุทรสุดสงสาร
สินสมุทรอุ้มองค์นางนงคราญ ว่ายทะยานรุดมาในสาคร
๖๕๒. ฝูงโลมาพาฝรั่งทั้งจีนแขก ขี่ว่ายแหวกสายน้ำส่ำสลอน
พระอภัยได้บานทวารนอน เอาสองกรแกว่งกวักวักวารี
๖๕๓. พอใกล้ฝั่งหยั่งยืนเห็นตื้นเขิน รีบขึ้นเนินเขาใหญ่ข้างไพรศรี
เจอแขกพราหมณ์จามจีนก็ยินดี มิได้มีใครหายสบายใจ
๖๕๔. ผีเสื้อโผนโจนมาถึงผาเผิน พอเหยียบเนินลื่นปราดพลาดไถล
เพราะมนตราดาบสสะกดไว้ นางร้องไห้ครวญคร่ำพ้อรำพัน
๖๕๕. พระทิ้งเมียเสียได้ไม่ไยดี จะหลบหนีน้องไปถึงไหนนั่น
อยู่เกาะแก้วแคล้วคลาดนิราศกัน ทุกคืนวันขื่นขมระทมทรวง
๖๕๖. มาคราวนี้ยังจะหนีไปอีกเล่า ปล่อยให้เขาคอยหาน้ำตาร่วง
น้องครวญคร่ำร่ำหาจนตากลวง เพราะเป็นห่วงพี่นั้นจะอันตราย
๖๕๗. ไหนจะแดดแผดแสงร้อนแรงนัก เกรงพระพักตร์พี่หมองไม่ผ่องฉาย
จะหนาวเหน็บเจ็บไข้ไม่สบาย อยู่ในสายสมุทรกว้างห่างกันไกล
๖๕๘. เคยพักอยู่คูหาด้วยผาสุก ไม่มีทุกข์แผ้วพานประการไหน
แดดไม่ส่องต้ององค์พระทรงชัย ลมก็ไม่โบกพัดสะบัดแรง
๖๕๙. กลับไปอยู่คูหาดีกว่าพี่ อย่าคิดหนีต่อไปฤทัยแหนง
คราวนี้น้องต้องระวังไม่พลั้งแพลง อย่ามาแกล้งเกลี้ยกล่อมไม่ยอมฟัง
๖๖๐. พระอภัยมณีตอบผีเสื้อ ไยไม่เชื่อในวจีของพี่มั่ง
การที่พี่หนีมาใช่ว่าชัง ขอคืนหลังเยี่ยมชนกชนนี
๖๖๑. ซึ่งจะให้ไปอยู่ในคูหา ที่เจ้าว่านิรทุกข์แสนสุขี
พี่ก็สู้อยู่มากว่าแปดปี มิได้มีเวลาออกมาเลย
๖๖๒. แสงตะวันจันทราดารารัตน์ ไม่สัมผัสสายตานิจจาเอ๋ย
เจ้ารักตัวมัวคิดใคร่ชิดเชย แต่ไม่เคยรักใคร่ด้วยใจจริง
๖๖๓. รักแบบไหนไล่ผลาญสังหารผัว ฆ่าคนมั่วมากมายทั้งชายหญิง
ทั้งลูกน้อยพลอยพลัดมาตัดทิ้ง ใจดำจริงแม่อะไรไร้เมตตา
๖๖๔.. พี่ผนวชสวดรักษาสิกขาบท เพื่อเปลื้องปลดพิศวาสไม่ปรารถนา
หมายพลีชีวาตม์ของอาตมา อยากเข่นฆ่าก็ยังได้เป็นไรมี
๖๖๕. แต่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้นผิดศีล มันโหดหีนบาปหนานะมารศรี
จะต้องตกลงนรกอเวจี เดี๋ยวนี้พี่ภาวนาสมาทาน
๖๖๖. แบ่งกุศลผลบุญช่วยหนุนส่ง ให้อนงค์เปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
กลับคืนหลังยังถ้ำให้สำราญ อย่าดื้อด้านตามมาในสาชล
๖๖๗. ผีเสื้อน้ำซ้ำว่าพี่อย่าปด สิกขาบทหลอกเล่นไม่เห็นผล
เรื่องลมแล้งแสร้งเสล้วนเล่ห์กล พูดวกวนอยู่ที่เก่าไม่เข้าใจ
๖๖๘. แล้วร่ายมนต์ดลมหาวลาหก ให้ฝนตกลงมาเป็นห่าใหญ่
ลูกเห็บเกลื่อนเหมือนมะนาวร่วงกราวไป ฝรั่งไทยจีนแขกวิ่งแทรกซอน
๖๖๙. พระอภัยไตร่ตรองเห็นข้องขัด จำขจัดผีเสื้อที่เหลือสอน
จึงบอกไปให้ทุกคนที่บนดอน ว่าดูก่อนเราจะผลาญนางมารร้าย
๖๗๐. ด้วยเพลงปี่ทีเด็ดสำเร็จโทษ ขอจงโปรดเชื่อฟังท่านทั้งหลาย
รีบหยอดรูหูฉ่ำด้วยน้ำลาย อันตรายจะไม่มีแก่ชีวา
๖๗๑. ดูแต่ตาอย่าถวิลหวังยินเสียง ฟังสำเนียงแล้วจะตายวายสังขาร์
พลางลาพรตปลดเปลื้องเครื่องสิทธา สวมพัสตราภรณ์ทรงอลงกรณ์
๖๗๒. กรกระชับจับปี่ประจงเป่า สัตว์หลายเหล่าซวนซบสลบสลอน
ผีเสื้อร้ายหงายกลิ้งลงนิ่งนอน ชีพม้วยมรณ์กายพาดบนหาดทราย
๖๗๓. พระอภัยไต่ศิลาลงมาพิศ ยักษ์หมดฤทธิ์นิ่งเฉยหน้าเงยหงาย
เข้าแตะต้องลองดูรู้ว่าตาย จึงบอกใบ้ให้ทั้งหลายนั้นยอนกรรณ
๖๗๔. พวกพลดูอยู่ห่างห่างขว้างด้วยหิน อสุรินทร์ไม่กระดิกไพล่พลิกผัน
จึงประจักษ์ว่ายักษีสิ้นชีวัน พระทรงธรรม์เป็นลมไม่สมประดี
๖๗๕. ครั้นรุ่งขึ้นตื่นมาน่าประหลาด ศพปีศาจวานเย็นยังเป็นผี
กลับกลายเห็นเป็นหินทั้งอินทรีย์ สายวารีไหลจากปากรวยริน
๖๗๖. แขกฝรั่งพรั่งพร้อมล้อมดูซาก น่าแปลกมากผีร้ายกลายเป็นหิน
กลัวจะฟื้นคืนชนม์จับคนกิน เผาให้สิ้นซากผีคงดีครัน
๖๗๗. พวกเรือแตกแบกไม้มาใส่สุม จะเผารุมปีศาจบนหาดนั่น
แล้วเอาไม้ไผ่แขวะแฉละพลัน พอสำเร็จเสร็จสรรพ์เริ่มสีไฟ
๖๗๘. พลันระฆังดังหง่างที่ข้างเขา เห็นผู้เฒ่าผมดกยาวปรกไหล่
ถือไม้เท้าก้าวคล่องดูว่องไว หน้าสดใสเปรียบปานกุมารน้อย.
๖๗๙. ส่วนอีกมือนั้นถือพัดขนนก เฒ่าทารกร้องดังสั่งให้ถอย
แล้วเล่าเรื่องเบื้องก่อนกลับย้อนรอย ทุกคนคอยฟังนิทานโบราณไกล
๖๘๐. “นางผีเสื้อเมื่อแต่ก่อนเป็นก้อนหิน อยู่กระสินธุ์สมุทรมหาชลาไหล
นางอสูรชาติก่อนได้พรชัย ถอดดวงใจฝากแฝงแท่งศิลา
๖๘๑. แล้วขึ้นจากฟากฝั่งมหรณพ ไปรุกรบกับพระเพลิงที่เชิงผา
ต้องไฟกรดหมดไหม้ทั้งกายา ยังแต่ว่าอายุอสุรินทร์
๖๘๒. กับดวงใจไม่ดับไปกลับชาติ เป็นปีศาจสังหรณ์อยู่ก้อนหิน
ถูกไอน้ำซ้ำได้ไอแผ่นดิน บันดาลหินนั้นให้งอกออกทุกที
๖๘๓. เป็นหน้าตาขาแข้งอันแรงฤทธิ์ ด้วยพรอิศรารักษ์พระลักษมี
นับอนันต์วันคืนได้หมื่นปี จึงเป็นผีเสื้อสมุทรผุดทะยาน
๖๘๔. ขึ้นต้องแสงพระอาทิตย์ยิ่งฤทธิ์กล้า ปราบบรรดาพวกปีศาจด้วยอาจหาญ
ได้เป็นใหญ่ในแม่น้ำอโนมาน ใครล้างผลาญชีวันไม่บรรลัย
๖๘๕. ซึ่งเป่าปี่ผีเสื้อเนื้อเป็นหิน เพราะสุดสิ้นวาโยอาโปไหล
แม้นเผาผีปีศาจด้วยธาตุไฟ จะคืนไล่กินมนุษย์ปุถุชน
๖๘๖ ถึงฆ่าฟันฉันใดก็ไม่ม้วย เพราะเหตุด้วยกำเนิดเกิดหลายหน
ต่อเพลิงกาลผลาญพิภพจบสกล จึงสิ้นชนม์ชีวานิคาลัย
๖๘๗. อันวารีที่ไหลออกจากปาก คือแรงรากษสซ่านเหมือนธารไหล
ใครกินน้ำกำลังจะเกรียงไกร ทั้งโรคภัยมิได้มีมาบีฑา
๖๘๘. อันเราหรือคือมหิงขสิงขร มาช่วยสอนด้วยสงสารท่านนักหนา
พอสิ้นคำรำพันจำนรรจา รูปชราร่างกายก็หายไป
๖๘๙. ฝ่ายพระองค์ทรงศักดิ์ประจักษ์เหตุ ซึ่งเทเวศร์บอกแจ้งแถลงไข
จึงเสวยวารีด้วยดีใจ ทั้งพวกไพร่พลอยกินสิ้นทุกคน
๖๙๐. เกิดกำลังดังน้ำสุรามฤต มาเจือจิตเยือกเย็นทุกเส้นขน
ครั้นเสร็จสรรพกษัตราก็พาพล ขึ้นอยู่บนเงื้อมเขาลำเนาเนิน
๖๙๑. ปลูกที่ทับพลับพลาอยู่อาศัย ที่ใกล้ใกล้ศพนางไม่ห่างเหิน
ทำธงปักเป็นสัญญาไว้หน้าเนิน จะคอยเดินสารสำเภาชาวบุรี”




จุดประกายให้ไปหาอ่านต่อนะครับ ขอให้มีความสุขกับบทกลอนสุนทรภู่




 

Create Date : 25 มีนาคม 2551
12 comments
Last Update : 25 มีนาคม 2551 20:25:03 น.
Counter : 2739 Pageviews.

 


คลิ๊ก..สร้าง Glitter ด้วยตัวคุณเอง


แวะมาเจิมนับถือในการนำเสนอมากๆ ค่ะพี่
และแวะมาขอบคุณตอนดึกๆ ด้วยค่ะอนุโมทนาบุญด้วยเน้อก่อนไปนอนค่ะ

 

โดย: อุ้มสี 26 มีนาคม 2551 0:25:12 น.  

 

 

โดย: นายแจม 27 มีนาคม 2551 20:12:32 น.  

 

ทำสวยจังวู้~

 

โดย: โมโน IP: 124.121.209.131 22 มิถุนายน 2551 17:32:11 น.  

 

สวยจังเลย 5555++++++

 

โดย: ดี IP: 125.27.77.250 6 สิงหาคม 2551 20:13:46 น.  

 

สนุกดี ชอบดู

 

โดย: ปะกะดง IP: 118.173.229.48 12 มกราคม 2552 10:52:24 น.  

 

เเม่งดูไม่รู้เรื่อง












กูเเลเบื่อ

 

โดย: E ดิกกก... IP: 125.24.66.193 24 มิถุนายน 2552 20:52:43 น.  

 

อะไรกัน งงจัง ??

 

โดย: พราว IP: 124.122.69.26 29 สิงหาคม 2552 18:00:07 น.  

 

จะสนุกหรืออ่านไม่ออกดีเนี่ยะ

 

โดย: เอมม่า IP: 124.122.69.26 29 สิงหาคม 2552 18:08:42 น.  

 

จะสนุกหรืออ่านไม่ออกดีเนี่ยะ

 

โดย: เอมม่า IP: 124.122.69.26 29 สิงหาคม 2552 18:09:00 น.  

 

เย้...สนุกจังเลย

 

โดย: ืรท IP: 183.89.43.108 15 มิถุนายน 2553 16:40:13 น.  

 

เย้...สนุกจังเลย

 

โดย: ืรท IP: 183.89.43.108 15 มิถุนายน 2553 16:40:23 น.  

 

ไม่มีรูปที่โป๊ๆบ้างละ

 

โดย: ลามก IP: 183.89.43.108 15 มิถุนายน 2553 16:41:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ณธีร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




๏ กลั่นความรู้สึกวันละนิด
กรองความคิดวันละหน่อย
คั้นอารมณ์วันละน้อย
เรียงร้อยรอยลักษณ์อักษรา ฯ

Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ณธีร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.