Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 

อุษาโคมคำ ตอนที่ 25





ศรีสูรยะขึ้นไปบนอาศรมของปู่เจ้าแถนหลวง ตัวเรือนมองจากภายนอกใหญ่โต แต่ภายในกลับเรียบง่าย ไม่ต่างจากเรือนชาวบ้านทั่วไปสักเท่าใดนัก แม่ทัพหนุ่มนึกชมชอบในความสมถะของผู้ครองผ้าขาว บ้านเสนาบดีอำมาตย์ที่เขาเคยเห็นยังตกแต่งหรูหรายิ่งกว่านี้หลายเท่า ข้าวของเครื่องเรือนล้วนซื้อหาเอาจากพ่อค้าต่างเมือง ดูแปลกตาและมีราคาอย่างมาก ขณะที่เรือนแห่งนี้ว่างเปล่าแทบไม่มีอันใด อย่างดีก็โต๊ะเตี้ยสำหรับวางหมากพลู กับที่นั่งยกพื้นเท่านั้น อาศัยเสื่อเป็นเครื่องปูลาดให้พอนั่งสบายขึ้นมาได้บ้าง 

เด็กหนุ่มโขยมรับใช้ของอาศรมนำน้ำดื่มใส่ขันทำจากกะลาขึ้นมาให้ จิบแล้วรสหวานหอมชื่นใจจนเขาต้องเอ่ยปากชมว่าเป็นผู้ใดคิดเอาดอกไม้ขาวนี้มาลอยไว้ในน้ำกัน นางข้าไทหญิงประจำเรือนรีบเอื้อนตอบว่าเป็นนางที่นำดอกไม้มาลอยน้ำไว้เพื่อร่ำให้มีกลิ่นหอม 
“เปนข้าเองเจ้าข้า” ทุมมาขานรับเสียงหวาน กิริยาขวยเขินบิดข้อมือไปมา 

“พี่เอาน้ำหื้อข้า แต่คนตรึกนำมะลิมาลอยเปนพี่ขวัญเพิ่นพู้น บ่แม่นพี่ทุมมาเน้อ” กทลีตอบด้วยความจริงใจว่าเป็นความคิดของขวัญอรุณ ผู้เข้าถวายตัวเป็นนางพระกำนัลไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน

“อ้ายกทลี ขวัญอรุณเข้าวังไปเสียเมินแล้ว บัดแมงเปนข้าอยู่ ก่ต้องข้าเปนคนตรึกสิวะ” ทุมมาทำตาพองใส่เด็กหนุ่ม ขมุบขมิบปากขึงขัง ไม่กล้าออกเสียงดัง

ปู่เจ้าแถนหลวงเห็นว่าทั้งสองคนไม่มีหน้าที่อะไรแล้วจึงให้ลงจากเรือนไปก่อน ส่วนเขาสนทนากับศรีสูรยะกับพวกเป็นการส่วนตัว แม่ทัพหนุ่มได้ยินชื่อขวัญอรุณก็ทำให้หวนนึกถึงเมื่อครั้งเคยช่วยนางไว้พร้อมกับแถนหลวง แล้วยังอีกคราวหนึ่งที่พบกันด้วยบังเอิญตรงน้ำตก จากนั้นเขาก็ได้ยินเพียงข่าวคราวว่านางถูกพระกรรโลงครรภ์เรียกเข้าวัง ถวายตัวเป็นนางพระกำนัลห้องพระสุคนธ์ แล้วก็ไม่ทราบข่าวคราวอันใดอีกเลย เพิ่งมารู้ความจากแถนหลวงในวันนี้ว่านางจะได้รับการสมโภชเป็นชายา 

“บ่ตรึกว่าจากจูฬาณีนครไปเสียเคริ่งเดือน จักทำหื้อพลาดการณ์ใหญ่ไปประนี้ ท่านเปนอาจาริยะของนาง ก่เชื่อว่านางเปนนาคตามคำเล่าลือรึ”

“ข้าเชื่อฤๅบ่เชื่อก่บ่สำคัญดอก อยู่กับว่าทุกคนเชื่อก่ ผิคนเชื่อนางก่เปน ผิคนบ่เชื่อนางก่บ่เปนเท่าหั้น 

ศรีสูรยะเห็นว่าการเป็นนางนาคล้วนแต่มีข้อดี ได้ทั้งการยอมรับจากเหล่าขุนนางและราษฎร ได้ความเคารพยำเกรงจากแคว้นเพื่อนบ้าน ด้วยเห็นว่าสุวรรณโคมคำได้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนาคเทวีคุ้มครองบ้านเมือง ปู่เจ้าซึ่งเป็นอาจารย์ก็พลอยได้การนับถือเพิ่มขึ้นไปอีก 

น่าแปลกที่แถนหลวงเหมือนจะไม่เห็นด้วยตามความคิดของเขา ผู้ทรงภูมิคลี่ยิ้มเพียงเล็กน้อย สายตากลับนิ่งเฉยไม่แสดงออกถึงความยินดีสักนิดเดียว มีเรื่องอันใดให้น่ากลัดกลุ้มใจกัน



นางนาค! ขวัญอรุณมันเป็นนางนาคหั้นรึ!

ทุมมาลอบฟังการสนทนาอยู่ใต้ถุนเรือน ถึงกับออกอาการริษยาตาร้อนไม่พอใจอย่างรุนแรงข้ามวันข้ามคืน ยิ่งได้ยินว่าต่อไปหญิงสาวจะได้รับการสมโภชขึ้นเป็นนาคเทวีเคียงคู่บัลลังก์ทอง นางยิ่งอิจฉาจนอกแทบแตก นึกอยากทุ่มข้าวของทิ้งเสียเป็นการระบายอารมณ์ให้หายแค้น

เหตุใดฟ้าจึงกำหนดชะตาคนเรามาให้สูงต่ำดำขาวขึ้นลงไม่เท่าเทียมกัน นางมีอันใดสู้ขวัญอรุณไม่ได้ เพียงแค่หญิงสาวได้มีโอกาสดีกว่า เข้าไปถวายการรับใช้ในวัง จึงทำให้กมรเตงอัญทอดพระเนตรเห็นแล้วเกิดโปรดปราน แม้นเป็นนางได้เข้าวังไปบ้าง พระบาทกมรเตงอัญก็ต้องโปรดนางแน่นอน ป่านนี้ก็คงได้เป็นเมียพระองค์ไปแล้วเช่นกัน

มันน่าน้อยใจนัก!

กทลีมองคนตีอกชกตัวกระโวยกระวายพานเหนื่อยใจ เขาคิดว่าขวัญอรุณแตกต่างจากอิสตรีทั่วไปอย่างมาก นางมีความฉลาดเฉลียวและลึกลับเช่นเดียวกับปู่เจ้าแถนหลวง สามารถพูดคุยกันในเรื่องยากๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจ แลอย่าง ‘เชื้อโรค’ ป่านนี้เขายังไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นเช่นไร หากขวัญอรุณกลับฟังผ่านโดยไม่สงสัยราวกับรู้จักสิ่งนั้นดีอยู่แล้ว 

หากไม่ใช่คนมาแต่เมืองแถนอย่างปู่เจ้า มีหรือจะแจ้งใจในสิ่งที่ยากจะเข้าใจเช่นนั้นได้!

เด็กหนุ่มเชื่อสนิทใจว่าขวัญอรุณคือธิดาที่ท้าวสัตตนาคราชส่งมาเพื่อความรุ่งเรืองของชาวสุวรรณโคมคำโดยแท้ เป็นผู้อยู่สูงเกินกว่าทุมมาจะตีตนเสมอได้

“แหมน้อยปะหน้ากันก่ต้องหมอบกราน จักยืนค้ำหัวคือเก่าก่บ่ได้แล้วเน้อ” 

“ข้าบ่กรานอีขวัญอรุณมันหื้อเสียมือดอก” ทุมมาฉวยเพียดเข้าข้างเอว เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากเรือนไป 

กทลีและนางเสื่องได้แต่มองตามสายตาอ่อนใจ ภาวนาให้มันผีบ้าแค่ที่นี่ ไม่ไปทำกิริยาแข็งขืนใส่ขวัญอรุณในตอนที่อยู่ต่อหน้าเข้าจริงๆ ไม่เช่นนั้นด้วยฐานะของอีกฝ่าย อาจทำให้นางโดนหวายทวนหลังขาดเอาได้

“ผู้ใดจักกรานก่กรานเทอะ หันมันได้ดีเข้าหน่อยก่ตรึกสอพลอ!”

ข้าไทสาวสบถเดินย่ำไปตามทางดินเข้าตัวกำปง ไปได้ไม่ไกลก็พบกับกลุ่มหญิงสาวสามคนที่จำได้ว่ามาจากโพธิสารหลวง คนอารมณ์เสียถามเสียงหงุดหงิดว่ามาทำอะไรกัน ถ้าคิดเอาผ้ามาขายให้นางอีกให้มาใหม่วันหลัง วันนี้ไม่มีอารมณ์ซื้อ แม้พวกนางวิงวอนขอปันข้าวเปลือกเนื่องจากไม่มีอาหาร ทุมมาก็ยังเอ็ดเพ้ยให้ไปขุดหาหัวเผือกหัวมันเอาในป่าโพ้น อย่ามาทำให้รำคาญ บอกปัดไปแล้วก็ฉีกขาเดินยาวๆ จนชายผ้านุ่งตึงไปตามทาง 

“อีแล้งน้ำใจ!” ศิถีมองตามร่างนางข้าไททุมมาด้วยสายตาโกรธเคือง สาบานว่าจะทำให้นางรู้ซึ้งถึงแก่นว่ายามเดือดร้อนแล้วไม่มีผู้ใดช่วยเหลือมันเป็นเช่นไร 

อินถาพยักหน้าให้บริวารทั้งสองคนของตนตามไป เดิมทีนางยังนึกสงสารทุมมาอยู่บ้าง แต่จากการที่หญิงสาวปฏิเสธคำขอร้องของผู้ทุกข์ยากทั้งที่มีโอกาสช่วยเหลือได้ไม่ลำบาก ทำให้ความเห็นใจที่นางมีให้หมดลงไป ทั้งสามสะกดรอยตามทุมมาไปจนเกือบถึงบริเวณชุมชน

ศิถีรี่เอาผ้าเข้าไปให้นาง โดยเสนอให้รับไว้ก่อนแล้วพวกนางค่อยมาเอาข้าววันหลัง จำนวนข้าวก็ตามแต่จะให้

ทุมมาเห็นว่าพวกนี้ช่างโง่เสียจริง มีอย่างที่ไหนให้ของมีค่าราคาแพงเช่นนี้มาก่อนโดยไม่กลัวนางโกง ผ้าผืนนี้งามกว่าคราวก่อนมากนักเก็บไว้ขายคงได้อักโข ต่อให้พวกนางมาทวงเอาค่าผ้าภายหลัง จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียก็ได้ คิดวางแผนในใจเสร็จสรรพนางจึงรับผ้าใส่เพียดเอาไว้ จิตใจกรุ่นเคืองด้วยโทสะก่อนหน้าค่อยเบิกบานแจ่มใสขึ้นมา

“ไว้ค่อยข้าค่อยเอาข้าวหื้อเน้อ” ทุมมาว่าอย่างอารมณ์ดี ครึ้มอกครึ้งใจไปเดินเล่นยังอาปณะสถานต่อโดยไม่รู้ว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม เพียงไม่นานทหารกลุ่มหนึ่งก็เดินแหวกฝูงชนพุ่งตรงมาที่หญิงสาว พวกเขาเข้ามาล้อมแลช่วยกันจับกุมทุมมาเอาไว้ ข้าไทสาวร้องโวยวายในทันที 

“มาจับข้าเรื่องใด”

“มีคนมาบอกว่ามึงขัดพระราชโองการซื้อขายของกับพวกคณะทูตโพธิสาร” 

“บ่มี! บ่มีเน้อ! ข้าบ่ได้ทำ” ทุมมาหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม ทหารคนหนึ่งแย่งเอาเพียดที่ถืออยู่ไปตรวจค้นแล้วก็พบกับผ้าทอผืนซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัว 

“บ่ได้ทำแล้วนี่อันใด! ผ้านี้มึงเอาที่ใดมา!” ทหารชูผ้าในมือขึ้น ท่ามกลางชาวบ้านร้านตลาดที่มามุงดูเป็นกลุ่มใหญ่ บางคนจำได้ว่าผ้าลายดังกล่าวเป็นลายเฉพาะมีแต่ในราชสำนักกับชนชั้นสูงโพธิสารหลวงเท่านั้นที่ใช้ ไม่มีขายทั่วไป ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าผ้านี้นำเข้ามาโดยคณะทูตเท่านั้น

“ผ...ผ้านี้ข้าเก็บได้” ทุมมาแก้ต่างให้ตัวเองแต่ไม่เป็นผล ทหารหิ้วตัวนางไปส่งคุ้มขุนพิหารซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลจูฬาณีนคร แลทำหน้าที่เป็นตระลาการคอยตัดสินคดีความในเมืองนี้

“ข้าเปนคนของปู่เจ้าแถนหลวงนะ สูจักทำอันใดข้า ข้าถูกใส่ไคล้...ข้าถูกใส่ไคล้...” นางข้าไทสาวร้องคร่ำครวญไปตลอดทาง ถูกลากปีกไปโดยไม่มีผู้ใดกล้าเข้าช่วยเหลือ คนในตลาดต่างพากันจับกลุ่มนินทาอึงมี่ บางคนรู้จักหญิงสาวว่าเป็นคนของเรือนปู่เจ้าจึงรีบวิ่งมาบอกที่อาศรม 

กทลีและนางเสื่องตกใจยิ่ง ไม่นึกว่าทุมมาจะกล้าขัดพระราชโองการเช่นนั้น แถนหลวงกลับจากเข้าเฝ้าในวังมาถึงเรือนได้ยินเรื่องราวจึงตามไปที่คุ้มขุนพิหารด้วยความเป็นห่วง ทว่าขุนพิหารเลื่องลือในความเถรตรง ไม่มีผู้ใดสามารถร้องขอลดหย่อนผ่อนโทษให้ผู้กระทำผิดได้โดยง่าย 

เช้าวันถัดมาทุมมาจึงถูกตัดสินบริเวณลานกลางชุมนุมชน ให้ลงทัณฑ์ด้วยการเอามือล้วงลงไปในหลุมลึกที่มีผ้าทอของกลางวางปูอยู่เบื้องล่าง แลหยิบผ้าผืนดังกล่าวขึ้นมาให้ได้ โดยในหลุมเต็มไปด้วยมดคันไฟสุมคลุมอยู่ทั้งรัง ทุมมากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดยามถูกต่อยจนมือเป่งบวมแดงแสบร้อนเหมือนคนถูกไฟลวก อวัยวะขยายใหญ่โตราวคนเป็นโรคเท้าช้าง เมื่อล้วงเอาผ้าขึ้นมาได้ยังถูกฟาดมือด้วยไม้อีกร้อยหนจนแตกเลือดอาบ ไม่สามารถใช้มือหยิบจับสิ่งใดได้ โอดครวญทรมานไม่ต่างจากตกนรก 

ผู้คนที่มายืนดูการลงโทษต่างทำหน้าสยองแสยงไปตามๆ กัน การละเมิดพระราชโองการความจริงโทษต้องถึงประหาร หากพระบาทกมรเตงอัญยังทรงมีพระเมตตา โปรดลดโทษลงมาให้เนื่องเป็นการกระทำผิดโดยความละโมบ มิได้คิดร้ายต่อผู้ใดจึงให้ลงเพียงทัณฑ์ทรมานให้เข็ดหลาบ แลส่งไปใช้แรงงานในโรงช้างหลวงหกเดือนเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง 

ทุมมาถูกส่งไปเกี่ยวหญ้าเลี้ยงช้างได้รับความทรมานสุดแสน มือทั้งสองข้างเจ็บปวดไม่ต่างจากคนพิการ ต้องถูกหญ้าบาดซ้ำซ้อนไม่มีวันหาย ก่นด่าสาปส่งถึงคนที่มันไปฟ้องทางการจนทำให้นางมีสภาพน่าอเนจอนาถเช่นนี้ 

ผิรู้ว่าเป็นผู้ใดมันปากโป้ง กูจักเอาคืนหื้อสาสม!



ในเมื่อทำผิดร้ายแรงถึงละเมิดพระราชโองการก็ต้องยอมรับผลของมัน

วันรุ่งขึ้นแถนหลวงพากทลีติดสอยห้อยตามไปเยือนโรงช้างหลวง โรงช้างเหล่านี้ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอกอยู่ด้านในสุดของกำแพงเมือง มีอยู่ราวสิบกว่าโรงช้าง ในโบราณช้างเป็นสัตว์พาหนะสำคัญของทั้งพระมหากษัตริย์และขุนนาง นอกจากใช้ทำศึกสงครามยังเพื่อใช้เดินทางไกล เนื่องจากช้างสามารถเดินป่าขึ้นเขาลงห้วยได้ดีกว่าม้า ช้างจึงถูกให้ความสำคัญเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า หากเป็นช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองจะยิ่งมีการดูแลเป็นพิเศษด้วยความหวงแหนมากขึ้นไปอีก

ขุนคชบาลนามว่า งั่ว เป็นผู้กำกับดูแลโรงช้างหลวงทุกโรง เขาเป็นชายสูงวัยรูปร่างสันทัด อายุราวห้าสิบปี ขุนงั่วรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับปู่เจ้าในทันทีที่ทราบข่าวว่าเขามาถึงพร้อมกับผู้ติดตาม นานครั้งที่จะมีขุนนางผู้ใหญ่ลงมาเยี่ยมเยือนถึงเรือนคนเลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นส่วนบริเวณที่พำนักของควาญและคนงาน การมาถึงของปู่เจ้าในครั้งนี้จึงทำให้เขารู้สึกเกร็งอยู่ไม่น้อย 

พอถามถึงนักโทษที่ถูกส่งตัวมาใช้งานเกี่ยวหญ้าเป็นตะพุ่นหญ้าช้างเมื่อวาน ขุนงั่วจึงรีบนำแถนหลวงไปยังโรงช้างหลวงโรงหนึ่ง พอแนะนำให้รู้จักกับครูบาเจืองผู้เป็นหัวหน้าโรงช้างแล้ว ครูบาเจืองซึ่งเป็นชายชราวัยหกสิบปีเศษ ผิวคล้ำร่างกายเต็มไปด้วยรอยสัก แต่งกายอย่างหมอช้าง ส่งคนไปเรียกตัวตะพุ่นใหม่ที่เพิ่งมาให้มาพบ 

ทุมมาเดินโหลเหลมาอย่างคนไม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากไข้ขึ้น ใบหน้ามอมแมมเขลอะคราบน้ำตาตั้งแต่เมื่อวานไม่ได้เช็ดล้าง พอหญิงสาวเห็นบุรุษในชุดขาวยืนรออยู่นางถึงกับดีใจปล่อยโฮ ถลาลงมากอดขาชายหนุ่มอย่างน่าเวทนา 

“ปู่เจ้าเจ้าข้า ช่วยทุมมาด้วย” นางร้องวนเวียนอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา บริเวณหน้าผากถูกสักเลขเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง นักโทษคดีหนักร้ายแรงจึงจะโดนให้สักจุดดังกล่าว นัยว่าเป็นการประจานไปในตัว หญิงสาวแทบทนไม่ได้อับอายจนไม่กล้ามองหน้าใคร 

แถนหลวงมองอย่างสงสาร บอกกับนางว่าเขากำลังมาช่วยอยู่นี่แล้ว จากนั้นจึงให้นางสงบสติอารมณ์แล้วยื่นมือมาให้ทำการรักษา กทลีรีบเปิดย่ามใส่ยาออกมาช่วยเป็นลูกมือให้ชายหนุ่มรักษาคนเจ็บจนแล้วเสร็จ ผู้เป็นหมอพันผ้าให้ทั่วทั้งมือและนิ้วอย่างแน่นหนา เพื่อให้แน่ใจว่ามือของนางจะไม่ถูกหญ้าเกี่ยวบาดเอาก่อนจะหาย 

ทุมมาร้องไห้สะอึกสะอื้น ขอให้เขาช่วยพานางออกไปจากที่นี่ ทว่าแถนหลวงก็ได้แต่ปลอบใจให้นางอดทน ยังดีที่พระบาทกมรเตงไผทโกรมทรงละเว้นโทษตาย และไม่ได้ให้นางเป็นตะพุ่นไปตลอดชีวิต เพียงแค่หกเดือนเท่านั้น หากนางอดทนได้ก็ค่อยกลับไปทำงานที่เรือน ระหว่างนี้เขาจะส่งกทลีมาเยี่ยมบ่อยๆ

พอปลอบใจทุมมาให้ทำใจลงได้บ้างแล้ว ชายหนุ่มจึงช่วยตรวจรักษาแผลให้กับคนงานอื่นๆ ในโรงเลี้ยง แม้ว่าบรรดาควาญจะเชี่ยวชาญการใช้สมุนไพรรักษาตัว แต่พอคิดว่ามีโอกาสได้เจอกับหมอหลวงสักครั้งหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย จึงพากันมารวมตัวขอให้เขาช่วยดูอาการให้กันคึกคัก 

หลังจากใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง ก่อนกลับแถนหลวงจึงฝากฝังครูบาเจืองให้ช่วยเมตตาทุมมาซึ่งเป็นคนของเขาด้วย ครูบากล่าวว่าเป็นตะพุ่นหญ้าช้างนี้ลำบาก ต้องออกไปเกี่ยวหญ้าหาอาหารในป่ามาเลี้ยงช้าง ติดตามควาญพาช้างไปอาบน้ำล้างตัว เก็บขี้ช้างทำความสะอาดโรงเลี้ยง ไม่ได้รับเงือนค่าเลี้ยงดูใดๆ อาหารยังต้องหากินเองหลวงไม่ได้มีให้ เจ็บป่วยรักษาตามยถากรรม ถือเป็นการมาชดใช้ความผิดจึงต้องกัดฟันอดทน อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ นักโทษส่วนใหญ่ที่มาล้วนเคยเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เคยเป็นใหญ่เป็นโตกันทั้งนั้น แรกอยู่ก็รับกันไม่ค่อยได้ นานวันไปจึงค่อยทำใจได้ ทุมมาเองเช่นกัน 

ดวงตาของแถนหลวงอ่อนแสงลง พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ กทลีสัญญากับทุมมาว่าจะกลับมาเยี่ยมพร้อมกับเอาข้าวปลาอาหารมาให้ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะอดอยาก มีอะไรให้บอกเขาได้ หญิงสาวมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาดีขึ้น ซาบซึ้งในน้ำใจเด็กหนุ่มที่ไม่ถือสาเรื่องในอดีต ซ้ำยังไม่รังเกียจที่นางมีรอยสักน่าอับอายอย่างนี้ 

“ผิพี่ทุมมาบ่ใคร่ได้ผ้า ก่คงบ่ต้องทุกข์หนักขนาดนี้” กทลีรำพึงขณะเดินตามร่างสูงในระหว่างเดินทางกลับอาศรม ปู่เจ้าแถนหลวงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพียงแต่เดินนำไปเงียบๆ กระทั่งอีกไม่ไกลจะถึงตัวเรือน เกิดได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางด้านหนึ่งของชายป่า เป็นหญิงสาววิ่งกระหืดกระหอบออกมาพร้อมกับร้องเรียกให้คนช่วย พอเห็นชายหนุ่มจึงรีบวิ่งเข้ามาหา สีหน้าหวาดกลัวยิ่งนัก 

“ช่วยด้วยเจ้าค่ะ นายท่านช่วยแม่นายข้าด้วย นางกินลูกไม้มีพิษเข้าไป ตอนนี้ปวดท้องไส้บิดอ้วกออกมาวิมลากจักแย่แล้วเจ้าข้า” 

“ข้าเปนหมอ นางอยู่ที่ใด” 

“ทางนี้เจ้าค่ะท่านหมอ” 

แถนหลวงก้าวยาวๆ ตามนางไปช่วยคนเจ็บในทันที นายของหญิงสาวคนดังกล่าวหมอบทรุดอยู่กับพื้น กทลีรีบเข้าไปประคองร่างไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้น ใบหน้างามซีดเซียว เม็ดเหงื่อกาฬแตกไหลเต็มหน้าผาก น้ำลายยืดออกมาจากปากราวกับคนลิ้นแข็ง เดินตัวงอด้วยความเจ็บปวดราวกับลำไส้ถูกบิดกระชากอยู่ภายใน 

“เรือนข้าอยู่บ่ไกล พานางเมือเรือนข้าเถิด” 

เมื่อคนของนางเห็นชอบแลตัวนางเองไม่คัดค้าน แถนหลวงจึงช้อนร่างคนป่วยขึ้นอุ้มพากลับไปรักษาตัวอย่างไม่รีรอให้เสียเวลา 

จบตอน




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2560
13 comments
Last Update : 9 มิถุนายน 2560 5:24:28 น.
Counter : 1907 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณป้าทุยบ้านทุ่ง

 

5555 อยากขำทุมมา คิดได้อย่างใดว่าจะได้เมียพระองค์คำเพียงแค่ได้เข้าเฝ้าและรับใช้ พระองค์คำไม่มองใครหรอกนอกจากน้องขวัญคู่บุญของเขา แค่คิดก็ผิดแล้ว ทั้งอิจฉา ริษยา โลภโมโทสันและเจ้าคิดเจ้าแค้นใครเขาจะเอา ทหารธรรมดาเขายังขอคิดดูก่อนเลย
ว่าแต่อินถาและพวกต้องการอะไรจะสุวรรณโคมคำกันแน่คะ ยังมีความสงสัยอยู่

 

โดย: ลิน IP: 202.44.45.29 24 พฤษภาคม 2560 14:17:13 น.  

 

หือ ถูกส่งไปอยู่ที่เดียวกับท้าวอุ่มเหรอเนี่ย จะไม่รวมหัวกันทำร้ายเจ้าขวัญเหรอเนี่ย สรุปโรงเลี้ยงช้างคือแหล่งรวมศัตรูของขวัญอรุณใช่ไหมเนี่ย แอบเป็นห่วงขวัญอรุณแล้วนะเนี่ย

 

โดย: นวล IP: 119.76.99.125 24 พฤษภาคม 2560 14:34:06 น.  

 

ลิน - นางมาตามศรีสูรยะไงคะ เป้าหมายหลัก สุวรรณโคมคำนางมิได้สนใจ เรื่องนี้ผู้ชายต้องมาก่อนบ้านเมืองนะ ตอนตามพี่มา น้องไม่เคยคิดถึงโพธิสารหลวง ไม่เคยคิดถึงประเทศชาติเลย 555

นวล - ส่งนางไปอยู่กะคุณท้าวอุ่มค่ะ จะได้อบอุ่นเหมือนได้พบคอเดียวกัน กลัวนางเหงา

 

โดย: นราเกตต์ 24 พฤษภาคม 2560 14:43:59 น.  

 

สงสารไทวะที่มีนางทุมมาเป็นข้ารับใช้ แบบนี้จะชักเรื่องเดือดร้อนอย่างอื่นเข้ามาหาอีกหรือเปล่าคะ

 

โดย: mooda IP: 1.47.171.58 24 พฤษภาคม 2560 16:35:53 น.  

 

อินถาแผนสูงมากกำจัดทุมมาได้แล้ว แล้วจะเข้าไปอยู่ในเรือนแถนหลวงได้ยังไงน้าาา

 

โดย: patch IP: 182.232.34.196 24 พฤษภาคม 2560 18:00:46 น.  

 

อินถานี่ร้ายมาก กล้าให้ร้ายทุมมาหรอ
สมมติว่านี่เป็นเรื่องจริง จะตามไปตบอินถาเลยแหละ
ทุมมา นางก็อยู่บ้าๆบอๆของนางไปก็ดีแล้ว เฮ้อ หงุดหงิดอินถามาก

 

โดย: kawee IP: 116.68.149.234 25 พฤษภาคม 2560 10:25:34 น.  

 

อยากรู้แล้วว่าอินถาจะตามศรีสูรยะ กลับเมืองโพธิสารได้ไหม ใจหนึ่งก็สงสารนางอยู่นะนางกลัวจะเป็นหม้ายขันหมาก ผู้ชายอะไรทิ้งพระคู่หมั้นมาซะงั้น คนอ่านรอใจจดใจจ่อ

 

โดย: กาง (สมาชิกหมายเลข 2914075 ) 26 พฤษภาคม 2560 12:54:20 น.  

 

เล่ห์กลของอินถา ได้ไปอยู่ที่เรือนแถนหลวงแล้ว จ้า อะไรจะเกิดตามมาอีกหนอ จะลามไปถึงน้องขวัญไหมคะ ใครจะทันเลห์ของชีบ้างอ่ะ เป็นห่วงน้องขวัญและพ่อหมอจัง

 

โดย: ลิน IP: 202.44.45.30 26 พฤษภาคม 2560 18:03:05 น.  

 

แบบนี้แถนหลวงจะงานเข้ามั้ยน้าาาาา

 

โดย: patch IP: 27.55.148.131 26 พฤษภาคม 2560 19:53:39 น.  

 

ได้เข้าเรือนแล้ว จะใช้เล่ห์กลอุบายอะไรอีกนะ แต่พ่อหมอไม่ใช่คนโง่ คงไม่หลงกลผู้หญิงมากเล่ห์ง่ายๆ

 

โดย: kira IP: 182.232.142.26 26 พฤษภาคม 2560 22:14:33 น.  

 

ตกลงอินถานี่เป็นคนดีมะเนี่ย กลัวว่าเธอจะมาสร้างความเดือดร้อนให้ปู่เจ้าน่ะดิ เดี๋ยวไม่มีใครเป็นแบ็คให้หนูขวัญเรา

 

โดย: nasa IP: 159.192.241.7 31 พฤษภาคม 2560 17:51:05 น.  

 

สงสารทุมมาเหมือนกันนะคะ อยากให้นางกลับตัวกลับใจได้

 

โดย: หนูแรคคูน IP: 49.228.98.210 17 มิถุนายน 2560 22:27:59 น.  

 

สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 23 สิงหาคม 2560 17:30:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.