Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 1





เป็นเวอร์ชั่นเดียวกับที่เคยลงเอาไว้ จากที่คิดว่าจะแก้ เปลี่ยนใจเก็บเอาไว้ตามเดิม ตัดตอนใหม่ แล้วเขียนต่อแทนค่ะ คิดว่าภาษาไม่น่ายากเกินไปนะคะ สุดท้ายฝากผลงานหนังสือ เถ้าอธิษฐาน ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

..........................


(1)


ราวเสียงเพรียกหาจากอดีตดังจับเป็นท่วงทำนองมาตามลม... 

ร่างบางชะงักฝีเท้าเหลียวกลับไปมองด้านหลัง แม่น้ำโขงทอดสายยาวดุจลำตัวของงูใหญ่ ในช่วงเวลาโพล้เพล้ หมอกสีเทาโรยตัวเหนือทิวป่าริมสองฝั่งชายแดน เธอกระชับเสื้อคลุมแน่นขึ้น เร่งเดินอย่างกระฉับกระเฉงเพื่อกลับไปยังแคมป์งานซึ่งตั้งอยู่อีกไม่ไกล

“เที่ยวเล่นจนมืดค่ำเลยเจ้าขวัญ แถวนี้ไม่ใช่บ้านเราอย่าได้เพ่นพ่านไปไกลนักรู้ไหม” 

ศาสตราจารย์วารีกำลังบรรยายข้อมูลทางประวัติศาสตร์ มีเหล่านักศึกษาที่มาเป็นลูกมือขุดซากโบราณสถานยืนฟังกันอย่างสนอกสนใจ การปรากฏตัวของหลานสาวทำให้หญิงสูงวัยหยุดจากกิจกรรมที่ทำอยู่

“ไม่ได้เพ่นพ่านสักหน่อย ขวัญไปแค่ตรงนี้เอง” คนถูกเรียก ‘เจ้าขวัญ’ ทำมือชี้ประกอบ ฝ่ายอาบน้ำร้อนมาก่อนมองลอดแว่นอย่างรู้ทันหลานสาว

“ตรงนู้นนนน...เองมากกว่า หายไปตั้งแต่ตะวันตรงหัวจนนกขมิ้นมันกลับรังกันหมดแล้ว ไม่หิวคงไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันล่ะ” 

“ขวัญยังไม่ทันคาบจานข้าวมาเลย ยายรู้ได้ยังไงเนี่ย” ขวัญอรุณหัวเราะเสียงใส ฝ่ามือเหี่ยวย่นฟาดลงมาบนต้นแขนแต่ไม่โดน เธอเบี่ยงตัวหลบซ้ายขวาว่องไวเป็นลิง

“อีกครึ่งชั่วโมงอาหารเสร็จ ขวัญรีบไปอาบน้ำก่อนเถอะเดี๋ยวจะหนาว” หนึ่งในทีมงานเตือนขณะเดินผ่าน

“ยายล่ะจ๊ะ” 

“ยายอาบตอนไหนก็เหมือนกัน ไม่ได้ขี้เกียจแปะน้ำเหมือนเรา” 

“หูย เผาหลานสาวต่อหน้าหนุ่มๆ ได้ไงเดี๋ยวเขาจับได้ว่าซกมกก็ขายไม่ออกกันพอดีอะ” เจ้าหล่อนห่อปากมองค้อน ศาสตราจารย์วารีทำตาดุแก๊งสกั๊งค์ที่นั่งฟังอยู่หน้าสลอนแล้วพากันหัวเราะชอบอกชอบใจอย่างไม่รู้สำนึก 

ถึงหญิงสาวจะเป็นคนน่ารักร่าเริงแต่ด้วยนิสัยทโมนชอบแกล้งคนโน้นคนนี้ทำให้ผู้ชายที่คิดเข้ามาหาต่างพากันยกธงขาวยอมแพ้ นอกจากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเธอแล้ว กิติศัพท์ความรักหลานไม่มีใครเกินของศาสตราจารย์วารีก็ทำให้ทุกคนขยาดไม่กล้าก้อร่อก้อติก 

ขวัญอรุณละจากวงสนทนาเพื่อรีบไปอาบน้ำตามคำแนะนำ ทว่าพอไปถึงเครื่องอาบน้ำตู้อาบน้ำที่มีอยู่เพียงสองตู้ยังไม่ว่าง เธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปอาบน้ำบริเวณริมแม่น้ำแทน แสงสุดท้ายจางๆ อยู่หลังเหลี่ยมเขาถูกแทนที่ด้วยเมฆสีเทาเข้มขมุกขมัวราวกับจะมีเม็ดฝนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า 

ไม่เป็นไร รีบทำธุระให้เสร็จก่อนฝนตกก็แล้วกัน คนสมัยใหม่คงไม่มีใครอยากอาบน้ำในแม่น้ำกันแล้ว สู้การไปยืนนิ่งๆ ให้เครื่องจักรพ่นสารทำความสะอาดตัวให้สะดวกสบายกว่า แต่สำหรับหญิงสาวถ้าเลือกได้ขอแตะน้ำจริงๆ มันฉ่ำชื่นใจกว่ากันเยอะ แม้ยายชอบติงว่าชอบทำตัวเหมือนคนโบราณทว่าเธอก็ไม่เห็นว่ามันเสียหายตรงไหน 

ร่างในชุดผ้าถุงสำเร็จรูปโยนวัตถุเรืองแสงทรงกลมไว้บนเนินทรายใกล้ๆ แสงสว่างจากเทคโนโลยีสมัยใหม่สะดวกสบายกว่าไฟฉายแถมยังสว่างไสวกว่าตะเกียงแบบโบราณไม่ต้องกังวลทั้งลมและฝน  

หญิงสาวก้าวลงน้ำโดยไม่หวั่นความมืดที่กำลังโรยตัวลงทุกขณะ ตลอดเวลาหลายเดือนที่ตามศาสตราจารย์วารีมาทำงานนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอแอบหลบผู้เป็นยายมาอาบน้ำที่นี่ ความเงียบสงัดวังเวงราวกับสามารถได้ยินเสียงไหวเอนของยอดหญ้า ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นสะท้อนแสงจันทร์ริบหรี่หลังปุยเมฆสีดำ 

ขวัญอรุณพึมพำขณะเร่งมืออาบน้ำให้แล้วเสร็จ ซับเส้นผมเปียกหมาดด้วยผ้าขนหนู จากที่เคยสงบจู่ๆ ก็มีลมวูบใหญ่พัดมาปะทะ กิ่งไม้ใหญ่สะบัดไหวตามแรงเสียงใบไม้เสียดสีดังซอกแซกดุจวงมโหรีโหมโรง คนยืนอยู่ริมฝั่งน้ำถึงกับเสียวสันหลังขนลุกเกรียวจากลำแขนขึ้นมาถึงต้นคอ

เสียงโหม่งหม่างดังแว่วมาจากที่ใดสักแห่งไม่แน่ใจ ทุ้มกังวานคล้ายเสียงฆ้องที่เคยได้ยินตามงานประเพณีของทางเหนือ 

หญิงสาวขมวดคิ้วพยายามฟังเพื่อค้นหาต้นเสียง ไม่เห็นได้ยินว่าวันนี้จะมีการจัดงานที่ไหน แถวนี้มีวัดก็จริงแต่อยู่ห่างออกไปอีกหลายกิโล เสียงไม่น่าจะดังมาได้ถึงบริเวณนี้ เสียงประหลาดพลันถอยห่างราวกับจะรู้ว่าถูกเธอแอบฟัง มันเงียบหายไปในความวังเวงราวกับไม่เคยสะท้อนมาให้ได้ยินเสียอย่างนั้น หรือจะเป็นเพราะหูแว่วไป

ขวัญอรุณส่ายหน้าหมุนตัวไปยังทางเดินกลับแคมป์ กระนั้นความพะวงติดใจในบางสิ่งทำให้อดเหลียวไปมองแม่น้ำเบื้องหลังไม่ได้ 

ไอหมองจางๆ บนผิวน้ำผสานเม็ดฝนที่บรรจงโปรยปรายละอองลงมาเหมือนม่าน ทำให้ภาพตรงหน้าราวกับความฝันซึ่งแย้มพรายออกมาจากอดีตอันแสนไกล กลางนทีกว้างใหญ่ปรากฏเมืองอันงดงามแสงไฟจากประทีปแลดวงโคมนับพันขับให้เมืองนั้นอร่ามเรืองรองสว่างไสวอยู่เหนือผิวน้ำ

เสียงฆ้องซึ่งขาดหายไปกลับมาดังอีกครั้งและครานี้ชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน ท่วงทำนองการตีถี่กระชั้นประสานเข้ากับจังหวะการเต้นเร็วรี่ของหัวใจเธอ เมืองกลางน้ำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมีพลังดึงดูดให้ขวัญอรุณเคลื่อนกายเดินเข้าไปหาอย่างเผลอไผลลืมตัว 

 “ขวัญ!” เสียงเรียกพร้อมแรงกระชากแขนจากใครบางคนดึงเธอให้กลับมาทันท่วงทีก่อนที่จะเดินลงน้ำลึกไปโดยไม่ตั้งใจ 

“ยาย” ขวัญอรุณงุนงง เพิ่งรู้สึกถึงน้ำที่ขึ้นมาปริ่มถึงทรวงอก นี่เธอเดินลงมาไกลขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

“ลงไปทำไมในน้ำน่ะขึ้นมา มันอันตรายนะ” ศาสตราจารย์วารีมองหลานสาวอย่างตระหนกเสียขวัญ หากมาห้ามช้ากว่านี้อีกนิดหญิงสาวคงก้าวเดินจนน้ำมิดศีรษะแล้วถูกกระแสน้ำพัดหายไป

“ขวัญแค่จะไปดูเมือง มีเมืองอยู่ตรงนั้น อ้าว...” เธอชี้มือพลางเอี้ยวตัวกลับไปทางที่เห็นเกาะกลางแม่น้ำ ทว่าเบื้องหน้ากลับว่างเปล่า อย่าว่าแต่เมืองทั้งเมืองที่เห็นอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้แม้แต่สันดอนทรายสักกระผีกนิ้วยังไม่มี 

“เมืองหายไปไหนแล้ว” ขวัญอรุณหดมือกลับ เนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที สาบานได้ว่าเธอไม่ได้ตาฝาด เมืองทั้งเมืองจะหายไปได้ยังไงกัน 

“หิวข้าวมากจนตาลายรึเปล่า ไม่มีเมืองที่ไหนทั้งนั้นแหละ” คนเป็นยายทำเสียงดุ นึกคร้ามขึ้นมาในอก อาถรรพ์ของแม่น้ำพยายามล่อลวงหลานสาวนางหรือไร 

คนทำงานคลุกคลีกับของโบราณมักมีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อโชคลางหรือสิ่งลี้ลับที่พิสูจน์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องประปราย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นักโบราณคดีส่วนใหญ่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตราบใดที่มันไม่เข้ามาเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน  

“ตะกี้นี้ขวัญเห็นจริงๆ นะ” คนกลัวตัวสั่นยังไม่วายยืนกรานแข็งขัน 

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ว่าแต่ยายห้ามหลายทีแล้วว่าอย่าลงมาที่แม่น้ำคนเดียวดึกดื่นเหลือเกินจริงๆ เลย เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ถ้าไม่เชื่อคราวหลังยายจะส่งกลับบ้านแล้วไม่ต้องมาอีกนะ” วารีตัดบท ต้อนร่างเปียกชื้นให้กลับขึ้นฝั่ง

“โธ่ ยาย...” ขวัญอรุณอุทธรณ์เสียงอ่อยรีบเก็บข้าวของเดินตามหญิงสูงวัยกลับแคมป์ 

ในใจกลับติดอยู่กับเสียงฆ้องที่ยังคงดังก้องอยู่ในหู ชัดเจนราวกับว่าดังอยู่ไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำกระนั้น... 


ใช้เวลาพักใหญ่กว่าขวัญอรุณจะข่มตานอนหลับสนิท เช่นเดียวกับสรรพชีวิตในบริเวณค่ายที่ยังคงหลับลึก เธอห่อกายซุกผ้าห่มเพื่อปกป้องตนเองจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลง ไม่รู้ตัวว่าเบื้องนอกมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด 

มันแทรกร่างเปียกลื่นบดเบียดไปบนทรายละเอียด จากนั้นจึงใช้กล้ามเนื้อท่อนยาวเลื้อยไหลเลียบไปบนพื้นดินเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย เลื่อมเกล็ดเงามันเหลือบสีรุ้งแวววาวยามต้องแสงไฟ 

เป็นไปไม่ได้ที่สัตว์ซึ่งมีขนาดลำตัวใหญ่และยาวหลายเมตรจะสามารถเคลื่อนไหวได้เงียบกริบปราศจากเสียง เรียบเรื่อยไปบนเนินสูงต่ำทำตัวเป็นน้ำไหลลงสู่ธารหิน 

เงาดำพาตนเองเคลื่อนเข้ามาทางประตูเต็นท์ของเธออย่างไม่ต้องใช้ความพยายาม มันเลื้อยมาหยุดอยู่ด้านขวามือของหญิงสาวราวกับเจาะจงโดยไม่สนใจหญิงสูงวัยที่กำลังนอนหลับอยู่เคียงข้างกัน ผู้บุกรุกชูคอขึ้นจนเกือบจรดความสูงของผืนผ้าใบก่อนโน้มศีรษะลงมาใกล้ใบหน้าเนียน 

กลิ่นดินและน้ำลอยอวลปะปนผสานกลิ่นอายเย็นๆ ขวัญอรุณขมวดคิ้วทั้งที่กำลังหลับเริ่มกระสับกระส่ายทีละน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนราวไฟเผาและหนาวสั่นสลับคละเคล้ากันไป ความหนักอึ้งค่อยๆ พาดผ่านกดทับร่างบางจนเพิ่มความอึดอัดให้แก่หญิงสาว 

ขวัญอรุณเริ่มหายใจไม่ออก มีอะไรบางอย่างพันรัดลำตัวเธอไว้แน่นตั้งแต่อกลงไปจนถึงข้อเท้า ทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้ตามความคิด คนเพิ่งตื่นตัวแข็งด้วยความตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่กำลังพันธนาการอยู่บนร่างของตนเอง อะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าไม่อาจจำกัดคำเรียกขานว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริงในโลก 

นับตั้งแต่ส่วนหัวลงไปจนถึงลำตัว ส่วนหัวโหนกขึ้นไปจนเหมือนหงอนขนาดใหญ่ เขี้ยวแหลมคมจนเต็มปาก ดวงตากลมมีแววตาผิดจากสัตว์เดียรัจฉานโดยทั่วไปพึงมี ผิวหนังและเกล็ดคล้ายปลาทว่าลำตัวยาวเหมือนพวกสัตว์จำพวกงู เคลื่อนที่ด้วยการใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องผลักดันตนให้เคลื่อนที่ไปแทนขา 

หญิงสาวพยายามดีดดิ้นและลืมตาขึ้นอย่างตระหนก เสียงหวีดร้องสุดปอดของเธอกลายเป็นความเงียบ ราวกับมีอำนาจบางอย่างปิดกั้นไม่ให้มันผ่านพ้นลำคอออกมา 

ร่างบางเหลือกตามองข้างกายเพื่อขอความช่วยเหลือจากวารี ทว่าไม่มีประโยชน์หญิงสูงวัยไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย 

สัญชาตญาณบอกให้ขวัญอรุณขัดขืนจนกว่าจะหลุดพ้นจากการรัดรึง นานหลายนาทีกว่าจะรวบรวมแรงใจเฮือกใหญ่เพื่อสลัดให้หลุดจากการเกี่ยวพันจนสำเร็จ เสียงร้องของหญิงสาวกรีดดังไปทั่วบริเวณจนทำให้ผู้ที่นอนอยู่ข้างๆ ตกใจตื่น

“ขวัญ เป็นอะไรไปลูก” วารีรีบสำรวจหลานสาวด้วยความตระหนก 

ขวัญอรุณนอนหงายอกกระเพื่อมขึ้นลงหอบโยน เหงื่อกาฬแตกไหลโซมทั่วร่าง ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นลงรุนแรงทว่าโล่งปอดผิดจากเมื่อครู่ เธอนิ่งงันไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกของหญิงสูงวัย นานเกือบนาทีจนลมหายใจสงบในระดับปกติ ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อผ่อนคลายสติกลับคืนมา 

เธอลุกขึ้นนั่งกวาดสายตาหวาดระแวงสำรวจไปทั่วใต้ผืนผ้าใบ สัตว์ร้ายที่เห็นเมื่อครู่อันตรธานหายไปไม่เหลือร่องรอยแม้เงา... 

“ฝันร้ายเหรอ” ศาสตราจารย์วารีลูบหัวลูบผมปลอบประโลมบ่งบอกความห่วงใย 

“ฝัน” หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนใบหน้า ถอนหายใจอย่างโล่งอก 

“ร้องเสียเสียงหลง” 

“น่ากลัวเหมือนจริงมากจ้ะยาย ตัวอะไรไม่รู้มันมารัดขวัญแน่นเลย” ขวัญอรุณตัวสั่น พอหายร้อนความหนาวก็เข้ามาแทนที่จนต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว 

“โธ่เอ๊ย ขวัญเอ๊ยขวัญมา แค่ฝันร้ายเท่านั้นนอนต่อเถอะ” วารีตบหมอน 

ขวัญอรุณเหลือบมองไปยังประตูพบว่ามันยังคงปิดสนิทดังเดิม ไร้วี่แววของอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญ หญิงสาวล้มตัวนอนแบบไม่ไว้วางใจ ปลอบตนเองว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ฟ้าสาง หวังว่าฝันร้ายจะไม่กลับมาเยือนอีกตลอดราตรีที่เหลือ 



ตอนเช้าเสียงคนในค่ายจับกลุ่มคุยดังเซ็งแซ่ราวกับมีหัวข้อการประชุมใหญ่ หญิงสาวมุดออกจากเต็นท์ตามหลังผู้เป็นยายมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทีมงานโบราณคดีทั้งวัยหนุ่มสาวและสูงวัยกำลังยืนล้อมวิพากษ์วิจารณ์บางสิ่ง พอหนึ่งในนั้นหันมาเห็นเธอและศาสตราจารย์วารีจึงรีบกวักมือให้เข้าไปร่วมวง 

“อาจารย์ครับ ขวัญออกมาดูอะไรนี่สิครับ” 

“มีอะไรกัน” หญิงสูงวัยสาวเท้าไปบนพื้นหญ้าชอุ่มน้ำค้างโดยมีขวัญอรุณเดินตามไปด้วยความใคร่รู้ 

“ดูรอยนี่สิครับ” ร่องรอยที่ทุกคนกล่าวถึงอยู่บนพื้นดินเปียกชื้น ละม้ายกับรอยเลื้อยของสัตว์ที่มีลำตัวยาวหลายเมตรซึ่งขดงอไปมาจนลดเลี้ยวเป็นทางยาวตั้งแต่นอกค่าย มันปรากฏและหายไปเป็นระยะกระทั่งหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อมาถึงเต็นท์ของขวัญอรุณ 

“นี่มันรอยอะไรคะ” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก ผงะถอยไปเล็กน้อย 

ภาพสัตว์ประหลาดน่ากลัวผุดขึ้นมาหลอกหลอนให้เธอต้องตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที ขวัญอรุณไม่อยากเชื่อว่ามันจะสอดคล้องกับความฝันที่เห็นเมื่อย่ำรุ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีงูใหญ่ขนาดนั้นเข้ามาเพ่นพ่านโดยไม่มีใครพบเห็น 

“จะว่างูก็ตัวใหญ่เกินไป แถมรอยเลื้อยยังแปลก แสดงว่าน้ำหนักตัวคงมากหลายร้อยกิโลถึงได้บดพื้นดินเหนียวจนเป็นรอยลึกขนาดนี้” 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันก็ต้องมีเสียงอะไรบ้างแหละ นี่อะไรเงียบกริบทั้งคืน เช้ามาก็มีรอยทิ้งเอาไว้ บรื๋อ...” 

ศาสตราจารย์วารีมองรอยบนพื้นดินพลางกอดอกคิดก่อนจะเคาะคำตอบออกมาทีเล่นทีจริง “แคมป์เราอยู่ใกล้น้ำโขงใช่ไหม งั้นนี่อาจจะเป็นรอยพญานาคก็ได้” 

“รอยพญานาค!” เสียงร้องทวนดังขึ้นพร้อมกัน ทุกคนมีสีหน้าแตกตื่นจนหญิงสูงวัยขบขัน 

“ไม่เคยเห็นเรอะ แบบนี้ทางอีสานมีให้เห็นบ่อยไป” ผู้ทรงภูมิว่าพลางหัวเราะ บิดขี้เกียจยืดแขนขารับตะวันที่โผล่พ้นทิวไม้ แสงแดดสีทองส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับงามจับตา มีเรือยาวสองสามลำอ้อยอิ่งไหลผ่านไป 

“นั่นมันทางอีสานนี่ครับ พญานาคจะมาโผล่ทางเหนือได้ยังไง” 

“ทำไมจะไม่ได้ ตำนานเมืองนี้ก็เคยมีนี่นา” วารีพยักพเยิดไปทางหลุมขุด 

“ลืมแล้วเหรอว่าพญาสุวรรณมุขทวารรอดจากการถูกลอยแพเพราะได้พญานาคช่วยไว้ จนท่านได้มาปกครองเมืองสุวรรณโคมคำต้นกำเนิดเมืองเชียงแสน พอสุวรรณโคมคำล่มสลาย ต่อมาชนกลุ่มหลังที่เข้ามาแทนก็ตั้งเป็นเมืองนาคพันธุสิงหนวัตินคร ดูสิมีแต่นาคเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น ยังไม่นับว่าตำนานสร้างน้ำโขงก็เกิดจากพญานาคเป็นผู้ขุดด้วยนะ” 

“แหม อาจารย์พูดเหมือนมันเป็นเรื่องจริงจนพวกหนูเกือบเชื่อแน่ะ ถึงยังไงมันก็เป็นแค่ตำนาน ไม่ต่างอะไรกับนิทานปรัมปรานะคะ” กลุ่มคนหนุ่มสาวหัวเราะเบาๆ 

“ไม่รู้อะไรเสียแล้ว วิทยาศาสตร์น่ะพิสูจน์เสร็จก็เอาเหตุผลมาหักล้างได้ แต่ความเชื่อหรือตำนานนี่หักล้างเปลี่ยนแปลงยาก ไม่ใช่ง่ายๆ นะเออถ้าจะเปลี่ยนความคิดของคนที่ปลูกฝังมาหลายรุ่นต่อหลายรุ่น โดยเฉพาะชาวบ้านซึ่งมีวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น มีแม่น้ำสายเก่าแก่นี้หล่อเลี้ยงมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ” 

“คงฟังได้แค่พอสนุกแต่เอามายึดถืออะไรไม่ได้หรอกค่ะ รอยที่เห็นบนพื้นอาจมีใครมาแกล้งทำเอาไว้หรือไม่ก็อาจเป็นงูจริงๆ ก็ได้ แต่คงเป็นพวกงูเหลือมไม่มีพิษมีภัยอะไร เตือนให้ทุกคนระวังตัวในระหว่างทำงานด้วยก็แล้วกัน” 

คนในทีมแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมของตนเองให้เรียบร้อยก่อนเข้างาน ไม่นานก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกให้พวกเขาได้ขบคิดจนลืมเรื่องรอยปริศนาบนพื้นดินไปจนหมด เว้นเพียงเธอที่ยังจดจ่ออยู่กับมัน

ขวัญอรุณก้าวถอยหลังขณะทอดสายตามองลอนดิน ภาพงูยักษ์ซึ่งมีเศียรประหลาดในฝันเมื่อคืนยังคงแจ่มชัดราวจับต้องได้ หากว่ารอยเลื้อยนี้กับนิมิตที่เธอเห็นเป็นพญานาคแล้วอะไรคือสิ่งที่นาคตนนั้นต้องการจะสื่อสาร 

คติความเชื่อแต่โบราณว่ากันว่าฝันถึงงูรัดเขาว่าจะได้เนื้อคู่ ถ้างูรัดตัวเราท่อนบนจะได้เนื้อคู่ที่มีศักดิ์สูงกว่า ถ้ารัดท่อนล่างเนื้อคู่ก็ต่ำศักดิ์กว่า 

...แต่ถ้าเป็นพญานาครัด...เนื้อคู่ของเธอจะเป็นยังไงกันล่ะ 

หญิงสาวสั่นศีรษะสลัดความฟุ้งซ่านออกจากสมอง เตือนตัวเองให้เลิกเพ้อเจ้อแล้วรีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จจะได้ทานอาหารเช้าแล้วตามไปช่วยงานศาสตราจารย์วารีที่เต็นท์อำนวยการ 

จากเหตุการณ์วันนั้นจวบจนเวลาผ่านไปสามเดือนคณะนักโบราณคดีทำงานผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เคยเกิดเรื่องประหลาดใดๆ ขึ้นอีก โครงการวิจัยในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากต่างประเทศเพื่อให้ขุดค้นหาสุสานโบราณที่ถูกโคลนถล่มทับถมหายไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน 

สุสานดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงภายในอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายเหนือสุดของประเทศไทย เชื่อว่าหลุมศพโบราณนี้มีอายุเก่าแก่อยู่ในยุคเดียวกับเมืองโบราณนามว่าสุวรรณโคมคำ แต่น่าแปลกที่หลุมดังกล่าวกลับถูกทำขึ้นอย่างพิเศษด้วยเทคนิคเดียวกับการทำมัมมี่จีน  

ครั้งแรกที่สุสานขนาดมหึมาถูกเปิดเชื่อว่าภายในมีสมบัติข้าวของเครื่องใช้และมัมมี่โบราณตัวหนึ่งบรรจุอยู่ในโลงชั้นในสุดซึ่งถูกปกป้องจากโลงชั้นนอกหลายชั้น นักโบราณคดีชุดแรกเชื่อว่ามัมมี่ตัวนั้นน่าจะเป็นศพของหญิงสูงศักดิ์ผู้มีความสำคัญมากต่อเจ้าผู้ครองนครหรืออาจเป็นศพของหญิงที่ได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนในชุมชน

น่าเสียดายที่การพบมัมมี่นำไปสู่เรื่องน่าเศร้าเมื่อรัฐบาลเก็บงำเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและลักลอบดำเนินโครงการโคลนนิงมนุษย์ทดลองขึ้นมาจากซากมัมมี่ โดยรู้ทั้งรู้ว่าการทดลองเทคโนโลยีชีวภาพนี้ละเมิดข้อตกลงว่าด้วยชีวจริยธรรมจากนานาชาติ

แต่หลังจากเรื่องอัปยศนี้ถูกเปิดเผย ประชาชนชาวโลกได้รับรู้ว่ามีเมืองโบราณที่เคยสาบสูญ รวมถึงร่างโคลนนิ่งจากมัมมี่ยังมีชีวิตอยู่ คณะรัฐบาลซึ่งบอบช้ำจากการถูกประณามและสั่นคลอนความเชื่อมั่นจากนานาประเทศก็ตัดสินใจทิ้งสุสานเอาไว้ใต้ดินเช่นเดิมโดยไม่เปิดเผยพิกัดที่แท้จริง 

ยี่สิบปีต่อมานักโบราณคดีไทยจึงดิ้นรนขวนขวายที่จะตามหาสุสานดังกล่าวเพื่อนำกลับมาเป็นสมบัติของชาติอีกครั้ง ด้วยความเก่าแก่ เงื่อนงำอีกมากที่ยังไม่ถูกเปิดเผยเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องกอบกู้มันกลับคืนและศึกษาเพื่อเป็นความรู้แก่คนรุ่นหลัง 

เมื่อแรกที่ขวัญอรุณได้ทราบว่ามีการโคลนนิงมนุษย์จากมัมมี่สำเร็จเป็นรายแรกของโลก เธออดสงสารมนุษย์โคลนที่ต้องเกิดมาแบบไร้พ่อและแม่ไม่ได้ ตัวหญิงสาวถึงบิดามารดาจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศตลอด แต่ก็มียายคอยเลี้ยงดูให้ความรักความอบอุ่นมาไม่เคยขาด 

การที่ใครคนหนึ่งต้องเกิดมาพร้อมกับความโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้มันน่าเศร้าจนเธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าความยินดีปรีดาหลังการทดลองประสบผลสำเร็จจะคุ้มค่ากับความเป็นมนุษย์ของคนหนึ่งคนที่ต้องสูญเสียไปหรือไม่ 

ไม่มีใครได้ภาพของมนุษย์โคลนเพศหญิงคนดังกล่าว รัฐบาลมีคำสั่งห้ามทุกสื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวของเธอตามคำสั่งขององค์การสหประชาชาติที่ต้องการให้รักษาสิทธิมนุษย์ชนขั้นพื้นฐานของผู้ตกเป็นเหยื่อจากการทดลองอันไร้จริยธรรม 

โชคร้ายที่ซากมัมมี่และสมบัติถูกเผาสิ้นซากไปในอุบัติเหตุไฟไหม้ห้องทดลองตั้งแต่มีการโคลนนิ่งสำเร็จเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ไม่ช้าข่าวคราวของร่างโคลนบนสื่อออนไลน์ก็คงจะจางหายไปเหมือนสายลม ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้ผู้คนสนใจพูดถึง 

...เว้นแต่หลักฐานบนผืนดินที่พวกเธอกำลังขุดค้นอาจบ่งบอกได้ว่าครั้งหนึ่งบริเวณนี้เคยมีร่างมัมมี่หญิงสาวและเรื่องราวของหล่อนที่จะจารึกเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ดินแดนสุวรรณภูมิอันรุ่งเรือง 


....................

จบตอน






Create Date : 26 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:27:33 น. 25 comments
Counter : 2717 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์คร้าคุณนราเกตต์ มาตามต่อเรื่องใหม่แล้วคร้า ขอบคุณนะคะสำหรับความสุขที่แชร์มาให้กันอ่าน 😘


โดย: เจ้าแต้ม IP: 49.237.226.194 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:33:52 น.  

 
อ่านตอนแรกก็สนุกแระ ติดตามคุณนราเกตต์เป็นเล่มที่ 3
จากลมซ่อนรัก มาเถ้าอธิฐาน แล้วก็มาอุษาโคมคำ
ขอสมัครเป็นแฟนคลับเต็มตัวแล้วนะคะ สนุกทุกเรื่องเลย
จะตามไปสอยมาเก็บให้ครบทุกเรื่องเลยคร้า 😁


โดย: เจ้าแต้ม IP: 49.237.226.194 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:48:52 น.  

 
เข้ามาอ่านเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ค่ะ เรื่องโคลนนิ่งมนุษย์ทดลองจากซากมัมมี่ นี่คุ้นๆนะคะเนี่ย ;)


โดย: unna_jung IP: 202.28.179.5 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:7:05:54 น.  

 
เปิดตอนแรกก็น่าตามติดอีกแล้วครับ


โดย: chai IP: 49.49.250.223 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:30:24 น.  

 
เข้ามาติดตามด้วยคนค่า....^_^


โดย: khunprawn IP: 203.172.173.252 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:32:34 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกล่อลวงให้เข้ามาอ่านต่อ ลุ้นว่าเจ้าขวัญจะได้เจอกับอะไรต่อไป แล้วที่มารัดนี่ใช่พญานาคจริงๆมั้ยนะ


โดย: dekdoi IP: 1.46.1.141 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:50:22 น.  

 
เครียดจัง


โดย: b IP: 112.121.132.18 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:11:50:52 น.  

 
รอเรื่องนี้มานานนมากคะเพราะเรื่องเง่าเสน่หาจะได้ถูกพิมพ์ออกมาขายใหม่ เรื่องนี้ก็หาไม่ได้เลยคะ


โดย: นงนง IP: 49.229.25.217 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:32:49 น.  

 
เห็นทีเซอร์ของเถ้าอธิษฐานมาด้วยละคะ
http://youtu.be/ci3nxVFB288


โดย: RIn IP: 180.183.130.22 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:39:31 น.  

 
รอเรื่องนี้มานานเลย ลืมเรื่องไปละ


โดย: nasa IP: 116.58.232.253 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:49:44 น.  

 
ว้าว! ยินดีที่สุด ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ขอต้อนรับการกลับมาค่ะ




โดย: kira IP: 49.229.14.110 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:55:03 น.  

 
เจ้าแต้ม - ขอบคุณค่ะ ติดตามกันไปนานๆ นะ จะพยายามขยันค่ะ

unna_jung - นั่นสิคะ คุ้นมากๆ อะ

chai - ขอบคุณค่ะ พีเรียดย้อนเวลา เป็นอีกบททดสอบเรื่องภาษาว่าจะผ่านด่านไปได้ไหม

khunprawn - ขอบคุณค่ะ ตามกันมาตลอดเลย เห็นชื่อก็แอบเรียกว่าคุณปลาวาฬทุกทีค่ะ (ทั้งที่ไม่ได้อ่านงั้นสักหน่อย)

dekdoi - ตามมาแล้วจะพบว่าเรื่องนี้มีแต่ผู้ชายดีๆ ทั้งน้าน

b - ไม่เครียดเท่าเถ้าอธิษฐานค่ะ สบายๆ ชิวๆ กิงก่องแก้ว

นงนง - มีคนอ่านแอบนับด้วยอะค่ะ 5 ปี ทำไมเวลาผ่านไปไวจัง

RIn - ขอบคุณค่ะ

nasa - อ่านใหม่เถอะค่ะ

kira - ขอบคุณค่ะ คราวนี้ต้องจบให้ได้ค่ะ


โดย: นราเกตต์ วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:14:41 น.  

 
กลับมาแล้ว


โดย: กรรดึก IP: 134.196.207.193 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา:2:48:18 น.  

 
คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะ ติดตามโลดดดดดด


โดย: ทราย IP: 49.229.92.127 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:24:51 น.  

 
เย้ๆๆๆ กลับมาแล้ว


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:36:25 น.  

 
กรรดึก -

ทราย - ทวนกันใหม่อีกสักรอบค่ะ

Beerbeer - มีคนคิดถึงเรื่องนี้เยอะกว่าที่คิด


โดย: นราเกตต์ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:4:36:35 น.  

 
รอคอยมานาน นานมาก มาเริ่มอ่านใหม่จะดีที่สุด อื้อ ว่าแล้วก็หยิบเงาเสน่หาขึ้นมา...


โดย: patch IP: 49.230.245.149 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:11:38:57 น.  

 
มาไวๆนะคะ พี่เกด 😃😃


โดย: ดา IP: 171.5.247.143 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:11:18 น.  

 
ตามมาอ่านทบทวนค่ะ :)


โดย: Pinkc IP: 37.59.6.32 วันที่: 1 ธันวาคม 2558 เวลา:6:20:41 น.  

 
พี่เกตต์น่ารักจัง นั่งอ่าน6ตอนรวด แบบว่าหายคิดถึงได้ระดับหนึ่ง


โดย: KAWEE IP: 116.68.149.234 วันที่: 1 ธันวาคม 2558 เวลา:13:16:59 น.  

 
เย้ๆๆ ตามอ่านอยู่นะคะ อยากทราบว่าเรื่องนี้จะมีให้ร่วมเล่นเกมส์อีกไหมคะ ? เดี๋ยวสอบอาทิตย์หน้าจะมานั่งอ่านให้ตาแฉะเลยคะ :)


โดย: มาลีรินทร์ IP: 192.99.14.36 วันที่: 5 ธันวาคม 2558 เวลา:12:28:49 น.  

 
มีเล่นเกมค่ะ


โดย: นราเกตต์ วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:4:43:48 น.  

 
มีเรื่องให้ติดตามอีกแล้ว เป็นกำลังใจให้พี่เกตต์อยู่นะคะ


โดย: Noon IP: 101.108.34.44 วันที่: 7 มกราคม 2559 เวลา:22:06:05 น.  

 
ตามมาอ่านจ้า
อันนี้คือภาคต่อจากเหงาเสน่หาหรอคะ พี่เกตต์


โดย: หนูแรคคูน IP: 182.232.44.115 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:7:21:01 น.  

 
ตอนที่14 จะมารึยังนะคะ


โดย: Teddyshunny IP: 202.28.180.14 วันที่: 15 กันยายน 2559 เวลา:16:13:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.