Welcome to Oat d' house
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
26 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
#29 งานSci-Fi สไตล์ชิมิซึ เรโกะ







นอกจากงานสุดคลาสสิคอย่าง Moon Child / เจ้าหญิงจันทรา มาจนถึง Top Secret
อ.ชิมิซึ เรโกะ ยังมีเรื่องสั้นเล่มเดียวจบน่าอ่านอีกหลายเรื่อง
งวดนี้พกมาแนะนำสองเรื่องครับ



PAPILLON パピヨン(ปาปิญอง) หรือชื่อไทย ฝ่าด่านคุกนรก
ผลงานเรื่องสั้นขนาดยาวในปี 1994 ของ อ.ชิมิซึ เรโกะ

ประเทศเดลต้าบุกเข้าโจมตีประเทศอาทราส ในขณะนั้นเจ้าชายรัชทายาทอันดับ1 นาซาเร
แห่งอาทราสได้หลบหนีออกจากวังเพื่อความปลอดภัย ทหารของเดลต้าที่บุกเข้าไปจึงพบ
แต่เพียงตัวปลอมของพระองค์ที่ได้ปลิดชีพพระองค์แล้วเท่านั้น แต่ทว่า เจ้าชายนาซาเร
ในชื่อใหม่ว่านาคี พาลแมน เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ด้วยการถูกจับเข้าคุกในข้อหาฆ่าคนตาย
จากเหตุทะเลาะวิวาทในย่านคนยากจนนอกเมือง

ณ สถานกักกันเยาวชนกลางอวกาศ หรือคุกแห่งนี้ เจ้าชายนาซาเรได้พบเห็นอะไรหลายอย่าง
รวมถึงการได้พบกับ ซาราท อดีตคนรับใช้คนสนิทของพระองค์ในวัยเยาว์อีกครั้ง
การผจญภัยจึงเริ่มต้นขึ้น...
นอกจากสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์เราแล้ว การ์ตูนเรื่องนี้ ยังพาเราไปรู้จักกับสิ่งมีชีวิตอีกอย่างหนึ่ง
ที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่แบ่งเพศ ขยายพันธุ์ด้วยการแบ่งตัว นั่นคือ พลานาเรีย ที่รูปร่างคล้ายทาก
และสิ่งมีชีวิตในตระกูลเดียวกันนี้ก็มีบางจำพวกที่มีรูปร่างหน้าตาเลียนแบบมนุษย์อีกด้วย!!!

Papillon หรือผีเสื้อ เป็นสัญลักษณ์ของความอิสระเสรี อ.ชิมิสึ คงต้องการใช้สื่อผ่านตัวละคร
อย่างเจ้าชายนาซาเร รัชทายาทผู้ซึ่งแท้จริงแล้วอยากมีชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดาสามัญ
แต่ท้ายสุดความหวังที่จะให้ซาก้า อนุชาของตนเองได้ครอบบัลลังก์แทนก็ต้องสลายไป
อีกนัยหนึ่งน่าจะสื่อถึงคุก สถานที่ซึ่งถูกจองจำอิสระและเสรี ทุกคนถูกจับมาขังเพราะความผิด
ที่ก่อ แต่จะมีมั้ย ใครที่เหมือนจงใจทำผิดเพื่อที่จะได้เข้ามาซะเอง อย่าง อิโอ้ โครวาส ในเรื่องนี้!!

PAPILLON ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารรายเดือน Lala ค่ายฮาคุเซ็นฉะ เป็นงานเรื่องเดียวทั้งเล่ม
ไม่มีเรื่องสั้นปน เรียกว่าสนุกเต็มอิ่มเลยครับ
การ์ตูนเล่มนี้เป็นผลงานประเดิมเล่มแรกในฉบับลิขสิทธิ์จาก VBK ซึ่งเมื่อก่อนเราจะเห็น
ทางฝั่งสยามพิมพ์งานของ อ. ออกขายซะเป็นส่วนใหญ่ ผมเองก็เคยอ่านงานของ อ. มาก่อน
แค่ Moon Child ยอมรับว่าวาดภาพสวยมากๆ แต่ตอนนั้นอ่านแล้วก็ยังงงกับเรื่องอยู่บ้าง
พอได้เห็นเล่มนี้วางแผง อูยยย รีบซื้อเลย เล่มเดียวจบด้วย
ได้เปิดอ่านก็เหมือนได้นั่งดูหนังฝรั่งไซไฟเรื่องหนึ่งทีเดียวครับ

....แต่หนังเรื่องนี้จ้างตัวละครสาวๆออกมาแค่ไม่กี่วิเอง ^^

และหลังจากอ่านเรื่อง Papiilon จบแล้วเลยหยิบ
22XX ผลงานในปี1992 ของ อ.ชิมิซึ เรโกะ คนเดิมมาอ่านต่อ



เขตลาลองก์ ตั้งอยู่ในบริเวณป่าทึบ บนกลุ่มดาวเมนูเอ็ท ที่นี่คือรังของ ชาวโฟทูริส
ชนเผ่านักล่าผู้ซึ่งได้ชื่อว่ากินมนุษย์เป็นอาหาร!!!
แจ็ค ไนเจล ทหารหนุ่มพระเอกของเราได้รับมอบหมายให้ตามหาตัวเจ้าหญิงซาราเอ
ที่ถูกพวกเอตี้ลักพาตัวมาบนดาวดวงนี้

การกินอาหารถือเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวโฟทูริส ซึ่งเริ่มต้นด้วยการสวดภาวนาเป็นเวลานาน
และจะไม่กินอาหารต่อหน้าผู้อื่นเป็นอันขาด สำหรับการกินเนื้อคน ชาวโฟทูริสถือว่าเป็นการกิน
อย่างให้เกียรติ นั่นเพราะความรู้ และความคิด และนิสัยใจคอของผู้ถูกกิน จะถูกถ่ายทอด
มาสู่ผู้กินด้วย เหมือนเป็นการมอบชีวิตอันสำคัญจากผู้หนึ่งถ่ายทอดไปสู่ผู้หนึ่ง
แล้วพวกมนุษย์ล่ะ เข่นฆ่าประหัตประหารกันทั้งๆที่ไม่ได้นำมากิน!?
นี่แหละคือมุมมองของ รูบี้ สาวชาวโฟทูริส
ที่แจ็คได้ช่วยเหลือเธอเพราะผลพวงจากปืนอัดก๊าซ

เหตุการณ์ใน 22XX นี้เป็นช่วงเวลาก่อนที่แจ็ค จะได้เจอกับ เอเลน่า ...
(จำกันได้ใช่มั้ยครับทุกคน ) แจ็คเป็นหุ่นยนต์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานเหมือนมนุษย์มากที่สุด
มีแม้กระทั่งความรู้สึกหิว

22XX เป็นการ์ตูน SCifi-Fantasy ที่อาจจะมีโทนหม่นๆดาร์กอยู่ในที ต่างจาก Papillon
ที่ดูสุกสว่างมากกว่า อ.ชิมิซึ มีแนวคิดที่ว่า คนเราเมื่อเสียชีวิตลง น่าจะถูกฝังดินหรือใต้น้
ำมากกว่า
จะเผา เพราะอย่างน้อยร่างนั้นจะเป็นปู่ยให้ดินและพื้ชพรรณได้เจริญเติบโตต่อไป อ.เล่าว่า
ทีแรกก็ทำเอาบอกอของ LALA ผงะไปเหมือนกันครับ

แก่นหลักของเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่ อย่าตัดสินใครแค่เพียงเพราะได้ยินหรือเพียงคำเล่าลือ
ควรมองให้เห็นคุณค่าและสำนึกรู้ที่แท้จริงของเขา มากกว่าสถานภาพที่สังคมยกย่องขึ้นมา
อย่างเช่นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ผู้ยังหยิ่งทะนงโดยไม่แยแสว่าจะมีผู้คนล้มตายไปสักเท่าไหร่
,ผู้ดีในงานปาร์ตี้ที่กินอาหารอย่างทิ้งขว้าง เพียงเพราะไม่ถูกใจ
ชาวโฟทูริสล่ะ การกินเนื้อคนเพื่อการสืบต่อ ดูจะเป็นสิ่งเลวร้ายมากปานนั้นเลยหรือ?!
สุดท้ายตัวของแจ็ค แม้เป็นหุ่นยนต์ แต่มีความรู้สึกหิวเช่นมนุษย์
ทว่าอาหารที่ถูกใบมีดบดย่อยก็ได้แค่เพียงสลายไป ไม่สามารถนำกลับมาใช้ให้ก่อเกิด
เป็นพลังงานได้เลย การกินอาหารย่อมเป็นการสูญเปล่ายากยิ่ง
หากเทียบกันแล้วใครกันเล่าที่สำนึกรู้ในสิ่งที่ตนทำได้ดีที่สุด...


หากลูกได้พบคนที่คิดว่าอยากให้เค้ามีชีวิตอยู่ยิ่งกว่าตัวเอง
ก็จงมอบร่างกายของลูกให้เขากินเสีย

นี่คือคำพูดของแม่ที่แทรกซึมอยู่ในสมองของรูบี้ตลอดมา




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2559 23:26:14 น. 0 comments
Counter : 457 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มาช้ายังดีกว่าไม่มา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




สวัสดีครับ
มาช้ายังดีกว่าไม่มา มาแนะนำตัว
ในฐานะบุคคลซึ่งยึดอาชีพอันเกี่ยวข้องกับศิลปะ
งานหลักคือมัณฑนากร
งานรอง(ที่ดูคล้ายเป็นงานหลัก) คือวาดภาพประกอบ
งานรองอันดับสองนั้น ยังหาๆอยู่ (ไม่ยักเจอสักกะที)

บล็อคนี้เป็นที่รวมอะไรต่อมิอะไรในความสนใจของตัวผม รวมถึงหลายสิ่งอย่างที่เกิดจากการกระทำของผมเอง
อาจดูเป็นบล็อคจับฉ่ายก็มิว่ากัน ขอให้ขยันกันมาชม เม้นท์กันบ้างก็พอใจแล้วล่ะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ^_^
Friends' blogs
[Add มาช้ายังดีกว่าไม่มา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.