นานาสาระ
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
31 สิงหาคม 2552

ประโยชน์ของโยคะ

ประโยชน์ของโยคะ [ Benefits of YOGA ]



เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ปรับระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ บำบัดโรคที่เกี่ยวกับเลือดไม่ดี โรคภูมิแพ้ ลมหมักหมม ผิวพรรณที่ไม่ผ่องใส สมองไม่ปลอดโปร่ง มึนศีรษะง่าย
ด้านกายภาพบำบัด
• กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเอ็น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้การเดินคล่องขึ้น การทรงตัวดีขึ้น
• กระดูกสันหลังถูกปรับให้เข้าสภาพปกติ ป้องกันอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ หรือ ปวดศีรษะ และปรับรูปร่างให้สมดุล กระดูกไม่งอ ไหล่ไม่เอียง
• ท่าบริหารโยคะบางท่าถูกดัดแปลงใช้กับคนชรา และคนพิการเพื่อสามารถฝึกบนเตียง หรือบนรถเข็นได้
กระตุ้นสมองให้มีความจำดีขึ้น
• การผ่อนคลายลึก ๆ หลังการฝึก ทำให้เกิดคลื่นอัลฟา มีผลต่อการผ่อนคลายต่อสมอง
• คลายความเครียด แก้โรคนอนไม่หลับ
นวดอวัยวะภายในให้แข็งแรงขึ้น เช่น หัวใจ มดลูก กระเพาะอาหาร ตับ ไต เป็นต้น ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เลือดไปที่ไตล้างไตให้สะอาดขึ้น ระบบการหายใจจะโล่งขึ้น ทำให้การเผาผลาญแคลอรีในร่างกายเพิ่มขึ้น ได้พลังงานเสริมความแข็งแรง
ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
• ร่างกายมีสัดส่วนดีขึ้น สวยงามขึ้น
• ช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างดี
ด้านจิตบำบัด
• จิตสงบและมีสมาธิมากขึ้น
• ลดความวิตกกังวลและอาการที่ตื่นกลัว
• นักกีฬา นักเต้นรำ นักแสดง อาจใช้โยคะเพื่อกำจัดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และเพิ่มสมาธิก่อนการแข็งขัน ก่อนการแสดง
• นายแพทย์ ดีน ออร์นิช ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจากแคลิฟอร์เนีย ได้ผสมผสานโยคะแบบใหม่ในการรักษาผู้ป่วย โรคหัวใจ
• โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง และศูนย์วิจัยในแคลิฟอร์เนีย สอนโยคะให้ผู้ป่วยในระยะสุดท้าย เพื่อให้รู้สึกสงบ
เพศสัมพันธ์บกพร่อง สามารถบรรเทา หรือแก้ไขได้ด้วยท่าโยคะหลาย ๆ ท่า

โยคะแต่ละท่ามีผลต่อร่างกายแตกต่างกันไป การฝึกโยคะบางท่ามีผลช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ บางท่าช่วยบำบัดรักษาอาการป่วยจากโรคกระเพาะและอีกนานาสารพัดโรคซึ่งต้องฝึกปฏิบัติเป็นประจำเท่านั้นจึงจะได้ผลดี
หากจะกล่าวถึงผลดีที่จะได้จากการฝึกโยคะก็พอจะยกมาเป็นตัวอย่างได้
ดังต่อไปนี้
ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ทำให้การเคลื่อนไหวสง่างามทุกท่วงท่า
ช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนดี สมองปลอดโปร่งเพราะมีโลหิตไปหล่อเลี้ยง
ช่วยให้ต่อมต่างๆทำงานได้ดีเพราะได้รับการกระตุ้น เช่น ต่อมไทรอยด์
ต่อมพาราไทรอยด์
ช่วยกระตุ้นให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ
กระตุ้นเซลล์ทั่วร่างกายให้สดชื่นแจ่มใสและมีชีวิตชีวา
บำบัดรักษาอาการเจ็บไข้ไม่สบายอันเกิดจากโรคต่างๆ เช่น โรคทางจิตประสาท
โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคกระเพาะอาหาร
ช่วยบริหารปอด และหัวใจให้แข็งแรง
ช่วยลดไขมันเฉพาะส่วน ทำให้น้ำหนักคงที่ถ้าฝึกเป็นประจำ และมีการควบคุมอาหารที่ถูกต้อง
ช่วยลดความเรียด ทำให้นอนหลับสบาย
รักษาโรคริดสีดวงทวาร
กำจัดอาการท้องผูก และอาหารไม่ย่อย
ช่วยรักษาและป้องกันโรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้ต่างๆ
รักษาอาการปวดคอ ปวดหลัง และปวดข้อต่างๆ
ป้องกันโรคเส้นเลือดขอด
รักษาอาการหวัด เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ
รักษาโรคไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโต
รักษาโรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อม
ช่วยบรรเทาอาการโรคหลอดลมอักเสบ
ป้องกันมดลูกหย่อนยาน
ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องก่อนมีรอบเดือน
ลดการยึดติดของข้อต่างๆ
รักษาโรคลมชัก และลมบ้าหมู
ช่วยให้กระดูกสันหลังยืดหยุ่นได้ดี
ช่วยให้ข้อมือ ขา และข้อเท้าแข็งแรง
ช่วยให้สมาธิดี ความจำดี อารมณ์สุขุมเยือกเย็น
ช่วยให้สุขภาพจิตดี ขจัดอาการฟุ้งซ่าน
ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ
ช่วยให้ตับทำงานได้ดี
ช่วยนวดอวัยวะส่วนท้อง
ช่วยบรรเทาอาการเบื่ออาหาร และช่วยล้างพิษ
ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ผิวเนื้อตึงกระชับ ไม่หย่อนยานง่าย
ช่วยชะลอความชรา และช่วยเสริมสร้างพลังชีวิต นอกจากผลดีที่จะได้รับดังตัวอย่างข้างต้นแล้ว การฝึกโยคะยังให้ประโยชน์อีกมากต่อสุขภาพจิต และประสิทธิภาพในการทำงานของสมองด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผลดีทั้งปวงที่ร่างกายจะได้รับนั้นย่อมส่งผลต่อศักยภาพการดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วย


ข้อควรปฏิบัติในการฝึกโยคะ
โยคะอย่างง่ายๆที่เหมาะสำหรับการฝึกทุกๆวัน เพื่อบริหารร่างกายและสร้างพลังแก่สุขภาพนั้นส่วนใหญ่จะเป็น “ท่าอาสนะ” ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ให้ปฏิบัติตามได้ง่ายๆ
เนื่องจากท่าอาสนะเป็นท่าบริหารที่ประกอบด้วยการเคลื่อนไหวอันนิ่มนวล เป็นการฝึกเพื่อพัฒนาร่างกายให้เกิดความสมดุลทางสรีระและกล้ามเนื้อต่างๆ การเตรียมตัวและเตรียมสถานที่ให้ถูกต้องและเหมาะสม จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกโยคะประจำวัน
เวลา
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกโยคะคือเวลาเช้า
แต่เพื่อความสะดวกสำหรับวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ ผู้ฝึกจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเวลาที่กำหนดตายตัว
อาจฝึกทุกๆเช้าวันหยุด แต่วันเรียนหรือทำงานก็ฝึกในช่วงค่ำๆก็ได้ (ช่วงบ่ายอากาศร้อนอาจไม่เหมาะกับการฝึก)
ความจริงแล้วโยคะแนวใหม่สามารถนำไปประยุกต์เป็นการบริหารร่างกายที่สะดวกและง่ายดายได้ ผู้ฝึกสามารถเล่นโยคะได้ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่โต๊ะทำงาน ที่สาธารณะทั่วไป หรือแม้แต่นั่งหรือยืนอยู่บนรถ
แต่สำหรับระยะเวลาในการฝึกโยคะแต่ละครั้งนั้น ควรฝึกให้ได้อย่างต่ำ
ครั้งละ 30 นาที
สำหรับผู้ที่มีเวลาสามารถฝึกเต็มที่ได้ ครั้งละ 1 ชั่วโมง 30 นาทีหรือถึง
2 ชั่วโมง
ฝึกโยคะอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือฝึกวันละ 20 - 30 นาที ทุกๆวันก็ได้
เสื้อผ้า
ชุดที่เหมาะสมจะสวมใส่ในการฝึกโยคะคือเสื้อผ้าชุดลำลองที่มีเนื้อผ้านุ่มเบาสบาย มีความหลวมพอประมาณ เช่น เป็นชุดผ้ายืดทั้งตัวเพื่อให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างสะดวกสบายที่สุด

อุปกรณ์เสริม
ในการฝึกโยคะควรมีอุปกรณ์เสริมบางอย่างเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวก เช่น
ผ้าขนหนูผืนใหญ่ สำหรับปูรองนั่งในระหว่างฝึก
ผ้าขนหนูผืนเล็กหรือไม้ไผ่ สำหรับช่วยในการฝึกบางท่า
นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวฝึกโยคะอีกหลายข้อที่ควรใส่ใจ ดังนี้
1. ควรเลือกทำเลดีๆในการฝึกโยคะ เช่น บริเวณระเบียงบ้านที่มีลมพัดผ่านเย็นสบาย มีเสียงนกร้อง และมีทิวทัศน์ร่มรื่นงดงามด้วยต้นไม้ อาจฝึกในสวน ห้องนอน หรือห้องรับแขก และควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ถ้าจำเป็นต้องฝึกในห้องแอร์ก็สามารถทำได้ซึ่งไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใด
2. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนฝึกโยคะ อย่าลืมทำความสะอาดช่องปาก ฟัน หู และรูจมูก
3. ถ้าต้องการเปิดเพลงกล่อมระหว่างการฝึก ควรเลือกเพลงบรรเลงเบาๆ อย่าเปิดเพลงที่มีคำร้อง หรือมีจังหวะสนุกสนาน เพราะการฝึกโยคะต้องใช้สมาธิอย่างมาก
4. กินอาหารให้เรียบร้อยก่อนฝึกโยคะประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง
5. ถ้ามิได้ฝึกโยคะตามลำพัง ควรฝึกอย่างเงียบๆ ไม่ควรชวนเพื่อนพูดคุย หรือหยอกเย้ากันในระหว่างการฝึก
6. ไม่สวมเครื่องประดับใดๆในการฝึก รวมทั้งแว่นสายตาด้วย
7. สตรีในช่วงที่มีรอบเดือน ควรงดการฝึกโยคะ
8. สตรีที่มีครรภ์อ่อนๆ แต่ต้องการฝึกโยคะเพื่อสุขภาพควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อน
9. ผู้ที่มีอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคไขข้อ ไม่ควรฝึก
10. ไม่ควรออกกำลังกายประเภทอื่นๆ ก่อนหรือหลังการฝึกโยคะในทันที



เมนูสุขภาพสำหรับผู้ฝึกโยคะ
นอกจากการฝึกโยคะเป็นประจำแล้ว การดูแลเรื่องอาหารกการกินก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในการดูแลสุขภาพ
ปัจจุบันผู้ที่นิยมฝึกโยคะในยุโรปและอเมริกามักจะหันมากินอาหารมังสวิรัติกันมาก
แต่ถ้าไม่สามารถจะกินผัก ผลไม้ และธัญพืชได้ ก็ไม่เป็นไรเพราะอาหารดีๆที่มีคุณค่าต่อสุขภาพนั้นยังมีอีกมากมาย ถ้าเรารู้จักเลือกสรรและกินให้เป็น
อาหารที่จัดมานี้เป็นเมนูสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และจัดเป็นเมนูไดเอตที่เหมาะสำหรับการลดความอ้วน และการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
ข้าวกล้อง
ข้าวกล้องอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารนานาชนิด ที่มีคุณค่าสูง ช่วยบำบัดและยังป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและไม่อ้วนด้วย เราสามารถหุงข้าวกล้องปนกับข้าวอื่นๆ ได้หลายชนิดเพื่อเพิ่มรสชาติและเพิ่มคุณค่า หรืออาจหุงข้าวกล้องกินสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็ได้
ต้มๆนึ่งๆ
หลีกเลี่ยงอาหารจานทอดที่เต็มไปด้วยน้ำมัน หันมาเลือดกินแต่อาหารที่ปรุงด้วยวิธีต้มๆนึ่งๆ มารพัดเมนูแกงจืดและต้มยำต่างๆที่ไร้กะทิ กินผักต้ม ผักลวก หรือปลานึ่ง เป็นประจำจะทำให้สุขภาพดีหากต้องการปรุงอาหารจานผัดต่างๆก็ควรใช้น้ำมันแต่น้อย
งดอาหารแปรรูป
ของหมักดอง อาหารกระป๋อง และอาหารแปรรูปต่างๆเช่น แหนม กุนเชียง ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ เหล่านี้ไม่ใช่อาหารสุขภาพควรหลีกเลี่ยงหรือกินแต่น้อย
เนื้อสัตว์ติดมัน
แม้ร่างกายจะต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แต่เนื้อสัตว์ที่ติดมันก็ทำให้อ้วน และยังเพิ่มโคเลสเตอรอลได้อย่างไม่รู้ตัว พยายามงดกินเนื้อสัตว์ติดมัน และลองฝึกนิสัยการกินอาหารให้น้อยลง(ยกเว้นปลา และอาหารทะเล) เพราะความจริงแล้วเนื้อสัตว์นั้นย่อยยาก และเราสามารถได้สารอาหารต่างๆ อย่างครบถ้วนจากธัญพืชต่างๆได้ เช่นกัน



ธัญพืชต่างๆ
ข้าวโอ๊ต ขาวสาลี รำข้าว ถั่ว งา ซีเรียล และธัญพืชต่างๆล้วนอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุนานาชนิดที่เป็นประโยชน์อย่างสูงต่อร่างกาย จึงควรจัดให้มีอาหารจำพวกธัญพืชบ้างในเมนูแต่ละวัน


ที่มา http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=healthylove&month=09-2007&date=04&group=2&gblog=6


อาสนะ [ Asana ]

อาสนะนับเป็นหนึ่งในแปดแขนงของโยคะแบบดั้งเดิม ในตำราโยคะสูตร มีส่วนที่ว่าด้วย
ปรัชญาของโยคะ มหาโยคีปตัญชลี ให้คำจำกัดความ อาสนะ ด้วยคำ 2 คำ คือ เสถียร
และสุขุม เสถียรหมายถึง ความมั่นคง ความคงที่ ความแน่วแน่ โดยมากจากรากศัพท์ว่า
สถ ซึ่งหมายถึงการยืน สุขุมหมายถึงการผ่อนคลาย สบาย ความสุข เมื่อจิตของกาย
อยู่ในสภาวะที่ตรงข้ามกับเสถียรและสุขุม กล่าวคือ อยู่ในสภาวะไม่คงที่ จำกัด ร้อนรน
และไม่มีสมาธิ จะทำให้เรามีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ขัดแย้ง เครียด
และขาดความสุข การฝึกโยคะช่วยสร้างความคงที่และผ่อนคลายที่สัมผัสได้ ผ่านจิตของกาย
อันจะก่อประโยชน์ทั้งด้านสมาธิและชีวิตประจำวันโดยทั่วไป

การฝึกโยคะนั้นต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมกัน เช่น แอโรบิก ยกน้ำหนัก
หรือวิ่งอย่างสิ้นเชิง จุดประสงค์ของการฝึกอาสนะไม่ใช่การพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ ( แม้โยคะจะมีประโยชน์เช่นนั้นด้วยก็ตาม) แต่โยคะ
มีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูจิตของกายให้กลับมาสู่สภาวะความเป็นอยู่ที่ดี ผ่อนคลาย และตื่นตัว
อยู่เสมอ



หลักสำคัญของการฝึกโยคะ

หายใจแบบโยคะให้ถูกต้อง : หายใจเข้า - ท้องพอง, หายใจออก - ท้องแฟบ
สูดอากาศเข้าให้พอดีกับท่าฝึก เพื่อให้ได้ออกซิเจนมากพอ
ปล่อยลมหายใจออกให้สุด เพื่อขับอากาศเสียออกจากร่างกาย และลดความตึงเครียด
ของกล้ามเนื้อ
หายใจเข้า - ออก ให้สอดคล้องเป็นจังหวะกับท่าฝึกแต่ละท่า
ฝึกท่าแต่ละท่า ช้าๆ เป็นจังหวะที่ลงตัว ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ตามข้อจำกัดธรรมชาติร่างกายของแต่ละบุคคล อย่าฝืนเกินไป เช่น ยืดตัวมากเกินไป
เกร็งเกินไป ตึงมากไป บิดมากเกินไป
การกำหนดจิต (Concentration) ให้เป็นหนึ่งเดียวกับการฝึกโดยไม่วอกแวก จะทำให้
จิตสงบเข้าถึงสมาธิได้ดีขึ้น ห้ามแข่งขัน หรือคุยกันระหว่างการฝึก ควรอดทน และขยัน
ฝึกเป็นประจำ ควรฝึกอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 - 4 ครั้ง
หยุดพักและผ่อนคลาย หลังจากการฝึก (Pause & Relax) ให้หายใจเข้า - ออก ช้า ๆ
ลึก ๆ 6-8 รอบ เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และทำให้การเต้น ของหัวใจ
ปรับเข้าสู่สภาวะปกติ


ประโยชน์ของโยคะ

การฝึกโยคะมีผลต่อจิตของกายในทุกๆ ด้าน เช่น
ในด้านร่างกายโดยผ่อนคลาย รักษา และ สร้างความ
แข็งแรง ยืดเส้นยืดสายระบบกระดูก กล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อหัวใจ ระบบการย่อยอาหาร ต่อมต่างๆ
ในร่างกาย และระบบประสาท ผลทางด้าน จิตใจ
จะเกิดผ่านการสร้างจิตใจที่สงบ ความตื่นตัวและ
สมาธิ ผลทางด้านจิตวิญญาณ คือ การเตรียมพร้อม
สำหรับการทำสมาธิ และ สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน การตั้งใจฝึกท่าโยคะให้ประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การฟื้นฟู สมดุลการทรงตัว ความยืดหยุ่น
ความแม่นยำ สุขภาพ และร่างกายที่แข็งแรง จนถึงการ สร้างความสงบด้านจิตใจ ความสมดุล
ทางอารมณ์ และความแข็งแรงภายใน ในแง่ของร่างกาย ท่าโยคะช่วยกระตุ้นต่อม อวัยวะ
กล้ามเนื้อและผ่อนคลายความปวดเมื่อย ทำให้การย่อยอาหาร และการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
อาการอันมีผลมาจากความเครียด เช่น การนอนไม่หลับ ความเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อกระตุก
ความกังวล และอาการอาหารไม่ย่อย จะดีขึ้นมาก การฝึกท่าโยคะอย่างต่อเนื่องจะมีผล
อย่างล้ำลึกต่อร่างกายภายใน โดยทำให้เกิดความมั่นคงทางอารมณ์ สมาธิ และความมั่นใจ


ประโยชน์ของโยคะในทางกายบำบัด

อาสนะต่างๆ ของการฝึกโยคะ เกี่ยวข้องกับจักระทั้ง 7 ทางหลักของโยคี ซึ่งก็คือต่อมต่างๆ
ในร่างกาย ที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนอันเป็นประโยชน์ การฝึกโยคะ ช่วยกระตุ้น การทำงาน
ของต่อมเหล่านี้ให้สมดุล จึงมีคุณประโยชน์มากมายต่ออวัยวะและการทำงาน ของส่วนต่างๆ
ในร่างกาย ได้แก่

กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเอ็น ยืดหยุ่นมากขึ้น การทรงตัวดีขึ้น
ปรับสภาพกระดูกสันหลัง บำบัดอาการปวดหลัง คอ และศีรษะ
เพิ่มการไหลเวียนของเลือด บำบัดโรคภูมิแพ้
กระตุ้นสมองให้ความจำดีขึ้น คลายความเครียด แก้โรคนอนไม่หลับ
ช่วยนวดอวัยวะภายในให้แข็งแรงขึ้น เช่น หัวใจ มดลูก กระเพาะอาหาร ตับ ไต เป็นต้น
ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เลือดไปที่ไตล้างไตให้สะอาดขึ้น ระบบการหายใจจะโล่งขึ้น
ปรับระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้น
ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ผิวพรรณผ่องใส
ทำให้การเผาผลาญแคลอรีในร่างกายเพิ่มขึ้น ได้พลังงานเสริมความแข็งแรง
ช่วยลดน้ำหนัก ร่างกายมีสัดส่วนดีขึ้น




ประโยชน์ของโยคะในทางจิตบำบัด


โยคะเป็นการฝึกการหายใจอย่างถูกต้อง เพื่อร่างกายจะได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ จึงมีผลดี
ต่อสมองและจิตใจ คือ

จิตสงบ มีสมาธิมากขึ้น เพิ่มความมั่นคงทางจิตใจ
บรรเทาความเครียด ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
ลดความวิตกกังวล และความกระวนกระวายใจ

การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอ ยังสร้างให้เรามีวินัย และความเพียร อันจะนำมา ซึ่งประโยชน์
สูงสุดต่อตนเอง

http://www.yogasutrathai.com/th/whatsyoga02.php


Yoga Theraphy ง่ายที่สุด ช่วยในระบบหายใจ เครียด ให้บรรเทาลง

Asana & Prayanama ง่ายๆ ซันซลูเทชั่นเยอะ มีการหายใจ สำหรับผู้ป่วย หรือคนสนใจ

Satyananda Yoga คิดโดยท่านSatyananda เผยแพร่ออกไปที่โรงเรียนสอนโยคะ Bihar เน้นขาในบิกินเนอร์ ใช้แรงขาค่อนข้างสูง

Patanjali Yoga คิดค้นโดยท่านปตัญจลี เน้นหลังในบิกินเนอร์ ในมัลติเลเวล์จะมีซันซลูเทชั่น ค่อนข้างง่ายแต่ยาก มีวอลิเออร์

Asthanga Yoga เน้นซันซลูเทชั่น และวอลิเออร์ ง่ายๆแต่ม่าโพสต์ยากพอสมควร มีสะพานโค้งกับHEADSTANDในมัลติเลเวล์

Sivananda Yoga คลาสง่ายๆ สำหรับคนที่มีปัญหาโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับการหายใจ

Power Yoga (B) ที่ยากคือต้องทำซันซลูเทชั่นอย่างเร็ว ไม่มีท่ายาก

Power Yoga L-1 ไม่ยากมาก แต่ช้า ค้างนาน

Kamal Power Vinyasa ยากมาก เหนื่อย ท่ายาก แต่ไม่เร็วและไม่ช้า

Yoga Combat (B) การผสมอันดีระหว่างโยคะกับคอมแบท

Yoga Hot (Hot Flow) โยคะร้อน

Dance ทั้ง 2 เต้นระบำสไตลอินเดีย


โยคะร้อน (Bikram Yoga) มีประโยชน์ในการลดน้ำหนักและกระชับกล้ามเนื้อ รูปร่างได้สัดส่วนดีคะ

วันนี้เอาข่าวมาฝากสาวๆ ที่รักสวยรักงามและ หาหนทางในการรักษาสุขภาพ และที่สำคัญที่จะทำให้สาวๆ ตาโตคือการลดน้ำหนัก หลายท่านคงเคยได้ยินว่าสมัยนี้เค้านิยมออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะร้อน และอยากรู้ว่ามีประโยชน์และทำอย่างไร มาฟังทางนี้คะ และถ้าทดลองทำแล้วได้ผลดี เขียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ้างนะคะ

โยคะร้อน อีกหนึ่งวิวัฒนาการของศาสตร์แห่งโยคะ ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม อย่างมากในสหรัฐอเมริกา และขณะนี้ก็ฮิตและแพร่หลายในเมืองไทย ประกอบด้วยท่าหลักทั้งหมด 26 ท่า ผู้ฝึกจะฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายในร่างกาย ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ได้มากกว่า อุณหภูมิปกติ ท่าต่างๆของโยคะร้อน จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย ลดปัญหาการปวดหลังและคอ รวมทั้งทำให้ระบบไกลเวียนของโลหิตดีขึ้น อุณหภูมิที่สูงยังทำให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้เป็นอย่างดี จึงเป็นปัจจัย หลักที่ทำให้น้ำหนักลด และ ทำให้รู้สึกสดชื่นหลังการฝึก

ความพิเศษของโยคะร้อน
การเล่นโยคะร้อนในห้องร้อนนี้จะทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นได้มากกว่าในอุณหภูมิปกติ ท่าต่างๆของโยคะร้อนจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย ลดปัญหาการปวดหลังและคอ รวมทั้งทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงยังช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้อย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงและรู้สึกสดชื่น สบายตัวหลังการเล่น

โยคะร้อนทั้ง 26 ท่าเหมาะกับผู้เล่นทุกระดับไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มเล่นเป็นครั้งแรกหรือเคยฝึกมานานแล้วก็ตาม เพราะแต่ละท่าจะอยู่ในระดับขั้นพื้นฐาน (Beginner) ผสมผสานความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่ง เน้นการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนหลังและหัวเข่า รวมทั้งความสมดุลเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นการท้าทายให้ผู้เล่นพยายามปฏิบัติแต่ละท่าให้ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งใจจดจ่ออยู่กับท่าที่กำลังปฏิบัติว่าควรเคลื่อนไหวอย่างไรด้วยจังหวะช้าหรือเร็วขนาดไหน ถือว่าเป็นการบังคับตัวเองให้เกิดสมาธิอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากผู้เล่นจะต้องค้างแต่ละท่าไว้ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที ซึ่งผลต่อจังหวัดการหายใจ
ทำให้การหายใจอย่างช้าๆ จนจิตใจสงบลงได้โดยอัตโนมัติและยังช่วยระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้ดีอีกด้วย โยคะร้อนเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะของความสมดุลตามธรรมชาติ (natural balance) ซึ่งจะช่วยแก้ไขด้านบุคลิกภาพ เช่น การนั่งหลังโก่งหรือห่อไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพียงแค่การเคลื่อนไหว ท่า back bend หรือการเอนตัวไปข้างหลังนั้นจะช่วยเปิดส่วนและสะโพก ดึงกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ให้ยืดเหยียด กระชับกล้ามเนื้อส่วนก้นและหน้าท้อง ในขณะเดียวกันยังช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดี

เล่นโยคะอย่างไรให้ได้ผล
การเล่นโยคะต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการฝึกฝนเช่นเดียวกับการเล่นกีฬาอื่นๆ เพื่อความพร้อมและการปรับตัวของร่างกาย เสริสร้างความแข็งแรงและสัดส่วนของกล้ามเนื้อให้สมดุล ที่สำคัญคือการเล่นโยคะเป็นประจำนอกจากจะทำให้เกิดความแม่นยำในการเล่นแต่ละท่าแล้ว ยังทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอีกด้วย ดังนั้น แนะนำว่าควรเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน ส่วนเวลาในการเล่นประมาณครั้งละ 90 นาที จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เล่น




โยคะร้อนประกอบด้วยทำอะไรบ้าง

การเล่นโยคะร้อนในแต่ละท่าจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกจะใช้เวลา 60 วินาที ส่วนช่วงที่สองจะลดเวลาเหลือ 30 วินาที และแน่นอนว่าก่อนการเล่นทุกครั้งควรเริ่มด้วยท่าอบอุ่นร่างกาย(wam-up) ก่อน ซึ่งมักจะใช้ท่า Surya Namaskara 10 ครั้ง ดังนี้

ท่า Surya Namaskara
เริ่มจากยืนตัวตรงแขนแนบลำตัวแล้วชูแขนขึ้นเหยียดตรง ก้มตัว แขนกอดหลังขา ทิ้งศีรษะจรดเข่า จากนั้นใช้มือแตะปลายเท้า ขาเหยียดตรงยืดศีรษะไปข้างหน้าแล้วสปริงตัวมาอยู่ในท่าวิดพื้นโดยลำตัวขนานกับพื้น แหงนศีรษะไปด้านหลัง ส่วนขาเหยียดตรงกับพื้น ดันสะโพก แขนและลำตัวเป็นเส้นตรง ส่วนศีรษะขนานกับแขน ลักษณะเหมือนรูปสามเหลี่ยม เสร็จแล้วกระโดดกลับมาในท่ายืนเข่าตึงมือแตะปลายเท้า ย้อนกลับมาท่ากอดเข่า ยืนตรงชูแขนขึ้น และค่อยๆวางแขนสงแนบลำตัวเช่นเดิม
ท่าที่ 1 Standing Deep Breathing
ยืนตรงขาชิด กำมือประสานกันไว้ใต้คาง สูดลมหายใจเข้าทางจมูกพร้อมกับค่อยๆแหงนหน้า กางข้อศอกออก จากนั้นหุบข้อศอกลงมาชนกันพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกทางปาก สังเกตว่าท่านี้จะบังคับให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องทำงาน ซึ่งเป็นการบริหารปอดรับออกซิเจนได้ดี

ท่าที่ 2 Half Moon Pose with Hand to Feet Pose
ยืนชูแขนเหยียดตรงโดยที่ฝ่ามือประกบกัน แล้วเอียงตัวไปด้านขวาให้สีข้างด้านซ้ายรู้สึกยืดเหยียดเต็มที่ ค้างไว้ 1 นาที แล้วทำสลับอีกข้างหนึ่งเสร็จจากการบริหารสีข้างแล้ให้มาต่อที่การบริหารส่วนหลัง โดยยืนเตรียมในท่าเดิมแต่เปลี่ยนมาเอนตัวไปข้างหลัง พร้อมกับหายใจและเก็บหน้าท้องค้างไว้ 1 นาที ตามด้วยท่าเอนตัวไปข้างหน้า โดยดึงหลังตรงขนานไปข้างหน้าทั้งสามท่านี้จัดว่าเป็นท่า warm-up ที่ดี สามารถยืดกล้ามเนื้อแทบทุกส่วน เช่น กลางลำตัว ขา และ หลัง เป็นต้น

ท่าที่ 3 Standing Bow Pulling Pose
ยืนตรงเข่าตึง ก้มตัวลงมือจับยึดส้นเท้า ศีรษะติดเข่า (ท่านี้เหมาะสำหรับทำตอนเช้าตื่นนอนเพราะจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวเร็ว) ต่อด้วยท่าทรงตัวด้วยขาข้างเดียว โดยเริ่มจากยืนด้วยขาซ้าย ยกขาขวาเข่างอ มือจับข้อเท้าส่วนแขนซ้ายให้คว่ำมือ ปลายนิ้วชิดเหยียดขนานกับพื้นไปข้างหน้าพร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า และใช้แขนขวาดึงขาให้ยกสูงขึ้น ท่านี้จะสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขา หลัง และสีข้าง

ท่าที่ 4 Triangle
เริ่มจากยืนกางแขนและขา เอนขาขวามาด้านข้างให้เข่างอตั้งฉากกับพื้น โดยทิ้งน้ำหนักลงที่หัวเข่าขาซ้ายเหยียดตรง เท้ายึดพื้นเอาไว้ แล้วค่อยโน้มตัวไปด้านข้าง แขนซ้ายชี้ขึ้นบนทำมุมตรงกับแขนขวา ปลายนิ้วมือจรดปลายนิ้วเท้า ท่านี้จะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใต้ต้นขา หัวเข่า รวมทั้งสะบักหลัง

ท่าที่ 5 Tree Pose
ยืนตรงเปิดไหล่แล้วยกเท้าขวามาพักที่หน้าขาบริเวณใต้สะโพก แล้วประนมมือปลายนิ้วจรดปลายคางท่านี้จะช่วยดึงขา หลัง ลำคอหลังจนถึงศีรษะให้เหยียดตึง ขณะเดียวกันให้ดึงลำตัวขึ้น เก็บก้นและหน้าท้องเพื่อช่วยในการทรงตัว

ท่าที่ 6 Tose Stand Pose
ยืนเตรียมลักษณะเดียวกับท่า Tree pose แต่เป็นท่านั่งบนขาข้างเดียวโดยเปิดส้นเท้าขึ้นและทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้า ซึ่งการพับหรืองอเข่าในท่านี้ประมาณ 1 นาที จะเป็นการกักเก็บเลือดเอาไว้ แล้วเพิ่มแรงดันในเส้นเลือดบริเวณดังกล่าวสูงขึ้นส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้อย่างสะดวก รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับข้อเท้า หัวเข่า และการทรงตัวที่ดี แต่ข้อควรระวัง คือ ผู้เล่นท่านี้จะต้องแน่ใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องข้อเท้าหรือหัวเข่า

ท่าที่ 7 Fixed Firm Pose
นอนหงายราบกับพื้นพับขาปลายเท้าแนบสะโพก ไขว้แขนเหนือศีรษะมือจับข้อศอก ยกลำตัวขึ้นเก็บหน้าท้อง แต่บริเวณสะบักหลังและหัวไหล่ติดพื้น ท่านี้จะเป็นการเปิดสะโพกทำให้เลือดบริเวณสะโพก หน้าขา และหัวเข่าไหลเวียนได้ดี

ท่าที่ 8 Half Tortoise Pose
นั่งคุกเข่าปลายเท้าราบกับพื้น พับลำตัวติดกับหน้า ขาเหยียดหลังให้ตึง โดยใช้แขนทั้งสองข้างช่วยดึงไปข้างหน้า ฝ่ามือประกบกันและไขว้นิ้วหัวแม่มือ ท่านี้จะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยง หัวใจและสมองได้ดี

ท่าที่ 9 Camel Pose
ท่ายืนบนเข่าแยกขาขนานกันเล็กน้อยแล้วแอ่นหลังในท่าสะพานโค้ง มือจับ ยึดกับส้นเท้าแขนเหยียดตรง แหงนหน้าทิ้งศีรษะไปด้านหลังท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าขาให้เหยียดตึงและช่วยกระชับกล้ามเนื้อก้น ส่วนการแหงนหน้าทิ้งศีรษะจะช่วยนำเลือดไปเลี้ยงสมอง

ท่าที่ 10 Head to Knee Pose with Stretching Pose
เริ่มจากนั่งแยกขาโดยขาข้างหนึ่งชี้เป็นเส้นทแยงมุม 45 องศา ตั้งปลายเท้าขึ้น
ให้รู้สึกว่าหลังเข่าตึงเต็มที่ พับขาอีกข้างหนึ่งเก็บมาด้านหน้าแนบต้นขา เอี้ยวตัวก้มลงให้ศีรษะติดหัวเข่าบนข้างที่เหยียดออกพร้อมกับมือจับยึดที่ฝ่าเท้าค้างไว้ 1 นาที จึงต่อด้วยท่านั่งเหยียดขามาข้างหน้า ตั้งปลายเท้าขึ้นแล้วก้มศีรษะติดหัวเข่าเช่นเดิม ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังเข่าให้เหยียดตึงรวมทั้งหลังและต้นคอ

ข้อดีของการเล่นโยคะ
1.เสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนิ้อ ข้อพับ หรือ ข้อต่อ
2.ช่วยลดน้ำหนักและกระชับกล้ามเนื้อซึ่งช่วยรักษารูปร่างให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม
3.การเคลื่อนไหวในแต่ละท่าเอื้อต่อระบบการไหวเวียนของเลือดเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.ช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนหัวใจให้เลือดไหลเวียนดีและขยายปอด
5.ไม่ทำให้เกิดอาการข้อเสื่อมภายหลังเพราะแต่ละท่าจะไม่มีการใช้ข้อต่อที่หักโหมเหมือนการเล่นกีฬาหรือ การเต้นบางประเภท
6.สามารถฝึกฝนที่บ้านได้ด้วยตนเอง และ ไม่จำกัดว่าควรเล่นในช่วงเวลาใด



หะฐะโยคะ (Hatha Yoga)

เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฝึกโยคะมาก่อน และต้องการฝึกอาสนะอย่างช้าเพื่อการผ่อนคลาย หะฐะโยคะ

จะใช้ศิลปการบริหารร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ

โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว


หะฐะโฟลว โยคะ (Hatha Flow Yoga)

เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกโยคะที่ต้องการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องตลอดหนึ่งชั่วโมง

การฝึกในแบบนี้จะมีการเคลื่อนไหวช้าๆแบบต่อเนื่อง บวกเข้ากับการหายใจ ทุกการเคลื่อนไหวจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าหนึ่ง

จะประสานไปด้วยลมหายใจ ให้ทั้งความแข็งแรงแต่นุ่มนวล


เพาว์เวอร์โยคะ (Power Yoga)

เป็นการผสมผสาน 3ศาสตร์ เข้าไว้ด้วยกันคือ โยคะ, ไทชิ , และ พิลาเตช เหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกโยคะ

หรือเคยออกกำลังกายมาบ้าง


- โยคะ : ช่วยในการปรับสภาพร่างกายของท่าน และช่วยพัฒนาการหมุนเวียนโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆ

อีกทั้งเพิ่มสมดุลยให้กับร่างกายไปพร้อมกับความแข็งแกร่ง และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ


- ไทชิ : ช่วยให้พลังไหลผ่านส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปรับสมดุลอย่างช้าๆ พร้อมกับทำให้รู้สึกสงบ

ช่วยระงับอารมณ์ที่รุ่มร้อนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้น

และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงและกระบังลมเพื่อให้สามารถหายใจได้อย่างเต็มปอด


- พิลาเตส : เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยเสริมสร้างหน้าท้อง และหลังให้แข็งแรง ทั้ง 3 ศาสตร์นี้จะ

ถูกนำมาผสมผสานและใช้เพลงสนุกสนานเร้าใจเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินกับการฝึก

หะฐะวินยาสะ โยคะ (Hatha Vinyasa Yoga)

เหมาะสำหรับผู้ที่เคยฝึกโยคะมาระยะหนึ่ง และต้องการเพิ่มความยืดหยุ่น

พร้อมทั้งสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

เป็นการผสมผสานหะฐะโยคะกับวินยาสะ(การเคลื่อนไหวโดยใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนสัด)ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบชั่วโมง

ซึ่งทำให้นอกจากที่เราจะได้บริหารร่างกายแล้วยังเป็นการบริหารสมาธิของตนเองด้วย และผลลัพธ์เบื้องต้นที่ได้

จากวินยาสะ ก็คือความร้อนที่เกิดจากภายใน ซึ่งช่วยชำระล้างและขจัดของเสียที่สะสมในอวัยวะต่างๆ

รวมถึงการทำให้สัดส่วนของร่างกายกระชับขึ้น


ไฮบริด โยคะ (Hybrid Yoga)

โยคะที่มีการผสมการออกกำลังประเภทอื่น เช่น สเต็ป แอโรบิค ฝึกกล้ามเนื้อ และ หฐโยคะ ซึ่งเป็นโยคะ

ที่เน้นการออกกำลังกาย เน้นสร้างความแข็งแรงให้กับทุกส่วนของร่างกายพร้อมกับเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อต่างๆ

ดีขึ้น ลดอาการเมื่อยล้าของระบบประสาททำให้มีความกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว ก่อให้เกิดความสมดุลของร่างกาย

และอุณหภูมิที่สูงที่เกิดจากการฝึกยังทำให้ร่างกายกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้ดี

ซึ่งส่งผลทำให้น้ำหนักลดลง ร่างกายกระชับขึ้น




Create Date : 31 สิงหาคม 2552
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2553 0:25:49 น. 1 comments
Counter : Pageviews.  

 
มีประโยชน์ได้รู้ว่าการหายใจที่ดีคือการหายใจแบบโยคะกายเคลื่อนไหวทำสมาธิได้ดี


โดย: ภรภีค อร่ามดี IP: 61.90.5.53 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:02:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
mydreamwhite
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add mydreamwhite's blog to your web]