มีนาคม 2550

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
ประชามติแบบเสียงข้างน้อย

ไม่นานหลังจากนี้ หลังจากมีการร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ เราคงจะต้องมีการออกเสียงประชามติ เพื่อแสดงความเห็นว่าจะรับ หรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 50 เป็นการแสดงความคิดเห็น ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นความคิด ความเห็น ที่หลายๆคนก็มักพูดกันว่า ถือเป็นความสวยงาม ในระบอบประชาธิปไตย แต่ก็นั่นล่ะ ถึงจะสวยงามอย่างไร ลงท้ายก็อาจจะเกิดเรื่องที่ไม่สวยงาม เศร้าหมอง ได้ ถ้าใช้ความเห็นอย่างผิดวิธี หรือปฏิบัติต่อความเห็นต่าง อย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้น การจัดการความคิดเห็นที่แตกต่าง จึงจำเป็นต้องมี จะปล่อยให้สวยงามเฉยๆ ไม่ได้ นั่นหมายถึงต้องมีการสรุป ว่าในประเด็นใด ประเด็นหนึ่ง ที่หลายๆ คน มีความเห็นแตกต่างกันไปนั้น ตกลงจะเอาอย่างไร แบบไหน ซึ่งการจัดการนี้ มีทั้งในระดับปัจเจก และระดับ รวมหมู่ หรือมวลมหาชน ซึ่งจะต้องมีการ ดำเนินการ ต้องมีผู้จัดการ หรือผู้ปฏิบัติงาน มีคณะกรรมการ ซึ่งวิธีการปฏิบัตินั้น ผู้จัดการ ก็จะต้องบอกกล่าว ให้ทุกคนได้ทราบว่า จะใช้หลักเกณฑ์อะไร ในการตัดสิน และเมื่อตัดสิน ไปแล้วก็จะต้องยอมรับ ไปตามนั้น แน่นอนที่สุดการตัดสินความเห็น ตามกฎกติกานั้น ย่อมไม่สามารถจะทำให้คนทุกๆคน เห็นด้วยทั้งหมดได้ ผลสรุปจากกติกาอาจแบ่งความเห็นออกเป็น ความเห็นของคนส่วนใหญ่ กับความเห็นของคนส่วนน้อย ซึ่งหลักการในระบอบประชาธิปไตยนั้น ก็บอกไว้ชัดเจนว่าให้ยึดถือความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ แต่ที่น่าจะทำให้หลานคนปวดหัวก็คือว่า มักมีคำพูดต่อท้ายว่า ให้เคารพเสียงส่วนน้อยด้วย ซึ่งตรงนี้ ทำให้เสียงส่วนน้อยพอใจและได้ใจ เพราะไม่มีระเบียบวิธีการจัดการที่แน่นอนว่า จะให้เคารพกันอย่างไร โดยเฉพาะถ้าฝ่ายความเห็นส่วนน้อยไม่ยอมรับ ความคิดเห็นส่วนใหญ่ บอกว่าฝ่ายตัวเองนั้นถูกต้องที่สุด ฉลาดที่สุด(มีจิตสำนึกในคุณค่าความเห็นแบบ ต่ำ สูง โง่ฉลาด ดี เลว) ตรงนี้แน่นอนว่า ความวุ่นวาย จะเกิดขึ้น เพราะ ต่างคนก็ต่างจะไม่ยอมกัน ซึ่งอันที่จริง นี่ถือว่าเป็นการใช้ความเห็นอย่างไม่เข้าใจ สิ่งที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้บอกว่า ให้ถือเสียงที่อ้างความถูกต้อง หรือเสียงส่วนใหญ่ที่ดี หรือเสียงแห่งความดี ที่ไม่ว่าจะมีจำนวนมากหรือน้อย อย่างไรก็ได้ เพราะระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบอบที่ตอบโจทย์ทางรัฐศาสตร์ที่มุ่งหมายอุดมคติสมบูรณ์แบบ อย่างไร้ข้อบกพร่อง แต่เป็นเพียงระบอบที่เลวน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับระบอบอื่นๆ เท่านั้น.. นั่นหมายถึงว่า ตัวระบอบมันยังมีข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ในระบอบอยู่ ซึ่งเราต้องยอมรับตรงนี้ ให้ได้ เสียก่อน แต่ทว่า เมื่อยอมรับไม่ได้ ก็ยังพาลจะอ้างระบอบประชาธิปไตยอยู่อีกนั่นแหละ ดูๆไปจึงดูเหมือนกับว่าหลายคน ชอบทะเลาะกับตัวเอง การใช้ความเห็นของคนไทยจึงประกอบด้วยวาทะกรรม มากมาย เพื่อช่วงชิง ความดี แล้วก็มีความแค้นสะสมต่อเนื่องกันเป็นชาติภพ บางทีออกแนวริษยาอาฆาต แค้นเคือง เมื่อแพ้ก็ไม่มีสปิริต เมื่อชนะก็เยาะเย้ยถากถาง พฤติกรรมเหมือนกับลิเก ดังนั้น ในบางที เพียงแค่ใครเอ่ยถึงประชาธิปไตย หรือเผด็จการ หรือจริยธรรม ออกจากปาก นั่นก็อาจะทำให้ลายๆคนที่ถูกกล่าวถึงกลายเป็นคนดี หรือเลว ได้เลย ซึ่งก็น่าประหลาดมาก จึงอยากจะบอกว่า การปฏิบัติต่อความเห็นของตัวเองของคนในระบอบ ประชาธิปไตยนั้น เมื่อเราได้ฟูมฟักความเห็นของเราขึ้น จากนั้นเราจึงเสนอความเห็นของเราออกไปสู่คนอื่น ก็เหมือนกับที่เรามีลูกนั่นแหละ เราทำให้ลูกเราเกิดขึ้น เราก็มีหน้าที่เลี้ยงดูเขาอย่างดี แต่พอเขาโตขึ้น เราก็ปล่อยให้เขาออกไปสู่โลกกว้าง ให้เขามีชีวิตของเขาเอง เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้จากคนอื่นบ้าง อย่าไปกะเกณฑ์ว่าเขาจะทำอะไรให้เราบ้าง เราควรทำแค่ หน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ก็พอ.. คนที่ใช้ความเห็นไม่เป็น หรือปฏิบัติต่อความเห็นต่างไม่เป็น จึงน่าเชื่อว่า น่าจะเป็นคนที่ไม่เคยมีลูก หนึ่งละ สองน่าจะเป็นคนที่รักลูกมากเกินไป จนยอมทำทุกอย่างเพื่อลูกได้ และสาม น่าจะเป็นคนที่สอนลูกแบบผิดๆ. เพราะวิธีการเลี้ยงดูฟูมฟัก ความเห็นของคนๆหนึ่ง ก็น่าจะเหมือนกับวิธีการเลี้ยงลูกของคนๆนั้น นั่นเอง
ประชามติรอบนี้จึงเลยไม่รู้ว่า จะออกหัว ออกก้อย ใครจะอยู่ในสถานะแบบไหน เป็นพ่อ เป็นแม่ที่เอาถ่าน หรือไม่ ก็ยังไม่รู้ และก็ไม่แน่ว่า เผลอเราอาจจะได้เห็นการยึดถือประชามติแบบเสียงข้างน้อย เป็นครั้งแรกในโลก ก็เป็นได้ ซึ่งคงจะเป็นประชามติแบบ "ไทยๆ"..อีกตามเคย



Create Date : 18 มีนาคม 2550
Last Update : 21 มีนาคม 2550 4:00:39 น.
Counter : 240 Pageviews.

2 comments
  
เป็นอีกความคิดเห็นที่หลายๆคน น่าเอาไปคิดนะครับ...ฮ่าๆ
โดย: gumbie_narak วันที่: 18 มีนาคม 2550 เวลา:19:04:16 น.
  

ต้องขออภัยสำหรับ หัวเรื่องที่เปลี่ยนไป สำหรับท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียน คนแรกๆ ขอยอมรับโดยดีว่าคนเขียนเอง มีความคิดที่ยังไม่แจ่มชัดพอในทีแรก เพราะพยายามเสนอความคิด ความเห็นตามปัจจัยเวลาที่จำกัด จึงหวังว่าคงจะได้รับการอภัยจาก ท่านผู้อ่าน ที่เป็นเพื่อน พ้อง น้อง พี่ ทั้งที่เห็นต่าง และเห็นพ้อง ทั้งหลาย ครับ
โดย: เนื่อง มาจากเหตุ (เนื่อง มาจากเหตุ ) วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:22:14:16 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เนื่อง มาจากเหตุ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]