Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 17




รู้สึกว่าคู่นี้บ้ามาก 5555

.......

(17)


“เข้าข่ายโบราณว่า จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน”

ขวัญอรุณหน้าเพลียขณะอ่านจดหมายโต้ตอบจากไทวะ หลังจากเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังจนหมดชายหนุ่มก็ตอบกลับมาด้วยประโยคนี้ แถมคำเทศน์อีกหนึ่งหน้า พวกเขาแลกเปลี่ยนสารกันเป็นประจำเพื่อจะได้ทราบข่าวคราวของอีกฝ่าย อีกทั้งเธอยังต้องการคำแนะนำหลายอย่างจากด็อกเตอร์หนุ่มอีกด้วย 

ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าวังมาบ่อยๆ แต่ก็น้อยครั้งที่จะมีโอกาสพบหน้า อย่างดีก็คุยกันกลางที่โล่งมีผู้คนเดินผ่านไปมา อยู่ในสายตาของเหล่าโขลน เนื่องจากเขาเป็นหมอจึงได้รับอภิสิทธิ์ให้เข้านอกออกในเขตพระราชฐานชั้นในได้ บางครั้งก็เข้ามาถวายพระโอสถพระนางอุรสาเทวี ทว่าตั้งแต่เธอทำหมอนฝันดีถวายไป พระนางก็เสวยได้นอนหลับไม่ค่อยมีอาการอ่อนเพลียจนต้องเรียกหมออีก ทำให้หญิงสาวพลอยอดพบเขาไปด้วย

“ทำน้อยไปก็ไม่ได้ ทำมากไปก็ไม่ดี ชีวิตอยู่ยากจริงๆ ขวัญอรุณเอ๊ย” ร่างบางพับสารซึ่งเขียนบนผืนผ้าหยาบม้วนเก็บลงชายพก ทางเดียวที่จะพ้นจากสายตาสอดรู้สอดเห็นคือต้องออกมาแถวสระโบกขรณี ที่นี่นอกจากนางข้าไทที่มาเก็บบัวในช่วงเช้ามักปลอดคน หญิงสาวจึงถือโอกาสลอบออกมาอยู่ตามลำพังบ่อยๆ ในยามไม่ถูกเรียกใช้ 

คุณท้าวอุ่มเองก็ดูจะยินดีที่ไม่ต้องเห็นหน้าเธออยู่แถวห้องพระสุคนธ์ บางทีอาจลืมไปแล้วละมังว่ามีเธออยู่ทำงานที่นั่นด้วย เรื่องสอนนางพระกำนัลกลั่นน้ำมันหอมระเหย ให้พวกนางจดจำวิธีการทำพอได้ แต่การอธิบายให้เข้าใจเรื่องน้ำมันหอมระเหยที่จะได้จากพืชออกยากเกินความเข้าใจ ไม่ใช่พืชทุกชนิดจะสามารถนำมากลั่นได้ บางชนิดต้องใช้ปริมาณมากกว่าจะได้น้ำมันหอมระเหยสักหยด พวกนางจึงไม่ได้ค้นหาพืชชนิดใหม่เพื่อนำมากลั่น เพียงแต่ทำอย่างที่ขวัญอรุณบอกว่าทำได้เท่านั้น

องค์ความรู้ที่ไม่มีการพัฒนาต่อยอด อีกหน่อยก็จะค่อยๆ สูญสิ้นไปเอง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผู้มาจากอนาคตต้องการ เธอไม่อยากให้วิทยาการอันล้ำหน้าเกินยุคสมัยหลุดรอดออกไปจากอาณาจักรโบราณแห่งนี้ หากไม่เพราะอีกหน่อยสุวรรณโคมคำจะล่มสลายลง เธอคงไม่กล้านำสิ่งที่รู้มาแสดงให้พวกเขาดู ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากชาวสุวรรณโคมคำได้รับการถ่ายทอดศิลปวิทยาการสมัยใหม่จนวิถีชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม   

นิ้วเรียวหยิบก้อนหินเหวี่ยงลงไปในสระ มันสะท้อนบนผิวน้ำกระเด็นกระดอนไปหลายเมตรก่อนจมลง 

“ไม่ได้ทำซะนาน ฝีมือยังใช้ได้อยู่แฮะ” 

ขวัญอรุณหยิบหินขึ้นมาเขวี้ยงใหม่ ทำซ้ำอยู่หลายครั้งจนพอใจ ทว่าครั้งสุดท้ายกลับมีหินกระทบบนผิวน้ำแข่งกับหินของเธอกระเด็นตามไปราวกับเป็นฝาแฝด หญิงสาวก้าวถอยหลังด้วยความตระหนกจึงชนเข้ากับแผงอกแข็งแรง 

ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งไม่เขยื้อนแม้ถูกชน ขวัญอรุณนึกว่าตนปะทะเข้ากับกำแพงหินเสียด้วยซ้ำ นางพระกำนัลสาวสะดุ้งไม่คาดคิดว่าจะมีคนเข้ามายืนประชิดใกล้โดยไม่ทันตั้งตัวจึงรีบผละออกห่าง หากถูกมือหนาคว้าเอวไว้ไม่ให้เดินหน้าหนีจนก้าวลงน้ำ

“ระวัง” สุรเสียงทุ้มกังวานน่าฟังตรัสเตือนเบาๆ 

ขวัญอรุณตัวแข็งปนตื่นตะลึง ไม่นึกว่ามาอยู่ไกลถึงที่นี่ยังจะได้พบเข้ากับคนที่ไม่อยากพบมากที่สุดเข้าจนได้

พระองค์คำ! 

“ข...ข้าขอสูมาอภัยพระบาทเจ้า” ร่างบางผละห่างอีกครั้งหากยังถูกยึดเอาไว้ด้วยมืออุ่นร้อนที่ไม่ยอมคลายไปจากเอว ยิ่งทำให้เธอรู้สึกร้อนวาบจนอยากหัวเราะด้วยความบ้าจี้ แต่ก็จำกลั้นไว้

เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ต้องการอะไรจากเธอกัน หรือว่าหมอนที่ทำให้มันเลวร้ายจนต้องตามมาเหวี่ยงถึงที่นี่ 

“ม...มีอันใดหื้อข้ารับใช้เจ้าคะ โปรดรับสั่งเถิดเจ้าค่ะ” แล้วก็ปล่อยข้าได้แล้ว ฮือ...

“บ่ ข้าเดินเล่นผ่านมาเท่าหั้น” สุวรรณมุขทวารตอบเนิบๆ 

เดินเล่น ท้ายเขตพระราชฐานเนี่ยนะ!

“สูเล่ามาทำอันใด”

“เอ่อ ข...ข้าพระบาท โปรดปล่อยข้าพระบาทก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ขวัญอรุณบิดเอวหนี หากกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่กลับมองด้วยความสนเท่ห์ 

“เปนอันใด”

“หม่อม เอ๊ย ข้าพระบาทเส้นตื้นเจ้าค่ะ โปรดปล่อยเถิด”

“เส้นตื้น?” พระองค์คำทรงทวนพลางใช้ความคิดว่าเส้นตื้นหมายความว่าอย่างไร หรือว่าจะหมายความเช่นนี้ พระองค์บีบหมับเข้าตรงสีข้างร่างบางเบาๆ ขวัญอรุณดีดตัวโหยง หัวเราะคิกคักออกมาอย่างอดไม่อยู่ ใบหน้าแดงก่ำสักพักเจ้าหล่อนก็หน้าถอดสีและเริ่มซีดลงทีละน้อย พอเห็นดังนั้นเขาจึงลองบีบหมับเข้าอีกหน นางก็ดีดตัวแล้วหัวเราะคิกออกมาอีก สลับกับใบหน้าถอดสีลงอีกรอบหลังรวบรวมสติควบคุมตนเองสำเร็จ 

สนุกดี!

ขวัญอรุณหัวเราะจนเหนื่อยหน้าท้องเกร็ง ลอบจ้องกลับด้วยสายตาขุ่นเคือง ผู้ชายคนนี้มันหายนะชัดๆ! 


“ชายหญิงบ่ควรต้องเนื้อตัวกัน บ่งามเจ้าค่ะ” หญิงสาวปัดมือเขาให้ปล่อย แม้ว่าจะสายไปสักหน่อยแต่เธอก็รีบถอยห่างไปยืนสำรวมอย่างรักษากิริยาสาวชาววัง พอยืดอกเชิดหน้าขึ้นจึงได้มองบุรุษร่างสูงใหญ่ชัดเจนเต็มตา ถึงเห็นว่ามีรอยเปียกสีแดงเปรอะติดอยู่บริเวณชายพกพระภูษา ใบหน้าเนียนเผือดสีด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นมองเขา นึกอยู่ว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่เห็นพระเจ้าแผ่นดินมาอยู่ในบริเวณท้ายวังอย่างนี้โดยไม่มีผู้ติดตาม

“แผลบ่ลึกนัก” พระองค์คำสบดวงตาเปี่ยมคำถามของนาง จึงตรัสตอบเสียเองโดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปาก แววตาของนางพระกำนัลสาวอ่อนแสงลงราวกับอาทรในความเจ็บปวดที่พระองค์ได้รับ 


ขวัญอรุณอดเดินเข้าไปสำรวจเพื่อดูให้ชัดๆ ไม่ได้ รอยแผลใหม่อยู่บริเวณสีข้างเยื้องไปด้านหลัง หากไม่นับรอยแผลเป็นทั่วพระวรกาย รอยแผลนี้ก็จัดว่าไม่ลึกอย่างที่ว่าจริงๆ แต่ก็ยังสาหัสพอทำให้เลือดไหลออกมามาก ถ้าไม่รีบเย็บจะเกิดการติดเชื้อเอาได้ 

“ข้าพระบาทเจ้าจักไปตามคนมาช่วย...”

“บ่” 

“กมรเตงอัญแผลประนี้บ่ใส่ยาบ่ได้ดอกเจ้าค่ะ” ขวัญอรุณหน้าเสีย ไม่อยากนึกภาพว่ามันจะเป็นอย่างไร ในโลกอันกันดารนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เธอยังไม่อยากผลัดแผ่นดินทั้งที่เพิ่งเข้ารับราชการหรอกนะ โธ่ถัง ยังไม่ทันก้าวหน้าก็จะได้นายใหม่ แบบนี้ตำแหน่งพระกรรโลงครรภ์ก็ต้องถูกลดความสำคัญไป กลายเป็นคนอื่นขึ้นมาแทน แล้วอนาคตเธอล่ะ 

“แล้วผู้ใดว่าข้าจักบ่ใส่ยา” 

“หั้นก่ต้องตามหมอ ควรหื้อคนไปสู่ความปู่เจ้าแถนหลวงโดยไวเจ้าค่ะ” หญิงสาวกุลีกุจอ

“ข้าบ่ใคร่หื้อเดือดดังบัดแมงจักรู้เถิงหูแม่ข้า สูเจ้าก่บ่ต้องเอ็ดอึง” พระองค์ทราบดีว่าทุกบาดแผลที่เพิ่มขึ้นบนพระวรกาย เท่ากับรอยหยดน้ำตาของผู้เป็นมารดาที่หลั่งตามออกมามากเท่านั้น เพียงแค่นี้พระองค์ก็ทรงรู้สึกถึงบาปอันมหันต์ที่ทำให้ผู้ให้กำเนิดต้องทรงกันแสง   

“หั้นจักทำอย่างใดเล่าเจ้าคะ” คนยกชายผ้านุ่งเตรียมโผนไปตามทางหยุดคว้าง

“เจ้าก่ใส่ยาหื้อข้าอย่างใดเล่า” ทรงสรุปเสร็จสรรพ ขวัญอรุณโบกมือพัลวัน บ่ายเบี่ยงว่าถึงจะเป็นศิษย์ของแถนหลวงแต่เธอไม่เคยรักษาใครจริงจังมาก่อนอย่างดีก็แค่ใส่ยารักษากระต่ายที่เก็บได้เท่านั้น

“ข้าก่เหมือนกระต่ายหั้นแล บ่ยากดอก” 

ไม่ยาก! หากเขาไม่ใช่ผู้เป็นเจ้าชีวิตแห่งอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ แต่นี่ถ้าพลาดทำแผลเน่าอักเสบติดเชื้อตายไป กรรมหนักไม่มาตกแก่ปวงประชาและแผ่นดินหรอกเหรอ ไม่ได้ๆๆ 

เห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ พระองค์คำจึงยิ่งแสร้งว่า “ผิว่ารักษาชั่วสูก่บ่มีวงศ์วานว่านเครือหื้อโดนประหารทังโคตร จักย่านอันใด”

หัวเดียวกระเทียมลีบก็ย่านได้เจ้าค่ะ! 

“หั้นก่ถือว่าข้าพระบาทเจ้ารักษากระต่าย แผลเน่าแผลหนองพายลูนปูนหลังจักเอาเปนโทษกันบ่ได้นะเจ้าคะ” ขวัญอรุณมองค้อนตาคว่ำ เธอยอมรักษาแล้วถ้ายังจะเอาโทษกันอีกก็ถือว่าใจดำเกินไปล่ะ

รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากได้รูป ทรงนึกขำในคำต่อรอง ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าวางเงื่อนไขกับพระองค์มาก่อน

“ใส่ยาหื้อถูกขนานก่บ่เน่าดอก!” 

พญาสุวรรณมุขทวารเสด็จประทับรอยังใต้ต้นไม้ใหญ่ รอให้ขวัญอรุณกลับไปเอาชลอมใส่สมุนไพรและเครื่องมือบดยากลับมา นางพระกำนัลสาวใช้พักใหญ่จึงกลับมาพร้อมกับหม้อดินเผาต้มน้ำเดือดและที่ใส่เครื่องไม้เครื่องมือ หม้อน้ำนั้นร้อนและหนักเสียจนเธอเดินยกแขนเกร็งหลบสายตาคนอื่นมาตลอดทาง พอมาถึงจึงวางลงอย่างอ่อนแรง ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก 

“ลำบากสูเจ้านัก”

รู้เหมือนกันเหรอว่าลำบาก!

“บ่เท่าใดเจ้าค่ะ มาทำหื้อแล้วเถิด” เธอลงมือสำรวจแผลบริเวณสีข้างเยื้องไปทางด้านหลังของกษัตริย์หนุ่ม มันเป็นรอยคล้ายกับการถูกอาวุธมีคมบาด เฉี่ยวไปไม่ลึกมากแต่ยาวเกือบนิ้ว ไม่รู้ว่าเขาไปโดนอะไรมา แม้อยากถามแต่ไม่มีความกล้าเพียงพอ 

ร่างบางเปิดหม้อน้ำร้อนจุ่มผ้าและคีมลงฆ่าเชื้อโรค ก่อนจะยกเช็ดเบาๆ ทำความสะอาดรอบบาดแผล วรกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างนักรบเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผลเก่ามากมาย แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้นำที่ผ่านความยากลำบากมามาก ไม่ได้เสวยสุขอยู่แต่บนบัลลังก์ทอง 

“เจ็บก่เจ้าคะ” น้ำเสียงหญิงสาวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

“บ่...สูเจ้าแม่นอันเตวาสิกแถนหลวงเปนแน่แท้” ก่อนหน้านี้พระองค์ยังคลางแคลงในความสัมพันธ์ของคนทั้งสองอยู่บ้าง แต่บัดนี้ทรงเชื่อแล้วว่าหญิงสาวได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากปู่เจ้าเป็นแน่แท้ หาไม่แล้วมีหรือจะมีวิธีรักษาคนเจ็บเหมือนกันอย่างนี้ได้ 

“ข้าพระบาทเจ้าปาลแผลได้บ่เทียบปู่เจ้าแถนหลวงดอกเจ้าค่ะ หื้อดีก่สั่งความปู่เจ้าช่วยแลอีกสักเทื่อเถิด” ขวัญอรุณล้างแผลจนสะอาดจากนั้นจึงค่อยทายาบนปากแผล จากนั้นจึงใช้ผ้าดิบสีนวลผืนสะอาดโอบพันรอบบาดแผลเพื่อปิดตัวยาเอาไว้และไม่ให้เชื้อโรคเข้า “รั้งปากแผลสมานตัวก่อนจิ่งสรงน้ำได้นะเจ้าคะ”

พญาสุวรรณมุขทวารทอดพระเนตรนางพระกำนัลสาวง่วนอยู่กับงานตรงหน้าอย่างเพลินตา นิ้วเรียวสีกลีบดอกลำดวนเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ยามร่างอรชรโน้มตัวเข้าใกล้เพื่อพันทบผ้าพันองค์ ทรงได้กลิ่นหอมละมุนคุ้นเคยลอยมาชื่นนาสิก อันกลิ่นนี้มิใช่หรือที่พระองค์ทรงสัมผัสคลอเคลียอยู่ทุกชั่วราตรี อบอวลกรุ่นบุหงาไปทั้งแท่นบรรทมมีหรือจะลืมเลือน

ขวัญอรุณชะงักมือ ช้อนตามองร่างสูงสง่าซึ่งกำลังหลุบดวงเนตรมองต่ำลงมา หวั่นว่าตัวจะออกแรงรัดแน่นมากเกินไปจนเขารู้สึกเจ็บ หากสีพระพักตร์กลับเรียบนิ่งไม่แสดงออกถึงอารมณ์ ดวงเนตรดำขลับทอประกายแวววับยากตีความหมาย ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ บอกไม่ถูก 

“ผ...แผลต้องพันหื้ออยู่ ข้าพระบาทเจ้าขอสูมา ว้าย!” 

“ก่ว่าหมอนหอมจักเปนฝีมือสูเจ้า” สุวรรณมุขทวารตรัสสวนก่อนเธอจะพูดจบ พระหัตถ์หนากลับคว้าจับมือบางเอาไว้ไม่ให้หนี มือนั้นอ่อนนิ่มเสียจนพระองค์ไม่กล้าออกแรงบีบด้วยเกรงว่าจะหักคาอุ้งหัตถ์เสียโดยง่าย บอบบางผิดจากมือที่ผ่านการเคี่ยวกรำเชิงศาสตราวุธของพระองค์โดยสิ้นเชิง มือของอิสตรีเป็นเช่นนี้ทุกคนหรือเป็นเพราะมือของนางปราศจากความด้านกระด้างอย่างหญิงใช้แรงงานทั้งหลายกันแน่หนอ

“ทรงรู้ได้อย่างใด” ขวัญอรุณอึกอัก ดวงตาเบิกกว้างตระหนก ไม่นึกว่าจะถูกจู่โจมดึงตัวเข้าไปใกล้จนใบหน้าเกือบจ่ออยู่แทบปลายจมูกโด่ง ตาประสานตา สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนรินรด ร่างบางลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอตะครั่นตะครอหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาครามครัน หัวใจเต้นผิดจังหวะจนสะดุด 


นอกจากเขาจะไม่สนใจเรื่องผิดผีผิดจารีตประเพณีแล้ว ยังถืออำนาจทำอะไรตามอำเภอใจ นึกเสียดายโอกาส เมื่อครู่น่าจะนาบแผลด้วยผ้าชุบน้ำร้อนจัดให้หายซ่าเข้าสักทีสองที!

“สูเจ้ามีกลิ่นสุคนธ์คุ้นเคยนัก” กลิ่นกายนางเป็นกลิ่นที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกสบายใจยามได้อยู่ชิดใกล้ 

กลิ่น? 

คนถูกทักก้มดมตามแขนและมือตนเองข้างที่ยังเป็นอิสระ มั่นใจว่าชำระล้างอย่างสะอาดพิถีพิถันทุกครั้งหลังเสร็จงาน ไม่น่าเชื่อว่าเขายังได้กลิ่นตกค้างหลงเหลือ พญาสุวรรณมุขทวารนอกจากจะจมูกไวแล้ว ยังมีนาสิกประสาทในการแยกแยะดีเสียยิ่งกว่าคนทำเครื่องหอมอย่างเธอเสียอีก หาไม่แล้วคงแยกกลิ่นที่เธอทำกับกลิ่นอบร่ำอื่นที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าไม่ออก

“ข้าพระบาทเจ้าบ่หันได้กลิ่นอันใด แลในห้องพระสุคนธ์คนช่วยทำพระเขนยก่มีวิมลากหลายไม้หลายมืออยู่ บ่แม่นข้าทำคนเดียวดอกเจ้าค่ะ” ขวัญอรุณบิดข้อมือออกจากการจับกุม รีบเก็บข้าวของมือพันกันเป็นพัลวัน

“เถิงอย่างหั้นเจ้าก่ยังมีความชอบอยู่ ทังใส่ยาหื้อวันนี้ ทังทำหมอน ข้าพึงใจใคร่หื้ออันใดตอบแทนสูพ่อง”

แค่ปล่อยหม่อมฉันไปก็เป็นรางวัลแล้ว!

ขวัญอรุณคร่ำครวญในใจ ยิ่งใกล้เขาเธอก็ยิ่งรู้สึกปั่นป่วนมือไม้เริ่มติดขัดเงอะงะ อยากรีบกลับตำหนักเสียเดี๋ยวนี้ “ข้าพระบาทถวายงานตวยประสงค์พระกรรโลงครรภ์ ทำการบ่ได้หวังอันใดหันเปนหน้าที่ เพียงกมรเตงอัญทรงสำราญพระหทัยก่พึงใจแล้วเจ้าค่ะ” 

“สมบัติแก้วแหวนเงือนทองลูกปัดแก้วสี บ่ใคร่ได้รึ”

“เจ้าค่ะ” 

ยุคนี้เครื่องประดับจากแก้วถือเป็นของมีค่าหรูหรา เพราะต้องนำเข้าจากชมพูทวีปจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ แถบสุวรรณภูมิจึงสามารถหลอมได้เอง พญาสุวรรณมุขทวารสามารถมีแก้วสีไว้ในครอบครองทั้งยังเผื่อแจกจ่ายข้าราชบริพารโดยไม่คิดอะไร นับว่าร่ำรวยมั่งคั่งน่าดู ถ้ารู้ว่าคนในสมัยเธอเอาของล้ำค่าขนาดนี้มาใส่ตู้ปลา พวกเขาก็คงไม่อยากเชื่อเหมือนกัน

“สมถะผิดผู้ผิดเมืองทังอาจริยแลอันเตวาสิก” ท่าทางศิษย์รักของปู่เจ้าคนนี้ถอดแบบอย่างความหัวดื้อมาไม่น้อยหน้า หากเป็นนางข้าหลวงคนอื่นป่านนี้คงรีบคุกเข่าหมอบกรานรับพระมหากรุณาไม่อิดเอือน 

“ข้าพระบาทเจ้ากินอยู่ตวยหลวงบ่ขาดเหลืออันใดเจ้าค่ะ อีกประการ...” ขวัญอรุณยังคงยืนยัน หยุดไปเล็กน้อยคล้ายชั่งใจว่าจะพูดต่อดีหรือเปล่า ครั้นสบดวงเนตรดำเข้มที่ยังจ้องมานิ่งจึงได้แต่กลั้นใจกล่าวให้จบ “คนทำการหนักสาหัสมีวิมลากกว่าข้าพระบาทเจ้านัก ครั้นข้าผู้เดียวที่ได้อวยพระเมตตาก่จักแลเกินหน้าบ่งามเท่าใด กมรเตงอัญบ่มีความอันใดใช้สอยข้าพระบาทเจ้าแล้ว ข้าก่ขอตัวไปช่วยการก่อน หายมาเมินจักมีผู้อื่นแคลงใจเจ้าค่ะ” 

“บัดเดี๋ยว” 

ร่างบางเหลียวกลับมามองตามเสียงรั้ง ผู้ประทับนั่งหยิบตลับสีเงินอันเล็กออกมายื่นส่งให้ 

“สีผึ้งทามือ โดนน้ำร้อนลวกบ่แม่นรึ”

ไม่นึกว่าเขาจะสังเกตเห็น ตอนถือหม้อแม้ว่าจะใช้เศษผ้าช่วยจับแต่ก็ยังพอทำให้ปลายนิ้วมือแดงเพราะถูกความร้อนนาบอยู่บ้าง ตั้งใจปฏิเสธว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ทว่าพระหัตถ์หนายื่นออกมารอเบื้องหน้าแลค้างอยู่อย่างนั้นเพื่อให้เธอมารับไป ขวัญอรุณหมอบกราบลงกับพื้นขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณ 

ดูไปตลับเงินดุนลายก็สวยดี...ในเมื่อเขามีน้ำใจอยากให้เธอจะเก็บมันไว้ใช้แล้วกัน

รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสร้างความสนเท่ห์ให้แก่กษัตริย์หนุ่ม เหตุใดนางจึงพอใจกับผอบยาหนึ่งอันมากกว่าเครื่องประดับสวยงามอย่างที่อิสตรีทั่วไปนิยมชมชื่น อย่ากระนั้นแม้กระทั่งการอยู่ใกล้พระองค์นางยังทำราวกับเข้าใกล้กองไฟ บัดเดี๋ยวสะดุ้ง บัดเดี๋ยวถอยหนี พอทำหน้าที่ของตนตามคำสั่งเสร็จก็รีบทูลลากลับตำหนัก ไม่รั้งรอแม้สักนิดเดียว มิใช่เห็นพระองค์เป็นเสือเป็นสางไปแล้วหรือไร

กลับมาถึงห้องพระสุคนธ์ท้าวอุ่มโกรธขึงที่ขวัญอรุณหายตัวไปตลอดช่วงบ่าย แม้คาดคั้นว่าทิ้งงานไปอยู่ที่ใดเธอก็ไม่ยอมปริปาก สร้างความเดือดดาลให้แก่ผู้มีหน้าที่ควบคุมนางข้าหลวงในอาณัติทบทวี จึงสั่งกักขังบริเวณและให้อาหารเพียงวันละมื้อเป็นการลงโทษสามวัน หญิงสาวยอมรับผิดยินยอมให้ลงทัณฑ์แต่โดยดี ท่ามกลางสายตานางพระกำนัลในห้องพระสุคนธ์ หลายคนมองเหยียดหันไปซุบซิบคุยกันเป็นนัยสาสมใจที่เห็นเธอทำเรื่องผิดพลาดหักล้างความดีความชอบออกบ้าง

“อยู่หั้นไปก่แล้วกัน” นางพระกำนัลสองคนดันร่างเธอให้ผ่านประตูเข้าไป ขวัญอรุณเป็นห่วงกระต่ายบาดเจ็บที่เก็บมารักษาและยังไม่แข็งแรงพอปล่อยคืน จึงได้แต่ร้องขอให้ใครก็ได้ช่วยให้อาหารมันในระหว่างที่เธอไม่อยู่ มีคนหนึ่งรับปากจะดูแลให้หญิงสาวจึงค่อยเบาใจ

หันหลังมามองห้องร้างอันเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ นอกจากหน้าต่างบานเล็กที่มีซี่ลูกกรงไม้แล้วก็ไม่มีอย่างอื่น ไร้กระทั่งแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากภายนอกพอให้เธอคลำหาที่นั่งได้ พื้นกระดานหนาวเย็นปราศจากผ้าห่ม ร่างบางนั่งขดตัวรอคอยเวลาให้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ช่วงไม่มีอะไรทำนึกถึงผอบยาจึงหยิบออกมาดู เพราะเจ้าของมันแท้ๆ นำพาความเดือดร้อนมาให้ แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงโกรธเขาไม่ลง



จบตอน




Create Date : 12 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 เมษายน 2560 9:00:29 น. 18 comments
Counter : 4679 Pageviews.

 
เล่นอะไรกัน สองคนนี้ เพิ่งเคยเจอบทเข้าพระเข้านางแบบนี้


โดย: mink IP: 1.47.5.73 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:13:35:37 น.  

 
ใช่ค่ะคู่นี้ บ้ามาก


โดย: First IP: 188.165.240.145 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:14:28:10 น.  

 
น่ารักจัง พระองค์คำนี่ผู้ชายร้ายกาจ


โดย: Kawee IP: 182.232.233.124 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:17:06:07 น.  

 
อิอิ


โดย: KUNGTEN IP: 110.169.42.20 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:17:31:51 น.  

 
โอ๊ยขำ 555555555555


โดย: นิว IP: 180.183.117.203 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:19:47:44 น.  

 
เล่นเป็นเด็กเชียวองค์คำ มาแอบจีบสาวแถวนี้เดี๋ยวสาวก็โดนเขม่นอีก ยิ่งถูกเพ่งเล็งอยู่


โดย: nasa IP: 110.77.169.48 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:22:03:09 น.  

 
น่ารักจังคะ


โดย: นงนง IP: 182.232.145.124 วันที่: 13 ธันวาคม 2559 เวลา:7:11:43 น.  

 
ฟินค่ะ สั้นๆแต่หลงรักเลย


โดย: Ag IP: 1.47.11.136 วันที่: 14 ธันวาคม 2559 เวลา:0:30:40 น.  

 
โอ๊ยยยยยยยย น่ารักมากค่ะ
อยากโดนแบบนี้ในชีวิตจริง 5555555555555555555555


โดย: หนูแรคคูน IP: 49.228.98.67 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:11:40 น.  

 
ฟินจังเลยค่ะ


โดย: noon IP: 125.24.236.151 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:0:49:49 น.  

 
สวัสดีคร้าคุณเกตุ สนุกอีกแว้ววววว
ใจจะขาด ยิงยาวจบเล่มเลยคร้าคุณเกตุ รอซื้อๆๆๆๆๆๆๆ 😁


โดย: เจ้าแต้ม IP: 27.55.93.165 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:8:51:10 น.  

 
ชอบมากกกกกกค่ะ สนุกมากกก ลงให้อ่านบ่อยๆไม่ได้เหรอคะ


โดย: นวล IP: 119.76.99.171 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:9:16:18 น.  

 
น่ารักอ่ะ


โดย: First IP: 188.165.240.145 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:44:45 น.  

 
พระองค์คำกับหนูขวัญมีช่วงเวลาด้วยกันเยอะขึ้น ชื่นใจจัง แต่จบบทเท่านั้นล่ะ อารมณ์ค้างทันที พี่เกตต์ขา บทต่อไปจะมาเมื่อไหร่คะ


โดย: Kawee IP: 182.232.84.191 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:19:36:40 น.  

 
ซวยแท้ เจอพระเอดทีไร ซวยทุกที


โดย: กรรดึก IP: 58.9.70.169 วันที่: 3 มีนาคม 2560 เวลา:20:43:43 น.  

 
เข้ามานั่งรอค่ะ


โดย: mooda IP: 171.5.245.125 วันที่: 25 มีนาคม 2560 เวลา:12:05:50 น.  

 
จะมีรูปเล่มเมื่อไหร่คะ รอนานมากแล้วค่ะ


โดย: pin_nada IP: 192.95.30.51 วันที่: 26 มีนาคม 2560 เวลา:8:11:30 น.  

 
สนุกมากค่ะอ่านแล้วหยุดไม่ได้เลย รอตอนต่อไปอยู่นะคะอารมณ์ค้างมากค่ะ เมื่อไรจะมาฮรืออออY_Y


โดย: ืfelin_wanebli IP: 119.42.73.177 วันที่: 8 เมษายน 2560 เวลา:14:27:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.