@@@///--มุ่งมั่นต่อไปก็เพื่อชีวิต--///@@@
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
COPY เค้ามา 360 องศาของคน




Create Date : 21 สิงหาคม 2548
Last Update : 21 สิงหาคม 2548 21:56:46 น. 14 comments
Counter : 347 Pageviews.

 


โดย: naigod วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:22:01:43 น.  

 


โดย: naigod วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:22:03:31 น.  

 
ข้อคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พอดีไปอ่านเจอข้อความดีๆจากเวปเพื่อนของข้าพเจ้าเอง เวปของคุณเก่ง_ปริญญา ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจก๊อบมาลงไว้บาง

เนื่องจากอ่านดูมันเป็นสิ่งที่ช่วยเตือนใจข้าพเจ้าได้ทีทีเดียว ข้าพเจ้าคิดว่าจะปฏิบัติตามแนวทางนี้ ไม่รู้ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน

------------------------------------------------------------------

[ ข้ อ คิ ด ข อ ง พ ร ะ อ ง ค์ ท่ า น ] +.*

+ + 1. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้

+ + 2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย

+ + 3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆ เท่านั้น

+ + 4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ริมทางเสียบ้าง

+ + 5. จะคิดการใด จงคิดการให้ใหญ่ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย

+ + 6. หัดทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้

+ + 7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น

+ + 8. เวลาเล่นเกมกับเด็กๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด

+ + 9. ใครจะวิจารณ์เราอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องเสียเวลาตอบโต้

+ + 10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ " สอง " แต่อย่าให้ถึง " สาม "

+ + 11. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ

+ + 12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไรๆ มันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก

+ + 13. ใช้เวลาน้อยๆ ในการคิดว่า " ใคร " เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า " อะไร " คือสิ่งที่ถูก

+ + 14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ " คนโหดร้าย " แต่เราต่อสู้กับ " ความโหดร้าย " ในตัวคน

+ + 15. คิดให้รอบคอบ ก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ

+ + 16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน

+ + 17. เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด

+ + 18. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด ... สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้

+ + 19. อย่าไปหวังเลยว่า ชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม

+ + 20. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า " เป็นยังไงบ้างตอนนี้ " ก็บอกเขาไปเลยว่า " สบายมาก "

+ + 21. อย่าพูดว่า มีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมี มันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง เท่าๆ กับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ , ไมเคิล แอนเจลโล , แม่ชีเทราซา , ลีโอนาร์โด ดาวินชี , ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั้นเอง

+ + 22. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว

+ + 23. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น

+ + 24. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น

+ + 25. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดีๆ ใหม่ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น

+ + 26. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น

+ + 27. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด

+ + 28. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ " กว้างขวาง " มากกว่าการมีชีวิตให้ " ยืนยาว "

+ + 29. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่า



โดย: naigod วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:22:09:13 น.  

 
ขอขอบคุณ "บันทึกของข้าพเจ้า"

http://spaces.msn.com/members/kua7127229/

นายเกื้อ รุ่นน้องที่คณะวิทย์จุฬา


โดย: naigod วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:22:14:03 น.  

 
เขิลครับพี่


โดย: เกื้อ IP: 61.19.154.254 วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:22:18:08 น.  

 
ด้วยความอยากหลุดพ้น

ข้าพเจ้ามีความคิดเดียวกะคุณเก่งคือข้าพเจ้าเห็นวงจรชีวิตคน ซึ่งเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าเห็นมานานแล้ว ท่านได้ตรัสรู้ทุกอย่าง

ข้าพเจ้าเองก็อยากไปให้ถึงตรงนั้นแต่ตัวข้าพเจ้ายังมีกิเลศอยู่มาก ข้าพเจ้าต้องการในวัตถุที่สนองตัญหาต่าง ๆ บางสิ่งบางอย่างก็ตัดใจได้แต่บางสิ่งบางอย่างก็ตัดไม่ลง

เคยคิดถ้าข้าพเจ้าไปบวชผ้ากาสวะพัดไม่ได้ช่วยอะไรเลย ในสมองของข้าพเจ้ายังอยู่ในวังวนของกิเลสตัญหาตลอด

ข้าพเจ้าเคยบวชเณรที่วัดสวนแก้ว แต่ข้าพเจ้าโดนจับสึกข้าพเจ้าได้ลูกพี่ที่ไม่ดีเท่าไหร่ ( ตอนนั้นคิดว่าดีที่สุด )

แต่ข้าพเจ้าจะไม่โทษเขาหรอกส่วนใหญ่มันมาจากตัวของข้าพเจ้าเองมากกว่า ในตอนนั้นข้าพเจ้าเต็มใจบวช อย่างยิ่งในใจคิดเรื่องเดียวคือ ครั้งหนึ่งในชีวิตข้าพเจ้าได้ให้พ่อแม่เห็นผ้าเหลืองแต่ . . . สุดท้ายพ่อแม่ก็ต้องมาเสียน้ำตาเพราะผ้าเหลือง ปัจจุบันข้าพเจ้าจึงไม่มีความคิดจะเข้าไปในวงการศาสนาอีก ข้าพเจ้ากลัว กลัวความผิดหวังตัวเอง ตราบใดที่ความคิดของข้าพเจ้ายังไม่ละลง ข้าพเจ้า คงยังไม่สามารถเข้าสู่ผ้าเหลืองได้อีกครั้ง

ข้าพเจ้าได้ก๊อบข้อความข้างล่างนี้มาจากเพื่อนของข้าพเจ้าอีกครั้ง ก๊อบอีกแระ แต่ข้าพเจ้าขออยู่ ข้าง ๆ เพื่อนคนนี้แม้นเขาจะมีเรื่องราวทุกใจผิดหวัง ข้าพเจ้าจะไม่ทิ้ง คนที่เรียกว่าเพื่อนรักเด็ดขาด ข้าพเจ้าสัญญา

ศึกษาเล่าเรียน -> สำเร็จการศึกษา -> จบมาทำงาน -> ได้เงินเดือน

-> ใช้จ่ายเงินเดือน -> ซื้อความสุข,สิ่งของ -> เลื่อนขั้น -> ปรับเงินเดือน ->

จับจ่ายซื้อของ -> ท่องเที่ยว -> เปลี่ยนงาน -> ได้เงินเดือน -> เลื่อนขั้น -> จับจ่ายซื้อของ ->

ท่องเที่ยวพักผ่อน -> โบนัส -> ทำงาน -> จับจ่ายซื้อของ -> ท่องเที่ยว -> เลื่อนขั้น -> แต่งงาน ->

มีครอบครัว -> เลี้ยงลูก -> ผ่อนบ้าน -> ผ่อนรถ -> จ่ายค่าเทอม -> ได้ลูกอีกคน ->

ผ่อนบ้าน -> จ่ายค่าเทอม -> ท่องเที่ยว -> ปรับเงินเดือน -> เลือนขั้น .....



ก้มหน้าทำงาน แล้ววันหนึ่งเงยหน้ามาส่องกระจก พบริ้วรอยที่ถูกเคี่ยวกรำโดยกาลเวลา

...พบว่าชีวิตผ่านไปแล้วสิบปี...

ชีวิตคืออะไร? ความสุขอยู่ตรงไหน?

ทุกๆวันเราได้ทิ้งรอยเท้าแด่คนรุ่นหลังหรือไม่?

ทุกๆวันที่ได้กิน ได้หายใจ...

เราได้แปรพลังเหล่านั้นให้เป็นแรงขับเคลื่อนทางสังคมได้แค่ไหน?

สถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตมากมายออกสู่สังคม เฉกเช่นโรงงานสัปปะรดกระป๋องหรือไม่? .....

วงจรชีวิตของมนุษย์นั้น "สั้น" เกินไป หรือ ยาวเกินไป สำหรับคุณ?

.....

เอาแระเวลางานละเหล่ ถ้าว่างจะมาเขียนต่อคับ







1:16 PM | Permalink | Comments (3) | Trackbacks (0) | Blog it | บันทึก นายเกื้อ



โดย: naigod วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:22:26:30 น.  

 
** คนเรามีทุกมุม มีทุกด้านอยู่ที่ว่าเค้าจะหันด้านไหนมาให้เรา ถ้าเรารู้สึกดีกับด้านนั้นที่เขาหันมาให้เราแล้ว เราจำเป็นจะต้องค้นลึกไปทุกด้านเลยเหรอ แล้วถ้าอีกด้านมันไม่สวยงามอย่างที่คิดไว้ล่ะเราจะเสียใจไหม คบเค้าในด้านที่เค้าหันมาหาเราจะดีกว่าไหม

**ถ้ารักแล้วช้ำเดินจากมาดีกว่านะ แล้วจะรู้ว่า อะไรๆ มันไม่ยากอย่างที่คิดไว้จ้ะ

** หาตัวเองให้เจอ หาหัวใจตัวเองให้เจอ เมื่อนั้นทุกอย่างจะเป็นสุขจ้ะ

** ทำวันนี้ให้ดีที่สุด


โดย: ~หมามุ่ย~ IP: 203.188.54.60 วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:23:01:36 น.  

 
ความฝันของบัณฑิตจบใหม่เกือบทุกคนดับลงเมื่อเจอกับโลกแห่งความจริงที่ว่า บัณฑิตเป็นเพียงฟันเฟืองตัวน้อยๆที่ยากจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ และความคิดเกี่ยวกับความเป็นจริงของชีวิตก็มาแทนที่ความฝัน
อะไรคือสาระสำคัญของชีวิต อะไรคือสิ่งสำคัญในเมื่อเราทั้งหมดล้วนต้องตายลงไม่ต่างกับมดปลวกตัวหนึ่ง ทำงาน กิน นอน มีครอบครัว แก่ ตาย ชีวิตดูไร้ค่า หากมีเพียงแค่นี้

ชีวิตเราไร้ค่าจริงหรือ แม้ความกังวล ความสับสน ทุกข์ สุข ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ก็เป็นเพียงฝุ่นผง ในจักวาล เป็นเศษเสี้ยวชีวิตนับล้านล้านชีวิต เป็นวัฎจักรที่เคยเกิดขึ้นแล้ว และดับไป แต่สำหรับมนุษย์ที่ยังคงมีกิเลสหนาอย่างเรา และดูไม่มีวี่แววที่จะหาความหลุดพ้นได้ ความทุกข์ ความสุขของเราและคนรอบตัวยังคงดูใหญ่หลวง และสำคัญกว่าคนอื่นที่เราไม่เคยรู้จักเสมอ

คนเราหาทางออกให้กับความเป็นจริงของชีวิตได้แตกต่างกันออกไป บางคนยังคงอยู่กับความฝัน บางคนเปลี่ยนจากความฝันมาสร้างความจริงอันยากลำบาก และน่ายกย่องด้วยความเจ็บปวด บางคนกลืนชีวิตไปตามกระแสสังคม มีชีวิตอย่างที่สังคมต้องการ มีความสุขตามประเพณีนิยม บางคนเปลี่ยนชีวิตให้เป็นเงิน บางคนเปลี่ยนชีวิตให้เป็นงาน บางคนเปลี่ยนชีวิตเป็นแม่ เป็นพ่อ และถือว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรถูกหรือผิด มันเป็นทางเลือกที่แต่ละคนต้องเลือกเดินหรืออาจจะถูกเลือกให้เดิน ก็มีสุข มีทุกข์บ้างตามประสา เพราะทุกคนเลือกเดินในโลกโลกียะ ตามมนุษย์คนอื่นเป็นแสนเป็นล้านด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป

สำหรับบางคนที่ยังเคว้งคว้าง ล่องลอย ไม่อาจเลือกได้ว่าชีวิตคืออะไร ยังคงปั่นป่วน กึกก้องในความรู้สึกลึก ๆ แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตให้ค้นหาต่อไปว่าชีวิตคืออะไร อย่างน้อยเรายังมีความหวังให้ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคืออะไร มีความหมายแค่ไหน ด้วยความหวังว่าจะสามารถมีความสุขตามอัตถภาพระหว่างเส้นทางที่เดิน



โดย: หน่อย IP: 24.236.96.120 วันที่: 21 สิงหาคม 2548 เวลา:23:23:40 น.  

 
ความฝัน ปัจจุบัน หัวใจ ความสุขในชีวิต

คนเรายึดติดกับอนาคตและความมั่นคงเกินไปหรือเปล่า เราอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้มากไปหรือเปล่า แทนที่จะมีความสุขในปัจจุบัน กลับพยายามคว้าความสุขในอนาคต ที่จะไม่เคยมาถึง เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่มาไม่ถึง

บางที ถึงรู้ทั้งรู้ ก็ใช่จะดิ้นหลุดพ้นไปได้ง่ายๆ เพราะกระแสมันเชี่ยวเหลือเกิน


โดย: to be continued วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:2:52:55 น.  

 
admin โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต

bamrung@wt.ac.th
thiwakorn@wt.ac.th
thiwakorn@hotmail.com


โดย: naigod IP: 61.90.109.66 วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:11:05:25 น.  

 
http://shop.goldensoft.com.tw/downloadservice/index.htm


โดย: naigod IP: 61.90.109.66 วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:15:46:10 น.  

 
a ธรรม
เณรนักโบกกับหนุ่มขี้บ่น
คนสองคนที่ออกเดินทางเพราะความเบื่อหน่ายในคัมภีร์กับถนนสายที่นำไปสู่ก้อนเมฆ
1
การโบกรถมีความไม่แน่นอนสูง(เป็นอนิจจัง) คือไม่รู้ว่ารถคันไหนจะจอดรับ จะไปถึงจุดหมายเวลาเท่าไหร่ เรื่องความปลอดภัยยิ่งไม่มีทางรู้เลย ความไม่รู้เป็นความโรเมนติก ลองคิดดูสิ มันเป็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เรามาเจอกัน อืม อะไรบางอย่าง รถบางคันทำท่าจะจอดรับแต่ก็ไม่ รถบางคันผ่านเราไปสามกิโล พอกิโลที่สี่ ฮอโมนเมตตาก็หลั่งวกกลับมารับ หรือบางคันที่จอดแล้วเพียงแค่ลงมาถามว่า "จะไปไหนครับ เดี๋ยวรถเมย์ก็มาแล้ว (ยกนาฬิกาดู)อีกชั่วโมงกว่า ๆ เอง ลุงไปก่อนนะ"โห ลุง ทำไปได้หน้าตาเฉย และหลายคันเลยที่จะรับ เพราะอยากเจอพระตัวเป็น ๆ มานานแล้ว วันนี้ฟรุคมีพระมาโปรดข้างทาง ได้โอกาสระบายสุขทุกข์ซะ น้องเณรและเต้เลยทำตัวเป็นนักฟังที่ดี น้องเณรเชื่อว่า การรับฟังอย่างลึกซึ้งเป็นการเยียวยาอย่างหนึ่ง พอหลังจากที่คุณโยมระบายจบ มีหน้าสดใสขึ้นมาทันทีพร้อมกับก้อนทุกข์ได้ไหลออกไปจนหมดสิ้น และนี่เป็นค่าโดยสารที่เราจ่ายเป็นค่ารถทุกคัน
2
คงเพราะความเหนื่อยหล้าทำให้เราหลับเป็นตาย ตื่นขึ้นมาอีกที "เต้ (สะกิดที่แขนเบา ๆ) ถึงไหนแล้วครับ"
"ในเมือง"ในเมือง!ตาย ใช่ เราตาย นึกแล้วว่าต้องมาที่สถานีขนส่งความหวังดีของคุณโยมทำเราเหมื่อยแข้งอีกแล้ว จุดจบของนักโบกคือในเมือง เราไม่มีทางโบกได้เลย แม้ว่ารถจะวิ่งขวักไขว่ราวกับจะแห่ผ้าป่าก็ตาม ด้วยไม่รู้ว่าแต่ละคันจะแห่ไปไหนกันบ้าง ก็จะทำอย่างไรละครับ เดินสิ จะต้องลากสังขารออกจากตัวเมืองก่อนแสงสุดท้ายจะลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าข่างหน้ามีป่าทึบแห่งหนึ่งซึ่งเราต้องปักกลดจำวัดกันที่นี่ สายลมยามดึกพัดแรงจนคิดไปว่า เอาแล้วปีศาจกำลังสำแดงฤทธิ์อยู่ ในความมืดมิด สายตาสองคู่ประสานกันอยู่
"เต้ จำไม่ได้หรือไงที่เราคุยกัน สมมุติว่าผีมา ห้ามวิ่งแซงพี่เณร"
"ทำไม"
"บาป"
"ดีมาก"
แต่เราก็ผ่านคืนนั้นไปด้วยดี ไม่มีอะรเกิดขึ้นมากกว่าสายลมแรงยามดึกธรรมดา ๆ เท่านั้น และเต้ก็ไม่บาปเพราะไม่ได้วิ่งแซงพระ

(บางครั้งเรื่องราวก็ไม่ได้เข้ามา แต่อยู่ที่เราต้องค้นหา)


โดย: เด็กสารคาม IP: 203.114.116.229 วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:16:33:01 น.  

 
เด็กสารคาม


โดย: 25 สิงหาคม 2548 IP: วันที่: 16:35:50 เวลา:203.114.116.229 น.  

 
ฉันรู้จักกับน้องคนหนึ่ง อายุก็ประมาณ 7 ขวบ น้องคนนี้เขาเป็นลูกของเพื่อนพี่ วันหนึ่งเขาเกิดไม่สบาย ฉันเลยไปเยี่ยมตามประสาคนรู้จักกัน ซึ่งเพื่อนพี่สาวบอกว่าน้องเป็นโรคหัดเยอรมัน
ฉัน:อ้าวเป็นยังไงบ้าง
น้อง:ไม่เป็นไรครับแต่มีจุดเต็มตัวไปหมด
ฉัน:แล้วทำไมอยู่ดีๆเป็นโรคหัดละ
น้อง:เปล่าไม่ได้หัดมันเป็นเอง
ฉัน:?!?
ตอนแรกฉันเข้าใจว่าน้องเล่นมุขแต่ทำไปทำมาเค้าเข้าใจอย่างนั้นจริง ๆ


โดย: เด็กสารคาม IP: 203.114.116.229 วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:16:44:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

naigod
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะชีวิตมีความฝัน..
..จึงเป็นความงดงามของการมีชีวิต
Friends' blogs
[Add naigod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.