ตอนที่ 8


 หลังจากที่ดีแลนเข้าห้องไปแล้วนั้นร่างสูงก็จัดการอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อเรียกความสดชื่นและเพื่อลดอารมณ์ไม่โสภาจากการโดนจับคู่กับเรเซียทิ้งไป

ร่างสูงเดินมายังเตียงนอนในมือถือมือถืออีกเครื่องที่เขาใช้ติดต่อกับอายาโตะร่างสูงยกผ้าขึ้นเช็ดผมเพื่อให้แห้งไม่เป็นภาระต่อการนอนตอนนี้ทั้งล่างสวมเพียงแต่เสื้อคลุมอาบน้ำสีดำและกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้นดีแลนทรุดตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะต่อสายเฟสไทม์ถึงอายาโตะทันที

ร่างสูงรอสัญญาเพียงชั่วครู่ก็เห็นสุดที่รักของเขาฉายเข้ามาในโทรศัพท์อายาโตะดูตื่นเต้นปนง่วงงุน มากที่เห็นคนที่คิดถึงมาตลอดต่อเฟสไทม์มาหาตน

“ดีแลน!!”

“ไงคนเก่ง คิดถึงฉันไหม”

“คิดถึงสิครับ คิดถึงทุกวันเลย” อายาโตะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ การต้องนอนคนเดียวกลายเป็นเรื่องลำบากของเขาเสียแล้ว

“รอหน่อยนะครับ ฉันกำลังเร่งวันเร่งคืนให้กลับไปหาเธอได้”

“ครับผมจะรอ”

ถึงแม้ไม่อยากจะรอก็เถอะแต่อายาโตะก็เลือกที่จะไม่พูดให้อีกฝ่ายเป็นห่วงใบหน้าที่ซูบตอบกับดวงตาที่ดูก็รู้ว่าต้องผ่านการร้องให้หรือไม่ก็นอนไม่หลับมาเป็นเวลาหลายคืนทำให้ดีแลนรู้สึกเป็นห่วงแต่ตอนนี้เขายังไม่ได้จัดการอะไรหลายๆอย่างให้เรียบร้อยถึงแม้ว่าอยากจะพาคนร่างเล็กมาที่นี่ก็เป็นอะไรที่ไม่น่าจะดีสักเท่าไร

“ดีมาก ถ้างั้นฉันว่าเธอไปนอนได้แล้วนะ”

“แต่...”

อายาโตะพยายามทักท้วงเขาไม่ง่วงนอนเสียหน่อยอย่ามาไล่ให้ไปนอนอย่างนี้สิ คนอุตสาห์คิดถึงเสียมากมายยังคุยไม่ได้หายคิดถึงเลยทำไมต้องมาไล่ด้วย

อายาโตะทำหน้างอง้ำดีแลนหัวเราะในลำคอเขารู้ว่าอีกฝ่ายคงน้อยใจที่เขาคุยด้วยไม่หน่ำใจแต่จะมาตามใจอีกฝ่ายจนร่างกายเสียหายก็ไม่ได้เพราะตอนนี้ถ้าอายาโตะหันหน้าไปมองกระจกก็คงรู้ว่าร่างบางน่าจะถึงขีดจำกัดไปเรียบร้อยแล้ว

“ไม่เอานะครับ ไปนอนนะคนดี”

“แต่ผมอยากคุยกับดีแลนอีกนี้... ไม่ได้เหรอ” อายาโตะพยายามออดอ้อนแต่ถึงดีแลนจะอยากคุยด้วยก็ต้องระวังสุขภาพของอีกฝ่ายมากกว่า

“ไม่มีแต่ครับ ไปนอนนะคนดีของฉันฉันเองพรุ่งนี้ก็ต้องเร่งงานเพื่อให้กับไปกอดเธอได้ไง”

“จริงนะ..”อายาโตะพึมพำคำนี้ออกมาหลังจากดีแลนพูดจบ

“อะไรครับ”ดีแลนขมวดคิ้วเขาไม่เข้าใจคำว่า “จริงนะ” ของอีกฝ่าย

“ก็ที่ดีแลนจะกลับมากอดผมไง”

“ฮึ.. ก็จริงสิ เธอคิดว่าฉันอดทนทุกวันนี้คืออะไร ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่ากลับไปจะได้จัดหนักเธอไงล่ะเด็กน้อย”

ดีแลนกระเซ้าอีกฝ่ายจนอายาโตะถึงกับหน้าแดงซ่านเมื่อนึกถึงคำพูดและการกระทำของอีกฝ่ายที่เคยจัดหนักเขาจนลุกไม่ขึ้น

“บ้า...” อายาโตะก้มหน้างุดๆ ดีแลนหัวเราะออกมากับท่าทีเขินอายนั้นของคนรัก

“เอาล่ะ ฉันว่าเราไปนอนได้แล้วนะ... คนดี”

“ครับ...” ถึงแม้ไม่อยากจะลาจากแต่ก็ต้องทำตามคำพูดของดีแลน

“แล้วรอวันที่ฉันกลับไปนะ เด็กน้อย..”

“ครับ... ผมจะรอวันที่ดีแลนกลับมา”

ดีแลนจัดการตัดสายสนทนาทางอินเตอร์เน็ตทันทีที่พูดเสร็จไม่ใช่ว่าเขาอยากรีบวางหรอกนะแต่เขากลัวว่าตัวเองจะอดไม่ได้ที่จะแจ้นกลับไปจัดหนักเด็กน้อยที่กำลังทำหน้าเหงาเหงาอยู่ในตอนนี้นะสิ

“พับผ่าสิ!”

ดีแลนก้มลงมองที่แกนกลางที่แสนจะปวดหนีบของเขาตอนนี้การคุยกับอายาโตะเพียงแค่ไม่กี่นาทีกลับทำให้เขาเกิดอารมณ์ได้ถึงขนาดนี้ดูท่าคนรักของเขาจะเป็นยาไวอาก้าชั้นดีเป็นแน่แท้ดีแลนรีบลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะปลดปล่อยความต้องการของตัวเองด้วยนิ้วมือทั้งสิบของเขาเอง

สงสัยว่าเขาจะอยู่ห่างจากเด็กน้อยไม่ได้แล้วจริงๆละมั้ง

รุ่งเช้าหลังจากที่ดีแลนรู้สึกรำคาญและคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตัดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นทันทีร่างสูงก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ที่อยู่ท่ามกลางแมกไม้ในเมืองแมนเชสเตอร์ที่เป็นคฤหาสน์ที่ท่านย่าพำนักอาศัยอยู่

ก่อนที่จะเข้ามาที่นี่เขาได้ปฏิเสธเรื่องคู่ครองที่ท่านย่าประสงค์จะให้หมั้นหมายและสมรสกันกับคุณหนูเรเซียไปเรียบร้อยแล้วแต่ดูเหมือนว่าท่านย่าของเขาจะไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆมันเลยทำให้เขาที่ควรจะมีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดรู้สึกเสียอารมณ์ไปไม่น้อย

“ท่านย่าอยู่ที่ไหน”

ดีแลนเอ่ยถามพ่อบ้านที่ยืนอยู่บริเวณนั้นปกติเขาเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์โดยเฉพาะบริเวณห้องโถงใหญ่ก็ต้องเจอท่านย่าแล้วเพราะท่านติดนิสัยชอบนั่งดูเพชรพลอยที่ห้องโถงแห่งนี้

คฤหาสน์ตระกูลอเล็กซานเดอร์ของเขายังเป็นแบบสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ที่ออกแนวคล้ายๆกับสถาปัตยกรรมแบบกรีกด้วยเพราะท่านย่าเป็นคนชอบศิลปะสไตส์นี้จึงขอซื้อปราสาทที่สร้างขึ้นมาในสมัยโบราณและบูรณะจนกลายเป็นที่เรืองลือในวงการเพราะงบที่ซื้อปราสาทเก่าแก่แห่งนี้ถูกกว่าค่าบูรณะมันเสียอีก

“นายท่านอยู่ที่โดมแก้วขอรับ” พ่อบ้านบอกเขาเช่นนั้นดีแลนพยักหน้าอย่างรับรู้ก่อนเดินไปทางโดมแก้วที่อยู่อีกด้านของปีก

ที่นี่ยังคงมีต้นไม้ปลูกอยู่อย่างมากมายแต่มีเพียงโดมแก้วเท่านั้นที่เป็นโดมแบบปรับอุณหภูมิเพื่อปลูกพืชเมืองร้อนได้โดยเฉพาะผลไม้จากประเทศไทยและต้นกระเพราดูจะเป็นอะไรที่ท่านย่าชื่นชอบมาก

ดีแลนเดินจนมาถึงโดมแก้วเขาเห็นร่างเพรียวบางของท่านย่ากำลังจิบชาชมต้นไม้ที่ตนแสนจะภาคภูมิใจที่ปลุกขึ้นมาได้ภายในดินแดนยุโรปแห่งนี้ดีแลนเดินเข้าไปหาด้วยท่าทีที่มั่นคงเขาพยักหน้าให้กับบอดี้การ์ด พ่อบ้านและแม่บ้านที่คอยรับใช้ท่านย่าอยู่บริเวณนั้น

“มาแล้วเหรอพ่อตัวดี”

ท่านย่าเอ่ยขึ้นก่อนวางแก้วชาลงดีแลนเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่เขาไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมท่านย่าถึงได้รู้ว่าเขามาหาได้เพราะก่อนที่เขาจะก้าวเข้าสู่รัวคฤหาสน์โบราณแห่งนี้ท่านย่าก็คงได้รับรายงานแล้วและไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านคงรู้แล้วว่าเขามาด้วยเรื่องอะไร

“สวัสดีครับท่านย่า”

ดีแลนทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามท่านย่าของตนเอริสคือชื่อของท่านย่าที่แสนจะภาคภูมิใจเพราะเป็นชื่อที่ท่านปู่เป็นคนตั้งให้หลังจากที่ท่านไม่ประสงค์จะใช้ชื่อเดิมที่มีมาแต่เกิดด้วยไม่กินเส้นกับครอบครัวฝั่งบิดาและมารดาเลี้ยงที่แสนจะใจร้าย

ท่านปู่พบรักกับท่านย่าในรั้วมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของโลกซึ่งเป็นที่เดียวกับที่เขาจบมาเช่นกัน

“ย่ารู้ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร แต่รู้ไหมว่ามันไม่เป็นผลหรอกนะ”

ท่านเอริสวางแก้วชาที่ยกขึ้นมาจิบลงอีกครั้งกิริยามารยาทที่ได้รับการสั่งสอนมาบ่มเพาะให้ท่านเป็นคนหยิ่งทะนงและไม่ยอมใครตั้งแต่ดีแลนได้รับตำแหน่งเอิร์ลท่านก็มักจะบังคับให้เขาทำโน้นทำนี้จนบางทีเขาก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน

“ท่านย่าก็ทราบว่าหลานไม่ได้รักคุณหนูเรเซียแล้วทำไมยังต้องบังคับหลานอีกครับ”

ดีแลนพูดขึ้นอย่างเย็นชาแค่เขารับตำแหน่งเอิร์ลก็เรื่องเยอะพออยู่แล้วอย่าให้เขาต้องโมโหกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอื่นๆอีกจะได้ไหม

“แล้วถ้าย่าไม่บังคับเรา เราจะแต่งกับใครล่ะ”

ดวงตาสีมรกตคู่นั้นทอดมองหลานของตัวเองกลับหล่อนรู้ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ดีแลนอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง

ดีแลนจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้เขารู้ว่าที่ท่านย่าพูดแบบนี้ย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เขาคบหาอยู่กับใครและไม่ต้องเดาก็รู้ว่าท่านย่าที่แสนจะเย้อหยิ่งไม่มีทางปล่อยให้เขาคบหากับอายาโตะต่อไปแน่และแน่นอนว่าเขาเองก็ไม่มีทางที่จะปล่อยมืออายาโตะไปเช่นกัน

“หลานมีคนรักแล้วครับ” ดีแลนบอกออกมา เอาสิวัดใจกันไปเลย

ท่านย่าเอริสหัวเราะในลำคอพลางถอนหายใจหล่อนยกชาขึ้นจิบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวทั้งที่ในใจคิดแต่จะต้องบังคับให้ดีแลนเลิกยุ่งกับเด็กที่อยู่ญี่ปุ่นคนนั้นให้ได้เลย

ดีแลนเห็นท่าทางนั้นของท่านย่าก็ได้แต่ถอนหายใจเมื่อท่านแสดงกิริยาเช่นนี้แสดงว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมรับเขากับอายาโตะเป็นแน่แต่ถึงไม่ยอมรับก็ไม่ใช่ว่าเขาจะยอมให้ท่านย่าให้เขาเลิกกับอายาโตะได้สำเร็จแน่นอน

“หลานไม่คิดว่าท่านย่าจะรับได้หรอกนะครับแต่ไม่ว่าอย่างไรผมก็ไม่เลิกกับอายาโตะเด็ดขาด”

“แล้วเราจะทำยังไง รักกับผู้ชาย.. เฮอะ!”ท่านเอริสหัวเราะในลำคออีกครั้งก่อนวางแก้วชาลง

“ท่านย่าครับ สมัยนี้เพศไม่สำคัญหรอกนะครับขอแค่เรารักกันมันก็พอแล้วไม่ใช้เหรอ”

“ย่าไม่สนหรอกนะว่าโลกนี้จะคิดยังไง สมัยนี้จะเป็นอย่างไงแต่ผู้ชายถูกสร้างมาให้คู่กับผู้หญิง ไม่ได้ถูกสร้างมาให้คู่กับผู้ชายด้วยกัน ถ้าคิดจะเล่นๆกับเด็กคนนั้นย่าก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ถ้าหลานจะคิดจริงจังย่าคงยอมไม่ได้หลานต้องแต่งงานกับแม่หนูเรเซียหรือไม่ก็คุณหนูคนอื่นๆ เท่านั้น!”

ท่านเอริสยื่นคำขาดดีแลนส่ายหน้าพลางกระตุกยิ้มมุมปาก เขาคิดอยู่แล้วว่าท่านย่าจะต้องพูดเช่นนี้เขาไม่น่าคิดเลยว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดของท่านย่าได้

“แล้วท่านย่าคิดว่าผมจะยอมหรือครับ”

“แล้วเราคิดว่าย่าจะปล่อยให้เราทำตามอำเภอใจเหรอ”

“ผมก็ไม่คิดหรอกนะครับแต่ท่านย่ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้แม้แต่ตำแหน่งเอิร์ลผมก็พร้อมจะคืนกลับได้เช่นกัน”

ดีแลนต่อรองในสิ่งที่ท่านย่าของเขาหวาดกลัวที่สุดเขาคิดจะคืนตำแหน่งนี้มานานแล้วใครจะเป็นก็เป็นไปมันก็เป็นแค่หัวโขนที่เขาไม่ต้องการตอนนี้ด้วยบริษัทที่เขาดำเนินการอย่างลับๆก็ทำให้เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกได้โดยไม่ง้อตำแหน่งเอิร์ลและบริษัทข้ามชาติของตระกูลได้แล้ว

“ดีแลน!” ท่านย่าโกรธจนเส้นเลือดปูดบวม

ดีแลนลุกขึ้นจากเก้าอี้ขยับสูทที่ตนเองสวมใส่เล็กน้อยอย่างเหนือกว่าท่านย่าของเขาไม่มีทางให้เขาคืนยศแน่ตำแหน่งเอิร์ลคือความภาคภูมิใจของท่านมาตลอดยี่สิบกว่าปี

“ผมถือว่าผมต่อรองกับท่านย่าแล้วนะครับ ถ้าท่านย่ายืนกรานจะให้ผมแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่ผมรักผมก็พร้อมจะคืนยศถาบรรดาศักดิ์ต่างๆ กลับไปในที่ๆ มันควรจะอยู่”

“อย่าคิดนะว่าจะทำได้” ท่านย่ากดฟันกรอดๆ แต่ดีแลนก็ยังคงนิ่งสงบถือว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ

เขามาเพื่อชนะไม่ได้มาเพื่อต่อรองใดๆ

ดีแลนค้อมศีรษะทำความเคารพท่านย่าอีกครั้งก่อนเดินจากไปปล่อยให้ท่านย่าของเขาแทบจะขว้างถ้วยชาตามหลังถ้าไม่ติดว่ามันเป็นมารยาทที่ผู้ดีไม่ควรทำ

ดีแลนเดินออกมายังรถลีมูซีนที่จอดอยู่บริเวณหน้าประตูห้องโถงใหญ่เอิร์ลหนุ่มก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับเอียนและจอร์นที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เอียนยื่นเอกสารจากประเทศญี่ปุ่นให้ดีแลนอ่านและเซ็นในรถ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวกับการจัดเตรียมงานครั้งยิ่งใหญ่ดีแลนอ่านไปเซ็นไปอยู่อย่างนั้นก่อนจะโยนมันกลับให้เอียน

“งานเตรียมไปถึงไหนแล้ว”

ดีแลนหมายถึงภาพรวมทั้งหมดซึ่งเอียนก็ตอบกลับอย่างน่าพึงพอใจงานทุกอย่างเดินไปตามกำหนดที่เขาเป็นคนเร่งให้มันเร็วขึ้นอีกไม่กี่วันก็จะมีการจัดงานใหญ่และเขาก็จะได้กลับไปหาอายาโตะที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วจะไม่มีใครมากั้นกลางระหว่างเขาและอายาโตะได้อีกต่อไป

ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูก็พบว่าอายาโตะส่งข้อความมาอีกแล้วมีแต่คำว่าคิดถึงอยากให้กลับมาเร็วๆ และอื่นๆ อีกมากภาพถ่ายที่แสนเหงาหงอยนั้นทำเอาหัวใจของเขาอ่อนฮวบด้วยความสงสารอายาโตะถ่ายภาพตัวเองมาให้เขาดู ภาพที่แสดงถึงสีหน้าและแววตาว่าคิดถึงเขามาแค่ไหน

ดีแลน :ทำไมซูบจัง ทานข้าวบ้างหรือเปล่าเด็กน้อย ทานข้าวให้มากๆกลับไปถ้าฉันเห็นว่าซูบลงไปอีก ฉันจะจัดการไม่ให้ได้หลับได้นอนเลย

ดีแลนส่งข้อความกลับไปทางไลน์ตอนนี้หัวใจของเขาโลดแล่นไปหาเด็กน้อยของเขาแล้วอายาโตะในสภาพที่ส่งมาให้แทบไม่เหลือเค้าเด็กสุขภาพดีเลยถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้มีหวังอาจล้มป่วยได้

“อายาโตะใกล้ถึงวันหยุดภาคการศึกษาหรือยัง”

ดีแลนถามเอียนที่ทำหน้าที่ติดต่อกับบอดี้การ์ดของอายาโตะอยู่ตลอดเวลาและทราบตลอดว่าอายาโตะตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

“นายน้อยอายาโตะใกล้ปิดภาคการศึกษาแล้วครับ”

“ถ้าฉันจะให้อายาโตะมาที่นี่จะเป็นการเสี่ยงอันตรายหรือเปล่า”

ดีแลนหลังจากเห็นภาพที่อายาโตะส่งมาก็แทบจะตัดสินใจได้เลยว่าเขารอจนตัวเองกลับไปไม่ได้แน่เพราะถ้าช้าแล้วอายาโตะล้มปวดเขาคงเจ็บปวดใจ

“น่าจะไม่มีอะไรครับเพราะหลังจากที่เจ้านายได้โต้ตอบนายท่านไปแล้วผมว่าไม่มีอะไรน่าเป็นอันตรายอีกแล้วครับ”

“ถ้าอย่างนั้นนายก็ช่วยติดต่อ บอดี้การ์ดของทางนั้นและจองตั๋วเครื่องบินจากญี่ปุ่นมาอังกฤษให้ด้วยสักสองอาทิตย์”

“ได้ครับ”

เอียนรับคำสั่งดีแลนถอนหายใจนั่งลูบไล้ใบหน้าอายาโตะที่อยู่ในโทรศัพท์อย่างคิดถึงเอียนรีบต่อสายหาอชิทันทีเพราะอชิเป็นคนคุยง่ายกว่าหลงมากนัก

“แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้งแล้วนะ... เด็กน้อย...”

ประเทศญี่ปุ่นอชิได้รับการติดต่อจากเอียนเรื่องที่ขอให้ซื้อตั๋วเครื่องบินไปประเทศอังกฤษให้อายาโตะหลังจากที่ปิดภาคการศึกษาแล้วอชิรีบดำเนินการตามที่เอียนแจ้งมาโดยไม่บอกให้หลงรู้แต่ก็ซื้อตั๋วให้หลงด้วยเช่นกันเพราะถ้าหากไม่ซื้อให้เชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงจัดการซื้อเองอยู่ดีแต่ก่อนจะซื้อเองก็คงได้บ่นเขาหูชาเป็นแน่

“อะไรนะครับ ดีแลนจะให้ผมเดินทางไปอังกฤษหลังจากปิดภาคการศึกษาหรอครับ”

“ครับเพราะฉะนั้นนายน้อยต้องตั้งใจสอบให้ผ่านนะครับไม่งั้นผมจะยกเลิกตั๋วเครื่องบินทันทีเลย” อชิบอก

“ครับ ผมจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบ”

อายาโตะยิ้มแก้มปริเขารีบวิ่งขึ้นไปด้านบนเพื่อจัดการต่อสายถึงวากาชิเพื่อให้อีกฝ่ายช่วยติวหนังสือในส่วนที่เขาเรียนไม่ทันเพราะลาหยุดไปทันที

อชิมองตามเจ้านายตัวน้อยที่ดีใจจนวิ่งขึ้นไปด้านบนแล้วก็ส่ายหน้าก่อนจะต่อสายถึงคุณหญิงพิณภิกาลทันทีเพราะตอนแรกคาดว่าถ้าอายาโตะปิดภาคการศึกษาจะบินกลับประเทศไทยกลายเป็นว่าให้บินไปอังกฤษแทน

“สวัสดีครับคุณหญิง”

“ว่ายังไงอชิ”

“ผมจะเรียนคุณหญิงว่านายน้อยจะไม่กลับประเทศไทยตอนปิดภาคการศึกษานะครับ”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“พอดีท่านดีแลนชวนนายน้อยไปเที่ยวประเทศอังกฤษโดยออกค่าใช้จ่ายให้และมีความประสงค์จะให้นายน้อยร่วมงานสถาปนาบริษัทที่สาขาลอนดอนครับ”

“อ้าว... แล้วไม่เป็นการรบกวนท่านดีแลนเหรอจ้ะ เกรงใจจังตอนเรียนยังต้องให้อายะจังพักที่นั้นด้วยแล้วพอปิดภาคการศึกษายังให้ไปที่อังกฤษอีก เค้าจะไม่ว่าเอารึ”

“คือท่านดีแลนเอ่ยปากมาเองครับ นายน้อยมิได้เอ่ยขอแต่อย่างใด”

“เฮ้อ... ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะจ้ะแต่ปิดภาคการศึกษาหน้าต้องให้อายะจังกลับประเทศนะจ้ะ อ้อ เชิญท่านดีแลนมาด้วยล่ะ”

“ครับ คุณหญิง”

“ฝากอายะจังด้วยนะอชิ แค่หลงคนเดียวฉันเป็นห่วง”

“ได้ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็รักษาตัวด้วย”

“ครับ” อชิวางสายคุณหญิงพิณภิกาลลงสีหน้าเคร่งเครียด การที่อายาโตะไม่อยู่ญี่ปุ่นจะเป็นการปลอดภัยเป็นอย่างมาก และยิ่งในสถานการณ์แบบนี้แล้วหากกลับประเทศไทยหรือไปประเทศอังกฤษได้ก็ปลอดภัยไปอีกเปลาะหนึ่ง

“มึงโทรหาคุณหญิงเหรอวะ” หลงโพล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเขาได้ยินแค่ตอนท้ายที่อีกฝ่ายเรียกคนในสายว่าคุณหญิง

“อื้อ แล้วมึงอ่ะไปไหนมา” อชิถามอย่างสงสัย หลงหายไปทั้งวันเพิ่งกลับมาตอนนี้

“กูไปเอาของที่นายน้อยสั่งที่บ้านเพื่อนนายน้อยน่ะ”

“เพื่อนคนไหนวะ

“เพื่อนที่ชื่อวากาชิตอนแรกนายน้อยจะไปเองแต่กูบอกว่าแค่เอาของเดี๋ยวไปเอาให้ก็ได้”

“แล้วไปแต่เช้าเลยเนี่ยนะ” อชิยังไม่เชื่อในคำพูด แค่ไปเอาของไม่มีทางหรอกที่จะหายไปทั้งวันหลงจะต้องแอบหนีไปทำอะไรมาต่อจากนั้นแน่ๆ

“เอ่อน่า กูก็มีธุระของกูบ้างอะไรบ้าง แล้วไง คุณหญิงว่าไงบ้างเดี๋ยวปิดภาคการศึกษานายน้อยก็ต้องกลับประเทศแล้วนี่”

“ไม่วะ ปิดภาคการศึกษานี้นายน้อยจะบินไปอังกฤษ”

“อังกฤษ

“เอ้อ อังกฤษ หรือมึงข้องใจ”

อชิกระตุกยิ้มมุมปากเขาจัดการซื้อตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้วใครอาจจะคิดว่ามันรวดเร็วไปที่เขาจะจัดการอะไรได้เร็วปานนั้นทั้งที่เขาเพิ่งได้รับเรื่องว่าเอิร์ลคนรักของอายาโตะสั่งการมาว่าให้เขาซื้อตั๋วไปอังกฤษให้อายาโตะ

บางทีมันก็แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวอะไรที่ต้องการก็ได้มาแล้ว

“มึงจะให้นายน้อยไปหาไอ้เอิร์ลนั่นเหรอวะ”

หลงกัดฟันกรอดๆอย่างไม่พอใจ เขานึกว่าจะได้พานายน้อยอายาโตะกลับประเทศไทยจะได้ห่างๆไอ้เอิร์ลตาน้ำข้าวนั่นไปได้

“ฮึ นายน้อยรับทราบแล้วด้วยล่ะ อ้อ คุณหญิงก็อนุญาตแล้วด้วยมึงเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอกนะ”

ไม่อยากบอกว่าสะใจที่ได้เล่นงานอีกฝ่ายนักหรอกนะ

“หนอย... มึงทำอะไรไม่ปรึกษากูเลยนะไอ้อชิ”หลงกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นจนหน้าชิดกับหน้าของเขาอชิหัวเราะในลำคอ

“ทำไมกูต้องปรึกษามึงด้วยวะ แล้วก็ปล่อยได้แล้วกูจะได้ไปทำงานอื่นต่อ”

อชิสั่งเสียงเข้มหลงฮึดฮัดได้แต่ปล่อยอีกฝ่ายตามที่อีกฝ่ายบอก อชิขยับคอเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เขามักจะใส่สูทอยู่เสมอๆ

“อย่าดิ้นเป็นหมาให้มันมากนายน้อยซูบขนาดนี้มึงยังไม่ให้ไปเจอเจ้าของหัวใจของเค้าอีกเหรอวะ”

อชิอดที่จะบอกอีกฝ่ายไม่ได้ถึงเขาจะเล่นเป็นกิจวัตรแต่ก็เป็นห่วงนายน้อยไม่น้อยกว่าใคร

“เอ้อๆ กูรู้น่า”

หลงยังคงแสดงท่าทีฮึดฮัดไม่สบอารมณ์จนอชิถึงกับถอนหายใจกับอาการหมาบ้าของอีกฝ่ายร่างบางกระชากคอขออีกฝ่ายให้ลงมาจนระดับสายตาอยู่ใกล้กันและจัดการปิดปากของอีกฝ่ายด้วยปากของตัวเอง

อชิสอดปลายลิ้นของตัวเองเข้าไปในปากของอีกฝ่ายอย่างถือดีเวลานี้แถวนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่เขาจึงกล้าที่จะกระชากคออีกฝ่ายลงมาจูบหลงที่ได้สัมผัสความหอมหวานจากปากของอีกฝ่ายก็อดใจไม่ไหวรั้งร่างของอีกฝ่ายให้แนบชิดกับร่างของเขาและดันร่างนั้นชิดติดต้นไม้ใหญ่และจูบตอบอย่างร้อนแรง...

“เห๊ นายจะไปอังกฤษเหรอ”

วากาชิถามขึ้นขณะนั่งติวบทเรียนที่อายาโตะที่ห้องสมุดเอกชนแห่งหนึ่งที่เปิดให้เข้ามาอ่านหนังสือและซื้อเครื่องดื่มและของทานเล่นได้เนื้อหาการติวก็ไม่มีอะไรมากอายาโตะแค่ตามไม่ทันด้วยความไม่เข้าใจในภาษาและอาจจะเป็นเพราะไม่ได้ไปเรียนเพราะหลังจากดีแลนจากไปก็ใจลอยแถมยังเป็นทุกข์ด้วย

“อื้ม กะว่าปิดภาคการศึกษาจะบินไปเลยน่ะ”

อายาโตะเล่าอย่างมีความสุขตั้งแต่รู้ว่าดีแลนต้องการให้เขาตามไปอังกฤษด้วยอาการเหม่อลอยของเขาก็ดีขึ้นมาแถมยังมีกำลังใจในการตั้งใจเรียนด้วยถึงแม้จะรู้สึกผิดกับคุณแม่อยู่บ้างที่ไม่ได้กลับประเทศไทยตามที่ได้เรียนไว้

“งั้นเหรอ งั้นฉันว่าฉันไปด้วยดีไหมน๊า...” วากาชิพูดขึ้นลอยๆแต่ลอบมองหน้าอายาโตะที่ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจฟังเสียเท่าไร

“นี้ หรือว่านายคิดว่าไง... อายาโตะ”

“หื้อ นายว่ายังไงนะ”

“เปล่า ก็แค่ถามว่าถ้าเราไปอังกฤษด้วยนายคิดว่าไงอ่ะ กำลังอยากไปเที่ยวอยู่พอดี”

“เห๊ จะไปอังกฤษด้วยเหรอ ดีสิจะได้มีเพื่อนไปด้วย” อายาโตะยิ้มอย่างดีใจวากาชิหลุดขำออกมาอีกฝ่ายเล่นไม่คิดอะไรเลยแบบนี้ก็แย่สิ

“แล้วคุณดีแลนจะไม่ว่าเหรอถ้าเราไปด้วย”

ตามจริงก็ไม่ได้อยากไปอะไรมากมายหรอกนะแค่อยากกวนประสาทใครบางคนเท่านั้นเองอายาโตะนิ่งคิดไปสักพักก่อนจะตอบ

“เราคิดว่าดีแลนคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง”

“ถามก่อนดีไหม แต่ถึงเราไปเราก็คงค้างที่บ้านพักของตระกูลอยู่แล้วล่ะนะ”

“โห วากาชิมีบ้านพักของตัวเองที่นั่นด้วยเหรอ”

“อื้อ ถ้าเป็นที่ลอนดอนก็มีอยู่หลังหนึ่ง”

วากาชิตอบ บ้านพักที่ว่าก็คฤหาสน์หลังย่อมๆมีแม่บ้านคอยดูแลให้เพราะตระกูลของเขาก็ยิ่งใหญ่พอตัวแถมยังมีกิจการสาขาที่เปิดที่ลอนดอนด้วยอีกต่างหาก

“ดีจัง งั้นเดียวเราบอกดีแลนก่อนนะ”

อายาโตะควักมือถือขึ้นไลน์บอกอีกฝ่ายทันทีโดยไม่รู้ว่าดีแลนไม่ได้เปิดดูเลยแม้แต่น้อยและหลังจากเปิดแล้วก็แทบจะกัดฟันกรอดๆอารมณ์เสียไปตลอดบ่ายของวันเลยทีเดียว

“เอาล่ะ เราส่งไปบอกและไม่ต้องรอคำตอบหรอกยังไงดีแลนก็ไม่ว่าอะไรอยู่แล้วล่ะ”

ท่าทีไร้เดียงสาของอายาโตะแทบจะทำให้วากาชิหลุดขำอีกรอบคนอะไรไม่ระมัดระวังตัวเลยให้ตายสิ อายาโตะอมยิ้มไปปั่นงานไปมีอะไรสงสัยก็ถามวากาชิโดยที่วากาชิก็แอบลอบมองไปด้านหลังที่มีบอดี้การ์ดของเขาแอบมองอยู่และยังแอบไปเห็นอชิที่นั่งอยู่กับหลงคอยคุ้มกันอายาโตะอีกทอดด้วย

วากาชิแสยะยิ้มคนพวกนี้ไม่มีวันปล่อยให้นายน้อยของตัวเองได้รับอันตรายจริงๆแต่จะคุ้มครองไปได้สักกี่น้ำ ไร้เดียงสาอย่างอายาโตะต้องมีสักวันและที่พลาดพลั้งวากาชิทอดสายตามองผ่านๆก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ถึงไม่แสดงท่าทีมีพิรุธก็รู้ว่าต้องเป็นพวกคิดไม่ซื่อแน่ๆร่างสูงหยิบมือถือขึ้นพิมพ์รหัสผ่านและส่งข้อความไปให้บอดี้การ์ดของเขาที่คอยทำทีเป็นนักศึกษากำลังอ่านหนังสืออยู่คอยจับตามอง

ฮึคนที่จะทำร้ายอายาโตะได้ก็มีแต่เขาเท่านั้น คนอื่นอย่าได้หวัง

หลังจากที่วากาชิติวหนังสือให้อายาโตะเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันวากาชิโบกมือลาอายาโตะที่ขึ้นรถโดยมีหลงและอชิคอยเปิดประตูให้ ร่างสูงมองเพื่อนร่วมชั้นจากไปก่อนที่จะเดินไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นซอยเปลี่ยว

วากาชิเดินทอดอารมณ์อย่างสบายอกสบายใจและหยุดอยู่ที่อาคารที่ยังคงก่อสร้างอยู่เขารู้อยู่แล้วว่าพวกที่จับตามองอายาโตะต้องรู้ว่าเขาเป็นใครและก็คงจะคิดไม่ซื่อลอบทำร้ายเป็นแน่และก็เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ มันยกพวกมาพร้อมไม้เบสบอลครบมือวากาชิพินกายกลับมามองกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหน้าดวงตาฉายแววดาวโรจน์

“ไง ออกมากันครบหรือยัง...” วากาชิเอ่ยขึ้นอย่างสบายๆ มือทั้งสองสอดเข้าในกางเกงสแล็กใบหน้าที่เคยใสซื่อเปลี่ยนเป็นดำทะมึน

“อย่าปากดีให้มากไอ้หนู จะตายไม่รู้ตัว” ดูเหมือนไอ้หัวโจกของกลุ่มจะไม่รู้ตัวว่าคนที่จะตายคือมัน

“ฮึ ใครกันแน่ที่จะตายไม่รู้ตัว”

วากาชิมองก็รู้แล้วว่าพวกนี้ไม่พกปืนหรอกน่าจะเป็นกลุ่มนักเลงที่พวกมันจ้างมาเล่นงานอีกทีหนึ่งเพราะกฎหมายการพกอาวุธของที่นี่ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว

“เฮ้ย! เล่นมัน”

ไอ้หัวโจกของกลุ่มสะบัดหน้าหนึ่งทีคนในแก๊งก็รีบวิ่งมาจะทำร้ายวากาชิแต่ขอโทษเพราะบอดี้การ์ดของเขาเก่งกว่าทันทีที่พวกมันใกล้จะถึงตัวทั้งหมดก็ออกจากที่ซ่อนและจัดการล้มพวกนั้นก่อนจะควักปืนขึ้นขู่ทำเอาพวกมันชะงักทันที

“เฮ้ย! มันมีปืน” ไอ้หัวโจกร้องขึ้นก่อนจะหน้าเปลี่ยนสีเพราะตราของพรรคชื่อดังที่อยู่บนสูทสีดำของคนที่มาช่วยเหลือไอ้เด็กหนุ่มที่พวกมันรับหน้าที่ให้กำจัดโดดเด่นเป็นสง่าเสียขนาดนั้น

“ตะ-ตรานั้น...” เสียงครางกับใบหน้าที่ซีดเผือดทำเอาพวกมันรู้ชะตากรรมก่อนที่ทั้งหมดจะโดนล้อมไว้และไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกเลย

หลังจากที่เก็บกวาดคนที่มาหาเรื่องเรียบร้อยแล้ววากาชิก็เดินเข้ามาในคฤหาสน์ประจำตระกูลอย่างผ่าเผยตลอดทางที่เดินมาก็มีเหล่าลูกน้องของพรรค แม่บ้านคนรับใช้ที่ดูแลความเรียบร้อยโค้งคำนับทำความเคารพเขาซึ่งอายุน้อยที่สุดอย่างเป็นระเบียบ

วากาชิหลังจากเจ้าบ้านคนก่อนหรือก็คือคุณปู่ของเขาได้เสียชีวิตลงวากาชิที่ถูกกันอยู่ด้านนอกมาตลอดเพราะแม่เป็นคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องในพรรคมาก่อนด้วยพ่อปิดบังสถานะของตัวเองหลังตัดขาดกับครอบครัวตระกูลใหญ่ก็ผู้ใหญ่ในพรรคทาบทามให้ขึ้นรับตำแหน่ง และเพราะคุณปู่เสียชีวิตนั้นเองทำให้เขารู้ว่าชีวิตเขาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ในตอนแรกพ่อได้ปฏิเสธการทาบทามไปแต่เพราะพวกมันยังคงก่อกวนแม่ที่เป็นคนธรรมดาจนเกือบจะเป็นบ้าแถมยังถูกยิงที่ไหล่ตอนมาร่วมพิธีจบการศึกษาขั้นมัธยมนั่นเองที่ทำให้วากาชิโกรธแทบคลั่ง ด้วยความโกรธทำให้เขาตัดสินใจบอกพ่อเรื่องการเข้ารับตำแหน่งเพื่อตอกหน้าพวกมันที่ทำร้ายแม่ของเขา

วากาชิจัดการติดต่อคนในพรรคที่อยู่ในระดับสูงและสนับสนุนให้เขาขึ้นสูงตำแหน่งสูงสุดจนสุดท้ายก็เกิดศึกในพรรคที่กินระยะเวลาถึงสองปีจึงจะจบคนที่ตายก็ตายไป คนที่อยู่ก็ไม่ครบสามสิบสอง ด้วยสายเลือดที่เข้มข้นทำให้ทุกคนยอมรับโดยดุษฎีว่าวากาชิเหมาะกับการเป็นเจ้าบ้านคนต่อไปมากที่สุด

วากาชิเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกสีเทาแห่งนี้จนหมดเปลือกด้วยความเป็นอัจฉริยะทั้งสมองที่เป็นเลิศวากาชิเปลี่ยนธุรกิจสีดำมืดให้กลายเป็นธุรกิจถูกกฎหมายและทำให้อิทธิพลของพรรคโด่งดังขึ้นจนยากจะต่อกรแต่เสือก็ยังเป็นเสืออยู่วันยันค่ำ เขี้ยวเล็บของพรรคก็ยังคงมีอยู่

ร่างสูงนั่งลงบนตำแหน่งสูงสุดของบ้านวากาชิทอดสายตาเหยียบเย็นมองด้านขวามือของตนเองที่มีคนกำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่เขากระตุกยิ้มที่มุมปากร่างท้วมตรงหน้าเครียดเขม็งเหงื่อโทรมกายเมื่อเห็นเจ้าบ้านคนปัจจุบันทอดสายตามาก่อนจะรีบหลบสายตาอย่างคนที่กระทำผิดมาหมาดๆ

“เรื่องในวันนี้ มีอะไรจะรายงานฉันไหม” วากาชิถามเสียงเรียบไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังรอให้คนที่สั่นเป็นเจ้าเข้าตอนนี้รายงานสิ่งที่กระทำผิดมา

ส่วนคนกระทำผิดเมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็ตัวสั่นงันงกรีบถอยตัวเองพร้อมกับโค้งคำนับจนศีรษะติดพื้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้เด็กเบื้องหน้าเขานี้รู้ว่าวันนี้เขาทำอะไรมาและไม่แน่ใจว่าหากไม่รีบรายงานหรือแก้ตัวปัดสวะให้พ้นกายชีวิตนี้อาจจมอยู่ใต้อ่าวโตเกียวหรือไม่ก็ร่างกายไม่ครบสามสิบสองก็เป็นได้

“ผะ ผม... ขอ-ขออภัยครับ... ทะ-ที่ทำโดยพละการ” ร่างนั้นบอกแบบนั้น

ทำโดยพละการงั้นเหรอ

“อะไรที่ว่าทำโดยพละการล่ะ” วากาชิหัวเราะในลำคอ ถามกลับเสียงเรียบ

“ทะ ที่... ที่...”

“ที่อะไร? ไม่กล้าพูดงั้นเหรอว่าตนเองเอาเรื่องที่ฉันนัดกับอายาโตะบอกศัตรูจนพวกมันมาหาเรื่องฉันที่ขวางหูขวางตามัน

“เอ่อคือ...”

ร่างนั้นยังคงก้มต่ำไม่กล้าเงยสบตาแววตาที่เย็นชาคู่นั้นไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆที่ไปเชื่อไอ้กลุ่มคนสีดำพวกนั้นแล้วนำข่าวที่ไม่ควรจะหลุดจากภายในเรื่องที่ท่านเจ้าบ้านไปไหนมาไหนไปบอกอีกฝ่ายที่คิดจะเล่นงานเจ้าบ้านตระกูลฟูวะในอนาคต

“อยากให้ฉันทำยังไงดี ฮึ...”

“ทะ-ทำ.. ทำอะไรครับ” ร่างนั้นถามกลับใบหน้าซีดเผือด

“แล้วคิดว่าฉันหมายถึงอะไรล่ะ”

“เอ่อ...”

ไม่มีคำพูดจากคนที่กระทำผิดวากาชิหยิบดาบคาตานะที่อยู่ด้านหลังจัดการสะบั้นหนึ่งครั้งทันที

“อ๊ากกกกกก”

ร่างท้วมร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดดาบสับเข้าที่กลางหลังอย่างไม่ต้องบอก เสื้อผ้าของอีกฝ่ายขาดเป็นทางยาวดีนะที่ก้มศีรษะอยู่อย่างนี้ไม่อย่างนั้นคอเขาอาจจะขาดสะบั้นทันทีเลยก็ว่าได้วากาชิสลัดเลือดที่ดาบออกจนมันแปดเปื้อนโต๊ะสีมุกไปหมด

“อย่าให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีกไม่อย่างนั้นไอ้ที่ยังอยู่บนบ่าแกอาจจะไม่ได้อยู่แล้วก็ได้”

วากาชิเอ่ยเสียงเย็นชาก่อนยืนดาบที่เปื้อนเลือดส่งให้มือขวาของเขาที่ยืนมองราวกับเป็นเรื่องปกติรับมันไปทำความสะอาด

ร่างสูงเดินจากไปทุกคนที่นั่งเป็นหัวหลักหัวตอทั้งหมดก็เดินตามร่างสูงจากไปเมื่อทุกครั้งที่เสร็จสิ้นการประชุมทิ้งให้ผู้กระทำผิดนอนชักดิ้นชักงอด้วยความเจ็บปวดอยู่อย่างนั้นไม่มีใครคิดจะเหลียวแลอีกเลย

ด้านอายาโตะหลังจากแยกย้ายจากวากาชิแล้วร่างบางก็เดินทางกลับคฤหาสน์ทันทีแต่ระหว่างทางก็พบว่ามีงานเทศกาลที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่งอายาโตะรีบเกาะกระจกดูอย่างสนใจเขาอยากมางานเทศกาลแบบนี้กับดีแลนมาตั้งนานแล้วแต่ไม่ค่อยมีโอกาสสักที

“หลงๆ”

“อะไรครับ”

“ผมขอเดินเที่ยวงานเทศกาลก่อนได้ไหมครับ”อายาโตะขอหลงเสียงอ้อนด้วยรู้ว่าหลงคงยอมให้ตัวเองเดินเที่ยวแต่ผิดคาดหลงปฏิเสธทันที

“ไม่ได้ครับนายน้อย”

“ทำไมอ่ะ”

“ก็...”

หลงอับจนด้วยคำพูดไม่รู้จะบอกอีกฝ่ายอย่างไรว่าตอนนี้เป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเมื่อครู่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่ามีคนแอบมองดูเจ้านายตัวน้อยของเขาอยู่แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สามารถทำอันตรายอะไรได้ก็จึงเตรียมป้องกันและยังคิดว่ามีเจ้าเด็กวากาชิอยู่คงไม่น่ามีปัญหาอะไร

ไม่ใช่ว่าไว้วางใจเจ้าเด็กนั้นหรอกนะแต่เขาคิดว่าเขาดูคนไม่เคยผิดเด็กนั่นต้องมีบางอย่างที่พิเศษมากแน่ๆถึงจะยังไม่สามารถบอกได้ก็เถอะว่ามันคืออะไร

อชิเห็นหลงอับจนด้วยคำพูดก็หัวเราะออกมาตามประสาคนช่างแกล้งจนหลงอดหัวเสียไม่ได้ที่อชิชอบเห็นเรื่องทุกข์ร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก

“มึงก็พูดอะไรมั้งสิวะ”

หลงกระซิบบอกอชิอชิกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเขาไม่เห็นว่าการที่เจ้านายจะไปเที่ยวงานเทศกาลจะทำอันตรายให้เลยปานนี้ไอ้พวกที่ส่งมาสอดแนมคงจะถูกไอ้เด็กนั้นเล่นงานไปแล้วล่ะ

“ถ้างั้นก็ให้นายน้อยเดินเที่ยวสิจะเป็นอะไร”

“เฮ้ย!”

หลงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมปล่อยให้นายน้อยให้เดินเที่ยวได้เพราะตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลามาเล่นๆได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะหลังจากพวกนั้นรู้ว่านายน้อยอายาโตะที่มีชื่อในสารบรรณถูกวางตัวให้เป็นเจ้าบ้านตระกูลฟูวะทั้งๆที่นายน้อยก็พอทราบเรื่องมาบ้างแต่ไม่คิดว่าจะจริงจังอะไรเพราะบิดาหรือก็คือท่านฟูวะ อาซากิได้ปฏิเสธตระกูลหลักไปแล้วว่าจะไม่ให้นายน้อยขึ้นรับตำแหน่งเด็ดขาด!

“เอาน่าไม่มีอะไรหรอกนายไม่คิดเหรอว่าไอ้พวกนั้นไม่มีทางตามนายน้อยมาได้แน่ๆ”

อชิกระซิบตอบกลับให้รู้กันสองคนอายาโตะขมวดคิ้วอยากรู้เหมือนกันว่าทั้งสองกระซิบอะไรกันอยู่แต่ด้วยมารยาทและอชิก็ไม่ใช่คนที่จะบอกในเรื่องที่เขาไม่รู้จึงปล่อยผ่านไป

“แต่ว่า...”

“หรือนายจะขัด” อชิบุ้ยหน้าไปที่นายน้อยของพวกตนที่หันออกไปมองงานเทศกาลด้านนอกตาปริบๆความน่ารักน่าเอ็นดูปนน่าสงสารนั้นทำเอาหลงคอตก

“ถ้างั้นนายน้อยเดินเที่ยวก็ได้ครับแต่ต้องให้พวกผมต้องตามไปด้วยเท่านั้น”

“อื้อๆ”

ณเวลานี้คงไม่กล้าปฏิเสธอะไรแล้วล่ะเดี๋ยวอดเที่ยว หลงบอกให้คนขับรถจอดรถที่ข้างทางที่ถูกทำไว้เป็นจุดจอดรถสาธารณะใกล้ๆกับร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะถอดสูทออกด้วยเหตุผลว่ามันคงไม่เหมาะกับการสวมสูทดำเดินเที่ยวงานเทศกาล

ทั้งสามเดินเข้าไปในงานเทศกาลกันอย่างสนุกสนานในอนาคตอายาโตะตั้งปนิธานไว้ว่าจะต้องพาดีแลนมางานแบบนี้ให้ได้เลย

เวลาพลบค่ำ ณเพนเฮาส์หรูหราแห่งหนึ่งร่างเล็กของใครบางคนกำลังก้มหน้าคุกเขาอยู่กับพื้นโดยมีร่างทะมึนของใครบางคนยืนหันหลังอยู่เบื้องบนร่างเล็กนั้นรู้ว่าวันนี้ตัวเองทำเรื่องบางอย่างที่ได้รับมอบหมายผิดพลาดและแน่นอนว่าอาจต้องโดนคนตรงหน้าลงโทษแน่นอนก็ได้แต่ไว้อาลัยให้กับตัวเอง

ร่างทะมึนพินหน้ามาใบหน้าไม่มีแม้แต่แววจะโกรธเคืองใดๆที่อีกฝ่ายทำงานพลาดกลับเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างสบายอารมณ์ด้วยว่ารู้อยู่แล้วว่างานในครั้งนี้ไม่มีโอกาสทำสำเร็จแน่นอน

แต่ก็ยังให้ไปทำด้วยความที่อยากจะกวาดล้างสวะให้พ้นทางจึงแกล้งให้ข้อมูลเรื่องเจ้าบ้านตระกูลทากะและข้อมูลของอายาโตะเจ้าบ้านตระกูลฟูวะในอนาคตไปแล้วปลาก็ติดเบ็ดเมื่ออีกฝ่ายเอาข้อมูลนั้นไปบอกฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการเล่นงานทั้งตระกูลทากะและอายาโตะ

“ได้ข่าวว่าวันนี้นายทำงานพลาด”

“ไม่ตอบอย่างนั้นเหรอ”

“ก็ไม่มีอะไรจะตอบ”

“งั้นเหรอๆ ไม่มีอะไรจะตอบสินะ”

“ใช่...”

“เอาเถอะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะที่นายทำงานพลาด”

“...” ร่างบางนั้นไม่ตอบอะไรออกมากับเสหน้าไปทางอื่นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ว่าคงไม่รอดแน่

“รอบนี้ฉันจะลงโทษนายยังไงดีนะ” ร่างนั้นบอกกับอีกฝ่ายเสียงเรียบมือยังคงไล้ไปตามใบหน้าอีกฝ่ายอย่างถือดีพร้อมกับจิกเส้นผมของอีกฝ่ายจนหน้าหงายเริดขึ้น

“อึก!” ร่างตรงหน้ากัดฟันด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่มีหรอกความเวทนาที่จะได้รับมอบจากอีกฝ่ายก่อนที่ร่างของตัวเองจะถูกกระชากเข้าไปในห้องในเวลาต่อมา

เสียงครางต่ำด้วยความสุขสมและเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดปนเสียวซ่านดังขึ้นจากภายในห้องมืดแห่งนั้นและดังต่อไปจนเข้าย่ำรุ่งของอีกวันจนเงียบลงในที่สุด






Create Date : 11 ธันวาคม 2559
Last Update : 11 ธันวาคม 2559 17:28:50 น.
Counter : 197 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ไลแลต..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






- นิยายที่ผ่านการตีพิมพ์ -









ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31