Fu Yuck ไอ้บุรุษไปรษณีย์นรก




ว่าแล้วเชียว ….. เวลาที่ทุกอย่างมันกำลังดีๆ มันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ เฮ้อจะไม่ให้จิตตกได้ไงล่ะ แต่คราวนี้มันไม่มาแบบแนวดราม่า มันมาแบบปรื๊ดแตกอะดิ เล่นเอาต้องพีงยาหมอกันเลยทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่า

เมื่อนางฟ้าอย่างเราจะทำบุญช่วยเด็ก ป่าวหรอก ฮ่าๆ เผอิญเราใช้พวงกุญแจของ unicef เป็นกุญแจรถอยู่ แล้วน้องหมีจากที่เคยเป็นสีขาวมันมอมแมมมากเลย เอาไปอาบโอโม่มา 2 รอบก็ยังไม่ช่วย เลยว่าจะซื้อใหม่ไอ้ความขี้เกียจเกิดครอบงำ ขี้เกียจไปซื้อที่ shop paragon ก็เลยสั่งทาง online คราวนี้เอาน้องหมีสีน้ำตาลดีกว่า เอ๊ะแต่จะดีเหรอ สั่งแค่พวงกุญแจอันเดียว เอาเสื้อยืดอีก 2 ตัวด้วยดีกว่าไหนๆ แล้ว รวม donate ด้วยก็เสียหายไป 1,250 บาท สั่งไปเมื่อวันที่ 23 ธันวา ในเว๊ปเค้าบอกว่าใช้เวลา 10 วันในการ process อือ ก็น่าจะหลังปีใหม่เน๊อะ เพราะเค้าคงหยุดคริสมาสด้วยมั้ง แหมมองโลกในแง่ดีซะ เออคงหยุดปีใหม่ด้วยแหละ

ดังนั้นความใจเย็นของเราเลยเริ่มนับ 1 ตั้งแต่วันที่ 5 มกรา ระหว่างนั้นก็แอบหวังว่าเผื่อมันจะเร็ว ทุกกลางวันตอนลงไปกินข้าว เราก็จะถาม reception ที่ทำงานว่ามีของเรามาส่งบ้างป่าว เอ…. ผ่านไป 10 วันแล้ว แปลกๆ โทรไป unicef ดีกว่า จะได้รู้กันไปเลย วันที่ 19 เราก็โทรไปถามว่าได้ส่งของมาให้เรายังเพราะเรายังไม่ได้รับเลย ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าส่งมาแล้วนะค่ะ แป่ว เมื่อไรค่ะ เดี๋ยวขอโทรกลับนะค่ะ ต้องใช้เวลาเช็คสักครู่ ไม่เกิน 5 นาที เจ้าหน้าที่โทรกลับมา บอกว่าส่งมาตั้งแต่วันที่ 26 ธันวา ถึงตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมแล้วค่ะช่วงบ่ายๆ พนักงานเซ้นต์รับชื่อมิสทีค่ะ (อันนี้่สมมตินะ) เราก็เหวอดิ แบบเวนอินังreception นิหว่า แล้วทีตรูตามๆ ทำไมไม่บอกว่ามาแล้วตั้งแต่ปีมะโว้ฟร่ะ ทำไงล่ะที่นี่ลงไปหาเลย แต่ว่าดันเป็นวันหยุดของเค้า เราก็ตัดสินใจขอเบอร์มือถือมาโทรหาดีกว่า เพราะเรารอมา 20 กว่าวันแล้ว รออีกไม่ไหว มิสทีเห็นพัสดุของเรามั้ย แอบหวังว่าเค้าจะเห็น แต่คำตอบที่ได้คือจำไม่ได้ เซ็นต์รับเยอะ จำไม่ได้หรอก ถ้ามีก็ต้องเอาไปให้แล้ว แหมเราก็เดือดดิ แทนที่จะตอบว่าเออเดียวไปดูให้นะ หรืออะไรทำนองนี้ ชีดันไม่ให้ความหวังเราเลย อาการปรื๊ดแตกก็เกิด เราเลยพูดว่างั้นมันคงเป็นความซวยของเราเองแหละ พรุ่งนี้รบกวนดูให้ด้วยนะ

วันรุ่งขึ้นเราลงไปคุยกับผู้จัดการของมิสที เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พร้อมให้รายละเอียดทั้งหมด ที่ทาง unicef ให้เรามา ชื่อและเบอร์ติดต่อของพนักงานไปรษณีย์ที่บอกว่ามิสทีเป็นคนเซ็นต์รับ ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว มันดันกลายเป็น conflict ระหว่างเรากับมิสที ไม่ใช่การตามของที่หายไป เพราะมันมีผลกระทบกับเพื่อนที่ทำงานอยู่ชั้นเดียวกับเราด้วย เราก็เลยลงไปคุยกะเค้าว่า ถ้าจะมีปัญหาอะไรให้มีกับเราคนเดียว เอกสารหรือพัสดุของคนอื่นให้เซ็นต์รับตามปกติ ถ้าจะไม่เซ็นต์ก็ไม่เซ็นต์ก็ให้เป็นของเราคนเดียว ซื่งก็เคลียร์ไปได้ระดับนึง เราก็ไม่ลังเลทีจะขอโทษเค้านะว่าถ้าเมื่อวานเราอาจจะพูดจารุนแรงไปหน่อย เราก็ไม่ได้รุนแรงนะประมาณหวนๆ มากกว่า แต่เราก็อยากให้เค้าเข้าใจเราเหมือนกันเพราะว่าเค้าก็รู้ว่าเราตามของชิ้นนั้นอยู่จริงๆ เพราะเราถามเค้าอยู่ทุกวัน ก็หายข้องใจกันไป

วันต่อมา มีบุรุษไปรณีย์ขึ้นมาหาเราที่ออฟฟิศ มาบอกประมาณว่ามันเป็นความผิดของเค้าเอง จะให้เค้ารับผิดชอบยังไง เราก็บอกว่าลุงตอนนี้มันไม่ได้เป็นปัญหาที่ของหายนะ มันกลายเป็นปัญหากับมิสทีไปแล้ว ลุงไปหาเอกสารที่บอกว่ามิสที เซ็นต์รับมาให้เราในเมื่อเจ้าหน้าที่ไปรณีย์ไปอ้างชื่อเค้ามา มันก็ต้องมีเอกสารสิ เอามาให้เราดูแล้วค่อยว่ากัน กลางวันตอนเราไปกินข้าว ได้เจอกับผู้จัดการของมิสทีพอดี เค้าบอกว่าได้เอกสารที่มิสทีเซ็นรับมาแล้ว ปรากฎว่ามันไม่ใช่ลายมือมิสทีอะดิ เป็นไงละทีนี้ แต่ผู้จัดการก็บอกว่าผมได้ขอเอกสารเก่าที่มิสทีเคยเซ็นต์รับมาเทียบลายมือกัน เพื่อให้หายข้องใจ

มีเฮอ่ะดิงานนี้ ไม่จบง่ายๆ คราวนี้หัวหน้าของบุรุษไปรษณีย์มาเองเลย เพราะพี่คนนี้แหละเป็นคนให้ชื่อมิสทีกะยูนิเซฟ คราวนี้เอาเอกสารมาเทียบกัน ลายมือมันก็ไม่เหมือนกันจริงๆสิงานนี้ พี่เค้าก็บอกว่าจะให้ชดใช้ยังไงก็ให้บอกมาจะได้ให้ลุงดำเนินการ เราเลยบอกไปว่าระหว่างที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นเราก็ได้แจ้งความคืบหน้าให้ทาง ยูนิเซฟทราบเป็นระยะๆ อยู่แล้วเพราะล่าสุดเราได้บอกกะทางยูนิเซฟ ไปว่าถ้ามีการชดใช้เกิดขึ้นเราจะให้ยูนิเซฟเป็นผู้ดำเนินการไปเลย เราไม่ยุ่งแล้วเงินที่ได้มาก็บริจาคไปเลย ตอนนั้นหัวหน้าไปรษณีย์จะให้เราตัดสินใจ เราเลยต่อสายให้คุยกะเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟเองเลยละกัน สรุปว่ายูนิเซฟบอกว่าคงต้องทำจดหมาย complain เข้าไปเพื่อสอบสวน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ถูกต้อง เราก็เลยว่าไงก็ว่าตามกัน คืออารมณ์ของเราตอนนั้น มันไม่สนใจอะไรแล้วอ่ะ เราเข้าใจเลยว่าเสียหมามันเป็นยังไง คือคนมันเสียความรู้สึกต่อกันแล้วอ่ะ มันไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมได้ ได้แต่เซ็งอย่างเดียว

ไม่ได้เว่อร์นะ ปวดหัวมากจนต้องไปหาหมอเลยล่ะ เฮ้อ ไม่รู้จะว่าไงแล้วงานนี้่ แต่ก็อีกนั่งทำงานอยู่ดีๆ อิลุงไปรษณีย์บุกมาที่โต๊ะเลย มายกมือไหว้บอกว่ามาขอความเห็นใจ สงสารผมเถอะลูกผมยังเล็ก เอาดิ เอาไงล่ะทีนี้ เราเลยโทรกลับไปถามยูนิเซฟว่าส่งจดหมายไปรึยังถ้ายังก็ให้โฮลไว้ก่อน เราขอคุยกะลุงนี่ก่อน เราเลยเอาเป็นว่าเดี๋ยวเราเขียนใบ pay in บัญชียูนิเซฟของธนาคารกรุงเทพให้ พรุ่งนี้ลุงไปโอน 1000 แล้วเอาสลิปมาให้เรา ได้สลิปเมื่อไรแล้วเราจะโทรไปหายูนิเซฟว่าไม่ต้องล่งจดหมายคอมเพลนไป ก่อนไปเราถามลุง ใครเป็นคนเซ็นต์ชื่อมิสทีอะ ลุงตอบว่าผมเองครับ โหยิ่งแค้น ใจนึงเราก็อยากเอาเรื่องนะ แต่อีกใจก็จบๆไปเหอะ รำคาญทำเอาปวดหัวนอนไม่หลับนี่ก็แย่พอแล้ว

รุ่งขึ้นเรากำลังจะเดินไปข้างนอก ดั้นมาเจออิลุงกะหัวหน้าไปรษณีย์ที่หน้าลิฟท์ เค้าจะมาหาเรานั่นแหละ เรื่องก็มีอยู่ว่าเอาสลิปที่โอนเงินมาให้ แต่….. มีแต่นะ แต่ว่าเผอิญจดหมายของยูนิเซฟที่เป็นจดหมายตามใบเหลืองตอบรับไปถึงที่ไปรษณีย์ จดหมายส่งตั้งแต่วันที่ 22 อันนี้เค้าตามเรื่องตั้งแต่แรกๆที่เราแจ้งว่าไม่ได้รับของ ลุงยื่นสลิปแบงค์กรุงเทพให้เรา แต่ว่าให้เราช่วยเซ็นต์ใบเหลืองที่รับของหน่อย โห ไอ้……………. เราพูดว่าอย่างงี้ทำใจลำบากมากเลยนะเนี่ย ของไม่ได้รับต้องมาเซ็นต์ว่าได้รับของด้วย เราเลยบอกหัวหน้าเค้าไปจะเซ็นต์ให้แล้วอย่าปล่อยให้ลุงทำอย่างงี้กะใครอีก เราช่วยเหลือนะ แต่มันเป็นสิ่งไม่ถูกต้องไม่ซื่อสัตย์กะหน้าที่ของตัวเอง เราก็โทรบอกกะยูนิเซฟว่าเนี่ยเค้ามาให้เราเซ็นต์ไปเหลืองอีก ทางยูนิเซฟยังคงบอกเราว่าไม่น่ายอม น่าจะให้เค้าชดใช้มากกว่านี้หรืออย่างน้อยให้เท่ากับมูลค่าของของ เราก็บอกเราอยากให้มันจบๆ เดี๋ยวเราแฟกซ์ไป pay in ไปให้ ก่อนไปเราบอก ลุงมาขอโทษมิสทีก่อนเพราะลุงไปเซ็นต์ลายเซ็นต์เค้า ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันไปใหญ่

เฮ้อ เขียนซะยาว เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องมันถึงมีคนพวกนี้อยู่ในสังคม แต่ว่าใครทำอะไรไว้คงได้สิ่งตอบแทนอย่างงั้นแหละ พอจบเรื่องลุงนี้ มีข่าวที่ไปรษณีย์เอาบัตรเครดิตไปรูด เออ เจริญสังคมไทย เฮ้อ ได้แต่ถอนหายใจ ว่าแล้วก็ไปกินยาแล้วเข้านอน สวัสดี










Create Date : 22 มกราคม 2552
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2552 22:11:05 น. 1 comments
Counter : 240 Pageviews.

 
ป้าไปยอมทำม๊ายยย??? เดี๋ยวมันก็ทำอีก เชื่อป่ะ??? เอาเรื่องนี้ไปลงห้องแป้ง พันทิพดิ เขากำลังเกลียดๆ ไปรษณีย์ไทยกันอยู่ ทำตัวเป็นขโมยซะเอง ทุเรศจริงๆ


โดย: nunaggie IP: 71.133.41.180 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:2:28:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

No Appendix
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Where does the time go?
Where has the time gone ??


Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add No Appendix's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.