เราฆ่าหมาตายหรือเปล่า







เราฆ่าหมาตายหรือเปล่า

14 ธันวาคม 2555



เราฆ่าหมาตายหรือเปล่า ? เป็นประโยคที่ตอนนี้ผมกำลังถามตัวเอง หรือใครก็ไม่รู้ แต่มันกึกก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบเหลือเกิน

มันเป็นการป้องกันตัว หรือเพราะความโหดร้ายของผมกันแน่ ผมอยากจะตอบเข้าข้างตัวเอง ว่าเป็นการป้องกันตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ลึกๆแล้ว ผมอยากให้หมาตัวนั้นมันตายๆไปซะ แต่มันก็เหมือนจะเจ็บปวดเหลือเกิน อะไรหลายอย่างในตัวผมมันกำลังต่อสู้กันอยู่

เด็กๆผมเคยชอบตกปลา เป็นกิจกรรมยามว่างที่สนุกสนานสำหรับผม วันหนึ่งคุณยายของผมซึ่งเป็นแม่ชีกลับมาเยี่ยมบ้าน ยายเดินมาดูผมตกปลา ตอนผมกำลังแกะขอเบ็ดออกจากปากปลา คมแหลมของขอมันก็ทิ่มนิ้วผมเข้าให้ ยายรีบเข้ามาดูแผลเล็กๆนั้น ผมบอกยายว่าเจ็บมาก ยายพูดว่า "ปลาที่โดนขอเกี่ยวอยู่มันก็คงเจ็บมากกว่าหลานหลายเท่านัก ไม่นับที่ว่ามันคงกำลังมีชีวิตอยู่เพื่อรอคอยความตายในอีกไม่ช้า" จากวันนั้น ผมก็ไม่อยากที่จะตกเบ็ดอีกเลย ยิ่งหลังจากที่ตัวเองต้องผ่าตัดต่อมทอมซิลออก และต้องเจ็บปวดที่คอสาหัสนานหลายสัปดาห์ มันทำให้นึกถึงปลาที่ผมเคยตกเสียเหลือเกิน

ผมเคยรักสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก ผมเลี้ยงสัตว์ งู แมงป่อง แมงมุม หนู กระต่าย เต่า ปลา ผมเลี้ยงมาแล้วทั้งนั้น แต่ที่ลืมไม่ลงคงเป็นสุนัข บ้านผมจะเลี้ยงสุนัขครั้งละ 1 ตัวมาตลอด และผมก็รักพวกมันมากจริงๆ แต่วันดีคืนดีเมื่อคุณแม่ผมย่างเข้าสู่วัยทอง แม่ก็เริ่มเก็บสุนัขข้างถนนมาเลี้ยง จนทุกวันนี้ก็ปาเข้าไปสิบกว่าตัว แม่บ่นทุกวันว่าจะเลี้ยงแค่มันตาย และจะไม่เลี้ยงอีก แต่แม่ก็เก็บลูกหมาใหม่เข้ามาเรื่อยๆด้วยข้ออ้างต่างๆนานา ผมเองสมัยก่อน แค่สุนัขเพื่อนบ้านเห่าสองสามตัว ผมก็รำคาญอยากเอาระเบิดปาบ้านนั้นแล้ว แล้วนี่... วันนี้เสียงเห่าหอนเหล่านั้นก็มาจากสุนัขของแม่ผมเองทั้งนั้น และแม่ก็ไม่เคยใส่ใจจะสอนจะจัดการตอนที่มันเห่าหอนส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้านและคนในบ้าน และหมาของแม่ยังทำให้แม่เลิกทำงานเพราะลูกค้าของแม่ผมเบื่อหมาๆของแม่ บ้านของเรากลายเป็นบ้านที่ไม่เปิดรับแขกทั้งสนิทและไม่สนิท แขกคนใดเข้ามาบ้านจะทำให้หมาเห่าไม่หยุด สนทนากันไม่รู้เรื่องเลย และทำให้แขกถูกผลักใสออกไปเพราะเจ้าของบ้านรำคาญเสียงหมาของตัวเอง แม่ทุ่มเทเวลาเต็มร้อยทั้งวันให้กับหมาเท่านั้น

หมามากมายทำให้โรคภูมิแพ้ผมกำเริบจนห้องนอนผมกลายเป็นห้องเดียวในบ้านที่ไม่เคยเปิดหน้าต่างรับอากาศภายนอกเลย เพราะมันเต็มไปด้วยทุกสิ่งที่ผมแพ้ แต่แม่ผมก็ไม่เคยสนใจ ก็ผมจะอะไรได้อีก ขนาดคุณตาผมนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลไกล้จะตาย คุณแม่ผมยังบอกทุกคนว่าขอดูแลหมาที่บ้านก่อน ยายผมตายไปแม่ผมยังไม่เสียน้ำตาคร่ำครวญเท่ากับที่หมาของแม่ตายเลย แล้วผมเป็นแค่ลูก จะไปเรียกร้องอะไรได้มากกว่านี้ มันทำให้ผมเลิกคิดจะเลี้ยงสุนัขอีกเลย และบอกตัวเองว่า ผมเกลียดหมาๆพวกนี้มาก และบางที ผมอยากจะฆ่ามันทิ้งด้วยซ้ำ มันก็แค่ความคิดในบางทีเท่านั้น

บ้านของผมในที่ดินลั้วเดียวดัน มีพี่น้องปลูกบ้านร่วมกันสามหลัง ซึ่งทางเข้าบ้านนั้นเป็นช่วงแคบของที่ดิน แล้วบ้านของผมดันอยู่ข้างในสุดของที่ดิน มันทำให้ผมต้องเข้าออกบ้านตัวเองผ่านบ้านญาติ แต่ก็โชคดีที่เจ้าของที่แปลงนั้นทั้งผืนเป็นของคุณป้าที่อุปการะผมอยู่ ทำให้ทุกบ้านต้องเกรงใจ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงตัวผม เพราะความที่คุณป้าไม่มีครอบครัว มีฐานะการเงินดี เป็นเจ้าของที่ดิน แล้วเอาหลานคือผมมาเลี้ยงเพียงคนเดียว มันอาจทำให้พี่น้องคนอื่นไม่พอใจ แล้วลงเอยด้วยการกลั่นแกล้งผม ตั้งแต่เรียนมหาลัย รถยนต์ของผมจะถูกปิดทางด้วยรถของญาติๆตลอด ซึ่งแต่ละวันกว่าผมจะขอร้องให้แต่ละบ้านเอารถหลีกทางให้ได้ ก็ใช้เวลาไม่ต้ำกว่าวันละครึ่งชั่วโมง เพราะส่วนมาก เวลาผมมาเรียกให้พวกเค้าขยับรถ ก็จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกัน ต่อมาป้าผมสั่งให้ทุกบ้านเอารถไปจอดที่อื่น เหลือรถผมคันเดียว แน่นอนว่ามันไม่ยุติธรรมกับคนอื่น แต่ก็ดีกับผม แต่ก็ยังไม่จบ

พอไม่ได้จอดรถ ญาติผมก็เอาหมาบ้าเลือดฝูงหนึ่งมาเลี้ยงแบบขังกรงเอาไว้ขายลูกสุนัข มันโดนขังจนดุและบ้าเลือดมากๆ ญาติผมจะปิดทางเข้าออกบ้าน แล้วปล่อยสุนัขออกมาวิ่งเล่น วันละสามรอบ รอบละหนึ่งชั่วโมง ทำให้ผมซึ่งอยู่บ้านหลังในสุดเข้าออกไม่ได้ รอบเช้าเป็นเวลาที่ผมต้องไปทำงาน รอบเย็นเป็นตอนที่ผมต้องเข้าบ้าน รอบกลางวันผมก็ออกไปหาข้าวกิน ทั้งสามรอบเป็นเวลาเดียวกับหมาพวกนี้ถูกปล่อยออกมา ทำให้ผมต้องวิวาทะกับญาติบ้านนี้บ่อยๆ เวลาผมมีเรื่องเร่งด่วนต้องออกจากบ้าน แล้วเจอหมาที่ถูกปล่อยพร้อมทางที่ถูกปิด ผมต้องตะโกนเรียกญาติบ้านนี้มาเก็บหมา โดยที่พวกเค้ามักทำว่าไม่ได้ยินเสมอ คุณแม่ผมเองก็ไม่พอใจ ไม่ใช่ไม่พอใจที่สิ่งที่คนพวกนี้ทำ แต่ไม่พอใจผมที่อยากจะไปไหนก็จะไป รอคอยไม่ได้ ก็แน่ละครับ แม่ไม่ทำงาน ป้าผมก็เกษียณอายุ ผมต้องทำงาน มีแต่เรื่องด่วนๆวุ่นๆ ก็จำเป็นที่ต้องเข้าๆออกๆ แล้วพวกเค้ามีสิทธิอะไรจะมากักขักผมเอาไว้ล่ะ ทำไมเค้าไม่หาทางออกทางอื่น ไม่ใช่มาปิดทางคนอื่นแบบนี้

วันนี้ผมตื่นสาย แล้วต้องรีบไปทำงาน ตื่นมาก็เจอเสื้อผ้าตัวเองถูกหมาของแม่ดึงลงมาจากราวผ้าแล้วเอามานอนเล่น ผมก็โกรธจนไม่รู้จะทำยังไงได้ แต่งตัวเสร็จจะใส่รองเท้า หมาก็เอาไปกัดเล่นก็ไม่อะไร ผมวางไม่ดีเอง แต่ก็ไม่พอใจ พอจะออกจากบ้านญาติก็ปล่อยหมาแล้วปิดทางขังผมไว้ ผมเห็นญาติเดินไปมา ผมตะโกนเรียกก็ไม่มาเก็บหมาเปิดทางผมเสียที ผมรอไม่ไหวเพราะถ้าช้ากว่านี้ก็ทำงานสายแล้ว ผมเลยคว้าไม้ไว้แล้วเปิดประตูเดินลุยฝูงหมาออกไป ซึ่งหมาพวกนี้่ดุมาก มันจะรุมกันมากัด มันเคยกัดแม่ผมดึงนิ้วเท้าจนเนื้อหลุดถึงกระดูกมาแล้ว เพราะหมาพวกนี้ลอดหัวผ่านใต้ประตูลั้วมากัดเท้าแม่ผม แต่แม่ไม่ว่าอะไรเพราะรักหมายิ่งกว่าสวัสดิภาพของตัวเอง พอผมเดินเข้าไปผ่านฝูงหมาบ้าพวกนี้ มักก็พากันขู่ผมใหญ่ ตัวหนึ่งเริ่มก่อนกระโดดใส่ผม ซึ่งผมรู้ทันทีว่าถ้าไม่ทำอะไร ตัวอื่นๆจะกรูเข้ามารุมผมทันที ก็เลยเอาไม้ฟาด 1 ที ใส่เจ้าตัวที่แยกเขี้ยวโดดใส่ทันที ไม่รู้แรงเท่าไร แต่มันกระเด็นแล้วลงไปชักดิ้นชักงอ ตัวอื่นๆก็ถอยห่างออกไปรักษาระยะทันที

ญาติผมรีบเข้ามาเปิดทาง แล้วดูหมาทันที พร้อมกับด่าผมชุดใหญ่ น้ำตามันซึมอยู่ในใจผม ไม่ใช่เพราะโดนด่า ผมไม่เคยใส่ใจอยู่แล้ว แต่เสียใจที่หมาตัวนั้นมันต้องเจ็บ หรือจะตายรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมก็เชิดหน้าเดินไปเอารถขับไปทำงาน โดยไม่แสดงว่าสนใจใยดีอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมบอกตัวเองว่า จะแคร์ไม่ได้ ต่อแต่นี้คนพวกนี้ไม่มีสิทธิมาละเมิดกักขังผมด้วยวิธีนี้อีกต่อไป เขาต้องเข้าใจว่าผมเป็นคนชั่วร้ายที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำแบบนี้กับผมได้

เวลาเราทำอะไรชั่วๆลงไปมันยากจริงๆนะครับ ใครบอกว่าทำชั่วง่าย ทำดียาก นรกหลังทำชั่วมันมีอยู่จริง อยู่ในใจเรานี่เอง มันร้อนลุ่มยากจะดับลงได้ง่ายๆ ร้อนกระทะทองแดงเป็นแบบนี้นี่เอง วันนี้ผมทำงานไม่ได้เลย สับสนใจเหลือเกิน เวลาคนอื่นเค้าทำร้ายๆกับเรา เค้าเคยเสียใจกันบ้างรึเปล่า แต่เวลาเราร้ายบ้าง มันแย่จริงๆ มันเจ็บจนบอกไม่ถูก







 

Create Date : 14 ธันวาคม 2555
10 comments
Last Update : 14 ธันวาคม 2555 15:57:13 น.
Counter : 1959 Pageviews.

 

 

โดย: จุ๋มจิ๋ม (bobjung ) 14 ธันวาคม 2555 20:00:18 น.  

 

บางครั้งคนเราก็ทำอะไรลงไปเพราะอารมณ์โกรธ แล้วต้องมานึกเสียใจทีหลัง

หลายทฤษฎีบอกให้ทำอย่างโน้น อย่างนี้.. แต่การจัดการกับอารมณ์โกรธนี่ มันยากจริงๆนะ

และทุกวันนี้เราก็ยังทำไม่เคยได้

 

โดย: ดอกแก้ว เจ้าค่ะ (tanH2O ) 15 ธันวาคม 2555 23:50:37 น.  

 

อ่านจบแล้วด้วยความเข้าใจและเห็นใจ
ตกลงหมาตายหรือเปล่า ยังไงก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไป
บาปในใจคงยากจะลบเลือน แต่เป็นห่วงสถานภาพที่คุณต้องอยู่ทุกวันมากกว่า
ดูไม่น่าอยู่ก็เพราะมนุษย์ด้วยกันมากกว่า ไม่ลองลดทิฐิพูดคุยกันดี ๆ
ถือโอกาสช่วงปีใหม่นี้ก็ได้ ไหน ๆ ก็ต้องอยู่กันไปแบบนี้
ตราบเท่าที่คุณไม่อาจย้ายบ้านไปไหนได้

แวะมาชวนไปฟังเพลงวันใส ๆ กับบล็อกใหม่ด้วยค่ะ
เผื่อจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง


 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 18 ธันวาคม 2555 10:44:04 น.  

 

เขาถึงบอกว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเห็นบางครั้งก็ไม่ได้เป็นตามที่เห็น มันซับซ้อนกว่านั้น...............

 

โดย: deco_mom 18 ธันวาคม 2555 12:50:20 น.  

 

Merry Christmas และ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ
ขอให้คุณมินและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง
สมปรารถนาในสิ่งที่พึงหวังทุกประการนะคะ ^^






 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 24 ธันวาคม 2555 12:04:56 น.  

 

มาอ่านความไม่สบายใจที่ไม่ได้ตั้งใจ
ทุกอย่างผ่านไปแล้วเอามาคิดก็ไม่เกิดประโยชน์
แต่เอามาเป็นข้อคิดบทเรียนน่าจะดีกว่า
ปัญหาทุกปัญหาแก้ได้โดยไม่ต้องใช้อารมณ์
เพราะทำด้วยอารมณ์ก็ต้องมานั่งเสียใจ

มาขอบคุณคุณมินค่ะ
ได้รับเหลืองชัชวาลวันนี้เอง
สภาพยังดีมากเลยค่ะ
แม่ซองฯจะพยายามเลี้ยงให้ออกดอก
แล้วส่งมาให้ดูนะคะ

ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ


 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 26 ธันวาคม 2555 16:23:27 น.  

 

เข้าใจค่ะ
คนละเรื่องแต่เหมือนอยู่ในอารมณ์นั้น
ใจเย็นนะคะ

 

โดย: ณ ขณะหนึ่ง 26 ธันวาคม 2555 17:46:40 น.  

 


สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณมิน

โชคดีปีใหม่ มั่งคั่ง ร่ำรวย มีความสุข
สุขภาพแข็งแรง
และสมหวังตลอดไปนะคะ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 28 ธันวาคม 2555 21:00:35 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^ ^



ป.ล. Ctrl + C และ Ctrl + V ด้วยความตั้งใจ จริงๆนะ ^ ^

 

โดย: ดอกแก้ว เจ้าค่ะ (tanH2O ) 31 ธันวาคม 2555 23:57:31 น.  

 

ถ้าหมาตาย ก็อุทิศกุศล กำหนดจิตขออโหสิกรรม ทำบุญให้มันไป คุณจะได้สบายใจ ถ้าหมายังไม่ตาย คราวหลัง ก็ลองหาขนม ของกิน โยนหลอกมันไปทางอื่น มันจะได้วิ่งไปกินของที่เราให้ หากมันไม่สนใจ จ้องแต่จะกัดเรา ก็แสดงว่า มันเป็นมารมาทดสอบบุญบารมีเรา เราต้องแผ่เมตตาให้มันมากๆนะ ทุกคืนหลังสวดมนต์เสร็จ แผ่เมตตาให้หมาแล้วก็เจ้าของหมาด้วย จะช่วยได้ เราเคยลองมาแล้ว ก่อนออกจากบ้าน มันมีหมามาขวางทางเราประจำ ดุด้วย เห่าวิ่งตามจะกัดบ่อยๆ แต่ระยะหลังๆ เราลองแผ่เมตตาให้ก่อนถึงบ้านหมาดุ ปรากฏว่า หมาไม่วิ่งไล่อีกเลย พอมาอีกวันเราอยากพิสูจน์ว่าเราไม่ได้รู้สึกไปเอง เราก็ลองไม่แผ่เมตตาดูสิ ปรากฏว่าหมามันก็เห่าทำท่าจะเข้ามาอีก พออีกวัน เราลองกลับไปแผ่เมตตาให้มันเหมือนเดิม เชื่อไหม หมามันยืนดูเฉยๆ เรื่องจริงนะ
ลองทำดูสิ แต่มีข้อแม้ว่า ศีล 5 คุณต้องครบนะ และจิตต้องเมตตากับหมาจริงๆ
ไม่ใช่เกลียดมัน ส่วนเจ้าของมันแผ่เมตตาทุกๆวัน แล้วบุญก็จะช่วยคุณ ให้พวกเขาแพ้ภัยไปเอง ยิ่งเขาไม่ชอบคุณ กลั่นแกล้งคุณมากเท่าไร มันจะย้อนกลับไปหาพวกเขามากเท่านั้น มนุษย์คนไหนไม่ชอบเรา คิดอกุศลกับเรา เราอย่าไปโกรธ เกลียดตอบ มันจะทำให้เราขาดสติ ทำตามเจตสิก(อารมณ์) ผลที่ตามมาเราจะทุกข์ หากเราคุมสติอยู่ ปัญญามันจะเกิดตามมาโดยอัตโนมัติ แก้ไข ทำอะไร ก็จะไม่ติดขัดมากนัก ขออนุญาตินะที่แนะนำเสียยาว เรื่องแบบนี้เข้าใจคุณ ว่าใครไม่เจอกับตัว ก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่คุณทำวันนั้น จะว่าไปแล้ว มันก็มีดีอยู่บ้างนะว่า เราสั่งสอนคนพวกนั้นให้ไม่ทำสิ่งไม่ดีอีก คือ มันเป็นการช่วยลดกรรมไม่ดีของพวกเขา ว่าอย่ามาทำกับเราแบบนี้อีก ส่วนหมาใครจะไปรู้เล่าว่า มันมาชดใช้กรรมก็เป็นได้

 

โดย: Nopparat IP: 119.42.87.216 1 มกราคม 2556 18:28:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nainokkamin
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




free counters
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nainokkamin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.