Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 9





มาลุ้นกันต่อ

...............

(9)

เป็นอีกคราที่ปู่เจ้าแถนหลวงทำให้สุวรรณมุขทวารหลากพระหทัย ปราชญ์ผู้มากวัยกว่าสิบปีของพระองค์ผู้นี้มีประวัติความเป็นมาดั้งเดิมไม่ปรากฏเด่นชัด จากคำบอกเล่าว่าเขาอพยพถิ่นฐานมาหลายบ้านหลายเมืองกระทั่งมาลงหลักปักฐานอยู่ในสุวรรณโคมคำและเริ่มใช้วิชาแพทย์รักษาชาวบ้านจนได้รับการนับถือเป็นพ่อหมอครูและผู้นำชุมชน 

เสียงเลื่องลือหนาหูเข้าไปถึงในตำหนักทำให้พระองค์มิอาจนิ่งเฉย ต้องเสด็จออกมาทอดพระเนตรผู้ทรงภูมิให้ประจักษ์ด้วยตาพระองค์เอง ครั้นพบว่าเขามีความสามารถมากเกินกว่าสามัญชนทั่วไปเทียบได้ สุวรรณมุขทวารจึงไม่รั้งรอที่จะเชิญตัวให้เข้ามารับราชการยังพระราชสำนัก

ถ้าไม่เพราะพระองค์ลงไปเจรจาด้วยตนเอง แถนหลวงก็คงไม่ยินยอมเข้ามาอยู่ในวัง ความสมถะและสันโดษของชายหนุ่มยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ทว่าตลอดสองปีที่ผ่านมาชายผู้ถือเพศพรหมจรรย์เกือบเป็นสมณะกลับไม่เคยเรียกร้องหรือแสดงออกถึงความละโมบ ทั้งทรัพย์สมบัติข้าทาสบริวารหรือแม้แต่อิสตรีดูราวกับไม่อยู่ในความสนใจของเขา

แถนหลวงเคยกล่าวว่าไม่ต้องการออกเรือนเนื่องจากเชื่อว่าเพศหญิงจะนำความยุ่งยากมาสู่ ดังนั้นจึงถือเพศพรหมจรรย์เสียเพื่อให้สิ้นปัญหา ในเมื่อไม่ไยดีต่อทรัพย์ตำแหน่งจึงไม่มีความจำเป็นต้องมีเชื้อสายเพื่อหาผู้สืบทอดมรดก แล้วเหตุใดวันนี้เขาถึงร้อนรนเพื่อผู้หญิงถึงขนาดออกมาตามทั้งที่ยังบาดเจ็บ หรือนางจะมีความสำคัญอย่างไร

สุวรรณมุขทวารทอดพระเนตรมองหญิงสาวในอ้อมแขนก่อนจะเงยพระพักตร์มองผู้อยู่ริมฝั่ง 

“หมายเถิงนางผู้นี้ฤา นางเปนข้าไทเรือนท่านรึอย่างใด” 

“มิได้ พระบาทเจ้า นางผู้หั้นบ่แม่นทังข้าไทแลคนบนเรือนข้า” 

“หั้นจักกล่าวว่าเปนคนของท่านได้อย่างใด” กษัตริย์หนุ่มโอบพระพาหาไว้รอบไหล่บาง พระหัตถ์จับข้อมือนางเอาไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหนี ขวัญอรุณพยายามถีบหน้าแข้งเขาใต้น้ำพัลวัน หากคนตัวใหญ่ไม่สะดุ้งสะเทือนยังคงเจรจาต่อไปโดยไม่ใส่ใจ

“นางบ่แม่นข้าไท บ่แม่นคนในครัวเรือน บ่ได้ข้องเกี่ยวอันใดกับข้ามาในกาลก่อน หากข้าก่ตั้งจิตมั่นจักเปนผู้ถ่ายทอดสรรพวิชาหื้อนางนับแต่บัดนี้” 

“หมายเถิงท่านจักรับนางเปนศิษย์”

“พระบาทเจ้า” แถนหลวงรับคำ 

“ท่านเคยเจรจาว่าจักบ่รับศิษย์ แม้ข้าก่ต้องวอนอยู่เถิงสองวรรษา จิ่งใจอ่อน บัดแมงกลับคำ ฤาสัจจะวาจาจักบ่มีความหมายต่อปู่เจ้าเสียแล้ว”

“บ่ได้ นางอยู่ใต้ปกครองข้าพระบาท ก่ต้องรับผิดชอบหื้อเถิงฝั่ง” 

“รับมาแต่เมื่อใด” ร่างสูงดันวรกายขึ้นประทับยืนบนก้อนหิน พลางดึงหญิงสาวให้ขึ้นจากน้ำมาด้วยกัน ขวัญอรุณถูกมือหนายึดแขนเอาไว้แน่นจนไม่สามารถสลัดหลุด 

“ปล่อยนะ!” 

สุวรรณมุขทวารไม่ได้สนพระทัยเสียงคนดิ้นรนขัดขืน พระองค์ยังคงจดจ่อหาคำตอบจากผู้ที่ยืนอยู่ริมฝั่งน้ำ “จักเปนครูกับศิษย์ได้ก่ต้องเจรจากันรู้ความ เช่นนั้นท่านจงแถลงไขแก่ข้าเถิดว่านางมาจากเมืองใด” 

ปู่เจ้าแถนหลวงกระชับผ้าขาวผืนยาวที่ใช้คลุมไหล่ แผ่นหลังเต็มไปด้วยแผลแตกระบมทว่ายังทรงกายหยัดอยู่ได้ด้วยไม้เท้าค้ำยัน เขาหลุบเปลือกตาลงมองธรณีเบื้องหน้า โน้มศีรษะเคารพผู้เป็นเจ้าแห่งชีวิต 

“ขอสูมา ข้าพระบาทเจ้าก่อับจนด้วยปัญญาว่านางมาแต่หนใด อันหญิงผู้นี้ถูกพัดพามาแต่ขรนที สิ้นสมฤดีจิ่งช่วยชีวิตไว้”

“ช่วยไว้ก่จักถือเอาว่านางเปนคนของท่านอย่างหั้นฤาแถนหลวง” กษัตริย์หนุ่มคลี่พระโอษฐ์ 

“ก่ควรถือได้ดังหั้นบ่แม่นฤา พระบาทเจ้า” 

“เกลือกเปนดังคำท่านเจรจา อันนางนี้ข้าก่ไปงมขึ้นมาแต่ก้นธาราบัดนี้ โดยชอบแล้วจักเปนของข้าใช่ ฤา ไม่” สุวรรณมุขทวารดึงร่างบางให้เข้ามาชิดอุระ เชยปลายคางเล็กให้เงยหน้าขึ้น ขวัญอรุณปัดมือเขาออกทันใด  

“พระองค์คำ!” แถนหลวงหลุดเรียกพระนามย่อของบุรุษเบื้องหน้าด้วยเสียงอันดัง ใบหน้าเผือดสีลงไม่แน่ว่าอาการบาดเจ็บหรือกำลังหวาดกลัวหทัยผู้เป็นใหญ่  

“นางพลัดมาเถิงสุวรรณโคมคำหนนี้ก่ถือลอยมาสู่ศฤงคารแห่งข้า ท่านเปนข้าไทของข้ารักษานางก่ถือว่าชอบ แล้วอย่างใดจิ่งมาเรียกร้องเอาสิ่งที่เปนของข้าคืนเสียเล่า” ดวงเนตรดำพราวระยับเจือรอยสรวล 

“โปรดปล่อยตัวนางเถิด อย่าได้หลอกเย้า”

“หลอกเย้าอันใด ข้าฤาถือวาจาสัตย์แท้” ร่างสูงโอบแขนรอบเอวบาง สีหน้าเครียดขึงของอีกฝ่ายทำให้พระองค์สงสัย “ข้าบ่เคยหันท่านร้อนรนประนี้มาก่อน แม้คราข้าต้องกำพตก่ยังบ่หันท่านจักร้อนอกเท่ากับคราหญิงไร้นามนี้” 

“ก่เพลาหั้นข้าหันพระองค์ยังเกษมสำราญ จิ่งคิดว่าบ่เปนอันใด” หมอประจำราชสำนักกล่าวหน้าตาเฉย “นางที่บัดนี้อยู่ในอุ้งหัตถ์ของพระองค์เปรียบไปก่คล้ายอยู่ใต้คมเล็บราชสีห์ข้าพระบาทควรพะวงใจวิมลากกว่านัก” 

ปู่เจ้าแถนหลวงมีปากเยี่ยงศาสตราวุธอย่างมิต้องสงสัย ยามปกติชายหนุ่มมีคารมชวนให้ผู้ฟังเห็นคล้อยได้ดั่งร่ายมนต์สะกด ทว่ายามไม่สบอารมณ์ก็สามารถเปล่งคำเหน็บทั้งที่สีหน้ายังเกลื่อนรอยยิ้ม

“แลท่านจักบ่กลัวอาญาสักเท่าใด” พระองค์คำแย้มสรวลตอบ “หญิงผู้นี้มีอันใดยวนใจท่านหื้อต้องเอากลับไปนักหนา”

“ก่คงมีบ่น้อย บ่หั้นพระองค์ก่คงคืนนางแก่ข้าแล้ว พระบาทเจ้า” 

เดิมทีกษัตริย์หนุ่มไม่ได้ต้องการหญิงสาวมาจริงๆ ทว่าต้องการแกล้งคนมาทวงคืนให้ร้อนใจ ด้วยอยากรู้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับแถนหลวง ครั้นถูกยอกย้อนเป็นนัยเพื่อให้พระองค์ปล่อยตัวนางไปจึงยืนยันได้ว่าภายใต้ใบหน้าสงบนิ่งเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจมากกว่าที่แสดงออก

น่าสนุกดีแท้!

“ท่านช่วยนาง ข้าช่วยนาง นางจักเปนของผู้ใดก่หื้อนางเปนผู้เลือกวิถีของตนเถิด” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากดุจกลีบโกมุทอีกครา

“หื้อนางเลือก” แถนหลวงขมวดคิ้วอย่างไม่ไว้วางใจ 

ขึ้นชื่อว่ากษัตริย์ย่อมเป็นนักวางแผน เล่ห์เหลี่ยมลูกไม้ของพระองค์คำนั้นไม่เป็นสองรองใคร ให้มาพนันขันต่อด้วย มีบ้านเสียบ้าน มีเมืองเสียเมือง สิ้นเนื้อประดาตัวเอาได้ง่ายๆ ขนาดเขาที่ไม่มีอะไรให้เสียยังต้องคิดหนัก เกิดพลาดไปแม่สาวน้อยได้ตกเป็นนางบาทบริจาริกาของพระองค์เป็นแน่

ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะขมับปวดเศียรเวียนเกล้า ถึงอย่างไรก็เป็นความรับผิดชอบของเขาที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ที่นี่ 

“แม่น แลท่านางจักใคร่ไปเต็มกำลัง หั้นข้าจักหื้อนางเปนผู้เลือกแล้วกันว่าจักอยู่กับท่าน ฤาข้า...” ตรัสยังไม่ทันขาดคำคนตัวเล็กที่รอจังหวะอยู่ก็ได้โอกาสหันมากัดพระอังสา จนฝังเขี้ยว สุวรรณมุขทวารมิได้สะดุ้งสะเทือนกับความเจ็บปวดเหมือนอย่างที่เจ้าของฟันคิด ทรงทอดพระเนตรด้วยสายตาเฉยเมยใช้พระหัตถ์ข้างที่ว่างบีบจมูกนางให้ปล่อยอย่างง่ายดาย

ขวัญอรุณร้องเสียงหลง น้ำตาเล็ด คิดว่าจมูกถูกบีบหลุดติดมือใหญ่ไปเสียแล้ว เธอลืมตาขึ้นเตรียมเอาเรื่องทว่ากลับปะทะเข้ากับดวงตาสีนิลยะเยียบ เลือดในกายหญิงสาวเย็นวาบทั่วสรรพางค์เพราะความพรั่นพรึง ไม่ต้องพูดกันรู้เรื่องเธอก็บอกได้ว่าเขาไม่ใช่คนซึ่งควรทำให้โมโห 

“...นางประพฤติตนเฉกศวา ” พระองค์คำตรัสเนิบๆ เว้นจังหวะให้แถนหลวงใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ 

การทำร้ายพระเจ้าแผ่นดินมีโทษถึงประหารชีวิต หญิงสาวไม่ควรรนหาเรื่องด้วยการกระทำโง่เขลา แต่จะกล่าวโทษอย่างไรได้ในเมื่อนางไม่ใช่คนของอาณาจักรโบราณนี้จึงไม่รู้ว่าคนที่กำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นใคร

ถ้าปล่อยไปคงได้นอนตายอยู่ในป่าเป็นอาหารเสือสาง หรือไม่ก็คงทำเรื่องให้หัวตัวเองหลุดจากบ่าในสักวัน เขาควรรีบนำนางออกห่างจาก ‘อันตราย’ ให้มากที่สุด  

“ข้าก่ควรปฏิบัติต่อนางอย่างศวา...แม่นก่แถนหลวง” กษัตริย์หนุ่มพึมพำ ผลักคนทำผิดล้มลงนั่งบนโขดหิน จากนั้นจึงใช้พระแสงดาบที่รับมาจากทหารตวัดปลายคมกริบจ่อไปตรงหน้าเธอ 

ขวัญอรุณหน้าซีดเผือดกลั้นใจมอง เขาลากปลายดาบเฉียดเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณลำคอไปแผ่วผิว หากพอสะกิดเข้ากับปอยผมเงางามมันก็ขาดร่วงลงไปอย่างง่ายดาย หญิงสาวตระหนักว่าตนเองกำลังเผชิญกับอาวุธจริงๆ ไม่ใช่อุปกรณ์เทียมในการแสดง 

ขวัญอรุณแหงนมองร่างสูงตระหง่านคอตั้งบ่า เรือนกายในอาภรณ์เปียกลู่น้ำแนบลำตัวยิ่งขับเน้นให้เห็นสัดส่วนแบบบุรุษอันสมบูรณ์แบบชัดเจน ถ้าเป็นเวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อนสาวๆ ป่านนี้พวกนั้นคงพากันกรี๊ดวี้ดว้ายชายหนุ่มไม่ต่างจากกรี๊ดนายแบบในนิตยสารสินค้าแบรนด์ดัง หากยามนี้เธอไม่มีแก่ใจสนใจสิ่งใดเนื่องจากทุกอณูเลือดเนื้อกำลังจดจ่ออยู่กับคมดาบที่พาดคออย่างหวาดระทึก 

“จักปาดลำคอเสียดีก่” ดวงเนตรภายใต้ขนตายาวปรากฏรอยขบขันขึ้นแวบหนึ่งก่อนจางหายไป “ฤาจักกรีดปากนางหื้อกว้าง สนองคืนเปนทัณฑ์สถานเบาทดแทน” พระองค์เปลี่ยนมาเล็งนวลแก้มซึ่งบัดนี้ซีดจางสีโลหิต

“กัมรเตง อัญ! หญิงหั้นโง่เขลามาแต่เมืองอื่นบ่รู้เบื้องต่ำเบื้องสูง ทรงพระกรรุณาละเว้นสักคราเถิด!” 

“แก้ต่างมีเหตุผล ข้าหันพ้อง หั้น...” พญาแห่งสุวรรณโคมคำลดพระแสงดาบลง “ก่เปลี่ยนเปนกะลาตบปากแทนก่แล้วกัน” 

สิ้นคำหญิงสาวจึงถูกนำตัวกลับไปยังหน้าพลับพลา นางกำนัลสองคนช่วยกันจับแขนขวัญอรุณหิ้วปีกตรึง ส่วนอีกคนเตรียมกะลาตักน้ำไว้เตรียมพร้อมสำหรับการลงโทษ ขวัญอรุณเพิ่งรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป หญิงทั้งสามหลุบสายตาลงต่ำมองพื้นอย่างสำรวมตนเพื่อรอคอยคำสั่ง คนถูกพันธนาการรู้ได้ในทันทีว่าบุรุษผู้นั่งอยู่บนตั่งไม้เป็นผู้สั่งการทั้งหมด คงเพราะไม่พอใจที่โดนเธอทำร้ายเมื่อครู่ 

ถือว่าพวกมากกว่า รังแกคนไม่มีทางสู้ชัดๆ!

“ตบสามหน ตามแรงหนัก” ผู้เป็นใหญ่รับสั่งปราศจากพิธีรีตอง 

ขวัญอรุณตัวสั่น ปิดเปลือกตาแน่นหลังเห็นผู้ทำหน้าที่มือตบเงื้อกะลาขึ้นสุดปลายแขนก่อนจะฟาดลงมาด้วยความเร็วเต็มกำลัง แต่แล้วทุกอย่างพลันเงียบสนิทเธอได้ยินเพียงเสียงหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกทรวงอก แพขนตายาวกะพริบเปิดขึ้นมองเห็นชายชุดขาวฉวยคบไต้ที่ปักอยู่บริเวณนั้นมาสกัดขวางเอาไว้

“เราทังสองต่างก่เจ็บกันทังคู่ ข้าบ่ใคร่หันผู้ใดต้องประสบเคราะห์ในยามนี้อีก” 

“จักล่วงล้ำก้ำเกินไปแล้วแถนหลวง สำคัญตนว่าเปนปู่เจ้าฤาอย่างใดเถิงกล้ามาขวางการลงอาญาต่อหน้าข้าประนี้”

“โปรดลงอาญาข้าพระบาทด้วยเถิด อย่างใดคนผิดก่ควรเปนข้าผู้ก่อเชื้อคดี” 

“ลงโทษท่านแลเราจักได้อันใด คิดไถ่ตัวนักโทษก่ต้องมีเบี้ยสม ท่านจักนำสิ่งใดแลกเปลี่ยนแทนเบี้ยไถ่นาง” 

“หั้นก่หื้อข้าพระบาทได้ทำคุณไถ่โทษ แล้วแต่พระประสงค์จักทรงใช้” แถนหลวงกัดฟันตอบ ในที่สุดเขาก็ต้องเอ่ยประโยคนี้ออกจากปาก รู้ทั้งรู้ว่าเดินเข้าไปติดกับของจอมวางแผนแต่ก็สายเกินกว่าแก้ไข

“ปู่เจ้าแถนหลวงเสียทีเพราะอิสตรี ชาตินี้ก่คงบ่ได้หันอีกซ้ำ” กษัตริย์หนุ่มคลี่พระโอษฐ์ช้าๆ ตรัสอย่างลุหลักชัย สั่งคนปล่อยตัวขวัญอรุณ ผู้มากวัยกว่าบ่นเสียงพึมพำถึงความมากเล่ห์ที่ใช้ชีวิตผู้หญิงไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาเป็นเครื่องต่อรอง

“จักบ่นอันใดก่บ่นไปเถิด เถิงอย่างใดท่านก่ติดค้างข้าหนหนึ่ง แลจักหื้อทำอันใดดีหนอ” พระองค์คำพระสรวลในลำคอ “ไว้ว่ากันเทื่อหน้า แต่ข้าว่าท่านคงบ่ชอบใจนักดอก...อาจริยแถนหลวง” 

ผู้พ่ายแพ้ก้มศีรษะลงรับคำ มีบ้านเสียบ้าน มีเมืองเสียเมืองยังน้อย ต้องเรียกว่ามีกระท่อมเสียทั้งพระนครเลยมากกว่า สุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำมิได้เป็นเพียงพระนามเรียกขาน หากชายหนุ่มเป็น ‘บดี’ และ ‘ศรี’ แห่งเมืองโคมคำโดยแท้!



ขวัญอรุณหมดแรงทันทีที่กลับมาถึง ไม่ใช่เพราะความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเดินตามชายหนุ่มต่างวัยทั้งสองกลับมา หากแต่เป็นเพราะอาการช็อกที่ทำให้เธอคิดอะไรไม่ออกตลอดทาง ครั้นพอเดินขึ้นเรือนแข้งขาซึ่งเคยก้าวได้อย่างแข็งแรงกลับอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ 

หลังเผชิญกับเหตุการณ์น่าหวาดเสียวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เธอก็ยิ่งประจักษ์แก่ใจว่านี่ไม่ใช่โลกที่ตนเองรู้จักและเคยอยู่ ความล้าหลังโบราณยังพอทำเนาหากความป่าเถื่อนไร้อารยธรรม ฆ่าฟันกันตามอำเภอใจทำให้หญิงสาวหวาดกลัวขึ้นมาตัวสั่น ถ้าไม่ได้เด็กหนุ่มไปตามคนมาช่วยป่านนี้เธอคงถูกฆ่าหรือไม่ก็ถูกทำทารุณตายอยู่ในป่าโดยไม่มีใครรู้ ไม่มีโอกาสกลับไปหายายที่รออยู่ด้วยความเป็นห่วง

ขวัญอรุณกำลังสูญเสียการควบคุม แสงแห่งความหวังที่พยายามประคับประคองมาตลอดทั้งวันอับแสงริบหรี่ลงจนมืดสนิท ไม่รู้ว่าตนเองควรทำอย่างไร ความกดดันที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางคนแปลกหน้าทำให้น้ำตาเอ่อไหลออกมาเหมือนทำนบพังครืน

 กทลีทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงสาวปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เขาเดินเข้าไปหาร่างบางที่นั่งกอดเข่าห่อตัวราวกับแสวงหาความอบอุ่นปลอดภัย เธอผู้น่าสงสารคงหวาดกลัวเสียขวัญ ตัวเขาเองแค่ได้เห็นพระองค์ก็แทบกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ยังดีวิ่งย้อนกลับไปตามปู่เจ้ามาช่วยทันก่อนจะสายเกินไป

“ไปหาเสื่อหื้อนาง ปูนอนห้องเก็บของแห้งข้างห้องข้าก่ได้” ตะคันไฟในมือหนาส่องสว่างวาบอยู่ในความสลัว บรรยากาศช่วงพลบค่ำระงมด้วยเสียงสัตว์แมลง ไพเราะดังเสียงประโคมดนตรีแห่งป่า คนไม่คุ้นก็คงฟังวังเวงวิเวกหนัก  

“แต่ป้าเสื่องหื้อนางไปนอนเรือนพี่ทุมมา ข้าวของนางก่อยู่หั้นขอรับ” 

“ก่ลงไปเอาคืนมา ข้าคร้านเจรจาหนสอง ไปหื้อไวแลบ่ต้องหื้อผู้ใดขึ้นมาถ้าบ่มีคำร้องหา ข้าเพลียนักจักนอนแต่วัน” กทลีรับคำกุลีกุจอฉวยไต้วิ่งหายลงเรือนไป พอปลอดจากบุคคลที่สามแถนหลวงจึงหันกลับมาหาร่างที่นั่งคู้อยู่ข้างฝาห้อง 

ขวัญอรุณสะดุ้งเมื่อร่างสูงของผู้มากวัยกว่ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เธอหวาดกลัวแม้กระทั่งมือของเขาที่แตะลงมาบนศีรษะด้วยความปรานี 

“การร้องไห้เป็นกลไกการปรับตัวของร่างกายเมื่อเผชิญกับความเครียด หลังจากผ่านช่วงนี้ไปแล้วจะรู้สึกดีขึ้น” แถนหลวงดึงมือกลับ หยัดกายขึ้น กวาดตะคันชี้ไปยังทางประตูห้องของตนเอง “คุณคงต้องการเวลา แต่ถ้าพร้อมเมื่อไรเชิญ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”  

“ภ...ภาษาไทย เมื่อกี้คุณพูดภาษาเดียวกับฉันนี่ ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม!” หญิงสาวโผผวาเข้าไปหาเขา

“ถึงสำเนียงของผมจะแปร่งไปสักหน่อยเพราะไม่ได้ใช้มานาน แต่เราก็กำลังคุยกันอยู่จริงๆ” ผู้เป็นเจ้าของเรือนเอ่ยเพื่อให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าที่ได้ยินนั้นไม่ใช่หูฝาดหรือประสาทหลอนจากความวิตกจริต

“ฉ...ฉันไม่เข้าใจ ที่นี่มันที่ไหน คนพวกนั้นทำไมถึงทำอะไรน่ากลัว” ขวัญอรุณสะอื้นเสียงสั่นเหมือนคนฝันร้ายทั้งที่ตื่นเต็มตา “ฉันอยากกลับบ้าน คุณพาฉันกลับบ้านได้ไหมคะ” 

“ผมเสียใจ” บุรุษในชุดขาวครางในลำคอคล้ายเสียใจที่ทำให้เธอต้องผิดหวัง 

ดวงตาชายหนุ่มหรี่ลงอ่อนโยน อายุของเธอนับว่ายังน้อย ไม่ควรต้องมาเจอชะตาเล่นตลกถึงขนาดนี้ ไม่มีทั้งบ้านที่พึ่งพิง โดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตร ต้องทิ้งอดีตและชีวิตที่เคยเป็นไว้เบื้องหลัง ราวกับการเดินอยู่ดีๆ แล้วทุกสิ่งรอบกายหายวับไปต่อหน้าต่อตา

...เหลือแค่เพียงความว่างเปล่ามืดสนิทต้องก้าวคลำไปแบบไม่รู้ทิศทาง

“ที่นี่อยู่ไกลจากสถานที่ๆ คุณเคยอยู่มาก” 

“ไกลแค่ไหนฉันก็จะกลับค่ะ แค่บอกทางมาก็ได้ เขียนแผนที่ก็ได้ ต่อให้ต้องเดินด้วยเท้าทั้งชีวิตฉันก็ยินดี” เธอยืนกราน ยอมทำทุกทางขอเพียงให้ได้ไปจากที่แห่งนี้เท่านั้น

“ต่อให้คุณใช้เวลาจนสิ้นอายุไขก็ยังไกลกว่านั้นหลายเท่า” แถนหลวงว่าพลางถือตะคันเดินเข้าห้อง “เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดใหม่ติดต่อกันสิบชาติยังไม่แน่ว่าจะไปถึงด้วยซ้ำ”

“หมายความว่ายังไง ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่” 

ร่างสูงทรุดนั่งลงหน้าหลุมเตาไฟ เขาเติมเชื้อฟืนลงไปให้มันลุกโชนยิ่งขึ้น สะเก็ดไฟแดงๆ แตกปะทุเป็นประกาย ลุกโชนสว่างไสวเจิดจ้าเหมือนใจของเธอที่กำลังเต้นระทึกหวาดหวั่น ช่องท้องของคนยืนรอคำตอบบีบรัดจนเครียดเขม็ง 

“สุวรรณโคมคำ”  

ในความเงียบงันคำกระซิบแผ่วเบาจากชายหนุ่ม ดังดุจเสียงกัมปนาทในใจเธอ 

“นั่นเป็นชื่อเมืองโบราณเมื่อสองพันปีก่อนของเชียงแสน” ขวัญอรุณเรียบเรียงถ้อยคำออกมาจากสมองอันสับสน “คุณล้อเล่นใช่ไหม ฉันไม่เชื่อหรอก ถ้าเกิด...ฉันย้อนเวลามาจริง จะพูดกับคุณรู้เรื่องได้ยังไงล่ะ นี่มันเป็นการจัดฉากรายการเกมโชว์แน่ๆ”

“นั่นเพราะ...” แถนหลวงเว้นจังหวะเล็กน้อย “คุณไม่ใช่อาคันตุกะจากอนาคตคนแรกที่มาเยือนสุวรรณโคมคำ ก่อนหน้านี้มีชายคนหนึ่งเดินทางมาและอยู่ที่นี่นานพอสมควร ”

“เขาเป็นใครคะ” น่าอัศจรรย์ที่ได้รู้ว่ายังมีคนที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่เธอได้ ถ้าได้พบคงรู้ว่าตนเองเดินทางข้ามเวลามาได้อย่างไรในระหว่างที่จมน้ำ

“ไทวะ...ดอกเตอร์ไทวะจากสถาบันปรจิตวิทยา” 


....................

จบตอน

เชิงอรรถ

วรรษา = พรรษา, ฤดูฝน, ปี
อังสา – ไหล่
ศวา – สุนัข






Create Date : 04 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:26:44 น. 22 comments
Counter : 1400 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์คะ หายป่วยไวๆนะคะ


โดย: นงนง IP: 49.229.81.24 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:6:03:58 น.  

 
นะ ในที่สุด ก็มีคนคุยกับขวัญรู้เรื่อง #ไรท์หายป่วยเร็วๆน้า


โดย: DekDoi IP: 1.47.233.186 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:6:45:42 น.  

 
นะ ในที่สุด ก็มีคนคุยกับขวัญรู้เรื่อง #ไรท์หายป่วยเร็วๆน้า


โดย: DekDoi IP: 1.47.233.186 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:6:45:53 น.  

 
เสียน้ำตาอีกแว้ว สงสารขวัญอรุณ
บ้าจริง...ขอตอนตอไปเลยไดัไหมคะ 555555


โดย: เจ้าแต้ม IP: 49.237.158.93 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:6:50:57 น.  

 
นั้นไง พระเอกคือหมอนี่เองงง ไม่เอาาาานะ หรือ ราห์คือองค์คำนี่เอง


โดย: นงนง IP: 49.229.81.24 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:6:55:57 น.  

 
แถนหลวง คือ ดร.ไทวะจริงๆด้วย
จะเป็นไงต่อหละทีนี้ เห้อ หนูขวัญ แต่ก็ยังดีที่เจอคนบ้าน(ยุค)เดียวกัน ยังพอพูดคุย แนะนำได้ 😄


โดย: Nok IP: 27.55.156.196 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:7:24:05 น.  

 
สนุกมากกับการปะทะคารมระหว่างพระองค์คำและแถนหลวง พระองค์คำฉลาดและเจ้าเล่ห์มาก


โดย: unna_jung IP: 27.55.196.221 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:7:32:44 น.  

 
พระองค์คำฉลาดหลักแหลมสมเป็นกษัตริย์ แถนหลวงก็กล้าหาญและแมนมากปกป้องนางเอกตลอด ที่สำคัญคือคุยกันรู้เรื่องด้วย :)


โดย: Neung IP: 210.213.58.167 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:8:38:05 น.  

 
อ่ะช่วงนี้ up ไวแฮะ ตามๆๆๆ


โดย: anchalee IP: 61.19.59.34 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:15:20 น.  

 
ว้าว.....ด๊อกเตอร์หายมานี้เอง.....ดีนะไปไล่ซื้ออีบุ๊คมาอ่านทุกเรื่องละ ดูพัฒนาการของไรท์เทอร์จากเรื่องแรกๆแล้ว ชอบแนวเขียนช่วงหลังมากว่าคะ ชื่นชมความก้าวหน้ามากๆคะ


โดย: Napai IP: 1.46.193.206 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:18:40 น.  

 
โต้คารมกันมันส์มากกกก

ขวัญเจ้าเอาเจ้าจะเป็นยังไงต่อไปน้อออ


โดย: Sugar IP: 49.229.96.85 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:25:32 น.  

 
หายไวๆนะคะคุณเกตต์
องค์คำน่ารักอ่ะค่ะ ส่วนดร. ดูเหมือนพี่ชายนางเอกไปแล้วอ่ะค่ะ ตอนนี้ย้ายทีมเชียร์แล้วน้า แฮ่!!!


โดย: Khunprawn IP: 203.172.173.252 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:33:38 น.  

 
พระเอกดุจัง แอบเขินตอนที่กอดนางเอกอยู่ในน้ำแบบไม่ปล่อย
อยากอ่านวันละบททุกวันเลยนะคะพี่เกตต์ แอบสงสัยมานานแล้วว่าดร.ไทวะเป็นเพื่อนพี่ราห์แล้วมาเกี่ยวพันกับขวัญอรุญยังไงในโลกของอดีต


โดย: kawee IP: 116.68.149.234 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:39:27 น.  

 
ยังดี อย่างน้อยก็มีคนคุยกันเข้าใจ


โดย: sakeena IP: 125.25.178.46 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:44:34 น.  

 
แถนหลวงโอปป้า เท่ สุดๆไปเลย

คุณเกตตุ์หายไวไวนะค้าาา


โดย: ทราย IP: 223.207.245.143 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:56:23 น.  

 
องค์คำเจ้าเลห์ เหมือนเด็กเอาแต่ใจเลย น่าร้ากกกกก คาดว่าคงไม่หยุดแค่นี้แน่ใช่มั้ยคะ?


โดย: patch IP: 180.180.109.190 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:12:37:13 น.  

 
คนเจ้าเล่ห์


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:12:52:22 น.  

 
องค์คำใจร้าย เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเกิ๊น ^^


โดย: ตัวอ้วน IP: 1.46.224.161 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:14:34:18 น.  

 
เคยอ่านเมื่อสมัยยังเรียนมหาลัย...ได้กลับมาอ่านต่ออีกครั้ง...

ดีใจรัวหลีด 3 ตลบเลยค่ะ ^^


โดย: I_beaut IP: 1.46.225.51 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:21:10:07 น.  

 
ดีใจมากๆในที่สุดก็เจอคนที่พูดภาษาเดียวกันสักที บอกตรงๆนะคะ ตอนนี้กำลังคิดว่าตัวเองเป็นขวัญ คุณนราเกตต์เขียนหนังสือได้น่าติดตามและสนุกมากๆเลยค่ะ


โดย: อุษาสะพรั่ง IP: 192.99.14.36 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:16:20:01 น.  

 
องค์คำเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวยิ่งนัก ^_^


โดย: ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:18:34:10 น.  

 
คือพอเห็นพี่หมอหลวงพูดไทยปุ๊บ ดีใจมากกกก ประดุจตัวเองเป็นนางเอกแล้วเจอที่พึ่งพิง ฮาาาาาาาาา

ดร . ไทวะนี่ใครหว่า สงสัยต้องมานั่งอ่านเงาเส่นหาอีกรอบแล้วหล่ะค่ะ
สงสารขวัญมากเลย เกือบโดนตบปากแหกแล้วววว


โดย: หนูแรคคูน IP: 1.1.176.189 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:40:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.