Sanctuary........... The state of being protected or safeguarded, as from danger or hardship
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เชิงพาณิชย์ (ตอนที่ ๒ )








(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)




ลิฟท์โดยสารที่มีอยู่ตัวเดียวมีนักเรียนยืนออรอใช้บริการอยู่จนเต็มทางเดิน แม้ในความเป็นครูซึ่งมีสถานะสูงกว่าอาจทำให้เด็กเกรงใจ หลีกทางให้ครูใช้บัตรทางด่วนพิเศษใช้ลิฟท์ได้ก่อน แต่ฉันไม่ได้รีบร้อนคิดว่าลงบันไดก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก อีกอย่างการที่เด็กสาวหลายคนเดินสวนบันไดขึ้นมาล้วนต่างยกมือไหว้แล้วกล่าวสวัสดีก็สร้างความภูมิใจให้ฉันอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะทราบในภายหลังว่า พวกเขาไหว้ผู้ใหญ่แปลกหน้าที่ผลัดเปลี่ยนเวียนมาให้ได้รู้จัก....ชั่วครู่ชั่วคราว....แบบเป็นปกติของชีวิตนักเรียนที่นี่ก็ตาม



มื้อแรกอันเต็มรูปแบบ อืม...ขอเป็นข้าวแกงโรงอาหารก็แล้วกัน จะได้รู้ว่า “ไม่อร่อย” เป็นอย่างไร



ฉันสั่งข้าวผัดอเมริกันแบบที่ทำไว้แล้ว แม่ค้าตักข้าวผัดซอสมะเขือเทศผสมลูกเกดใส่จานพลาสติกสีฟ้าอ่อน แล้วคีบปีกไก่ทอดเล็กๆหนึ่งปีก ไส้กรอกทอดหนึ่งชิ้น โปะด้วยไข่ดาวทอดผ่านพิมพ์รูปดาวลงไปในจานข้าว ทั้งหมดในราคาย่อมเยาว์แค่สิบแปดบาทเท่านั้น ฉันไม่แน่ใจนะว่ารสชาติอาหารจะ..ดี...หรือไม่ เพียงแต่รู้สึกว่าไม่ได้เจออะไร...น่ารักๆ....แบบนี้มานานนับ ๓๐ ปีแล้ว การได้หวนคิดถึงสมัยวัยเยาว์ผ่านอาหารมื้อนี้ทำให้ฉันรู้สึก...ดี...ทีเดียว




ฉันเลือกนั่งที่ปีกซ้ายของโรงอาหาร ซึ่งเป็นบริเวณกลางแจ้ง โต๊ะไม้ยาวห้าถึงหกตัวตั้งวางเป็นระเบียบ มีร่มก้านไม้ไผ่ขนาดใหญ่ผุดขึ้นกลางโต๊ะโดยที่ส่วนกันแดดทำจากผ้าป่านหนาสีขาวครีม เหลียวมองทางซ้ายเป็นบ้านปูนหลังเล็กๆล้อมรอบด้วยสระน้ำเทียมซึ่งมีน้ำพุรายรอบ ตามด้วยแนวต้นลีลาวดีดอกสีขาว ถัดมาอีกเล็กน้อยเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ ทรงเพดานสูงเปิดโล่งและไม่มีกำแพงทั้งสี่ด้าน ฉันมองเห็นครูและเหล่านักเรียนกำลังฝึกภาคปฏิบัติการนวด การกดคลายจุดอยู่ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยลอยมาตามลมชวนสดชื่นดี ทั้งหมดนี้คือนักเรียนสปา ที่เพื่อนร่วมงานบางคนบอกฉันว่า บางครั้งนักเรียนก็ต้องการหุ่นฝึก เพื่อใช้ทบทวนความแม่นยำ ความหนักค่อยของแรงปะทะ ฉะนั้นหากคาบใดนักเรียน( สปา)และครู( ภาษาอังกฤษ)ว่างตรงกัน เมื่อนั้นกระบวนการการเรียนรู้ระหว่างนักเรียนและครูก็จะเกิดขึ้น



ไม่ต้องกังวลเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมที่อาจเกิดขึ้น....ที่นี่....ไม่มีนักเรียนชาย



หลังจากอิ่มกับอาหารเที่ยง ฉันแวะซื้อน้ำเปล่าขวดเล็กสองขวดจากร้านในโรงเรียนเตรียมไปตุนไว้สำหรับช่วงบ่าย อากาศร้อนอบอ้าวมากจนเสื้อยืดคอปกที่ฉันสวมใส่อยู่เปียกชุ่มไปหมด จนฉันแอบนึกเล่นๆว่าถ้าในขณะที่สอนเหงื่อจากร่างกายมันไหลนองลงมากองที่ปลายขากางเกงสีดำจะทำอย่างไร คงจะน่าอายชะมัด!!!!!!!



“ไปทานข้าวที่ใหนมาเจ๊ ว่าจะชวนกินด้วยกันเสียหน่อย” น้องหมวยส่งเสียงทักทันทีที่ฉันโผล่หน้าเข้าห้องพักครู
“โรงอาหารน่ะ พอดีขี้เกียจแวะเข้ามาสอนเสร็จเลยลงไปกินเลย”
“เลยตกข่าวน่ะสิ.....เจ๊”
“บอกเถอะนะ...ถือว่าพี่ขอร้อง” ฉันทำเสียงล้อเลียน นึกแปลกใจที่เราสนิทกันเร็วเหลือเกิน
“ตาไมค์น่ะ คนอังกฤษที่ผูกไทด์เนี๊ยบๆ ที่เพิ่งมาเมื่อเช้านี้มาสอนแทนสจ๊วตน่ะ มันไปแล้วนะ.....มันไม่มาแล้ว” หมวยเล่าด้วยหน้าตากระตือรือร้น
“หา.......ยังจำหน้าตาไม่ทันได้เลย....เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
“พอมันสอนแทนเสร็จปุ๊บ เที่ยงปั๊บมันก็ลงมา.....ด่า....ด่า...และด่า...บอกว่าโรงเรียนเราไม่ทำตามสัญญาที่เอเย่นต์ได้ตกลงกับมันไว้....มันรับไม่ได้...บอกจะไม่มาแล้ว....”









“เวรกรรม......”



ฉันไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีกว่าคำนี้จริงๆ คำว่า” นักเรียนพาณิชย์” เป็นอย่างไรในความคิดคนไทยก็พอจะเป็นที่รู้กันอยู่ แต่สำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ “อังกฤษ”นั้น เมื่อได้สัมผัสของจริง ขณะที่สอนอยู่ความรู้สึกของเขาอาจจะทับถม ตรมเศร้า คล้ายๆกับหนังหม่นๆแบบ Lost in translation แต่เมื่อภาระกิจ ๒ ชั่วโมงจบลง ไมค์คลายจากอาการมึนงง เริ่มรู้สึกตัวได้สติตระหนักรู้ว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามสัญญาการจ้างงาน เมื่อนั้นภาพยนตร์ Catch me if you can อยากให้สอนต่อ....ก็วิ่งมาจับกูให้ทัน (สิครับ) ก็ถูกนำมาฉายซ้ำ........



ไม่ทันที่น้องหมวย สาวฮ๊อทไลน์สายด่วนจะขยายความต่อ ตัดภาพกลับมาที่หน้าประตูห้องพักครู ผู้บริหารสาวใหญ่ซึ่งแทนตัวเองในการสนทนากับฉันว่า”พี่” หอบแฟ้มสีดำอย่างหนา ก้าวเท้าเดินฉับ...ฉับ....ฉับ....มุ่งตรงมายังหัวหน้าหมวดที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังสุดของห้อง



“โน๊ต......พี่ถามหน่อยเถอะนะว่าคุณดูแลอาจารย์ฝรั่งยังไง ได้พูดได้จาสร้างบรรยากาศในการทำงานให้มันน่าอยู่ น่าประทับใจบ้างหรือปล่าว.....”
“อ้าวพี่.....ในฐานะหัวหน้าหมวดผมก็ทำหน้าที่ของผมเต็มที่นะครับ....ในเมื่อฝรั่งเค้ารับที่นี่ไม่ได้ หรือรู้สึกว่าถูกเรา.....โกง....เขาก็เลือกที่จะไม่ทำต่อ....จะมาโทษผมคนเดียวได้ยังไง”
“เอาล่ะ....คุณลุกขึ้นตามพี่มาแล้วกัน...ไปคุยกันข้างบนหน่อย”
สีหน้าหัวหน้าหมวดหนุ่มหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็รีบคว้ามือถือและแฟ้มบนโต๊ะ จ้ำอ้าวเดินตามหลังผู้บริหารไปทันที
“แบบนี้ล่ะน๊า.....ฉายหนังวน....เรื่องเดิม..เดิม” อ้อยเด็กสาวตัวใหญ่ใจดีโพล่งขึ้น พลางถือโหลคุกกี้ตรงมายังฉันและหมวย
“เอากินซะ บรรดาเจ๊ๆ มิต้องตกใจ มันเป็นเรื่องธรรมชาติของที่นี่...ฮ่า..ฮ่า...”
“เป็นแบบนี้บ่อยเหรออ้อย....ขอบใจจ่ะ” ฉันพูดแล้วหยิบคุกกี้ชิ้นโตเข้าปาก
“ประจำเจ๊....ประจำ....ตามธรรมดาฝรั่งมันก็เรื่องมากอยู่แล้ว ...ไอ้นี่ไม่ได้...ไอ้นั่นไม่เอา.....ยิ่งมาผิดสัญญาการทำงานกับมัน...จำนวนเด็กต่อห้องเกินกว่าที่ตกลงไว้....มันก็ไม่เอาแล้ว....กลัวซะที่ใหนล่ะนั่น.....งานโรงเรียนอินเตอร์เกรดดีๆออกถมเถ...เดี๋ยวเอเย่นต์มันก็หาใหม่ให้ไม่ยาก...”
“แม่ง....งงง....เงินเดือนก็มากกว่าเราตั้งสองเท่า...สามเท่าเนอะ” หมวยสบถความในใจ
“นั่นสิเจ๊หมวย....ครูไทยนะทั้งเตรียมเอกสารการสอน ทั้งเป็นที่ปรึกษา ครูฝรั่งแม่งไม่ทำอะไร สอนเกินนิดเกินหน่อยบ่น....กะอีแค่ได้ชื่อว่า...หัวทอง...เนอะเจ๊หมวยเนอะ....”




ฟังคำว่า”หัวทอง” ที่อ้อยพูดเลยนึกขึ้นมาได้ เมื่อวานนี้ตอนสัมภาษณ์งาน นอกจากที่ตกลงกันได้เรื่องเงินเดือน เรื่องการขอลากิจบ้างในช่วงทดลองงานเพื่อไปทำธุระสำคัญทางด้านกฎหมายแล้ว สิ่งหนึ่งที่ฝ่ายบริหาร ( ซึ่งภายหลังฉันเรียกฝ่ายคุมประพฤติครู ) ได้ร้องขอจากฉันและยังตกลงกันไม่ได้คือ......









“อาจารย์คะ โรงเรียนต้องขอให้ย้อมผมเป็นสีดำสนิทด้วยนะคะ เพื่อความเรียบร้อยและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียนค่ะ” อาจารย์หวานกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง


“เอ่อ....แต่ว่าผมเดิมดิฉันก็ออกน้ำตาลอ่อน....ไม่ใช่สีดำสนิทนะคะ...อีกอย่างบุคลิกดิฉันก็ดี ความประพฤติเรียบร้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ดิฉันไม่คิดว่าผมสีเดิมที่เป็นอยู่นี้จะเป็นอุปสรรคในการทำงานหรอกนะคะ” ฉันกล่าวโต้ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ และพยายามฝืนยิ้ม


“อย่างไรก็ตามนะอาจารย์ เราได้ชื่อว่าเป็น...ครู...ก็ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียน...คิดดูสิคะหากวันใดจารย์หวานเจอนักเรียนทำสีผมผิดระเบียบ แล้วเด็กมันอ้างบอก....อาจารย์หญิงยังทำได้เลย.....แล้วเราจะสอนเด็กมันยังไง....”



แต่ใหนแต่ไรแล้วแล้วฉันเป็นคนที่ไม่เคยตัดสินใครจากรูปลักษณ์ภายนอกเลย เลือกที่จะคบ หรือไม่คบกับใครก็จากความดีข้างในของเขาหรือเธอเหล่านั้น ยิ่งพอเริ่มโตขึ้นจนเรียนระดับมหาวิทยาลัย สถาบันที่ฉันศึกษาก็สอนให้มองทุกคนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ไม่มีการรับน้องจากรุ่นพี่โหดๆ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักศึกษาตลอดเวลา ไม่ยึดติดข้างนอก แต่มุ่งพัฒนาสมองให้ฉลาดและมีจิตใจดีงามเพื่อออกไปรับใช้สังคม รับใช้ประเทศชาติ ฉะนั้นการมานั่งถกกันว่า.....”เส้นผมทำสี” ทำลายวัฒนธรรมที่ดีของชาติหรือไม่นั้น.....ถือเป็นเรื่องที่เสียเวลาและทำลายเนื้อสมองส่วนดีของฉันไปได้ถึง ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ทีเดียว




“หรือเราจะไม่ตกลงทำงานที่นี่นะ ในเมื่อมุมมองต่างกันขนาดนี้” ฉันแอบคิด


“ปู๊น...นนน....ช่างหัวฉัน.....ช่างหัวฉัน....ปู๊น...ปู๊น...”


ตัวอักษรสามคำนี้วิ่งสลับไปมาบนศรีษะของฉัน ตามด้วยสัญญานไฟกระพริบเตือนภัยสีแดง อาจารย์สุดาคงสังเกตเห็น เธอจึงพยายามไกล่เกลี่ยประนีประนอมให้ทุกอย่างเบาลง



“เอาแบบนี้มั๊ยล่ะอาจารย์หวาน....พี่ว่าลองให้อาจารย์เค้าปรับตัวสักพักหนึ่ง สัก ๒- ๓สัปดาห์เราก็มาคุยกันอีกที....เอ....อันที่จริงไม่ต้องถึงกับดำสนิท...แต่ว่าให้เป็นน้ำตาลที่เข้มใกล้ดำมากกว่านี้...ก็น่าจะพอได้นะ....”


ได้ผลแฮะ....อาจารย์หวานยอมให้โอกาสอีก ๓ อาทิตย์ ขณะที่ฉันก็ได้ฉุกคิดว่าอันที่จริงทางโรงเรียนก็ “ง้อ” ฉันอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เอาเถอะนะ ดวลกันคนละหมัดในวันแรก ยกต่อไปค่อยว่ากันอีกที



counter  : 9 Pageviews






Create Date : 22 กันยายน 2553
Last Update : 22 กันยายน 2553 23:19:10 น. 4 comments
Counter : 361 Pageviews.

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หญิง


สมัยผมเป็นอาจารย์ฝึกสอน
ผมเคยบอกให้นักเรียนเอาเสื้อออกนอกกางเกง
แต่เวลาเจอครูใหญ่
ช่วยเอาเสื้อเข้่าในกางเกงด้วย

ปรากฏว่าเด็กฮากันทั้งห้องเลยครับ 555

พี่เชื่อมั้ยครับว่า
เด็กได้เอาเสื้ออกนอกกางเกงนี่
มันเป็นความสุขมากเลยนะครับ 555

อย่างน้อยเค้าก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:7:41:12 น.  

 
มันก็เป็นเรื่องเช่นนี้... เมืองไทยเรายังให้ค่าความศึกษาที่ผูกพันกับรูปแบบอยู่ล่ะครับ


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:14:23:36 น.  

 
น้องก๋า....


พี่เขียนแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นคนนอกกฏ...นอกรีตนะคะ



เพียงแต่ว่าหลายๆครั้งนั้น ข้างในสำคัญกว่าข้างนอกน่ะค่ะ แล้วบางทีเวลาเค้าบอกให้เราทำตามกฏ เราเหลือบมองไปก็เห็นเพื่อนเค้าทำสีผมเช่นกัน







คุณพยัคฆ์ร้าย....


ตามจริงรูปแบบก็สำคัญนะ...เพียงแต่พอเหมาะพอควร...ดูที่ "สาระ" เป็นหลักน่าจะดีค่ะ


โดย: My_Sanctuary วันที่: 24 กันยายน 2553 เวลา:0:49:55 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่หญิง



มารออ่านตอนต่อไปครับพี่ อิอิิอิ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กันยายน 2553 เวลา:6:04:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

My_Sanctuary
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add My_Sanctuary's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.