Group Blog
กุมภาพันธ์ 2558

1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
All Blog
"American Sniper"………สงครามไม่เคยจบแค่ในสนามรบ
"American Sniper"………สงครามไม่เคยจบแค่ในสนามรบ 

(มีสปอยส์ตอนท้าย ใครดูแล้วเข้ามาเม้ากัน ใครยังไม่ได้ดูจะมีบอกว่ากำลังจะสปอยส์แล้วนะ จะอ่านต่อหรือไม่ก็ตามใจ)
ก่อนจะไปดูเรื่องนี้คิดในใจว่าหนังสงครามอีกแล้วเหรอ ออกมาถี่ชะมัด เบื้อเบื่อ แต่ก็ดู5555 พิมพ์ตอนนั่งมีทติ้งอยู๋อาจจะพิมพ์งงๆหน่อย

     ขอเริ่มด้วยเรื่องที่หลายๆคนอาจจะดูแล้วบอกว่าโหย หนังอวยอเมริกาชัดๆ สื่อแค่ข้างเดียวว่าอเมริกาเป็นฮีโร่ บลาๆๆๆ คือจะบอกว่าจริงค่ะ แต่ก็เพราะหนังเรื่องนี้สร้างมาจากมุมมองของChris Kyle คนที่รักชาติจนยอมตายได้ ดังนั้นเรามองว่าไม่เห็นจะแปลกเลยที่มุมมองของChrisจะเป็นแบบนี้ หนังก็แค่สื่อออกมาตามต้นฉบับ อารมณ์เหมือนคุณดูเรื่องพระนเรศวรแล้วบอกว่าเป็นหนังรักชาติดีจัง แต่น้อยคนที่จะพูดว่าโห อวยประเทศไทยชะมัด พม่าจะคิดไง ใช่มะ (หนังมีหน้าที่นำเสนอในบางมุม ส่วนมุมที่เหลือคนดูมีหน้าที่ต้องมาคิดต่อและวิเคราะห์เอาเอง)
ต่อ หนังเรื่องนี้ใส่มาครบเกือบทุกประเด็นที่ทหารคนนึงต้องเจอในชีวิตจริงทั้งเรื่องความกดดันในสงคราม เรื่องครอบครัวที่เค้าทิ้งไว้อยู่ข้างหลัง มิตรภาพในหมู่เพื่อน สิ่งที่ติดมาหลังสงคราม เราว่าค่อนข้างbalanceได้ดีเลย เป็น Drama-Action 

     ที่ต้องชมก่อนเลยคือเรื่องบท เขียนบทได้ดี ทั้งบทพูดทั้งพล็อตทำให้หนังสนุกตลอดเวลาได้แบบไม่มีช่วงตก หนังไม่ถึงกับกดดันตลอดเวลา มีช่วงเวลาให้หายใจหายคอบ้าง ไม่ได้เครียดจนจิกเบาะ ทำได้แมสกำลังดี ดูได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นคอหนังก็ดูได้สบายๆ ส่วนเรื่องภาพก็เฉยๆไม่ได้สวยอะไร นักแสดงเล่นได้ดีตามมาตรฐาน ไม่ได้ถึงขั้นปล่อยพลังแต่บทมันค่อนข้างส่งอยู่แล้ว รวมๆคือหนังสนุกดีแต่ไม่ได้ถึงขั้นระดับเทพ เป็นหนังในตำนานอะไรขนาดนั้นหรอกแต่ก็แนะนำให้ดู มันสนุกค่ะ

     ทีนี้จะเริ่มสปอยละนะ มาคุยกันดีกว่า ชอบที่หนังค่อยๆแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของคนๆนึงให้เราดูอย่างช้าๆ ทั้งนิสัยและความคิด อย่างหนังเริ่มมาด้วยฉากที่ Chris Kyle กำลังจะต้องยิงเด็กและผู้หญิงซึ่งสุดท้ายเค้าก็ยิงแบบใช้เวลาในการคิดไม่นาน ในขณะที่อีกฉากเค้าต้องยิงเด็กที่พยายามจะหยิบอาวุธขึ้นมาจากพื้น ในตอนนี้ Chris เริ่มคิดมากและมีกระบวนการคิดที่เยอะขึ้นในการจะยิงเด็กซักคน สองฉากนี้เปรียเทียบกันค่อนข้างชัดเจนเลย นั่นอาจจะเพราะฉากแรก Chris ยังไม่มีลูก แต่ฉากหลัง Chrisมีลูกแล้ว ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าถ้าเด็กไม่วางปืนแล้วคริสจะตัดสินใจยังไง และในตอนที่เด็กถูกแม่ยื่นระเบิดให้แล้วผลักให้เดินไปหรือตอนที่เด็กวางปืนมันทำให้รู้สึกว่าจริงๆ เด็กที่ไม่รู้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เป็นศัตรูเลยแต่ถูกยัดเยียดให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ถูกผลักเข้ามาในวังวนนี้โดยที่ตัวเด็กยังไม่ทันคิดได้ และสุดท้ายเด็กคนหลังก็เลือกที่จะแสดงออกมาว่าตัวเองเป็นแค่เด็ก วางปืนแล้ววิ่งหนีไป มันไม่ใช่โลกของเค้า

     และในขณะที่เด็กพวกนี้แทบไม่มีโอกาสได้เลือกทางเดิน ไม่มีซักวันที่ได้ใช้ชีวิตปกติ คนส่วนมากที่อเมริกาเองกลับแทบไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดเหล่านี้ และใช้ชีวิตอย่างปกติถ้าคนที่ไปร่วมรบไม่ใช่ญาติมิตรของตัวเอง พระเอกสู้เพื่อใคร สงครามจริงๆมันอยู่ที่ไหนกันแน่.......

     อีกจุดที่ชอบคือการเปลี่ยนแปลงของ Chris จากเด็กหนุ่มที่โดนปลูกฝังมาให้เป็นสุนัขเลี้ยงแกะ ใช้ชีวิตไปวันๆกับการเป็นคาวบอยไม่มีตัวตนแม้แต่กับแฟนสาว จนเมื่อเค้าได้มาเป็นทหาร ได้อยู่ท่ามกลางสงครามมันเหมือนเป็นที่ๆทำให้Chris มีตัวตน มีคนต้องการเค้า และเป็นฮีโร่(หรือเป็นฆาตกรในความคิดของฝ่ายตรงข้าม) Chris รู้สึกว่าสนามรบเป็นที่ๆเค้าควรอยู่ เป็นเหมือนบ้านจริงๆ จนทำให้ตัวเค้าค่อยๆเปลี่ยนไปและหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของสงคราม จนไม่รู้ว่าเค้าเป็นคนควบคุมปืนหรือปืนควบคุมเค้ากันแน่ และเมื่อ Chris เลือกที่จะถือปืนมากกว่าอุ้มลูก ก็ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา ตรงนี้แบรดลี่เล่นได้ดีนะ รับรู้ได้ถึงความว่างปล่าวในดวงตาเวลาอยู่บ้านและความมีชีวิตชีวาตอนที่อยู่ในสงคราม การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้รู้สึกว่าสงครามมันค่อยๆเปลี่ยนคนจริงๆ

     เอ่อ ยาวไปละ 55555 ขอรวบตอบจบเลยละกัน แน่นอนตอนจบที่Chris กลับมาอยู่บ้าน ทุกอย่างแฮปปี้ดี๊ด๊าแสนมีความสุขเพราะChris ไม่กลับไปรบในสงครามแล้วและฟิ้นฟูจิตใจตัวเองได้ เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสลัดความโหดร้ายของสงครามออกไปได้แบบChris และสุดท้ายสงครามก็ตามมาหาChris เอง แถมมาในรูปแบบที่Chris ไม่รู้เลยว่าสภาพจิตใจของคนในสงครามนี่แหละคือจุดจบของสงครามที่น่ากลัวที่สุด ถึงตัวสงครามจะจบแต่มันไม่มีคนแพ้ที่แท้จริงหรือคนที่ได้อยู่อย่างสงบที่แท้จริง เพราะเมื่อคุณสร้างสงครามแล้วสงครามมันจะอยู่กับคุณตลอดไป.......

คะแนน 7.5/10 (คะแนนที่ตัดคือ เริ่มเบื่อหนังสงคราม บางอย่างของหนังอยู่ในระดับกลางๆ)





Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2558 12:46:06 น.
Counter : 108 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

น้ำเปล่าปล่าว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



"Create and choose my own scene of life by myself"........Movie Addict Girl