Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
27 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 2







ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามค่ะ ไม่นึกว่าเรื่องนี้จะมีคนรอเยอะมากขนาดนี้ จะลงทุกวัน วันละตอนนะคะ เพราะมีสต็อกอยู่สิบกว่าตอน แต่หลังจากนั้นอาจทิ้งระยะห่างบ้าง สำหรับการปั่นตอนใหม่ ไม่เอาแบบเดทไลน์นรกนะ ถี่ขนาดนั้นผมหงอกขึ้นค่ะ ^ ^'' 

.................

(2)

เม็ดฝนกระหน่ำโปรยลงมาไม่ขาดสายติดต่อกันสามวันสามคืนทั้งที่ไม่ใช่ฤดูฝน ขวัญอรุณนั่งมองจอมอนิเตอร์สามมิติตรงหน้า รายงานสภาพอากาศระบุว่าเกิดจากพายุซึ่งพัดเข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงสองสามวันมานี้ ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่องกัน หลายพื้นที่บ้านเรือนเสียหายและเริ่มมีน้ำท่วม 

“พายุลูกนี้จะทำให้ฝนตกต่อไปอีกกี่วันนะ ทั้งที่ขุดมาเกือบเสร็จแล้ว ต้องมาหยุดรออีก” 

หญิงสาวแอบเห็นด้วยกับเสียงบ่นในเต็นท์อำนวยการ 

หลุมศพโบราณถูกขุดมาร่วมหกเดือนจนเป็นรูปเป็นร่าง มองเห็นเป็นพีระมิดหัวกลับลึกลงไปในชั้นดินสิบสองเมตร อีกไม่นานพวกเขาคงขุดลงไปถึงที่เก็บโลงศพชั้นในสุดซึ่งเคยเป็นที่บรรจุข้าวของเครื่องใช้และโลงมัมมี่ 

แม้ปัจจุบันจะไม่มีสมบัติเหล่านั้นอยู่แล้วแต่คณะโบราณคดีก็หวังว่าหลุมนี้จะเป็นแหล่งให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์อันน่าสนใจแห่งใหม่ 

ในอนาคตคงมีการกั้นรั้วและทำหลังคาครอบโบราณสถานนี้เอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาดูแล แต่ช่วงที่ขุดยังไม่เสร็จทางทีมงานใช้ผ้าใบขนาดใหญ่ขึงเอาไว้กันแดดกันฝนทดแทนชั่วคราว 

“ใครอยู่ในนั้นมาช่วยกันข้างนอกนี้หน่อย” เสียงพี่คนหนึ่งตะโกนขอความช่วยเหลืออยู่ด้านนอกทำให้คนที่นั่งอยู่ต่างวางมือจากงานลุกไปหยิบเสื้อกันฝนมาสวมและก้าวออกไปเผชิญกับความบ้าคลั่งของสายฝน 

ขวัญอรุณจ้ำตามนักโบราณคดีกลุ่มใหญ่ไปยังหลุม พวกเขากำลังประสบปัญหาใหญ่อย่างคาดไม่ถึง เพราะฝนตกหนักผ้าใบจึงรองรับน้ำเอาไว้ในปริมาณมากจนหย่อนลงถึงขีดสุด แรงลมตีพัดสะบัดรุนแรงกระทั่งทำให้เชือกเส้นที่ขึงมันไว้ขาดสะบั้น น้ำจำนวนมากเทลงไปในหลุมขุด กองดินไหลโกรกตามลงไปเหมือนบ่อโคลน

“เป็นแบบนี้แย่แน่ เราต้องรีบสูบน้ำออกให้ทันก่อนที่มันจะเละไปมากกว่านี้เพราะงั้นทุกคนช่วยกันหน่อย กลุ่มหนึ่งไปตอกยึดผ้าใบกันฝน ส่วนอีกกลุ่มไปเอาเครื่องสูบมาเร็วเข้า” 

ผู้ได้รับแจกแจงหน้าที่พากันแยกย้ายไปทำงานอย่างรวดเร็ว ขวัญอรุณเลือกที่จะช่วยขึงผ้าใบเพราะต้องการแรงงานมากกว่า 

ทางการเตือนให้คณะนักขุดค้นสละฐานชั่วคราวและกลับเข้าไปหลบภัยยังศูนย์พำนักในเมืองซึ่งปลอดภัยกว่า ทว่าส่วนใหญ่เป็นห่วงและอยากอยู่เฝ้าสถานการณ์เพื่อให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่พวกเขาลงแรงมาตลอดหลายเดือนไม่ศูนย์เปล่ามลายหายไปในชั่วข้ามคืน 

“เกือบถึงหลุมชั้นในสุดแล้วแท้ๆ ไม่น่าเลย” 

“เอาน่า ไม่ต้องเริ่มต้นกันใหม่ก็ดีเท่าไรแล้ว แค่เอาน้ำออกอีกหน่อยเราก็เดินงานต่อได้” 

“นั่นสิ จำไม่ได้เหรอตอนแรกที่นี่แทบไม่เหลือเค้าว่าเคยมีหลุมขนาดใหญ่ด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้เป็นไงมองเห็นเป็นพีระมิดใหญ่โต” 

ความท้อแท้ในระยะสั้นๆ ถูกแทนที่ด้วยกำลังใจในหมู่เพื่อนร่วมงานด้วยกัน หลังพายุสงบในอีกสองวันต่อมาทีมโบราณคดีจึงเริ่มตักโคลนออกจากหลุมลึกสิบสองเมตรโดยใช้รอกชักขึ้นไปทิ้งข้างบน 

“วู้...สูงจัง มันเท่ากับตึกกี่ชั้นนะ” ขวัญอรุณสำรวจอยู่ขอบบ่อขนาดกว้างมากกว่าสนามบาสเก็ตบอลสองสนามรวมกัน 

“อย่าเข้าไปใกล้นักแม่ขวัญ พื้นดินมันยังอ่อนตัวอยู่” ศาสตราจารย์วารีหันมาเตือนหลานสาว 

“ขวัญอยากลงไปข้างล่างมั่ง” เธอเหลือบมองบันไดลิงดวงตาวาววับอย่างนึกสนุก 

“ลงไปทำไม” คนเป็นยายย้อนถาม 

“ก็ลงไปช่วยเขาตักดิน” น้ำเสียงกระตือรือร้นไม่อาจปกปิดว่าเจ้าตัวกำลังนึกสนุก

“ตักดิน! แขนลีบเท่าขากุ้งอย่างเราเนี่ยนะจะไปช่วยยกหินยกดินไหว ปล่อยให้พวกผู้ชายเขาทำไปเถอะ” 

“แหม ยายจ๋า ต่อให้ยกจนแขนหักก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วแขนมันลีบฟีบลงตามคำอวยพรนะจ๊ะ” หญิงสาวจีบปากจีบคอพลางนวดแขนกลมกลึงของตนเองประกอบ 

“วันๆ เห็นวิ่งไปโน่นมานี่ไม่ได้หยุดหย่อน อยากเห็นเหมือนกันว่าลิงเป็นง่อยน่ะมันเป็นยังไง” 

“ยายอะ” ‘ลิง’ มองค้อนตาปะหลับปะเหลือก ยังไม่ทันได้เต้นก็มีคนส่งเสียงมาขัดจังหวะไว้เสียก่อน 

“อาจารย์คะขอประชุมหน่อยค่ะ” 

“เดี๋ยวไปค่ะ” วารีตอบกลับไปทางเต็นท์อำนวยการ ไม่ลืมหันกลับมาสำทับหลานสาวที่ยืนมองอยู่ตาใส “อย่าลงไปในหลุม อย่าเล่นอะไรแผลงๆ หรือไปไหนไกลจนเลยเวลากินข้าวล่ะ” 

“เจ้าค่ะ” เธอรับคำหวานหยด ยิ้มแฉ่งโบกมือให้หยอยๆ จนลับร่างศาสตราจารย์วารี จึงลดมือลงท่องคติประจำใจ “...ขอแค่ไม่เจ็บ ไม่ตาย ยายไม่รู้ เท่านี้ก็ไม่มีปัญหา” 

เสียงเรียกรวมพลทำให้ทุกคนวางมือจากงานไปรวมตัวกันที่กองอำนวยการจนหมด 

ขวัญอรุณฉวยโอกาสช่วงปลอดคนเดินไปหยุดยืนริมขอบบ่อรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดโอฬาร ก้มมองลงไปยังก้นหลุมที่ยังขุดไม่แล้วเสร็จอย่างชั่งใจว่าควรลงไปดีหรือไม่ แต่ในระหว่างที่เธอกำลังชะโงกตัวอยู่ก็เกิดมีลมหอบใหญ่พัดมาปะทะเข้ากับด้านหลังและเกือบทำให้หญิงสาวหน้าคว่ำหัวทิ่มคะมำตกลงไป 

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกือบได้ตามเจ้าของหลุมไปเสียแล้ว” เธอลูบอกด้วยความหวาดเสียว เปลี่ยนใจไม่ลงไปเล่นข้างล่างตามคำเตือนในทันที 

สายลมกรรโชกเมื่อครู่พัดมาวูบเดียวจากนั้นจึงจางฤทธิ์ลงเหลือเพียงกระแสโชยอ่อน ปะปนคละเคล้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมรวยริน ขวัญอรุณทำจมูกฟุดฟิดค้นหาต้นตอ

“หอมจังเลย” ร่างบางเดินเรื่อยเปื่อยออกจากบริเวณค่ายลงไปจนถึงริมน้ำโขง บริเวณหาดทรายเล็กๆ ที่เคยลงไปอาบน้ำ กลิ่นหอมดังกล่าวก็จางหายไปกับสายลมรวยริน “อ้าว ไม่มีแล้ว อุตส่าห์เดินตามมานึกว่าจะมีดอกหรือต้นอะไรแถวนี้เสียอีก” 

ขวัญอรุณทรุดกายลงนั่งพิงซากขอนไม้แห้ง ใช้มือหนึ่งกอบทรายแม่น้ำขึ้นมาเล่น มันละเอียดเนียนนุ่มเพราะถูกกรองมาอย่างดีตามธรรมชาติ 

ไม่ใช่แค่เพียงอำเภอเชียงแสนของไทย หากมองข้ามแม่น้ำไปยังเมืองต้นผึ้งทางฝั่งลาว จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าดินแดนทั้งสองฝั่งน้ำโขง รวมถึงสันดอนซึ่งจมหายไปเมื่อครั้งน้ำโขงเปลี่ยนทิศล้วนเคยเป็นเมืองสุวรรณโคมคำมาก่อน 

ความเก่าแก่ของเมืองโบราณนี้นักประวัติศาสตร์ไม่สามารถระบุอายุของยุคสมัยได้แน่ชัดมาก่อน กระทั่งนักโบราณคดีได้ค้นพบหลุมศพทรงพีระมิดซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดจึงพอประมาณได้ว่าน่าจะมีอายุอยู่ในราวปีพุทธศักราชสามร้อยถึงสี่ร้อย 

แม้จะไม่ได้เรียนจบด้านโบราณคดีมา แต่เธอได้อ่านและเรียนรู้จากศาสตราจารย์วารีเกี่ยวกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาพอสมควร จึงรู้สึกสนุกไม่เบื่อที่จะต้องติดตามผู้เป็นยายมาทำงานกลางแจ้งเป็นเดือนๆ 

ด้วยสังขารโรยราหญิงสูงวัยผู้หวังว่างานชิ้นนี้จะเป็นชิ้นสุดท้ายก่อนวางมือจากภาคสนามโดยสมบูรณ์ ขวัญอรุณจึงต้องคอยดูแลสุขภาพอยู่ข้างๆ ด้วยความรักและเป็นห่วง 

ร่างบางยืดแขนขึ้น อ้าปากหาวหลังจากก่อเจดีย์ทรายเล่นจนเบื่อ ลมแม่น้ำพัดมาชวนครึ้มอกครึ้มใจน่านอนกลางวัน พอหันซ้ายแลขวาจึงเห็นทำเลเหมาะใต้ร่มเงาไม้เพื่อเอนหลัง น่าประหลาดที่ได้กลิ่นหอมหวนลอยทวนลมมาจากอีกด้าน พอมองหากลับไม่พบแหล่งที่มา 

...กลิ่นดอกไม้ก็ไม่น่าใช่ แต่หอมจัง 

ขวัญอรุณผล็อยหลับไปนานหลายชั่วโมง ทว่าเวลาราวเพิ่งผ่านไปเพียงพริบตา เธอสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเหมือนใครแกล้งเอาฆ้องมาตีดังโหม่งดังๆ ข้างหู 

คนแอบหลบมานอนยันกายขึ้นนั่งด้วยความตกใจระคนงุนงง ริมแม่น้ำสงบเงียบไม่มีแม้แต่เงาของคนที่จะเดินแหวกพงหญ้าเข้ามาถึงจุดที่เธออยู่ คงหูแว่วสงสัยต้องไปเช็คประสาทหูหลังจากนี้ เพราะขยันได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ถี่เหลือเกิน 

หญิงสาวเสยผมด้านหน้า เพิ่งสังเกตว่าบนหน้าผากเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ นึกว่านอนลมเย็นๆ อากาศกลับร้อนอบอ้าวกว่าที่คิด ขวัญอรุณไต่กลับลงไปยังหาดทราย ทรุดนั่งบนส้นเท้าโน้มตัวก้มลงวักน้ำขึ้นมาประตามเนื้อตัว ขับไล่ความร้อน 

“หือ...กลิ่นหอมอีกแล้ว” คนนั่งริมน้ำชะงักจากนั้นจึงค่อยๆ กอบน้ำขึ้นมาด้วยสองมือไม่ให้หก ดมทดสอบดูว่ากลิ่นดังกล่าวมาจากแม่น้ำหรือไม่ปรากฏว่าปกติ โชคดีว่ากลิ่นลอยลมหอมชื่น 

“ถ้าเป็นกลิ่นเหม็นแม่จะเผ่นให้เร็วเชียว” ขวัญอรุณล้างหน้าต่อไปกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะหึลอยมาเบาๆ ร่างบางหันขวับไปมองด้านหลัง “ใครน่ะ!” 

เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากบริเวณค่ายกระนั้นกลับไม่มีใครลงมาที่แม่น้ำนอกจากคนโดดมาแอบงีบ เมื่อไม่มีการตอบรับใดๆ เธอจึงหันกลับมาส่องเงาตนเองบนผิวน้ำ ดึงชายเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้าลวกๆ ดึงยางรัดผมออกมาจัดการมัดหางม้าเสียใหม่เพื่อไม่ให้เหลือหลักฐาน ยายเคยเอ็ดหลายครั้งเรื่องเป็นสาวเป็นนางไม่ควรมานอนกลางแจ้งมันอันตราย ซ้ำยังดูไม่งามเวลามีคนผ่านมาเห็น แต่เธอก็ไม่เคยทำตามได้ตลอดรอดฝั่งสักครา

อยากเป็นกุลสตรีนะแต่ควรจะเกิดเร็วกว่านี้สักหน่อย ยุคนี้ได้อย่างเจ้าขวัญของยายก็นับว่าเยี่ยมแล้ว

“ถ้าทำผมแบบผู้หญิงโบราณก็คงดูเป็นกุลสตรีกับเขาบ้างล่ะน่า ยังไงนะ มวยอย่างนี้รึเปล่า” เจ้าหล่อนเอียงซ้ายเอียงขวามองเงาในน้ำ “ติดดอกไม้ก็เพอร์เฟค...” 

ยังไม่ทันสิ้นคำขวัญอรุณต้องพลันชะงักเมื่อได้กลิ่นหอมฟุ้งกำจาย หอมๆ เย็นๆ ทำให้ใจสงบปลอดโปร่งราวกับนั่งอยู่กลางสวนขวัญอันร่มรื่นชื่นใจ เงาบนผิวน้ำซึ่งควรมีเพียงดวงหน้าหวานละไมกลับปรากฏเห็นเงาของใครอีกคนเคียงคู่กัน  

ชายแปลกหน้าเหยียดริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มตอบ วงหน้าคิ้วคางของเขาช่างเหมาะเจาะราวกับหลุดออกมาจากภาพเทวานฤมิตในจินตนาการ 

ที่ผ่านมาใช่ว่าเทพบุตรเดินดินจะไม่มีตัวตน แต่ในยุคคนรักสวยรักงามเป็นเรื่องปกติ สารพัดวิธีถนอมความอ่อนเยาว์ทั้งหญิงและชาย ยิ่งเห็นออร่าผุดผ่องผิดมนุษย์ของพ่อคุณแล้ว ขวัญอรุณถึงกับเผลอรำพึงในใจ 

...ศัลยกรรมทั้งตัวรึเปล่านะ หมดไปเท่าไรถึงออกมาได้ขนาดนี้ 

ขวัญอรุณเบ้ปาก ไม่อาจตัดสินว่าเขาเป็นคนดีหรือร้ายจากเงาในน้ำดังนั้นเธอจึงเหลียวกลับไปมองเพื่อเผชิญหน้าคู่สนทนาตรงๆ ทว่าพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ข้างหลังสักคนเดียว 

“เอาแล้วไงเจ้าขวัญ คราวนี้ถึงกับเห็นภาพหลอนกลางวันแสกๆ” ร่างบางเหลียวมองไปรอบตัวด้วยความสับสน กลิ่นหอมยังโชยชายอวลกรุ่นอยู่รอบๆ ตัวเธอ 

เหตุการณ์ประหลาดหาคำอธิบายไม่ได้เริ่มทำให้ขวัญผวา ขวัญอรุณรี่ลุกจากริมแม่น้ำเดินจ้ำอ้าวกลับค่ายโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง ยินเสียงฆ้องตีเป็นทำนองโหม่งช้าไล่หลัง ร่ำไรลอยล่องลมติดตามมา ช่างโหยหวนระคนโหยไห้จนเธอต้องยกมือขึ้นปิดหูจากจ้ำเท้ายาวๆ เปลี่ยนเป็นวิ่งสุดฝีเท้า! 



เมื่อกลับมาถึงค่ายศาสตราจารย์วารีไม่ได้ไต่ถามว่าหายไปไหนมา ผู้เป็นยายเพียงแต่เรียกเข้าไปดูแบบพิพิธภัณฑ์ที่จะสร้างครอบบริเวณสุสาน ซึ่งกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นทั้งหมดก็คงใช้เวลาร่วมปี

“สวยไหม ยายว่าใกล้เคียงกับของจริงมากเลยนะ” 

เครื่องโฮโลแกรมกำลังแสดงภาพจำลองสี่มิติเสมือนจริงกลางอากาศ นักโบราณคดีเชื่อว่าสุสานโบราณเกี่ยวพันกับเมืองสุวรรณโคมคำที่ล่มสลาย เพราะความเก่าแก่ของโบราณสถานทั้งสองแห่งอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นการจำลองเมืองสุวรรณโคมคำขึ้นมาโดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วบริเวณที่ตั้งสุสานไม่ได้อยู่ไกลไปจากเขตพระราชฐานชั้นนอกเท่าใดนัก

ขวัญอรุณกวาดสายตามองด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เธอนึกไม่ออกว่าหลุมศพขนาดมหึมาอยู่ในส่วนใดของเมืองสุวรรณโคมคำ ถ้ารวมส่วนที่จมหายไปเพราะกระแสน้ำโขงเปลี่ยนทิศ จุดที่แผ่นดินยื่นจากฝั่งลาวมายังอำเภอเชียงแสนก็อยู่ใกล้กับตัวสุสานในฝั่งไทยราวกับจะเอื้อมมือถึง 

แผ่นดินถูกแยกออกเป็นสองโดยมีสายน้ำใหญ่กั้นกลาง ฝั่งหนึ่งคือเมืองอันสาบสูญ ส่วนอีกฝั่งคือที่พำนักสุดท้ายของร่างผู้เป็นบุคคลสำคัญ

“ทางผู้ใหญ่อยากให้สร้างพระราชวังจำลองใกล้กับสุสาน เพื่อให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ เวลามาสามเหลี่ยมทองคำ ตรงนี้ไง” คนในทีมโบราณคดีใช้ไฟฉายเลเซอร์ชี้จุด

“งานนี้รัฐบาลยอมหันมาทุ่มทุนแก้ตัว ทางเราเลยต้องกลับไปวางแผนงานช่วยออกแบบตัวเรือนให้คล้ายกับสมัยโน้นมากที่สุด” 

“สุสานอยู่ทางทิศตะวันตก ดังนั้นหน้าวังน่าจะหันไปทางทิศตะวันออก คนโบราณเขาถือเรื่องนี้ แต่ในกรณีของสุวรรณโคมคำก็แปลกเป็นเมืองอกแตกไม่พอ ยังหันหน้าเข้าหาทิศตะวันตกเฉียงใต้ หันเข้าหาแม่น้ำโขงแทนที่จะหันไปทางเมืองโพธิสารหลวงซึ่งตั้งอยู่ในลาว”

“โพธิสารหลวง เมืองของพญาอินทปฐม พระบิดาของเจ้าชายสุวรรณมุขทวารน่ะเหรอคะ” ถ้าเป็นเรื่องนี้ขวัญอรุณจำได้แม่น กษัตริย์อะไรหูเบา แค่โหรทูลว่าราชินีคลอดลูกทางปากออกมาเป็นกาลกิณี ก็จับลูกเมียลอยแพกลางแม่น้ำปล่อยให้ไปเผชิญความตาย ใจร้ายจริงเชียว!

“ไม่เห็นต้องแปลกใจเลยค่ะ เป็นขวัญก็คงไม่หันเมืองไปทางนั้นเหมือนกัน”

คนในกลุ่มหัวเราะวาจาเจ็บร้อนแทนของหญิงสาว “แม้เริ่มต้นอาภัพแต่ต่อมาสุวรรณมุขทวารราชกุมารก็ได้ขึ้นครองเมืองสุวรรณโคมคำและเป็นนักปกครองที่ดีบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขต่อมานะ” 

“ขวัญถึงได้ชอบเรื่องปรัมปราเพราะแฮปปี้เอ็นดิ้งไง” เธออมยิ้ม “อยากรู้จริงนะว่าสุสานนี่เป็นของพระเทวีองค์ไหน พญาสุวรรณมุขทวารในสมัยนั้นจะมองออกจากพระราชวังมาเห็นรึเปล่า”

“คงไม่หรอกสมัยก่อนต้นไม้ทึบออกปานนั้น แต่คงระลึกถึงได้เพียงแค่มองออกนอกหน้าต่างมาละมัง คนสำคัญที่สร้างสุสานให้ขนาดนี้ถ้าไม่ใช่แม่ก็เมียล่ะ”

“เรายังไม่รู้แน่ไม่ใช่เหรอว่าสุสานสร้างในรัชสมัยของกษัตริย์พระองค์ไหน”

“นั่นสิคงได้แต่สันนิษฐานคาดเดากันไปจนกว่าจะได้หลักฐานอื่นเพิ่มเติม เฮ้อ บันทึกอะไรก็ไม่มีเสียด้วย มีแต่เรื่องเล่าแบบปากต่อปาก พอจดจารได้ก็ผสมปนเปกับความเชื่อกลายเป็นตำนานไปเสียนี่”

“สร้างเสร็จเมื่อไรคงสวยนะคะอยากเห็นเร็วๆ จัง” ขวัญอรุณได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองโบราณแห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก ไม่นึกไม่ฝันว่าตอนโตจะได้มีโอกาสเห็นจินตนาการก่อเกิดเป็นรูปเป็นร่างจริงๆ 

“เสร็จแล้วการท่องเที่ยวคงจัดงานเปิดตัวยิ่งใหญ่ เห็นว่าเริ่มเตรียมแผนโปรโมทแล้วเหมือนกันนะ ดูตัวอย่างโฆษณาซีจีนี่สิ” คนควบคุมคอมพิวเตอร์เลื่อนเมนูสั่งแสดงผล 

“เห็นว่าจะมีการออกร้านแล้วให้คนแต่งตัวย้อนยุคมาเดินเที่ยวด้วยนะ บนเวทีก็จะจัดการแสดงแสงสี ในน้ำโขงก็มีไหลเรือไฟ ลอยประทีปโคมไฟ”  

“โห น่าสนุก ถ้าเสร็จแล้วเรามากันนะจ๊ะยาย” ดวงตากลมใสเป็นประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น งานนี้ไม่ร่วมไม่ได้แล้ว นานทีปีหนจะมีอะไรน่าสนใจอย่างนี้สักครั้ง

“ไหนว่าถ้างานยายเสร็จก็จะไปต่อโทอังกฤษไม่ใช่เรอะ” ศาสตราจารย์วารีแกล้งว่าทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้หลานสาวห่างหูห่างตานัก

“ก็ไปก่อนแล้วค่อยกลับมาเที่ยวได้นี่จ๊ะ” ขวัญอรุณเรียนจบทางด้านวิทยาศาตร์มาหมาดๆ และก็เพิ่งยื่นเรื่องสมัครเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ

“ละโมบโลภมากไม่มีใครเกิน” ผู้เป็นยายถอนหายใจ แสร้งตีสีหน้าละเหี่ยใจ

“เก๊าะเป็นหลานยายนี่จ้ะ ยายมักน้อยหลานก็มักน้อย ยายมักมาก อุ๊ย...โลภมาก หลานก็จะหวังน้อยได้ยังไง” 

“ปากคอไม่มีใครเกินจริงๆ ยัยขวัญ” วารีเงื้อมือตีแขนหญิงสาวทว่าแม่สมุนพระรามหลบว่องไวพลางหัวเราะหน้าเป็น ทุกคนในวงอมยิ้ม “ก็เป็นเสียอย่างนี้ถ้ามีใครอยากได้ล่ะยายจะรีบยกให้เล้ยจริงๆ ใครก็ได้ช่วยมาเอาไปทีเถ้อ...

“แหม ขวัญก็รอพระทองมาเจออยู่ไงจ๊ะ” 

ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะเขมร ย่อมรู้จักนิทานเรื่องพระทองนางนาคและบทละครร้องในประชุมบทมโหรีสมัยอยุธยากันดีถ้วนหน้า ด้วยเคยนิยมใช้บรรเลงในพิธีแต่งงานมาก่อน เนื้อเพลงท่อนพระทองนั้นร้องว่า

พระทองเทพรังสรรค์ หล่อด้วยสุวรรณกำภู 

เจ้างามบริบูรณ์ไม่มีคู่ โฉมตรูข้าร้อยชั่งเอย 

พระทองข้ารูปหล่อเหลา หนักเล่าได้ร้อยชั่ง 

รัศมีนั้นงามอยู่เปล่งปลั่ง ทั้งเมืองไม่มีเหมือนเอย 

ขวัญอรุณนึกถึง ‘กลุ่มพลังงาน’ ที่ปรากฏเป็นรูปร่างให้เห็นริมน้ำ ผู้ชายคนนั้นดูจะเหมาะเจาะเข้ากับเนื้อร้องอยู่ไม่น้อย รูปงามไม่หยอกเสียดายที่ไม่ใช่มนุษย์ ถ้าพระทองหน้าตาแบบนั้นล่ะก็ ถ้าเป็นเธอคงต้องขอร้องเกี้ยวว่า

พระทองเจ้าขา น้องยาไม่มีคู่

รอพี่มาตุนาหงันอยู่ โฉมตรูบ่เอาสักชั่งเอย

ไม่รู้พระทองในชีวิตจริงของเจ้าขวัญปานฉะนี้ไปอยู่เสียที่ไหนหนอ...


....................

จบตอน






Create Date : 27 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 14 พฤษภาคม 2560 22:20:23 น. 17 comments
Counter : 1529 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์คร้า 😊 มาต่อความสนุกอีกแล้ว อุษาโคมคำยังไม่มีขายเป็น E-book หรือหนังสือใช่ไหมคะ อยากอ่านแบบทีเดียวรวดอะคะ โลภเน๊อะ 555555


โดย: เจ้าแต้ม IP: 49.237.199.214 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:46:05 น.  

 
แวะมาอย่างไวค่ะ เพิ่งจะเริ่มอ่าน จะมารอทุกวันเลย แฮ่ๆๆ!!!


โดย: khunprawn IP: 58.11.240.176 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:53:48 น.  

 
สนุกคะ ลงชื่อติดตามด้วยนะ


โดย: sakeena IP: 125.24.202.39 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:14:48 น.  

 
ตามด้วยคนค้า


โดย: นงนง IP: 49.229.25.217 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:35:44 น.  

 
มาทวนความจำกันอีกที

ตามติดทุกวัน 555 รอกว่าจะถึงบทที่ 18


โดย: kira IP: 203.157.72.219 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:13:08:48 น.  

 
เจ้าแต้ม - อุษาโคมคำยังไม่จบค่ะ

khunprawn - จะนั่งรอเมนต์นะคะ ฮ่า

sakeena - ตอนหน้าพระเอกมาแล้ว

นงนง - ขอบคุณค่ะ

kira - ตัดตอนใหม่ หดลงมาเหลือ 12 ตอนค่ะ


โดย: นราเกตต์ วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:06:19 น.  

 
ชอบค่ะ ตอนหน้าดูโฉมพระทองเเบบจัดเต็มนะคะ


โดย: Paree IP: 110.164.252.2 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:27:28 น.  

 
มาตามต่อค่ะ อยากอ่านยาาวๆๆๆๆแล้ววววว


โดย: ปลาปั๊กเป้า IP: 58.10.74.123 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:49:33 น.  

 
อ่านนี่แล้วอยากกลับไปอ่านเงาเสน่หา แต่กลัวสงสารนางเอก พระเอกอีกละ


โดย: กรรดึก IP: 134.196.207.193 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา:2:52:41 น.  

 
จำได้ว่าพระเอกหน้าสวยมาก รออยู่นะคะ


โดย: ทราย IP: 49.229.92.127 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:38:42 น.  

 
ยายเอ่ยปากแล้วนา


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา:13:08:21 น.  

 
Paree - เจอแบบเต็มๆ แล้วอย่าเพิ่งหนีไปไหนซะก่อนนะคะ

ปลาปั๊กเป้า - ตัดตอนใหม่ ยาววววววมาก

กรรดึก - เงาเสน่หาก็ไม่ได้เศร้าขนาดน้านนา

ทราย - ในบรรดาพระเอกที่เคยเขียนมา ถ้าจัดความหล่อคงต้องให้คนนี้ที่สุดละค่ะ

Beerbeer - ถ้ารู้ว่าหลานต้องขายออกไปไกล แกคงไม่กล้าเอ่ย ใจหายวาบทีเีดยวค่ะ




โดย: นราเกตต์ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:4:42:04 น.  

 
ชอบกลิ่นอายเรื่องนี้มากๆค่ะ รอเล่มเลยยยละกัน 5555


โดย: filmm IP: 124.122.52.89 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:1:36:28 น.  

 
เมื่อไหร่จาเจอพระองคำน้า😆😆


โดย: ดา IP: 171.5.247.143 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:10:21 น.  

 
ชอบเรื่องออกแนวย้อนยุคแบบนี้ล่ะค่ะ สมัยเด็กฝันอยากกลับไปอยู่ยุคโบราณ เจอเจ้าชายโฉมงามแบบนี้เลย. คริคริ


โดย: มาลีรินทร์ IP: 192.99.14.36 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:13:05:21 น.  

 
ชอบอ่านแนวย้อนยุค รอติดตามนะคะ ^-^


โดย: ์ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:15:27:17 น.  

 
ที่ขวัญเห็นในน้ำนั่น พระเอกใช่ไหมคะ?
คงจะหล่อเหลา และดูสำอางค์มากจนขวัญแซวว่าศัลย์มาเลยทีเดียว ฮาาาาาา


โดย: หนูแรคคูน IP: 182.232.44.115 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:7:39:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.