Never fear shadow.They simply mean there's a light shining somewhere near by.

namemaru
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Today's Love Poem

Love Poems
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add namemaru's blog to your web]
Links
 

 
การทำงานสไตล์คนไทย ในสายตาต่างชาติ

ข้อแรก
ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงหรือวิธีการใหม่ๆ
ส่วนใหญ่มักยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไร ก็ทำอย่างนั้นต่อไป หากมีอะไรใหม่ในองค์กร
จะกลายเป็นการสร้างความรำคาญ และมักจะไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรในบางกรณีอาจถูกต่อต้านด้วย


ข้อที่สอง
ไม่กล้าโต้แย้ง ในกรณีที่มีการเจรจาเรื่องหนึ่งเรื่องใด และแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยหรืออาจกำลังสูญเสียผลประโยชน์
คนไทยมักจะมีนิสัยขี้เกรงใจ ไม่โต้แย้ง แต่ก็ไม่เห็นด้วย ทำให้อีกฝ่ายเป็นผู้คุมเกมและไม่รู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง
นิสัยเช่นนี้ทำให้ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะในใจต่อต้านแต่ไม่แสดงออก


ข้อที่สาม
ไม่พูดสิ่งควรพูด นอกจากจะไม่โต้แย้งแล้วในกรณีคนไทยก็มักจะไม่แสดงออก ไม่ถาม ไม่พูดในสิ่งที่ควรพูด
เมื่อมีข้อสงสัยหรือมีความคิดดีๆ ก็เก็บงำไว้ ไม่บอกกล่าวให้ชัดเจน บางครั้งทำให้เดินไปคนละทิศคนละทาง
งานก็ไม่สำเร็จ ความสามารถที่มีก็ไม่ได้นำออกมาใช้อย่างเต็มที่ สังเกตง่ายๆ เวลามีประชุมหรือสัมมนาเรื่องใด
แทนที่จะซักถามให้เกิดความกระจ่างชัดเจน แต่มักจะนั่งเงียบ แล้วกลับมาครุ่นคิดหรือถามกันเองภายหลัง
ตามคำที่มักจะได้ยินกันว่า “ไว้ไปพูดหลังไมค์ ”


ข้อที่สี่
ความรับผิดชอบ ฝรั่งมองว่าคนไทยมักไม่ทำงานให้สำเร็จตามกำหนดเวลาที่ตกลงไว้ มักจะเลื่อนออกไป
หรือไม่ก็เร่งทำในวินาทีสุดท้าย ก่อนถึงกำหนดเวลา ทำให้งานออกมาไม่มีคุณภาพ ประเภทสุกเอาเผากิน
และมักจะไม่ยอมตกลงหรือเซ็นยินยอมรับความผิดเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะกลัวการผูกมัด


ข้อที่ห้า
ขาดการวางแผนรองรับปัญหา ส่วนใหญ่คนไทยจะรอให้ปัญหาเกิดก่อน แล้วค่อยมาคิดแก้ไข
เป็นการทำงานแบบ Reactive แต่จะไม่วางแผนล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
มักจะรอให้นายเป็นผู้สั่งลงมาว่าจะให้ดำเนินการต่ออย่างไร สำหรับในข้อนี้ ผมอาจมีมุมมองต่าง เพราะเริ่มได้เห็น
การทำงานแบบ Proactive ของผู้บริหารคนไทยหลายท่านและหลายองค์กรมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการ
จัดทำแผนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ และการอบรมผู้บริหารเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤติยิ่งในสถานการณ์ผันผวนเช่นนี้
ได้เห็นองค์กรทั้งไทยเทศตื่นตัวลุกขึ้นมาเตรียมวางแผนรองรับกันอย่างเต็มที่


ข้อที่หก
บอกแต่ข่าวดี คนไทยจะไม่กล้าบอกข่าวร้ายกับผู้บริหารต่างชาติ มักจะพยายามหาข่าวดีๆ หรือมีวิธีการในการเลี่ยง
ไม่ตอบตามความเป็นจริง บางครั้งทำให้สถานการณ์ลุกลามใหญ่โตเกินแก้ และบางคนก็มักจะพูดเฉพาะในสิ่งที่
เจ้านายอยากฟังเท่านั้น ข้อนี้ ผมยืนยันครับว่าระบบการทำงานประเภทนี้
นายว่าขี้ข้าพลอยหรือขุนพลพลอยพยัก มีอยู่เป็นจำนวนมากจริงๆ


ข้อที่เจ็ด
ขาดทักษะในการทำงานเป็นทีม ไม่มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้พัฒนาตนเอง เป็นจุดอ่อนอย่างยิ่งของคนไทย
เพราะมักจะเก่งแบบศิลปินเดี่ยว ทำงานกับหมู่คณะไม่ค่อยได้ ไม่ขวนขวายหาวิธีในการฝึกฝน พัฒนาทักษะและ
ความคิดของตนเองไม่ว่าจะเป็นความรอบรู้ทางโลกหรือแม้กระทั้งเรื่องงาน ให้มีการต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ
ข้อนี้ก็ประจักษ์ชัดนะครับ เถียงเขาไม่ได้จริงๆ


ข้อที่แปด
ไม่มีความซื่อสัตย์ หรือ Integrity ฝรั่งมองว่าคนไทยนิสัยชอบโกหก แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย เช่น
มาสายก็อ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกเวลางาน จึงควรมีความซื่อสัตย์กับตนเองและองค์กรมากกว่านี้
ผมเคยเขียนถึงไปแล้วหลายครั้งว่าน่าแปลกใจที่ในภาษาไทยไม่มีคำแปลที่ครอบคลุมสำหรับคำว่า
Integrity ซึ่งหมายถึงความเป็นเนื้อแท้ ความซื่อตรง


ข้อที่เก้า
ระบบพวกพ้อง คนไทยจะแยกไม่ออกระหว่างพวกพ้องและส่วนรวม
มักจะปกป้องคนที่ถือว่าเป็นเพื่อน เป็นพวกเดียวกัน และจะปกป้องทั้งที่รู้ว่าทำไม่ถูกต้อง
แต่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเอาเป็นว่า พรรคพวกเพื่อนพ้องมาก่อนเสมอ


ข้อที่สิบ
แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว มักจะเอามาพัวพันกันตลอดเวลา ชอบอยากรู้เรื่องของคนอื่นและ
เป็นที่มาของข่าวลือสารพัดชนิดที่ไม่เป็นประโยชน์กับงานและองค์กร มักจะคุยเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
มักลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด แต่คาดหวังผลประโยชน์เต็มที่
เวลาโดนตำหนิเรื่องงาน ก็มักจะนำมาพัวพันเป็นเรื่องส่วนตัว ฯลฯ


ข้อมูลจาก http://forum.khonkaenlink.info/index.php/topic,63804.0.html


Create Date : 17 เมษายน 2552
Last Update : 17 เมษายน 2552 1:01:31 น. 4 comments
Counter : 373 Pageviews.

 
น่าสนใจนะครับ ใกล้เคียงจริง ๆ



โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:2:33:46 น.  

 
ถูกต้องแล้ว ค้าบบบ โดยเฉพาะข้อ เก้า เจ็บจี้ดดด..


โดย: butterfly pea วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:20:24:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ สำหรับคำอวยพรวันเกิดนะคะ ^-^


โดย: coojung วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:54:18 น.  

 
ข้อที่๑๐นั้นเจอบ่อยมากๆครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:21:32:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.