Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
เพาะเมล็ดกล้วยไม้ด้วยตัวเอง



ผู้รักกล้วยไม้หลายท่านคงเคยลองเพาะเมล็ดกล้วยไม้กันมาบ้าง แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะประสบความล้มเหลว เพราะกล้วยไม้หลายพันธุ์ เรียกได้ว่าเป็นส่วนมาก จัดเป็นพืชที่เพาะจากเมล็ดค่อนข้างยากกว่าพืชอื่นๆ หลายท่านอาจมีคำถามต่อว่า แล้วกล้วยไม้ในป่าธรรมชาติขยายพันธุ์ได้อย่างไร ตอบได้ว่ากล้วยไม้ป่า ก็มีการผสมเกสรและขยายพันธุ์ตามธรรมชาติด้วยวิธีการงอกจากเมล็ดนี่แหละครับ โดยหลังจากดอกกล้วยไม้ได้รับการผสม ก็จะค่อยๆ พัฒนาต่อไปเป็นฝัก กล้วยไม้หนึ่งฝักมีเมล็ดบรรจุอยู่ภายในเป็นหมื่นเป็นแสนเมล็ด เมื่อฝักแก่และแตก เมล็ดกล้วยไม้จะปลิวไปตามลม พัดพาไปตามน้ำ หรือถูกสัตว์หรือแมลงพาไปตกตามที่ต่างๆ การงอกของเมล็ดกล้วยไม้จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กล้วยไม้หลายชนิดจะงอกได้ก็ต้องอาศัยการเกื้อกูลจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น (Symbiosis) มีผลการศึกษาที่ยืนยันว่าเชื้อรา Mycorhiza สนับสนุนให้กล้วยไม้ในธรรมชาติมีอัตราการสูงขึ้น ปัจจุบันตามห้องปฏิบัติการหลายแห่งนิยมใส่เชื้อเห็ดหูหนู (Auricularia polytricha) ลงไปในอาหารวุ้น เพราะเชื่อว่าเชื้อราตัวนี้จะเป็นตัวส่งเสริมให้เมล็ดกล้วยไม้งอกได้ดีเช่นกัน ในป่าธรรมชาติเมื่อเมล็ดกล้วยไม้ได้รับความชื้นจากน้ำค้างและน้ำฝน ได้รับแหล่งพลังงานจากอินทรียวัตถุที่มันปลิวไปตก ได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์ ก็ใช่ว่าเมล็ดกล้วยไม้เหล่านั้นจะงอกและมีชีวิตรอดได้ทั้งหมด เพราะหลังจากนั้นลูกกล้วยไม้ยังต้องต่อสู้กับความแปรปรวนของสิ่งแวดล้อม การตัดไม้ทำลายป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกล้วยไม้ บ้างก็ถูกมนุษย์เก็บไปเลี้ยงในเมือง และมีจำนวนไม่น้อยที่ต้องตายก่อนวัยอันควรเนื่องจากไฟป่า

ทีนี้ลองมาดูกันครับว่าเราจะลองเพาะเมล็ดกล้วยไม้ด้วยตัวเองได้อย่างไรโดยไม่ต้องนำฝักไปจ้างห้องปฏิบัติการเพาะ ก่อนอื่นก็ต้องทำความเข้าใจสักนิดว่ากล้วยไม้แต่ละชนิดพันธุ์มีความยากง่ายในการงอกแตกต่างกัน กล้วยไม้หลายชนิดมีอัตราการงอกน้อยมาหรือไม่งอกเลย แม้ว่าในห้องปฏิบัติการมีการจัดการและควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้เป็นอย่างดี ทั้งแหล่งธาตุอาหารและพลังงานที่จำเป็นสำหรับกล้วยไม้ นอกจากนี้ยังมีการควบคุมความชื้น ความดันและอุณหภูมิอย่างเหมาะสม แต่ก็ยังมีกลุ่มของกล้วยไม้ที่สามารถงอกง่ายๆ ที่พอจะหยิบยกเป็นตัวอย่างก็เช่น “กะเรกะร่อน (Cymbidium sp.)” ที่เราเห็นมันเกาะติดต้นปาล์มตามท้องนานั่นเอง “ม้าวิ่ง (Doritis pulcherima)” ก็เป็นกล้วยไม้ที่งอกได้ไม่ยากนัก

“กล้วยไม้ดินใบหมากหรือว่านจุก (Spathoglottis plicata)" เป็นกล้วยไม้อีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาลองเพาะได้ดี ในประเทศไทยสามารถพบการกระจายพันธุ์ได้มากทางภาคใต้ ออกดอกเป็นช่อสีม่วงสด และหากสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะทยอยให้ดอกได้เกือบทั้งปี กล้วยไม้ชนิดนี้สามารถปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งได้ดี หลังจากเกสรตัวเมียได้รับการผสมแล้ว เซลผนังรังไข่จะค่อยๆ โป่งขยายขนาดและพัฒนาเป็นฝักในที่สุด ระยะเวลาที่พัฒนาเป็นฝักแก่ใช้เวลาเพียง 30-40 วันเท่านั้น การเพาะเริ่มจาก
1. เตรียมเครื่องปลูก โดยนำอิฐมอญ (ชนิดที่ไม่มีรู) ทุบให้ละเอียดใส่ลงในกระถางดินเผา
2. นำฝักกล้วยไม้ที่สุกแก่ได้ที่ขยี้ลงบนเครื่องปลูกให้ทั่ว
3. นำกระถางเก็บไว้ภายใต้แสงรำไร ข้อสำคัญควรมีความชื้นบรรยากาศสูง

ดังนั้นหลังจากการเพาะเมล็ดแล้ว อาจใช้จานหล่อน้ำใต้กระถางไว้ เนื้อกระถางและอิฐมอญซึ่งเป็นดินเผาจะดูดซึมน้ำให้ชุ่มชื้นได้ตลอดเวลา หรืออาจนำกระถางที่เพาะแล้วไปบ่มไว้ในตู้ความชื้น (High moisture tunnel) ซึ่งมีลักษณะเป็นระบบปิด เพื่อรักษาสมดุลความชื้นได้ตลอดเวลา หรืออาจใช้วิธีนำแผ่นกระจกใสมาวางทับลงบนปากกระถาง ก็สามารถรักษาความชื้นได้ดีระดับหนึ่งเช่นกัน

หลังจากทำการเพาะประมาณ 1 เดือนครึ่ง ต้นกล้วยไม้จะเริ่มงอก เมื่อกล้าไม้เริ่มแข็งแรงจึงค่อยย้ายเปลี่ยนกระถางหรือนำไปปลูกลงแปลงก็ได้


Create Date : 22 เมษายน 2552
Last Update : 22 เมษายน 2552 7:51:41 น. 9 comments
Counter : 12900 Pageviews.

 
แวะมาเก็บความรู้....
แต่จริงๆแง้ว...ตั้งใจมาส่งความคิดถึงมากกว่าค่ะ

ดีจังค่ะจะลองทำดู....ใช้วิธีนี้กับกล้วยไม้ทุกชนิดได้ไหมคะ???


โดย: noklekkaa (papagearna ) วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:10:34:51 น.  

 
เอื้องพร้าวเป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถเพาะเมล็ดเองได้โดยไม่ต้องใช้อาหารเลี้ยงครับ แต่ว่าต้องชื้นและมีเชื้อราตามธรรมชาติ


โดย: endless man วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:10:44:34 น.  

 
ไม่ลองไม่รู้..
ที่บ้านมีกล้วยไม้ติดฝักทุกปีค่ะ(ตามธรรมชาติ)
ก็ปล่อยทิ้งไปตามยถากรรม
มีอยู่ปีนึงจู่ๆ ต้นเคราฤาษีข้างๆ
ดันมีกล้วยไม้น้อยๆโพล่ขึ้นมา 2 ต้น
ก็ปล่อยติดแบบนั้น...นานเป็นปี
เชื่อไหมค่ะว่าคือช้างแดง
เพราะใบแบบนั้นคงไม่พ้นแน่
ส่วนที่ว่าทำไมช้างแดง
เพราะที่บ้านไม่มีช้างอื่นเลยค่ะ
-------------------------------
เจ๋งไหมค่ะ
แต่พอเราพยายามจะทำซ้ำ ไม่ยักได้ซักที


โดย: mutcha_nu วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:19:16:17 น.  

 
แวะมาเยี่ยมชมครับ ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลย


โดย: tatiger (greentigerorchid ) วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:20:56:34 น.  

 
มาเก็บข้อมูลค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆๆๆ ค่ะ


โดย: kamonorchids วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:21:22:02 น.  

 
น่าลองครับ..ขอบคุณครับ


โดย: na_nin วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:18:35:43 น.  

 
แวะมาเก็บความรู้ค่ะ เสียดายจังที่เพิ่งมาเจอบทความนี้ เพราะฝักที่ติดก่อนหน้านั้น เดี๋ยวนี้ไปสวรรค์แล้วล่ะค่ะ


โดย: หนูเมเปิล วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:18:58:47 น.  

 
ของผมงอกแล้วครับผม จะทำไงต่อดีครับ :)


โดย: rachunsun (rachunsun ) วันที่: 12 มีนาคม 2555 เวลา:11:53:41 น.  

 
เยี่ยมค่ะน่าลองแต่จะสำเร็จหรือเปล่าไม่รู้เยี่ยมยอด


โดย: สมาชิกหมายเลข 2775512 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:19:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

น้าโหด
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าโหด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.