Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 81 ~ พวกเราคือ SS501

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****


ที่สถานี MBC ณ ห้องประชุมของแผนกเอนเตอร์เทน

พีดีระดับผู้บริหารถามขึ้นในที่ประชุมว่า “มันเกิดอะไรขึ้น ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยซิ?”

พีดีคิมตอบไปว่า “คือเกิดมีอุบัติเหตุที่มันดูพิลึกพิลั่นเกิดขึ้นระหว่างกันถ่ายทำครับ”

“ที่ว่าอุบัติเหตุพิลึกพิลั่นน่ะหรือ?”

พีดีคิมพูดต่อไปว่า “ ใช่ครับท่าน เพราะว่าเราถ่ายทำรายการกันแบบไม่มีสคริปต์...มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

พีดีระดับผู้บริหารได้แต่ถอนหายใจ “เฮ้อ..ทำไมมันถึงต้องไปเกิดตอนที่ถ่ายทำนอกสถานที่ด้วยน่ะ?”

“แล้วตอนนี้เราควรจะทำยังไงกันดีครับ?” พีดีคิมถาม

“การถ่ายทำในสตูดิโอกำลังจะเริ่มขึ้นเร็วๆนี้ไม่ใช่เหรอ? แล้วสองคนนั้นจะมาร่วมรายการได้หรือเปล่า?” พีดีผู้บริหารถาม

“ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันครับ เพราะผู้บริหารบริษัทต้นสังกัดของพวกเขาพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์เรื่องนี้อยู่” พีดีคิมตอบ

“เอาไว้มาเจอกันอีกครั้งหลังจากการถ่ายทำในสตูดิโอก็แล้วกัน” พีดีผู้บริหารตัดบท

ที่บริษัทต้นสังกัดของฮวางโบ
ฮวางโบและยุนวูกำลังประชุมกันอยู่แบบตัวต่อตัว ยุนวูนั่งจ้องหน้าฮวางโบเงียบๆ...

ไม่นานก็ทันความเงียบไม่ไหว ยุนวูจึงเอ่ยถามก่อน “มันเป็นแค่อุบัติเหตุใช่มั้ย?”

“ค่ะ..มันเป็นอุบัติเหตุ” ฮวางโบตอบ.

“ทำไมมันถึงต้องเกิดขึ้นในสถานที่โจ่งแจ้งแบบนั้นด้วย...พรุ่งนี้ข่าวมันคงกระจายไปทั่วเน็ตแล้วล่ะ” ยุนวูพูดด้วยความไม่สบายใจ

“................”

“เจ้าหมอนั่น...เจ้าป็อปไอดอลตัวดีมันช่างไม่มีความคิดเอาซะเลย” ยุนวูอดบ่นไม่ได้

“................”

ยุนวูยังพูดต่อไป “คุณรู้มั้ยว่าผมต้องรับสายนักข่าวไปจนนับไม่ถ้วนแล้วที่โทรมาถามถึงเรื่องนี้กันน่ะ? ผมก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนที่จะทำให้พวกเขายอมเข้าใจว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุบ้าครั้งนี้”

ฮวางโบได้ยินก็รีบอธิบาย “มันเป็นอุบัติเหตุ...แต่ในอีกแง่นึง...มันก็ไม่เชิงซะทีเดียวหรอกค่ะ”.

ยุนวูถามทันที “นี่คุณกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?”

ฮวางโบสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆก่อนตอบว่า “คือชั้นรักเขาค่ะ”

ยุนวูตกตะลึงอึ้งกิมกี่ไปในบัดดล

“และเขาก็รักชั้นด้วยเช่นกัน” ฮวางโบพูดต่อ

“อะไรน่ะ ไหนลองพูดอีกทีซิ?”

“ถ้าพวกเราเป็นแค่คู่รักหลอกๆในรายการฯ เราคงไม่ทำอะไรแบบนั้นในสวนสนุกที่มีคนพลุกพล่านอย่างนั้นหรอกค่ะ นอกซะจากว่า พวกเราจะบ้ากันไปจริงๆ” ฮวางโบพูดพลางก้มหน้าลง

ในขณะที่ยูนวูสีหน้าเริ่มเครียด.

“ที่นั่น...มีคนมากมายเกินไป...แล้วก็เสียงดังมากเกินไป...ถึงแม้ว่าเขาอาจจะถูกปลุกเร้าจากเสียงรอบข้างอยู่บ้าง...แต่มันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุบ้าๆนั่น” เธอเริ่มอธิบายข้อเท็จจริง

“นี่คุณเสียสติไปแล้วรึเปล่า?”

“คุณพูดถูก บางทีชั้นอาจจะเสียสติไปแล้วจริงๆ”.

“คุณเป็นมืออาชีพน่ะ! ถ้าคุณเริ่มต้นมันด้วยการเป็นเรียลลิตี้หลอกๆ คุณก็ควรจะจบมันในแบบเดียวกันสิ...นี่คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ฮึ?”

“ชั้นก็คิดเช่นกันว่ามันไม่ฉลาดเอาซะเลยที่ทำแบบนี้” เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกครั้ง “แต่บางครั้ง..คุณก็ไม่สามารถจะใช้สมองมาควบคุมหัวใจของคุณเอาไว้ได้ เพราะว่า...ความรักมันอยู่เหนือการควบคุม...”

ยุนวูจ้องหน้าเธอกลับ “คุณควรที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ถ้าคุณเริ่มมีความรู้สึกแบบนั้น”

“ชั้นพยายามตัดใจหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนแล้วล่ะค่ะ..คุณก็ทราบดีนี่ค่ะว่าชั้นเคยทำรายการแบบจับคู่หลอกๆอย่างนี้มามากมาย..และก็มีประสบการณ์มากพอควร ถ้าชั้นสามารถตัดใจได้ง่ายๆ ชั้นก็คงจะไม่ปล่อยให้เรื่องมันมาถึงขนาดนี้หรอกค่ะ” พูดจบเธอก็ถอนหายใจ

“คุณไม่รู้รึไงว่าเขาเป็นใคร? เขาคือคิมฮยอนจุงหนุ่มที่ฮ็อตสุดๆของเกาหลี และเป็นหัวหน้าวงไอดอล เท่านั้นยังไม่พอเขายังอ่อนกว่าคุณตั้ง 6 ปีเชียวน่ะ!”

“ข้อนั้นชั้นทราบดีค่ะ”

ยุนวูพูดด้วยน้ำเสียงที่โมโหสุดๆ “นี่คุณทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ไม่ได้รึไงตอนที่ไอ้เจ้าเด็กไร้ความคิดนั่นมันทำตัวบ้าๆอย่างนั้นน่ะ? คุณและเจ้าเด็กนั่นต่างจะต้องเสียหายด้วยกันทั้งคู่ถ้าเรื่องนี้มันเป็นพาดหัวข่าวของวันพรุ่งนี้!! แล้วเจ้าบ้านั่นก็คงจะรอดตัวไปได้เพราะว่าเขายังเด็กอยู่...แต่คุณน่ะจะกลายเป็นเป้าที่ถูกโจมตี ...อนาคตในวงการบันเทิงของคุณอาจจะถูกฝังจมดินเพราะเรื่องนี้ก็ได้..รู้มั้ย!”


“ข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยันดูจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากกว่า สำหรับสถานการณ์แบบนี้น่ะค่ะ”เธอพูดราวกับรู้ชะตากรรมของตัวเองดี

“ใช่เลย...นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้”

“ถึงแม้ว่าเราจะปฎิเสธข่าวนี้ ยังไงผู้คนก็คงจะพูดถึงเรื่องของพวกเราอยู่ดี...และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็น่าจะดีกว่าที่...”

ยุนวูถามแทรกขึ้นมาด้วยท่าทางกระสับส่าย “อะไรที่คุณว่ามันดีกว่า...?”

“มันน่าจะดีกว่าที่เราจะบอกความจริงกับพวกเขาไปเลยตรงๆ ” ฮวางโบค่อยๆอธิบาย

“ว่าไงน่ะ?”

“ชั้นคิดว่ามันเป็นวิธีที่ถูกต้องที่จะจัดการกับเรื่องนี้ นอกจากนั้นแล้วชั้นเองก็ไม่อยากจะปกปิดมันเอาไว้เหมือนกับคนขี้ขลาดอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ...”

“นี่คุณฮวางโบ !!”

“ที่จริง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนี่ค่ะ ถ้าคุณลองเปลี่ยนมุมมองความคิดดู คุณก็จะเห็นว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไร”

“นี่คุณพูดจริงๆน่ะหรือ?”

“ตอนแรก ชั้นเองก็รู้สึกสับสนและก็ตกใจมากๆเพราะว่าเขายังเด็ก...และชั้นก็ไม่สามารถจะให้อภัยตัวเองเพราะชั้นรู้สึกว่ากำลังเอาเปรียบเด็กหนุ่มน้อยผู้ไร้เดียงสา”

“ใช่แล้ว นั่นแหละ คือสิ่งที่คนอื่นๆเขาจะมองพวกคุณกันในแบบนั้น...”.

“แต่ว่า...”

“แต่ อะไรกัน?”

“เขาอาจจะดูเด็กในแง่ของอายุที่ยังน้อย...แต่ในบางมุมฮยอนจุงเขามีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าชั้นด้วยซ้ำไปน่ะค่ะ”

ยุนวูพ่นลมหายใจออกมา “ฮ๊า เป็นผู้ใหญ่กว่างั้นเหรอ? ผมเดาว่าคุณคงจะมองเห็นเด็กที่ยังนุ่งแพมเพิร์สว่าเป็นผู้ใหญ่ได้ ก็เพราะว่าคุณสวมแว่นที่กระจกมันเคลือบด้วยสีกุหลาบอยู่ หรือสุภาษิตเรียกง่ายๆก็คือ ความรักทำให้คนตาบอดไง...?”

ฮวางโบกลั้นสติเพื่อพยายามระงับอารมณ์

ยุนวูยังอธิบายไม่เลิก “คุณมองว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวไปได้ยังไงกัน? สำหรับผมน่ะ เขาเป็นได้แค่เจ้าเด็กบ๊องสคนนึง ที่แม้แต่จะทำตัวให้สมกับอายุตัวเองยังไม่ได้เลย”

ฮวางโบท้วงกลับทันที“ถ้าดูผิวเผินแต่เพียงภายนอก เขาอาจจะเป็นอย่างที่คุณพูด...แต่คุณจะเห็นความเป็นผู้ใหญ่ของเขาได้ถ้าคุณได้ใช้เวลาทำความรู้จักตัวเขาให้มากขึ้น คุณจะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา”

“โอ๊ย ผมไม่คิดที่จะทำอะไรแบบนั้นหรอกน่ะ มันเสียเวลา!” ยุนวูรีบบอกปัด

ฮวางโบหันไปมองเขาตรงๆแล้วบอกว่า “ ถ้างั้นก็คงจะแย่หน่อยแล้วล่ะค่ะ”

ยุนวูแทบจะควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินคำตอบของฮวางโบ ได้แต่ต้องหน้าเธอโดยไม่พูดอะไร...

เช้าวันต่อมา ที่ห้องพักของสมาชิกวง SS501
ฮยอนจุงเดินหาวพร้อมกับบิดขี้เกียจมาที่ห้องนั่งเล่น และพบว่าพี่ผู้จัดการกำลังนั่งรออยู่ที่โซฟา

เขาเงยหน้าไปมองนาฬิกาบนฝาผนังแล้วพูดว่า “วันนี้พี่มาเช้าจังเลยฮะ”

พี่ผู้จัดการไม่ตอบอะไรได้แต่เหวี่ยงสายตาใส่เขา...

ฮยอนจุงเริ่มรู้ตัวรีบบอกไปว่า “เดี๋ยวผมจะไปเตรียมตัวให้เรียบร้อยฮะ”

จุนเบบี้ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวอีกตัวนึงมองดูลีดเดอร์ด้วยท่าทางกังวล ส่วนคยูจงซึ่งยืนพิงประตูห้องนอนอยู่ก็มองตามฮยอนจุงแบบไม่คลาดสายตา

ระหว่างนั้นจองมินก็เดินออกมาจากห้องครัวถือแก้วน้ำแครอทอยู่ในมือ เขาเอ่ยปากทักทายว่า “อรุณสวัสดิ์ฮะ เพ่”

พี่ผู้จัดการมองม้ามินซึ่งยังมีผ้าปิดตาคาดอยู่บนศีรษะ แล้วถอนหายใจออกมาดังๆ “โอ้ว พระเจ้า นายเป็นอะไรของนายเนี่ย”

“พี่จะรับน้ำแครอทไปดื่มเพื่อสุขภาพบ้างมั้ยฮะ?”ม้ามินเอ่ยปากชวน

“ไม่ล่ะ ขอบใจน่ะ” ผู้จัดการโบกมือปฏิเสธ

เมื่อไม่มีใครสนใจน้ำแครอทของเขา ม้ามินจึงเดินยักไหล่กลับเข้าห้องนอนไป

แล้วจู่ๆพี่ผู้จัดการตะโกนเสียงดังว่า “เฮ้ย ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมเร็วๆเข้า ท่านประธานเรียกประชุมกับพวกนายวันนี้”

จุนเบบี้ทำตาโตแล้วถามว่า “ทุกคนเลยหรือฮะ?”

คยูจงมีสีหน้ากังวลเมื่อได้ยินแต่ก็ยืนรับฟังเงียบๆ

จองมินโผล่หน้าออกมาจากห้องนอนและถามทันทีว่า “ทำไมฮะ มีอะไรกันเหรอ?”

ผู้จัดการตอบ “พวกนายก็ควรเตรียมตัวกันให้ดีๆด้วยล่ะ นี่ ใครช่วยลากหรือแคะยองแซงขึ้นมาจากเตียงหน่อยสิ เร็วเข้า”

ที่ออฟฟิศของประธานบริษัทต้นสังกัดของฮยอนจุง
เหล่าเมมเบอร์กำลังนั่งหน้าสลอนอยู่บนเก้าอี้ยาวสองตัว แต่ละคนก็มีอากัปกริยาแตกต่างกันไป คยูจงทำหน้ากังวล ส่วนจุนเบบี้นั่งกระสับกระส่ายไปมา ในขณะเดียวกันจองมินกลับวางมาด CEOนั่งหลังตรงพิงเบาะไม่สนใจใคร ถัดจากเขาก็เป็นยองแซงซึ่งนั่งอย่างสงบอยู่ข้างๆลีดเดอร์ซึ่งมีสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆตามสไตล์ ท่านประธานชิกุนนั่งมองเมมเบอร์แต่ละคนด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

ท่านประธานฯถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มยิงคำถามแรกไปว่า “พวกนายก็รู้เรื่องนี้กันแล้วใช่มั้ย…?”

เงียบ ไม่มีเสียงตอบใดๆจากสมาชิก มีเพียงเสียงแอร์เท่านั้นที่ดังกึกก้องอยู่ในห้องนั้น

“นี่พวกนายไม่รู้กันบ้างหรือไง ว่าการนิ่งเงียบอยู่แบบนี้ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์มันดีขึ้นมาหรอกน่ะ?” ท่านประธานฯเริ่มมีน้ำโห

ถึงแม้จะดุยังไง แต่ก็ยังไม่ได้ผล ทุกคนยังคงเงียบอยู่...

ประธานชิกุนตัดสินใจจู่โจมเป็นรายตัวแทนการซักถามแบบหมู่ หันไปมองเหยื่อคนแรกของเขาก็คือ ยองแซงแก้มป่อง!

“ว่าไง ยองแซง นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ “

“ท่านว่าไงฮะ” ยองแซงทำใจดีสู้เสือ

“นายน่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดใช่มั้ยเพราะนายเป็นรูมเมทกับฮยอนจุงนี่...คงจะแปลกๆน่ะ ถ้านายไม่รู้เรื่องนี้เลย ว่าไง ตอบชั้นมาซิ?”

ไม่ได้ผล ไม่มีคำตอบจากรูมเมทแก้มป่อง เรื่องมันช่างน่าเศร้าสำหรับประธานชิกุนที่ต้องการจะหาคำตอบจากพวกเขา ท่านประธานฯถอนหายใจอีกครั้ง รายแรกไม่สำเร็จชิกุนจึงหันมาเล่นงานเหยื่อรายที่ 2 แทน ว่าแล้วก็หันไปหาน้องเล็กทันที

“นี่นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หา ฮยองจุน ตอบชั้นมาซิ?

จุนเบบี้สายตาเลิกลั่กตอบเสียงอ่อยๆว่า “เอ่อ ว่าไงน่ะฮะ?”

“บอกชั้นมาซิ ว่านายเริ่มรู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

จุนเบบี้กลอกตาไปมาแล้วค่อยๆตอบไปว่า “ท่านฮะ ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตอนไหน”

“ถึงเดือนรึยัง?”

จุนเบบี้ส่ายหน้าแทนคำตอบ...

“ถ้างั้น? นานแค่ไหนกัน? สองอาทิตย์? อาทิตย์นึง? ว่าไงล่ะ?”

จุนเบบี้ก้มหน้าลงแล้วตอบเบาๆว่า “ไม่ใช่ฮะ”

“ถ้างั้นมันเมื่อไหร่กันแน่? ตอบชั้นมาเร็วๆเข้า”

จุนเบบี้ทำท่าลังเลก่อนจะตอบไปว่า “อืมมม...ผมไม่แน่ใจว่าท่านกำลังถามผมเรื่องอะไรอยู่ฮะ”

ท่านประธานฯหัวเหม่งโมโหจนหัวเริ่มแดงใกล้แตกยังถามต่อ “ชั้นถามว่านานเท่าไหร่แล้วที่นายรู้ว่า ลีดเดอร์ของนายมีแฟน?”

“โอ๊ะ แฟนเหรอฮะ? “ จุนเบบี้แกล้งไขสือทำหน้าแอ๊บแม้ว

ท่านประธานฯถอนหายใจอย่างแรงก่อนพูดกึ่งตะโกนออกมาว่า “ก็ฮวางบูอิน ไงล่ะ!!!!”

“อ๋อ ถ้าอย่างนั้น..” จุนเบบี้หันไปกระซิบถามฮยอนจุง “ พี่ฮะ..รายการ WGM ของพี่มันออกอากาศตอนแรกเมื่อไหร่ฮะ?”

“11 พฤษภา “ลีดเดอร์ตอบอย่างไม่สงสัย

จุนเบบี้หันหน้าไปตอบอย่างมั่นใจว่า “ท่านฮะ ผมรู้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาฮะ”

“อะไรน่ะ?” ประธานฯอึ้งได้อีกดอก

“ก็มันเป็นวันที่พี่เขามีภรรยาไงฮะ...ผมรู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ได้ดูรายการตอนแรกล่ะฮะ” จุนเบบี้ตอบด้วยความดีใจพร้อมยิ้มโชว์เขี้ยวที่เพิ่งจะถอดเหล็กดัดฟันออกมา

ประธานฯหัวเหม่งตะลึงกับคำตอบกับเบบี้ “ ไอ้บ้าเอ๊ย นายตอบอะไรกัน (ว่ะ) นี่”

จองมินก้มหน้าลงเพื่อแอบหัวเราะ “หุหุ นายเจ๋งมาก (ว่ะ) เจอร์รี่ของชั้น!”

ยองแซงก้มลงมองที่พื้นแล้วก็ถอนหายใจออกมา <เฮ้อ ไอ้นี่ เล่นไม่รู้เวล่ำเวลาเลยจริงๆ>.

“นี่นายกำลังบอกว่า...พวกเขาไปเดทกันตั้งแต่วันแรกที่ถ่ายทำเลยน่ะเหรอ?”ประธานหันไปถามจุนเบบี้อีกครั้ง

จุนเบบี้ทำท่าลังเลก่อนจะหันไปมองหน้าลีดเดอร์ “เอ่อ..เรื่องนั้นผมไม่แน่ใจหรอกฮะว่าเขาเดทกันตั้งแต่วันนั้นหรือเปล่า”

ประธานฯสรุปคำถาม “นี่ตกลงว่านายไม่เข้าใจคำถามหรือว่าแกล้งทำเป็นโง่กันแน่ หา?”

ม้ามินก้มหน้าลงต่ำพยายามสุดชีวิตที่จะกลบเกลื่อนเสียงหัวเราะคิกคักของเขา

คยูจงเห็นเข้าก็ยื่นเท้าไปเตะที่หน้าแข้งของม้ามินเป็นการเตือน “นี่ เก็บอาการนิดส์นึง”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น สักพักจองมินก็เงยหน้ากลับขึ้นมา พร้อมกับเก็กหน้า CEO ผู้มีอนาคตที่ก้าวไกล หน้าตาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

ประธานฯได้แต่ส่ายหน้าและถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา “นี่..ทำไมพวกนายถึงได้...ชอบทำเป็นตัวตลกกันอยู่ตลอดเวลาน่ะ?”

ยองแซงนั่งถอนหายใจเบาๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง.

“พวกนายไม่รู้รึไงว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแย่ขนาดไหน? นี่มันไม่ใช่เวลาจะมาเล่นตลกกันแล้วน่ะ” ประธานชิกุนเริ่มเคร่งอีกครั้ง

ฮยอนจุงพูดด้วยสีหน้านิ่งๆว่า “ท่านฮะ อย่าพยายามไปโยนความผิดให้พวกเขาเลยฮะ...มันไม่ใช่ว่าพวกเขามาบังคับให้ผมออกไปเดทกับเธอซักหน่อย...”

“พวกเขาจะต้องรับผิดชอบก็ต่อเมื่อเป็นคนที่บังคับให้นายไปเดทงั้นเหรอ? พวกเขาควรจะพยายามลุกขึ้นมายืนต่อต้านถ้ามีเมมเบอร์ในทีมที่ทำตัวออกนอกลู่นอกทางสิ นั่นถึงจะเป็นทีมสปิริตที่แท้จริง?” ประธานหัวเหม่งเริ่มถากถาง

“แต่ว่าผมไม่ได้ทำผิดอะไร แล้วก็ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางนี่ฮะ” ฮยอนจุงโต้กลับบ้าง

“ฮยอนจุง ชั้นว่านายพูดมากไปแล้ว...หุบปากซ่ะ ถ้านายไม่พูดก็ไม่มีใครว่านายเป็นใบ้หรอกน่ะ ชั้นว่า” ประธานฯยังกวน-นไม่เลิก

ม้ามินเริ่มชักสีหน้าเหมือนไม่สบอารมณ์และกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา...แต่แล้ว

ยองแซงก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า” ท่านฮะ ผมก็ไม่คิดว่าลีดเดอร์ของเราทำอะไรผิดน่ะฮะ”

“ยองแซง นายว่าไงน่ะ?” ประธานฯหันไปเล่นงานยองแซง

ยองแซงอธิบายอย่างไม่สะทกสะท้าน “พวกเราไม่มีชีวิตที่อิสระบ้างเลยหรือฮะ กับการที่จะออกไปพบหรือไปเดทกับคนที่เราชอบ? มันอาจจะทำให้เกิดเสียงเม้าท์วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาบ้าง เพราะว่าเธออายุมากกว่าเขา และก็ยังเป็นนักร้องด้วย แต่ยังไงซ่ะ เขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่รักเธอ รักจนแทบจะยอมตายแทนได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายซ่ะหน่อย ไม่ใช่ว่าเขาไปแอบคบกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หรือผิดศีลข้อที่ 3 ซ่ะที่ไหนกัน”...

ลีดเดอร์มองหน้ายองแซงด้วยความซาบซึ้งใจ...ประธานฯเริ่มอึ้งกับศีลข้อที่ 3 หันไปชี้หน้าพวกเมมเบอร์

“นี่พวกนาย...เตี๊ยมกันมาก่อนใช่มั้ยถึงได้พูดอะไรที่มันเหมือนกันเปี๊ยบขนาดนี้?”

ยองแซงพูดต่อไปว่า “ท่านคับ ผมอยากจะบอกว่า ผมเริ่มรู้สึกว่าฮยอนจุงเขามีความรู้สึกที่เป็นพิเศษต่อฮวางบูอิน ตั้งแต่ตอนที่พวกเราอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วล่ะฮะ”

“อะไรน่ะ” ประธานฯยังสงสัยไปเรื่อย

“ตอนนั้นผมเองก็รู้สึกช็อคอยู่เหมือนกัน แต่ก็ได้แต่หวังอยู่ในใจลึกๆว่า ความรู้สึกของเขามันคงจะค่อยๆเลือนหายไป...”

“แล้วไง?” เริ่มกวนอีกครั้ง

“แต่หลังจากนั้น...ผมก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า เขารักเธอจริงๆ.รักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และ จนถึงเดี๋ยวนี้ นาทีนี้” ยองแซงอธิบายคลายปม

“รักจริง” <หวังแต่งน่ะเหรอ บ้าไปแล้ว> ประธานฯหัวเหม่งพูดยิ้มเยาะ

“ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมต้องไปขัดขวางความรักของเขาด้วย ตอนนั้นผมก็รู้สึกกระวนกระวายใจและ ก็อยากจะหาทางทำให้เขาเปลี่ยนใจ”.

“แล้วเป็นไง เล่าต่อไปสิ” ประธานชิกุนขยับท่านั่ง

“แล้วผมก็เข้าใจว่าเหตุผลที่แท้จริงที่อยากจะทำแบบนั้น มันเป็นเพราะผมเห็นแก่ตัว” ยองแซงสรุปแบบได้ประเด็น

“อะไรน่ะ?” ประธานฯยังคงถามคำถามเดิมซ้ำๆราวกับคนหูตึงไม่ได้ยิน


“ผมต้องการให้ลีดเดอร์อยู่กับพวกเราต่อไป เพื่อที่พวกเราจะได้ทำเพลงและแสดงคอนเสิร์ตด้วยกัน มากกว่าที่จะปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ...ที่ผมพูดแบบนี้ก็เพราะผมไม่ต้องการสูญเสียเวลาที่เราได้เคยทุ่มเททำงานกันอย่างหนักและฝันฝ่าอุปสรรคต่างๆมา” ยองแซงอธิบายได้อย่างแจ่มแจ้ง...

“เห็นมั้ยล่ะ ใช่อย่างที่พูดเลย! พวกนายเป็นทีมเดียวกัน และได้ทำงานกันอย่างหนักมาจนถึงตอนนี้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่พวกนายมีกันอยู่ในตอนนี้...” ประธานฯเริ่มทำตัวเหมือนโฆษกเสด็จพี่


“วง SS501 มีความสำคัญมาก...สำหรับลีดเดอร์ และ พวกเรา...” ยองแซงคอนเฟิรม์

“ถูกต้องแล้วล่ะ แล้วมันก็สำคัญสำหรับแฟนคลับที่คอยสนับสนุนพวกนายด้วย” ประธานฯเห็นด้วยกับข้อนี้

“แต่ว่า...มันก็ไม่ใช่ว่าพวกเราจะอยู่กันเป็นวงแบบนี้ไปจนตลอดชีวิตนี่ฮะ” ยองแซงยังอธิบายโค้งหักศอกได้อีก

“อะไรน่ะ...?” ประธานฯ ยังหูตึงไม่เลิก

“ลีดเดอร์ของพวกเรา เป็นคนที่แตกต่างไม่เหมือนใคร เมื่อใดก็ตามที่เขาได้รักใครแล้ว เขาก็จะรักคนๆนั้นไปตลอดโดยไม่มีวันเปลี่ยนใจ...ดังนั้นบางทีเขาอาจจะอยู่กับฮวางบูอินไปจนตลอดชีวิตของเขาเลยก็ได้”

คราวนี้ประธานถึงกับตกตะลึงกับคำพูดชุดใหญ่ของยองแซง

“เพราะว่าพวกเรา ไม่สามารถจะรับผิดชอบชีวิตของเขาไปตลอดชีวิต...ผมจึงรู้สึกว่า การไปขัดขวางความรักของเขาที่มีต่อฮวางบูอินมันดูจะเห็นแก่ตัวเกินไป” ยองแซงยังอธิบายต่อไป

ประธานฯ เริ่มเอ๋อสุดขีด “เอ้อ ยองแซง “

ประธานหันไปรอบๆ เพื่อมองดูเมมเบอร์คนอื่นๆก่อนจะพูดต่อ “จริงๆแล้วพวกนายเป็นใครกันแน่ ฮึ?”

จองมินยิ้มโชว์ฟัน 32 ซี ตอบทันทีว่า “พวกเราคือ SS501 ไงฮะ!” <ประธานฯหัวเหม่งเอ๊ย ที่เรื่องแบบนี้ทำเป็นบื้อไม่รู้ขึ้นมาซ่ะงั้น>

15 นาทีต่อมา ในออฟฟิศของท่านประธานฯ

ประธานชิกุนเริ่มถามด้วยน้ำเสียงที่สงบราบเรียบว่า “ถ้างั้น พวกนายก็คงอยากจะแยกวงกันแล้วล่ะสิ ใช่มั้ย?”

ลีดเดอร์นั่งหน้านิ่งไม่ตอบอะไร เช่นเดียวกับยองแซงที่นั่งก้มหน้าเงียบๆ จุนเบบี้นั่งหน้าจ๋อยด้วยแววตาที่ดูกังวล...

ส่วนคยูจงอาการหนักกว่านั้น เมื่อนึกถึงการแยกวง น้ำตาเริ่มปริ่มๆจวนจะไหลออกมาแล้ว...

จองมินหันไปมองดูคนอื่นๆก่อนจะร้องโวยออกมาว่า “ไม่ฮะ! ทำไมพวกเราต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ!”

ประธานฯ เริ่มออกอาการเหวี่ยงเหวง (พูดไม่รู้เรื่อง) ทันที “ก็ลีดเดอร์ของพวกนายเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่า ผู้หญิงคนนึงมีความสำคัญต่อเขามากกว่าทีม ดังนั้นเขาก็คงไม่สามารถจะอยู่กับพวกนายได้...”

ฮยอนจุงพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า “ผม...ยังไม่เคยบอกว่าผมจะไปจากวงเลยน่ะฮะ?”

“อ้าว ก็นายบอกเองนี่นา ว่าอยากจะแต่งงานจนตัวสั่น? แล้วนายจะอยู่กับวงต่อไปได้ยังไงหลังจากแต่งงานไปแล้ว?”

ยองแซงหลับตาลงเหมือนพยายามใช้ความคิด....

จุนเบบี้ว่า “พี่ฮะ...นั่นมัน”

คยูจงก้มหน้าลงพยายามจะซ่อนน้ำตาเก็บอาการของเขาไว้

จองมินช่วยพูดย้ำกับท่านประธานว่า “ท่านฮะ ลีดเดอร์บอกแล้วไงฮะ ว่าเขาต้องการจะแต่งงาน ไม่ได้ต้องการจะออกจากวง ท่านอย่ามั่วแอบเนียนสิฮะ”

“พวกนายเป็นวงไอดอลวัยรุ่นน่ะ! มีที่ไหนในโลกกันเล่า ที่มีไอดอลที่แต่งงานแล้วน่ะ?” ประธานชิกุนเริ่มเสียงดังขึ้นแล้ว

จองมินตอบไปทันทีว่า “แหม ตอนนี้มันอาจจะยังไม่มี...แต่ในอนาคตใครจะรู้ได้ฮะ...แล้วมันก็ไม่มีกฏระเบียบใดๆที่ห้ามไม่ให้มีไอดอลที่แต่งงานแล้วนี่ฮะ”

“อ๋อ แน่ล่ะ กฏแบบนั้นมันไม่มีหรอก แต่นายก็รู้ใช่มั้ยว่าวงไอดอลอย่างพวกนายมันคืออะไร? มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดเป้าหมายที่เป็นพวกสาววัยรุ่น แล้วจะมีสาวๆหน้าไหนกันล่ะที่จะมาสนใจไอดอลที่มันแต่งงานแล้วน่ะ?”ประธานพูดพลางยกมือชี้หน้า

ยองแซงเริ่มออกความเห็นบ้างว่า “แต่...มันคงจะเป็นเรื่องยากสำหรับ พวกเราถ้าไม่มีลีดเดอร์อยู่ด้วย”

“ก็เขาบอกเองว่าเขาไม่ต้องการจะอยู่นี่!” ประธานฯ ตู่ขึ้นมาซ่ะงั้น

ฮยอนจุงเริ่มพูดเสียงแข็งขึ้นมาทันทีว่า “ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลยน่ะฮะ!”

ประธานฯชักฉุนตะโกนใส่หน้าเขาไปว่า “จะต้องให้ชั้นพูดให้นายฟังซ้ำอีกทีมั้ยฮึ???!!!!!”

ลีดเดอร์ได้แต่เงียบไม่กล้าต่อปากต่อคำ...

ประธานฯยื่นคำขาดเสียงดังฟังชัด “ถ้านายยังยืนกรานว่าจะแต่งงาน มันก็เหมือนกับกว่านายกำลังพูดสิ่งเดียวกันกับที่ชั้นว่านั่นแหละ...”

“แล้วถ้า...เขาไม่แต่งงานล่ะฮะ? “ ยองแซงถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ว่าไงน่ะ?”

“เขาก็สามารถจะอยู่กับวงต่อไปได้ ถ้าเขาไม่แต่งงาน ใช่มั๊ยฮะ?” ยองแซงรวบรัดคำถาม

ลีดเดอร์เริ่มไม่พอใจที่ยองแซงพูด “ นี่นาย! ทำไมนายถึงได้พูดเองตัดสินใจเองอะไรแบบนั้นล่ะ..?”

ยองแซงทำเป็นไม่สนใจเขาแต่แอบส่งซิกด้วยสายตาให้จองมินเงียบๆ...

ทันใดนั้นม้ามินก็รวบแขนทั้งสองข้างของลีดเดอร์เอาไว้และบิดไปไว้ที่ด้านหลัง

ฮยอนจุงพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการล็อคของม้ามินเริ่มเตะขาเหวี่ยงไปมาส่วนปากก็เริ่มโวย “นี่ เฮ้ย...อะไรกันเนี่ยหา!!!!”

คยูจงรีบเข้ามาช่วยจับขาของเขาเอาไว้ ในขณะที่จุนเบบี้มารับหน้าที่เดิมด้วยการเอาผ้าเช็ดหน้าอุดปากลีดเดอร์

ฮยอนจุงดิ้นขลุกขลักพยายามสลัดให้หลุดจากสามหนุ่ม “ อุ๊บบบ.” <ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ เจ้าพวกบ้า>

ยองแซงลุกขึ้นมาสบทบและใช้มือกดหลังของฮยอนจุงเอาไว้ และถามย้ำอีกครั้งว่า “งั้น ท่านก็โอเคใช่มั้ยฮะ ตราบใดที่เขายังไม่แต่งงาน?”

“นี่นายกำลังพูดถึงอะไรอยู่น่ะ?” ประธานฯกำลังตกใจกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำกันอยู่ตอนนี้

“ตราบใดที่เขายังไม่ได้แต่งงาน ไม่ว่าเขาจะไปเดทหรือจะคบหาดูใจอยู่กับใคร..ท่านประธานฯก็โอเคไฟเขียวอนุญาตใช่มั้ยฮะ?” ยองแซงถามทันที

ประธานฯชักสับสนกับคำถามของยองแซง “อะไรน่ะ?”

ยองแซงตบด้วยประโยคเด็ด “ถ้างั้น ลีดเดอร์ของพวกเรากลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่เขาทำบางส่วนของสมองของเขาหายไป...แต่บางทีเขาก็น่าจะรู้ดีว่า การแต่งงานมันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเหมือนกับพูด...เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาฟื้นฟูสมองของเขาให้กลับมาเป็นปกติได้แล้ว เขาก็จะไม่หมกมุ่นกับเรื่องแต่งงานมากแบบนี้แล้วล่ะฮะ...ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องออกจากวง ที่ผมพูดถูกต้องมั๊ยฮะ”

ประธานฯอ้าปากค้าง พูดไม่ออกกับคำอธิบายและข้อสรุปของยองแซง

ฮยอนจุงซึ่งถูกน้ำหนักของยองแซงที่กดลงมาบนหลัง ตอนนี้ลงไปนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาแต่ก็ยังพยายามดิ้นรนและส่งเสียง “อุ๊บบบบบบบ !!!!!! “ <รอให้ชั้นหลุดไปได้ก่อนเถอะ พวกนายตายแน่!!! >

ประธานชิกุนมองดูที่โซฟาแล้วทำหน้าประหลาดใจก่อนจะถามไปว่า “แล้วนี่พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย หา?”

ยองแซงอธิบายทันที “ผมกำลังบอกท่านไงฮะว่า พวกเราไม่ต้องการให้ลีดเดอร์แยกตัวออกไปจากวงเลยจริงๆ พวกเราจะพยายามเกลี้ยกล่อมเขาฮะ”

คยูจงเสริมอย่างสุภาพว่า “แต่ยังไง...ก็ต้องปล่อยให้เขามีความรักกับคนที่เขารักน่ะฮะ”..

จุนเบบี้พยักหน้าหงึกหงักแล้วพูดว่า “ใช่ฮะ ผมเห็นด้วยกับทุกคน”

ฮยอนจุงในตอนนี้ อารมณ์แค้นเริ่มเปลี่ยนเป็นซึ้ง...น้ำตาเริ่มทำท่าจะไหลออกมา...<ชั้นเปลี่ยนใจไม่เอาคืนพวกนายแล้วล่ะ>

ยองแซงยังพูดต่อไปว่า “นี่มันก็ศตวรรษที่ 21 แล้ว..ไม่ใช่รุ่นพระเจ้าเหานุ่งกางเกงหูรูด.ท่านไม่คิดบ้างหรือฮะ ว่ามันดูจะโบราณเต่าล้านปีเกินไปรึเปล่า ที่จะบังคับให้เขาเลิกกับผู้หญิงที่เขารัก เพราะท่านกลัวจะมีเรื่องข่าวฉาวโฉ่?”

“พวกนายมัน..เฮ้อ.ชั้นเอาพวกลูกเสือลูกตะเข้มาเลี้ยงชัดๆเลยนี่นา!” ประธานฯเริ่มรู้ตัวว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ

จองมินลอยหน้าลอยตาปฎิเสธทันทีว่า “ไม่ใช่ฮะ ผมเป็นแมวป่าตะหาก ง้าววว!”

จุนเบบี้รีบเถียงว่า “ไม่ใช่...แมว..ซะหน่อย” แล้วเผลอตัวปล่อยมือที่อุดปากลีดเดอร์ออก

คยูจงพูดขึ้นมาบ้างว่า “แต่ผมชอบเสือชีต้าห์มากกว่าฮะ”..

หลังจากที่เมมเบอร์เริ่มปล่อยมือที่จับตัวเขาไว้ ลีดเดอร์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าลุกขึ้นยืนแล้วพูดเสียงดังว่า “ผมบอกแล้วไงฮะว่า ผมเป็นสิงโต !!”

จากนั้นก็มีเสียงดัง “ผัวะ!!!” ตามมา ยองแซงเล่นบทโหดเบิร์ดกระโหลกลีดเดอร์ไปอย่างแรงก่อนพูดเสียงดุๆว่า

“หุบปากไปเลย นายน่ะ!”

ประธานฯชิกุนยืนอึ้งๆงงๆมองดูพวกเขาหลังจากเห็นฮยอนจุงหน้าคว่ำหัวคะมำลงไปกองกับพื้น

ยองแซงหันไปพูดแกมขอร้องกับเขาว่า “สัญญากับพวกเราได้มั้ยฮะว่าท่านจะให้ลีดเดอร์อยู่กับวงเราต่อไปถ้าเขาไม่แต่งงาน”

“เรื่องแต่งงานมันไม่ใช่ปัญหาสำคัญในตอนนี้หรอกน่ะ...แต่เรื่องข่าวลือฉาวโฉ่นี่สิ” ประธานฯเริ่มรับบทคนดีและเริ่มเห็นใจเข้าแล้ว

ยองแซงพูดต่อ” เราน่าจะให้พวกเขาบอกความจริงไปเลย และปล่อยให้เขาคบกันต่อไปแบบเปิดเผยน่ะฮะ ทำแบบนี้จะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง”

จองมินสนับสนุนทันทีว่า “ใช่ฮะ ถึงแม้ว่าผมไม่คิดว่าการแต่งงานจะเป็นปัญหาอะไรอยู่แล้วก็ตาม...”

ประธานชิกุนหลับตาแล้วอุทานออกมา “โอพระเจ้า...นี่นายพูดจริงๆหรือนี่...”

คยูจงจอมขี้แยเสริมว่า “มีแฟนคลับของพวกเราไม่น้อยเลยนะฮะ ที่สนับสนุนความรักของเขาทั้งคู่...”

จุนเบบี้รีบพูดขึ้นมาบ้างว่า” ใช่ฮะ ถูกต้องที่สุด...ถึงแม้ว่าจะมีแฟนคลับอีกกลุ่มที่ไม่....”

พูดยังไม่ทันจบก็มีเสียง ผัวะ! ดังขึ้นมาอีกครั้ง

คราวนี้จองมินเป็นคนจัดการเบิร์ดกระโหลกเบบี้แล้วบอกว่า “ท่านอย่าไปสนใจที่เจ้านี่มันแพล่มเลยฮะ”

ยองแซงซึ่งกำลังใช้ข้อศอกกดลงบนตัวลีดเดอร์เอาไว้ รีบพูดสรุปว่า “ท่านตกลงโอเคแล้วนะ ถ้าเขาไม่แต่งงาน?”

ประธานชิกุนมองดูเมมเบอร์ที่อยู่รอบๆด้วยความงุนงง ก่อนที่จะยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นมาทึ้งผมบนศีรษะของตัวเองแล้วร้องออกมาอย่างดัง “อ้ากกกกกกกก ทนไม่ไหวแล้ววววว พวกนายนี่มันวายร้ายชัดๆ!!!!!!”

โปรดติดตาม คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ ตอนที่ 82
โอ๊ะ ตอนนี้สร้างมาเพื่อ แซงกี้จริงๆ เป็นไงล่ะ บทพูดน้อยต่อยหนักกลบบทบาทมินนี่ของยายไปในบัดดด ฮิ้วววว



Create Date : 08 สิงหาคม 2553
Last Update : 8 สิงหาคม 2553 2:49:45 น. 4 comments
Counter : 368 Pageviews.

 
ทำไมยายแปลได้จ๊าบบบบบ...อย่างงี้ น่ารัก...กวนได้อีก มุขยายนี่แหล่มมากๆขอบอก ชอบที่ซู้ดดดดด Ss 501 นี่เขารักกันดีเนอะยาย ขอบคุณยายจริงๆนะ ยายนาจาสู้ๆๆๆๆๆๆ


โดย: มินมิน IP: 125.25.87.117 วันที่: 8 สิงหาคม 2553 เวลา:11:11:14 น.  

 
นี่แหล่ะ ss501
ของพวกเราล่ะ
รวมพลังกันแล้ว
ท่านประทานยังเอาไม่อยู่
น่ารักมากเลย
ตอนนี้สนุกดี
อ่านแล้วนึกภาพออกทุกคนเลย
สุดยอดมากยาย


โดย: joy&yoo IP: 222.123.242.83 วันที่: 8 สิงหาคม 2553 เวลา:15:29:26 น.  

 
ยาย อ่านแล้ว..ทำให้คิดถึง..SS501
น้องๆจุงน่ารักทุกคนเลยเนอะยายเนอะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: kaprow IP: 124.120.135.122 วันที่: 10 สิงหาคม 2553 เวลา:9:17:46 น.  

 
“หุหุ นายเจ๋งมาก (ว่ะ) เจอร์รี่ของชั้น!”
แฟนใครนะน่ารักจัง...

ขอบคุณนะคะ


โดย: ning IP: 124.120.68.73 วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:20:23:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.