การรีวิวหนังสือเป็นทัศนะส่วนบุคคล ........ นักเขียนที่ดี ย่อมไม่เดือดร้อนที่จะเขียนหนังสือให้คนอ่านวิจารณ์

Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
โบตั๋นกลีบสุดท้าย / กานติมา


กานติมา. โบตั๋นกลีบสุดท้าย. กรุงเทพฯ : เพื่อนดี, 2551.



จากเว็บสำนักพิมพ์

เรื่องราวชีวิตของ อาจู และ ตันหยง สองหนุ่มสาวลูกจีน ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ กว่าจะพ้นกำแพงความเชื่อถือเก่าๆ ของพ่อมาได้ ด้วยความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์สุจริต และความกตัญญู



**************



จากเจ้าของบล็อก

หลังจากอ่านนิยายเรื่องนี้ที่ตอนต้น ๆ เรื่องคนเขียนจะระบุปี พ.ศ. ไว้ตลอด
ผสมย เลยเขียนบล็อกเป็น time line มั่งดีกว่า


จากเวลาจริง

2475 เปลี่ยนแปลงการปกครอง
2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ
2495 กรมอาชีวศึกษาตั้งวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ เป็นแห่งแรก สำหรับการสอนวิชาชีพช่างต่าง ๆ เช่น ช่างกล ช่างยนต์ ตันหยงจึงน่าจะศึกษาที่วิทยาลัยแห่งนี้


เวลาจากเนื้อเรื่อง
2498 ฉากเริ่มเรื่องที่โรงงิ้ว ฉางซิน คนดูงิ้วลดน้อยลง
2474 อาฉางกับอาซิน เดินทางมาที่สยาม รับจ้างแสดงงิ้วหน้าศาลเจ้า
ปลาย 2474 ดาหลาเกิด
ปลาย 2475 ปาหนันเกิด เก็บอาหลงมาเลี้ยง
2476 ตันหยงเกิด

2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ อาหลงเลิกเรียนหนังสือ ส่วนน้องสาวทั้งสามกลับเข้าชั้นเรียนใหม่อีกครั้ง

2490 อาหลง 18 ปี ดาหลา 17 ปี ปาหนัน 16 ปี เปิดตัวเป็นนักแสดงรุ่นสองของคณะ ส่วนตันหยง 15 ปี ไม่ชอบเล่นงิ้ว อยากเป็นช่างซ่อมรถยนต์ ถ้าไปดูปีเกิดของทุกคนเทียบกับ พ.ศ. 2490 จะเห็นว่าอายุไม่ตรง มากกว่า 1 ปี แต่ถ้านับแบบโหราศาสตร์จีนโบราณ คนจีนจะบวกเวลาที่อยู่ในท้องแม่ด้วย ทำให้อายุเพิ่ม 1 ปี ตรงนี้ผู้เขียนไม่ได้บอกไว้ตรงไหนของเนื้อเรื่องนะคะ ถ้าคนคิดมากแต่ไม่รู้หลักการนับอายุแบบโหรจีน อาจจะงงได้ >>>แต่หัวเด็ดตีนขาด ผสมย. ก็จะไม่ขอนับอายุแบบจีน

2490?? 2 สาวคนโตจบ ม. 6 ดาหลาแต่งงาน ปาหนันเรียนต่อชั้นเตรียมฯ (ม.7-ม.8) เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย (ถ้าเป็นปี 90 เวลาจะหายไป 1 ปี ตรงนี้น่าจะเป็น 2491 ถึง 2492 มากกว่า ชั้นเตรียมเรียน 2 ปี แล้วปาหนันน่าจะเข้ามหาวิทยาลัยตอนปี 2494 จึงจะอยู่ปีสุดท้ายตอนปี 2497)

2493 ดาหลาคลอดลูกคนแรก
2494 ดาหลาคลอดลูกคนที่ 2
2497 ปาหนันอยู่ปีสุดท้ายมหาวิทยาลัย

249-?? ตันหยงเข้าเรียนอาชีวะปีไหนไม่ปรากฏ ในเนื้อเรื่องตันหยงบอกกับอาปาว่าพอจบมอหกแล้วจะไปเรียนอาชีวะ เอ่อ อาชีวะเขารับนักเรียน ม. 3 ไม่ใช่เหรอ แต่จบหกแล้วไปต่อก็น่าจะได้คนมันอยากเรียนนิ แต่...แต่...แต่ ถ้าดูตามอายุของตัวละครแล้ว ตันหยงเรียนมัธยมหลังพี่สาว 2 คน 1 ปี จึงน่าจะจบ ม. 6 ประมาณปี 92-93 แล้วจึงเข้าอาชีวะ กรุณากลับไปดูด้านบน ช่วงเวลาจริงในประวัติศาสตร์ กรมอาชีวศึกษาตั้งสถานศึกษาด้านนี้แห่งแรกเมื่อปี 2495 กรี๊ดดดดดดด แล้วอาหยงอีจบมอหกปี 2493 อีก็เข้าอาชีวะก่อนโรงเรียนก่อตั้งตั้ง 1 ปี อะดิ!!!



เสียงลอยมาตามสายโทรศัพท์ (มือถือกับ msn) เป็นเสียงของคุณน้อง ร.พ. กับ ต.ท. “อาแจ๊ ผสมย ลื้อคิดมากไปเลี้ยววว มันเป็นนิยาย ลื้อเขียนบล็อกไปเหอะ สมาชิกชาวบล็อกลืมบล็อกลื้อไปแล้ว”

งั้นจบ time line ดีกว่า (แล้วจะทำทำไมฟร่ะ)


โบตั๋นกลีบสุดท้าย เป็นเรื่องราวของชาวจีนที่เดินทางมาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย ซึ่งเรื่องนี้เน้นหนักไปที่เรื่องราวของชาวคณะงิ้วที่เปิดแสดงอยู่ในย่านเจริญกรุง อาฉางและอาซิน สองสามีภรรยาที่มีลูกสาว 3 คน เสมือนหนึ่งโบตั๋น 3 ดอกที่เบ่งบาน ซึ่งผู้เป็นพ่อแม้จะผิดหวังที่ไม่ได้ลูกชาย แต่ก็วาดหวังที่จะให้ลูกสาวทั้งสามได้ดำเนินชีวิตไปตามเส้นทางเดินที่สวยงามและสืบสานอาชีพของครอบครัวเอาไว้
เปรียบเทียบกับอีกครอบครัวหนึ่ง ถึงจะมีลูกชายถึง 3 คน ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าลูกชายทั้งหมดนั้นจะสนใจพ่อแม่ แต่ลูกรักกลับสร้างความความเดือดร้อนให้ตลอด ผิดกับลูกชังที่ตั้งมั่นอยู่ในความกตัญญู

ดาหลา พี่สาวคนโตของบ้าน เป็นสาวอ่อนหวานเรียบร้อย ผิดกับการแสดงบนเวทีที่มักจะรับบทนางร้ายประจำคณะเสมอ ดาหลาฝันอยากเรียนพยาบาล แต่ไม่ได้เรียนต่อเพราะต้องแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนพ่อที่เป็นคู่หมายมาตั้งแต่เล็ก ดาหลาดำรงตนเป็นลูกสะใภ้ที่ดี แต่กลับประสบกับปัญหาชีวิตครอบครัว จึงทำให้วิถีชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปจากดาราคณะงิ้ว แม่บ้านของสามีนักธุรกิจ ต้องดูแลพ่อแม่สามีและกลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่ดูแลกิจการของครอบครัวสามี

ปาหนัน สาวสวย น่าจะสวยที่สุดในพี่น้อง เป็นนางเอกของคณะ ที่ตัวจริงกับเวลาอยู่บนเวทีผิดกันลิบลับ ปาหนันฝันอยากมีชื่อเสียง อยากร่ำรวย มีแฟนไฮโซ ปาหนันเป็นคนเดียวของบ้านที่ได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยเพราะเป็นคนที่เรียนเก่ง ทะเยอทะยาน รู้จักการต่อรองเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ แต่สุดท้ายแล้วชีวิตของปาหนันก็เข้ารูปเข้ารอยตามที่พ่อแม่หวังไว้ เพราะสำนึกถึงหน้าที่และความกตัญญู รวมถึงได้รับรู้ถึงความจริงใจของคน ๆ หนึ่งที่มีให้กับตนเพียงคนเดียว

ตันหยง น้องสาวคนสุดท้องที่ทำตัวดูแหกคอกในสายตาพ่อแม่และพี่ เพราะเป็นหญิงแต่อยากเรียนช่างยนต์ อยากเป็นช่างซ่อมรถ จึงขออาปาไปเรียนอาชีวะ อย่างที่เขียนไว้ด้านบนนั่นแหละค่ะ ไปเรียนแบบให้คนอ่านงงเล่น ฮา เป็นสาวจิตใจดีที่สุดท้ายก็ต้องไปขายข้าวมันไก่ 555


ดาหลา ปาหนัน ตันหยง คือ ดอกไม้ทั้ง 3 ดอกประจำคณะงิ้วฉางซิน แต่......ทำไมดอกไม้ทั้ง 3 นี้ ไม่เป็น โบตั๋น ดอกเหมย ดอกท้อ หรือมีชื่อเป็นดอกไม้แบบภาษาจีนด้วยเช่น เหมยอิง(ดอกเหมย) เถาอิง(ดอกท้อ) หมู่อิง(โบตั๋น) >>> ได้ชื่อจากเว็บนี้ค่ะ http://www.china2learn.com/board/show.php?qID=2460
ดาหลา ปาหนัน ตันหยง เป็นชื่อแขก คนจีนตั้งชื่อลูกเป็นแขก??? คนอ่านอึ้ง


อีก 2 ครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญในนิยายเรื่องนี้คือ

ครอบครัวของอาเชง กับเหมยหลิง ที่มีลูกชาย 3 คน แต่สุดท้ายลูกชังกลับเป็นที่พึ่งพาของพ่อมากกว่าลูกรัก

และครอบครัวของเจ้าสัวกำจรกับมาดามเหลียว ที่ลูกชายคนเดียวกลับไม่เป็นได้อย่างใจหวัง เพราะอาเพ้งนั้นมีทางเดินแห่งชีวิตของตนที่พ่อแม่ไม่อาจยอมรับได้

โบตั๋นกลีบสุดท้าย นอกจากจะบอกถึงเรื่องราวของชีวิตลูกสาวคณะงิ้วแล้ว ยังบอกถึงการใช้ชีวิต ทัศนคติของชาวจีนที่อพยพหนีร้อนมาพึ่งเย็นยังเมืองสยาม ที่ยังยึดถือคุณธรรม ประเพณีของคนจีนอย่างเคร่งครัด และพยายามสั่งสอนลูกหลานให้ยึดแบบธรรมเนียมบรรพบุรุษด้วย แต่จะได้เพียงไหนนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัว ซึ่งพอหันมามองดูปัจจุบันนี้ ลูกจีนในสยามที่มีบรรพบุรุษมาตอนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็คงเป็นรุ่น 3-4 ความเข้มข้นของการยึดถือก็อาจจะน้อยลงไปบ้าง (ไม่ต้องดูอื่นไกล บ้าน จขบ. นี่แหละ) แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ลืมว่ามีรากเหง้ามาจากที่ใด

จุดที่สะดุด นอกจากที่เขียนไว้ตรง time line แล้วยังมีอีกหลายช่วงหลายตอน เช่น ตอนที่ตันหยงตามสืบหรือของอาจู บางครั้งก็ไม่เนียน แถมยังดูจะเชื่อง่ายไปหน่อย

หรือตอนที่ปาหนันไปเที่ยวกับอาจู เดินเล่นข้างถนน เวลาดึก แล้วไปเจอเสี่ยเดชาสั่งลูกน้องซ้อมอาจู แล้วพอปาหนันขู่ว่าจะฟ้องตำรวจเท่านั้น ลูกน้องเสี่ยวิ่งหนีทั้งหมด แล้วเสี่ยก็มาพาอาจูไปส่งโรงพยาบาล เอ่อ........เสี่ยขา เสี่ยอยู่ในภาวะได้เปรียบไม่ใช่เหรอ แล้วแค่ผู้หญิงขู่แบบไม่มีใครมาช่วยแล้ว ลูกน้องยังกลัวจนวิ่งหนีด้วย คนอ่านอึ้งค่า

อย่างฉากเปิดเรื่องบอกว่าเป็นปี 2498 ช่วงที่คณะงิ้วกำลังจะถึงทางตัน ตันหยงแสดงเป็นตัวร้ายฝ่ายชายที่มีแฟน ๆ ชื่นชมมากมาย แต่พอเข้าเนื้อเรื่องแล้ว ตันหยงกลับไม่เป็นไม่ชอบเรื่องงิ้วเอาเลย แสดงเป็นแค่ตัวประกอบแนวทหารตัวน้อยเท่านั้น จนกระทั่งตอนจบจึงได้แสดงเรื่องใหม่เป็นนางเอกคู่กับอาจู อ้าว แล้วทำไมตอนแรกบอกว่าเป็นตัวแสดงที่คนชื่นชมล่ะ เอ่อ คนอ่านเป็นงงอีกรอบดีกว่า




**************




แถมรูป ที่ได้จาก fwd. mail เมื่อนานมาแล้ว
เขาว่าเป็นรูปกรุงเทพฯ ในยุค 2501-2507 เพื่อประกอบจินตนาการตามนิยายค่ะ

โรงงิ้วที่เปิดการแสดงที่ย่านเยาวราช จินตนาการให้เป็นโรงมหรสพที่คณะฉางซินมาเปิดการแสดงตอนท้ายเรื่อง




ย่านเจริญกรุง แถวบ้านของสามสาว





และแผนผังตัวละคร เครดิตคุณน้องรพินทร์เจ้าค่ะ




ละครเรื่องนี้กำลังออนแอร์ แต่ ผสมย ไม่ค่อยได้ดู เพราะไม่ถึง 2 ทุ่มก็หลับไปก่อนทุกที (แล้วค่อยตื่นกลางดึกทีหลัง)
วันนี้อยู่ดึก กะจะดูสักหน่อย ก็ดันมีถ่ายทอดสดฟุตซอลซะเนี่ย คงค่อยตามมาดูย้อนหลังเอาดีกว่า ใครดูแล้วเป็นไงมั่ง วานบอก

หมายไว้กันลืม ผสมย อัพบล็อกเรื่องนี้ งานจะเข้าหรือเปล่าหนอ



Create Date : 30 กันยายน 2551
Last Update : 30 กันยายน 2551 23:27:49 น. 18 comments
Counter : 1423 Pageviews.

 
เพื่อนบอกว่าที่ทำเป็นละครสนุกดีเหมือนกัน แต่สงสารอาปา



โดย: คอเล่า IP: 117.47.33.245 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:1:26:07 น.  

 
สมัยก่อนโน้น เขาเรียกชั้น ม.ศ.3 ว่า ม.6 ค่ะคุณผู้สาว

จบ ม.6 ต่ออาชีวะจึงถูกต้องตามยุคสมัย--แต่เรื่องเข้าเรียนก่อนเปิดอาชีวะ---555++

เขียนหนังสือให้คนข้อมูลแน่นอย่างจขบ.อ่านเนี่ย คนเขียนต้องทำการบ้านอย่างหนัก



โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:7:35:45 น.  

 
^
ความรู้ใหม่นะเนี่ย
(เป็นพวกที่คิดว่าอาชีวะเหมือนกับช่างกลน่ะ เอิ้กๆ)

เกิดทันตอนเยาวราชยังมีโรงงิ้วด้วยล่ะ แต่มันไม่ดูดีมีระดับอย่างในรูปแล้ว


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:9:26:44 น.  

 
จริงง่ะ? ม.ศ. 3 คือ ม. 6 เหรอคะ

ไม่ใช่ ม.ศ. 3 คือ ม. 4 เหรอ

เรางงแล้วแฮะ เอ่อ

เพราะเท่าที่จำได้ เมื่อก่อนถึงป.7 แล้วก็ไล่ ม.ศ. 1-5 (ซึ่งจะเท่ากับม.6 ของเราอะค่ะ)



เอิ่ม..เดี๋ยวไปถามคุณแม่อีกที พอดีเกิดไม่ทัน



จขบ.ความรู้แน่นเอี้ยดมากๆ

เอิ๊กซ์ซ์ซ์

ถ้าคิดจะเขียนหนังสือ ก่อนตีพิมพ์ เอาให้พี่นกอ่านก่อนดีกว่ามั้งเนี่ย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:9:56:24 น.  

 
เอ ม.ศ.4-5 นี่ ม.5-6 ไม่ใช่เหรอคะ

จำได้ว่า ม.ศ.3 คือ ม.4 เพราะมีถึง ป.7

งึมๆ ชักสับสน (ด้วย)

แต่ยกมือสับสนเรื่องชื่อด้วย ทำไมเป็นชื่อแขกล่ะหว่า - -"


โดย: piccy IP: 124.120.93.228 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:10:15:38 น.  

 
คอเล่า - หมั่นไส้อาปาของอาจูค่ะ แต่อาปาของ 3 สาวน่ารัก

คุณพุดฯ - ขอบคุณที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

ยาคูลท์ - อาชีวะกับช่างกลไม่ต่างกันค่ะ เป็นการศึกษาสายอาชีพ เพียงแต่ช่างกลนี่น่าจะเป็นการแยกเฉพาะสาขาวิชาให้ชัดเจนกว่าคำว่าอาชีวะ (ช่างกลเป็น sub set ของอาชีวะ)

สาวไกด์ฯ - ไม่ได้มีความรู้แน่นเท่าไรหรอกค่ะ แค่สงสัยเลยไปค้นดูค่ะ

piccy - เรื่องชื่อ มีคนงงหลายคนแล้วล่ะ อิอิ


ตอบเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาของไทย
จากที่ไปค้นข้อมูลมานะคะ

แรกเริ่มประมาณปี 2475-2503 การศึกษาไทยอยู่ในระบบ 4-3-3-2 (12 ปี) คือ
ประถม 1-4
มัธยมต้น 1-3
มัธยมปลาย 4-6
ชั้นเตรียม (ม.7-8)

2503-2520 (แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๓) ระบบ 7-3-2 (12 ปี)
ประถม 1-7
มัธยมต้น 1-3
มศ. 4-5

2520-ปัจจุบัน? (แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐)
ประถม 1-6
ม.ต้น 1-3
ม.ปลาย 4-6

จาก http://news.siamsign.com/education_board/view.php?No=50
และ learners.in.th/file/taiphisamai/history.ppt


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:53:53 น.  

 

ติดละครไปแล้วเพราะชอบดูงิ้ว
ยกประโยชน์ให้ละคร ที่ทำให้ไปหาหนังสือมาอ่าน

timeline ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นนะ


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:16:31:57 น.  

 
อ่านแล้วขำดีอ่ะค่ะ
ไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ
ไม่แม่น timeline แล้วเวลาอ่านก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

คิดว่าคนเขียนตั้งใจให้นางเอกของเรื่องแปลกมากไปหน่อยที่จะให้เป็นช่างซ่อมรถ
รู้สึกว่ายุคนั้น (น่าจะปริศนา ดอกฟ้ากับโดมผู้จองหอง แถวๆ นั้นป่าวคะ)
อย่าว่าแต่ผู้หญิงจะเป็นช่างซ่อมรถเลย แค่จะได้แตะรถยังน่าจะแปลกๆ
ต้องเปรี้ยวปรี๊ดและมีกะตังอย่างกะคุณหญิงดารินหรือปริศนานั่นแหละ
แล้วเพราะฉะนั้น ใครที่ไหนจะเอารถมาซ่อมกับอู่ที่ช่างซ่อมเป็นผู้หญิงเล่า ในแง่มาร์เก็ตติ้งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปิดนิ แฮ่


โดย: =p o o k p u i= วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:16:50:18 น.  

 
อะไรเจ๊ ต.ท.อะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลยจริงๆ นะเนี่ย :P


โดย: ต.ท. IP: 58.10.81.244 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:17:49:36 น.  

 
อึ้งกับชื่อแขกเหมือนกัน -*-
ตอนดูละครก็คิดอยู่แล้วว่าชื่อมันแปลกๆ ป่าวอ่ะ


โดย: ดาว IP: 125.25.68.128 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:18:52:39 น.  

 
เข้ามาช่วยขำค่ะ ผสมย.คนเดิมกลับมาแล้ว นึกว่าล้างมือไปเสียแล้ว


โดย: แก้วกังไส วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:5:26:37 น.  

 
สวัสดีค่า คุณผสมย.กลับแล้ว ดีใจๆๆ อย่าหายไปนานอีกนะคะ

ชื่อสามสาวนี่ พอมาคิดดูจริงๆ มันก็ชื่อแขกนะ แต่ถ้าไม่ทันคิด ฟังเผินๆแค่พยางค์เดียว (ชื่อเล่น) มันก็ฟังเหมือนชื่อจีนๆเหมือนกัน คนเขียนคงไม่ทันคิดเรื่อง etymology มั้งคะ

อืมม ส่วนเรื่องเรียนช่างกล ตันหยงเรียนช้าหรือเปล่า แบบสมมติอาจจะเข้าโรงเรียนช้าไปปีนึงอะไรแบบนี้ (พยายามหาเหตุผล) ไม่งั้นมันก็แปลกจริงๆแหละ


โดย: thaliana IP: 64.252.113.177 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:6:47:11 น.  

 
งานคงไม่เข้าหรอกมั้งเจ๊ เพราะว่าไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน ฮ่าฮ่า ไม่ได้อัพเดทบ๊อกนานก็ยังงี้แหละ


โดย: ลูกสาวกำนัน IP: 58.147.50.66 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:9:28:52 น.  

 
อั๊งอังอา - ขอบคุณที่สนใจ time line นะคะ ส่วนละครเขาว่าดี จะพยายามดูค่ะ

=p o o k p u i= - ได้เรียนก็แปลกมาแล้วค่ะปุ๋ย สมัยนั้นเขาจะรับผู้หญิงเข้าเรียนรึเปล่า ถึงจะไม่มีกฎอะไรห้าม แต่พี่ว่าด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างที่จะทำให้ไม่ได้เรียน

ต.ท. - ไม่รู้จริง ๆ เหรอ ชิ

ดาว - ถ้าเรียกย่อ ๆ แบบ อาหลา อาหนัน อาหยง อย่างที่คุณ thaliana ว่าก็จะไม่ค่อยรู้สึก ชื่อเต็มจึงจะดูแปลกค่ะ

แก้วกังไส - ไม่ล้างมือก็สกปรกแย่จิ 555

thaliana - จะพยายามกลับมาให้ได้ค่ะ พยายาม ๆๆๆๆๆ (ท่องไว้)

ลูกสาวกำนัน - ชิ ๆ ไม่มีก็ดีแล้ว(โว้ย)


โดย: ผสมย IP: 203.131.217.12 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:10:42:57 น.  

 
สมาชิกชาวบล็อกลืมบล็อกลื้อไปแล้ว”

ฮ่าๆ เค้ายังไม่ลืมนะ คิดถึงซาเหมอ
แต่พักหลังไม่ค่อยถึงเลือดถึงเนื้อ ไม่สะใจคอซาดิสต์เลยง่ะ
(//อีโม่หน้าตาเว้าวอน)


โดย: bbn IP: 118.172.123.197 วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:12:00:58 น.  

 
เอ่อ นอกจากชื่อนางเอกและพี่น้องจะเป็นชื่อแขกแล้ว หลานจีนอพยพอย่างเรายังเซ็งมากๆ ที่ชื่อตัวละครแทบทั้งหมด มันเป็นภาษาจีนกลาง

ชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยยุคโน้นส่วนใหญ่พูดภาษาจีนแต้จิ๋ว ส่วนน้อยพูดจีนกวางตุ้งและจีนแคะ คนจีนตอนเหนือที่พูดจีนกลางนั้นจะมีมาบ้างหรือเปล่านั้นไม่ทราบ แต่เกิดมายังไม่เคยพบเลยสักบ้าน

นอกจากภาษาจะต่างกันแล้ว วัฒนธรรมหลายๆ อย่างก็ยังต่างกันด้วย แน่นอนรวมถึงวิธีการแสดงงิ้ว การจะให้คนที่ใช้ภาษาจีนกลาง (หรือเปล่า เพราะเห็นคำเรียกหายังเป็นแต้จิ๋วอยู่เลย) มาทำอะไรแบบคนจีนในเมืองไทย มันเลยประหลาดง่ะ รับไม่ได้


โดย: the grinning cheshire cat วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:18:00:27 น.  

 
เธŠเธทเนˆเธญเธ™เธฒเธ‡เน€เธญเธเธ—เธฑเน‰เธ‡3
เธซเธฅเธฒเธขเธ„เธ™เธ„เธ‡เธชเธ‡เธชเธฑเธขเธงเนˆเธฒเธ—เธณเน„เธกเธ„เธทเธญเธŠเธทเนˆเธญเนเธ‚เธ
เนเธ•เนˆเธˆเธฃเธดเธ‡เน†เนเธฅเน‰เธงเธœเธนเน‰เนเธ•เนˆเธ‡เนƒเธŠเน‰เธŠเธทเนˆเธญเธ‚เธญเธ‡เธ”เธญเธเน„เธกเน‰เน€เธกเธทเธญเธ‡เธฃเน‰เธญเธ™
เนเธฅเธฐเธ”เธญเธเน„เธกเน‰เนเธ•เนˆเธฅเธฐเธŠเธ™เธดเธ”เธเน‡เธกเธตเธ„เธธเธ“เธชเธกเธšเธฑเธ•เธดเธ•เนˆเธฒเธ‡เธเธฑเธ™เน€เธซเธกเธทเธญเธ™เธเธฑเธšเธŠเธทเนˆเธญ
เนเธฅเธฐเธ™เธฒเธ‡เน€เธญเธเธ—เธฑเน‰เธ‡ 3 เธ„เธ™เน€เธเธดเธ”เนƒเธ™เน€เธกเธทเธญเธ‡เน„เธ—เธขเธˆเธถเธ‡เน„เธ”เน‰เธŠเธทเนˆเธญเธ‚เธญเธ‡เธ”เธญเธเน„เธกเน‰เธ—เธตเนˆเน€เธ›เน‡เธ™เธžเธฃเธฃเธ“เธ‚เธญเธ‡เน€เธญเน€เธŠเธตเธขเธ•เธฐเธงเธฑเธ™เธญเธญเธเน€เธ‰เธตเธขเธ‡เนƒเธ•เน‰ เธ›เธฃเธฐเธเธญเธšเธเธฑเธšเธšเธธเธ„เธ„เธฅเธดเธเธ‚เธญเธ‡เธ•เธฑเธงเธ™เธฒเธ‡เน€เธญเธเธ—เธฑเน‰เธ‡ 3 เธเน‡เธ„เธฅเน‰เธฒเธขเน†เธเธฑเธš เธ„เธธเธ“เธชเธกเธšเธฑเธ•เธดเธ‚เธญเธ‡เธ”เธญเธเน„เธกเน‰เธ™เธฑเน‰เธ™ เธœเธนเน‰เน€เธ‚เธตเธขเธ™เธˆเธถเธ‡เนƒเธŠเน‰เธ‚เธทเนˆเธญเธ•เธฑเธงเธฅเธฐเธ„เธฃเน€เธžเธทเนˆเธญเน€เธ›เธฃเธตเธขเธšเธเธฑเธšเธ„เธธเธ“เธชเธกเธšเธฑเธ•เธดเธ‚เธญเธ‡เธ”เธญเธเน„เธกเน‰เธ„เธฃเธฑเธš


โดย: เธ•เธตเธ•เธตเน‰ IP: 180.180.24.20 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:21:05:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ ปัจจุบันดิฉันศึกษาระดับปริญญาเอกอยู่ที่ประเทศจีน มหาลิทยาลัยเสฉวนค่ะ แล้วขณะนี้กำลังทำวิทยานินธ์อยู่น่ะค่ะ ซึ่งวิทยานิพนธ์ที่ดิฉันทำคือการศึกษาภาพลักษณ์ และอัตลักษณ์ของชาวจีนผ่านนวนิยายไทยที่เกี่ยวข้อง และในกรณีศึกษานวนิยายทั้งหมด นวนิยายเรื่อง ”โบตั๋นกลีบสุดท้าย” ที่คุณกานติมาเป็นผู้ประพันธ์ เป็น1ในกรณีศึกษาที่ดิฉันเลือกใช้ ซึ่งทางอาจารย์ที่ปรึกษาของดิฉันอยากให้ดิฉันเก็บข้อมูลสอบถามนักประพันธ์เกี่ยวกับว่า
1.นักประพันธ์ได้แรงบัลดาลใจอะไรในการแต่งนวนิยาย (โบตั๋นกลีบสุดท้าย)
2.นวนิยายดังกล่าวมีส่วนที่เป็นความจริงที่เกี่ยวกับชาวจีนอยู่บ้างไหม หรือเป็นจินตนาการของผู้แต่งล้วนๆ
3.ในนวนิยายมีการปรากฏภาพลักษณ์ของชาวจีน สำหรับนักประพันธ์แล้วคิดว่าภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นเช่นไร
ซึ่งดิฉันอยากขอความกรุณาคุณกานติมาช่วยตอบคำถามทั้งสามคำถามนี้ให้หน่อยได้ไหมค่ะ เพื่อจะได้นำมาประกอบเป็นข้อมูลยืนยังถึงความน่าเชื่อถือ และน่าสนใจของนวนิยาย รวมถึงเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่านวนิยายอยู่กับก๋งเป็นนวนิยายที่มีดีและเหมาะแก่การนำมาใช้เป็นกรณีศึกษา ซึ่งตอนนี้ดิฉันอยู่ที่ประเทศจีนอยู่ ไม่สะดวกที่จะเดินทางกลับไปไทยได้ในขณะนี้ จึงได้ส่งข้อความมาสอบถามข้อมูล ไม่ทราบว่าทางคุณกานติมาสะดวกจะให้ข้อมูลโลกโซเชี่ยวได้ไหมค่ะ หากได้ขอความกรุณาช่วยส่งข้อมูลกลับมาที่อีเมลล์นี้หน่อยน่ะค่ะ 1412986096@qq.com ขอบคุณสำหรับความร่วมมือเป็นอย่างยิ่งค่ะ




โดย: euipy IP: 192.99.14.36 วันที่: 19 พฤษภาคม 2558 เวลา:20:06:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ผู้สาวเมืองยศ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ข้อเขียนรีวิวหนังสือ
ที่ปรากฏในบล็อกแห่งนี้
ไม่ได้เขียนตามหลัก
วิชาการวิจารณ์หนังสือ
เล่มไหนทั้งสิ้น
เป็นการเขียนตามความรู้สึก
ของคนอ่านหนังสือคนหนึ่ง
อาจจะได้สาระบ้าง ไม่ได้สาระบ้าง
ดังนั้นจึงไม่ควรนำไปอ้างอิงแต่อย่างใด

ต้องการติดต่อผู้สาวเมืองยศ ฝากข้อความได้ที่ห้อง ฝากข่าว ค่ะ








Friends' blogs
[Add ผู้สาวเมืองยศ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.