มิถุนายน 2551

1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
15
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
จดหมายถึงผู้ที่มีชื่อเสียง
มิถุนายน 2551

ถึง "คุณ"ผู้มีชื่อเสียงทั้งหลาย

ผมเองขอยอมรับว่า รู้จัก"คุณ"ผ่านสื่อเท่านั้น เคยเห็นคุณในจอทีวี ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารบ้าง เคยฟังเพลงของ"คุณ"บ้าง เคยอ่านหนังสือ ข้อเขียน บทกวี ข้อวิจารณ์ของคุณบ้าง แต่ก็ไม่เคยเจอตัว"คุณ" เป็นๆ หรือไม่เคยได้พบปะ พูดคุยกับคุณแม้สักครั้ง. จึงไม่ต้องพูดไปถึงว่า ผม"รู้จักคุณ" หรือเปล่า. เพราะการที่เราจะบอกว่า เรารู้จักคนๆ หนึ่ง อย่างน้อยเราก็ควร จะได้ใช้ชีวิต หรือร่วมอยู่ในสถานการณ์ใด สถานการณ์หนึ่งด้วยกันมาบ้าง เพื่อที่จะได้รู้ว่า คุณเป็นคนอย่างไร มีนิสัยแบบไหน น่ารัก น่าชัง ใจร้อน ใจเย็น หยาบคาย หรือสุภาพ คดโกงหรือซื่อสัตย์ เพียงใด

แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ผมก็นับถือในตัวของ"คุณ" อยู่พอสมควร เพราะผมก็เคยได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง จากสิ่งที่คุณพูด คุณเขียน และศรัทธาในงานที่คุณทำ ไม่มากก็น้อย แต่ผมต้องขอบอกเอาไว้อย่างหนึ่งว่า ผมเองเป็นคนที่ชอบตั้งแง่อยู่อย่างหนึ่ง คือ ถ้างานของคุณ ได้แสดงออกว่าคุณรักและศรัทธาในประชาชนและคนยากไร้ กรรมกรผู้ใช้แรงงาน มากเท่าไหร่ ผมก็จะนึกนิยมชมชอบ คุณ มากขึ้นเท่านั้น. นี่เป็นสันดานของผม
แต่มีข้อแม้นิดนึงว่า.. ความรักที่ว่านี้ ต้องเป็นความรัก ที่มีความศรัทธาประกอบด้วย.. เป็นรัก ประเภทที่มีความนับถือกันอยู่ในที เป็นรักที่ให้อิสระในการคิด การแสดงออกในฐานะคนระดับเดียวกัน มิใช้รักที่มีการดูแคลน กันอยู่ในที หรือมิใช่รักแบบข้ามชนชั้น เพราะชนชั้นนั้น ในเวลานี้ย่อมควรมีอยู่พียงชนชั้นเดียว คือชนชั้นประชาชน เดียวกัน และอีกข้อหนึ่ง ขอจงเชื่อว่าประชาชนนั้นเรียนรู้ผิดถูกได้ด้วยตัวเขาเอง และจงเชื่อว่าประชาชนนั้น มีขีดความสามารถเท่าๆกับ"คุณ" ขอแต่โอกาสให้เขาได้เรียนรู้เท่านั้นเอง

ต้องยอมรับว่า 2-3 ปีมานี้ ความสัมพันธ์แบบทางเดียว(One way relationship) ที่ผมรู้จักคุณผ่านสื่อแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น มีความคลอนแคลนมากพอสมควร ส่วนหนึ่งเพราะคุณนั้น ได้เปรียบผมเกินไป เพราะคุณนั้นเป็นที่รู้จักกว้างขวางในสังคม เวลาคุณพูด คนส่วนใหญ่จะฟัง เพราะเขาเคยศรัทธาในผลงานของคุณ ส่วนผมเองคุณย่อมไม่รู้จัก เพราะผมไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงเช่นคุณ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร.

เหตุที่ความสัมพันธ์ระหว่าง "คุณ"กับผมคลอนแคลนนั้น ผมขอสารภาพตรงๆว่า มันเป็นเพราะความเชื่อและทรรศนะทางการเมือง ของคุณกับผม เริ่มไม่ตรงกัน "คุณ" ในช่วงหลังๆ คุณ พูด เขียน แสดงออก หลายอย่าง และบางครั้งก็ไปขึ้นเวทีของอีกฝ่าย ที่ผมไม่ยอมรับ และมีความเห็นที่ต่างออกไป คุณบอกว่า ฝ่ายนั้นเลวอย่างนั้น เลวอย่างนี้ ผิดอย่างนั้นผิดอย่างนี้ แต่ผมก็ยังไม่เห็นว่ามันผิดตรงไหน
ผมอยากจะเล่าให้ฟังนิดนึงว่า ผมว่าในโลกนี้ คนเราล้วนทำผิดกันได้ทั้งนั้น
เวลาเราไปตลาด เราหรี่ตาข้างหนึ่ง ใช้เงินซื้อ เพื่อให้นอมินีของเรา ฆ่าปลาให้เรา เพื่อเราจะได้เอาไปทำอาหาร ถวายพระ หรือรับประทานปลานั้นโดยไม่บาป นั่นหมายถึงว่า เรากำลังเลี่ยงบาลี ว่าเราไม่ได้ฆ่า คนอื่นเป็นคนฆ่าต่างหาก หรือไม่ แทนที่ เราควรจะกล้าหาญที่จะติเตียนตัวเองว่า เราเองก็บาป แทนที่เราจะตอแหลตัวเองไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต และไม่ได้ประโยชน์อะไรจากความคิดเล่ห์เหลี่ยม ที่เราเล่นกับตัวเองแบบนี้

การรู้สึกว่าตัวเองบาปนั้น ย่อมจะเป็นเรื่องดี เพราะเราจะได้หาทางทำบุญเพื่อล้างบาปบ้าง ขัดเกลาความหยาบกระด้างของจิตใจบ้าง เท่ากับจะมีแต่ทางได้ ไม่มีทางเสีย ที่พูดไปนั่นก็เพื่ออยากให้ คุณยอมรับความจริง และไม่ดัดจริต เป็นคนดี โดยเลิกตอแหลตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก

และก็เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่เรียกกันว่า ผิดถูก ดี เลว ไม่ผิด หรือผิดมาก ผิดน้อยหรือถูกมาก ถูกน้อย หรือไม่ถูกเลย อะไรแบบนี้ ล้วนเป็นเรื่องอัตวิสัย และภววิสัยรวมกันทั้งสิ้น และแยกเอาอย่างใด อย่างหนึ่งนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ และความคิดเห็นทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ก็เป็นธรรมดามาก ที่จำเป็นต้องใช้ความเห็นแบบอัตวิสัยด้วย ไม่ใช่เรียกร้อง ร่ำหาความเห็นเฉพาะแบบ ภาววิสัย หรือกระทั่ง"เทวะวิสัย" หรือความคิดเห็น"เยี่ยงเทวดา" ซึ่งมีอยู่แต่ในโลกนิทานเท่านั้น และไม่มีวันเป็นจริง

ดังนั้น การที่คุณจะไปทำอะไร กับใคร คุณจะมีความคิดเห็นทางการเมืองแบบไหนนั้น ผมย่อมไม่มีสิทธิไปห้าม เพราะเป็นสิทธิของคุณ คุณย่อมมีอิสระที่จะคิด ผมเองก็ยังจะฟังเพลงที่คุณเล่น หนังที่คุณแสดง ทอล์คโชว์ที่คุณเปิด รายการที่คุณจัด หรือ หนังสือที่คุณเขียน ผมคิดว่าผมแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนเป็นเรื่องของงาน และสิ่งไหนเป็นเรื่องของความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งเราไม่จำเป็นจะต้องเห็นเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี มีข้อที่อยากจะห้าม อยากจะเตือนคุณไว้สักนิดว่า คุณกรุณาอย่าแสดงความคิดเห็นโดยการผลัก บังคับผมให้ไปอยู่อีกข้างหนึ่งที่เป็น"ฝ่ายผิด" เพราะมันไม่ยุติธรรม กับการแสดงความเห็น ของคนที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยเดียวกัน เพราะผมบอกแล้วว่า ความคิดเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องของอัตวิสัย และภววิสัย ไม่ใช่เทวะวิสัย และโลกนี้ไม่ได้มีขาว และดำ เท่านั้น การบอกว่าอีกฝ่ายผิดหรือถูก ในทางการเมือง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ถ้าคุณตัดสิน และแสดงความเห็นไปเช่นนั้นแล้ว มันจะเท่ากับ คุณ.. ขอโทษนะที่ต้องพูดว่า.. -เสือก-..ในความเห็น หรือทรรศนะของคนอื่น และผมถือว่า นั่นคือเป็นการเบียดเบียนทางความคิดเห็น ที่ถือได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นความรุนแรงอย่างแท้จริง ซึ่งยากที่จะยอมรับได้

ปล.หากเป็นเช่นนั้น แน่นอน ผมคงไม่สามารถอุดหนุนผลงานของคุณได้อีกต่อไป


ณัฐกร

10 มิ.ย51



Create Date : 10 มิถุนายน 2551
Last Update : 16 มิถุนายน 2551 22:22:10 น.
Counter : 206 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เนื่อง มาจากเหตุ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]