ตัวของเรา สไตล์ของเรา ทำไมต้องเหมือนใคร
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
5 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 

ใส่เสื้อสู้หนาว....หนาวรับมือไม่ยาก ถ้ารู้วิธี

สวัสดีครับ
ครั้งนี้เป็นเรื่องยาว เนื่องจากผมต้องการให้คนที่อ่านแล้วสามารถนำไปใช้งานหรือทำตามได้โดยไม่มีการเข้าใจผิด เลยต้องอธิบายให้ละเอียดครับ ส่วนขยายบางส่วนที่สามารถข้ามได้ผมจะทำเป็นตัวหนังสือสีเขียวนะครับ ถ้าไม่ต้องการอ่านส่วนขยายเหล่านั้นก็ให้ข้ามไปได้เลย

______________________________



ปัจจุบันในไทยเรามีโอกาสเจออากาศหนาวกันมากขึ้น อุณหภูมิระดับต่ำกว่า 15 องศาก็พบได้บ่อยขึ้นและที่ลงต่ำกว่า 10 องศาก็ไม่ใช่เรื่องตลกที่เอาไว้พูดกันขำๆ อีกต่อไปแล้ว

อุณหภูมิ 15 องศา 13 องศา หรือต่ำกว่า 10 องศา สำหรับผมแล้วผมชอบครับ และเชื่อว่าคนกรุงเทพอีกหลายคนก็ชอบ แต่ในขณะเดียวกันผมก็เห็นใจคนต่างจังหวัดที่อุปกรณ์กันหนาวไม่พร้อมมากนัก

แต่ผมว่าจริงๆ แล้วความหนาวรับมือง่ายกว่าความร้อนนะครับ ถ้ารู้วิธีและทำอย่างถูกต้อง……


ภาพประกอบจาก Payless Images

จริงๆ แล้วหนาวดีกว่าร้อนในหลายๆ อย่างนะครับ…
บางคนก็บอกว่าร้อนดีกว่าหนาว ร้อนเข้าร่มก็ยังหายร้อนแต่หนาวนี่เดินไปไหนก็ยังหนาวหลบไปไหนไม่ได้เลย แต่ความจริงแล้วที่เป็นแบบนั้นมันคือแดดร้อนครับไม่ใช่อากาศร้อน แถมในไทยมักเป็นร้อนชื้นซะด้วยสิ ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็หลบร้อนไม่พ้นแถมยังมีเหงื่อตลอดเวลาเพราะความชื้นสูงเหงื่อเลยไม่ยอมระเหยคือตัวจะไม่ยอมแห้งเลย ซึ่งจะทำให้การระบายความร้อนของตัวเราช้าลง หนักๆ เข้าเป็นฮีทสโตรคเอาได้อีกครับ

…ในทางกลับกันถ้าหนาวยังใส่เสื้อได้ ใช้ฮีทเตอร์ได้ กินของร้อนได้ ทำให้อุ่นขึ้นได้ง่ายกว่า ตัวก็แห้งไม่เหนอะ และตัวเราเองก็เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนอีกด้วยถ้าเอาเก็บเอาความร้อนตรงนี้ไว้ได้เราก็อุ่นได้ ร้อนทำให้เย็นยากกว่าเยอะครับ เพราะแหล่งกำเนิดความร้อนมีอยู่ทั่วไป แต่ความเย็นมันกำเนิดไม่ได้ กินอะไรก็ไม่หายร้อนครับ แอร์ก็เป็นการย้ายเอาความร้อนออกไปนอกห้องเท่านั้นความร้อนไม่ได้หายไป ในขณะที่เครื่องทำงานก็เกิดความร้อนอีกด้วย

ผมเห็นความเห็นในพันทิพถามประมาณว่า “ทำไมคนกรุงเทพถึงชอบทรมานตัวเองด้วยความหนาว?” ผมว่าเพราะคนกรุงเทพไม่ได้รู้สึกว่าหนาวไงครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะอุปกรณ์กันหนาวพร้อมและใส่อย่างถูกต้องเลยรับมือกับความหนาวได้มากกว่า (ไม่นับเรื่องความทนหนาวที่ต่างกันของแต่ละคนนะครับ)



เพราะงั้นวันนี้ผมจะเอาแนวทางการรับมือกับความหนาวมาแชร์กันครับ ผมว่าเราต้องมาเรียนรู้การจัดการกับความหนาวกันอย่างจริงจังกันได้แล้ว ปีนี้เราก็เตรียมกันไว้ก่อนเลย พอหนาวอีกทีเราก็พร้อมรับมือ


ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับวิธีจัดการกับความหนาวด้วยวิธีแบบที่คนเมืองหนาวทำกัน

เท่าที่ผมเห็น คนไทยหลายคนมักชอบซื้อเสื้อตัวนอกหรือเสื้อกันหนาวตามเทรนด์แฟชั่นทันสมัยกันมากกว่าที่จะดูว่าอะไรที่กันหนาวได้ผลมากๆ หรือไม่ก็ใส่ตามที่เห็นในหนังในละครหรือใส่เป็นสูตรสำเร็จตามที่ใครๆ ว่ามาโดยไม่ได้เข้าใจว่าชิ้นไหนทำหน้าที่อะไร ทำให้หลายครั้งมันไม่ได้ผลตามที่ควรจะเป็นหรืออาจจะมีการใช้เสื้อผ้าเยอะเกินจำเป็น


เสื้อแบบในรูปนี้ถ้าซื้อเสื้อสำหรับใช้ในฤดูหนาวมาใช้มันจะใช้ได้ แต่หลายคนก็ซื้อเสื้อที่เป็นแบบแฟชั่นตามเทรนด์เฉยๆ ซึ่งมันจะใช้ได้กับอุณหภูมิที่ไม่ต่ำมากเท่านั้น

ผมสังเกตุว่าเมื่อพูดถึงเสื้อกันหนาวหลายคนมักนึกถึงเสื้อคาร์ดิกัน เสื้อฮู้ดดี้ เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อแจ๊คเก็ตตามเทรนด์ต่างๆ เสื้อแหนม กันและดูเหมือนมีคนไม่น้อยที่คิดว่าการใส่เสื้อกันหนาวคือเราแต่งตัวตามปกติแล้วก็ใส่เสื้อตัวนอกเข้าไปก็จบซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่สามารถที่จะใส่เสื้อนอกไปตัวเดียวแล้วจะใช้ที่อุณหภูมิต่ำๆ ได้ เอาจริงๆ แค่ต่ำกว่า 15 องศาสำหรับคนไทยหลายๆ คนก็หนาวมากแล้ว (แต่สำหรับผมถือว่ากำลังสบาย)

ก็เรียกได้ว่าคนไทยส่วนหนึ่ง (ไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยนะครับ) มีความไม่เข้าใจหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอุปกรณ์กันหนาวและการรับมือความหนาวซึ่งความเข้าใจผิดที่ผมเคยเห็นจากหลายๆ คนคือ…
- เสื้อกันหนาวอะไรก็กันหนาวได้เหมือนกัน เพราะงั้นซื้อเสื้อแฟชั่นมาก็กันหนาวได้สบาย
- เสื้อกันหนาวใส่เข้าไปก็หายหนาวแล้ว
- เสื้อกันหนาวทีใช้ได้ผลทีสุดคือไหมพรม
- เสื้อกันหนาวที่ดีที่สุดคือดาวน์แจ๊คเก็ต

เพราะด้วยความเข้าใจแบบนี้ทำให้หลายๆ คนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นในไทยไม่สามารถที่จะรับมือกับความหนาวได้



ภาพถ่ายโดย Ed Yourdon

เมื่ออุณหภูมิต่ำลงแล้วเราไม่พร้อมรับมือ สิ่งที่อันตรายคือ “อาการไฮโปเธอร์เมีย”

ไฮโปเธอร์เมีย คืออะไรเรามารู้จักมันสักหน่อยก่อนดีกว่าครับ มันคืออาการความผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นจากการที่อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่าปกติประมาณ 1-2 องศา อาการใน ขั้นต้นคือ สั่น เริ่มเสียการควบคุมมือหรือเรียกได้ว่ามือเริ่มแข็งและชา อาการในขั้นต้นนี้ยังไม่เป็นอันตรายถ้าปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง แต่ถ้าไม่ถูกอาการก็จะรุนแรงขึ้น (ตรงนี้ถ้ารู้อยู่แล้วหรือไม่ต้องการอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับอาการไฮโปเธอร์เมียก็สามารถข้ามตรงที่เป็นสีเขียวไปได้เลยครับ)

เมื่ออุณหภูมิร่างกายยังลดต่ำลงอีกอาการจะรุนแรงขึ้น การสั่นแรงขึ้น ร่างกายเริ่มสูญเสียการควบคุม เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง หายใจสะดุด เริ่มตอบสนองช้า สับสนหรือมีอาการคล้ายคนเมา อาจมีสีคล้ำตามปาก หู ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า

และเมื่ออุณหภูมิร่างกายลดต่ำกว่า 32 องศา ถ้ามาถึงตรงนี้ก็อันตรายมากแล้วครับ ต้องส่งโรงพยาบาล อย่างเดียวแล้ว อาการที่เห็นได้คือ การสั่นจะหยุด การตอบสนองต่างๆ จะหยุด และถ้ายังปล่อยให้อุณหภูมิลดลงไปอีกก็จะพบอาการหายใจช้าลง ชีพจรช้าลง ม่านตาขยายและหัวใจหยุดเต้นในที่สุด

ไฮโปเธอร์เมีย เกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายลด เช่น อากาศหนาว เสื้อผ้าอุปกรณ์กันหนาวไม่พอ เปียก ขาดน้ำขาดอาหาร ดื่มแอลกอฮอล์

ถ้าอยู่ในพื้นที่ประสบภัยหนาวแล้วพบว่าคนที่บ้านเรา เพื่อน หรือคนใกล้ตัว มีอาการแบบนี้ให้เราจัดการให้ถูกต้องนะครับโดย…

วิธีจัดการถ้าพบว่าคนใกล้ตัวเรามีอาการอย่างที่ว่ามานี้คือ ต้องลดการเสียความร้อน โดยการใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นและแห้งเข้าไว้ ขยับตัวเพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น กินน้ำและอาหารที่ให้พลังงานเช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน ดื่มเครื่องดื่มร้อนเช่น
นมร้อน (ไม่ให้ดื่มกาแฟนะครับ)

ห้ามกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้เสียความร้อนเช่น แอลกอฮอล์ต่างๆ (เพราะทำให้หลอดเลือดขยายเราจะเสียความร้อนง่ายขึ้น) เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (คาเฟอีนก็มีผลในการขยายหลอดเลือดและขับปัสสาวะ) ห้ามสูบบุหรี่ด้วย เพราะทำให้หลอดเลือดหดตัว เสี่ยงต่อการเสียเนื้อเยื่อเพราะเลือดไปเลี้ยงไม่พอ

ถ้าอาการรุนแรงแล้ว หรือการสั่นแรงแล้วให้ทำเบื้องต้นตามที่ได้บอกไว้ แล้วส่งโรงพยาบาลเลยครับ …ในรายที่อาการรุนแรงอย่ารีบทำให้ตัวอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะจะถึงตายได้ถ้าทำให้ตัวอุ่นขึ้นเร็วเกินไป


ไฮโปเธอร์เมีย เป็นอันตรายที่มากับความหนาวเย็น ซึ่งถ้ามีอาการแล้วเราจัดการอย่างถูกต้องคนที่เป็นก็จะปลอดภัยหรือรอดชีวิตได้ แต่เราคงไม่ต้องการให้ไปถึงจุดที่่เราต้องใช้วิธีจัดการพวกนี้หรอกใช่มั้ยครับ เพราะงั้นเราควรจะป้องกัีนไม่ให้เกิดอาการพวกนี้ตั้งแต่ต้นเลยจะดีกว่า


เราต้องมาเริ่มทำความเข้าใจกับการกันหนาวอย่างถูกต้องก่อน เพื่อให้เราสามารถจะจัดการกับตัวเองได้อย่างถูกต้อง แล้วความหนาวจะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวครับ……เอาล่ะมาเริ่มกันเลยดีกว่า

การจะรับมือกับความหนาวให้ได้ผลนั้นเราต้องมาเข้าใจหลักการกันสักนิดก่อน คือความหนาวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอุณหภูมิที่ต่ำลง ลม และความชื้น เพราะงั้นแล้วเราต้องจัดการกับทั้งอุณหภูมิ ลมและความชื้นให้ได้ และต้องใส่ใจกับทั้ง 3 อย่างนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าสนใจแค่เพียงอย่างเดียวแล้วจะจัดการกับทุกอย่างได้ สู้กับความหนาวได้ทันที

วิธีที่จะจัดการกับทั้ง 3 อย่างนี้ก็เป็นเทคนิคเดียวกับการใส่เสื้อผ้าแบบเอาท์ดอร์ด้วย คือใช้การใส่เป็นชั้นๆ หรือที่เรียกว่า เลเยอริ่ง (Layering) ซึ่งนี่ก็เป็นวิธีที่คนเมืองหนาวใช้กัน……อ่านแบบเต็มๆ ได้ในเรื่อง "มารู้จักเสื้อผ้าและการแต่งตัวแนว Outdoor กัน - ตอนที่ 2 ใส่เป็นชั้น (Layering)" (คลิกที่ชื่อเรื่องเป็นลิงค์ไปได้เลย) ครับแต่ตรงนี้ผมจะขออธิบายแบบรวบรัด

เสื้อกันหนาวคือเสื้อที่ใช้ในการป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกาย โดยที่วิธีที่ใช้ทำให้เราอุ่นได้ก็คือมันช่วยเก็บอุณหภูมิของตัวเราเองเอาไว้เพื่อทำให้ตัวเราอุ่น และป้องกันการเสียความอบอุ่นจากลมและความเปียกชื้น แต่เสื้อกันหนาวก็มีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน มันทำให้เราอาจต้องใช้เสื้อกันหนาวมากกว่า 1 ตัวเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ครบถ้วน



เสื้อกันหนาวที่ใส่มากกว่า 1 ชั้นไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าใส่นะครับ ต้องรู้สักนิดว่าเอาอะไรไว้นอกอะไรไว้ใน ซึ่งก็มักจะเรียงจากในไปนอกตามนี้ครับ

เสื้อที่ใส่ปกติ >>> ชั้นเก็บอุณหภูมิ >>> ชั้นป้องกันการเสียอุณหภูมิ

ชั้นแรก…เสื้อที่ใส่ปกติ ก็เสื้อผ้าที่เราใส่ตามปกตินี่แหละครับ อาจจะใส่พวกเสื้อหน้าหนาวอย่างพวกเสื้อยืดแขนยาวหรือเสื้อเชิ้ตหน้าหนาวก็ได้

ชั้นเก็บอุณหภูมิ…เสื้อชั้นนี้ก็ใช้พวกเสื้อฮูดดี้ สเวตเตอร์ คาร์ดิกัน หรือพวกแจ๊คเก็ตอื่นๆ ที่หลายๆ คนซื้อมาตามเทรนด์แฟชั่น รวมไปถึงซอฟท์เชลและเสื้อแหนม(ดาวน์แจ๊คเก็ต) ก็ได้ครับ ซึ่งทำด้วยเส้นใยอะไรก็ได้ และจะใส่มากกว่า 1 ตัวก็ได้

ชั้นป้องกันการเสียอุณหภูมิ…ชั้นนี้เป็นชั้นนอกสุด เสื้อจะทำหน้าที่กันลมและความชื้น เพราะถ้าลมแรงๆ เราก็เสียความร้อนได้และนั่นก็จะทำให้เราหนาวได้อีกเหมือนกัน เสื้อชั้นนี้จึงเป็นเสื้อพวกวินด์เบรกเกอร์ ซอฟท์เชล เชล(ฮาร์ดเชล) เรนแจ๊คเก็ต(แจ็คเก็ตกันฝน) ดาวน์แจ๊คเก็ต โค้ทต่างๆ หรืออาจเป็นพวกเสื้อแจ๊คเก็ตอื่นๆ ที่ทำด้วยเส้นใยพวกโพลีเอสเตอร์ ไนล่อน หรืออื่นๆ ที่ไม่อมน้ำหรือดูดน้ำน้อยและผ้าแน่นพอที่จะกันลมไม่ให้ผ่านเข้ามาได้


ภาพจาก google และ wear.jp (User: 天太, まり, 竹林, kyamee)

อีกอย่างคือต้องปิดปลายประสาทให้หมดครับ แล้วจะช่วยให้เราสบายขึ้นอีกเยอะ ปลายประสาทที่ว่านี้คือ หัว มือ เท้า นั่นเอง ก็ต้องใส่หมวก ถุงมือ ถุงเท้าให้ดี จำไว้ว่ามือกับเท้าจะทำความร้อนได้ยาก และเมื่อหนาวมันจะเริ่มเย็นที่มือกับเท้าก่อน ส่วนหัวถ้าเย็นอาจทำให้ไม่สบายได้ อุปกรณ์สำหรับปลายประสาททั้ง 3 จุดนี้ควรใช้แบบที่อุ่นและอับลมที่สุดครับ

และข้อสำคัญเลยคือเราต้องใส่ตั้งแต่รู้สึกว่าอากาศหนาวนะครับ ถ้ารอให้ตัวเราหนาวจนทนไม่ไหวนั่นก็ช้าไปแล้ว ถ้าสั่นนี่ก็แสดงว่านั่นมันเกินลิมิตของตัวเราแล้ว เพราะงั้นก็อย่ารอให้หนาวเลย ถ้ารู้สึกว่ามันเย็นมากจนเกินสบายแล้วก็หยิบอุปกรณ์กันหนาวมาใส่ได้แล้วล่ะครับ

หลักการของมันสรุปให้เอาไปทำกันง่ายๆ ก็ประมาณนี้ ไม่ยากใช่มั้ยครับ เอาล่ะต่อไปเราจะไปดูกันว่าเราจะเลือกหยิบเอาเสื้ออะไรมาใช้กันได้ยังไงบ้าง



ลองสำรวจดูเลยว่าเรามีเสื้ออะไรอยู่บ้าง

เสื้อที่หลายๆ คนมักจะมีใช้และนิยมใช้กันคือเสื้อถักไหมพรมต่างๆ เช่นเสื้อคาร์ดิกัน สเวตเตอร์ ฮูดดี้ และในปัจจุบันนี้ที่เห็นบ่อยๆ คือแจ๊คเก็ตเบสบอลหรือสเตเดี้ยมจั๊มเปอร์ (ซึ่งทีี่คนไทยใช้กันบ่อยๆ ก็มักเป็นผ้ายืดชั้นเดียวไม่ได้มีการบุข้างใน) เสื้อพวกนี้ทั้งหมดเป็นเสื้อที่ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บอุณหภูมิจากตัวเราเอาไว้ให้เรารู้สึกสบายขึ้นได้นั่นเอง แต่มันก็ไม่กันลมเท่าไหร่ เพราะงั้นเสื้อนอกเสื้อแจ๊คเก็ตเสื้อกันหนาวแฟชั่นพวกนี้ใช้เป็นชั้นนอกสุดไม่ได้นะครับมีแต่ดาวน์แจ๊คเก็ตเท่านั้นที่คนมักจะซื้อกันและสามารถใช้เป็นตัวนอกได้

ทีนี้ถ้าเราไม่มีชั้นนอกสุดก็คงต้องหามาเพิ่มล่ะครับ ถ้าเราไม่ได้ต้องไปสู้กับลมก็อาจไม่จำเป็นมากนัก แต่ผมว่ามีเอาไว้ก็ดีกว่าไม่มี



มาถึงวิธีใส่กัน……ถ้ามีเสื้อไหมพรมอย่างคาร์ดิกัน สเวตเตอร์ ให้ใส่พวกนี้ก่อน แล้วค่อยทับด้วยเสื้อนอกหรือแจ๊คเก็ตอื่นๆ และเสื้อที่กันลมและกันชื้นได้ดีที่สุดให้เอาไว้ชั้นนอกสุด ซึ่งถ้าเสื้อที่มีอยู่ไม่ได้รัดรูปนักก็จะสามารถยัดไส้ได้ง่าย ส่วนชั้นในสุดคือเสื้อผ้าที่เราใส่ปกติอันนี้อยากใส่อะไรก็ใส่ได้ครับ แต่ถ้าเรามีเสื้อฤดูหนาวอย่างเสื้อยืดแขนยาว เสื้อปิดคอต่างๆ หรือเสื้อเชิ้ตสำหรับหน้าหนาวก็จะช่วยให้อุ่นขึ้นได้อีก

อย่าห่วงหล่อห่วงสวยแล้วเน้นใส่ตามแฟชั่นที่เคยเห็นในหนังครับ เพราะถ้ามันต้องทนหนาวแล้วก็เหมือนการทรมานตัวเองเปล่าๆ ยิ่งกว่านั้นถ้ามีอาการไฮโปเธอร์เมียขึ้นมาอีกอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้ ไม่คุ้มกันหรอกครับ

อย่างที่บอกไปแล้วว่าปลายประสาทก็สำคัญ อย่าห่วงแต่ความสวยหล่อ ถ้ามีถุงมือไหมพรมอยู่ละก็ลืมได้เลยครับ มันแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยถ้าใส่เดี่ยวๆ สิ่งที่เราต้องการคือถุงมือที่อับลมที่สุดส่วนพวกไหมพรมก็สามารถใส่ไว้ข้างในได้ครับ...สำหรับหมวกเป็นไหมพรมได้ครับ



ทีนี้ถ้าเราต้องซื้อของเพิ่มเพราะขาดหรือไม่พอ หรืออาจต้องซื้อใหม่เลยเพราะไม่มีเลย เราจะเลือกใช้อะไรดีให้คุ้มค่าที่สุด

ก่อนอื่นให้ทำเช็คลิสต์เลยครับ เขียนออกมาดูเลยว่าเรามีอะไรขาดอะไร ซึ่งทั้งหมดในลิสต์รายการนี้คือสิ่งที่ควรจะต้องมีไว้ทั้งหมดนะครับ ถ้าเราอยู่ในพื้นที่ที่อากาศหนาวจัดหรือประสบภัยหนาว ไม่ใช่ให้เลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง…
รายการที่ว่านี้ก็มี
- เสื้อชั้นนอกสุด
- เสื้อเก็บอุณหภูมิ
- หมวก
- ถุงมือ
- ถุงเท้า
- ผ้าห่ม



รูปเสื้อของ Uniqlo และ Quechua (Decathlon)

เสื้อชั้นนอกสุด…ควรเป็นเสื้อที่ทำด้วยใยโพลีเอสเตอร์หรือไนล่อนหรืออื่นๆ ที่ผ้าแน่นพอจะกันลมได้ จะเป็นเสื้อกันลม ผ้าร่มหรืออะไรพวกนั้นก็ได้ครับ ถ้าจะต้องซื้อผมแนะนำ เสื้อ Wind Breaker ของ Uniqlo (รู้สึกในร้านจะเรียกว่า Parka หรืออะไรพวกนี้) ราคาราวพันบาทบวกลบ (ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับแบรนด์ต่างๆ นี้นะครับ แต่แนะนำกันเพราะเห็นว่าใช้ได้ผลในราคาที่ไม่สูง) แต่ถ้างบมากกว่านั้นก็แล้วแต่ครับลองเลือกดูรุ่นอื่นๆ ในร้านได้เลย หรือถ้าอยู่ใกล้กรุงเทพก็ลองมาดูที่ Decathlon ก็ได้ครับ มีขายราคาหลักร้อยน่าจะประมาณ 5-6 ร้อย (ถ้าผมจำไม่ผิด) หรือถ้างบน้อยมากจริงๆ ก็ดูเอาตามที่แขวนขายตัวละ 100-200 อะไรแบบนั้นก็ได้ครับ เพียงแต่ต้องเลือกเสื้อที่ผ้าแน่นๆ และให้เป็นเส้นใยตามที่บอกไว้



รูปเสื้อของ Uniqlo และ Quechua (Decathlon)

เสื้อเก็บอุณหภูมิ…ชิ้นนี้เป็นเสื้อที่เนื้อหนาขึ้นมาสักหน่อยเมื่อเทียบกับเสื้อยืดหรือเชิ้ตที่เราใส่ปกติ จะเป็นแจ๊คเก็ตที่หลายๆ คนซื้อใส่ตามแฟชั่นก็ได้ เป็นสเวตเตอร์ คาร์ดิกันก็ได้ เสื้อฮู้ดดี้ก็ได้ แต่ถ้าที่มีอยู่มันไม่พอแล้วอยากจะซื้อเพิ่ม ผมอยากแนะนำให้รู้จักกับฟลีซครับ……

ฟลีซ ผู้ช่วยมือดีที่หลายคนมองข้าม…เสื้อฟลีซเป็นเสื้อชิ้นสำคัญในการรับมือกับความหนาว เพราะมันช่วยเก็บอุณหภูมิได้ดีแถมวัสดุยังเป็นโพลีเอสเตอร์อีก หมายความว่ามันจะไม่มีปัญหากับความชื้นด้วย……สิ่งนึงที่หลายคนไม่รู้คือ ฟลีซอุ่นกว่าเสื้อพวกนิท (Knit) หรือไหมพรมถักอย่างสเวตเตอร์หรือคาร์ดิกันนะครับ

ซึ่งเมื่อจะซื้อเพิ่ม ถ้าเป็นของ Uniqlo ผมก็แนะนำเป็นเสื้อฟลีซแจ๊คเก็ตราคาราว 1000 บาท หรือเสื้อคาร์ดิกันที่เป็น Merino Wool (เป็นวูลที่เนื้อละเอียดเนียนที่สุด ใกล้เคียงกับแคชเมียร์แต่ดูแลรักษาง่ายกว่าเหมือนกับวูลปกติ...แต่วูลก็ต้องซักระวังกว่าคอตต้อนหรือฝ้ายนะครับ) ราคาก็ประมาณ 1000 บาท หรือจะเลือกใช้พวกเสื้อฮีทเทคที่เป็นฟลีซก็ได้อีกเหมือนกันครับ หรือลองดูที่ Marks & Spencer ก็ได้ (ผมคิดว่าในต่างจังหวัดน่าจะมี) แต่ราคาจะสูงกว่า Uniqlo สักหน่อย หรือถ้าเข้ามาในกรุงเทพก็ลองดูที่ Decathlon จะมีฟลีซแจ๊คเก็ตราคาหลักร้อย เริ่มตั้งแต่ราว 300 บาท…แต่ถ้างบน้อยมากจริงๆ ก็ลองหาพวกเสื้อฮู้ดดี้ที่มีฟล๊ซข้างในหรือสเวตเตอร์หรือคาร์ดิกันที่ขายกันทั่วไปราคาไม่แรง ราว 200 หรือ 300 อะไรแบบนั้นก็ได้ครับ



รูปถุงมือของ Uniqlo

ถุงมือ…ลืมพวกไหมพรมไปได้เลยครับ เราต้องการถุงมือแบบที่อับลมที่สุด พวกนิท (Knit) หรือไหมพรมจะมีรูเล็กๆ ซึ่งทำให้ลมสามารถแทรกผ่านเข้ามาได้ ยิ่งพวกที่มีรูใหญ่ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับถ้าลมพัดแรงๆ ล่ะก็เหมือนไม่ได้ใส่เลยทีเดียว ถ้าเป็นเสื้อก็ไม่เท่าไหร่แต่กับมือกับหัวที่เสียความร้อนได้ง่ายนี้มันจะทำให้มือเราเย็นมากจนทำให้รู้สึกว่ามันหนาวมือมากๆ ได้ พวกที่เป็นนิทหรือไหมพรมนี้ใช้ใส่อยู่ข้างในได้ครับ แต่ต้องมีชนิดที่อับลมที่สุดอยู่เป็นชั้นนอกสุด……ถ้าจะต้องซื้อก็เลือกเอาชนิดที่มันอับลมที่สุดแหละครับ อย่างเช่น พวกที่เป็นฟลีซและฮีทเทคของ Uniqlo หรือถ้าให้ถูกกว่านั้นก็ถุงมือฟลีซของไดโซเลยครับ 60 บาท



รูปหมวกของ Uniqlo

หมวก...สำหรับหมวกนี่ไม่ยากครับ สามารถหาซื้อหมวกไหมพรมหรือหมวกสำหรับหน้าหนาวอื่นๆ มาใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็นนิทหรือไหมพรมก็ให้เลือกที่ถักแน่นๆ หน่อยครับ ไม่แนะนำแบบที่ถักห่างๆ รูใหญ่ๆ เพราะถ้าลมเข้ามาก็จะทำให้เราเสียความร้อนได้ง่าย หรืออีกตัวเลือกก็คือหมวกฟลีซซึ่งอาจจะหาซื้อยากหน่อย(ถ้าจะเอาแบบไม่แพง) แต่เท่าที่จำได้ผมว่าผมเคยเห็นที่ไดโซครับ



รูปถุงเท้าของ Uniqlo

ถุงเท้า…ถ้าอยู่ในบ้านก็แนะนำให้ใช้ถุงเท้าฟลีซซึ่งหาได้จากไดโซ สำหรับผู้หญิงก็อาจใช้ถุงเท้ากระชับขาของไดโซก็ได้นะครับ ถามหนูตะเภา(คนที่ลองใช้) แล้วบอกว่าเวิร์คดีเลยเหมือนกัน หรือพวกฮีทเทคของ Uniqlo อาจใส่มากกว่า 1 ชั้นก็ได้ หรืออาจหาซื้อถุงเท้าที่เป็นวูลหรืออื่นๆ ใส่ด้วยก็ได้ครับ ซึ่งฟลีซหรือฮีทเทคควรจะอยู่ชั้นในสุดติดกับผิวของเรา แต่ถ้าใส่ทั้ง 3 อย่าง ผมว่าน่าจะเรียงตามนี้ครับ ฮีทเทค วูล ฟลีซ……ส่วนเวลาไปข้างนอกก็คงใส่แบบปกติแหละครับ แต่อาจเลือกที่เนื้อแน่นๆ หน่อย



รูปผ้าห่มฟลีซของ Ikea

ผ้าห่ม…ลองหาซื้อผ้าห่มฟลีซมาเสริมกับผ้าห่มเดิมที่มีอ่ยู่ซึ่งก็หาได้จาก Uniqlo อีกเหมือนกันครับ หรือถ้าเข้ามากรุงเทพก็ลองดูที่ Ikea ก็มี ส่วนที่อื่นๆ ผมก็คิดว่าปัจจุบันนี้คงมีเหมือนกันเพียงแต่ผมยังไม่ค่อยเห็นลองหาดูก็ได้นะครับ หรือที่ไดโซก็จะมีพวกผ้าฟลีซผืนไม่ใหญ่ใช้คลุมหัว อก หรือเท้าได้ ข้อสำคัญคือเวลาห่มฟลีซจะต้องอยู่ในสุดติดกันตัวของเราเลยครับ


นี่คือสิ่งที่ผมอยากแนะนำให้มีกันเอาไว้เลย แต่ก็ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่เป็นเหมือนตัวเสริมอีกนะครับ ซึ่งถ้ามีไว้ได้ก็จะช่วยให้อยู่สบายขึ้นอีก คือ เสื้อหน้าหนาว ผ้าพันคอ รองเท้าปิดทึบๆ …ของพวกนี้ไม่ซีเรียสนะครับ เพราะบางคนอาจไม่มีงบมาซื้อ แต่ถ้ามีงบซื้อได้ก็มีไว้ดีกว่าไม่มี



รูปเสื้อของ Patagonia กับ Top Value

เสื้อหน้าหนาว…อันนี้ไม่ซีเรียสครับ แต่มีก็ดีกว่าไม่มี มันช่วยให้สบายขึ้น เสื้อหน้าหนาวก็คือเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตนี่แหละครับ แต่เป็นแขนยาวและใช้ผ้าที่หนากว่าหรืออาจเป็นฟลีซด้านในหรืออื่นๆ ……เสื้อแบบนี้ถ้าดูที่ Uniqlo ก็มีพวกฮีทเทคบางแบบ เสื้อเชิ้ตแฟลนเนล ถ้าที่ Decathlon ก็จะมีเสื้อยืดแขนยาวข้างในเป็นไมโครฟลีซ หรือจะลองหาดูตามร้าน Export Shop หรือ XL ก็ได้ครับ



ภาพกางเกงของ Uniqlo

กางเกง…ผมอยากแนะนำให้ใช้กางเกงที่ผ้าแน่นๆ ครับ หนาด้วยก็ดี จำไว้ว่าจะสู้กับความหนาวผ้าแน่นดีกว่าผ้าหนา แน่นแต่บางดีกว่าหนาแต่โปร่ง ……กางเกงยีนส์ที่หลายๆ คนชอบใส่กันก็ใช้ได้ครับ แต่เราต้องรู้ไว้ด้วยว่ากางเกงยีนส์ส่วนมากเป็นใยฝ้าย ซึ่งฝ้ายมีคุณสมบัติส่งผ่านอุณหภูมิได้มากกว่า หมายความว่ามันจะเย็นเพราะอากาศที่เย็นถ้าเราใส่เสื้อผ้าเย็นๆ เราจะหนาวขึ้นอีก และฝ้ายจะดูดน้ำได้ดีทำให้มันชื้นได้และเมื่อมันชื้นก็จะทำให้เรายิ่งหนาวขึ้นเป็นเท่าตัว ตัวเลือกอื่นๆ ก็มีพวกกางเกงผ้าลูกฟูก กางเกงชิโน กางเกงฟลีซหรืออื่นๆ ก็ได้แต่ให้เลือกดูที่ผสมโพลีเอสเตอร์หรือโพลีเอสเตอร์ 100% ก็ได้ โพลีเอสเตอร์มีคุณสมบัติที่ส่งผ่านอุณหภูมิน้อยกว่าฝ้ายจึงช่วยให้เรารู้สึกอุ่นกว่าหรือถ้ามีที่เป็นวูลก็ยิ่งดี กางเกงที่ผสมโพลีเอสเตอร์นี้หาซื้อได้ไม่ยากนักครับ หาได้ทั้งที่ Uniqlo ตามร้าน Export Shop, XL หรือที่มาแขวนขายลดราคาก็มี ราคาจึงมีตั้งแต่ราวๆ 200 บาทขึ้นไป

อีกตัวเลือกหนึ่งคืออาจใช้กางเกงฟลีซ หรือสเวตแพนท์ หรือพวกฮีทเทคใส่ข้างในกางเกงที่ใส่ปกติอีกทีก็ได้หรือสำหรับผู้หญิงก็อาจใส่พวกเลกกิ้งไว้ข้างในแล้วใส่กางเกงปกติทับข้างนอกอีกทีก็ได้ครับ หรือใช้วิธีใส่ถุงน่องเอาก็ได้จากข้อมูลที่มีมันช่วยเยอะเลยล่ะครับ



ผ้าพันคอกับ Neck Warmer ของ Uniqlo

ผ้าพันคอ…อันนี้แล้วแต่ชอบเลยครับ เลือกซื้อตามชอบได้เลย อาจใช้เป็นแบบเน็ควอร์มเมอร์ก็ได้ หรือถ้าให้ถูกตังค์และเวิร์คก็ใช้ผ้าพันคอหรือเน็ควอร์มเมอร์ที่เป็นฟลีซของไดโซก็ได้ครับ



รูปรองเท้าของ Clarks และ Ecco

รองเท้า…ถ้ามีงบพอจะซื้อรองเท้าสักหน่อย ก็แนะนำว่าให้ลองหาซื้อรองเท้าที่เป็นหนังที่อับลมมากๆ หน่อยมาใช้ครับ จะเป็นรองเท้าผ้าใบ (Sneaker) ก็ได้ เป็นบู๊ทได้ก็ยิ่งดี แต่ให้วัสดุเป็นหนังที่ทึบๆ อับลมเข้าไว้ เพราะเมื่อมันมีอากาศผ่านน้อยมันก็จะช่วยทำให้เท้าเราอุ่นขึ้นได้หรือแย่ที่สุดก็คือไม่เย็นไปกว่าเดิม




ทีนี้นอกจากการใส่เสื้อผ้าอุปกรณ์เครื่องกันหนาวแล้ว มันยังมีเทคนิคอื่นๆ อีกครับ เพื่อให้เราจัดการกับความหนาวได้มากขึ้น มีอะไรบ้างมาดูกันครับ




อาหาร…นอกจากจะกินอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอแล้ว การกินนม เนย ชีสก็ยังช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น หรือกินอาหารรสเผ็ดร้อนก็ช่วยได้

ขยับตัวมากๆ
…การขยับตัวมากๆ ช่วยให้อุ่นขึ้นได้ เข้าใจครับว่าบางคนจะไม่อยากลุกไปทำอะไรเวลาหนาวๆ แต่ถ้าเราขยับตัวมากๆ ลุกทำโน่นทำนี่มันจะช่วยให้อุ่นขึ้นได้

อุดช่องลมในห้องให้หมด
…บ้านในต่างจังหวัดหรือในชนบทหลายแห่งผมเห็นว่ามักจะมีช่องลม ซึ่งถ้าลมผ่านในห้องมากก็จะยิ่งหนาว เพราะงั้นต้องปิดให้หมด จะเอาผ้าพลาสติกไปปิดก็ได้ หรือถ้าไม่มีจริงๆ ใช้หนังสือพิมพ์อุดเลยก็ได้ครับ แล้วปล่อยให้อากาศผ่านแค่ตามร่องประตูหน้าต่างก็พอ อย่าอุดหมดนะครับเดี๋ยวจะเป็นอันตราย

จัดเต็มเวลานอน
…เครื่องกันหนาวทุกอย่างใส่ให้หมดครับ ตั้งแต่หัวยันเท้า

วิธีห่มผ้าตอนนอน…ให้เอาผ้าห่มห่อตัว ห่มใหุ้ถึงคอ สอดชายผ้าทุกด้านเข้าไปใต้ตัวเรา พอความร้อนจากตัวเราออกมาที่ผ้าห่มก็จะอุ่นขึ้น อาจนอนตะแคงห่มผ้าให้ปิดถึงจมูกเวลาหายใจก็จะได้สูดอากาศที่อุ่นกว่าเข้าไปครับ




กระเป๋าน้ำร้อน…เป็นวิธีพาสสีฟที่ได้ผลและราคาไม่แพงครับ กระเป๋าน้ำร้อนมีขายตามร้านขายยา อันละราวๆ 2xx บาทใส่น้ำร้อนเข้าไปแล้วห่อด้วยผ้าขนหนูไม่ต้องหนามาก (บางรุ่นอาจมีผ้าหุ้มมาแล้ว) เอาวางที่เท้าในผ้าห่มเวลานอน คือเราเอาเท้าวางบนกระเป๋าน้ำร้อน จะช่วยให้อุ่นขึ่นมาก




ฮีทเตอร์แบบพลิกแพลง…เตาย่างไร้ควันใช้เป็นฮีทเตอร์ได้ เสียบปลั๊กให้ร้อนใช้อบห้องใหอุ่นขึ้นได้ ราคาราวพันกว่าบาทเห็นจะได้ครับ หรืออีกแบบคือใช้เตาแก๊สปิคนิค อันนี้ถูกกว่า ตามบิ๊กซี โลตัสขายอันละราว 600 บาท กับแก๊สกระป๋องละราวๆ 30 บาท ใช้อบห้องให้อุ่นได้เหมือนกัน แต่ทั้ง 2 วิธีนี้ต้องใช้อย่างระวังและควรนั่งเผ้านะครับ โดยเฉพาะเตาแก๊ส ไม่งั้นเดี๋ยวไฟไหม้เอาได้ ทางที่ดีคือ เอาเตาแก๊สปิคนิคไปต้มน้ำในห้องนอน เสร็จแล้วปิดไฟ เอาน้ำร้อนใส่กระเป๋าน้ำร้อน ระหว่างต้มเราก็ได้อบห้องไปด้วย แล้ืวยังได้น้ำร้อนมาใส่กระเป๋าน้ำร้อนได้อีกด้วย ได้ 2 เด้งเลย



ก็คิดว่าน่าจะช่วยให้หลายๆ คนสู้กับความหนาวได้มากขึ้น การรับมือกับความหนาวถ้าทำอย่างถูกต้องแล้วความหนาวจะไม่น่ากลัวอีกต่อไป ยิ่งถ้าอากาศหนาวต่อเนื่องนานสักอาทิตย์นึงร่างกายเราก็จะปรับตัวเข้ากับอากาศหนาวแล้วทีนี้ก็จะรู้สึกดีขึ้นไม่หนาวอย่างตอนแรกแล้วล่ะครับ

ที่จริงผมอยากได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับความหนาวให้กับชาวบ้านด้วย ไม่ใช่แค่แจกของแล้วจบ เพราะการจะอยู่กับความหนาวเย็นมันไม่ใช่สักแต่ว่าใส่(เสื้อ) แต่มันต้องรู้ว่าการใส่ควรใส่อะไรอย่างไรและต้องทำตัวอย่างไรเพื่อจะอยู่กับความหนาวได้ เพราะคนไทยไม่ได้คุ้นเคยกับอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้มาก่อน ทำให้หลายคนไม่รู้วิธีรับมือ และถ้าให้ดีน่าจะมีสอนกันในโรงเรียนด้วยเลยครับ เริ่มจากโรงเรียนในจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ประสบภัยหนาวก่อนก็ได้


สุดท้ายผมหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อยครับ



โดย นาย nyo


ภาพประกอบบทความจากอินเตอร์เน็ต




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2559
4 comments
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2559 8:01:31 น.
Counter : 4520 Pageviews.

 

เขียน Content ได้ดีมากเลยครับ สนใจอยาให้มาเขียนให้กับทางบริษัทบ้างครับ รบกวนติดต่อกลับหน่อยนะครับ 090.556.5542

 

โดย: พิพัมน์ IP: 124.121.241.187 23 มีนาคม 2559 13:00:38 น.  

 

ขอบคุณครับ

 

โดย: nyo 6 เมษายน 2559 22:51:17 น.  

 

เขียนได้ดีมากเลยค่ะ เข้าใจง่าย แถมยังแนะนำได้ดีมากๆด้วย

ขอรบกวนนิดนึงค่ะ ไม่ทราบพอจะมีประสบการณ์ใช้เสื้อผ้าของ decathlon ยี่ห้อ wedze รุ่น simple warm บ้างไหมคะ คือเห็นราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับพวกลองจอนทั่วไป อยากทราบคุณภาพของมันค่ะ

 

โดย: niiiim IP: 180.183.86.116 11 พฤษภาคม 2560 4:47:21 น.  

 

ขอบคุณครับ

wedze ไม่เคยใช้เลยครับ แต่ผมคิดว่า decathlon ไม่ทำน่าเกลียดแน่นอน คุณภาพได้มาตรฐานแน่นอน เพียงแต่จะดีแค่ไหนยังต้องว่ากันอีกทีครับ (คือแล้วแต่รุ่น)

ผมเคยใช้ยี่ห้ออื่นของเขา อย่าง quechua (เสื้อ, กางเกง, รองเท้า) domyos (เสื้อยืด) แล้วก็พวกแว่นกันแดด (แม่ใช้) กล้องส่องทางไกล....จำไม่ได้ว่ามีอะไรอีกหรือเปล่า พวกนี้โอเคเวิร์คดีไม่มีปัญหาทุกอย่างนะครับ

ปล. domyos เสื้อยืดจะยืดง่ายไปหน่อยแต่ก็โอเคครับไม่แย่

 

โดย: nyo 17 พฤษภาคม 2560 22:13:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nyo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดทำการคัดลอก ส่วนใดส่วนหนึ่งของบล๊อกนี้ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อค


ติดต่อผมได้ที่
naai.nyo@gmail.com

____________________

บล๊อกนี้ผมเขียนขึ้นมาจากสิ่งที่ผมไปรู้ไปเห็นมาก็เลยเอามาเล่าต่อเพื่อเป็นการแชร์ความรู้กัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อยครับ


กรูณาใช้ภาษาให้เหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add nyo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.