กันยายน 2551

 
1
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
ความเกี่ยวข้องอันน้อยนิด ระหว่างข้าพเจ้ากับสันติอโศก?
เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับการชักชวนจากหญิงสาว คนหนึ่ง ที่นับถือ แนวทางของสันติอโศก ซึ่งจุดเด่นของชาวสันติอโศก ก็คือการเป็นนักมังสวิรัติ หรือกินพืชเป็นหลัก ไม่ทานเนื้อสัตว์

สิ่งหนึ่งที่สร้างความอึดอัดให้ผม ก็คือการคะยั้น คะยอให้ผมรับเอาความเชื่อในการกินผักแล้วไม่บาป กินเนื้อ เท่ากับกินเลือด กินเนื้อของสัตว์ ทำให้เป็นบาป

ความอึดอัดนี้ ทำให้ผมเกิดความกลัวขึ้นอย่างหนึ่ง นั่นคือกลัวว่า ในขณะหนึ่ง ขณะใด ที่ผมกำลังคุยกับเธออยู่นั้น เดี๋ยวสักพัก เธอก็จะชวนผมไปเข้ารีตของเธออีก ทั้งๆที่เธอก็น่าจะรู้แล้วว่า ผมไม่ค่อยรับในท่าทีการชักชวนของเธอนัก เพียงแต่ผมไม่แสดงออก เท่านั้นเอง เพราะเกรงใจเธอ..

ที่จริงเธอถ้ารู้ว่า ประวัติของผมเป็นอย่างไร รู้ว่าผมเคยเพี้ยนกว่าเธอมาก่อนมากนัก แล้วละก็ เธอคงไม่เซ้าซี้ผม ให้เสียเวลา..

ก่อนหน้านั้นราว 2-3 ปี ผมเคยอ่านหนังสือ เกี่ยวกับแมคโครไบโอติค ซึ่งเป็นหลักในการบริโภคอาหารตาม หลักการของ หยิน และหยาง หรือหลักของ ของคู่ เช่น สั้น-ยาว ขาว-ดำ หนัก-เบา ช้า -เร็ว เป็นต้น

หลักการของแมคโครไบโอติค นั้นจะต้องพิจารณพืชต่างๆ ก่อนที่จะกิน ว่าพืชชนิดใด ที่มีลักษณะ หยินและหยาง เพื่อนำมาปรับเข้ากับลักษณะของผู้กินอาหาร

ผมเคยลองเอาไม้บรรทัด ไปวัดความเร็วของพืช ที่มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เช่นต้นตำลึง ซึ่งปรากฎว่า ต้นตำลึง มีการเคลื่อนที่เร็วมาก เมื่อลองวัดเปรียบเทียบ ในช่วงเย็น และในเช้าของอีกวัน
การวัดพืชของผม ถูกจับตาจากคนในครอบครัว และมองว่า ผมนั้นบ้าไปแล้ว
เมื่อศึกษามากๆ เข้าก็ทำให้เกิดความสับสน ว่าอะไรคือหยิน หรือ หยาง เพราะว่าในหยินก็มี หยาง และในหยาง ก็มีหยิน

เมื่อเข้าไปสู่รายละเอียดมากๆเข้า ก็ทำให้เกิดการแบ่งแยก และแยกส่วนเกิดขึ้น เพราะปกติ แมคโครไบโอติค เน้นองค์รวม แต่ท้ายที่สุดก็ยังมีการแบ่งแยก นั่นคืออย่างน้อย ก็แบ่งแยกเป็นหยิน และหยาง
สุดท้ายก็ทำให้เกิดความสับสน และหาหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ในการบริโภคได้ยาก การเตรียมอาหารก็ยาก เพราะกลัวผิดหลักการ

จนวันหนึ่งผมได้อ่านหนังสือของ ฟูกูโอกะ นักปราชญ์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งบอกว่า จงกินจากความรู้สึก อย่ากินจากความคิด เพราะความคิด เหตุผล แยกส่วนในตัวของมันเอง ผมจึงเลิกเคร่งครัด ในแนวทางของแมคโครไบโอติคตั้งแต่นั้นมา

กลับมาที่ หญิงสาวคนที่ชักชวนผมไปนับถือสันติอโศกอีกครั้ง เมื่อเธอเซ้าซี้ผมมากๆเข้า ผมจึงเลิกเกรงใจ เลยตอบเธอไปในวันหนึ่งว่า แล้วเธอรู้ได้อย่างไรว่า เวลาไปเด็ดยอดผักเอามากิน หรือตัดต้นไม้ ว่ามันไม่บาป ไม่เจ็บ เพราะมันก็เป็นสิ่งที่มีชีวิต มีความรู้สึก เช่นเดียวกัน เธอรู้รึปล่าวว่า ผมเคย แค่กินผัก แล้วก็อ้วกออกมา ยังไม่ต้องกินเนื้อ เพราะถ้าเธอรู้สึกว่า ไม่ควรกินสิ่งที่มีชีวิต และมีเลือดเนื้อ ร่างกายเธอจะไม่ยอมรับ หรือปฏิเสธ อาหารนั้นทันที

หลังจากผมพูดจบ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอก็จบลง ในวันนั้น.....



Create Date : 04 กันยายน 2551
Last Update : 5 กันยายน 2551 8:24:46 น.
Counter : 247 Pageviews.

7 comments
  
สวัสดีคะ .. เราเข้าไปตอบอีกบลอค เลยเข้ามาที่นี้

เราเป็น มังสวิรัติ คะ ไม่ได้กินเพื่อ แก้บน เพื่อหน้าตาผ่อง เพื่อให้สูงกว่าคนอื่น (ไม่ใช่ความสูง)
แค่ .. เพื่อสัตว์ เท่านั้น (จะมาพูดทำไม)

แต่ไม่ได้เป็นสันติอโศกแน่ๆ.. เพราะรับไม่ได้กับคำสวดมนต์ที่มีเพียง นะโม นะโม นะโม โดยที่คำอื่นหาย..
เราอาจบ้าบอที่ไม่ยึดมั่นกับความเชื่อที่บ้างทีก็โง่งมงาย.. นางแมวขอฝน ปอบหยิบ คาถาเขมร
แต่เรา
บ้าบอและยึดมั่นกับศาสนาที่มีมานาน 2551 ปี โดยมิกล้าบิดเบียน ตัดแต่ง ..

ขอบคุณและขอโทษอีกหน
โดย: tempopo วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:8:03:03 น.
  
คนไทยให้ความสำคัญกับพิธีการ มากกว่าแก่นของคำสอน
โดย: ติ๊ก IP: 61.90.174.226 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:9:32:42 น.
  



ทัมจัย ทำใจ จัยทัม ทำใจ

โดย: Opey วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:6:26:37 น.
  
ขอบคุณ คุณ Tempopo ครับ

ท่านพุทธทาสสอนว่า ถ้าจะคิดให้ตัวเองบาป แค่กินข้าวก็บาปแล้ว เพราะการกินข้าว เป็นการฆ่าสัตว์ในรอยไถ (ทารุณควาย) แต่ทุกวันนี้ ควายเขาก็ไม่ใช้ ถ้านึกอยากจะบาป ก็ต้องคิดหาวิธีใหม่

หาดใหญ่ 8/09/51
โดย: เนื่อง มาจากเหตุ IP: 117.47.177.41 วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:10:42:33 น.
  
ขอบคุณ คุณติ๊ก ครับ
ขณะที่อยู่ในสมาธิ "ท่านว่า"
ให้ตัดเรื่อง บาป-บุญ ดี เลว ทิ้งไป เพราะเป็นการรบกวน จิตใจ แต่ให้ตามรู้
ผมห่วง ว่าคนไทย จะฆ่ากัน เพราะเรื่องคำสมมุติที่เรียกกันว่า "ดี" หรือ "เลว"
โดย: เนื่อง มาจากเหตุ IP: 117.47.177.41 วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:10:46:13 น.
  
ขอบคุณ คุณ Opey ครับ
ดอกไม้สวยครับ ดูแล้วสดชื่นดี
โดย: เนื่อง มาจากเหตุ IP: 117.47.177.41 วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:10:49:32 น.
  



Hello, How are you today ?

And I hope you have a nice weekend.

โดย: Opey วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:10:51:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เนื่อง มาจากเหตุ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]