Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
28 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 27- ชิลลางของชั้นกลัวแมลงปอ

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้นฉบับเขียนขึ้น อย่าได้ปะปนหรือสับสนกับคำพูดหรือเนื้อหาของรายการฯ***



ภายในรถที่กำลังมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านฟาร์ม “บูแรมิ” เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น...ฮวางโบเช็ดน้ำตาแล้วรีบกดรับสาย

“สวัสดีค่ะ”

“เราใกล้มาถึงแล้วค่ะ ช่วยเปิดไมค์ด้วยน่ะครับ” เสียงพีดีพูดกลับมา

“โอเค..ได้ค่ะ”

เธอพยายามกระพริบตาเพื่อไล่ร่องรอยคราบน้ำตาแล้วหันมาดูฮยอนจุงที่ยังหลับอยู่ด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อยก่อนจะปลุกเขา

“ฮยอนจุง.”

ยังคงเงียบ..ไม่ตื่น

เธอสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วเรียกเสียงดังกว่าเดิม “ฮยอนจุง”

ก็ยังไม่มีปฎิกิริยา เธอจึงตัดสินเขย่าที่ไหล่ของเขา “ชิลลาง..ตื่นได้แล้ว...จวนจะถึงแล้วล่ะ”

“อืมมมม.”เขาทำเสียงงึมงำ..แล้วพยายามจะลืมตาข้างนึง...”ถึงแล้ว...เหรอฮะ”

“ใช่จ้ะ...จวนแล้วล่ะ”

เขายืดแขนบิดขี้เกียจพร้อมกับส่งเสียง “อืมมมมม...อาาาาาาาาา...”

เธอส่งยิ้มให้ “รู้สึกดีขึ้นมั้ย”

เขาบิดคอไปมา “ไม่เลยฮะ ผมเมื่อยคอมากเลย”.

เธอยื่นมือออกไปนวดที่ต้นคอให้เขา “เธอคงจะเอียงคอนานเกินไป ตอนที่หลับน่ะ”

เขาหดคอแล้วยิ้ม.. “จั๊กจี้จังฮะ..ฮ่าฮ่าฮ่า”

“ฮุ..ดูตัวเธอเองก่อนเถอะ”

“หา?”

“เธอน่ะชอบทำแบบนี้...จู่ๆก็ดึงชั้นแล้วก็บอกว่าจะนวดให้...เวลาเธอทำแบบนั้นทีไรนะ...ชั้นรู้สึก”

“ผมทำแบบนั้นเมื่อไหร่กัน...?”

“เมื่อไหร่? จำไม่ได้เหรอ..ที่สวนน้ำไงล่ะ...เธอจะมานวดให้ชั้น..แล้วยังท่ายืดหลังที่เธอทำให้ชั้นอีก...โอ๊ย...”

<ผมทำผิดเหรอ> “คุณไม่ชอบมันมากขนาดนั้นเลยเหรอฮะ”

“เอ่อ..ชั้นไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ แต่ว่า...อย่าทำแบบนั้นอีกจะดีกว่าน่ะ”

“งั้น..ทำไมคุณถึงดูกลัวขนาดนั้นล่ะฮะ”

“นี่เธอ” เหลือบมองเขาก่อนจะพูดต่อ “เธอนวดให้สาวๆคนอื่นๆเป็นประจำเลยเหรอ?”

เขาหันกลับไปตอบเธออย่างไร้เดียงสา “ไม่เคยฮะ”

เธอชำเลืองดูเขาอีกรอบก่อนจะพูดประชดว่า”ฮึ...แหงล่ะ...เธอทำแบบนั้นกับชั้นตอนที่เราเพิ่งจะรู้จักกันนี่น่ะ”

“จริงๆนะฮะ...ผมไม่เคยนวดให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน”..เขายืนยันหนักแน่น

“งั้น..เธอคงไม่รู้อะไรเลยจริงๆสินะ”

“อะไรฮะ”

“จำได้มั้ยที่เธอเคยบอกชั้นว่า..เธอรู้สึกอึดอัดเวลามีใครมาแตะต้องตัวเธอน่ะ”

“จำได้ฮะ”

“ทำไมถึงไม่ชอบล่ะ”

“ก็..ร่างกายผมมันจะเกร็งโดยอัตโนมัติ...แล้วก็รู้สึกอึดอัด”...

“แล้วเธอคิดว่าเธอเป็นแบบนั้นอยู่คนเดียวรึไง?”

เขายังทำหน้านิ่ง...

“ชั้นก็เป็นเหมือนกัน..โดยเฉพาะที่เท้าน่ะ”

“ทำไมล่ะฮะ”

“อ้ายย..ลืมมันซะเถอะ...นี่ชั้นกำลังพูดอะไรอยู่กับเด็กหรือเนี่ย”

เขาชำเลืองมองเธอ “ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะฮะ”

“ชั้นรู้ะ..เธอน่ะตัวโตเกินกว่าจะเป็นเด็กแล้ว..และนั่นมันคือปัญหา.”

เขาเริ่มไม่พอใจหน่อยๆแล้ว

เธอชำเลืองมองเขา “นี่เธอกำลังโกรธอยู่รึเปล่า”

“ผมไม่ใช่เด็ก...อีกต่อไปแล้วน่ะฮะ”

“ฮุ..โอเคจ้ะ..เข้าใจแล้ว..เธอน่ะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”...แล้วเสียงโทรศัพท์ของฮวางโบก็ดังขึ้น
“ค่ะ..ว่าไงคะ”เธอรีบกดรับสาย

”คุณเปิดไมค์รึยังครับ” พีดีโทรมาถาม

”รอเดี๋ยวนะคะ”..หันไปบอกฮยอนจุง...”ไมค์ของเธอเปิดหรือยัง”

เขางงอยู่แป๊บนึง “โอ๊ะ “ แล้วรีบเปิดสวิทช์ทันที

“ขอโทษนะคะ...เราเพิ่งจะเปิดตะกี้นี้เองค่ะ”

”คุณไปจอดรถที่ข้างหน้าศูนย์เลยนะครับ”

”ได้ค่ะ”

เธอวางสายแล้วหันมายิ้มให้เขาและกระซิบเบาๆว่า...”และแล้วโซ่ล่ามของพวกเราก็กำลังจะกลับมา”...ฮยอนจุงได้ยินก็แอบหัวเราะคิก

ที่หมู่บ้านบูแรมิ หัวหน้าหมู่บ้านพาคู่ผักกาดไปที่บ้านของคุณยาย ซึ่งพวกเขาจะต้องไปช่วยทำงานในวันนี้

“คุณยายอายุตั้ง 90 แล้วยังอยู่ตัวคนเดียวด้วยหรือฮะ” ฮยอนจุงถามด้วยความแปลกใจ

หัวหน้าหมู่บ้านตอบ” อืม..มันเป็นเรื่องปกติน่ะสำหรับเมืองเล็กๆแบบนี้น่ะ เพราะว่าคุณยายท่านก็อยู่ที่นี่มาตลอด..และก็ยังเดินไปไหนมาไหนได้เอง.แล้วก็คงจะอยู่ด้วยตัวเองแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดอายุขัยนั่นแหละ..”

ฮวางโบรู้สึกสงสาร “ท่านคงจะเหงามากเลยน่ะค่ะ”

”ครอบครัวของท่านไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่...แต่ว่าชาวบ้านที่นี่ทุกคนก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันหมดล่ะนะ”

”ผมไม่เห็นคนวัยหนุ่มสาวแถวนี้เลยฮะ”

”เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องการทำฟาร์มแล้วล่ะ พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกันหมด”.หัวหน้าหมู่บ้านพาพวกเขาเดินเลี้ยวเข้าไปในบ้านเล็กๆหลังนึง “ถึงแล้วล่ะ.”

หลังจากที่ทั้งสามคนเดินเข้าไปที่ลานบ้าน คุณยายก็ออกมายืนทักทายอยู่ที่หน้าบ้าน คุณยายดูท่าทางยังแข็งแรง และมีสีหน้าที่ใจดีและหน้าอบอุ่นยืนต้อนรับพวกเขาอยู่

ฮวางโบประหลาดใจมากเมื่อได้เห็นคุณยาย “คุณยายอายุ 90 จริงๆเหรอคะ” หันไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน

”ไม่ใช่หรอก อายุ 89 ปีหน่ะ”

ฮยอนจุงยืนอ้าปากค้าง “ท่านดู...แข็งแรงจริงๆนะฮะ”

คู่ผักกาดเดินเข้าไปหาคุณยายเพื่อทักทาย “สวัสดีค่ะ คุณยาย”

คุณยายยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเธอคิดว่าชั้นจะเป็นยายแก่หนังเหี่ยวขี้โรคเพราะอายุของยายใช่มั้ยล่ะ”

เธอยิ้มแล้วรีบตอบว่า “คุณยายยังดูไม่แก่เลยนะคะ คือว่า....วันนี้พวกเรามาเพื่อช่วยทำงานน่ะค่ะ”
****************************************************************
คู่ผักกาดนั่งอยู่บนโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมกลางลานบ้าน ในขณะที่คุณยายนั่งอยู่บนเก้าอี้ในที่ร่มใต้ชายคาบ้าน

”พวกเธอจะมาช่วยยายเหรอ”

”ใช่ค่ะ” ฮวางโบตอบ แล้วชี้ไปที่ฮยอนจุง “เขาจะช่วยงานพวกที่ใช้แรงเยอะๆได้ดีเลยค่ะ เพราะว่าเขาเป็นผู้ชาย”

ฮยอนจุงรีบเอามือมาตบที่ไหล่เธอเบาๆแล้วพยายามพูดให้ดังกว่า “แปลกมั้ยฮะ จริงๆแล้วเธอทำงานเก่งกว่าผู้ชายอีกน่ะฮะ”

ฮวางโบพยายามก้มหน้า กลั้นหัวเราะ คิดในใจ < นี่เธอพยายามจะเกี่ยงงานด้วยวิธีนี้ใช่มั้ย> หันไปพูดกับคุณยายว่า “คิดว่าซะว่าเขาเป็นหลานชายของท่านแล้วสั่งให้ทำอะไรก็ได้ค่ะ”

คุณยายมองมาที่ฮวางโบแล้วพูดว่า “ที่จริง..เธอดูอายุไล่เลี่ยกับหลานสาวของชั้นมากกว่านะ”.

”จริงเหรอคะ เธธอายุเท่าไหร่แล้วคะ” ฮวางโบถาม

”คนนึงอายุ 30 อีกคนก็ราวๆ 40 น่ะ”


<อ้าก> แล้วยิ้มออกมาแบบฝืนๆ “หนูอายุแค่ 29 ปีค่ะ”

เธอถามกลับไปด้วยน้ำเสียงวิงวอน “หนูดูแก่ขนาดนั้นเลยหรือค่ะ” <คุณยายขา..หนูอุตส่าห์แต่งตัวแบบสบายๆสไตล์คันทรีเลยนะค่ะเนี่ย..>


คุณยายมองเธอสักครู่ก่อนจะตอบว่า “จริงๆเธอดูแก่กว่าอายุอีกน่ะ”

”เอ๊ะ” เธอรีบยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วหัวเราะออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า”

<คุณคงอายอยู่ละสิท่า>เขาคิดแล้วยิ้มออกมาแล้วรีบถามว่า “คุณยายฮะ...แล้วผมล่ะฮะ”

ฮวางโบพยายามจะสงบสติ แต่พอได้ยินเขาถามก็เริ่มคิดว่า <เธอกำลังช่วยย้ำรอยแผลให้ชั้นใช่มั้ยเนี่ย...นี่คงจะมีความสุขมากเลยนะที่เธอเด็กกว่าน่ะ>เธอเงยหน้าขึ้นมาถามคุณยายว่า ....”เขาคือชิลลางของหนูเองค่ะ..ดูเหมือนอายุเท่าไหร่คะ...คือเขาเด็กกว่าหนูด้วยน่ะค่ะ”

”เด็กกว่าเหรอ?” คุณยายถาม

”ใช่ค่ะ” เธอแอบมองหน้าคุณยาย แล้วพูดต่อว่า “ชิลลางเขาอ่อนกว่าหนู...”

ยังพูดไม่ทันจบ คุญยายก็พูดขึ้นมาท่าทางสบายๆว่า “เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วล่ะ...ดูสิแม้แต่หลานสาวของยาย.”

หน้าตาของฮวางโบเริ่มสดใส...”ค่ะ..ยังไงค่ะ”

”หลานสาวของยายเขาก็แต่งงานกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่าเขา 3 ปี”

สีหน้าของเธอดูเบิกบานเมื่อมีคนอุดมการณ์เดียวกัน “จริงหรือค่ะ ชิลลางของหนูเขาอ่อนกว่า 6 ปีค่ะ”

”กี่ปีนะ”

ยกนิ้วขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า “6 ปีค่ะ. แล้วกลับมาเครียดอีกครั้ง

คุญยายหันไปมองฮยอนจุงก่อนจะพูดพึมพำออกมาว่า “งั้นชั้นเดาว่าคนที่แก่กว่าเป็นฝ่ายที่ทำบาป”

เธอแทบช็อคกับคำพูดคุณยายจากนั้นก็ซบหน้าลงไปกับเข่าของชินลาง “ฮ่าฮ่าฮ่า”

<คนที่แก่กว่าเป็นคนบาป? > เขาหันไปมองฮวางโบซึ่งตอนนี้ยังคงหัวเราะไม่เลิก <.นี่คุณคงอายสุดขีดเลยสินะ> เขาคิดในใจแล้วก็เอามือไปแตะเบาๆที่แขนเธอแล้วพูดว่า “ถ้างั้นคุณเป็นผู้แพ้ตั้งแต่เริ่มแล้วล่ะ”

เธอกัดริมฝืปากแล้วรีบลุกขึ้น นึกในใจว่า< ผู้แพ้เหรอ? คุณยายไม่ได้เรียกชั้นว่าเป็นคนบาปหรอกเหรอ? ยังไงก็แล้วแต่ คนบาป หรือว่า ผู้แพ้ ก็คือชั้น..เฮ้อ..ทำไมชีวิตชั้นมันถึงได้ยากลำบากแบบนี้นะ>

ฮยอนจุง ยิ้มท่าทางพอใจ <(ก็คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องอายุมาเป็นประเด็นให้คุณไม่สบายใจอีกแล้วน่ะ แต่คุณกลับโดนคุณยายน็อคตั้งแต่ยกแรกเลยนะ > แล้วก็หัวเราะออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า”


********************************************************************************
คู่ผักกาดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทำงานในฟาร์ม

ฮยอนจุงหันไปมองฮวางโบในชุดกางเกงเอี๊ยมหลวมๆ เอียงคอดูเธอท่าทางสนใจแล้วพูดว่า “ผมว่าคุ้นๆ ยังไงก็ไม่รู้ฮะ..เหมือนเคยเห็นแบบนี้ที่ไหนมาก่อน”...

ฮวางโบก้มลงมองดูตัวเองแล้วยิ้มอายๆ “ที่ไหนเหรอ? ในรายการทีวีเกี่ยวกับครอบครัวที่ทำฟาร์มเหรอ”

”อืมมม....ผมว่าเหมือนคุณป้าคนสวนที่อพาร์ตเม้นท์ผมมากกว่าฮะ..เอหรือว่า...คนทำความสะอาดน่ะ”

เธอกัดฟันแล้วชำเลืองมองเขา “ไหนเธอเคยบอกว่าไม่ชอบทำอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่เพียงเพื่อความสนุกของรายการทีวีไง เธอต้องแต่งตัวให้เหมาะสมถ้าเธออยากจะทำงานให้ออกมาดีๆน่ะ”

”ฮะ..เข้าใจฮะ” เขากางแขนออกแล้วถามเธอว่า “ผมดูเป็นไงบ้างฮะ”

เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดว่า “ก็โอเคนะ... ถ้าดูจากคอลงมา”

”ทำไมแค่จากคอลงมาล่ะฮะ”

”ก็หน้าเธอมันดูมันซีดมากๆเลย..มันทำให้ชั้นสงสัยว่าเธออาจจะเป็นลมล้มลงไปตอนไหนก็ได้.”..<ก็วันนี้มันร้อนมากจริงๆนะ..ชั้นหวังว่าเธอจะไม่เป็นลมไปจริงๆล่ะ>

”ถ้างั้น..วันนี้ผมควรจะทำตัวสบายๆดีกว่านะฮะ..บูอิน...คุณต้องขยันทำงานเพิ่มขึ้นอีกนิดน่ะฮะ...ผมว่าเดี๋ยวผมจะของีบซักหน่อย...”

”จริงเหรอ ก็ได้น่ะ” ว่าแล้วเธอก็หันหลังเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน

เขาชะงักไปนิดนึงแต่แล้วก็รีบวิ่งตามเธอมา “รอผมด้วยฮะ”....

<ชั้นไม่หลงเชื่อมุขของเธออีกแล้วล่ะ...^^ > เธอพยายามกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นหัวเราะ “ฮุ ฮุ”


หลังจากปลูกต้นอ่อนของผักกะกล่ำเสร็จแล้ว คู่ผักกาดก็ไปเก็บพริกในไร่ต่อ

ฮวางโบเริ่มเด็ดพริกแล้วแนะนำให้ฮยอนจุง” หัวหน้าหมู่บ้านบอกชั้นว่าให้เก็บเฉพาะอันที่แก่จัดเท่านั้น เธอต้องดูสีของมันด้วยน่ะ..เอาให้แน่ใจว่าเธอเก็บอันที่แก่จัดมาแล้วจริงๆ”

”คุณหมายถึงอันที่เป็นสีแดงใช่มั้ยฮะ”

”ใช่จ้ะ”...เธอมองไปรอบๆแล้วพูดว่า “แต่ชั้นว่ามันน่าจะจัดเกือบทั้งหมดแล้วนะเนี่ย”

”ผมก็ว่าอย่างนั้นฮะ"

”ชั้นได้ยินมาว่า ตอนนี้เขาขาดงานน่ะ....พริกพวกนี้ก็เลยยังไม่ได้ถูกเก็บเพราะคนงานไม่พอ”

”จริงหรือฮะ”

”ใช่..งั้นเรามาช่วยกันเก็บให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีกว่าเนอะ”

”โอเคฮะ” แล้วเขาก็เดินเก็บพริกอย่างขยันขันแข็งตามหลัง

เธอหันไปมองฮยอนจุงที่อยู่ข้างหลังเธอแล้วพูดว่า “เรามาแข่งกันมั้ยว่าใครจะเก็บได้มากกว่ากัน” เธอยื่นข้อเสนอ

เขารีบสนองตอบทันที “แล้วจะเดิมพันด้วยอะไรฮะ? อาหารกลางวันดีมั๊ย”

”ได้เลย..ใครที่เก็บได้น้อยกว่าต้องยกข้าวกลางวันมาเสริฟ์น่ะ”

”งั้นตกลงตามนี้ฮะ” เขาตอบด้วยความมั่นใจ

ฮยอนจุงลงไปนั่งยองๆกับพื้น เพราะความสูงของเขาทำให้ไม่ถนัดในการเก็บพริก

”ข้างล่างนี่...มีพริกเยอะแยะเลยฮะ”

”โอ๊ะ..จริงเหรอ งั้นชิลลางก็เก็บต้นเตี้ยๆไปแล้วกันน่ะ”

”ได้เลยฮะ”


หนึ่งชั่วโมงต่อมา หัวหน้าหมู่บ้านเดินมาถามว่า “ทำไมพวกคุณไม่ไปทานอาหารกลางวันกันล่ะ”

พอได้ยินว่า “อาหารกลางวัน” ฮยอนจุงก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที ทำให้เขารู้สึกเวียนหัวเลยต้องก้มตัวลงแล้วหลับตานิ่งๆอยู่พักนึง

ฮวางโบหลังจากวางมือจากการเก็บพริกก็กวาดตามองหาฮยอนจุงแล้วตะโกนเรียกเขา “ชิลลางงง”..

เขาได้ยินเสียงเธอเรียก จึงลืมตาแล้วลุกขึ้นยืน “ผมอยู่นี่ฮะ”

”หัวหน้า..มาเรียกให้เราไปกินอาหารกลางวันน่ะ...เธอเก็บได้เยอะแค่ไหนแล้ว”

”ของผมเหรอ? มากกว่าของคุณอยู่แล้วล่ะ”

เธอหัวเราะคิก “แน่ใจเหรอ? เรายังไม่ได้นับกันเลยนะ...ไปกันเถอะ”

”ได้เลยฮะ”

หลังจากเดินออกจากไร่พริก สองคนต่างก็เอาถุงที่ใส่พริกของตัวเองมาอวดกัน

”ชั้นว่าชั้นเก็บได้เยอะกว่าเธอน่ะ”

”ปริมาณไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดหรอกนะฮะ..พริกที่คุณเก็บมาน่ะ”.

”แล้วมันต้องเป็นยังไงเหรอ?”

เขาพยายามเถียงอย่างดื้อรั้น “ที่ผมเก็บมาน่ะมันของเกรด A+ ทั้งนั้น ส่วนของคุณน่ะมันแค่เกรด C เราเอาพวกนั้นไปขายไม่ได้หรอกฮะ”

<นี่เธอรู้ตัวมั้ยว่าที่พูดออกมาเนี่ยมันน่าขันมากๆ...แล้วก็เอามือไปหยิบพริกในตะกร้าของเขามาดูอย่างละเอียด> “โอ๊..นี่เธอไม่ได้เด็ดก้านมันมาด้วยหรอกเหรอ” เธอถามด้วยความแปลกใจ

เขาตอบไปหน้านิ่งๆ “คุณกินก้านมันด้วยหรือฮะ”

เธอหันไปมองเขา “หา?”

”คุณไม่ได้กินก้านซะหน่อย...ดังนั้นมันจึงไม่มีความจำเป็น...ผมก็เลย”...

หัวเราะคิก “โอ๊ย...เธอนี่มันตัวก่อเรื่องจริงๆเลย..รู้มั้ย..เราเอาพริกที่ไม่มีก้านติดอยู่ไปขายไม่ได้หรอก..เพราะว่ามันจะเน่าเร็วมาก...”

เขารู้สึกอับอาย..”งั้นผมจะทำไงดีฮะ..นี่ผมทำเรื่องใหญ่รึเปล่าเนี่ย”

”มาดูกันก่อนดีกว่า ว่ามีอันที่ยังดีๆแบบมีก้านติดอยู่บ้างมั้ย”..เธอนั่งลงกับพื้นแล้วก็เริ่มคัดพริกที่ยังดีอยู่ออกมา

ฮยอนจุงทำหน้าเศร้าแล้วก็ลงมือเลือกพริกอันดีๆตามที่เธอทำ...

เธอแอบขำ “ไม่เป็นไรหรอกน่า...มันเป็นเรื่องผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย...เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้ว เราค่อยมาทำให้ดีกว่าเดิมก็แล้วกันน่ะ”

”พริกที่มีก้านติดมาด้วยเนี่ย มันเด็ดยากน่ะฮะ ดังนั้นผมก็เลย....”...

”ถ้าเธอจับก้านตรงส่วนที่เธอจะเด็ดเอาไว้แล้วบิดนิดนึง มันจะหลุดออกมาง่ายมากเลยล่ะ” ฮวางโบให้คำแนะนำฮยอนจุง
เด็ดพริกแบบไม่เอาก้าน เธอพูดกับเขาว่า “เด็ดแบบเธอนี่มันน่าจะยากกว่าอีกนะ”.

“ทำไมคุณถึงรู้เรื่องอะไรมากมายขนาดนี้ฮะ”

”ก็เพราะว่าชั้นเป็นบูอินไง”

เขาเริ่มเพิ่มความงงให้กับตัวเอง

”บูอินของฮยอนจุงต้องทำได้ดีทุกๆเรื่อง คนอื่นจะได้ไม่ดูถูกเธอไงล่ะ... เธอยิ้มให้เขาแล้วพูด

”แล้วใครดูถูกคุณหรือฮะ? ผมเหรอ?”

เธอขำ “แล้วเธอคิดอย่างนั้นรึเปล่าล่ะ?”

เขาตอบอย่างจริงจัง “ ไม่ฮะ”

“แล้วถ้าไม่ใช่เธอ..งั้นใครล่ะที่จะดูถูกฮวางบูอิน?”

เขาชักเริ่มโมโห “ไม่ใช่ผมจริงๆฮะ”

เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “ไม่หรอก...ไม่มีทางที่จะเป็นเธอ”

”งั้นใครกันฮะ”

”ใครบางคน”...เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด ..”ตกลงชั้นชนะใช่มั้ย..งั้นเธอต้องไปเอาอาหารกลางวันมา”

เขาถามต่อในใจว่า <ใครที่ดูถูกคุณ? ใครน่ะ? > จ้องดูเธอซึ่งมีท่าทางหดหู่เล็กๆ แต่แล้วก็พยายามสลัดความคิดด้านลบออกจากหัวแล้วบอกเธอว่า “ไม่เป็นไรฮะ...แพ้เรื่องแบบนี้ผมไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”

เธอพยายามกลั้นหัวเราะ.<..ที่เขาพูดออกมามันช่าง...ฮุๆ>

ฮยอนจุงตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้าน ก่อนจะไปหันกลับมาพูดกับเธอว่า “จำที่คุณยายพูดได้มั้ยฮะ คนที่แก่กว่า...เป็นผู้แพ้”

”ฮ่าฮ่าฮ่า”..<วันนี้เขาพูดประโยคนี้ซ้ำๆอีก เหมือนแผ่นเสียงตกร่องแน่ๆเลย..>

<ผมไม่แน่ใจว่ามีอะไรที่กวนใจคุณอยู่..แต่ตอนนี้ผมอยู่ข้างๆคุณแล้ว และผมจะทำให้คุณหัวเราะให้ได้>...เขาคิดในใจ

<ขอบคุณนะ..เธอเป็นพรที่พระเจ้าประทานมาให้ชั้นจริงๆ.>ฮวางโบรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาพยายามทำ..แล้วตะโกนเรียกเขาที่กำลังเดินห่างออกไป..”ชิลลางง”..

เขาหันกลับมาหาเธอแล้วแกล้งพูดว่า “ผมอาจจะไม่กลับมาแล้วนะฮะ”

เธอตกใจ...<ไม่นะ ไม่..เธออย่าไปนะ ฮวางโบรีบบอกเขา > เธอเกือบจะลุกขึ้นมาแล้ววิ่งไปหาเขาแต่แล้วก็รู้ตัวว่าถูกอำอีกแล้ว...หน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชั้นแทบจะหัวใจวายเพราะมุกตลกพื้นๆแบบนี้...แล้วรีบหันหน้าหนีกล้องที่กำลังถ่ายอยู่..<.นี่ชั้นคงดูน่าขันจริงๆใช่มั้ยถ้าร้องไห้ออกมาตอนนี้..>.ว่าแล้วเธอก็พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

***********************************************************************************
พักเที่ยงแล้ว.คู่ผักกาดกำลังนั่งกินอาหารกลางวันกันบนพื้นหญ้าใต้ร่มไม้
“เธอไปเอาอาหารมาจากที่ไหนน่ะ” ฮวางโบถาม

”หัวหน้าหมู่บ้านเตรียมไว้ให้หมดแล้วฮะ..แต่ผมไม่ได้เอาน้ำมันงามา...แล้วคุณไปได้มาจากไหนฮะ”

เธอยิ้ม “ชั้นขอมาจากคุณยายน่ะ”

”ทำไมคุณถึงรู้ล่ะฮะว่าเราจะกินบิบิมบับล่ะฮะ”

”ถ้าเธอไปคนเดียวชั้นจะเป็นห่วง..ก็เลยตามเธอไปดูเธอไง”

”คุณเห็นผมเป็นเด็กหรือไงฮะ ทำไมไม่เชื่อใจผมบ้างเลยเหรอ”

”ไม่ใช่แบบนั้นน่ะ...แต่เพราะชั้นรู้ว่าเธอเป็นโรคกลัวผู้ใหญ่.”

เขาเริ่มยิ้มออก

”อือ..แล้วเรื่องโรคกลัวผู้ใหญ่ของเธอ...ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วเหรอ” เธอพูดพร้อมๆกับตักอาหารเข้าปาก

”อ๋อ..พวกผู้ใหญ่ทีนี่ไม่ได้เป็นเรื่องลำบากสำหรับผมเลยฮะ แต่ผู้ใหญ่ที่ที่พูดแบบมีตรรกะเป็นเหตุเป็นผล นั่นต่างหากที่ทำให้ผมรู้สึกกลัว...ผมจะเป็นโรคกลัวคนประเภทมากกว่าฮะ”

”เหมือนกับคุณครูที่โรงเรียนน่ะเหรอ”

”ใช่ฮะ”

”แล้วกับพี่ชินเอราที่เธอเจอคราวที่แล้วล่ะ”

”รุ่นพี่ชินเอราเหรอฮะ”

”ฮุ..^^ ใช่จ้ะ”

”พี่เขาเป็นแบบที่รับมือยากที่สุดเลยล่ะฮะ..เธอพูดเก่งและไพเราะมาก...และเหมือนกับว่าเธอกำลังคอยจับผิดผมอยู่ฮะ”

”ฮ่าฮ่าฮ่า..พี่ชินเอราไม่ได้เป็นคนแบบนั้นหรอกนะ”

เขายิ้มอายๆ “ผมรู้ฮะ..แต่ผมแค่รู้สึกแบบนั้น”

ในขณะที่กลังคีบผักขึ้นมาจากจานของเขา ฮยอนจุงหันไปมองป่าหญ้าที่อยู่ข้างๆด้วยท่าทางหวาดระแวง แต่แล้วเขาก็ร้องเสียงดัง “อ้ากกกกกกกกกก..”

เธอตกใจ “เป็นอะไรน่ะ”

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายเกร็งไปทั้งตัว หันหน้ามองไปรอบๆแล้วพูดว่า “ช่วยผม...ช่วยผมด้วยฮะ..บูอิน”

ฮวางโบงงว่าเขากลัวอะไร..มองไปรอบๆถึงได้เห็นว่ามีแมลงปอตัวนึงเกาะอยู่ที่ต้นหญ้าแถวๆนั้น..”ฮุ..แมลงปอน่ะเหรอ”

”ไปให้พ้นน่ะ..คุณช่วยไล่มันไปหน่อยได้มั้ยฮะ” แล้วเขาก็เอนตัวเข้ามาใกล้เธอ..ทำหน้าเหมือนจวนจะร้องไห้อยู่แล้ว

”รอก่อน...เดี๋ยวชั้นจะลองจับมันดูนะ” แล้วก็ยืนมือออกไปหาเจ้าแมลงปอ

ตาเขายิ่งโตเป็น2 เท่าเมื่อได้ยินเธอพูด รีบจับมือเธอแล้วพูดว่า “อย่า..อย่าจับมันเลยฮะ ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ”

”ทำไมล่ะ” ถามเขาแต่ตายังคงจ้องอยู่ที่แมลงปอ

”ผมไม่อยากให้มันบินมาหาผมถ้าเกิดคุณจับมันพลาดฮะ”

” ไม่ต้องเป็นห่วง ชั้นจับมันได้แน่ๆ...พอจับได้แล้ว..ชั้นจะปล่อยให้มันบินไปไกลๆเลย”

ฮยอนจุงนั่งจ้องที่มือของเธออย่างหวาดกลัว

ฮวางโบค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แมลงปอ และรีบจับที่ปีกของมันอย่างว่องไว

ฮยอนจุงยิ่งสติแตกขึ้นไปอีกเมื่อเห็นขาของแมลงปอดิ้นขยุกขยิกไปมา....อ้ากกกกกก.

(ขำเมื่อเห็นท่าทางของเขา) นี่เธอกลัวมากขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าแล้วก็ยื่นแมลงปอเข้าไปใกล้เขา

อย่านะฮะ.......ได้โปรดดด..ช่วยผม...ช่วยผมหน่อย....พูดไปพร้อมๆกับฉวยข้อมือของเธอไว้และผลักให้ออกไปห่างๆตัวเอง

<อืมม...น่าสนุกนะเนี่ย..> ว่าแล้วก็เริ่มใช้แมลงปอในมือแกล้งขู่เขา “เธอเคยทำตัวไม่ดีใช่มั้ย.ฮึ...แล้วต่อไปเธอประพฤติตัวยังไง..บอกมาหน่อยซิ”

”ได้โ.ปรด....อย่าทำแบบนี้เลยฮะ”

”ตอบชั้นมาก่อนสิ..ว่าต่อไปเธอจะทำตัวยังไง”

<เกือบจะร้องไห้อยู่แล้ว> “จากนี้ไป..ผมจะทำตัวให้ดีๆฮะ” เขาระล่ำระลักตอบเธอ <แต่ผมทำอะไรผิดเหรอฮะ.>. “ได้โปรดดดด..”

”โอเค” เธอหันไปมองแมลงปอในมือแล้วพูดว่า “อย่ามาที่นี่อีกนะ..เข้าใจมั้ย อย่าเข้ามาใกล้ชิลลางของชั้นอีกล่ะ ถ้ากลับมาอีกล่ะก็” <ชั้นจะฉีกปีกแล้วก็ขาของแกให้เป็นชิ้นๆเลย...ฮุฮุ..ถ้าชั้นพูดแบบนี้ไปจริงๆล่ะก็ชิลลาง คงเป็นลมตายไปแน่ๆเลย...ฮ่าฮ่าฮ่า> จากนั้นก็ยืดแขนออกไปจนสุดแล้วปล่อยมันไป “โอเค..มันไปแล้วล่ะ..มากินกันต่อดีกว่าน่ะ”

ฮยอนจุงยังไม่หายช็อค เขาเหลียวมองไปรอบๆอย่างกลัวๆแล้วถามว่า “มันจะกลับมาอีกมั้ยฮะ”

เธอยิ้ม “ชั้นคุยกับมันเรียบร้อยแล้ว มันไม่กลับมาแล้วล่ะ”

”คุณพูดอะไรเหรอฮะ”

ฮวางโบแกล้งตอบเขาไปว่า “โอ๊ะ ชั้นก็แค่บอกว่าชั้นจะฉีกปีกแล้วก็ขาของมันเป็นชิ้นๆ แล้วก็เอาไปย่างไฟ..ถ้ามันกลับมาอีก”

เขาทำหน้าเหวอ “อ้ายยย..คุณจะทำแบบนั้นได้ไงอ่ะ”

”ทำไมล่ะ เธอสงสารมันเหรอ”

”ไม่ใช่ฮะ ..คุณเห็นตามันรึเปล่า”

”ตาแมลงปอเนี่ยนะ ชั้นจะไปมองได้ยังไงก็ขนาดตาของชิลลางชั้นยังไม่กล้ามองเลยน่ะ”

”ผมรู้สึกว่ามันกำลังแอบจับตามองผมอยู่ตลอดเวลา”

”ฮ้า!!! ไม่ใช่เธอหรอกหรือ ที่คอยจ้องดูมันน่ะ”

เขายังคงเหลียวมองไปรอบๆ “ว่าแต่...คุณไม่กล้ามองตาผมเหรอฮะ”

เธอชำเลืองดูเขาแล้วเหลือบตาลง ตอบเขาไปว่า “ไม่จ้ะ”

”ผมคิดว่าก่อนหน้านี้คุณเคยมองตาผมได้นี่ฮะ”

เธอยิ้ม “ชั้นคิดว่าชั้นทำไม่ได้เวลาที่มีสติน่ะ”

”งั้น..คุณก็ต้องเมาก่อนใช่มั๊ยฮะ ถึงจะกล้ามองตาผม”

”ฮ่าฮ่าฮ่า”

เขาเอียงคอแล้วพูดว่า “แต่เมื่อก่อนคุณก็เคยมองตาผมได้นี่นา”

<เวลาที่ชั้นมองเธอ...ชั้นจะปิดตาลงครึ่งนึง...เพราะว่าเธอ..ดูสว่างไสวเกินไปสำหรับชั้น...และชั้นก็กลัว...ที่เธอจะรู้ตัวว่า...ชั้นแอบมองเธอยังไง...ชั้นกลัวใจตัวเองจริงๆ> ฮวางโบได้แต่พูดกับตัวเองในใจ

โปรดติดตาม คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ ตอนที่ 28

คำอธิบายท้ายบท
1. คุณยาย คนเกาหลีมักจะเรียกผู้สูงอายุว่า คุณตา หรือ คุณยาย ถึงแม้จะไม่ใช่ญาติก็ตาม (น่าจะเหมือนกับคนไทย)

2. บาป, แพ้ คำสองคำนี้ในภาษาเกาหลีมีการออกเสียงที่คล้ายกัน ฮยอนจุงตั้งใจพูดเล่นกับคำ ดังนั้นเขาจึงเรียกฮวางโบว่า ผู้แพ้

3. บิบิมบับ (ข้าวยำเกาหลี) เป็นอาหารยอดนิยมจานหนึ่งของเกาหลี โดยการนำข้าวสวยมาคลุกรวมกับผักหลายชนิด เนื้อสัตว์ น้ำพริกเกาหลี และน้ำมันงา





Create Date : 28 เมษายน 2553
Last Update : 28 เมษายน 2553 21:16:40 น. 13 comments
Counter : 673 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:21:35:22 น.  

 
ขอบคุณค่าาา

ชอบช่วงที่อยู่ไร่มากๆเลยยย

มีเรื่องให้ยิ้มเยอะแยะ

เป็นช่วงที่ดูใกล้ชิดกันมากๆเลย

^_______________^


โดย: ^^ IP: 183.88.47.87 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:21:41:58 น.  

 
สนุกจังค่ะ ^_____^

จะรอตอนต่อไปนะค่ะ


โดย: teeny IP: 119.31.121.70 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:22:42:12 น.  

 
ขอบคุณนะยาย ที่วันนี้ลงฟิคให้ สงสารโบจัง~~


โดย: lookomm IP: 118.172.95.139 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:22:46:46 น.  

 
ขอบคุณค่ะ น่ารักมากๆเลย ^^


โดย: เลดี้ IP: 58.9.144.19 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:22:55:45 น.  

 
ตามมาอ่านค่า ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: แพร IP: 58.8.252.172 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:12:21:44 น.  

 
ชิลลางผู้กลัวแมลงปอ น่าร้ากกกกกกกกกกกก


โดย: ตอง IP: 110.49.60.144 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:13:04:08 น.  

 
ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะฮะ แต่ผมกลัวแมลงปอ

ขอบคุณนะคะยาย


โดย: ning IP: 124.121.207.105 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:18:13:01 น.  

 
มาตามอ่านแล้วค่า
กำลังหนุกเลยนะนี่
หน้าจุงตอนกลัวแมลงปแบบว่าเหวอมากมายอะ
แต่ก็น่ารักมากเลย ฮี่ๆๆๆ



โดย: แฟนคู่จุงโบ IP: 202.176.69.91 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:20:56:49 น.  

 
*-* อันยอง*-*
ยาย..เอ๋เพิ่งอ่านถึงตอน 27 เมื่อคืนนี้เอง.พอเปิดเข้ามาเจอตอน 28 พอดีเลยรู้ใจจริงๆๆ(อ่านแล้วรู้สึกตอนนี้ตัวเองเขินอ่ะ)นึกว่าชีวิตจริงตัวเองงัย5555+
-*- ตอนนี้ยังอยู่ทามงานอยู่เลย ขอโทษน่ะจ้าถ้าเกิดไม่ได้แวะมาจ่ายค่าฟิคให้ ยุ่งม๊าก มาก -*-
..โพโกชิบพอ..ok


โดย: aeka (เอ๋กะดึก) IP: 58.9.202.117 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:22:38:00 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ...

ตอนอยู่ที่ไร่เป็นตอนโปรดของเป้เลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: สิงโตหัวโต วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:13:31:57 น.  

 
เวลาที่ชั้นมองเธอ...ชั้นจะปิดตาลงครึ่งนึง...เพราะว่า เธอ..ดูสว่างไสวเกินไปสำหรับชั้น...และชั้นก็กลัว...ที่เธอจะรู้ตัวว่า... ชั้นแอบมองเธอยังไง...ชั้นกลัวใจตัวเองจริงๆ

ความสุขนี้เราต้องตักต้วงน่ะฮวางโบ...เริ่ดเลยอ่ะ


โดย: 1985pumpui IP: 125.25.69.110 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:02:40 น.  

 
จุงขี้แกล้งโบตลอด เค้ารู้ทันน่ะสามีอยากเห็นพันยาหัวเราะและมีความสุขเยอะๆชิมิ
เก่งทุกอย่างแต่กลัวแมลง5555 มีอีกมั้ย คนแบบนี้อ่ะ น่ารักจิงๆ กลัวจริงจังด้วย
แต่โบได้ใจอ่ะช่วงชิงโอกาสได้ดีมากหุหุหุ
เอาแมลงปอขู่อิจุงอ่ะHahahaaa
ไม่มีใครเหมาะกับอิจุงเท่าคุณอีกแล้วฮวางบูอิน จุงโบ fighting!!
อิอิยายหนูอ่านมาธอนมากๆช่วงนี้มาได้ครึ่งทางแล้วจะไล่ทันตอนปัจจุบันได้เมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ รอหนูด้วยน๊า


โดย: kanjabo IP: 192.168.182.178, 124.122.247.124 วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:19:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.