>... คุณครูคนแรก หนังสือเล่มแรก...< ถือโอกาสเปิดบล็อคใหม่ในวันครูที่จะถึงนี้





อยากจะเขียนอะไรถึงคุณครูผู้มีพระคุณ เมื่อคิดได้ว่าในวัยเด็กตลอดเวลาที่เรียนหนังสือมา ได้เจอสิ่งดีๆในความทรงจำมากมาย จึงเก็บมาเล่าเป็นเรื่องราวย้อนสู่อดีตอันไม่นานมานี้ (ไม่นานนะคะ แค่ 20ปีเอง) อาจสอดแทรกความคิดเห็นในตอนนี้เข้าไปเพิ่มเติมบ้าง เพื่อ ให้เห็นข้อแตกต่าง แต่มิใช่สร้างความแตกแยกทางความคิดเห็น ขอให้มีความสุขไปกับการย้อนวันเวลาไปกับนาห์นะคะ พร้อมกันหรือยังเอ่ย นั่งไทม์แมคชีนไปด้วยกันเลยค่ะ

บทนำ


"พ่อขา เมื่อไหร่จะพาหนูไปสมัครเข้าเรียน”

นั่นคือคำถามของฉันเมื่อย้อนไปเมื่อ20 ปีก่อน ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่า การเข้าเรียนคืออะไร ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องไปเรียนหนังสือ ที่ฉันรู้ก็คือ เพื่อนเล่นของฉัน ต่างก็มาโม้ให้ฟังว่า พ่อแม่ของเขาพาพวกเขาไปแจ้งชื่อสมัครเรียนที่โรงเรียนกันแล้ว ใครไม่ไปแจ้งชื่อเข้าเรียนหลังจากวันรับสมัครเข้าเรียนก็จะอดเรียนหนังสือ ความคิดตอนนั้นของฉันคือ ยังไงก็ต้องร้องขอให้พ่อพาไปสมัครเข้าเรียนให้ได้ โดยที่ไม่รู้หรอกว่า มันเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะต้องไปแจ้งชื่อกับทางโรงเรียนเพื่อให้ลูกเข้าเรียนเมื่ออายุ ครบ 7 ขวบบริบูรณ์ ในสมัยนั้น

และแล้วความฝันที่จะได้เข้าเรียนก็เป็นจริง ก่อนวันเปิดเรียนพี่ชายและแม่พาฉันไปซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดในตัวอำเภอ สมัยนั้นเสื้อผ้านักเรียนแม้จะราคาไม่สูงอย่างตอนนี้ แต่มันก็มีแบ่งระดับอยู่ดี เด็กน้อยคนที่จะได้สวมเสื้อผ้าตราสมอ ซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น เสื้อผ้าชุดนักเรียนของฉันเป็นเพียงเสื้อผ้ายี่ห้อธรรมดา รองเท้าก็เป็นเพียงรองเท้ายางสีดำ จำได้ว่า มีรูปตุ๊กตาผู้หญิง อยู่ที่พื้นรองเท้า ไม่ใช่รองเท้าบาจา หรือ s.c.s รองเท้าหนังอย่างดี ราคาค่อนข้างแพง แต่แม่ฉันก็ใจดีที่จะเพิ่มเงินอีกสิบสามสิบบาทเพื่อจะเอาของเล่นที่แถมมากับรองเท้าราคาแพงให้ฉัน ตอนนั้นฉันดีใจมากที่ได้ของเล่นกลับมา โดยไม่สนใจสักนิดว่ารองเท้าที่ฉันจะได้สวมนั้นมันไม่ใช่รองเท้ายี่ห้อดังเจ้าของของแถมที่ฉันอยากได้

วันแรกของการไปโรงเรียนของฉันเหมือนกับเด็กทั่วๆไปในสมัยนี้ ที่พ่อแม่ จะเดินจูงมือนำไปส่งฝากฝังกับอาจารย์ถึงห้องเรียน แต่มันผิดกันตรงที่ตอนนั้นฉันและเพื่อนๆเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่หนึ่งทันทีไม่ใช่ระดับอนุบาล เพื่อนๆมากหน้าหลายตา บ้างก็คุ้นเคยเพราะเป็นเพื่อนเล่นแถวบ้านกันอยู่แล้ว บ้างก็มาจากต่างถิ่น ฉันจำได้ว่าเพื่อนในห้องเรียนไม่มีใครร้องไห้งอแงจะกลับบ้านกัน และแล้วเพียงไม่กี่วันพวกเราก็รู้จักกันเป็นเพื่อนกัน






... คุณครูคนแรก หนังสือเล่มแรก...

อาจารย์ประจำชั้นของฉัน เป็นผู้หญิง รูปร่างท้วมนิดๆ ใจดี ชื่อ คุณครูกัญญา สอนทุกวิชาของชั้นป.1 เป็นคุณครูที่อารมณ์ไม่ร้อน พูดจาใจเย็นเสมอกับนักเรียน และเป็นคุณครูคนแรกที่สอนให้ฉันอ่านหนังสือออก เขียนได้

กระดานดำที่มันเป็นสีเขียว หน้าห้องเรียนจะมีตัวอักษร ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก เขียนไว้ ด้วยรายมือที่สวยงาม ถัดลงมา จะเป็นตัวเลขไทย ๑-๑0 และเลขอารบิก 1-10 ทุกๆวันอาจารย์จะทำหน้าที่ถือไม้เรียวที่ทำจากไม้หวาย คอยชี้ไปที่ตัวหนังสือบนกระดาน สอนให้พวกเราอ่าน และทุกๆเย็นพวกเราจะต้องท่องมันก่อนเก็บของกลับบ้าน

“วันนี้ใครจะอาสา มาอ่านนำเพื่อนค่ะ” เสียงอาจารย์ดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเรียนภาษาไทย ฉันหันไปมองเพื่อนๆพลางคิดในใจ เพื่อนคนนั้นอ่านไปแล้ว คนนั้นก็อ่านแล้ว ฉันออกไปอ่านบ้างดีกว่า

“หนูค่ะคุณครู” ฉันยกมืออาสาคุณครูทันที และนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ออกไปยืนหน้าห้องเรียน ถือข้างขวาถือไม้เรียวชี้ไปที่ตัวอักษร เมื่อฉันอ่านไป เพื่อนก็อ่านตาม จากตัวอักษรตัวแรก ไปจบที่ตัวสุดท้าย เพื่อนๆก็ปรบมือให้ ก่อนที่ฉันจะคืนไม้เรียวให้คุณครู ยกมือไหว้ท่านแล้วกลับไปยังที่นั่งของฉัน

จากการฝึกฝนทีละนิดทีละน้อย ของอาจารย์ที่มีต่อพวกเรานักเรียนชั้น ป.1 จำนวนกว่า 40 คน เพียงแค่เทอมแรกพวกเราก็สามารถอ่านหนังสือได้กันแล้ว และมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอีกต่อไป เมื่อวาระแห่งการแข่งขันเริ่มมาเยือน ทุกๆเย็นหลังจากหมดคาบเรียน ก็จะถึงคาบพัก พวกเราสามารถวิ่งเล่นหรือจะทำอะไรก็ได้ก่อนที่จะมีเสียงกระดิ่งให้กลับบ้าน และนั่นเองคือช่วงเวลาแข่งขันที่เริ่มขึ้นเพราะ

ทุกๆเย็นในคาบพัก พวกเราจะต้องถือหนังสือแบบเรียนภาษาไทยของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือที่เรียกกันติดปากว่า หนังสือเรียนมานีมานะ ไปเข้าแถวหน้าโต๊ะของคุณครู แล้วอ่านให้คุณครูฟังทีละคน การแข่งขันจึงมีเกิดขึ้น เพราะ ต่างคนก็ต่างอยากจะเอาชนะกัน ฉันมาคิดได้ตอนนี้เองว่า มันเป็นการสอนให้นักเรียนอ่านหนังสือได้ไวและคล่องได้ดีเยี่ยมจริงๆ เพราะพวกเราจะแข่งกันตลอดว่า ใครจะอ่านได้มากกว่ากัน โดยคนที่อ่านได้คล่องตลอดย่อหน้า (หากว่าในหนึ่งบทนั้นมันยาวเกินไป) หรือได้หนึ่งบท อาจารย์ก็จะให้อ่านบทหรือย่อหน้าต่อไปในวันรุ่งขึ้น ส่วนใครที่อ่านติดขัดสะกดไม่ค่อยจะถูก ก็จะต้องอ่านซ้ำที่เดิม ถ้าใครสามารถอ่านจบเล่มหนึ่งแล้วได้ไปอ่านเล่มที่สองก่อนใครๆในห้องได้ในตอนนั้น คือคนที่อ่านได้เก่งจริงๆ อาจารย์ก็จะมีของขวัญเล็กๆน้อยให้

เมื่อกลับมาบ้านฉันจึงมักจะนำหนังสือมาฝึกอ่านหน้าประตูบ้านประจำ ก่อนที่จะไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ทำไมฉันจึงอ่านหนังสือก่อนที่จะไปวิ่งเล่นน่ะหรือ เพราะสมัยนั้นบ้านของฉันยังอยู่ในสวนยางพารา ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด แล้วอีกอย่างฉันก็ต้องไปอ่านหนังสืออัลกุรอานที่บ้านโต๊ะครูทุกๆค่ำคืน

เพียงหนึ่งเทอม อาจารย์หนึ่งคน สามารถทำให้นักเรียนของท่านอ่านหนังสือได้ คิดเลขบวกลบได้ เปรียบเทียบกับสมัยนี้ที่เห็นหลานๆเรียนหนังสือกันแล้วเสียดายเวลาเหลือเกิน เรียนอนุบาลมากันตั้งสามปี สิ่งที่ทำได้เพียงแค่เขียนชื่อ – นามสกุลตัวเองได้ เท่านั้นเอง






ขอบคุณเพลงประกอบบล็อคจากคุณ Nilz
ขอบคุณภาพประกอบจากเวปที่นำมาใช้นะคะ













 

Create Date : 13 มกราคม 2551
21 comments
Last Update : 13 มกราคม 2551 22:08:12 น.
Counter : 1081 Pageviews.

 

คิดถึงเพื่อนเก่า
มานีมานะและผองเพื่อนมากมาย
อยากได้หนังสือมากเลย

 

โดย: ryuzaki 13 มกราคม 2551 23:23:23 น.  

 

แหม ได้บรรยากาศวันเด็ก

คิดถึงคุณครูและเพื่อน ๆ นะคะ

คิดถึงจ้านู๋นาจ๋า

 

โดย: แม่อุ่น 14 มกราคม 2551 6:11:16 น.  

 

เชื่อหรือไม่ว่า..พี่มีทั้งสองเล่ม..นี้อยู่...
มองทีไรอมยิ้มทุกที..

 

โดย: tai (taibangplee ) 14 มกราคม 2551 9:38:53 น.  

 



อ่านแล้วได้บรรยากาศสมัยเป็นเด็กตัวเล็กๆ เลยค่ะ



 

โดย: Nok_Noah 14 มกราคม 2551 10:33:34 น.  

 

เห็นแล้วคิดถึงตอนเป็นละอ่อน
แต่รุ่นที่พี่ใช้หน้าปกคลาสสิคกว่านี้
มีแค่สามสี...แง..น้ำเงิน ม่วง
กรดาษก็เหลืองเชียว



 

โดย: big-lor 14 มกราคม 2551 11:48:58 น.  

 

ดูจากปกหนังสือ ห่างกันหลายรุ่นเรย

คุณแม่อายุมากรึยังค่ะ
เด็กๆอาเจียนจะไม่ค่อยเท่าไหร่ เดียวก็กลับมาวิ่งได้แล้ว
แต่คนมีอายุนั้นต่างกัน
การอาเจียนสำหรับคนมีอายุหนักหนากว่ามาก เป็นลมเป็นแร้งเอาได้ง่ายๆ
เพราะปรับสภาพไม่ได้ รับไม่ทัน
ดูแลคุณแม่ให้ดีน่ะค่ะ
แม่น้องรันก็ชักไม่ไหวล่ะ ขอตัวไปนอนก่อนดีก่า

 

โดย: แม่น้องรัน (runch ) 14 มกราคม 2551 12:14:47 น.  

 

ryuzaki .........
คิดถึงเหมือนกันค่ะเหล่าผองเพื่อนในหนังสือ อยากได้หนังสือแบบเรียนนี้มานี้ไว้เหมือนกันค่ะ เพราะชอบมากๆ คิดว่าส่วนหนึ่งที่ชอบอ่านก็เพราะเหล่าตัวละครที่มีชีวิตชีวาของแบบเรียนมานีมานะนี่แหละค่ะ



แม่อุ่น........
คิดถึงเช่นกันค่ะแม่อุ่นจ๋า ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเลยช่วงนี้มีภาระกิจเป็นคุณแม่ให้คุณหลานวัยสี่เดือนน่ะคะ แต่คิดถึงเสมอนะคะ



พี่ต่าย..........
มีจริงๆหรือค่ะ อิอิ ขอนาได้ไหมค่ะ นาอยากได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



คุณนก........
ชอบไหมค่ะ อิอิ นาเอาความทรงจำวัยเด็กแอ๊บแบ๊วมาเล่าให้ได้อ่านกันคะ ตอนต่อไปมีอีกนะคะ



ท่านพี่มิกซ์.......
เคยละอ่อนด้วยเหยออออ ว่าแต่ไอ้สีแง นี่มันสีอะไรอ่ะคะ



คุณแม่น้องรัน.......
ตอนป1นี้ นาเรียนหลักสูตรพ.ศ.2521ค่ะ
ป.3 หลักสูตรพ.ศ.2533

พักผ่อนมากๆนะคะ จะได้หายเพลียไวๆ คุณแม่ของนาหายเป็นปกติแล้วค่ะ เป็นอย่างที่คุณแม่น้องรันเอ่ยมาเลยค่ะ อาการ ลมมันพาขึ้นพาลง ลูกๆก็คิดว่าความดันขึ้น เลยรีบนำส่งโรงพยาบาล พอคุณหมอบอกว่าลำไส้มันบิดตัวผิดปกติเพราะทานอาหารมีพิษเข้าไปก็ค่อยโล่งใจ แล้วก็เจอกับเหล่าลูกๆบ่นว่า ทีหลังอย่าเสียดายอะไรไม่เข้าท่าอีกนะแม่ (แหะๆ ด้วยความเป้นห่วงนะค่ะที่บ่นท่านไป)

 

โดย: มัยดีนาห์ 14 มกราคม 2551 13:11:56 น.  

 

พี่ก๋ามาทักตั้งแต่สายๆแล้ว
แต่ทำไมเม้นท์ไม่ติดหว่า

สงสัยเป็นเพราะเอาเครื่องคอมของน้องสาวมาใช้อ่ะครับ

มีความสุขมากๆนะครับน้องนา

 

โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) 14 มกราคม 2551 13:39:47 น.  

 

พิมพ์ผิดนิดตกหน่อยทำเป็น...
คนอายุเยอะแล้วก็งี้แหละน้องเอ๋ย....


 

โดย: big-lor 14 มกราคม 2551 15:20:56 น.  

 

ชอบหนังสือเล่มนี้มากๆเลย

 

โดย: nanie-nano 14 มกราคม 2551 16:10:16 น.  

 

อะจ๊าก...น้องนารู้เป่ากว่าพี่จะได้สองเล่มนี้เนี้ย..
หมดไปหลายตังค์เลยขอบอก....55555 อย่าอ้อนเลยน่ะพี่เป็นคนใจ่อ่อนอ่ะ

 

โดย: tai (taibangplee ) 15 มกราคม 2551 9:51:24 น.  

 

พี่นา....
หนูจำได้ว่า...ตอนหนูเด็กๆ ก็ใส่ชุดนักเรียนแล้วก็ตามแม่ไปโรงเรียนที่แม่สอนเลยค่ะ ไม่ได้เข้าห้องเรียนเหมือนคนอื่นๆ
แต่กลับมานั่งหัดเขียนก.ไก่ถึงฮ.นกฮูกที่ห้องเรียนของแม่แทน
มีรุ่นพี่หลายคนชอบมาเล่นด้วย...อิอิ...ก็คนมันน่ารัก แก้มยุ้ยขนาดนั้น...ใครๆ ก็อยากเล่น 555
แต่สักพักก็กระโดดขึ้นรถยนต์พ่อมาโรงเรียนของพ่อเฉยเลย
ครูแทบจะทุกคนในโรงเรียนได้อุ้มหนูมาหมดแล้ว งี้ไงเล่า...เด็กเส้น ไปถึงก็เข้าเรียนอนุบาลสองเลย แล้วจู่ๆ ครูก็ให้กระโดดไปป.หนึ่งเลย แหะๆ
เส้นใหญ่สุดฤทธิ์นะเนี่ยหนูอ่ะ.....

 

โดย: น้องหนามเตย (Tourlek_Taklom ) 15 มกราคม 2551 10:52:53 น.  

 

ไม่เอาหนูไม่อยากไปโรงเรียน
หนูจะอยู่บ้าน หนูไม่ไปโรงเรียน หนูไม่ชอบโรงเรียน 555
อันนี้เลยที่ตรงกับตัวหนุที่สุดเมื่อ 10กว่าปีที่ผ่านมา

เป็นเด็กเกเรตั้งแต่เด็กเลยค่ะ แต่ไม่ใช่แค่หนูนะค่ะ
ยายเล่าว่าพี่ๆเองก็เป็นเหมือนหนทุกคน แต่คนอื่นๆเขามีอาการแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ มีหนูที่เกนกว่าชาวบ้าน
ไม่ชอบไปโรงเรียน ร้องไห้กลับบ้านทุกที
เคยแอบหนีกลับบ้านด้วยตอนอนุบาล
ต้องให้ยายไปนอนเฝ้าที่โรงเรียนอยู่ตั้ง 1 ปี
พอขึ้นอนุบาล 2 ครูเรียกพ่อไปคุย
ว่าอนุบาล 2 ไม่ไห้ยายมานอนเฝ้าแล้วนะ(คุณครูใจร้ายจัง)
ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ให้ไปอยู่ที่บ้านก่อน แล้วค่อยมาเรียนใหม่ปีหน้า
ทีนี้แหละเลยเจอไม้เด็ดของพ่อ
ตั้งแต่นั้นเดินมาโรงเรียนกับพี่ที่อยู่ข้างบ้านตลอด
ไม่ยอมให้คนที่บ้านมาส่งกลัวจะร้องไห้
ทำใจตั้งแต่บ้านแล้วเดินมากับพี่เขาทุกวันจนจบอนุบาล
แต่พอโตขึ้นความผูกพันธ์ในวัยเด็กก็ค่อยๆจางหายไป
อาจเป็นเพราะเราต่างก็มีสังคมที่ใหญ่ขึ้นกว่าวัยเด็ก
เรามีเพื่อนใหม่ ที่เรียนใหม่ ทำให้ไม่ค่อยได้เจาะเจอกัน

โรงเรียนจุดเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ บ้านหลังที่สอง ครูอีกคนที่สอนให้เราอ่านออกเขียนได้
จากที่ไม่เคยรู้ว่า ก ท่องทำไมเป็นนกแก้วนกขุนทอง
อ๋อเอา กา=กา ครูสอยจึงเข้าใจ
ยังจำได้บทเรียนสมัยเด็กๆ
"ตามา ตามารถไฟ มีแก้วกับกล้า มีหมาชื่อเจ้าด่าง(ถ้าจำไม่ผิดนะค่ะพี่นา)
555 ดูหน้าตาตัวละครในหนังสือที่ทพี่นาเอามา แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า กล้า แก้ว ปืติ มานีจะเป็นเพื่อนเรียนรู้ของเด็กๆมานานเท่าไหร่แล้วหนอ อ้อมีเดชาด้วย นึกได้ประกอบก็มี

เพื่อนคนแรกในโรงเรียนหนยังจำเขาได้เสมอ
และได้บอกเขาว่าเธอคือคนแรกที่เป็นเพื่อนฉันจริงๆ และเป็นเพื่อนแท้ของฉัน(เขียนในเฟรนชิบของเขาตอน ม.3 ที่เขาจะไปเรียนที่อื่น)
แต่ทางเลือกที่ต่างกัน ก็ทำให้เราต้องห่างกัน
ห่างกันเพราะทางเดินที่แตกต่าง เพราะต่างคนต่างก็มีสิทธิ์เลือกทางเดิน
แต่ยังจำเสมอและตลอดไปว่าเธอคือเพื่อนคนแรกของฉัน และคอยติดตามข่าวคราวของเธอเสมอ

 

โดย: เบญจวรรณ IP: 61.7.231.130 15 มกราคม 2551 12:33:25 น.  

 

55555

รบกวนน้องนาไปบอกพี่อาคุงหน่อยดิ
ว่าซอยมันอยู่ตรงไหน

คิดได้ไงเนี่ย 55555
สามารถมากๆ 5555

 

โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) 15 มกราคม 2551 12:36:38 น.  

 


มาทักทายคุณมัยฯครับ

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึงตอนเป็นเด็กเหมือนกันครับ ผมจำได้ว่าคุณครูคนแรกชื่อ "ครูระเบียบ" ครับ แต่เป็นครูประจำชั้นที่ใจดีมาก ๆ แล้วของคุณครูระเบียบก็อยู่ในซอยเดียวกับผมด้วย (แต่ไม่ใช่ซอยฟ้ามิอาจกั้น หรอกนะครับ ... อิอิ) ตอนเด็ก ๆ ผมเลยเป็นคนเรียบร้อยมาก ๆ ครับ

จริง ๆ นะ

อิอิ

 

โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) 15 มกราคม 2551 12:47:09 น.  

 

สวัสดีตอนบ่ายแก่ๆคุณน้อง....
วันนี้งานยุ่งมากมาย..
เหนื่อย...เนื้อย...เหนื่อย...



 

โดย: big-lor 15 มกราคม 2551 15:16:18 น.  

 

หวัดดีจ้าน้องนา..วันนี้พี่ท่าจะยุ่งง่ะ

 

โดย: tai (taibangplee ) 16 มกราคม 2551 9:38:56 น.  

 




.....Have A Nice Day นะจ๊ะนู๋นา.....

 

โดย: doctorbird 16 มกราคม 2551 10:35:01 น.  

 

ชอบเหมือนกันเลย..เพราะเหมือนหนังสือนี้ทีชีวิต
มานี มานะ ชูใจ ปิติ และคนอื่นๆ เติบโตขึ้นมาพร้อมๆๆกับพวกเราที่ได้อ่าน
บางตอนก็ขำ บางตอนร้องไห้เลย เคยเป็นมั๊ยคะ

 

โดย: a_mulika 23 กุมภาพันธ์ 2551 16:42:12 น.  

 

เสียดายไม่ไดเก็บหนังสือนี้ไว้
ครูสมัย ผลโพร์ ครูประจำชั้น ป.1
ไม่รู้ท่านเป็นยังไงบ้างนะ
คิดถึงท่านจังเลย

 

โดย: Convoy2 IP: 58.8.95.152 16 มิถุนายน 2551 17:22:58 น.  

 

เป็นครูเหมือนกัน แล้วรู้สึกว่าเด็กสมัยนี้อ่านหนังสือไม่ออกเยอะมาก หนังสือที่ใช้ก็รู้สึกว่าเด็กไม่มีความสนใจที่จะอ่าน เปรียบกับเมื่อก่อนตอนเราเป็นเด็กไม่ได้เลย จะอ่านล่วงหน้า อยากรู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร ตอนเป็นเด็กชอบมาก มานี และมานะเนี่ย เพราะเนื้อหามันต่อเนื่องกันตลอด อยากได้หนังสือนี้มาสอนเด็ก ตอนนี้ช่วยกันสืบหากับครูที่โรงเรียนก็ได้มา3-4 เล่มแล้วล่ะ

 

โดย: คุณครูคนหนึ่ง IP: 124.121.125.210 1 พฤศจิกายน 2551 10:00:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มัยดีนาห์
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]





เช็คหลังไมค์มัยดีนาห์
Color Codes ป้ามด
Group Blog
 
 
มกราคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มัยดีนาห์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.