Liverpool สโมสรเดียวในดวงใจ My Dog สุนัขอันเป็นที่รักเเละเพื่อนที่แสนดี Web Counter
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
พบ "ใบมะยม" ช่วยลดอาการปวดหัว

ทั้ง ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน

อาการ ปวดหัวมีหลายรูปแบบ แต่ที่จะพูดถึงในวันนี้คือ “ปวดหัว” ที่ เกิดจากสาเหตุเพราะเครียด คิดมาก อดนอน หรือขาดการออกกำลังกาย ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นแล้วจะทรมานมาก ทำให้อารมณ์ขุ่นมัว หงุดหงิดง่าย โมโหไปหมด บางครั้งปวดจนทนไม่ไหว ต้องกินยาคลายเครียด หรือยาแก้ปวดหัวที่แพทย์จ่ายให้ จึงจะทุเลาและหายได้ ยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นปัจจุบัน คนเป็นกันเยอะ เพราะรายรับกับรายจ่ายชักหน้าไม่ถึงหลังนั่นเอง ซึ่งอาการปวดหัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าปล่อยให้เป็นนานๆไม่ดีแน่ ผู้ป่วยที่เครียดจัด หรือปวดหัวหนักๆ อาจก่อเหตุที่ไม่คาดคิดก็ได้

ใน ส่วนของ “ใบมะยม” ใช้แก้อาการที่กล่าวข้างต้น มีวิธีรับประทานแบบง่ายๆคือ ให้เอา “ใบมะยม” ที่ เป็นใบแก่รวมก้าน 1 กำมือ ต้มน้ำสะอาดกะตามต้องการ ใส่น้ำตาลกรวดอย่าให้หวานนัก ต้มจนเดือดแล้วดื่มต่างน้ำขณะอุ่นครั้งละ 1 แก้ว เช้า-เย็น ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ และก่อนนอน ทำดื่มเรื่อยๆ จะช่วยให้อาการปวดหัวที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าวทุเลาลงและหายในที่สุด

มะยม หรือ PHYLLANTHUS ACIDUS LINN. SKEELS. อยู่ในวงศ์ EUPHORBIACEAE มี สรรพคุณเฉพาะ ใบ เป็นส่วนประกอบ ยาเขียว กินดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ไข้หัวต่างๆ เปลือกต้น แก้ไข้ทับระดู ระดูทับไข้ ต้มน้ำ ดื่มแก้ไข้ เพื่อโลหิต ต้มอาบ แก้ผดผื่นคัน ราก แก้โรคผิวหนัง เม็ดผื่นคัน ประดง แก้น้ำเหลืองเสีย ผล กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต ระบายท้อง ตำรวมกับพริกไทยพอกแก้ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลังเด็ดขาดนัก ทางอาหาร ผลอ่อนรับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก ลาบ ใส่แกงเลียง ผลแก่ ปรุงเป็นส้มตำแทนมะละกอ จิ้มเกลือพริกป่น ทำแช่อิ่ม ดอง ทำน้ำมะยม ทำแยม และมะยมหวาน นิยมรับประทานกันแพร่หลาย

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ



ใบที่ยังไม่แก่มาก(ดังรูป)หรือยอดอ่อนกว่านี้ก็ได้ กินครั้งละ 3-10 ก้าน เช้า-เย็น หรือตามสะดวก กินเขี้ยวสดๆเลยง่ายดี ได้ผลดีมากน่ะครับ ความถี่ในการเกิดอาการปวดหัวลดลงครับ

ผม เจ้าของBlog กินเองครับ



น้ำต้มใบมะยมตรวจสอบฟอร์มาลินในอาหารทะเลได้ไหม อย่างไรและเพราะอะไร

ในใบมะยมมีสารอะไร ใช้ใบมะยมตรวจสอบหาสารฟอร์มาลินในอาหารได้ไหม หากได้ทำอย่างไร เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

นันทรักษ์ นำชัยเสริมสุข ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านจากใบมะยมตรวจหาฟอร์มาลินในอาหาร
นอกจากการเป็นนักเรียนทุน พสวท. แล้ว กุ้งยังเป็นตัวแทนของโรงเรียนที่สร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจคือได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันพูดทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่ม 5 กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ในงาน The 9th International Youth Scientific Exhibition ESI 2003 ณ กรุงมอสโกว์ ประเทศรัสเซีย นำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ปี 2546 และยังเป็นเจ้าของโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง “การตรวจหาฟอร์มาลินที่ปนเปื้อนในอาหารโดยสารสกัดจากใบมะยม” อันเป็นการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์ใช้ในการตรวจหาฟอร์มาลินในน้ำแช่อาหารสด
เป็นที่ทราบกันดีว่า ในอาหารสดโดยเฉพาะพวกปลาและอาหารทะเลนั้น มักมีฟอร์มาลินปนเปื้อนมาด้วย กุ้งจึงทดลองใช้สารสกัดจากใบมะยมมาทำปฏิกิริยากับฟอร์มาลิน แล้วนำสารละลายที่ได้ไปตรวจหาฟอร์มาลินที่ปนเปื้อนในอาหารสด โดยนำผลไปเปรียบเทียบกับผลการตรวจด้วยชุดทดสอบของกองอาหาร กระทรวงสาธารสุข
ขั้นตอนการทดลองเริ่มจากสกัดสารจากใบมะยมด้วยตัวทำละลาย 3 ชนิด คือ น้ำกลั่น เอทิลแอลกอฮอล์ และคลอโรฟอร์ม โดยการปั่นใบมะยมกับตัวทำละลาย แล้วกรองด้วยตะแกรง นำสารละลายที่ได้ไปผสมกับสารละลายฟอร์มาลินความเข้มข้นต่างๆ กัน ได้แก่ 20% 40% 60% 80% และ 100% ตามลำดับ จากนั้นนำสารสกัดที่ได้ไปผสมกับน้ำแช่อาหารสด ต่อจากนั้นนำน้ำแช่อาหารสดไปตรวจหาฟอร์มาลินโดยชุดทดสอบฟอร์มาลินของกองอาหาร กระทรวงสาธารณสุข
ผลการทดลองพบว่า สารสกัดจากใบมะยมด้วยน้ำกลั่นและเอทิลแอลกอฮอล์สามารถทำปฏิกิริยากับสารละลายฟอร์มาลินเกิดตะกอนสีเขียวขนาดใหญ่ และสารสกัดจากใบมะยมด้วยน้ำกลั่นสามารถตรวจสอบฟอร์มาลินในน้ำแช่อาหารสดได้ โดยอาหารที่มีฟอร์มาลินปนเปื้อนอยู่จะเกิดตะกอนขนาดใหญ่ขึ้น


7 สมุนไพรช่วยย่อยอาหาร


เพิ่งผ่านพ้นปีใหม่ไปหมาดๆ หลายคนยังสนุกอยู่กับงานปาร์ตี้เลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอยู่ "108 เคล็ดกิน" เองก็เช่นกัน ที่สนุกกับงานเลี้ยงมากเสียจนกินอาหารอร่อยๆไม่ยั้ง จนเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อไม่หายเสียที จนในมื้อต่อๆมาต้องหาอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเป็นยา ช่วยแก้อาการท้องอืดได้

สมุนไพรที่ว่านั้นก็มีอยู่ 7 ชนิดด้วยกัน เป็นผักคู่ครัวที่หลายๆคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เริ่มจาก ใบกะเพรา ตัวยาในใบกะเพราจะกระตุ้นร่างกายให้ขับน้ำดีออกมาช่วยย่อยอาหาร ทำให้ลดอาการท้องอืดไปได้ พริกสด จะกระตุ้นร่างกายให้หลั่งน้ำลายออกมากๆ ทำให้มีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารได้มากขึ้น นอกจากนี้ความเผ็ดร้อนของพริกจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานดี และช่วยขับลมซึ่งเป็นตัวการทำให้ท้องอืด กระเทียม มีสรรพคุณทั้งช่วยย่อย เพิ่มน้ำย่อยให้มากขึ้น และแก้อาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อยด้วย

หอมแดง มีสารอาหารผู้ช่วยของระบบย่อยอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นฟลาโวนอยด์ โคไซด์ เพคติน และกลูโคคินิน ข่า มีตัวยาที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี ซึ่งมีหน้าที่ย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป ตะไคร้ มีสารที่จะกระตุ้นน้ำดีให้ออกมาย่อยอาหาร ทำให้ไม่เหลืออาหารไว้ให้แน่นท้อง และสุดท้าย ใบแมงลัก มีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร แถมยังช่วยให้อารมณ์ดี จิตใจผ่อนคลายอีกด้วย


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


สมุนไพรรักษาโรคไดh

ตาแดง

สูตรที่ 1 “ ผักบุ้ง ” นำผักบุ้งสด 1 ต้น ล้างน้ำให้สะอาดตำในครกที่สะอาด คั้นเอาน้ำใส่ถ้วยเอาไว้ใช้หยดตาทั้ง 2 ข้าง (แม้ตาจะแดงข้างเดียว)

สูตรที่ 2 “ รมไอชาจีน ” นำชาจีนมาชงด้วยน้ำเดือดแก่ ๆ แล้วให้ไอน้ำรมบริเวณตาจนไอหมด ทำวันละ 3 – 4 ครั้ง

สูตรที่ 3 “ ขมิ้นอ้อย+น้ำนมคน ” นำหัวขมิ้นอ้อยที่มีลักษณะตรงแท่งกลางใหญ่ๆ มาตัดให้เป็นท่อนยาว ๆ ขุดตรงกลางของด้านที่เล็กกว่าให้เป็นหลุมลึกลงไป เอาน้ำนมคนใส่ลงไปในหลุมนั้นให้เต็ม นำไปนึ่งให้ร้อน ทิ้งให้เย็นเอาน้ำนมที่มีสีเหลือง จากขมิ้นอ้อยหยอดตาวัน 3 – 4 ครั้ง

น้ำมูกไหล เนื่องจากหวัดแพ้อากาศ แก้ไขง่ายๆด้วยการดื่มน้ำอุ่น 500 ml. ทุกเช้าและก่อนนอน ทุกๆวัน

สูตรที่ 1 “ หนุมานประสานกาย ” นำหนุมานประสานกายสด ประมาณ 10 ช่อ ต้มกับน้ำประมาณ 10 แก้ว ต้มเดือดประมาณ 10 นาที ทยอยกินให้หมดภายในหนึ่งวัน

สูตรที่ 2 “ ฟ้าทะลายโจร ” นำใบฟ้าทะลายโจรในระยะที่เริ่มออกดอก ทำให้แห้งแล้วบดเป็นผง ผสมน้ำเชื่อมปั้นเป็นเม็ดเท่าไข่จิ้งจก กินครั้งละ 5 เม็ด ในตอนเช้า

สูตรที่ 3 “ เหงือกปลาหมอ+พริกไทยดำ ” นำเหงือกปลาหมอแห้งสองส่วน พริกไทยดำหนึ่งส่วนบดให้เป็นผงและเข้าเป็นเนื้อเดียวกันปั้นกับน้ำผึ้ง ประมาณปลายนิ้วก้อย กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 เม็ด

ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

สูตรที่ 1 “ ใบพลู ” เคี้ยวใบพลูทุกเช้าและก่อนนอน ค่อยๆเคี้ยว ค่อยๆกลืนทีละน้อย เพราะแรกๆจะรู้สึกชาลิ้นและปาก และรู้สึกเผ็ด,ขม วันต่อๆไปจึงเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ

สูตรที่ 2 “ ใบฝรั่ง ” นำใบฝรั่งสดย่างไฟอ่อนๆ พอหอมแล้วนำไปชงกับน้ำร้อนกินเหมือนน้ำชา หรือเคี้ยวใบฝรั่งอ่อนๆโดยเคี้ยวและกินได้ทุกวัน

หูน้ำหนวก ใช้ลำลีก้านที่สะอาดชุบน้ำอุ่นพอหมาด ซับเอาหนองออกให้หมดก่อน

สูตรที่ 1 “ ผลมะกอก ” นำน้ำจากผลมะกอก (ชาวเหนือใช้ใส่ในน้ำพริก) มาล้างให้สะอาด บีบน้ำมะกอกลงในรูหู 2-3 หยด ทำติดต่อกัน 2-3 วัน

สูตรที่ 2 “ กระเทียม ” นำกระเทียมมาปอกเปลือก 3-4 กลีบ ใช้บี้จนเป็นน้ำ ใช้สำลีสะอาดชุบน้ำกระเทียมใส่ลงไปในถ้วยแล้วใช้สำลีชุบน้ำสะอาดใส่ลงไปในถ้วย 15-20 หยด แล้วใช้สำลีอีกก้านคนให้เข้ากัน นำน้ำที่ได้บีบใส่ในหูครั้งละ 2-3 หยด วันละ 2-3 ครั้ง (ถ้ารู้สึกร้อนให้หยดน้ำลงไปผสมในถ้วยอีก จนรู้สึกหูอุ่นเวลาหยอด)

สูตรที่ 3 “ ก้านตาล ” ใช้ก้านตาล (คางตาล) มาเผาไฟ แล้วบีบเอาน้ำออกจากก้านตาลที่เผาพออุ่นๆ นำมาหยอดหูวันละ 4-5 ครั้ง

ผมร่วงเป็นหย่อมๆ สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อรา

สูตรที่ 1 “ ทองพันชั่ง ” นำใบทองพันชั่งในปริมาณพอเหมาะกับบริเวณที่มีปัญหา โดยตำให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อยพอให้เนื้อสมุนไพรเหนียวจับกันแล้วนำไปพอกบริเวณที่มีปัญหาใช้ผ้าคลุมศีรษะทิ้งไว้ค้างคืน แล้วล้างออกในตอนเช้า ทำติดต่อกันเป็นเวลา 15-30 (ก่อนทำควรทำความสะอาดผมก่อน)

สูตรที่ 2 “ มะกรูด ” นำมะกรูดแก่จำนวน 2 ลูก มาเผาไฟจนสุกนิ่ม (ควรใช้เตาถ่าน) แล้วนำน้ำซาวข้าวอุ่นๆ มาขยำแล้วทิ้งไว้ให้เย็น แยกส่วนที่เป็นน้ำมันมานวดผม โดยนวดหลังสระผม (ถ้าใช้น้ำอุ่นแทนน้ำซาวข้าวและใช้มะกรูดดิบแทนจะให้สรรพคุณน้อยกว่า)

รังแคคัน อาจเกิดจากเชื้อรา

สูตรที่ 1 “ บวบอ่อน ” ใช้บวบอ่อนเป็นบวบชนิดใดก็ได้ 1 ลูก มาฝานบางๆ แล้วนำมาทาบริเวณหนังศีรษะจนทั่วแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาดออกให้หมด

สูตรที่ 2 “ บวบขมแก่ ” ใช้บวบขมแก่ จำนวนประมาณ 2 ลูก กะเทาะเปลือกออก ใช้ทาผม,หนังศีรษะ และขยี้ซึ่งอาจทำให้เกิดฟอง ขยี้จนทั่ว (ขณะผมเปียก) ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกหรือใช้บวบขมแก่ ตัดเป็นท่อน แล้วทาศีรษะให้ทั่วจนหมด ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออก

อาการนอนไม่หลับ การออกกำลังกายและฝึกใจให้สงบจะช่วยได้

สูตรที่ 1 “ ดอกบัว ” ใช้ดอกบัวที่ใกล้จะบาน 5 ดอก ใส่น้ำให้ท่วม ต้มเดือดนาน 10 นาที แล้วใส่น้ำตาลกรวดพอหวานดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง

สูตรที่ 2 “ ยอดอ่อน , ดอกอ่อน , ต้นขี้เหล็ก ” ใช้ยอดอ่อนหรือดอกอ่อนของใบขี้เหล็กประมาณ 1 กำมือ ต้องใช้สดๆ แล้วรีบทำโดยใช้เหล้าขาว 40 ดีกรีใส่ลงพอท่วม ตั้งทิ้งไว้ 7 วัน กินก่อนนอนวันละ 1-2 ช้อนชา

หัวโน

สูตรที่ 1 “ น้ำมะนาว+ดินสอพอง ” นำดินสอพองหรือแป้งทาตัวเด็กผสมน้ำมะนาว พอกบริเวณที่โน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง จึงเปลี่ยน ถ้าทำเมื่อเป็นใหม่ๆจะเห็นผลชัดมาก

กุ้งยิง เป็นฝีชนิดหนึ่ง

สูตรที่ 1 “ รมไอน้ำเดือด ” รมไอน้ำเดือด โดยใช้กาน้ำต้มจนเดือดแล้วนำผ้ามาคลุมศีรษะและตัวหม้อไว้ โดยกะระยะให้พอดีไม่ให้ร้อนจนเกินไป ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่รู้สึกปวด และเคืองตาหรือทำวันละ 4 ครั้ง จะทำให้รู้สึกหายเจ็บหรือค่อยๆยุบไป

สูตรที่ 2 “ ยอดใบตำลึง ” ใช้ยอดใบตำลึงที่มียางติดอยู่เขี่ยบริเวณที่เป็นหัว ทำวันละ 3 ครั้ง กุ้งยิงก็จะยุบ

สูตรที่ 3 “ เนื้อขมิ้นอ้อย ” ในกรณีที่เริ่มเป็น ใช้เนื้อขมิ้นอ้อยเขี่ยและลูบบริเวณที่เป็นหัว กุ้งยิงจะยุบทันที

ปวดหัวจากความดันโลหิตสูง

สูตรที่ 1 “ ต้นคื่นฉ่าย ” นำคื่นฉ่ายทั้งต้นหั่น นำมาประมาณ 1 กำมือ ต้มกินน้ำ (ห้ามทำดื่มอีกเพราะจะทำให้ความดันลดลงมากไป)

สูตรที่ 2 “ ใบมะยม ” นำใบมะยมแก่ทั้งก้านและใบ ต้มกับน้ำตาลกรวดกินแทนน้ำ

สูตรที่ 3 “ กาฝากต้นมะม่วง ” นำกาฝากต้นมะม่วงทั้งต้นมาต้มกินแทนน้ำ

ปวดหัวข้างเดียว

สูตรที่ 1 “ ชาหรือกาแฟ ” ดื่มชาหรือกาแฟแก่ ๆ นอนพักผ่อนในที่เงียบสงบและมือ คลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ทำจิตใจให้สงบ ไม่ครุ่นคิดใดๆ

สูตรที่ 2 “ ใบข่อย + ใบตำลึง + ใบข้าวสาร ” นำใบข่อย, ใบตำลึง, ใบข้าวสาร อย่างละ 1 กำมือ ตำให้ละเอียดผสมน้ำพอเปียก แล้วนำน้ำไปทาผมให้เปียกอยู่เสมอประมาณครึ่งชั่วโมง อาการปวดจะทุเลาขึ้น

ปวดหู สาเหตุเนื่องจากเอาไม้ไปแยงหู หรือน้ำสกปรกเข้าหู

สูตรที่ 1 “ ว่านหางจระเข้ ” นำวุ้นที่ได้จากหว่านหางจระเข้แล้วหยอดลงไปในรูหูจนเต็ม โดยตัดปลายว่านหางจระเข้ออกก่อนเพื่อให้ได้รอยใหม่ๆ ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วนำวุ้นไปโปะรอบใบหูด้วย

สูตรที่ 2 “ เมล็ดลำโพง ” นำเมล็ดลำโพงแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ มาแช่ในน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะพร้าว 2 แก้ว แช่นาน 7 วัน กรองน้ำมันที่ได้เก็บไว้ใช้หยอดหูครั้งละ 1-2 หยด วันละ 3-4 ครั้ง

ปากนกกระจอก สาเหตุเกิดจากการขาดวิตามินบี

สูตรที่ 1 “ ฟองข้าว ” ใช้ช้อนเอาฟองข้าวสีขาวที่กำลังหุง นำมาทาที่แผลมุมปาก วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

สูตรที่ 2 “ สำหรับยางมะม่วงกัดปาก ” นำเม็ดในของมะม่วง (ที่มีสีขาวเวลาถูกมีดจะมีสีม่วง) ฝนผสมกับปูนแดงนิดหน่อยจนข้นนำมาทาแผลวันละ 2-4 ครั้งประมาณ 3-4 วัน แผลก็จะหาย

ปากเป็นแผล

สูตรที่ 1 “ ฝรั่ง ” ให้กินฝรั่งสดวันละ 2-3 ผล และหลังจากรับประทานอาหารให้นำใบฝรั่งมาเคี้ยว (จะมีรสฝาด) พยายามเคี้ยวให้ถูกตรงบริเวณที่เป็นแผล แล้วเคี้ยวใหม่ 2-3 ครั้ง ทำเช่นนี้วันละ 2-3 ครั้ง

สูตรที่ 2 “ ฟ้าทะลายโจร ” นำใบฟ้าทะลายโจรระยะเริ่มออกดอก มาตากแดดให้แห้ง แล้วบดเป็นผง ปั้นผสมกับน้ำเชื่อมเป็นลูกกลอนขนาดเท่ากับปลายนิ้วก้อย ใช้กินครั้งละ 5-8 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง

สูตรที่ 3 “ ลูกยอ ” สับลูกยอ 33 ลูก ให้ละเอียด ผสมเถาวัลย์เปรียงสับละเอียด ปริมาณเท่ากับลูกยอ ใส่เกลือพอเค็มนำมาดองตากแดดตากน้ำค้าง ดื่มแก้ปากเปื่อยคอเปื่อยครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3-4 ครั้ง

กลิ่นปาก สาเหตุสำคัญเกิดจากมีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกฟัน

สูตรที่ 1 “ น้ำหม่าข้าว ” นำน้ำแช่ข้าวเหนียว (น้ำหม่าข้าว) ผสมกับเกลือป่น ใช้อม 2-3 นาที แล้วบ้วนทิ้ง อมเป็นประจำ

สูตรที่ 2 “ ใบพลู ” ตอนหลังอาหารค่อย ๆ เคี้ยวใบพลูทีละน้อย (ถ้าเคี้ยวมากจะทำให้ปากชาและร้อน)

สูตรที่ 3 “ ใบฝรั่ง ” นำใบฝรั่งสด มาตากแดดให้หมาด แล้วย่างไฟจนหอม วิธีใช้ชงใบฝรั่ง 1 หยิบมือ กับน้ำร้อน 2 แก้ว กินเป็นประจำครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง

เลือดออกตามไรฟัน สาเหตุเกิดจากการกินผักสด และผลไม้สดน้อยเกินไป ทำให้ขาดวิตามินซี

สูตรที่ 1 “ ผักกระสัง ” เคี้ยวผักใบกระสังให้ละเอียด แล้วนำมาปิดไว้ที่ไรฟัน

สูตรที่ 2 “ ต้นมะเดื่อ ” ถากเปลือกต้นมะเดื่อขนาด 3 นิ้วมือ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับปูนใสจนเดือด แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้อุ่นรินใส่ถ้วย ใช้อมแล้วบ้วนทิ้งจนหมดถ้วย เลือดก็จะหยุดไหล

สูตรที่ 3 “ มะนาว ” กินน้ำมะนาววันละ 2 ลูก ทุกวัน

คราบบุหรี่ติดฟัน

สูตรที่ 1 “ มะขาม ” ตัดฝักมะขามดิบตามขวาง แล้วเอาด้านที่ถูกตัดถูขัดคราบสกปรกที่ติดฟัน เป็นประจำทุกวัน

กำจัดคราบหินปูนบนฟัน

สูตรที่ 1 “ หมากสด ” ถูฟันด้วยเปลือกหมากสดส่วนที่เป็นสีขาว วันละ 1 ครั้ง ประมาณ 2-3 วัน

ปวดฟัน ยาที่ใช้ส่วนใหญ่จะควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ จะทำให้ปลายประสาทชา เมื่อรู้ว่าฟันผุต้องรีบไปอุดหรือรักษาฟันต่อไป

สูตรที่ 1 “ ใบตำลึง ” นำใบตำลึง 1 กำมือ ดินสอพอง 2 แผ่น โขลกใส่ครกพอให้แหลก เติมน้ำนิดหน่อย นำมาพอกแก้มที่ปวดทิ้งไว้จนแห้ง แล้วเปลี่ยนใหม่ พอกประมาณ 2-3 ครั้ง จะทำให้หายปวด

สูตรที่ 2 “ กานพลู ” ตำกานพลูพอให้แหลก ผสมกับเหล้าขาวนิดหน่อยให้แฉะ ใช้จิ้มหรืออุดฟันที่ปวด

สูตรที่ 3 “ มะขาม ” ลอกเปลือกไม้มะขามเทศหรือมะขามบ้านมา 1 กำมือ ใส่น้ำจนท่วมเปลือกไม้ และใส่เกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น ใช้อมไว้ในปากนาน 2-3 นาที อมประมาณ 3-4 ครั้ง

ไอ เจ็บคอ เสมหะติดคอ

สูตรที่ 1 “ ข่า ” ตัดข่าแก่ให้เป็นท่อนยาว 1 นิ้ว ทุบให้แตก นำมาใส่ถ้วยเติมน้ำตาลทรายขาว เกลือ น้ำมะนาวใส่ให้ท่วมยา ดองไว้ 3-4 ชั่วโมง วิธีใช้ให้จิบบ่อยๆแล้วอมข่าด้วยจะยิ่งดี

สูตรที่ 2 “ ฟ้าทะลายโจร ” นำใบฟ้าทะลายโจรสด 5-7 ใบ ใส่แก้ว เติมน้ำเดือดจนเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้จนยาอุ่น ใช้กินเฉพาะส่วนน้ำครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น หรืออมใบฟ้าทะลายโจรสด 1-2 ใบ ไว้ที่เหงือกข้างแก้ม โดยไม่ต้องเคี้ยว

สูตรที่ 3 “ มะนาว ” ฝานเปลือกมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ ใช้อมครั้งละ 1 ชิ้น ค่อยๆ เคี้ยวแล้วกลืนทีละนิด

เล็บขบ

สูตรที่ 1 “ ไพลสด ” นำไพลสด 1 แง่ง ยาวประมาณ 2 นิ้ว เกลือ 1 หยิบมือ ข้าวสุก 1 กำมือ โขลกผสมให้เข้ากันจนเหนียวนำมาพอกที่เล็บ แล้วใช้ผ้าพันเอาไว้ ให้เปลี่ยนยา 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

สูตรที่ 2 “ ใบเทียน ” ตำใบเทียนกิ่ง (เทียนดอก) ให้ละเอียด แล้วใช้พอกที่เล็บขบ ให้เปลี่ยนยา 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

สูตรที่ 3 “ มะนาว ” ฝานส่วนหัวของมะนาวออกให้มีขนาดเท่ากับนิ้วที่เล็บขบ และใช้มีดคว้านเอาเนื้อข้างในออกเล็กน้อย แล้วทาปูนแดงบางๆ นำนิ้วสอดเข้าไปแช่ทิ้งไว้ (ควรทำก่อนนอน) ทำประมาณ 2-3 ครั้ง เล็บขบก็จะหาย

ช้ำใน เนื่องจากถูกกระแทกอย่างแรงจนอวัยวะที่อยู่ภายในบอบช้ำ

สูตรที่ 1 “ หนุมานประสานกาย ” ใช้ใบหนุมานประสานกาย 7 ช่อ (ช่อหนึ่งมีประมาณ 7 ใบ) นำมาตำให้ละเอียด แล้วเอานำไปคั้นกับเหล้า รับประทานน้ำคั้นทันทีที่เกิดอาการ และรับประทานติดต่อกันอีกวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น

สูตรที่ 2 “ มะขามเปียก + ไพล + ยาดำ + เกลือ ” ใช้มะขามเปียก ไพล ยาดำ เกลือ ช่างน้ำหนักอย่างละเท่า ๆ กัน โขลกรวมกันให้ละเอียด นำมาปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่ากับเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

สูตรที่ 3 “ รากลำใย ” ใช้รากลำใยสด 1 กำมือ ใส่น้ำจนท่วมยา นำไปต้มให้เดือดประมาณ 5-10 นาที รับประทานวันละ 2-3 ครั้ง ๆ ละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร

ปวดหลัง ถ้าเกิดจากเส้นยึดตึงให้กินยาคลายเส้นดังต่อไปนี้

สูตรที่ 1 “ ต้นเหงือกปลาหมอแห้ง ” ใช้ต้นและใบเหงือกปลาหมอแห้ง บดให้เป็นผง 2-3 ส่วน และพริกไทยบดให้เป็นผง 1 ส่วน นำมาผสมให้เข้ากันแล้วเติมน้ำผึ้งลงไป ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง นำมาปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่ากับเม็ดพุทรา รับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หลังอาหาร

สูตรที่ 2 “ ตะไคร้ ” ใช้หัวตะไคร้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอามาคั่วพอให้หอม ใช้สำหรับต้มหรือชงกับน้ำร้อน รับประทานแทนน้ำเหมือนกับรับประทานน้ำชา

ท้องผูก

สูตรที่ 1 “ ฝักคูน ” ใช้เนื้อในของฝักคูนที่มีสีดำเข้มเป็นยางเหนียว ปั้นเป็นก้อนขนาดเท่ากับเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 1-4 ก้อน ก่อนนอนหรือเอาเนื้อในฝักคูนครึ่งฝักต้มน้ำ 2-3 แก้ว ให้เดือดประมาณ 5-10 นาที รับประทานครั้งละครึ่งแก้ว ถึง 1 แก้ว ก่อนนอน

สูตรที่ 2 “ ลูกสมอไทย ” ใช้ลูกสมอไทยแห้ง 3-5 ลูก ใส่น้ำ 2 แก้ว ใส่เกลือ 1 หยิบมือ ต้มให้เหลือน้ำ 1 แก้ว รับประทานครั้งละ ครึ่งแก้ว ถึง 1 แก้วก่อนนอนหรือหลังตื่นนอนใหม่ ๆ

สูตรที่ 3 “ เม็ดแมงลัก ” ละลายเม็ดแมงลักสัก 1-2 ช้อนชา ลงในน้ำ จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จนได้น้ำที่ข้นเติมน้ำตาลนิดหน่อยพอให้รับประทานง่าย รับประทานครั้งละ 1 แก้วก่อนนอน

นิ่ว ยาที่แก้นิ่วได้ ใช้แก้โรคปัสสาวะขัดได้เช่นกัน

สูตรที่ 1 “ รากกล้วย ” ใช้รากกล้วย 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 4 แก้ว ให้เดือดประมาณ 10-15 นาที รับประทานวันละ 4 ครั้งๆ ละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน

สูตรที่ 2 “ ดอกกระเจี๊ยบแดง ” ใช้กลีบดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 1-3 หยิบมือ ต้มกับน้ำ 4 แก้ว ให้เดือดประมาณ 5-10 นาที รับประทานวันละ 3 ครั้งๆ ละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร

สูตรที่ 3 “ หญ้าหนวดแมว ” ใช้ยอดหญ้าหนวดแมวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตากแห้ง 1-2 หยิบมือ ใส่ลงไปในน้ำเดือด 1 ขวดน้ำปลา ต้มให้เดือดต่อไปอีกประมาณ 5 นาที ให้รับประทานแทนน้ำ

ส้นเท้าแตก

สูตรที่ 1 “ ขี้ผึ้ง ” ใช้ขี้ผึ้ง ทาบริเวณที่แตก วันละ 3-4 ครั้ง

สูตรที่ 2 “ ยางจากต้นมะม่วง ” ใช้ยางจากต้นมะม่วง ทาบริเวณที่แตก วันละ 3-4 ครั้ง

สูตรที่ 3 “ ยางจากต้นรัก ” ใช้ยางจากต้นรัก ทาบริเวณที่แตก วันละ 3-4 ครั้ง

แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

สูตรที่ 1 “ ว่านหางจระเข้ ” ใช้ส่วนที่เป็นวุ้นของใบว่านหางจระเข้ ทาบริเวณที่เป็นแผล เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นตลอดเวลาในวันแรกที่เป็น หลังจากนั้นทาวันละ 4-5 ครั้ง หรือทาบ่อยครั้งตามต้องการ

สูตรที่ 2 “ ปูนแดง + น้ำมันมะพร้าว ” เอาปูนแดงก้อนขนาดเท่ากับปลายนิ้วชี้ไปเผาไฟให้โชน แล้วนำมาละลายในน้ำต้มสุกใหม่ 2 แก้ว คนให้ทั่วทิ้งไว้ให้ปูนตกตะกอนนอนก้น เทเอาแต่น้ำใส ๆ ออกมา แล้วเอาน้ำปูนใสที่ได้นี้ 1 ส่วน ผสมกับน้ำมันมะพร้าวที่เพิ่งเคี่ยวใหม่ ๆ 1 ส่วน โดยค่อย ๆ เทน้ำมันมะพร้าวลงไปในน้ำปูนใส คอยกวนอยู่เสมอจะได้ครีมข้นสีขาว เอาผ้าขาวบางชุบครีมนี้ให้ชุ่มปิดแผล เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

แผลสด ยารักษาแผลสดนี้ เป็นยาช่วยห้ามเลือดด้วย ให้เปลี่ยนยาวันละ 2-4 ครั้ง

สูตรที่ 1 “ ไพลสด ” นำเหง้าไพลสดไปล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออก ตำให้ละเอียดพอกที่แผลสด

สูตรที่ 2 “ ใบกานพลู ” นำใบกานพลูไปตำให้ละเอียดพอกที่แผลสด ช่วยสมานแผลได้ดี

สูตรที่ 3 “ หนุมานประสานกาย ” ใช้ใบหนุมานประสานกาย ตำให้ละเอียดพอกปิดที่แผล ช่วยห้ามเลือดแผลสด และสมานแผลได้ดี

ไข้หวัด สำหรับหวัดที่พึ่งเริ่มเป็นใหม่ๆ จะใช้ได้ผลดี

สูตรที่ 1 “ สะเดา ” นำก้านสะเดา 15 ก้าน มาหั่นเป็นท่อนสั้นๆ ต้มกับน้ำ 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือ 2 ส่วน ใช้ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 2-3 ครั้ง

สูตรที่ 2 “ ฟ้าทะลายโจร ” ใช้ต้นฟ้าทะลายโจร 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 แก้ว ให้เดือดประมาณ 10 นาที รับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

สูตรที่ 3 “ ขิง ” ใช้ขิงแง่งขนาดเท่ากับหัวแม่มือฝานเป็นแว่นบางๆ ใส่แก้วเติมน้ำเดือดลงไปให้เต็มแก้ว แล้วปิดฝา ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ตักเอาเนื้อขิงออก เติมน้ำตาลให้พอหวาน รับประทานให้หมด วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

เมาเพราะกินอาหารที่มีพิษเบื่อเมา เช่น เมาเห็ด เมากลอย

สูตรที่ 1 “ ใบข่อย + ข้าวสารเจ้า ” เอาใบข่อยหนึ่งกำมือ ข้าวสารหนึ่งหยิบมือ นำมาตำให้ละเอียดผสมให้เข้ากันดี คั้นเอาแต่น้ำให้ได้พอประมาณ 1 แก้ว รับประทานยานั้นจะทำให้อาเจียนพิษออกมาได้

สูตรที่ 2 “ ผักบุ้ง + น้ำตาล ” เอาผักบุ้ง 1 กำมือ ต้มผสมกับน้ำตาล ต้มน้ำ 3 ส่วนใช้รับประทาน 1 ส่วน ถ้ามีอาการหนักเมื่อต้มจนเดือดแล้วให้รับประทานก่อนได้เลย แล้วค่อยต้มต่อไปจนยาได้ที่แล้วจึงรับประทานซ้ำอีกที

สูตรที่ 3 “ ถั่วฝักยาว ” เอาถั่วฝักยาวมาหนึ่งกำมือ ตำให้ละเอียด เติมน้ำลงไปเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำให้ได้สักครึ่งแก้วรับประทานให้หมดแก้ว จะทำให้อาเจียนออกมา


http://www.phithan-toyota.com/th/varietydetail.php?variety_id=11




Create Date : 06 มกราคม 2552
Last Update : 11 มกราคม 2553 19:02:57 น. 3 comments
Counter : 3558 Pageviews.

 
ได้ความรู้ิเพิ่มเยอะเลยค่ะ
เรียนต่อขอวีซ๋า ขอแทรกนคะ
เรารับทำและปรึกษาปัญหาวีซ่าประเทศอังกฤษ และประเทศในแถบยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย
ไม่ว่าคุณจะเป็นหญิง, ชาย, เกย์หรือสาวประเภทสอง ทุกอาชีพและไม่มีอาชีพ
คุณไม่ต้องเสียเงินใดๆจนกว่าจะได้วีซ่า
มือถือ 089-9392988 ปรึกษาฟรี
www.visa2britain.com
www.visaservicecentre.com
chag@visa2britain.com


โดย: ไอเดีย IP: 61.7.179.167 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:14:20:29 น.  

 
แก้ไมเกรนได้ป่ะ ^^~


โดย: ตาโบะจัง IP: 58.8.167.210 วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:52:47 น.  

 
ได้ความรู้ที่ไปทำโครงงาน แย้ววววว ดีใจงิ มั๊กๆๆ
ขอบคุนค่ะ


โดย: คุนมุเหมียว IP: 61.19.121.156 วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:13:58:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชายกลางเก่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ส่งข้อความถึงชายกลางเก่า




<< มกราคม 2553 >>
พฤ
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
Friends' blogs
[Add ชายกลางเก่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.