Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
15 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 121 – พระอาทิตย์ลาพักร้อนเหอะน่ะ..

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****



ช่วงระหว่างพักเบรค ที่สตูดิโอซ้อมเต้น
ฮยอนจุงนั่งคิดบางอย่างอยู่ตรงพื้นห้อง สายตาเหม่อจ้องข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย ระหว่างนั้นยองแซงก็เดินมานั่งข้างๆแล้วถามว่า

“เป็นไงมั่ง?”

แต่ฮยอนจุงยังคงนั่งเหม่อโดยไม่ตอบอะไร..

ยองแซงเห็นอาการของเพื่อนรักก็ยิ้มก่อนจะตะโกนดังๆว่า “เฮ้ย ตื่นได้แล้ว นี่นายกำลังนั่งถอดจิตอยู่รึไงฮึ! รู้ตัวมั้ยว่านายกำลังทำให้ชั้นกลัวน่ะ “

ลีดเดอร์ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แต่ยังคงนิ่งเงียบต่อไป...

“เฮ้ คราวนี้มีเรื่องอะไรอีกล่ะ..ถึงได้มานั่งเหม่อซึมกระทือแบบนี้?”ยองแซงว่า

“ทำไมชีวิตของชั้นมันถึงได้ยุ่งวุ่นวายขนาดนี้น่ะ...?”

“เฮ้อ...ถ้านายอยากจะรู้คำตอบจริงๆแล้วล่ะก็...”

“...?”

“นายก็ลองหยิบสมุดบัญชีธนาคารของนายออกมาดูสิ แล้วจะรู้”ยองแซงตอบ

“สมุดบัญชีเหรอ?”

“อื้อ..แล้วก็จะรู้เองว่า...ทำไมนายถึงได้ยุ่งมากมายขนาดนั้น.” <เงินจะท่วมธนาคารแล้วมั้ง>

ฮยอนจุงนิ่งชั่วครู่แล้วก็พูดขึ้นว่า“ชั้นคิดว่าชั้นเคยตั้งคำถามเดียวกันนี้ เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน...”

“นายตั้งคำถามเพื่อถามใครเหรอ? ชั้นเหรอ?”

ลีดเดอร์ส่ายหน้าแทนคำตอบ “นายคิดว่า...”

ยังไม่ทันพูดจบยองแซงก็พูดสวนทันที “ชั้นเดาว่านายคงไม่สามารถจะหาคำตอบได้ใช่มั้ย...”

“...ไม่ใช่อ่ะ”

“...?”

“.ในตอนนั้น...ชั้นมีคำตอบในใจแล้ว...แต่ตอนนี้...”

“ตอนนี้..ทำไมเหรอ?” ยองแซงอดสงสัยไม่ได้

“คำตอบของชั้น..มันดันทำให้เกิดคำถามใหม่ขึ้นมาน่ะสิ”

“ชั้นว่าแล้ว พ่อนักปรัชญา มิสเตอร์คิม..นายนี่มันคิดอะไรไม่เหมือนใครเลยจริงๆ”

“ฮาาา...ชั้นอยากจะให้ตัวเองสามารถอัดเทปช่วงเวลาแบบนี้เอาไว้ได้ตลอดจริงๆอ่ะ...เพราะว่าพอชั้นตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้เช้าชั้นก็คงจะลืมไปหมดแล้วล่ะ...”

ยองแซงพูดด้วยความห่วงใย “แต่ชั้นว่ามันน่าจะดีกับนายมากกว่าน่ะ ที่จะลืมเรื่องรกสมองแบบนี้ไปซ่ะได้ การมีข้อมูลมากมายเกินไป มันสามารถจะกินเนื้อที่ซีพียูบนสมองของนายไปจนหมดน่ะ”

ลีดเดอร์หันไปมองหน้าเพื่อนรักแล้วส่งยิ้มกว้างพร้อมกับถามว่า..”นี่พวกเรากำลังจะออกไปฟิตเน็ตด้วยกันใช่ป่ะ?”

ยองแซงพูดยิ้มๆกลับไปว่า “ใช่เลย...ชั้นดีใจน่ะที่เราจะได้ออกไปไหนด้วยกันซะที...”

คยูจงซึ่งนั่งแอบฟังสองหนุ่มเม้าท์กันมาตลอดรีบถามขึ้นมาทันทีว่า “นี่พวกพี่กำลังจะไปไหนกันหรือฮะ?”

ยองแซงหัวเราะออกมาก่อนจะตอบไปว่า “อย่าสนใจไปเลยน่ะ”<เพื่อนซี้เขาจะไปด้วยกัน คนอื่นม่ายเกี่ยว >

คยูจงซึ่งมีท่าทางหงุดหงิดเล็กๆพูดต่อไปว่า “ช่วงนี้พวกพี่ชอบแอบมานั่งเจ๊าะแจ๊ะกันสองคนบ่อยมากเลยนะ...มันดูไม่ชอบพากลยังไงไม่รู้อ่ะ...”

ยองแซงแกล้งแซวกลับไปว่า “หุหุ..นี่นายอิจฉาพวกชั้นอยู่ล่ะซิ? “

คยูจงโต้ทันที “คอยดูนะ ผมจะไปฟ้องพี่สะใภ้...ถ้าขืนพวกพี่ยังทำตัวแบบนี้กันอีกน่ะ”

ลีดเดอร์ถามกลับไปว่า “นายจะไปบอกพี่สะไภ้ว่าอะไรเหรอ?”

“ผมก็จะบอกว่า “พี่สะใภ้ฮะ พี่ฮยอนจุงกำลังแอบมีกิ๊กอยู่น่ะ...เขาชอบมาแอบนั่งสวีทวิ๊ดวิ้วหวานๆกระซิบกระซาบอะไรกับพี่ยองแซงอยู่เรื่อย” อะไรทำนองนี้ล่ะฮะ” คยูจงแสร้งพูดไปเรื่อย

แต่กลับไม่ได้ผลกับพี่ชายของเขา “เฮ้อ..เอาเลย...เต็มที่เลยนะ...เธอจะได้รู้สึกหึงชั้นจริงๆกับเขาบ้างอ่”ฮยอนจุงเห็นด้วยทันที ซึ่งเขาอดนึกถึงคำพูดของเธอทันที

[ชั้นรู้จ้ะ..และก็เข้าใจ...ทุกอย่างดี... แต่ถึงไง...ชั้นก็ไม่ชอบเลยที่เป็นแบบนี้…ชั้นไม่ชอบเลย...ที่เธอจะต้องไปมองผู้หญิงคนอื่น...และเธอจะต้องพูดกับเขา...เหมือนกับที่เธอเคยได้ใกล้ชิดกับชั้น...เธออาจจะเริ่มรู้สึกใกล้ชิดกับเธอคนนั้น...] ฮยอนจุงนึกแล้วก็นั่งอมยิ้ม

ช่วงดึกที่บริเวณลานจอดรถของฟิตเนส
ระหว่างที่เดินกลับมาที่รถ ฮยอนจุงก็พูดขึ้นมาว่า “ ขอบใจนายมาก ชั้นฝากความหวังเอาไว้กับนายคนเดียวนะ”

ยองแซงยิ้มตาหยีแล้วตอบไปว่า “อย่ากลับมาดึกนักล่ะ! ถึงแม้ว่า...ตอนนี้พวกเขาจะผ่อนคลายกฎเหล็กลงมาบ้าง...แต่ไงก็ระวังตัวเอาไว้จะดีกว่า”

“ถ้าพี่ผู้จัดการโทรมา นายบอกเขาไปว่าชั้นกำลังหลับอยู่ก็แล้วกันน่ะ”ฮยอนจุงช่วยยองแซงหาข้อแก้ตัว

ยองแซงค้านทันที“นี่นายกำลังจะทำให้ชั้นต้องกลายเป็นคู่หูอาชญากรกับนายอย่างนั้นใช่มั้ย?

“เออน่า...ชั้นจะพยายามรีบกลับมาเพื่อให้แน่ใจว่านายจะไม่ต้องเจอปัญหายุ่งยาก.” แล้วเขาก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแล้วพูดต่อไปว่า “นี่มันก็ 5 ทุ่มแล้วอ่ะ”

เหมือนยองแซงจะรู้จักนิสัยของลีดเดอร์ดีจึงตอบไปว่า “ชั้นเดาว่านายคงกลับมาไม่ทันเคอร์ฟิวแหงๆ ”

<จะไปทันได้ไง ต้องส่งการบ้านตั้งเยอะที่ค้างอยู่หลายวันอ่ะ> ในใจของฮยอนจุงคิดแบบนั้น แต่ที่ทำได้ตอนนี้คือยิ้มแทนคำตอบ

ยองแซงถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดต่อไปว่า “สิ่งที่เป็นอันตรายสำหรับพวกเรามากกว่า ก็คือคนภายนอก...ไม่ใช่พวกพี่ๆผู้จัดการจอมเฮี้ยบหรอกนะ...เพราะถึงยังไง..เขาก็ยังเป็นพวกเดียวกับเรา”

“...ใช่เลย นายพูดถูก”ฮยอนจุงหันกลับมาตอบ

“แต่ถ้านายยังเป็นแบบนี้...มันจะไม่ยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีกเหรอ ถ้าเกิดวันหนึ่งนายเกิดเลิกกันขึ้นมาน่ะ...?”

ลีดเดอร์ยืนยันหนักแน่นทันทีว่า...”นายพูดอะไรของนาย เรื่องนั้นอ่ะ มันไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ชั้นรับรอง!”

ยองแซงเถียงทันที“ใครจะล่วงรู้อนาคตได้ล่ะ”

ลีดเดอร์หันไปมองหน้าเพื่อนรักนิ่งๆโดยไม่พูดอะไร...

ยองแซงยังคงพูดราวกับมีประสบการณ์ความรักต่อไปว่า “อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต นายไม่สามารถจะรับประกันได้หรอกนะ...ชั้นรู้ว่ามันอาจจะเป็นคำพูดที่เหมือนกับคนแก่ๆเขาพูดกัน...แต่ชั้นได้เรียนรู้ว่ามันมีข้อคิดที่ดีในคำพูดโบร่ำโบราณอย่างนั้น เพราะผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนมักจะรู้ดีในเรื่องแบบนี้...”

“ใช่แล้วล่ะ...ชั้นเดาว่าสิ่งที่พวกเขาพูดก็มาจากประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมานาน...”ลีดเดอร์เริ่มเห็นด้วย

“ก็ในเมื่อนายก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นชั้นจะไม่บ่นว่าอะไรนายอีกต่อไปแล้วล่ะ”ยองแซงว่าพร้อมกับถอนหายใจออกมาอีกรอบ

ลีดเดอร์ว่า “นายต้องตีเหล็กตั้งแต่ที่มันยังร้อนอยู่...นายต้องลงมือกระทำในทันทีเพื่อยึดเหนี่ยวสิ่งที่นายต้องการเอาไว้...”

“....?”<มันพูดอารายของมันเนี่ย> ยองแซงอึ่งกิมกี่กับสิ่งที่ลีดเดอร์พูดออกมา

ยองแซงหาได้สนใจไม่ ยังคงพูดไปเรื่อย “มันอาจจะดูเป็นความคิดที่ถือดีมากเกินไปรึเปล่าที่จะมั่นอกมั่นใจกับสิ่งที่ชั้นมีอยู่ในตอนนี้...ใช่มั้ย?”

“…………………” ลีดเดอร์ยังนิ่งเงียบ

แก้มป่องเริ่มงงกับอาการของลีดเดอร์ตอนนี้“นี่เรากำลังกลับไปพูดเรื่องปรัชญากันอีกแล้วรึเปล่าอ่ะ?”


ลีดเดอร์ตอบทันที”นั่นถึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม...ชั้นถึงได้แต่งงานไงล่ะ”

...เพื่อนซี้กระพริบตางงๆ เมื่อได้ยินคำพูดของลีดเดอร์

ฮยอนจุงยิ้มกว้างพร้อมกับตบที่บ่าเบาๆ แล้วพูดต่อไปว่า...”ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับสำหรับในตอนนี้ไปก่อนน่ะ รับปากชั้นสิ”

“....................”แต่ยองแซงยังคงยืนฟังอึ้งๆ


“ชั้นอยากจะบอกนายว่า มันเป็นเรื่องโชคดีสุดๆเลยน่ะ ที่ได้มีเพื่อนแท้อย่างนาย”

“นี่นายพูดอะไรของนายเนี่ย”

“.................” ลีดเดอร์นิ่งไม่ตอบ กลับปล่อยให้ยองแซงหน้าเหวออยู่อย่างนั้น

“ชั้นไปก่อนน่ะ.”ลีดเดอร์กล่าวอำลาพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดประตูรถของฮวางโบ

แต่แล้วยองแซงผู้ซึ่งเริ่มได้สติก็ดึงแขนเสื้อของฮยอนจุงเอาไว้...”เดี๋ยวก่อน”

“ว่าไง?”

“ตะกี้นายบอกว่านายทำอะไรไปน่ะ?”

ลีดเดอร์คิดเพียงอึดใจแล้วตอบ “ชั้นบอกว่า ชั้นแต่งงานแล้ว”

“อะไรน่ะ ?” ยองแซงเหวออีกครั้ง

ลีดเดอร์ถึงกับขำเมื่อเห็นอาการของแก้มป่อง “เรื่องนี้มันทำให้นายช็อคขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ยองแซงยังคงจ้องหน้าลีดเดอร์เงียบ

ฮยอนจุงเองก็สามารถเดาความคิดของยองแซงได้ จึงพูดต่อไปว่า“นายอยากจะพูดว่า ชั้นตัดสินใจทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดแบบนั้นรึเปล่า?”

อดีตรูมเมทซึ่งกำลังรู้สึกสับสนปนเปหลายๆอย่างค่อยๆตอบไปว่า “ชั้นก็แค่ไม่อยากจะเห็นนายต้องเจ็บปวด เพราะชั้นรู้ว่า คนอย่างนาย เมื่อรักใครแล้วก็จะรักคนคนนั้นตลอดไป เพราะนายได้เลือกคนที่นายคิดไว้ว่าดีที่สุดแล้ว แต่นายก็ควรเผื่อใจไว้บ้างน่ะ...”

ชายหนุ่มรู้สึกซาบซึ้งกับคำพูดของเพื่อนรัก..”ขอบใจนายมากเลยน่ะ ที่เป็นห่วงใยชั้น แต่สบายใจได้ ไม่ต้องห่วง”

“แล้วทางบริษัทล่ะ ว่าไงบ้าง?”ยองแซงอดห่วงไม่ได้

“โอ๊ะ เรื่องนั้นเหรอ ท่านประธานฯรู้เรื่องนี้แล้วล่ะ”

ยองแซงร้องเสียงหลงออกมาทันทีที่ได้ยิน “อะไรน้า รู้แล้วเหรอ..?”

“ช่าย ชั้นไปคุยกับท่านมาประมาณเดือนนึงแล้ว”

“ถ้างั้นนายก็แต่งงานมาเดือนนึงแล้วสิเนี่ย?”

“ช่ายเลย”ฮยอนจุงตอบด้วยความภาคภูมิใจ

ยองแซงคิดหนักโดยไม่พูดอะไร

“พวกเราแต่งงานกันที่มาเก๊าน่ะ”

“หา ที่มาเก๊าเหรอ?”

“อืม พวกเราแต่งงานกันที่โน่นเพียงลำพัง เชื่อมั๊ย ว่าพ่อกับแม่ของพวกเราเพิ่งมารู้เรื่องนี้ไม่นานเอง”

“ทำไมล่ะ?”ยองแซงอดสงสัยไม่ได้

ฮยอนจุงถอนหายใจก่อนจะตอบ..”ทำไมน่ะเหรอ?”

ยองแซงทำหน้าไม่ค่อยเสบยขณะที่รอฟังคำตอบจากลีดเดอร์...

“อืมม...ใช่...ทำไมพวกเราถึงรู้สึกว่าต้องทำอย่างนั้นลงไปน่ะ...? ทำไมหว่า?” เขายืนครุ่นคิดอย่างหนักและเริ่มรู้สึกหดหู่ขึ้นมา

“นั่นมันเป็นเพียงทางเลือกสุดท้ายของนายรึไง หือ?”

“ชั้นก็ไม่แน่ใจว่า นายจะเข้าใจเรื่องนี้ได้รึเปล่าน่ะ...ชั้นก็แค่ต้องการจะเป็นตัวของชั้นเอง..เป็นคิมฮยอนจุง...ผู้ชายธรรมดาคนนึง...ไม่ใช่คนที่สูญเสียความเป็นตัวเองไปกับเรื่องราวต่างๆที่มันซับซ้อนและจากความคาดหวังของคนอื่นๆรอบข้าง”

แก้มป่องส่ายหน้า “นั่นคือเหตุผลของนายเหรอ?”

“มันก็เป็นหนึ่งในหลายๆเหตุผลอ่ะนะ”

“แล้วนายแน่ใจน่ะ ว่านายจะไม่รู้สึกเสียใจในภายหลัง?”

ชายหนุ่มหัวเราะคิกก่อนย้อนถามว่า “ ชั้นน่ะเหรอ ฮ่า ฮ่า?”

ยองแซงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังมากขึ้นว่า “นี่ชั้นซีเรียสอยู่นะ...ขำอะไรหา?”

“ทำไมชั้นถึงต้องรู้สึกเสียใจด้วยล่ะในเมื่อชั้นจะไม่สูญเสียอะไรไปนี่นา?”

ยองแซงถามย้ำ“นี่นายหมายความอย่างนั้นจริงๆอ่ะ?”

ลีดเดอร์หันมามองหน้าเพื่อนรักก่อนจะตอบไปว่า “ชั้นหวังว่านายจะได้พบกับผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ตามพรหมลิขิตของนายในเร็ววันนี้...แล้วเมื่อถึงวันนั้น นายก็จะรู้ซึ้งในสิ่งที่ชั้นบอกไปอย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่า”

ยองแซงเหวี่ยงสายตาใส่ลีดเดอร์ก่อนจะพูดว่า “พรหมลิขิตงั้นเหรอ? ฟังแล้วเลี่ยนว่ะ”

ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อเห็นอาการเหวี่ยงของเพื่อนแล้วแกล้งถามไปอีกว่า “นายก็แค่อิจฉาชั้น....ใช่มั้ยล่า”<รู้นะคิดอะไรอยู่ ?>

ยองแซงส่ายหน้าไม่ขำด้วย “พอเลย...ไม่ต้องพูดแล้ว...นายจะรีบไปไหนก็ไปๆซะที...”<หึ...หมั่นไส้จริงโว๊ย>

ฮยอนจุงสงยิ้มอีกครั้งก่อนไป < ยองแซงนายไม่มีคู่นายก็ยังไม่รู้หรอก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นายมี วันนั้นโลกทั้งใบของนายก็จะเป็นสีชมภู นายจะยิ้มและน้อมรับความสุขและความทุกข์หากมันประดังเข้ามาในเวลาเดียวกัน แล้วนายก็จะไม่รู้สึกว้าเหว่อีกด้วย เพราะว่านายมีคนที่รักอยู่เคียงข้างนายแล้ว ข้อนี้คอนเฟริม เชื่อชั้น....”


ที่อพาร์ทเม้นท์ของฮวางโบ
หญิงสาวกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนเก้าอี้ยาว ในขณะที่มือก็ถักนิตติ้งไปด้วย แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงที่หน้าประตูเหมือนมีใครบางคนกำลังกดรหัสประตูอยู่ เธอจึงหันขวับไปมองทันทีและพบว่าคุณสามีสุดที่รักเปิดประตูเข้ามายืนในห้องเรียบร้อยแล้ว

“โอ๊ะ?” เธออุทานออกมาด้วยความประหลาดใจสุดๆเมื่อเหลียวไปมองดูนาฬิกาข้างกำแพง แล้วหันไปมองหน้าคุณสามีอีกครั้ง

ส่วนฮยอนจุงออกอาการผิดหวังเล็กๆเมื่อเห็นท่าทางของเธอ “นี่คุณจะช่วยทำท่าดีใจมีความสุข ให้ผมชื่นใจซักหน่อยจะได้มั้ยฮะ...สามีกลับมาบ้านทั้งทีทำหน้าแบบนี้ได้ไง?”

“แต่ตอนนี้มัน...เอ่อ “<จะเลยเคอร์ฟิวของเธอแล้วนี่นา>

“ผมบอกคุณแล้วไงฮะว่าจะขับรถของคุณมาส่งคืนนี้ “ชายหนุ่มตอบพลางทุดตัวลงนั่งข้างๆภรรยา

“ชั้นนึกว่าเธอจะมาไม่ได้ซะอีก...เพราะว่ามันดึกเกินไปแล้ว”

ฮยอนจุงยกแขนไปโอบไหล่ภรรยาสุดที่รักก่อนจะตอบว่า “ที่ผมมาดึกขนาดนี้ก็เพราะเพิ่งจะเสร็จงานน่ะฮะ...ผมเดาว่าผมไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ เพราะว่าผมยังคงไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว” ว่าแล้วเขาก็ก้มมองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่อ่อนโยน

เธอส่งยิ้มและจ้องมองด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรักและถามว่า “แล้วเมื่อไหร่เธอจะโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆซะทีล่ะ หือ...?”

“นั่นมันเป็นโจทย์ข้อใหญ่สำหรับผมเช่นกันฮะ...”ชายหนุ่มพูดพร้อมๆกับมองหน้าเธอ

ฮวางโบซึ่งเริ่มมีน้ำตารื้นๆที่ขอบตาพูดขึ้นมาว่า “นี่มันน่าขันจริงๆนะ...ชั้นเพิ่งจะเจอก่อนหน้านี้...แต่ตอนนี้ชั้นก็ยังรู้สึกดีใจและมีความสุขมากเหลือเกินที่ได้เห็นหน้าเธออีกครั้ง...”

คุณสามีถามยิ้มๆว่า “คุณอยากให้ผมบอกคุณมั้ยฮะว่าผมไปฝึกอะไรมา?”

“อะไรน่ะ?”

“ผมรู้สึก...มีความสุขตลอดเวลาที่ได้เห็นหน้าคุณ...ผมเกลียดช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถมองเห็นคุณได้ในขณะที่ผมกระพริบตา...ผมหวังว่าจะมีใครมาช่วยตรึงให้ตาของผมมันค้างอยู่นิ่งๆได้ โดยไม่ต้องกระพริบเลยฮะ”.

“หุหุ นั่นเธอขโมยเอาคำพูดของชั้นไปใช้นี่นา! ชั้นเคยพูดว่า [ชั้นคิดถึงเธอแม้แต่ตอนที่ชั้นกำลังกระพริบตาอยู่]. เธอก็อบปี้คำพูดของชั้นมาชัดๆเลยอ่ะ..ฮ่าฮ่าฮ่า....”เธอพูดพร้อมกับหยิกที่แก้มใสๆของเขา

คุณสามีหัวเราะคิกเมื่อถูกจับได้ “ก็ผมบอกแล้วไงฮะว่าผมไปฝึกมาอ่ะ” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นว่า ” แต่ผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆนะฮะ”

หญิงสาวกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นหัวเราะก่อนจะพูดว่า”อาา...นั่นมันมันฟังดูเป็นยุนจีฮูมากเกินไปแล้วรึเปล่า...”

“แต่คุณยังไม่เคยพบยุนจีฮูซ่ะหน่อยนี่ฮะ”

“เขาจะต้องเป็นผู้ชายที่เจ้าเล่ห์สุดๆแน่เลย....เขาทำให้คิมฮยอนจุงของชั้นทำตัวแปลกๆเรื่อยๆขึ้นทุกวันอ่ะ”

คุณสามีทำสีหน้าเหมือนไม่ค่อยพอใจ “เฮ้...นี่คุณกำลังบอกว่าผมไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับคุณเลยหรือไงฮะ?”

หญิงสาวยิ้มเขินๆแล้วตอบไปว่า “มันไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้กับชั้นหรอกนะ แต่...สำหรับตอนนี้..ชั้นฟังแล้วมันรู้สึกสยิวกิ้วยังไงไม่รู้อ่ะ”.

“หุหุ.”<สงสัยจะเลี่ยนเกินไปหน่อยมั้งเรา>

หญิงสาวมองหน้าคุณสามียิ้มๆ.

เขาก้มมองข้อเท้าเธอพร้อมกับเอื้อมไปจับ “อืมม...ว่าแต่ข้อเท้าคุณเป็นยังไงบ้างฮะ?”

“มันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ.”.เธอรีบคว้าแขนเขาไว้ทันที

“คุณอยากให้ผมช่วยนวดให้มั้ยฮะ...?”

เธออดยิ้มไม่ได้ “จริงอ่ะ เธอจะนวดให้ชั้นจริงๆเหรอ...?”

“จริงสิฮะ” เขาตอบเพราะเขาต้องการใช้เวลาที่มีเพียงน้อยนิดที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

“แล้วเธอ...จะต้องกลับไปตอนไหนเหรอ?”

“ก็ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นไงฮะ.”ชายหนุ่มตอบพร้อมกับก้มลงจูบที่ริมฝีปากของฮวางโบ

“.แต่ชั้นได้ยินมาว่าพรุ่งนี้พระอาทิตย์จะไม่ขึ้นน่ะ”ฮวางโบแกล้งแหย่เล่น..

คุณสามีอมยิ้มเมื่อได้ยินที่เธอพูด..”โอ๊ะ..ขอบคุณพระเจ้า” <ไม่ชึ้นซัก 7 วัน 7 คืนยิ่งดีฮะ>

หญิงสาวจูบที่แก้มของเขาเบาๆแล้วกระซิบว่า “พระอาทิตย์สามารถลาพักร้อน...ได้หนึ่งวัน”

“หุหุ “เขาหัวเราะชอบใจ...

“นี่ชั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลยอ่ะ...ชั้นคอยพูดอะไรที่มันประหลาดๆแบบนี้ออกมาอยู่เรื่อย”...

“ถ้าคุณบ้า ก็เพราะว่ารักผมฮะ..ฮ่าฮ่า”

เธอพยักหน้ารับพร้อมกับพูดว่า...”ถูกเป๊ะเลยล่ะ ไม่รักก็บ้าแล้วล่ะ”

ฮยอนจุงยิ้มให้เธอด้วยแววตาที่แสดงความรักใคร่และก้มลงมอบจุมพิตที่ดูดดื่มให้กับภรรยาสุดที่รักอีกครั้ง ในขณะที่วงแขนของเขาก็ค่อยๆช้อนตัวของหญิงสาวขึ้นมาก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องหอรอรักของทั้งสองคน

ติดตามอ่าน คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ ตอนต่อไป




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2553 20:11:10 น. 1 comments
Counter : 360 Pageviews.

 
ยองแซงเพื่อนแท้จริงงงสมแย้วที่นอนห้องเดียวกันนะอยากมีเพื่อนแบบนี้บ้างจัง ขอบคุณนะครับยายสำหรับฟิตดีดีดี อย่างไรก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ สู้สู้สู้


โดย: hunny IP: 124.120.38.252 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:53:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.