Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
3 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
การบ้านเจ้าปัญหา

ก่อนจะเข้าเนื้อเรื่อง ขอหม่าม๊าท้าวความหน่อย เพื่อจะได้เข้าเนื้อเรื่องแบบไม่งงเนอะ ณ บัด now... ข้าวปั้นอายุ 2.7 ขวบ เรียนอยู่ชั้นเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนใกล้บ้าน... ถ้าไม่นับเนอสเซอรี่ ข้าวปั้นก็เข้าเรียนเตรียมอนุบาลมาได้ 6-7 เดือนแล้วหล่ะ ก็ไม่มีอะไรให้หนักใจนัก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ในกระเป๋านักเรียนของข้าวปั้น มีสิ่งอื่นแปลกปลอมเข้ามา นอกจากเสื้อผ้า กระติกน้ำ หนังสือรายงาน นั่นก็คือ หนังสือคัดลายมือภาษาอังกฤษหง่ะ  ไถ่ถามครูบรีส (ครูประจำชั้น) ได้ความมาว่า "คุณแม่ค่ะ หนังสือเล่มนี้ เก็บไว้ที่บ้านเลย เอาไว้เป็นการบ้าน ให้คุณแม่สอนน้องทำวันละ 2 หน้า พอหมดแล้ว คุณครูก็จะจัดเล่มใหม่ไปให้นะคะ" ในสมุดรายงานคุณครูมักเขียนมาเสมอว่า ข้าวปั้นมักเป็นผู้นำในการทำกิจกรรม เช่น Techer ให้ออกไปชี้รูปตามคำศัพท์ที่บอก ข้าวปั้นก็จะวิ่งออกไปเป็นคนแรกๆ ชอบร้องเพลงแต่.. ไม่ค่อยมีสมาธิในการเขียนหนังสือ ซึ่งหนังสือที่ว่าก็คือหนังสือคัดลายมือนี่เอง...



จริงๆ เตรียมอนุบาล ในความคิดของหม่าม๊าก็คงไม่มีอะไรมากมายนัก นอกจากเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ของเด็กๆ ไปตามวัย ฝึกการเข้าสังคม, ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง, ฝึกการแบ่งปัน ก็คงจะประมาณนี้อ่ะนะ แต่ปรากฎว่า ที่นี่ เค้าให้เรียนแบบเรียนของชั้นอนุบาล 1 เลย เหมือนกับว่าให้คุ้นเคยไว้ก่อน อะไรประมาณนั้น


ไอ้ตอนอ่านสมุดรายงานเวลาคุณครูเขียนมาว่า ไม่ค่อยมีสมาธิในการเขียนหนังสือ +คำบอกเล่าของคุณครู อ่านจากท่าทางแล้ว เหมือนว่าการให้ปั้นเขียนหนังสือนั้น มันดูจะยากเย็นแสนเข็ญ แต่หม่าม๊าก็ไม่ได้สนใจมากนัก จนกระทั่งมาถึงคิวตัวเองสอนข้าวปั้นทำการบ้าน เอาหล่ะสิ.... ตอนหม่าม๊าเริ่มสอนครั้งแรก หุ หุ... ก็พอจะไปได้ แต่ต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูงทีเดียว  แต่เมื่อสองวันที่ผ่านมาเนื่องจากอะไรหลายๆ อย่างประกอบกัน ทำให้หม่าม๊าอารมณ์ค่อนข้างเปราะบางมากๆ แล้วก็ต้องสอนการบ้านข้าวปั้นอีกแล้วสิ  เมื่อข้าวปั้นไม่ตั้งใจ และไม่มีสมาธิ จะคอยแต่ทำอย่างอื่น หรือมองอย่างอื่นเวลาหม่าม๊าสอนอยู่เรื่อย หม่าม๊าเลยระเบิดอารมณ์ใส่เข้าปั้นไปหลายดอกแต่ข้าวปั้นก็ไม่ร้องให้ ได้แต่นั่งตัวแข็ง แล้วหม่าม๊าก็สูดหายใจเข้าลึกๆ หายใจออก เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แล้วก็ค่อยๆ พูดดีๆกับข้าวปั้นใหม่ ข้าวปั้นหันมาหาหม่าม๊าแล้วพูดว่า "หม่าม๊า ไม่เสียงดังน๊า" กว่าจะสอนการบ้านจบ ก็ทำเอาหม่าม๊าปริ๊ดดดดแตก  ไปหลายหนทีเดียว



พอทุกอย่างสงบลง (รวมถึงอารมณ์ร้อนๆ ของหม่าม๊าด้วย) หม่าม๊าก็ถามข้าวปั้นว่า
หม่าม๊า  "เมื่อกี๊ หม่าม๊าดุปั้นใช่ไม๊"
ข้าวปั้น   "ฮื๊อ."
หม่าม๊า "หม่าม๊าดุปั้นเรื่องอะไร"
ข้าวปั้น  ทำท่าชี้ไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ พร้อมกับพูดว่า "ก็นู่นหน่ะ ข้าวปั้นทำไม่ได้เลยหง่ะ"
หม่าม๊า  กอดข้าวปั้นแล้วก็ "หม่าม๊าขอโทษนะ หม่าม๊ารักปั้นนะ อยากให้ปั้นตั้งใจเขียนหนังสือ จะได้เก่งๆ นะลูก"


เฮ้อ.... หม่าม๊ารู้สึกผิดมากกกก โดยพื้นฐานแล้ว หม่าม๊าค่อนข้างเป็นคนใจร้อนมาแต่ไหนแต่ไร.. ตั้งแต่มีข้าวปั้นหม่าม๊าก็พยายามปรับ แต่นั่นแหล่ะ มันก็เป็นอะไรที่ติดตัวมานานเหลือเกิน เปรียบเหมือนไขมันเนอะ เวลาจะเอามันออกงี๊ ยากแสนเข็ญ  บางครั้งพอหลายๆ อย่างรวมๆ กันเข้า ทั้งงานที่มีปัญหามาให้แก้ให้คิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งงานแม่บ้าน (เพราะตัดสินใจเลิกจ้างแม่บ้านไปแล้ว) แล้วไหนจะลูกอีก...


แต่ในใจหม่าม๊าแอบสงสัยนิดส์นุง ว่าเอ๊ะ!!!! เด็กๆ วัย 2.7 ขวบเนี่ย... ต้องเขียนหนังสือกันได้แล้วเหรอ..?? เรา Push เค้าเร็วไปหรือเปล่า ?? เพื่อ?? ให้เค้าอยู่ในภาวะการแข่งขันเหรอคะ?!?! โทร.ไปถามเพื่อนที่ไปตั้งรกรากอยู่ต่างจังหวัด เธอก็ว่าไม่จำเป็น ลูกเธอตอนนี้ 4 ขวบแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปอะไรกันมากมาย ในขณะที่หลานแฟน อายุน้อยกว่าข้าวปั้น 4 เดือน คือ 2.3 ขวบ อ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษได้แล้วค่ะ ชี้ตัวไหนอ่านได้หมด...


หันกลับมามองตัวเรา.. จริงๆ ในใจก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าเราต้องการอะไร แน่นอนค่ะ พ่อแม่ทุกคนต่างต้องการให้ลูกมีความสุข มีชีวิตที่ดี แต่ไม่ต้องเลิศหรูอลังการณ์มากมาย อยากสอนให้เค้าพอใจในสิ่งที่เป็น ไม่ต้องเก่งมาก แต่ก็คงไม่ได้อยากให้เค้าถึงกับโง่นะคะ หุ หุ อยากให้เรียนรู้ชีวิต ทันคนทันโลก... รู้จักตัวเอง...รู้จักสังคม ที่สำคัญรู้ว่าป่ะป๊าหม่าม๊ารักเค้าแค่ไหน... เพื่อให้เค้าเอาความรักของป่ะป๊าหม่าม๊าที่มีให้นำไปเป็นเกราะป้องกันความเลวร้ายทั้งหลายไม่ให้มันสามารถเข้ามาทำลายตัวเค้าได้


บางครั้ง หม่าม๊าก็อาจจะอ่อนไหวไปกับกระแสสังคมที่อยู่รอบๆ ตัวไปบ้าง...(ลูกต้องเข้าสอบเข้าสาธิต หรือโรงเรียนคาทอลิกดังๆ ให้ได้ สอบกันตั้งแต่เข้าเตรียม เข้าป.1 กันเลยทีเดียว หรือลูกต้องเข้าอินเตอร์ อันนี้ก็ใช้เงินมหาศาล...) ซึ่งหม่าม๊าว่า มีพ่อแม่หลายๆ คนที่อาจจะหลงติดเข้าไปอยู่ในกระแสสังคมโดยไม่รู้ตัว แล้วก็เผลอ input ทัศนคติ หรือลูกไปซึมซับมันกลับมาจากสังคมข้างนอก เลยทำให้เกิดปัญหาเอ็นท์ไม่ติด คิดฆ่าตัวตาย...


คำถาม... แล้วแค่ไหนถึงพอ... เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอดี.. สำหรับลูก...  









Create Date : 03 มิถุนายน 2551
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 15:08:58 น. 1 comments
Counter : 159 Pageviews.

 
เด็กแต่ละคนต่างกันนะคะ
บางคนแค่ 2-3 ขวบก็เขียนได้คล่องแล้ว
แต่บางคนกว่าจะพร้อมก็อาจจะ 4-5 ขวบโน่นแน่ะค่ะ

คุณแม่ดูแลใส่ใจใกล้ชิดแบบนี้
เมื่อเขาพร้อม เดี๋ยวข้าวปั้นก็อ่านเขียนคล่องเองค่ะ ^_^


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:8:01:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ซึซึเระ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่ลูกหนึ่งค่ะ....
Friends' blogs
[Add ซึซึเระ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.