ตัวของเรา สไตล์ของเรา ทำไมต้องเหมือนใคร
Group Blog
 
 
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
20 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
แนวทางแต่งตัวให้ได้แบบไทยๆ

สวัสดีครับ
ก็เป็นตอนที่ 3 แล้วสำหรับเรื่องเกี่ยวกับการแต่งชุดแบบไทย
ใจจริงผมอยากจะเขียนให้จบในแค่ 2 ตอนมากกว่า แต่รายละเอียดมันก็เยอะ
กดให้อยู่ในแค่ 2 ตอนไม่ไหวจริงๆ ครับ แล้วก็ผมตั้งใจจะเขียนให้จบภายใน
ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาแต่ผมเข้า bloggang ไม่ได้ประกอบกับเพิ่งจะมีเวลาเลย
เพิ่งได้มาอัพเอาตอนนี้


ผมไม่รู้ว่าคนที่มาอ่านบทความนี้ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกหรือเปล่า แต่ถ้า
คุณเป็นคนที่ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วละก็ คุณต้องสนใจการแต่งตัว
แบบไทยๆ อยู่ใช่มั้ยครับ ครั้งนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อเอาเสื้อผ้าแบบไทยมาใช้
ใส่กันในชีวิตประจำวันแล้วมันจะเป็นยังไงบ้าง ว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลย


ครั้งก่อนในตอนที่ 2 ผมติดเรื่องสีที่ใช้ในชุดเสื้อผ้าแบบไทยเอาไว้ งั้นครั้งนี้
มาเริ่มที่เรื่องของสีกันก่อนครับ

การเลือกใช้สีในชุดเสื้อผ้าแบบไทย ผมคิดว่ามันมีผลมากที่ทำให้หลายคน
รู้สึกว่ามันแก่ มันเชย ไม่ทันสมัย เหมือนพนักงานสปาหรือโรงแรม หรืออะไร
ก็แล้วแต่ที่ทำให้ไม่อยากใส่ชุดแบบนี้ เพราะชุดแบบไทยที่เราเห็นเป็นประจำ
จะใช้สีที่สด ฉูดฉาด หรือลายมากจนจับไปชนกับชิ้นอื่นๆ ได้ยาก ทำให้การ
ที่จะหยิบเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาใช้ในชีวิตประจำวันทำได้ไม่ง่ายเอาซะเลย



แต่ผมบอกแล้วใช่มั้ยครับว่ามันจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ วิธีก็คือให้
เลือกใช้สีพื้นที่ไม่สดจนแสบตา ใช้สีสบายตาหรือสีธรรมชาติ ก็จะช่วยทำให้
ไม่ดูลิเก หยิบมาใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปได้ง่าย แต่ถ้าหากต้องการสีสันที่
สดขึ้นก็ให้ใช้สีสดแต่ไม่ให้มากเกินไปเอาแค่ระดับยูคาตะของญี่ปุ่นก็พอครับ
ผมว่ามันเป็นสีสดแต่ยังไม่แสบตา




อ้ออีกอย่างที่ผมลืมพูดไปคือเรื่องของวัสดุผ้าครับ ส่วนใหญ่ที่เราเห็นในชุด
ไทยๆ ทั้งหลายมักจะเป็นผ้าไหม ซึ่งมีความมันเงาทำให้มันเหมาะจะใช้กับ
เสื้อผ้าสำหรับใช้แบบเป็นงานเป็นการมากกว่าที่จะใช้ใส่แบบทั่วไป พอเรา
เอามาใส่ไปไหนมาไหนก็ดูจะผู้ใหญ่เกินไปเป็นเหตุให้หลายคนรู้สึกว่าใส่แล้ว
แก่บ้าง เชยบ้าง




แล้วจะเลือกใช้อะไรดี....



ใช้ผ้าเนื้อด้านอย่างเช่นผ้าฝ้าย ผ้าใยกัญชาหรือผ้าลินินหรือผ้าไหมชนิดที่
ไม่มันก็จะช่วยให้ไม่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินไปและใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ



สรุปก็คือให้ใช้ผ้าที่ดูด้านๆ ไม่มีความมันเงา ใช้สีที่สบายตาไม่สดมากซะจน
แสบตาและเลือกใช้สีพื้นเพราะจะแมทช์กับชิ้นอื่นๆ ได้ง่าย และถ้าจะสั่งตัด
ก็อย่าให้ที่ร้านอัดเรียบหรืออัดแข็งมาเพราะมันจะทำให้ดูเป็นชุดที่ใช้เป็นงาน
เป็นการครับ


เอาล่ะครับมาถึงตรงนี้แล้วเรามาดูกันดีกว่าว่าเราจะแต่งชุดเสื้อผ้าแบบไทย
หรือแต่งให้ได้แนวไทยๆ ได้ยังไงบ้าง เริ่มจากของผู้หญิงก่อนเลย

ชุดแรก
ในตอนแรกผมเคยบอกไว้ว่าให้ใช้เสื้อยืดใส่กับกระโปรงแรปอะราวนด์ได้
ในรูปแรกนี่เป็นตัวอย่างของการแต่งแบบนั้น



แรปอะราวนด์แบบยาวให้ดูว่าถ้าเป็นซิ่นก็จะคล้ายๆ แบบนี้



ไอเดียเสื้อยืดใส่กับกระโปรงแรปอะราวนด์ ลองจินนาการว่าเป็นเสื้อยืดสี
แดงโดยที่ไม่มีเสื้อเชิ้ตตัวใน รองเท้าจะลองเป็นบู๊ทแบบในรูปหรือจะเป็น
อย่างอื่นก็ได้ครับ



รูปที่ 4 นี้ให้ลองนึกดูว่าเปลี่ยนรายละเอียดของเสื้อเป็นไม่มีปก กางเกง
เหมือนเดิมหรือเป็นกางเกงไทยก็ได้ รองเท้าเป็นบู๊ทหนังแบบสั้นตามรูป



ลองนึกดูว่าถ้านี่เป็น กระโปรงแรปอะราวนด์หรือซิ่นที่สั้นเหนือเข่าชนกับ
เสื้อทรงตรง



รูปที่ 6 นี่อาจจะต้องใช้จินตนาการมากหน่อยครับ อ้างอิงจากเสื้อยืดใส่กับ
กระโปรงแรปอะราวนด์ ลองนึกดูว่าถ้ากระโปรงเป็นซิ่นหรือแรปอะราวนด์
ใส่กับเสื้อยืดประมาณนี้



รูปนี้ให้ลองคิดว่ากระโปรงนั้นเป็นกระโปรงแรปอะราวนด์หรือซิ่นแบบยาว
คลุมเข่า จับมาชนกับรองเท้าบู๊ท ผมว่าก็ดูน่าสนใจดีครับ



คราวนี้ก็ลองคิดดูว่าถ้ากระโปรงที่เห็นเป็นแรปอะราวนด์ หรือจะจินตนาการ
ให้มากกว่านั้นว่าเป็นซิ่นที่ยาวกว่านี้ดูก็ได้ครับ แล้วจับชนกับรองเท้าแตะกึ่ง
บู๊ท (อันนี้เห็นเรียกว่า Boot Sandal) ก็ดูน่าสนใจไปอีกแบบ



รูปนี้ได้หลายอย่างเลยครับ ลองนึกดูว่ากางเกงเป็นกางเกงไทย ซึ่งจริงๆ อาจ
จะสั้นกว่านี้ก็ได้ เสื้อก็เป็นเสื้อไทยได้สารพัดแบบหรืออาจเป็นเสื้อยืดก็ได้อีก
เหมือนกัน แล้วใส่รองเท้าแตะกึ่งบู๊ท ภาพรวมออกมาน่าสนใจทีเดียวครับ



ต่อมาเป็นเครื่องแบบนักเรียนหญิงของโรงเรียนแห่งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า
แรปอะราวนด์สามารถใส่กับเชิ้ตได้ ถ้างั้นซิ่นก็น่าจะใส่ได้จริงไหมครับ แต่เรา
ก็ต้องเลือกสีเลือกลายกันสักหน่อยเท่านั้นเอง แล้วยังเปลี่ยนเสื้อไปใส่แบบ
ปล่อยชายเสื้อออกข้างนอกได้อีกด้วย



กางเกงไทยแบบทำด้วยผ้ายีนส์หรือผ้าเดนิม มองดูดีๆ แล้วก็เหมือนกับผ้าไทย
ชนิดหนึ่งมั้ยเอ่ย...หม้อห้อมไงล่ะ สังเกตุว่าเสื้อตัวในที่เขาใส่อยู่ก็เป็นเสื้อไม่มี
ปกเหมือนกันกับเสื้อไทยเลย แล้วก็ใส่คาร์ดิกันทับ แล้วจับไปชนกับรองเท้า
หนังกลับ ก็ไปกันได้



เสื้อนอกแบบไทยๆ ดูเรียบง่ายจับชนกับเสื้อยืดซึ่งดูมีความเป็นสมัยใหม่มาก
กว่าก็เข้ากันได้อย่างน่าสนใจทีเดียว



เสื้อนอกไม่มีแขนทำจากผ้าฝ้าย ปิดคอได้ด้วยการติดกระดุมคอ ก็ได้บรรยากาศ
แบบไทยๆ อยู่เหมือนกัน แม้จะใส่กับเสื้อยืดแบบคอเต่า (Turtle Neck)



ตัวอย่างสำหรับการใช้กระโปรงแรปอะราวนด์ใส่กับเสื้อแขนยาว ชายยาวราวๆ
ข้อมือ ก็ลองดูเป็นไอเดียครับ



นี่ก็อีกรูป



ใส่แบบเอาเสื้อเข้าข้างในกางเกง เสื้อยืดมีลักษณะแบบเดียวกับเสื้อไทยของ
ผู้หญิงแต่อาจจะพอดีตัวมากกว่า ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ดูน่าสนใจครับ



2 อันนี้เป็นการใช้แรปอะราวนด์แบบยาวกับเสื้อไม่มีปก แรปอะราวนด์อันนี้
เป็นแบบทรง A ไลน์ซึ่งจะไม่ทิ้งตรงลงมาอย่างที่เห็น แต่ก็พอจะเป็นตัวอย่าง
ให้ดูได้เมื่อจับมาชนกับเสื้อที่ลักษณะแบบเสื้อไทย และรองเท้าหนังผูกเชือก
หรือรองเท้าผ้าใบ อาจต้องใช้จินตนาการบ้างแต่ก็ดูแล้วเก็บไอเดียได้ครับ



และรูปสุดท้ายสำหรับผู้หญิง....กางเกงไทย+เสื้อยืด+รองเท้าแตะ ตรงๆ ไม่
ต้องจินตนาการ




มาดูว่าของผู้ชายจะใส่ได้ยังไงบ้าง

ว่ากันด้วยรูปแรก เป็นกางเกงไทย+เสื้อยืด+รองเท้าแตะแบบต่างๆ



เสื้อไม่มีปกกับกางเกงไทยและเท่าที่เห็นน่าจะเป็นรองเท้าแตะครับ เรียบๆ
ง่ายๆ แต่ดูไทยๆ ดี



เสื้อยืดกางเกงไทย แล้วใส่รองเท้าผ้าใบ ก็ยังไปกันได้ครับ



นี่ก็เสื้อยืดกับกางเกงไทยแต่งแบบโรลอัพแล้วใส่คาร์ดิกันทับ จับชนกับ
รองเท้า...ดูเหมือนจะเป็นผ้าใบแบบหนัง



เสื้อยืด+กางเกงไทย+รองเท้าผ้าใบ



เสื้อยืดคลุมด้วยเชิ้ตกับกางเกงไทย ตกแต่งด้วยผ้าพันคอ และสุดท้ายคือ
ใช้รองเท้าแตะ



เสื้อยืด 2 ตัวใส่ซ้อนกัน+กางเกงไทย ใส่รองเท้า...ผมไม่แน่ใจว่าเป็นผ้าใบ
หรือเอาท์ดอร์ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็คิดว่ามันใช้ได้ทั้งคู่ ลองจินตนาการดูครับ



เสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงไทยแล้วใส่เสื้อหม้อห้อมทับเป็นตัวนอก จับมา
ชนกับรองเท้าสวมสไตล์เอาท์ดอร์



นี่ก็เสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงไทย+เสื้อหม้อห้อม แต่เปลี่ยนรองเท้าเป็น
รองเท้าแตะแบบปิดหน้าเท้า



เสื้อแบบผ่าคอตื้น ใช้ใส่กับกางเกงไทยได้เข้ากันดีครับ หรือจะจับไปชนกับ
กางเกงอื่นๆ ก็ยังได้



เสื้อแบบผ่าครึ่งอกติดกระดุมเม็ดเดียว มีปกตั้งขึ้นเล็กๆ เป็นอีกแบบที่เอาไว้
ใช้กับกางเกงไทยได้ง่ายๆ หรือจะจับไปชนกับกางเกงอื่นๆ ก็ได้



รองเท้าแตะผสมบู๊ท จับชนกับเสื้อผ้าแบบไทยๆ ก็ดูน่าสนใจดี




ก็เป็นตัวอย่างการแต่งตัวด้วยชุดเสื้อผ้าแบบไทย เห็นไหมครับว่าเอามาใส่
ในชีวิตประจำวันได้ไม่ยากเลย เราสามารถทำได้ทั้งการหยิบเอาเสื้อผ้าแบบ
ไทยมาใส่ทั้งชิ้นบนและชิ้นล่าง หรือผสมเสื้อผ้าแบบไทยเากับเสื้อผ้าแบบ
สมัยใหม่ที่เราคุ้นเคยอย่างเสื้อยืด หรือจะเลือกผสมเสื้อผ้าสมัยใหม่ที่คุ้นเคย
นี้ให้ดูเป็นแบบไทยโดยเลือกเอาชิ้นบนกับชิ้นล่างที่มีลักษณะเดียวกันกับ
เสื้อผ้าแบบไทยมาใส่ให้ดูเป็นแบบไทยๆ ก็ได้ทั้งนั้นครับ


เห็นตัวอย่างกันแล้ว มีไอเดียจะแต่งแล้วใช่ไหมครับ งั้นไม่ต้องรออะไรแล้ว
แต่งกันเลย

ถ้าใครอยากจะแต่งอยู่แล้วก็ไม่ต้องรอให้มีใครแต่งเป็นเพื่อนครับ ใส่เองไป
เลย เพราะลองนึกดูว่าจะมีอีกกี่คนที่คิดแบบเดียวกันนี้อยู่ว่า "รอให้มีคนแต่ง
เป็นเพื่อนก่อนแล้วจะแต่ง" ถ้าเรายังรอคนอื่นก็รอ สุดท้ายทุกคนก็รอกันไป
รอกันมาไม่มีใครแต่ง


ผมเห็นหลายคนเหมือนกันที่พูดว่าอยากใส่อยากแต่งชุดที่เป็นแบบไทยๆ
ตามเทศกาลต่างๆ แต่พอจะเอาเข้าจริงก็มีคนบอกว่าบ้าบ้าง เว่อร์บ้าง เหมือน
พนักงานสปาบ้าง ทำให้ไม่กล้าใส่กันไป ความจริงแล้วที่คนอื่นรู้สึกว่ามันบ้า
เว่อร์ หรือเหมือนพนักงานสปา ก็เพราะว่าเราไม่คุ้นตากับภาพคนทั่วไปที่ใส่
ชุดพวกนี้ จะทำยังไงให้คุ้นคำตอบก็คือต้องมีคนใส่ให้เห็นได้อยู่เป็นประจำ
ลองนึกดูว่าถ้าเราเห็นคนแต่งแบบนี้ทุกเสาร์อาทิตย์ ชุดพวกนี้มันก็จะกลาย
เป็นของธรรมดาไปเอง แต่เพราะมัวคิดว่ามันประหลาดก็เลยไม่มีคนใส่กัน
ปัญหาจึงเกิดแบบงูกินหางครับ คือ

ไม่กล้าใส่เพราะมองว่าประหลาด >>> รู้สึกว่าประหลาดเพราะว่าไม่มีคน
อื่นใส่ >>> เพราะงั้นก็เลยไม่ใส่ >>> ไม่มีคนใส่ >>> คนมองว่าประหลาด
เพราะไม่มีใครใส่

ถ้าไม่ทำอะไรสุดท้ายมันก็จะเลือนหายกลายเป็นแค่ชุดสำหรับพนักงาน ชุด
สำหรับผู้ใหญ่ใส่ไปครับ การที่จะทำให้มันกลับมาเป็นชุดที่ใส่ได้ในโอกาส
ต่างๆ โดยไม่โดนมองว่าบ้า ว่าเว่อร์ ว่าเหมือนพนักงาน ก็ต้องทำให้คนทั่วไป
คุ้นตาซะก่อน มองเป็นทีละขั้นได้ดังนี้ครับ

[เมื่อมองในมุมของคนใส่]
ทำให้ชุดใส่ทั่วไปได้ >>> ต้องมีคนใส่ >>> เมื่อใส่ในชีวิตประจำวันไป
ก็จะเริ่มคุ้นชินกับเสื้อผ้าแบบนี้ >>> เมื่อชินก็จะทำให้รู้สึกว่ามันธรรมดา
>>> เมื่อรู้สึกว่าการแต่งตัวแบบนี้มันธรรมดาก็จะกล้าใส่มากขึ้น >>>
เมื่อจะใส่ชุดไทย(ชุดประจำชาติ) ก็จะไม่รู้สึกว่าประหลาดหรือมากไป


[เมื่อมองในมุมของคนอื่น]
ทำให้ชุดใส่ทั่วไปได้ >>> ต้องมีคนใส่ >>> เมื่อมีคนใส่ก็จะผ่านตาคน
>>> เมื่อคนเคยเห็นก็จะไม่รู้สึกว่าประหลาด >>> เมื่อไม่รู้สึกว่าประหลาด
ก็จะมีคนใส่ >>> คนที่คิดว่าไม่ประหลาดก็ขยายวงกว้างออกไป >>>
มีคนใส่กันมากขึ้น (ดีไม่ดีคนที่ชอบตามกระแสอาจจะหันมาสนใจใส่บ้าง
ก็ได้เพราะเห็นว่าคนใส่กันมากขึ้นเรื่อยๆ)

ผลที่ได้ก็คือการอนุรักษ์การแต่งกายอย่างไทยเอาไว้ มันเป็นของเรา เรา
ก็ควรจะใส่ ควรจะแต่งครับ อย่าให้เสื้อผ้าแบบไทย ชุดพื้นเมือง มีไว้เพื่อ
เป็นเพียงของฝากของที่ระลึกสำหรับชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยว

บางคนอาจ คิดว่ามันเชย ไม่ทันสมัยแต่จริงๆ แล้วเสื้อผ้าไทยได้รับความ
นิยมจากชาวต่างชาตินะครับ กางเกงไทยเป็นที่นิยมไม่น้อยในญี่ปุ่น



แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าแปลกที่ในถิ่นกำเนิดของมันเองเสื้อผ้าเหล่านี้กลับไม่ได้
รับความนิยมเลยและถูกมองว่าสู้ของนอกของตะวันตกไม่ได้

ชวนคิดนิดนึงนะครับ เวลาที่เห็นคนแต่งตัวแบบไทยๆ คนมักจะคิดว่าไม่ดี
เพราะเหมือนพนักงานสปาบ้าง เหมือนพนักงานโรงแรมบ้าง แต่ทำไมคน
กลับชื่นชมแอร์โฮสเตสหรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินกันจัง ว่าดีว่าสวย
อยากเป็น ทั้งที่แอร์ก็ต้องใส่ชุดไทยเหมือนกันแต่ไม่เห็นใครจะบอกว่ามัน
ไม่ดี.....น่าคิดมั้ยครับ



การที่เรามาใส่มาแต่งแบบนี้กันนอกจะจะได้อนุรักษ์การแต่งกายแบบไทย
แล้ว ยังได้ช่วยให้ชาวบ้านที่ผลิตของเหล่านี้มีรายได้ เป็นการสร้างอาชีพ
ในท้องถิ่นด้วย เมื่อนับข้อดีได้มากขนาดนี้แล้วก็มาใส่กันเถอะครับ

อ้อ...ผมได้มีโอกาสไป JJ mall มา มีเสื้อผ้าแบบไทยๆ ผ้าย้อมสีธรรมชาติ
เยอะเหมือนกันครับ คือก็อาจไม่ได้เยอะมากแต่ก็เรียกได้ว่าไม่น้อย ใครสนใจก็
ลองไปดูกันได้


ก็จบเพียงเท่านี้แล้วครับ กับเรื่องของชุดเสื้อผ้าแบบไทย ยอมให้ยาวหน่อย
แล้วจบเลยดีกว่า หลังจากนี้ถ้าผมมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็จะมาเขียนตอนใหม่ๆ
เพิ่ม

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ




รูปประกอบเนื้อหาจาก
Google
www.pakkadkaew.com



Create Date : 20 เมษายน 2555
Last Update : 20 เมษายน 2555 11:36:25 น. 1 comments
Counter : 20978 Pageviews.

 
อาริกาโตะ
โกไซมัส


โดย: อาริกาโตะ IP: 118.172.31.99 วันที่: 11 กรกฎาคม 2555 เวลา:0:58:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nyo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดทำการคัดลอก ส่วนใดส่วนหนึ่งของบล๊อกนี้ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อค


ติดต่อผมได้ที่
naai.nyo@gmail.com

____________________

บล๊อกนี้ผมเขียนขึ้นมาจากสิ่งที่ผมไปรู้ไปเห็นมาก็เลยเอามาเล่าต่อเพื่อเป็นการแชร์ความรู้กัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อยครับ


กรูณาใช้ภาษาให้เหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add nyo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.