คืนแรกกับความกลัว และทะเลสีดำ







คืนแรกกับความกลัวและทะเลสีดำ

11 ธันวาคม 2554




กลัว


พุทธองค์ตรัสว่า "ความไม่รู้คือบาป" คือการกระทำสิ่งใดลงไปด้วยความไม่รู้ ขาดความรู้ รู้ในสิ่งที่ไม่เป็นจริง หรือคาดไม่ถึง นั้นก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น เช่น เมื่อไม่นานมานี้มีผู้หญิงคนหนึ่งอ่านหนังสือได้ความรู้ว่ามะเฟืองนั้นมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เธอก็เลยคั้นน้ำมะเฟืองจำนวนมากดื่ม จากนั้นเธอก็ไตวายเฉียบพลัน เพราะเธอไม่ทราบว่าในมะเฟืองไม่ได้มีแต่วิตามิน ยังมีออกซาเลตซึ่งถ้าทานมากๆโดยไม่ผ่านความร้อน ก็จะทำให้เกิดนิ่วในไตได้ แทนที่จะสวยเธอกลับ...เจ็บป่วยปางตาย เพราะความรู้ครึ่งๆกลางๆของเธอ

ความไม่รู้คืออวิชชชา คือสิ่งน่ากลัวที่นำพาชีวิตสู่หุบเหว อวิชชาเกิดจากความประมาท ขาดสติและปัญญา การขจัดความไม่รู้คือการศึกษา การเปิดรับสัมผัสผ่านอายตนะทั้งห้า อย่างมีสติแล้วไตร่ตรองด้วยปัญญา ก็จะสามารถขจัดสิ่งน่ากลัวนี้ได้

ความกลัวนั้นมีอยู่ด้วยกันทุกผู้ทุกคน แต่ก็มีบางคนที่เสพติดแอนดินารีนจากความกลัว อันนั้นก็ว่ากันไป แต่สำหรับผมสิ่งที่ทำให้ผมเข่าอ่อนทุกครั้งก็คือ ความสูงและเข็มฉีดยา ถึงวันนี้ผมขึ้นลิฟแก้วได้แล้วโดยไม่วืดจนยืนไม่ไหวเหมือนตอนเด็กๆ ถึงแม้จะอยากอาเจียรออกมาอยู่ดีก็ตาม และกับเข็มฉีดยา การอยู่กับป้าที่เป็นวิสัญญีและการป่วยเป็นหอบหืดทำให้ผมต้องอยู่กับเข็มฉีดยาจนชินชา ความกลัวเหล่านี้หายไปมากด้วยการเผชิญหน้ากับมัน ด้วยการเปิดอายตนะรับสัมผัสกับมันบ่อยๆ ด้วยการรับรู้ที่ได้รับความกลัวจะหายไป มันเป็นเรื่องจริง

อีกสิ่งของความกลัวของผม คือ สิ่งที่ยังไม่เคยสัมผัส และมองไม่เห็น คือความตายและความมืด มันเป็นเหมือนของคู่กันที่ผมคิดว่า จะสามารถทำลายสาเหตุแห่งความกลัวทั้งสองสถานนี้ได้ด้วยความรู้เดียวกัน นั่นก็คือ "ผี" สมัยเด็กๆที่ผมอยู่บ้านพักโรงพยาบาลกับคุณป้า ที่ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องร่ำลือมากมายเกี่ยวกับผี จนบ่อยครั้งที่ผมนอนคนเดียวไม่ได้ต้องตามป้าไปด้วย เวลาที่ป้ามีเคสผ่าตัดตอนกลางคืน แต่สิ่งที่ผมได้เห็นในห้องผ่าตัดนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า ห้องที่ป้าให้ผมพักจะเป็นห้องพักเจ้าหน้าที่ที่เป็นห้องกระจกติดกับห้องผ้าตัด ซึ่งผมจะอดใจไม่ไหวที่จะต้องเปิดม่านแอบดูในห้องผ่าตัดทุกครั้ง ภาพคนที่ถูกเปิดกระโหลกศีรษะเห็นสมองขาวๆแต่คนไข้ยังต้องลืมตาคุยกับหมอ เพราะหมอต้องทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าสมองส่วนที่จะผ่าจะไม่ทำให้คนไข้ศูนย์เสียบางอย่างที่สำคัญไป การผ่าเปิดทรวงอกที่ใช้เลื่อยไฟฟ้าตัดซี่โครงออกมาแล้วแหกเปิดอกออกเห็นหัวใจที่เต้นตุ๊บๆ การผ่าหน้าท้องแล้วควักไส้ขึ้นมาดูทีละขดเพื่อหาอะไรสักอย่าง และบางครั้งที่ความพยายามจบลงด้วยความตาย มันเป็นภาพที่ทำให้ผมขวัญผวาจิตตกไปหลายวัน ทุกครั้งที่เห็น จนผมสรุปได้เองว่าผมควรจะอยู่กับความกลัวความมืด และเรื่องเล่าผีๆที่บ้านพักโรงพยาบาลดีกว่า

กล้า




และการจะรับมือกับความกลัวความมืดและความตายในใจผมได้ คือต้องรู้เท่าทันมัน ผมกับเพื่อนๆแก๊ง BMX ซึ่งเรามีสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับความตายบ่อยๆเหมือนกัน เราเลยตัดสินใจกันว่าปิดเทรอมใหญ่ช่วงผมอายุ 12 ปี เราจะต้องหาผีให้เจอให้ได้ เพราะผีคือคำตอบ ของปัญหา ถ้าเห็นผีคงได้รับรู้ว่ามันน่ากลัวยังไง หรือไม่น่าจะกลัว และที่สำคัญ การได้เห็นผีจะทำให้เราไม่กลัวความตาย เพราะอย่างน้อยเราก็จะได้ทราบว่า "ชีวิตนั้นไม่ได้ดับศูนย์"

หลายๆคืนในช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืนครึ่ง ซึ่งเราตรวจสอบแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้มีประสบการณ์ผีหลอกมักเจอผี อาจเพราะเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนเวรจากเวรบ่ายเป็นเป็นเวรดึกก็ได้ เราไปค้นหาตามสถานที่เกิดเหตุยอดนิยมทั้งหลาย ตึกสงฆ์อาพาธ ดึกมิตรไมตรี รอบสระน้ำ ทุกทนทุกแห่ง แต่ก็ไม่เคยเจออะไร ก็เลยออกจากลั้วโรงพยาบาลไปถึงป่าช้าจีนที่มืดและน่ากลัว มองเห็นเพียงแสงลิบหรี่จากธูปที่จุดทิ้งไว้ในศาลเจ้า แต่ความมืดและน่าขนลุกก็ไม่ได้ทำให้เราเห็นผีเช่นกัน และที่หมายสุดท้ายที่เราไม่คิดว่าจะต้องเข้าไปเราก็ได้เข้าไปพิสูจน์ ที่ซึ่งเสียงเล่าลือบ่อยครั้งและน่ากลัวที่สุด ห้องเก็บศพ ซึ่งทำเป็นอาคารแยกเดี่ยวๆโดยเอกเทศ และด้วยความใจดีของลุงยามเราเลยได้ไปพิสูจน์ แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากเศษซากแห่งความตาย

แต่ถึงแม้ผมและเพื่อนจะไม่ได้พบเห็นอะไรที่ให้คำตอบของความไม่รู้ที่ค้างคาใจนี้ได้ แต่การได้เข้าไปในความมืดที่เป็นเหมือนกำแพงที่เราไม่เคยได้ก้าวข้ามมันไป ที่ซึ่งสิ่งที่เราได้เห็นคือความว่างเปล่า ปราศจากสิ่งน่ากลัว ที่อย่างน้อยเราก็เชื่อได้ส่วนหนึ่งว่า ความกลัวนี้เกิดจากความไม่รู้ ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดในความมืด และมันไม่มีอะไรจริงๆเท่าที่พยายามค้นหามา ความกลัวในความมืดของผมจึงลดน้อยลงไปมาก

ทะเลสีดำ




แต่ก็ไม่ทั้งหมด... เพราะยังไงผมก็นอนในห้องที่มืดสนิทไม่ได้ ถ้าไม่มีแสงไฟหรือแสงเดือนที่แทรกเข้ามา ผมก็จะต้องเปิดไฟดวงเล็กๆไว้เสมอ ยกเว้นถ้าคืนไหนที่แฟนเก่าผมนอนอยู่ข้างๆ ความกลัวนั้นไม่มีเลย แฟนเก่าผมเป็นคนกำแพงเพชร แต่พ่อแม่ทำงานที่ระยอง ช่วงที่เราอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ ผมเปรยเล่นๆในวันที่ร้อนระอุว่าอยากเล่นน้ำทะเล หาดเงียบๆที่ไม่มีผู้คน แฟนผมก็แทรกขึ้นมาว่า "แก้ผ้าเล่นน้ำด้วยนะ" ผมก็ตอบว่า "ใช่เลย มีเพียงเราสองคน และกินปูทะเลหวานๆด้วยนะ" แฟนยิ้ม "งั้นไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ระยองนะ เดี๋ยวให้แม่นึ่งปูให้กิน"

แล้วแฟนก็พาผมไประยองในสุดสัปดาห์นั้นเอง แต่เพราะเสียเวลากับธุระหลายอย่าง ก็เลยไปถึงระยองเอาจนมืด พอไปถึงแทนที่จะได้พัก แฟนกลับลากผมซ้อนท้ายมอไซ์ขับผ่านไร่มันไร่สับปะรดไปบนถนนที่มืดและไม่มีไฟถนนเลย "จะพาผมไปฆ่าหรอ ช่วงนี้ผมทำอะไรผิดไปก็ขอโทษนะ"
แฟนหัวเราะแต่ก็ขับต่อไปช้าๆ จนถึงชายหาดที่เงียบมาก มีเพียงเสียงคลื่นและแสงจันทร์สลัวๆของคืนเดือนแรม มองเห็นซากเรืออับปางให้ความรู้สึกเหมือนติดเกาะโจรสลัด สำหรับผมมันดูน่ากลัว แต่กลับแฟน "เวลาที่ทุกใจ เราชอบมานั่งเล่นที่นี่นะ ดูเงาจันทร์ในทะเล และมีเสียงคลื่นลมเป็นเพื่อน ที่นี่สวยนะ ว่ามั๊ย"
ผมอึกอักใจ แต่ก็ตอบไปตรงๆ "ทะเลสีดำนี่นะสวย ปกติคนเขาพูดถึงแต่ทะเลสีครามท้องฟ้าสดใส ทะเลดำๆผมว่าน่ากลัวออก แล้วถ้ามานั่งคนเดียว ขนลุกอ่ะ"
แฟนผมเอามือมาลูบหลัง "อย่ากลัวเลยนะ เราอยู่ตรงนี้แล้ว มันจะต่างกันตรงไหนล่ะ ก็ทะเลเหมือนกัน เธออยากเล่นน้ำทะเลไม่ใช่หรือ"
ผมมองหน้าแฟนเหมือนไม่แน่ใจ "เล่นน้ำ กลางวันดีกว่ามั้ง??"
แฟนลุกขึ้นพร้อมดึงตัวผมขึ้นมาและพยายามผลักลงทะเล "กลางวันแล้วเราจะแก้ผ้าเล่นน้ำได้ยังไงเล่า ระยองนะไม่ใช่เกาะส่วนตัว"
วินาทีที่เท้าแตะน้ำทะเล ผมฝืนแรงแฟนทันที บอกไม่ถูก แต่ผมจะไม่ลงน้ำ "ไม่นะ มันอาจมีฉลาม มีนางเงือกมาฉุดด้วย เรายิ่งหล่อๆอยู่"
แฟนจับมือผมไว้ "จะกลัวทำไม เราอยู่ตรงนี้ จับมือเธออยู่นี่ไง"
มันอบอุ่นขึ้นมาทันที จากมือนั้น ผมค่อยๆก้าวลงทะเลกับแฟน ผมไม่กลัวแล้ว แต่แฟนกลับดึงผมขึ้นฝั่ง "ทำไมเล่า จะเล่นน้ำไม่ใช่หรอ หรือเกิดเปลี่ยนใจ กลัวละสิ"
แฟนยังลากผมขึ้นฝั่งมาจนถึงหินก้อนใหญ่ริมทะเล "ไม่ได้กลัวเลย แต่จะแก้ผ้าเล่นน้ำไม่ใช่หรอ ถอดสิ เสื้อผ้าเปียกตอนขับรถกลับจะหนาวนะ"
ผมตกใจเหมือนกันตอนนั้น ไม่คิดว่าเค้าจะกล้า "ไม่เอาเดี๋ยวปลาตอด มีฉลามด้วยแถวนี้กลิ่นมันแหม่งๆ"
แฟนหัวเสียเข้ามาถอดเสื้อผ้าผมใหญ่ แล้วสั่ง "ไปเล่นน้ำกัน ฉลามนะมีจริงๆ แต่เป็นฉลามกบตัวนิดเดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้แม่ผัดให้กิน"

ผมก็ยังกลัวอะไรที่มองไม่เห็นอยู่ดี ก็มันไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น?? แต่... บางครั้งเราก็ไม่กลัวอะไร ถ้ามีใครอยู่เคียงข้าง ตอนเด็กๆผมคงไม่ไปป่าช้าไปห้องเก็บศพแน่ๆถ้าต้องไปคนเดียว แล้วก็คงไม่ลงทะเลสีดำอีกเหมือนกัน ถ้าไม่มีใครอยู่เคียงข้าง แต่พอทำได้หนหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปมันก็ไม่ยากอะไร หรือจริงๆแล้วสิ่งที่น่ากลัวมากๆคือการอยู่คนเดียว

คืนแรกที่บ้านริมคลอง




หลังจากผมปลูกบ้านริมคลองในฝันหลังแรกของตัวเองเสร็จเมื่อปลายฝนต้นหนาว จนวันนี้ผมยังไม่เคยนอนค้างที่บ้านนั้นเลย เพราะบรรยากาศกลางคืนชายป่ามันช่างบรรยายไม่ถูก ความมืด เสียงนก เสียงสรรพสัตว์ และผลไม้สุกงอมที่ร่วงหล่น มันทำให้หวั่นวิตกถึงสิ่งที่มองไม่เห็นในความมืด ที่สำคัญปลูกบ้านจนเงินหมดไม่เหลือซื้อเฟอร์นิเจอร์อะไร แต่เมื่อคืนนี้เองเป็นคืนแรกที่ผมได้นอนที่บ้านริมคลองของผม



พอดีมีเพื่อนจากวังทองจะต้องมาค้างในเมือง และก็จะเอาเมล็ดพันธุ์พืชผักมาฝากผมด้วย ก็เลยให้ค้างที่บ้านริมคลอง ผมเองจะได้มีเพื่อนนอนค้างที่บ้านหลังนั้นด้วย ก็เลยเป็นคืนแรกของผมจริงๆ และก็อย่างนั้น มันไม่เคยมีอะไรในความมืด นอนหลับฝันดี แต่ออกจะหนาวจับขั้วหัวใจจริงๆ



คืนนั้นผมไม่ทราบมาก่อนว่ามีจันทร์ทรุปราคาเต็มดวง แต่เห็นเขายิงพรุเคาะนั่นนี่กันใหญ่ก็ให้สงสัย พอดีพี่อ้อยโทรมาให้คำตอบว่ามีจันทร์ทรุปราคา ผมนั่งชมจันทร์ค่อยๆถูกกลืนบนดาดฟ้า กับสายลมหนาว บรรยากาศดีมากๆ ชวนให้นึกได้ว่าคิดถูกแล้วที่ปลูกบ้านตรงนี้



พอเช้ามา ตื่นแต่เช้ามืด เพราะไม่ได้เล่นเน็ตนอนดึกอะไร ตื่นมาทานเครื่องดื่มอุ่นๆ มีไอหมอกในคลอง แอบดีใจ บ้านเราเจ๋งว่ะ...



เพื่อเป็นการวอร์มร่างกายตอนเช้าๆ ก็เลยจับจอบจับเสียมกับเพื่อนช่วยกันถางป่าหญ้าที่ข้างๆ ก็เป็นที่คนอื่นหล่ะครับ แต่เค้ายังไม่มาอยู่ จะปล่อยให้หญ้าขึ้นก็น่ากลัว เพราะชาวบ้านแถวนี้เผาหญ้าปลูกผักกันประจำ มันก็จะเผาลั้วบ้านผมไปด้วย อีกอย่างผมก็ไม่อยากให้ชาวบ้านมาปลูกผักข้างๆที่ผม เพราะเขาจะฉีดยากันข้อนข้างมาก สารเคมีจะเข้าบ้านผม เลยกะว่าจะปลูกอะไรกันท่าไว้สักหน่อย ก็เลยถางที่ลงกล้วย ลงมะละกอไว้ เลือกไม้ที่ไม่ต้องดูแลมาก และไม่เหลือตอไม้ให้เป็นปัญหากับเจ้าของที่



ถางไปถางมา ทำได้เป็นแปลงเลย ปกติทำคนเดียวได้วันละนิดหน่อย พอมีคนช่วยทำ มันทำได้หมดแปลงภายในเวลาสั้นมากๆ หรือเพราะอากาศหนาวไม่ร้อนก็ไม่ทราบ แต่ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย ทำไปได้ แต่พอกลางคืนก็ปวดแขนยกแทบไม่ขึ้นเลย



ฟางก็เอามาจากบ้านเพื่อนเช่นกัน เอามาคลุมดินปลูกผักครับ กะทำตัวเป็นชาวสวนเต็มที่ ช่วงนี้ใช้ชีวิตแบบเกษตรกร ทำเองหมดทุกอย่าง เพราะเงินไม่มีจะจ้างใครทำแล้ว หมดไปกับบ้านไม่เหลือหรอ เข้าใจถึงความเหนื่อยยาก และก็เข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย



จากคืนแรกที่บ้านริมคลอง คืนต่อๆไปก็คงไม่เท่าไรแล้ว วันนี้ผมย้อนเวลาตัวเองกลับไปทบทวน การเอาชนะความกลัวของผม ก็พบว่า ครั้งแรกของผมไม่เคยเลยจะอยู่ตามลำพัง ผมกลัวเข็ม ผมไม่ชอบฉีดยา ก็จะเอายาที่ต้องฉีดกลับบ้านมาให้ป้าผมฉีดให้ทุกครั้ง ป้าจะฉีดให้แบบเบามือค่อยๆทำ และมันก็ไม่เคยเจ็บเลย ผมกลัวผีก็มีเพื่อนๆมาช่วยกันตามล่าหาผีกัน ถึงจะไม่เจออะไร แต่ก็ไม่กลัวตรงที่ไม่เจออะไรนี่หล่ะ กลัวความสูง ก็มีแม่คอยจับมือตอนขึ้นลิฟแก้วที่พาต้า ผมกลัวความมืดและสิ่งที่มองไม่เห็น แต่แฟนเก่าก็พาลงทะเลสีดำ แต่...โลกคงน่ากลัวมากนะครับ ถ้าเราต้องอยู่ลำพัง






Create Date : 12 ธันวาคม 2554
Last Update : 17 มีนาคม 2557 15:35:34 น. 34 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีวันจันทร์ กับความพยายามที่จะขยัน

มีความสุขกับการทำงานนะค่ะ..^^

บ้านริมคลองน่าอยู่จังค่ะ..



โดย: Lika ka วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:11:35:33 น.  

 
ไม่จริง เรากลัวเข็มยังไงตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่นะ อิอิ
หลังจากนี้ก็ไปนอนบ้านได้แล้วสิ ใช่ป่าว ผ่านคืนแรกไปได้แล้วนี่นะ
คืนที่เกิดจันทรุปราคา นั่งกินข้าวที่ตลาดปราณบุรี
บรรยากาศได้ใจมาก(ไปตะลอนๆมาจ๊ะ)






โดย: coji วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:15:51:57 น.  

 
อ่านแล้วนึกภาพตาม ... แล้วก็อดขำไม่ได้
สรุปว่ากลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวมากกว่า อย่างนี้แก้ไม่ยาก
ก็ขอแฟนคนนั้นแต่งงานซะก็หมดเรื่อง


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:18:52:53 น.  

 
วันนี้มาแนววิทยาศาสตร์ อไมกดาลา กำลังทำหน้าที่ค่ะ
ส่งความกลัวมาให้ เพื่อให้เราใช้ชีวิตแบบระมัดระวัง
ในที่ไม่คุ้นเคยจะทำให้กลัวและนอนไม่ค่อยหลับ
เพราะเราจะระแวงว่าจะไม่ปลอดภัยนั่นเอง

ท่านอาจารย์มิตซูโอะ
ท่านบอกว่าไปไหนทำอะไร ต้องพาเพื่อนไปด้วย
มีคนตอบท่านว่า เกรงใจเพื่อนไม่อยากรบกวน
จึงขับมาคนเดียว ท่านอาจารย์บอกว่า
เพื่อนที่ว่าคือสติ อย่าลืมพาเพื่อน(สติ)ไปด้วย

ถึงบางอ้อ

การใช้ชีวิต บางเวลาก็ต้องอยู่คนเดียว
ไปคนเดียว สุดท้ายในโลงก็คนเดียว
พกสติเป็นเพื่อนก็อุ่นใจนะคะ แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้สตางค์ อิ อิ
ล้อเล่นนะคะ



แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:21:12:08 น.  

 

 
กลัวเหงาล่ะสิคะ

ถ้าพูดถึงความกลัว..กลัวที่สุด ก็การสูญเสียค่ะ ยิ่งสิ่งที่รักยิ่งกลัว
ไม่เคยยอมรับได้สักที

กับความมืดนี่..หลับสนิทดีค่ะ
ผี..ไม่กลัวหรอก ถ้าไม่เจอนะคะ (แต่ก็ยังไม่อยากเจออยู่ดี)
ความสูง..ชอบ แม้อาจจะมีหวั่นๆบ้างก็ตาม


โดย: ดอกแก้ว (tanH2O ) วันที่: 13 ธันวาคม 2554 เวลา:10:18:42 น.  

 
ไม่ต้องกลังอะไรแล้วถ้ามีเราอยู่ข้างๆ

สิ่งที่น่ากลัวคือใจตัวเอง อิอิ


โดย: ooy (ooybangyom ) วันที่: 13 ธันวาคม 2554 เวลา:13:12:46 น.  

 
..บรรยากาศแจ่มจัง..บ้านริมคลอง

มีไอหมอกด้วย...ว้าว


โดย: Calla Lily วันที่: 14 ธันวาคม 2554 เวลา:6:42:21 น.  

 
แวะมาชวนไปดูดอกสายหยุดแดง ค่ะ
สายจนเกือบเที่ยงแล้ว กลิ่นหอมก็คงหยุดแล้วด้วย


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 14 ธันวาคม 2554 เวลา:11:18:34 น.  

 
เรื่องที่เขียนกับเพลงที่เลือก ลงตัวม๊ากมาก


โดย: deco_mom วันที่: 14 ธันวาคม 2554 เวลา:15:49:59 น.  

 
น้ำลดระดับลงแล้ว เข้าสู่ภาวะปกติชนคนไร้สาระ อัพทีละรูปเหมือนเดิม


โดย: coji วันที่: 14 ธันวาคม 2554 เวลา:16:16:45 น.  

 
เรื่องเล่าของคุณมินที่บล้อกผม
ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เ่กิดขึ้นทุกวินาทีบนโลก

คนฆ่าตัวตายเพระารับมือกับความทุกข์ใม่ไหว
ผมว่าไม่ต่างอะไรกับคนที่กลัวผี หรือกลัวสิ่งที่ตนเองกลัว

บางครั้งมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ไ่ด้
แต่ถ้าเราเข้าไปหาความกลัวอย่างช้าช้า
เราจะพบว่า
เราควบคุมความกลัวได้
เราเอาชนะความกลัวได้ด้วยความเข้าใจ

ผมก็เคยกลัวผีครับ
แต่ตอนนี้เลิกกลัวแล้ว

ผมกลัวอันตรายที่ซ่อนอยู่ในความมืดมากกว่ากลัวผีครับ
เพราะถ้าผีมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อย่างนั้นจริง
ผมว่าเราน่าจะจับผีเอามาทำประโยชน์ได้เลย
ทั้งด้านการค้า การทหาร เศรษฐกิจและการเมืองครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:10:44:02 น.  

 
แวะมาทักทายครับ
ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่กลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น


โดย: kitpooh22 วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:13:27:52 น.  

 
สงสัยกินยาลืมเขย่าขวดหน่ะนะ อย่าถือสา อิอิ


โดย: coji วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:15:19:37 น.  

 


โดย: coji วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:15:48:18 น.  

 

มาชมภาพทะเลงามค่ะ


newyorknurse



โดย: newyorknurse วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:16:06:34 น.  

 
สวัสดีครับพี่มิน ...ไม่ยักกะรู้ว่าลูกศิษย์พระอย่างพี่จะกลัวผีด้วย พี่มินเขียนบล็อกนี้้เหมือนนิยายเรื่องหนึ่งเลย ชอบภาพถ่ายทะเลสีดำสวยมากพระจันทร์กลมโตยากที่คนเมืองจะได้เห็น ...เวลาที่กลัวความมืดหรือกลัวสิ่งที่เราไม่เห็นก็เพราะเราไม่รู้ไม่เห็นไม่มีความมั่นใจนั่นเอง หลวงลุงผมบอกว่ามันก็เป็นอวิชชาเช่นเดียวกันเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในความมืดนั้นคืออะไรหรือจะมีอะไรพุ่งมาทำร้ายเรา แต่หลวงลุงผมก็บอกต่อไปว่า ให้เอาใจไว้กับตัวให้มีสติอย่าส่งออกนอกตัวเมื่อใจเรามั่นคงอยู่อย่างนั้นทุกสิ่งจึงเป็นเรื่องธรรมดา ผมก็พยายามทำตามก็ปรากฏว่าได้ผลดีครับ นึกถึงภาพที่แก้ผ้าลงเล่นน้ำทะเลกับแฟนแล้วช่างโรแมนซ์จังครับ


โดย: Patteera วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:17:19:06 น.  

 
แวะมาดูบ้านสวยริมคลองครับ


โดย: wink99_th วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:19:17:58 น.  

 
เป็นคนหนึ่งที่กลัวความสูง นั่งรถขึ้นภูเรือในช่วงที่ป่าข้างทางถูกถางรถวิ่งอยู่บนสันเขาแคบๆ เข่าสั่นกระทบกันและเสียวเข่าวาบๆ อย่าว่าแต่ขึ้นที่สูงเองเลยค่ะเห็นภาพผาสูงก็กลัวสุดๆ ยังแก้ไม่หาย
ชอบความสงบแต่กลัวความสงัดเงียบมากๆ ไม่กลัวผีหลอกแต่กลัวการหลอกตัวเองค่ะ
บ้านน่าอยู่นะคะ


โดย: no1ne2 (no1ne2 ) วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:22:04:56 น.  

 
ทะเลต้องแสงจันทร์สวยมากนะคะ
ส่วนรูปที่มีจะนทรุปราคาดูน่ากลัวจัง..


ขอบคุณที่แวะไปดูดอกไม้เล็กๆค่ะ

ราตรีสวัสดิ์นะคะ


โดย: mambymam วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:22:59:03 น.  

 
เพื่อนรุ่นน้องกลัวลิฟท์ เคยเป็นลมพี่สาวคว้าทัน เลยไม่กล้าขึ้นลิฟทือีกเลย ปรากฏว่าเมียป่วยอยู่ห้องชั้น 4 นาน 3 วัน ไม่เคยไปเยี่ยมเลย ปรากฎเมียหายป่วย โดนด่าเล่อะเลย เลยว่าทำไมไม่ขึ้นบันไดไป อ๋อจริงผมลืมนึก เฮ้อ....


โดย: moresaw วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:1:10:57 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณมิน



โดย: Calla Lily วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:7:59:32 น.  

 

 
คืนนั้นเคาะต้นอะไรให้ดกบ้างละ
พี่กับแฟนเคาะกระเป๋าตังค์ให้มีตังค์ไว้เลี้ยงหลานเยอะๆ


โดย: พี่นู๋อ้อ (pinuaoo2006 ) วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:19:11:42 น.  

 
อิจฉาวุ้ย....อิจฉาๆๆๆๆๆๆๆ

เอ้าเอาดอกไม้จากทีลอซูมาให้ปักแจกัน
เผื่อจะหายกลัวเน้อ




โดย: mutcha_nu วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:23:46:29 น.  

 
เม้นท์คุณมินน่าคิดนะครับ
ผมว่ารากความคิดของตะวันตกและตะวันออกไม่ค่อยคิดต่างกันเท่าไหร่
ในระดับอภิปรัชญา
เพียงแต่เรียกชื่อต่างกันเท่านั้นเองครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:9:53:35 น.  

 
เราเพิ่งจะเคยเจอกันนะค่ะ รู้สึกยินดีมากๆที่หยุดแวะชมดอกไม้สีสวยที่เราชอบค่ะ
+
+
อ่านแล้ว ได้แต่นั่งยิ้ม นึกถึงคนเขียนช่างมีอารมณ์สุนทรีย์กับ
บรรยากาศโรแมนติค ดีจังนะค่ะ


โดย: tui/Laksi วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:10:03:10 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ได้สนทนากันเลยพี่

อ่านแล้วรู้สึกเหงาๆ เคว้งๆ พิึลึกนะ

รู้สึกแทงใจดำ เกลียดและกลัวการอยู่คนเดียวจังเลย

ปล. นึกว่าจะมีภาพแก้ผ้าในทะเลสีดำเสียอีก


โดย: เอ้ โหยหาชนบท (โหยหาชนบท ) วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:0:43:03 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ



โดย: Calla Lily วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:8:06:41 น.  

 
กลัวเข็มเหรอ เอาให้เข็ดเลย ไปบริจาคโลหิตทุก 3 เดือนสิคะ
เราไม่กลัวแล้ว
คิดถึงตอนที่ไปต่อคิวกันบริจาคโลหิต พอถึงคิวเค๊าถึงกะสั่นและหน้าซีด จู่ๆก้อหน้ามืดขึ้นมา น่าสงสารเค๊าเหมือนกัน อุตส่าห์เจตนาดี ต่อคิวร่วมครึ่งชั่วโมง พอถึง ไม่สู้ซะงั้น

ไม่กล้าบอกว่าไม่กลัวผีและความมืด ก้อนิดๆ พยามข่มใจ
แต่ที่หวั่นไหวมากๆ ก้อคงเป็นภาพสยดสยองต่างๆนาๆ แม้เป็นแค่หนัง ละคร ซีนนั้นต้องพลาด ไม่หันหน้าหนี ก้อหลับตาเอาดื้อๆ

การพลัดพรากซิคะน่ากลัวกว่าอย่างอื่น
ยิ่งจากคนที่เรารัก เราผูกพัน ทั้งจากเป็นและจากตายอย่างถาวร
มันน่าเศร้าโศกอาดูรอย่างที่สุด
ผ่านมากี่ปีๆ ก้อลืมไม่ลงจริงๆ

อิอิ ... แล้วตกลงได้แก้ผ้าอาบน้ำกะแฟนในทะเลสีดำรึ๊เปล่าคะ
คุณขี้โกงหง่ะ ... ข้ามตอนสำคัญไป


บ้านสวนน่าอยู่มากๆ มีระเบียงแห่งความสุข ชมนก ชมไม้ ชมสิ่งสวยงามรอบๆตัวด้วย น่าอิจฉานะคุ


โดย: ณ ขณะหนึ่ง วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:10:39:47 น.  

 
ความแตกต่างอยู่ที่ความเอาใจใส่ครับ

.
.


จริงแท้และแน่นอนเลยนะครับคุณมิน

อย่างเรื่องการแข่งขันการดูแลนักเรียนก็เป็นเรื่องจริงเลยนะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:11:31:28 น.  

 
ป่าเมืองไทยคงใกล้สิ้นสูญแล้วครับ
---------------------------------------------------
คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ...
จากที่เกิดน้ำท่วมใหญ่คราวนี้คงทำให้คนเห็นความสำคัญของป่ามากขึ้น
เรื่องป่าไม้และน้ำเมื่อก่อนคนอาจไม่ค่อยเห็นความสำคัญ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว
แต่ไม่ใช่เลย ... คงต้องเป็นนโยบายวาระแห่งชาติเลยแหละ

มีที่เยอะ ๆ อย่างบ้านคุณมิน ก็เนรมิตให้เป็นป่าย่อม ๆ ได้นะคะ
ที่ไหนว่างก็ปลูกต้นไม้เข้าไป น่าสนุกออก


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:15:07:08 น.  

 
เค้าคงถือคติ ด้านได้ อาย อดไงมิน 55
.....
กลัวจะถูกเหมาว่าเป็นคนงก ก็เลยยกโฮย่าที่ชำๆไว้ให้น้องเค้าไปกระถางนึง
แต่ข้าวตอกพระร่วงไม่แบ่งนะ ของหวง


โดย: coji วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:16:06:26 น.  

 
ชอบมากกกกกกกกกกก/ๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: กัมพล ทองเพลลง IP: 125.25.166.198 วันที่: 23 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:59:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
nainokkamin
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




free counters
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nainokkamin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.