Group Blog
มกราคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
วันมหาวิปโยค/วันฆ่านกพิราบ

ชื่อเรียก
๑. วันมหาวิปโยค
๒. วันมหาปิติ
๓. การปฏิวัติ ๑๔ ตุลาคม
๔. การปฏิวัติของนักศึกษา
เวลาที่เกิดเหตุการณ์
วันที่ ๑๔–๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๖
ชนวนของเหตุการณ์
เรียกร้องให้ปล่อยตัว ๑๓ ผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญที่ถูกจับกุมตัวในข้อหากบฏเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๖
เหตุการณ์
เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคมเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประท้วงคำสั่งลบชื่อนักศึกษารามคำแหงเก้าคน การประท้วงนี้ยังเสนอให้รัฐบาล ประกาศใช้รัฐธรรมนูญภายในเวลาหกเดือน
ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยมีการปกครองภายใต้รัฐบาลทหารโดยไม่มีรัฐธรรมนูญ ในสมัยของรัฐบาล จอมพล ถนอม กิตติขจรก็มีเหตุการณ์ที่ค่อย ๆ สั่งสมให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจรัฐบาล เช่น เมื่อนักการเมืองระดับสูงใช้ยุทโธปกรณ์ลาสัตว์ที่ทุ่งใหญ่ฯ เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๑๖ และภาวะข้าวสาร ขาดแคลน ขณะที่บทบาททางการเมืองของนักศึกษาชัดเจนและเข้มแข็งขึ้น หลังจากที่ ประสบความสำเร็จ มาแล้วจาก การเป็นผู้นำสัปดาห์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๕
ในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๖ นักศึกษาจัดให้มีการประท้วงในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อเรียกร้องให้ รัฐบาลปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้ง ๑๓ คน มีนักเรียนนิสิตนักศึกษาประชาชนมาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนประมาณ ๕ แสนคน
เที่ยงตรงของวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ ฝูงชนเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สู่อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยและลานพระบรมรูปทรงม้า การเจรจาระหว่างนักศึกษากับฝ่ายรัฐบาลดำเนินไปจนถึง เวลาดึกของวันเดียวกัน
การนองเลือดเริ่มต้นเวลาเช้ามืดของวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เมื่อตำรวจคอมมานโดบุกเข้าตี นักศึกษาที่กำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้านอยู่แล้ว ข่าวการทารุณของตำรวจคอมมานโดแพร่ไปทั่วกรุงเทพฯ
นักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชนที่มีแต่ระเบิดขวด ท่อนไม้ และ ก้อนหิน ปะทะกับทหารตำรวจอาวุธ ครบมือ เหตุการณ์ลุกลามไปทั่วบริเวณหน้ากรมลุกลามไปทั่วบริเวณหน้ากรมประชาสัมพันธ์ หน้าวัด ชนะสงคราม สะพานผ่านฟ้าฯ ถนนราชดำเนินกลางและถนนราชดำเนินนอก
เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคมสิ้นสุดลงเมื่อจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร และพันเอก ณรงค์ กิตติขจร ( หรือตามที่เรียกกันในขณะนั้นว่า “สามทรราช” เดินทางออกนอกประเทศไปในที่สุด
ผลจากเหตุการณ์
ประเทศไทยช่วงหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม เป็นช่วงที่กระแสประชาธิปไตยเบ่งบานที่สุดช่วงหนึ่ง ในประวัติศาสตร์
มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ๗๓ คน บาดเจ็บ ๘๕๗ คน
หลังเหตุการณ์ มีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย มากที่สุด และจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเวลาต่อมา
ปัญหาสังคมที่สั่งสมมาเป็นเวลานานได้ระเบิดออกมาหลังเหตุการณ์ขบวนการนักศึกษาและ กระแสประชาธิปไตย แสดงพละกำลังอย่างชัดเจน มีการสไตรค์ของกรรมการบ่อยครั้ง และเกิดการรวมตัว ของชาวนาและเกษตรกรอย่างกว้างขวางและเป็นระบบทั่วประเทศ
ตามมาด้วยขบวนการของกลุ่มอำนาจฝ่ายขวาอย่างเช่น กลุ่มนวพลลูกเสือชาวบ้านและกระทิงแดง ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ความรุนแรงต่อต้านขบวนการนักศึกษาในลักษณะ “ขวาพิฆาตซ้าย”
ความสำคัญของเหตุการณ์
เป็นครั้งแรกที่ประชาชนคนไทยได้แสดง “พลังประชาชนและประชาธิปไตย” ซึ่งมีผลใน การเปลี่ยนแปลงทิศทางการเมืองและสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ที่มา รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย / สารคดี
บทสรุป




ชื่อเรียก
๑. วันล้อมปราบประชาชน
๒. วันฆ่านกพิราบ
๓. หกตุลาคมมหาโหด
เวลาที่เกิดเหตุการณ์
วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙
ชนวนของเหตุการณ์
จอมพล ถนอม กิตติขจร เดินทางกลับมาประเทศไทย หลังจากที่หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 16 ตุลาคม 2516
เหตุการณ์
ก่อนหน้าเหตุการณ์ 6 ตุลา มีความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคชาติไทย ส่วนขบวนการนักศึกษาและประชาธิปไตยก็กำลังเบ่งบานและเข้มข้น โดยมีขบวนการมวลชนฝ่ายขวา ใช้ความรุนแรงก่อกวนและสังหารผู้นำนักศึกษาและกรรมกรชาวนา
จอมพลถนอมบวชเณรเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2519 โดยอ้างว่าจะเข้ามาดูใจบิดา (ก่อนหน้านี้จอมพลประภาสเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม แต่ถูกต่อต้านจนต้องเดินทางออกนอกประเทศไปอีก) นักศึกษาได้รวมตัวกันประท้วงการกลับเข้ามา ของจอมพลถนอม โดยที่รัฐบาลก็เห็นชอบ “นักศึกษาที่จะทำการชุมนุมก็มีสิทธิทำได้ตามรัฐธรรมนูญ” ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2519
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การประท้วงขับไล่จอมพลถนอมเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2519 ขณะเดียวกันได้มีเหตุการณ์ฆ่าแขวนคอกรรมกรที่ร่วมขับไล่จอมพลถนอมที่นครปฐม นักศึกษาได้จัดแสดง ละครสะท้อนเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม
เวลาเช้าของวันที่ 5 ตุลาคม หนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ และ ดาวสยาม ได้ตีพิมพ์ภาพละครแขวนคอ ของนักศึกษา โดยระบุว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (เนื่องจากบุคคลผู้ถูกแขวนคอในภาพ มีหน้าละม้ายองค์รัชทายาท) มีการชุมนุมกลุ่มพลังฝ่ายขวาทั่วกรุงเทพฯ และ พ.อ.อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา แห่งชมรมวิทยุเสรี ได้กระจายเสียงปลุกเร้ากลุ่มพลังและนัดหมายเวลาที่จะเคลื่อนกำลัง
เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 กำลังตำรวจและประชาชนในสังกัดกลุ่มพลังฝ่ายขวา ( เช่น กลุ่มนวพล กลุ่มกระทิงแดง) ปิดล้อมและบุกเข้าสลายม็อบในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้วิธีการอันโหดเหี้ยม ผิดมนุษย์ ภาพข่าวการแขวนคอนักศึกษากับต้นมะขามที่สนามหลวง ตอกอก เผาทั้งเป็น และการระดมยิง นักศึกษาที่ไม่มีอาวุธนอกจากปืนพกของหน่วยรักษาความปลอดภัยไม่กี่กระบอกได้แพร่หลายออกไปทั่วโลก
นักศึกษาและผู้นำกรรมการจำนวนมากหลบหนีการปราบปราม “เข้าป่า” เพื่อรวมตัวกับพรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ผลจากเหตุการณ์
ประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน นักศึกษา ๓,๐๘๔ คน ถูกจับกุม ผู้นำนักศึกษา ๑๙ คนถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร
รัฐบาลของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ถูกปฏิวัติและแทนที่ด้วยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน แต่งตั้งรัฐบาล “หอย” ที่มี นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี
ความสำคัญของเหตุการณ์
คณะปฏิรูปฯ นำประเทศไทยเข้าสู่ระบอบเผด็จการทหารอีกครั้ง ความโหดเหี้ยมของเหตุการณ์ส่งผลกระทบด้านความรู้สึกต่อการเมืองไทย


http://www.reocities.com/thaifreeman/14october/14oct4.html



Create Date : 23 มกราคม 2554
Last Update : 23 มกราคม 2554 20:56:37 น.
Counter : 686 Pageviews.

1 comments
  

โดย: deeplove วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:0:02:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

JinlglebellJa
Location :
อุตรดิตถ์  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]