Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
เมื่อลูกชายเป็นพยาธิเม็ดเลือดแบบเฉียบพลัน วันเดียวเกล็ดเลือดหายไปครึ่งนึง

สวัสดีเพื่อนชาว Blog ทุกคนค่ะ ห่างหายไปนานเพราะสารพัดปัญหาจะรุมทึ้ง ล่าสุดเมื่อลูกชายสี่ขาสุดที่รัก เป็นโรคพยาธิเม็ดเลือดแบบเฉียบพลัน กะทันหันและทรุดอย่างรวดเร็ว



สาเหตุก็คงมาจากความสงสารและฟีโรโมนด้านการเรียกฝูงหมาของตัวเราเอง  ปกติหน้าบ้านก็จะมีบรรดาสุนัขจรมานอนอยู่บ่อยๆเพราะมีต้นไม้เยอะร่มเย็นและเราที่มีใจรักอยู่แล้วก็จะมีสุนัขจรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อย ซึ่งการมีหมาจรมานอนแบบนี้ก็เสี่ยงต่อโรคและเห็บหมัดอยู่แล้ว แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจในศักยภาพการป้องกันหมาตัวเอง แต่อย่างว่าชะล่าใจและมั่นใจมากไปหน่อย สวรรค์จึงส่งบทลงโทษมาให้รู้ว่า"อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ" 

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ก็มีแม่หมาตัวนึงที่กำลังอุ้มท้องก็มายึดพื้นที่หน้าบ้านและไม่นานก็คลอดลูก ซึ่งลูกหมานั้นก็โตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจริงๆแล้วในซอยบ้านจะมีคนใจบุญ(แบบห่างๆอย่างห่วงๆฮึๆ) คือมีหมาหลงมาก็จะให้ข้าวจนหมาก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆแต่ถ้าป่วยไม่รักษา เวลาหมาพวกนั้นไปนอนที่บ้านเค้าก็จะไล่มัน พวกมันก็เลยมานอนที่บ้านเรา แต่ไม่นานลูกหมาก็ตายโดยไม่ทราบสาเหตุและตัวแม่มีเลือดไหลจากตัวอยู่บ่อยๆ เราก็ยังสงสัยว่าเกิดจากอะไรโดนหมาอื่นกัดไหมก็ไ่ม่น่าจะใช่..จะเอาไปหาหมอมันก็วิ่งหนีเข้าป่าเวลาเราเข้าใกล้

ส่วนตัวเคยได้ยินชื่อ "พยาธิเม็ดเลือด "มานานแต่ไม่รู้ลึกและไม่รู้ถึงอาการที่เป็น และค่อนข้างกลัวโรคนี้แต่ไม่มีวัคซีนใดป้องกันได้จริง จากที่เคยเลี้ยงสุนัขมาจำนวนมากมาก่อนแต่เลี้ยงในบ้านสวนที่มีการแบ่งสัดส่วนและค่อนข้างห่างไกลผู้คนและสุนัขตัวอื่นๆ มีเห็บหมัดเยอะบ้าง น้อยบ้างเป็นเรื่องปกติของการเลี้ยงจำนวนมากแต่ก็ไม่เคยมีตัวไหนเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือดเลย ดังนั้นการที่สุนัขจะเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือดได้ไม่ใช่เพราะมีเห็บหมัดเยอะ แต่เพราะถูกเห็บที่มีเชื้อกัด แค่เพียงตัวเดียวเท่านั้นก็ติดเชื้อได้เลย บางครั้งสุนัขอาจถูกกัดมานานแล้วเชื้อแฝงตัวอยู่รอวันที่ร่างกายอ่อนแอแล้วกำเริบ หรือโดนกัดและออกอาการทันที แม้แต่เครื่อง Test ( SNAP® 4Dx® Plus Test)  ที่ใช้ตรวจโรคนี้เฉพาะก็ไม่แสดงผล วิธีที่จะป้องกันได้บ้างคือการตรวจเลือดสุนัขทุก 6 เดือน ถ้าเกล็ดเลือดต่ำก็เข้าข่ายโรคนี้ได้

ซึ่งชุดตรวจจะมีราคาค่อนข้างสูง ราคาอยู่ประมาณ 500 -ขึ้นไป แต่ความน่าเชื่อถือสูง สามารถบอกได้ว่าสุนัขเป็นพยาธิเม็ดเลือดชนิดใด แต่บางครั้งถ้าเป็นชนิดฉับพลันก็จะไม่แสดงผล





จุดเม็ดแรก คือจุดที่บ่งบอกว่าเครื่องทดสอบนี้สามารถใช้งานได้ และจุดอื่นๆคือจุดที่บอกชนิดของพยาธิ ซึ่งวิธีตรวจคือการเจาะเลือดสุนัขและหยอดลงไปตรงช่องสีแดง ซึ่งวิธีการให้สัตวแพทย์เป็นผู้ทำจะดีกว่านะคะ


ชนิดความร้ายกาจของพยาธิ จะไม่ขอพูดถึงนะคะ สามารถหาได้จาก google แต่ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนอาการก็แสดงออกคล้ายๆกัน ซึม เบื่ออาหาร เยื่อเมือกจาง ลิ้นซีด เหงือกซีด อ่อนแรง ไข้สูง บางตัวถึงขั้นมีเลือดกำเดาไหล มีจ้ำเลือดที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณท้อง อาการหลักที่น่ากลัวคือโลหิตจาง เกล็ดเลือดต่ำ ที่ทำให้สุนัขเสียชีวิตได้

จากนี้ เป็นเรื่องราวของลาเต้นะคะ ว่าเกิดขึ้นอย่างไรและรักษากันยังไง

15 ส.ค.57 

ปกติแล้วลาต้จะตื่นเป็นตัวแรกและมาปลุกเราให้ตื่น แต่วันนี้ไม่ยอมออกจากที่นอนและดูไม่ร่าเริงเหมือนทุกวัน แต่ก็ยังเดินไปมาและเล่นกับเจ้าคาปูชิบ้าง แต่ลาเต้ไม่กินน้ำและขนมที่ชอบเลย จนฉี่มีสีเหลืองเข้ม




และช่วงบ่าย นอนเยอะผิดปกติ เริ่มไม่ขยับตัวและหายใจเหนื่อยๆ ฉี่เริ่มสีเข้มขึ้นเรื่อยๆจนออกสีส้มและไม่ทานอาหารเลย แม้จะต้มเนื้อไก่แบบไม่ปรุงรสให้ก็ไม่กิน ตัวเริ่มอุ่นๆมากขึ้น แต่ต้องรอคุณหมอประจำที่จะเปิดคลีนิคตอนเย็น จึงคอยป้อนน้ำและเช็ดตัว แต่ไม่ยอมกินน้ำเลย



จนกระทั่งพาไปหาคุณหมอ ก็มีไข้สูงแล้วมีสภาพอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ลิ้นเและเหงือกเริ่มซีดลง ด้วยความที่เป็นคุณหมอประจำก็มีประวัติอยุ่แล้วการซักอาการและการวินิจฉัยก็เร็วขึ้น เริ่มแรกคุณหมอวัดไข้แล้ว ได้ 104.7  ซึ่งถือว่าไข้สูงมาก ขนาดเช็ดตัวบ้างแล้วนะ 

อุณหภูมิ
(ฟาเรนไฮท์)
อันตรายที่มีต่อหมา 
100.5-102.5 ปกติดี
103 ไข้ปานกลาง
 104  ไข้สูง
105  ไข้สูงมาก
 106  อันตรายโคม่า
 107  สมองถูกทำลาย
108.5   แย่มากอาจตายได้

คุณหมอจึงฉีดยาเพื่อลดไข้ก่อนอันดับแรก และมีข้อสงสัยในเรื่องเห็บหมัด เป็นสิ่งที่เห็นตรงกันกับคุณหมอเพราะเป็นสิ่งที่กังวลมาเสมอ เนื่องจากมีหมาจรมานอนเกาเห็บหมัดหน้าบ้านและเราได้ปล่อยออกไปวิ่งเล่นแล้วเห็นเห็บหมัดเดินเข้ามาในรั้วบ้านหลายตัวจึงรีบพาสุนัขเข้าบ้าน แม้ตัวสุนัขของเราจะหยอดฟร้อนไลน์พลัสและฉีดกันแล้วก็ตาม คุณหมอจึงได้เจาะเลือด ทันทีที่เจาะเลือดก็พบว่าเลือดจางและเลือดน้อยมาก เข้าข่ายโรคนี้ทันที 

เลือดส่วนนึง จะใช้ในการตรวจเครื่อง Test ( SNAP® 4Dx® Plus Test) และเลือดอีกส่วนนึงส่งแลปเพราะตรวจความสมบูรณ์ของเลือดจะรู้ผลในวันถัดไป พอตรวจเครื่องเทสแล้วไม่ขึ้นจุดเลย คุณหมอคิดว่าน่าจะเป็นพยาธิชนิดเฉียบพลัน ไม่ตัดประเด็นพยาธิเม็ดเลือด คุณจ่ายยา 2 ตัว คือยาบำรุงเลือด และยาฆ่าเชื้อแบบก้างปลา


กลับถึงบ้านจึงได้แค่ป้อนน้ำแดงและให้พักผ่อนนอนหลับไป


16 ส.ค. 57 

ตอนเช้าตื่นมาพบว่าลาเต้ไม่สามารถยืนได้ ขาอ่อนแรงมากๆ ตัวแข็งและคอพับ ไม่สามารถพยุงศีรษะตัวเองได้ ฉี่เป็นสีเลือด ลิ้นซีดขาวออกม่วงและเหงือกซีดคล้ำ ป้อนยาบำรุงเลือด รอคลีนิคเปิด 9.00 จึงพาไปหาคุณหมอทันที (โชคดีคุณหมอจะเปิดคลีนิคเต็มวัน ส.-อา) คุณหมอบอกอาการแย่มาก เราใจเสีย เหมือนหัวใจหลุดหายไปเลย คุณหมอแนะนำให้น้ำเกลือเพราะลาเต้ขาดน้ำและอาหารรุนแรง พร้อมทั้งให้ยาห้ามเลือดภายในด้วย จำต้องฝากลาเต้ไว้คุณหมอก่อนเพราะให้น้ำเกลือหลายชม. 

พอออกจากคลีนิคได้ก็น้ำตาท่วมทุ่งทันที กลับมาถึงบ้านร้องไห้ไม่หยุดจนถึงเที่ยง ร้องจนตาบวมปิดลืมไม่ขึ้น ใจจะขาดมันเป็นแบบนี้เอง ตั้งแต่เลี้ยงสุนัขมาไม่เคยมีตัวไหนต้องให้น้ำเกลือและอาการแย่ขนาดนี้มาก่อน จากนั้นก็ฮึดขึ้นมาหาข้อมูลในเน็ต พยาธิเม็ดเลือดคืออะไร อาการแย่แค่ไหน ต้องบำรุงรักษายังไง ใครเคยเป็นแล้วหายบ้าง ปริ้นมาอ่านทำความเข้าใจและออกไปซื้อหาอาหารบำรุงและอุปกรณ์ที่ต้องใช้เตรียมไว้ก่อนที่จะรับลาเต้กลับมาบ้านช่วงเย็นๆ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในบ้าน หายาฆ่าเห็บหมัดมาฉีดรอบรั้ว 

ช่วงเช้าร้องไห้หมดแรงเป็นผีบ้าสภาพแย่กว่าหมา (แฟนว่าเยี่ยงนี้) ช่วงบ่ายก็เป็นผีบ้าอีกเอาแรงที่ไหนมาหาข้อมูลทำความสะอาดบ้าน ออกไปซื้อของเซเว่นหัวฟู ตาจมูกบวมแดง อาหารบำรุงที่จัดสรรมาคือ แบรนด์ซุปไก่สกัด ไข่ต้ม สลิงป้อนยา เกลือแร่ ฯลฯ 

โทรหาคุณหมอก็ได้คำตอบว่าดีขึ้นและทานอหารเจลไปได้เยอะ และนัดเวลาไปรับลาเต้กลับบ้าน และจัดอาหารแบบ a/d จากคุณหมอมาด้วย กลับมาถึงก็แกะไข่ต้มเอาแต่ไข่แดงให้ทานและป้อนแบรนด์ไป 2 สลิง ป้อนอาหาร a/d ได้นิดหน่อยกลัวจะอ้วกและพยายามป้อนน้ำโดยสลิง จากนั้นป้อนยาก้างปลา (ควรป้อนหลังอาหาร เพราะยามันระคายกระเพาะ ถ้ากินก่อนอาหารจะอ้วกได้)ลาเต้ยังอ่อนเพลียค่อนข้างมาก เดินเซและทรงตัวไม่ได้ จึงนอนเร็วทั้งคนและหมา สภาพทรุดไม่ต่างกัน


17 ส.ค. 57 

เช้านี้ลาเต้ดูมีแรงขึ้นนิดหน่อย คอไม่พับเอียงแล้ว แต่ยังเดินเซ เดินล้มแผละ และลุกขึ้นเองไม่ค่อยได้ ฉี่ยังสีเข้มมากเหมือนเลือด ไม่ขับถ่าย หายใจเหนื่อย วันนี้จึงป้อนอาหาร a/d พยายามป้อนไก่ต้มและอาหารอื่นๆแล้วไม่เอา เบือนหน้าหนี ต้องป้อนอาหารเหลวโดยสลิงก็กัดฟันแน่นต้องง้างปากและพูดหว่านล้อม ป้อนแค่ 5 สลิงใช้เวลาร่วมครึ่งชม. แรงเดินไม่มีแต่แรงกัดฟันไม่ยอมกินนี่มหาศาลเหลือเกิน ป้อนยาบำรุงเลือด แบรนด์ซุปไก่ก็ไม่ค่อยจะกลืน ขนตรงคอเปียกเละเทะเลย ทุลักทุเลมากๆ โดยเฉพาะเราใจอ่อนด้วยเลยไม่อยากบังคับ ช่วงนี้พอสนใจลาเต้มากๆตัวอื่นเริ่มมีปัญหา งอลและไม่ค่อยทานอาหารกัน เรื่องของเรื่องคืออยากจะกินอาหารลาเต้ มาแย่งกินและพัวพันอิรุงตุงนังตอนป้อนตลอด (โอ๊ยย อีแม่มันจะเครียดอยู่แล้ว ไยไม่เห็นใจกันบ้าง T^T)



ตกเย็นจึงพาไปหาคุณหมออีกครั้ง เพื่อปรึกษาเรื่องฉี่เป็นเลือดและการขับถ่าย ด้วยลาเต้นั้นเมารถประจำ    ขากลับจากคลีนิคก็อ้วกชุดใหญ่ อาหารออกมาหมดเลยอาหารก่อนจะป่วยก็ออกมาด้วย วนรถกลับคลีนิคแบบอ้วกเต็มตัวเต็มรถเละเลย  คุณหมอให้ป้อนน้ำแดงเฮลบลูบอยและเป็นไปได้ควรให้เลือด ถ้าวันอังคารยังมีสภาพอ่อนแรงต้องให้เลือดเลย อันตรายแล้ว แต่คุณหมอไม่มีเลือด จึงแนะนำให้เราติดต่อรพ.สัตว์ใหญ่ๆ

** เลือดสุนัขหายากมากๆ โทรไปหลายรพ.แล้วก็ไม่มีเลย นอกจากจะหาสุนัขตัวอื่นมาบริจาคเลือด ซึ่งสุนัขที่บริจาคเลือดได้ก็ต้องพันธุ์ใหญ่ อายุถึง แข็งแรงและไม่มีเชื้อโรคและที่สำคัญเลือดต้องเข้ากับสุนัขเราได้ 

ถือเป็นประสบการณ์หนึ่งในชีวิต ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเลือดสุนัขนั้นหายากมากๆขนาดนี้ คิดว่าพวกรพ.สัตว์น่าจะมีสำรองอยู่แล้วด้วยซ้ำ 

แต่ 1 ในรพ.ใหญ่ใกล้บ้านย่านบางเขนที่ติดต่อไม่ได้ (ไม่รับโทรศัพย์สักที ) เราจึงพาลาเต้ไปที่นั่นเพื่อสอบถามว่ามีเลือดไหม รพ.นี้ขึ้นชื่อว่ารอคิวนานมากกกกกกกกกกกก ไปเย็นแต่กว่าจะเจอหมอก็เกือบ 2 ทุ่มธนาคารเลือดปิด ก็ต้องบอกโชคร้ายอีกที่เจอหมอฝึกหัดไม่ใช่อาจารย์หมอ วิเคราะห์ว่าลาเต้แย่มากไม่น่าจะรอดพ้นคืนนี้ ต้องเข้าห้องฉุกเฉินรอให้เลือด เมื่อเข้าห้องฉุกเฉินลาเต้ก็โดนเจาะเลือดไปหลายหลอดน่าสงสารมาก ให้ออกซิเจนและน้ำเกลือ รอจนเกือบ 5 ทุ่มจึงสอบถามและได้คำตอบว่าต้องรอจนถึงเช้าถึงจะรู้ว่ามีเลือดให้เติมไหมและจะขอเจาะเลือดลาเต้อีกตอนเที่ยงคืนและตอนเช้า เราจึงเครียร์ค่าใช้จ่ายและขอกลับบ้านทันที ไม่อยากให้ลาเต้ต้องเจาะเลือดอีกเพราะโดนไปหลายเข็มมากๆ คุณหมอประจำเคยบอกว่า

ใช้เข็มเจาะสุนัขมากอาจทำให้สุนัขเจ็บจนช็อคและตายเพราะโดนเข็มมากเกินไป

ในขณะที่กลับบ้านด้วยความโกรธและเกิดความคิดในใจว่าจะไม่พาลาเต้มาให้หมอเจาะหรือใช้เข็มอีกแล้ว ไม่มีเลือดให้เติมก็ขอใช้วิธีบำรุงให้สร้างเลือดเอง ถ้าลาเต้จะเป็นไรไปก็ขอให้ไปอย่างสงบไม่ใช้ไปเพราะทนเจ็บไม่ไหว จากนี้ต้องอาหารเท่านั้นไม่มีการใจอ่อนอีกแล้ว กลับมาป้อนน้ำหวาน แบรนด์ซุปไก่และยาฆ่าเชื้อก้างปลาและพักผ่อน ส่วนเรานั้นนอนไม่หลับเลยแถมน้ำตาก็ค่อยจะไหล แต่ไม่ว่าจะเศร้ายังไงเมื่ออยู่กับเค้าเราต้องเข้มแข็งและมั่นใจว่าเค้าต้องหาย เพราะเค้าจะรับรู้ความรู้สึกเราได้


18 ส.ค. 57

เช้านี้เราตื่นเร็วกว่าปกติเหมือนไม่มีเวลาพอสำหรับอะไรอีกแล้ว ปลุกลาเต้ ป้อนน้ำโดยใช้ขวด ปรากฎว่าทานน้ำได้มากอาจเพราะที่ผ่านมาใช้สลิงแล้วเค้าไม่ชอบ จากนั้นป้อนยาบำรุงเลือด ใช้ไข่ต้มแกะเฉพาะไข่แดงผสมกับอาการ a/d ชนิดเหลวผสมน้ำต้มสุกเล็กน้อย เวฟให้อุ่นๆและลองป้อน ลาเต้เบือนหน้าหนีและไม่ยอมทาน จึงต้องจับป้อนสลิงช่วงแรกกัดฟันแน่นมากๆง้างปากแทบแย่และมีการกัดมือมากขึ้น จึงค่อยๆป้อน พักบ้างป้อนบ้างเพราะกลัวจะอ้วก (อ้วกแล้วอาการทรุดต้องระวัง) 

หลังๆก็เริ่มป้อนง่ายเพราะป้อนให้ตัวอื่นบ้างให้เห็นว่าอาหารนั้นน่าอร่อยแค่ไหน วันนี้ลาเต้จึงทานได้เยอะ อาหาร a/d หมดไป 1 กระป๋อง ไข่ต้ม 3 ฟอง ป้อนแบรนด์ซุปไก่เป็นระยะ และป้อนน้ำทั้งวัน สัญญาณเริ่มดีขึ้น.... ทานยาฆ่าเชื้อก้างปลา (ทานตรงเวลาทุกวัน)


19 ส.ค. 57

วันนี้ลาเต้ตื่นจากที่นอนเอง ลุกมาฉี่ที่แผ่นรองฉี่ได้และดื่มน้ำจากขวดเอง ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ มีแรงเดินไปมา หายใจปกติแล้ว ก็ป้อนไก่ต้ม(ไม่ปรุง) สามารถทานได้เล็กน้อย ยังต้องเสริมด้วยอาหาร a/d ผสมไข่แดง จริงให้อาหาร a/d เพียวก็ได้นะ แต่ลาเต้ชอบกินไข่ต้มจึงผสมเข้าไปด้วย ยาบำรุงเลือด ยังคงป้อนแบรนด์ซุปไก่แต่ไม่ถี่เท่าเมื่อวาน ป้อนน้ำเพิ่มเป็นระยะสลับกับเค้าเดินมาทานเอง ฉี่มีสีอ่อนลงเพราะทานน้ำได้เยอะ ลิ้นมีสีชมพูอ่อนแต่ปลายลิ้นยังซีดอยู่นิดหน่อย เหงือกมีสีชมพูขึ้น ยังคงหลอกล่อป้อนอาหารอื่นๆบ้าง ทานยาฆ่าเชื้อก้างปลาก่อนนอนและพักผ่อน 


20 ส.ค. 57

วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดี ลาเต้ตื่นเองแล้วมาปลุกเราตามปกติ วันนี้มีกระโดดและเห่าบ้าง ตื่นมาทานไก่ต้มผสมแครอทไปพอสมควรพร้อมกับทานน้ำจากขวดได้เอง ฉี่มีสีเหลืองมากขึ้นและเริ่มยกขาฉี่ได้ตามปกติ ป้อนยาบำรุงเลือดและแบรนด์ซุปไก่ และให้โยเกิร์ตกระตุ้นการขับถ่าย..... 



แต่ก็ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดและทานยาตามหมอสั่ง และเมื่ออาการดีขึ้นพอสมควรก็ต้องตรวจเลือด และต้องพาน้องหมาทั้งหมดที่มีในบ้านไปตรวจเพราะเมื่อมี 1 ตัวเป็นได้ตัวอื่นก็เสี่ยงเช่นกัน ส่วนเรื่องน้องหมาจรตอนนี้ก็ต้องใจดำคอยไล่ไปแต่ก็มักจะกลับมา พ่นยาเห็บหมัดรอบรั้วและ จากนี้คงต้องปรึกษากับคุณหมอให้วางโปรแกรมในการวัคซีนตรวจเลือดตวรสุขภาพให้เป็นกิจลักษณะ เพราะป้องกันดีกว่ามานั่งแก้ สุนัขป่วยครั้งนี้ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลย 

ส่วนน้องหมาใครที่กำลังป่วยเป็น พยาธิเม็ดเลือดอยู่ก็ต้องสู้ๆนะคะ และสิ่งที่จะทำให้สุนัขดีขึ้นได้ดีก็คืออาหารค่ะทำให้เค้ามีแรงและสร้างภูมิต่อสู้โรคร้ายได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องคอยปล่อยพลังบวกให้กับสุนัขของเรา ให้ความรักและให้กำลังใจเค้าอย่างมากที่สุดให้เค้าสู้ บอกรักเค้าและอย่าให้เค้ารับรู้ว่าเราเครียดหรือเศร้ามากแค่ไหน ขอให้น้องหมาของทุกท่านแข็งแรงปลอดภัยนะคะ เป็นกำลังใจให้กับทุกท่านค่ะ










Create Date : 20 สิงหาคม 2557
Last Update : 20 สิงหาคม 2557 15:01:55 น. 0 comments
Counter : 26620 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ยัยน่าแกล้งแก้มป่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆคนนะคะ
Friends' blogs
[Add ยัยน่าแกล้งแก้มป่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.