ตัวของเรา สไตล์ของเรา ทำไมต้องเหมือนใคร
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
ทำไมผมถึงชอบญี่ปุ่น

จากคราวก่อนที่ผมเขียนเรื่อง "ผมบ้าญี่ปุ่นหรือคุณบ้าฝรั่ง" การที่ผมต้องนึกถึงอะไรหลายๆ อย่างระหว่างเขียน แต่ก็ไม่สามารถจะอธิบายสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด มันก็จุดประกายให้ผมเขียนเรื่องนี้ต่อครับ


ผมชอบญี่ปุ่นในหลายๆ ด้านแต่ผมพูดเสมอว่า ผมชอบอย่างมีสติและมีเหตุผล ผมรับรู้ทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วเลือกที่จะรับแต่ข้อดี ไม่ได้หลับหูหลับตาชอบแล้วรับมาหมดทั้งข้อดีและข้อเสียโดยไม่แยกแยะ เหมือนกับการยกทุกอย่างของญี่ปุ่นมาไว้ที่ตัวเองโดยไม่ผ่านการประมวลผลใดๆ

แต่คนส่วนมากที่รู้ว่าผมชอบญี่ปุ่นจะชอบหาว่าผมบ้าญี่ปุ่น และไม่เคยที่แม้แต่จะฟังความเห็นของผมว่าทำไมผมถึงชอบ....พอได้ยินผมบอกว่าชอบอะไรก็ไม่ฟังที่เหลือแล้ว มักจะขัด (ขวางการพูด) หรือพูดแทรกผมทันทีรวมถึงการหาว่าผมบ้าญี่ปุ่นด้วย

ผมก็เลยคิดว่าผมเขียนใส่ไว้ที่บล๊อกนี่ดีกว่า



ผมไม่เถียงเลยว่าผมชอบญี่ปุ่นและไม่ชอบอเมริกา แต่ผมรู้จักแยกแยะนะ ผมไม่ชอบก็คือผมไม่ชอบ ผมไม่ได้ไปก้าวก่ายคนอื่นว่าจะต้องไม่ชอบเหมือนกับผม ไม่ว่าคนอื่นถ้าจะเอาเรื่องดีๆ ของอเมริกามาบอกมาเล่าให้ผมฟังผมก็รับฟัง และผมยอมรับในข้อดีของเขาด้วย แต่บางอย่างมันก็มองให้เป็นดีก็ได้เสียก็ได้ ผมอาจมองไม่ตรงกับคนเล่าก็ได้ผมก็อาจพูดไอเดียหรือแนวคิดของผมกลับไป และเมื่อเอาเรื่องของอเมริกามาพูดกับผมแล้วผมก็อาจเอาเรื่องของญี่ปุ่นพูดกลับไปบ้างเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งผมมองว่ามันเป็นการทำให้เรามองอะไรได้กว้างขึ้น

แต่ส่วนใหญ่คนที่มีปัญหากับผมจะไม่เป็นอย่างนั้น พออะไรที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นจะไม่สนใจถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับฝรั่งไม่ว่าจะอเมริกาหรือที่ไหนก็จะพยามมาพูดมาเล่าให้ผมฟัง หลายครั้งพยามโจมตีญี่ปุ่นด้วย เหมือนกับว่าพยายามจะให้ผมเกลียดญี่ปุ่นแล้วหันไปชอบฝรั่งให้ได้ยังไงยังงั้น



แล้วผมชอบญี่ปุ่นยังไงบ้าง....
ผมจะอธิบายว่าอะไรบ้างที่ผมชอบเกี่ยวกับญี่ปุ่น และเพราะอะไร




ชอบกินอาหารญี่ปุ่น.....
ผมชอบกินอาหารญี่ปุ่น ทั้งข้าว บะหมี่ ซูชิ แต่ผมไม่ได้ชอบกินของดิบนะ (กินได้บ้างแต่ไม่ได้ชอบ)....คือส่วนตัวแล้วผมชอบกินรสค่อนข้างอ่อน รสออกหวานๆเค็มๆ เปรี้ยวๆ แบบนี้ คือรสเผ็ดผมก็กินนะ ไม่ใช่พวกกินเผ็ดไม่ได้ อาจเติมพริกให้เผ็ด แต่ก็ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เผ็ดแล้วจะไม่อร่อย กินไม่ได้ ไม่ใช่ประเภทขาดเผ็ดไม่ได้เลย ซึ่งอาหารญี่ปุ่นก็มีรสแบบที่ผมกินพอดีก็เลยชอบ

อาหารฝรั่งไม่ใช่ไม่ชอบเลย มีที่ชอบกินเหมือนกัน แต่มันไม่ค่อยอิ่มเมื่อเทียบกับอาหารญี่ปุ่นที่เป็นข้าว หรือบะหมี่ คือถ้าจะกินให้อิ่มก็คงเกือบพัน ในขณะที่อาหารญี่ปุ่นมันจบได้ในงบราว 200 บาท.....แต่นี่ก็หมายถึงในกรณีที่ไปซื้อกินนะครับ ถ้าทำกินเองที่บ้านมันก็เป็นอีกเรื่องนึง



ภาพจากหนัง วอเตอร์บอย, รุโรนิเคนชิน, คินาโกะ

ชอบดูหนังญี่ปุ่น....
ผมชอบดูหนังญี่ปุ่น ทั้งหนังฉายโรงและทีวีซีรี่ส์ (ปกติพอผมพูดแค่นี้คนอื่นก็ไม่ฟังที่เหลือแล้ว) .....ผมว่าหนังและละครของญี่ปุ่นมันมีอะไรบางอย่างที่หาไม่ได้จากหนังของที่อื่น ซึ่งมันกลายเป็นจุดที่ทำให้ผมสนใจมัน.....ผมเป็นคนที่ดูหนังดูละครแบบเอาเนื้อเรื่อง คือไม่ได้ดูเพื่อเอาฟิน จิ้น จิกหมอน อะไรพวกนั้นเลย

ผมชอบที่ ความเป็นธรรมชาติ+มีความหลากหลาย+เดินเรื่องเร็ว+ไม่มีตัวอิจฉา สิ่งเหล่านี้มันมารวมอยู่ในเรื่องเดียวได้ และที่สำคัญคือมันมีหนังวัยรุ่นแบบตลกสะอาด (ไม่เน้นไปทางประเด็นเซ็กส์หรือสองแง่สองง่าม) ให้เลือกดู มีหนังเนื้อหาดีๆ ให้เลือกดู

ความเป็นธรรมชาติที่เห็นได้ในหลายๆ เรื่องของเขา (แต่อีกหลายเรื่องก็ไม่ธรรมชาติเอาซะเลยเหมือนกัน) ที่ผมว่านี้คือต้องธรรมชาติจริงๆ ดูไม่เป็นการแสดง เพราะผมนึกภาพเหมือนเอากล้องไปตั้งถ่ายชีวิตจริงมันไม่เหมือนในละครที่ได้ดูกันทั้งจากของไทยหรือของฝรั่ง

คือไม่ได้บอกว่าของญี่ปุ่นมันธรรมชาติ 100% แต่ผมก็รู้สึกว่ามันเห็นความเป็นธรรมชาติตรงนี้ได้มากกว่าของไทย เกาหลีหรือฝรั่ง ซึ่งการเป็นธรรมชาติอย่างที่ผมว่านี้มันจะดูจืดชืดไม่มีรสชาด ไม่มันส์ ไม่แซ่บ สำหรับหลายๆ คน แต่ผมชอบ ผมมองว่านั่นคือความสมจริง....หนังหรือละครญี่ปุ่นก็มีสูตรสำเร็จของเขาอยู่เหมือนกัน (เหมือนกันกับชาติอื่นๆ นั่นแหละ) แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง

จริงๆ แล้วผมดูหนังหลากหลายมากทั้งหนังไทย ญี่ปุ่น จีน-ฮ่องกง/ใต้หวัน เกาหลี ฝรั่ง-ฮอลลีวู้ด เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย เวียดนาม สิงค์โปร์ อินเดีย อิสราเอล อิหร่าน และอื่นๆ อีกที่เปิดเจอ เพราะหนังของแต่ละชาติก็มีรูปแบบของเขาไม่ว่าจะเป็นภาพ แสง การแสดงออกของคน การเขียนบท การเล่าเรื่อง มุมกล้อง การตัดภาพหรือสวิทชิ่ง...มันเหมือนกับหนังแต่ละชาติก็มีสำเนียงของมันเองครับ



Vocaloid จากค่าย Crypton ภาพวาดโดย iXima

ชอบฟังเพลงญี่ปุ่น....
ผมชอบฟังเพลงญี่ปุ่นเพราะผมชอบความหลากหลาย และเพลงญี่ปุ่นก็มีความหลากหลายมากทั้งเนื้อหา ทำนอง เสียงดนตรี รวมถึงวิธีการร้องหรือการใช้เสียง

ผมฟังเพลงทั้งเพลงทั่วไป เพลงอนิเม(ซึ่งหลายเพลงก็มาจากนักร้องที่คุ้นๆ กันนี่แหละ) และเพลงโวคัลลอยด์ซึ่งมีไอเดียของคนแต่งที่หลากหลายมาก ลองนึกดูครับว่า เพลงโวคัลลอยด์มีคนแต่งเยอะมากๆ เราจะได้ฟังไอเดียที่หลากหลายขนาดไหน ขนาดเนื้อหาอะไรที่ไม่นึกว่าจะมาเป็นเพลงได้ยังมีคนเอามาทำเลยครับ เพลงปกติที่คนส่วนใหญ่คุ้นๆ กันมีคนแต่งเพียงไม่กี่คน (โดยเฉพาะเพลงไทย) ทำให้ผมชอบฟังเพลงโวคัลลอยด์เพราะชอบตรงที่ได้ฟังไอเดียที่หลากหลาย ซึ่งความหลากหลายตรงนี้ผมไม่เจอในเพลงของชาติอื่นเลยทั้งไทย เกาหลี จีน ฝรั่ง

.....เพลงญี่ปุ่นมันตอบโจทย์ความชอบความต้องการของผมได้นั่นเอง

ซึ่งมันไม่ใช่ทุกเพลงหรอกครับ ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นเพลงญี่ปุ่นแล้วผมจะฟังทุกเพลง หลายๆ เพลงผมก็ไม่ชอบ ที่ผมฟังจริงๆ น่าจะเรียกว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ในเพลงญี่ปุ่นผมสามารถหาเพลงแนวที่ตัวเองฟังได้ง่ายและเยอะกว่าเพลงของชาติอื่นๆ เท่านั้นเอง

ไม่ใช่ว่าผมจะฟังแต่ภาษาญี่ปุ่นนะครับ ภาษาอื่นผมก็ฟัง ผมชอบฟังภาษาแปลกๆ ที่ไม่ค่อยได้ยินกันอย่าง เยอรมัน ฝรั่งเศส สวีเดน ฟินแลนด์ ฮังการี โรมาเนีย ด้วย



ภาพจาก Hyouka, Steins Gate, Tokyo Ghoul

ชอบดูอนิเม....
อย่างที่ผมบอกว่าผมชอบความหลากหลาย อนิเมตอบโจทย์นี้ของผมได้เป็นอย่างดี มันมีความหลากหลายในทุกด้าน มีความเป็นธรรมชาติ มุมกล้องและการตัดภาพที่บางครั้งหนังที่ใช้คนแสดงทำไม่ได้ อนิเมยังทำให้สามารถกำหนดรูปร่างหน้าตาของตัวละครได้ตามต้องการ กำหนดได้ตรงกับที่ผู้แต่งคิดขึ้นมา ซึ่งตรงนี้ผมมองว่ามันเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบมันกับหนังคนแสดง

เพราะอนิเมของญี่ปุ่นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการ์ตูนเด็กเพียงอย่างเดียว มันยังมีการ์ตูนเรทอื่นๆ อย่างเช่นเรทการ์ตูนวัยรุ่น เรทวัยมหาลัย-วัยทำงาน (พอผมพูดถึงตรงนี้หลายคนมักจะพูดแทรกผม ประมาณว่า "อ๋อๆ รู้แล้วๆ" และหลายครั้งผมรู้สึกได้ว่าพวกเขาเข้าใจเป็นการ์ตูนโป๊ต่างๆ ซึ่งที่ผมต้องการสื่อมันไม่ใช่แบบนั้นเลย) เพราะงั้นอนิเมถึงได้มีแนวเรื่องหลากหลาย

ผมไม่คิดหรือมองว่าอนิเมด้อยไปกว่าหนังที่ใช้คนแสดงเพราะผมมองว่ามันเป็นสื่อที่ใช้ในการเล่าเรื่องอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง นอกนั้นมันเกิดมาเหมือนๆ กัน คือเริ่มจากในหัวคนแต่งแล้วลงมาอยู่ในกระดาษจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการสร้างแล้วก็มาเป็นภาพเคลื่อนไหวให้เราดู เห็นมั้ยครับว่ามันก็เริ่มมาจากที่เดียวกัน อนิเมบางเรื่องก็สร้างมาจากนิยายและกลับกันหนังที่ใช้คนแสดงบางเรื่องก็สร้างมาจากการ์ตูนด้วย

คุณภาพงานอนิเมชั่นที่สูง เป็นอีกอย่างที่ทำให้ผมชอบดูอนิเม แต่คนที่ดูก็ต้องรู้ว่าเรื่องไหนเป็นเกรดไหนด้วย ญี่ปุ่นมีการแบ่งระดับของอนิเมนะครับ ตรงนี้คนที่ดูคงจะรู้ดี ซึ่งคุณภาพและความหลากหลายมันขึ้นอยู่กับแนวเรื่อง เรทคนดูว่าระดับไหน และเกรดของเรื่องนั้นๆ .....เกรดฉายโรงหรือ OVA มักจะมีคุณภาพสูงกว่าเกรดฉายทีวี แต่ปัจจุบันอนิเมในเกรดฉายทีวีที่เป็นเรทประมาณวัย ม.ปลาย-มหาลัยขึ้นไปก็ทำภาพไม่ได้แพ้เกรดฉายโรงเลย บางเรื่องเรียกว่าเหมือนเอาเกรดฉายโรงมาลงทีวีเลยล่ะครับ



แบรนด์ญี่ปุ่นบางส่วนที่ผมใช้อยู่หรือสนใจจะใช้

ชอบใช้สินค้าญี่ปุ่น....
เหตุผลหลักที่ผมชอบใช้คือมันตอบโจทย์ผมได้ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและดีไซน์ มันมีของที่เป็นสไตล์แบบที่ผมชอบใช้.....ผมชอบตรงที่เขาเข้าใจคิด เข้าใจดีไซน์ ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างได้ ในแบบที่สินค้าของประเทศอื่นไม่เป็นแบบนี้ เช่นกระเป๋าที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก มีช่องให้แยกใส่ของได้สามารถจัดของให้หยิบใช้ได้ง่ายโดยของไม่ปนกันสามารถหยิบของได้โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋ามาก อย่างที่ผมใช้อยู่ก็มีช่องเสียบบัตรด้วยแถมอยู่ในตำแหน่งที่ผมไม่จะเป็นต้องเปิดกระเป๋าเพื่อจะหยิบ ผมแค่รูดซิปเปิดด้านบนแล้วล้วงไปหยิบบัตร BTS ออกมาได้เลย

เอาจริงๆ สินค้าญี่ปุ่นนี่อธิบายยากครับถ้าจะให้บอกว่ามันดียังไง บอกได้แค่ว่ามันสามารถหาของที่มีดีจริงๆ ได้ ....แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างทุกยี่ห้อของญี่ปุ่นจะเป็นอย่างที่ผมเล่าไปหรอกนะครับ แต่มัน "หาได้" ไงครับ และหาได้ไม่ยากนักด้วย ในขณะที่แบรนด์ฝรั่งหรือไทยผมเคยเดินหาทั่วห้างมาหลายแห่งก็ยังไม่ได้ มันเหมือนๆ กันไปซะหมด

สินค้าญี่ปุ่นเหล่านั้นถ้าดูภายนอกมันจะดูเหมือนไม่ต่างออกไปเลย ต้องใช้เองถึงจะรู้ว่ามันต่างยังไง ซึ่งความแตกต่างมันจะไม่ได้อยู่ที่ความโก้หรู อินเทรนด์ หรือนำแฟชั่นทันสมัยอะไรแบบนั้นเลย



การแต่งตัวหลากหลายของคนญี่ปุ่น
(ภาพจากวิดีโอโดย Yamada Taro)


ชอบการแต่งตัวด้วยแนวคิดญี่ปุ่น....
อย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นพวกตามเทรนด์ญี่ปุ่นนะครับ ผมใช้แนวคิดของเขาตรงที่ว่า "ใส่อย่างที่อยากใส่ ให้เข้ากับตัวเองและเหมาะสมก็พอ" เพราะแนวคิดนี้มันถึงเกิดความหลากหลายในการแต่งตัวมากครับ ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์กันไป มันจึงตอบโจทย์ของผมที่ชอบความหลากหลายได้ และมันมีสไตล์ที่ผมใช้ให้เลือก

เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบใส่ยีนส์ ไม่ใช่คนที่ชอบใส่เสื้อผ้าแบบสลิมฟิต ไม่ชอบดีไซน์ที่ฉูดฉาด แต่ผมชอบใส่พวกคาร์โก้ (แบบเอาท์ดอร์ไม่ใช่แบบแฟชั่น) ชิโน เพนท์เตอร์ เบคเกอร์ เทรคแพนท์ อะไรพวกนี้ ชอบดีไซน์เรียบ และใส่เรกูล่าร์ฟิตจนถึงลูสฟิต ถ้ามันไม่ใช่เทรนด์ในช่วงนั้นๆ ของพวกนี้ก็จะหายากมากๆ นอกจากจะเป็นแบรนด์เฉพาะซึ่งก็มีไม่มาก ในไทยเรียกว่าแทบจะไม่มีเลยดีกว่า (ขณะที่ผมพิมพ์อยู่นี่ในไทยมีสไตล์ผมจริงๆ อยู่แค่สัก 2 แบรนด์เองครับ นอกนั้นอีกสักราว 4-5 แบรนด์ก็พอมีให้เลือกใช้) เพราะงั้นของญี่ปุ่นซึ่งมีความหลากหลายกว่าจึงมีของสไตล์ของผมให้เลือกได้มากกว่า มีโอกาสเจอของตามสไตล์ตัวเองได้ง่ายกว่า

อีกอย่างคือผมเป็นคนไม่ชอบใส่เสื้อผ้าสีสด ไม่ชอบสไตล์ฉูดฉาด เพราะงั้นสไตล์เรียบๆ และสีแบบญี่ปุ่นเลยเข้ากับสไตล์ของผมได้



บ้านญี่ปุ่นแบบต่างๆ

ชอบบ้านญี่ปุ่น....
ผมชอบบ้านญี่ปุ่นที่มีการจัดพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า การจัดพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่รู้สึกว่าทุกอย่างอยู่ปนกันไปหมด สามารถออกแบบให้ใช้ประโยชน์ได้สูงโดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก บางคนอาจมองว่าบ้านญี่ปุ่นแคบ แต่ผมเป็นคนประเภทที่ไม่ได้ใช้พื้นที่มากอยู่แล้ว และผมมองว่าพื้นที่เล็กแต่ใช้ประโยชน์ได้มากดีกว่าพื้นที่กว้างแต่ใช้ประโยชน์ได้น้อยนะครับ

อย่างถ้าจะสร้างบ้าน ผมไม่ได้มองว่าซื้อที่น้อยๆ ก็พอ ที่ดินมากกว่าย่อมดีกว่าเพราะขยับขยายได้มากกว่า เพียงแต่ผมไม่ได้มองว่าจะต้องสร้างบ้านให้เต็มพื้นที่ ผมมองว่าสร้างตัวอาคารบ้านให้ไม่ต้องใหญ่เหลือที่นอกบ้านเอาไว้ใช้เป็นอย่างอื่นได้อีก แต่ถ้าเรามีพื้นที่น้อยการที่เราใช้รูปแบบของบ้านญี่ปุ่นมันก็ทำให้เราสามารถสร้างบ้านได้แม้ที่จะเล็กก็ตาม ซึ่งตรงนี้การออกแบบบ้านแบบไทยปัจจุบันมักจะออกแบบให้ใหญ่ๆ และเต็มพื้นที่

อีกอย่างที่ผมชอบบ้านญี่ปุ่นคือความหลากหลายและความไม่เป็นสูตรสำเร็จ สังเกตุว่าบ้านในไทยจะมีหน้าตาหรือสไตล์เดียวกันไปหมดซึ่งผมมองว่ามันน่าเบื่อ แต่บ้านญี่ปุ่นมักมีดีไซน์ที่ต่างๆ กันออกไป หลายครั้งดูไม่ค่อยเหมือนบ้านเท่าไหร่แต่นั่นคือความหลากหลายและไม่เป็นสูตรสำเร็จ ซึ่งทั้งหมดนี้มันตอบโจทย์ของผมได้ครับ



ท่าเดินไม่กางศอกของคนญี่ปุ่นและตัวอย่างการเดินกางศอกของอเมริกัน
(ภาพจากวิดีโอโดย Yamada Taro)


ผมชอบรูปแบบการแสดงออกของคนญี่ปุ่น....
คนญี่ปุ่นมีการแสดงออกที่ดูพอดีกว่าฝรั่งอเมริกัน คือดูมั่นใจแต่ไม่กร่างในขณะเดียวกันก็ยังมีความสุภาพและสำรวมในแบบของคนเอเซียอยู่ด้วย เช่นการเดินไม่กางศอก การพูดคุยค่อยๆ (อันนี้แล้วแต่ด้วยว่าเป็นคนจากแถวไหน คนญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าจะพูดค่อยกันไปซะหมด) มีความสำรวมตามสมควร

ผมไม่ชอบคนที่มั่นใจมากเกินไป รวมถึงท่าทางของคนแบบนี้ด้วย ที่เน้นพูดเสียงดังๆ แสดงออกมากๆ ไว้ก่อนแบบนั้นครับ เพราะหลายคนที่ทำตัวอย่างนั้น แสดงออกแบบนั้น มักจะทำมากจนเกินความพอเหมาะไปจนหลายครั้งความสุภาพแบบเอเซียมันหายและกลายเป็นท่าทางแบบกร่างไป

จริงๆ แล้วคือเสียงพูดเอาแค่พอดีๆ ให้เหมาะก็พอแล้ว ใช้เสียงพูดให้เหมาะสมว่าเมื่อไหร่ควรพูดดัง เมื่อไหร่ควรพูดค่อย ไม่ใช่พูดดังๆ ไว้ก่อน และไม่ควรทิ้งความสุภาพและความสำรวมแบบเอเซีย

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ทุกคนหรอก คนญี่ปุ่นที่มารยาทแย่ก็มี คนที่กร่างก็มี อเมริกันที่ไม่กร่างก็มีเหมือนกัน แม้พวกเขาจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมแล้วผมรู้สึกได้ว่าคนญี่ปุ่นดูจะมีความพอดีมากที่สุด (ในความรู้สึกของผม)



ไอเดียแบบญี่ปุ่น...บ้านในพื้นที่แคบ, เลื่อยญี่ปุ่นที่กินเนื้อไม้ตอนดึงกินแรงน้อยตัดง่าย, ภาพจากอนิเม Hyouka ที่สร้างจากสถานที่จริง

ชอบวิธีคิดแบบญี่ปุ่น....
ถึงคนญี่ปุ่นจะมีคนที่ยึดติดกับความคิดเดิมๆ อยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยเหมือนกันที่มีแนวคิดแบบเปิดและยอมรับทุกความเป็นไปได้ คนญี่ปุ่นยังใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนไทยหรือฝรั่งไม่ได้ให้ความสำคัญอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาพัฒนาอะไรหลายๆ อย่างให้ดีขึ้นได้โดยใช้ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ นั้น และหลายครั้งความต่างเพียงเล็กน้อยก็ให้ผลที่ต่างกันอย่างมากได้

โดยพื้นฐานความคิดแล้วผมรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นมักมีการคิดที่สวนทางกับความรู้สึกของคนชาติอื่นๆ ในหลายๆ ด้าน ทำให้เราอาจไม่เข้าใจเขาในหลายๆ ครั้ง แต่ด้วยมุมมองที่ต่างออกไปแบบนี้มันก็ทำให้เขามีมุมมองหรือไอเดียที่กว้างกว่าที่เราหรือชาติอื่นมี

บางครั้งคนญี่ปุ่นยังใส่ใจกับความต่างเล็กๆ น้อยๆ ความต่างที่อาจเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ อาจจะแค่ 3-4 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อรวมกันหลายๆ จุดหลายๆ อย่างแล้วก็อาจกลายเป็น 20% หรือ 30% ที่ทำให้เราเห็นผลได้ขึ้นมา ซึ่งคนไทยมักไม่ให้ความสำคัญกับจุดนี้ และมักมองว่าแค่ 3-4% มันเล็กน้อยไม่คุ้มหรือไม่มีประโยชน์ที่จะทำ

จุดนี้ยังทำให้พวกเขาสามารถจะจัดสรรการใช้สอยทรัพยากรที่จำกัดได้เช่น การสร้างบ้านในพื้นที่เล็กๆ การจัดการใช้ถนนที่แคบเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งมันก็ส่งผลดีสำหรับกรณีที่มีทรัพยากรมากกว่าเช่นเมื่อมีพื้นที่มากเขาก็จะจัดสรรให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุดและใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม ไม่ใช่การใช้พื้นที่เยอะๆ ไว้ก่อน

สิ่งเหล่านี้ยังทำให้มันเกิดรูปแบบไอเดียใหม่ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเขาเข้าใจคิด หรือทำอะไรในแบบที่หลายครั้งเราไม่ทันคิด

อีกอย่างที่ทำให้ผมชอบคือการที่คนญี่ปุ่นมีแนวคิดแบบเพอร์เฟ็คชั่นนิสท์ คือถ้าจะทำอะไรจะต้องทำให้ดี ทำให้สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจุดนี้มันตรงกับนิสัยและแนวคิดของผมคือ "ถ้าจะทำก็ทำให้ดี ถ้าจะไม่ทำให้ดีก็อย่าทำ"

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถ้าเราจะรับมาเพื่อปรับปรุงประเทศและบุคคลากรของเราบ้างมันก็จะดีไม่น้อยเลยนะครับ ซึ่งผมมองว่ามันจะส่งผลให้ทั้งประเทศและสังคมของเราดีขึ้นกว่านี้



บ้านเมืองสะอาด พื้นทางเดินเรียบ และมีต้นไม้ใหญ่
(ภาพจากวิดีโอโดย Yamada Taro)


ชอบลักษณะบางอย่างของสังคมและคนญี่ปุ่น.....
มันเป็นข้อดีหลายๆ อย่างที่พบได้ในสังคมและคนญี่ปุ่น ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะเอาอย่างเพราะมันจะช่วยยกระดับคุณภาพคนและพัฒนาสังคมของเราได้ ผมยังมองว่ามันจะส่งผลไปจนถึงการพัฒนาประเทศเราเลยทีเดียว

ความมีระเบียบและวินัยของคนญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ คนไม่ทิ้งขยะตามใจชอบ มีขยะก็เก็บไว้กับตัวจนเจอที่ทิ้ง

สังคมแบบจะทำอะไรก็ต้องนึกถึงคนอื่นด้วยเสมอ อย่าให้กระทบคนอื่น อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน พยายามเข้าใจคนอื่น ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน เคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ตามนี้ทั้งหมดอยู่แล้ว คนที่เห็นแก่ตัวทำอะไรไม่สนใจว่าจะกระทบหรือทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ก็มี คนที่ไม่รับผิดชอบไม่มีระเบียบวินัย คนแบบนี้มีอยู่ทุกที่และทุกสังคมครับ




ถึงผมจะบอกว่าญี่ปุ่นมีความหลากหลายมากและผมก็ชอบตรงจุดนี้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าคนญี่ปุ่นจะไม่มีกรอบทางความคิดเลย คนญี่ปุ่นก็ยังมีกรอบทางความคิดอยู่เหมือนกัน เพื่อพิจารณาลึกๆ ก็จะเห็น แต่กรอบของเขามันกว้างมาก ผมรู้สึกว่ามันกว้างกว่าของฝรั่งซะอีก


นี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมชอบญี่ปุ่น เหตุผลว่าทำไมหลายๆ อย่างของญี่ปุ่นถึงตอบโจทย์ของผมได้......ผมชอบญี่ปุ่น รู้ตัวว่าทำไมถึงได้ชอบ ซึ่งแต่ละคนก็มีความชอบที่ต่างๆ กันออกไปได้ แล้วคุณล่ะ? ชอบอะไร? เพราะอะไร?

อย่างไรก็ตามผมชอบญี่ปุ่นอย่างมีสติไม่ได้ขาดสติ ผมมองข้อดีของเขาเพื่อเอามาปรับปรุงพัฒนาตัวเรา ไม่ใช่ว่าชอบญี่ปุ่นแล้วทิ้งความเป็นไทยหรือลืมว่าเราคือคนไทย


โดย นาย nyo


ภาพประกอบเนื้อหาจากอินเตอร์เน็ต


Create Date : 21 ธันวาคม 2558
Last Update : 22 ธันวาคม 2558 10:19:15 น. 0 comments
Counter : 710 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nyo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดทำการคัดลอก ส่วนใดส่วนหนึ่งของบล๊อกนี้ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อค


ติดต่อผมได้ที่
naai.nyo@gmail.com

____________________

บล๊อกนี้ผมเขียนขึ้นมาจากสิ่งที่ผมไปรู้ไปเห็นมาก็เลยเอามาเล่าต่อเพื่อเป็นการแชร์ความรู้กัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อยครับ


กรูณาใช้ภาษาให้เหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add nyo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.