การรีวิวหนังสือเป็นทัศนะส่วนบุคคล ........ นักเขียนที่ดี ย่อมไม่เดือดร้อนที่จะเขียนหนังสือให้คนอ่านวิจารณ์

Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 

ทับตะวัน เรือนจันทรา / อาริตา


อาริตา. ทับตะวัน เรือนจันทรา. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น, 2550.




จากปกหลังของหนังสือ

เจ้าพระยาวันเวลาเนิ่นนาน กระแสธารยังเคลื่อนไหล
ภาพความหลัง สลักแน่นจากดินแดนไกลแสนไกล
เหตุไฉน...
บางภาพทาบฤทัย ให้เฝ้ารอ


เรือนไม้สักหลังนั้นคือเรือนแรมแห่งอดีต ทับตะวัน
เพียงได้เห็นก็ปรารถนาจะรื้อมาปรุงเรือนหอใหม่ เรือนจันทรา
เพื่อคืนสู่วันคืนอันแสนหวานริมสายธารแห่งเจ้าพระยา
เขากับเธอ ผูกพันกันแน่นหนา
แม้ความตายก็ไม่อาจจะพรากรักนั้นจากเขาและเธอ

จะชาติใด ภพใด
เสน่หาฤๅลบเลือนจากเรือนใจ




********************




จากเจ้าของบล็อก

***นิยายเรื่องเป็นการร่วมมือกันรีวิวโดย ผสมย. และ ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม (ตามสีของตัวอักษรค่ะ) ***


นิยายย้อนยุคเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องแรกของคุณ อาริตา
ผสมย. อ่านงานของคุณอาริตา มาหลายเรื่องแล้วเหมือนกันค่ะ งานของคุณอาริตามักจะเป็นนิยายรักร่วมสมัย อ่านง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก
คราวนี้คุณอาริตาเปลี่ยนแนวมาเขียนเรื่องย้อนอดีต ข้ามภพ
เรื่องนี้มีเหตุการณ์ที่แยกเป็น 2 ส่วนคือ เหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน ปี 2550
และเหตุการณ์ในอดีตที่นางเอกได้ย้อนเวลาไปในปี 2481


เรามาดูกันว่าปี 2481 ที่เรารู้จักจากทั้งในหนังสือประวัติศาสตร์และในนิยายที่เขียนถึงยุคนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง
ปี 2481 ประเทศไทยเพิ่งเปลี่ยนจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตยได้เพียง 6 ปี
อยู่สมัยรัชกาลของพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ยุวกษัตริย์แห่งสยาม
เป็นยุคสมัยที่ถึงแม้จะเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่บางส่วนของคนไทยก็ยังติดอยู่กับระบบศักดินา แต่สำหรับชาวกรุงเทพฯ นั้น กระแสวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามา ช่างหรูหราและดูดีจริง ๆ ดังจะเห็นได้จากนิยายที่เขียนในยุคนั้นอย่างเช่นเรื่อง ปริศนา ของ ว. ณ ประมวลมารค ที่ปริศนาผู้มาจากอเมริกา เธอช่างเก๋และสะสวย ทำอะไรก็ดูดีไปหมด

หรือเราจะมาดูจากนิยายผู้ชายอย่าง ร้อยป่า ก็ย่อมได้ เรื่องนี้จะดูชาวบ้าน ๆ หน่อย กิจกรรมของหนุ่มสาวที่ไม่ได้อยู่ในสังคมไฮโซแบบปริศนา ในยุคปี 2481 บางส่วนก็จะเห็นได้จากนิยายเรื่องนี้เช่นกัน เช่น การเที่ยวงานวัด ไปกินข้าว จีบแม่ค้าขายขนม สิ่งที่หรูหราที่สุดของหนุ่มสาวในยุคนั้นคือ การไปชมภาพยนตร์


เผลอไปเล่าเรื่องอื่นยาวไปหน่อยค่ะ ก็คืออยากให้รู้ถึงสภาพสังคมปี 2481 ในแบบที่เราเคยเห็นมาทั้งในนิยาย ในรูปภาพเก่า ๆ


เรื่องย่อจากไทยมุงฯ แบบโคตรรสปอยล์

อดามาส(นักแปล) กับ บุณยเกตุ (สถาปนิก)ไปหลงรักบ้านเรือนไม้ชื่อทับตะวันที่จะเจ้าของจะขาย นายพนมเป็นหลานของคุณฉม เศรษฐีนีที่อยู่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนอายุ 90 กว่าแต่ยังเจ้าอารมณ์ เหตุเพราะพนมติดพนันเลยแอบเอาสมบัติมาขาย ซึ่งพอคุณฉมได้เห็นหน้าอดามาสก็คิดว่าเป็นศัตรูเก่า หล่อนหน้าเหมือนผู้หญิงชื่อแม่เดือนที่เคยแย่งคุณเกตุว่าที่คู่หมั้นไป เรื่องก็ค่อยๆ แพลมออกมาว่า เจ้าของเรือนที่แท้จริงคือพ่อเกตุและแม่เดือนที่เพิ่งแต่งงานกันไม่นานลือกันว่าพ่อเกตุตายเพราะยาสั่ง
ส่วนแม่เดือนโดนฆาตกรรมด้วยการจับกดน้ำตาย จากฝีมือคุณฉมนั่นเอง แต่ที่สำคัญอดามาสและบุญเกตุหน้าตาเหมือนพ่อเกตุและแม่เดือนกลับชาติมาเกิด


อดามาสไม่ได้สนใจเรื่องนี้นัก หล่อนซื้อทับตะวันไปเพื่อต่อเติมกับเรือนจันทราเรือนหอจะแต่งงานกับการันต์ และบุณยเกตุรับหน้าที่เป็นสถาปนิกที่คุมการก่อสร้างเรือนหอ เขารู้สึกปิ๊งหญิงสาวตั้งแต่แรกพบ ในขณะที่อดามาสจับได้ว่าการันต์นอกใจเป็นกิ๊กกับนิตยวรรณน้องสาวของพนม(ที่ขายทับตะวันให้)บุณยเกตุพยายามขอสานสัมพันธุ์ แต่อดามาสขอเว้นช่วงไว้ก่อนแม้จะรู้สึกดี ๆ ระหว่างนั้นเธอก็ไปรับงานถ่ายแบบชุดเจ้าสาวประเดิมเรือนหอร้าง แล้วอยู่ๆ ก็หายสาบสูญไปในทับตะวัน ส่วนบุญยเกตุนั้นอยู่ๆ ก็นอนหลับแล้วไม่ตื่นกลายเป็น
เจ้าชายนิทรา ด้านคุณฉมก็โดนพนมวางยาซะเบลอ ๆ



นิยายเรื่องนี้สนุกในส่วนที่เป็นยุคปัจจุบัน
เพราะด้วยชั้นเชิงฝีมือการเขียนทำให้ส่วนแรกของเรื่องเร้าอารมณ์ให้ผู้อ่านอยากรู้อยากติดตามชีวิตของพระนางไปว่าจะได้พบปะเจอะเจอกันอย่างไร จะรักกันได้แบบไหน แล้วตัวร้ายจะทำร้ายพระเอกนางเอกเราได้หรือไม่ เพราะตัวร้ายอายุปาเข้าไปเกือบร้อยแล้ว (ฮา)


เรื่องตรงส่วนนี้ไทยมุงฯ ได้ให้ความเห็นที่คล้าย ๆ กันดังนี้

ครึ่งแรกนี้สนุกมากแม้จะขาดการบรรยายไปสักนิด แถมเนื้อเรื่องเดินเร็วจนคนอ่านลุ้นตัวโก่ง ทางด้านอารมณ์ถือว่าเก๋าสมเป็นนักเขียนเก่า อ่านแล้วดึงอารมณ์เร็วมากทำคนอ่านติดหนึบ แต่พอเข้าครึ่งหลังช่วงย้อนอดีต กลับอ่อนด้อยในการดำเนินเรื่องไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย และเร็วชนิดบรรทัดนี้เขียนแบบนี้ อีกบรรทัดเรื่องไปอีกทางแล้ว คนอ่านตามไม่ทัน รู้สึกรีบร้อนเขียนจนชุ่ยสุด ๆ


ไทยมุงให้ความเห็นไว้แบบนี้ค่ะ แต่ ผสมย. ก็ยังแอบเห็นความผิดพลาดแบบแปลก ๆ ในช่วงครึ่งแรก ตัวอย่างเช่น เมื่ออดามาส (นางเอก) ไปหาคู่หมั้นที่คอนโด ได้พบกับผู้หญิงที่เป็นคู่ขาของแฟนมาเปิดประตูห้องให้ คนเขียนบรรยายว่า หล่อนนุ่งผ้าขนหนูสีแดงผืนเดียว แต่พอหน้าถัดมา กลับบอกว่า หล่อนนุ่งเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียว ท่อนล่างไม่มีอะไรเลย เอ่อ จะเอาชุดไหนก็เอาสักชุดสิคะ คนอ่านงง

นอกจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ ลำดับเวลาและอายุของตัวละครก็ทำให้คนอ่านงงได้เช่นกันค่ะ เกี่ยวกับแม่พระเอก ตอนที่แม่พระเอกคุยกับญาติรุ่นพี่ว่าเคยพบพ่อเกตุและแม่เดือนในสมัยก่อนด้วย คนอ่านเกิดการงงอีก เพราะเหตุการณ์นั้นเกิดเมื่อ 70 ปีก่อน แสดงว่าแม่พระเอกต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 70 ปี เอิ่ม ไม่น่าจะเป็นแม่นะคะ น่าจะเป็นยายมากกว่า ถึงตอนหลังจะมีคำบรรยายว่าแม่คนนี้ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ก็ตาม แต่วิธีการบรรยายของคนเขียนบรรยายเหมือนกับคุณแม่คนนี้อายุเพียง 50 ปีเท่านั้น คนอ่านสับสน กี๊ดดดด


ฟังเรื่องจากไทยมุงฯ ต่อก่อนที่ ผสมย. จะออกมาเสริมนะคะ

เรื่องก็ตัดไปที่อดีต ปรากฏว่าอดามาสถูกดูดจากทับตะวัน (ตั้งอยู่สามโคกปทุมธานี) ไปโผล่กลางกรุงเทพฯ ในปี 2481 ขวางหน้ารถพ่อเกตุพอดี เห็นสวยเลยพากลับบ้านซะงั้น(อะไรวะ?-มีการบอกอ้อ...งั้นแม่ก็ไม่มีที่ไป งั้นไปอยู่กับฉันก็แล้ว-เล่นง่ายดีว่ะ)
แล้วก็บอกแม่ตัวเองให้เธออยู่ด้วยเถอะ เธอมาจากอนาคต (อะไรวะ? แถมให้อยู่เรือนเดียวกันด้วยสมัยก่อนเนี่ยนะโดนเม้าท์ตายห่า) อดามาสกลัวชื่อตัวเองเวอร์ไปเลยบอกว่าชื่อแม่เดือนซึ่งเป็นความหมายเดียวกัน(อ่ะนะอะไรดลใจล่ะ) อยู่กันมา 3 หน้ากระดาษ พ่อเกตุก็ไปบอกแม่ว่าจะแต่งงาน กับแม่เดือน(อะไรวะ?) คุณฉมก็ไม่ยอมสิทำเสียหน้า แถมคิดว่ามันบ้าหรือเปล่าแค่ไม่กี่วันจะแต่งงานกันโดนยาเสน่ห์หรือไง(นั่นสิฟะ?)

แถมแม่เดือนพูดอะไรพ่อเกตุก็เชื่อหมด คุณฉมก็เลยกรี๊ด ๆ ตามประสานางร้าย พ่อเกตุก็เลยบอกว่าให้ริบของหมั้นแล้วกัน (หมั้นกันเมื่อไรเหรอ? ไหนว่าแม่กับแม่แค่คุยๆ กันไว้ไม่ใช่เหรอ ยังไม่มีการหมั้นจริงนี่)

ส่วนอดามาสตัดสินใจแต่งงานกับพระเอก ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็พลัดเวลามาจะทำไรกินกลัวอดตาย แถมผู้หญิงตัวคนเดียวเดี๋ยวไม่มีใครปกป้องยอมแต่งงานดีกว่า สรุปว่าไม่ได้รักแต่กลัวลำบาก ทั้งที่รู้ว่าเขามีคู่หมายถึงไม่ได้รักแต่ก็คือแย่งมาชัดๆ นี่หว่า (แสนดีจังนางเอกเรื่องนี้ ไหนตอนครึ่งเรื่องแรกวางตัวดี๊ดี กุลสตรีสุดๆ ไม่อยากฉาวโฉ่ไม่ยอมมีแฟนใหม่ ทั้งที่แฟนเก่าเลวเพราะกลัวโดนครหา แต่อยู่ๆ ตัดสินใจแต่งงานเพราะกลัวลำบาก มันผิดนิสัยนางเอกในตอนต้นเรื่องมาก เคยถูกคนอื่นแย่งแฟนรู้สึกเจ็บช้ำยังไงแต่ไปทำกับคนอื่นเขา ถึงจะบอกว่าคุณเกตุไม่เคยรักคุณฉมก็เถอะ แต่มันประหลาดอยู่ดี จริง ๆ ถ้าไม่แต่งงานแต่ขอทุนเขาทำการค้า หรือสมัครทำงานกับเขาก็ได้นี่นา...นี่มันเจตนาแย่งผู้ชายเห็นๆ เห็นใจแม่ฉมว่ะ เหมือนคนเขียนขี้เกียจบรรยายว่ารักกันยังไง ซาบซึ้งกันอีท่าไหน ดูสภาพเหมือนโดนยาเสน่ห์อย่างที่นางร้ายว่าเลย แถม...ตกลงเธอรักใครน่ะ พ่อเกตุ? หรือบุญยเกตุ หรือเพราะคิดว่าเขาเป็นคนเดียวกันไม่เป็นไรหรอก ก็เหมือนแต่งกะคนเดียวกันนั่นแหละ....เอ่อ ใช้ตรรกะไหนคิดหว่า)

ด้านคุณฉมพอโดนบอกเลิกก็สติแตก ไปงานแต่แล้วเอาคันร่มไปกระทุ้งแม่เดือน พ่อเกตุเลยไล่กลับไปรับไว้แค่ของขวัญ พอแกะออกมาดูปรากฏว่าเป็นมีดอรัญญิกครบชุดเปื้อนเลือด(เลือดใครไม่รู้?) เลยส่งกลับไปคืน คุณฉมก็ยังไม่เลิกคราวนี้พยายามวางยาคุณพิกุลแม่คุณเกตุ โดยการทำอาหารไปให้ แต่คุณแม่รู้ทันเททิ้ง วันต่อมาคุณฉมก็ทำแกงเลียงมาให้แม่เดือนซึ่งแสนดีกลัวเขาเสียน้ำใจเลยกิน จากนั้นก็ปวดท้อง (ไม่รู้แก่มารยาทหรือโง่ตามแพทเทิร์นนางเอก ครึ่งแรกยังฉลาดกว่านี้เลย)

คุณเกตุก็กำลังหลงเมียรู้เรื่องเข้าก็แล่นไปถึงบ้านคุณฉม แล้วเรียกมาตบหน้าหันเลย(สุภาพบุรุษสมัยก่อนทำแบบนี้กับผู้หญิงเหรอ? แถมตบต่อหน้าแม่เขาเนี่ยนะ...แม๊นแมน) คราวนี้พ่อเกตุสั่งห้ามไม่ให้คุณฉมไปบ้านเขาอีก คุณฉมก็เล่นแผนใหม่คราวนี้แกล้งกระอักเลือด (ทำไงวะ? เลือดจริงด้วยนะแกล้งกระอักกันได้ด้วย อมน้ำหวานหน่อยก็ไม่ได้ ลงทุนจัง) แม่ของคุณฉมก็เลยไปตามคุณเกตุมาดูใจ คุณเกตุก็มาพร้อมกับเพื่อนชื่อคุณเทพมารุมด่าว่ามารยาไม่ตายง่ายๆ หรอก (?--แม๊นแมน) คุณฉมเลยฮึดฮัด

คราวนี้ชี เอ้ย คุณฉมส่งโจรไปปล้นทับตะวัน (ซึ่งไอ้โจรเนี่ยมันย่องเข้ามาทางไหนไม่รู้ไม่ต้องผ่านเรือนใหญ่ ไม่ต้องผ่านรั้วบ้านอยู่ๆ ก็มาโผล่เอาที่เรือนเลย) แล้วเชือดคอคนใช้ตายไปคน แต่โชคดีพระเอกกลับมาช่วยทัน จับโจรได้โจรแสนดีอุตส่าห์สารภาพทันทีว่าคุณฉมใช้มา (โจรกลับใจง่ายดีวุ้ย!) แต่พอส่งโจรไปให้สันติบาล
โจรก็โดนยาสั่งตาย แล้วนังลำไย คนใช้บ้านคุณเกตุแต่รับเงินคุณฉมไปส่งข้าวผสมยาพิษให้โจร ก็โดนฆ่าปิดปากในห้องนอนก็พบเงินมากผิดปกติ แต่ไม่มีหลักฐานไปแจ้งความได้ (แค่นั้นก็เป็นเบาะแสให้ตำรวจได้แล้วป้า! =_=") คุณเกตุก็แล่นไปด่าคุณฉมถึงบ้าน แต่ทำอะไรไม่ได้ตามเคย เลยได้แต่สาปแช่งไว้ว่าจะรังเกียจตลอดชาตินี้ชาติหน้า ให้เดียวดายไม่มีใครเอา จะตายก็ไม่ตายสักทีอยู่กับความทรมานไปเถอะ

วันต่อมาคุณฉมเลยย่องไปบ้านคุณเกตุ แล้ววางยาในอาหารที่จะส่งไปทับตะวันเพื่อฆ่าแม่เดือนเพราะคิดว่าแม่เดือนนี่แหละที่ทำให้คุณเกตุเปลี๊ยนไป๋ (มันเข้ามาไงคนอื่นถึงไม่เห็นเนี่ย คนช้งคนใช้ไหนหมด? ปีนรั้วเข้ามาหรือไง?) คุณเกตุไม่รู้เรื่องก็กินปลาทูเข้าไปเลยโดนยาสั่ง แล้วคุณเกตุก็ม่องเท่งไป

ทางบ้านคุณเกตุรังเกียจแม่ฉมมากถึงขั้นไม่ให้มาร่วมงานศพ เป็นข่าวฉาวลือกันแบบทอร์คออฟเดอะทาวน์ คุณฉมก็เงียบๆ ไปเพราะโดนแม่ตัวเองกักตัวไว้ แต่สักพักก็ขนพวกไปบุกบ้านแม่เดือนอีก (โดนกักตัวไว้ในบ้านแล้วเอาเวลาไหนไปสะสมแกงค์ไว้ฟะ?) มาถึงก็ปรี่ไปจับคุณพิกุลกรอกยาสลบไป (เอ่อ คนใช้ คนสวน คนงานที่ว่ามีตั้งเยอะหายไปไหนหมด?) แล้วจับแม่เดือนไปกดน้ำให้ตายคาแม่น้ำ ระหว่างนั้นคนใช้ในทับตะวัน (เรือนนี้มีคนใช้ด้วยแหละไม่เหมือนเรือนใหญ่แต่ก็เพิ่งโผล่มาตอนโจรบุกบ้านเนี่ยนะ) ไม่รู้จะช่วยยังไงก็วิ่งไปตามคุณพิกุลที่เรือนใหญ่ คุณพิกุลก็วิ่งตามมาห้าม (ไหนว่าสลบไปแล้วไง วิ่งมาห้ามได้ไง?) แต่แม่เดือนจมน้ำหายไปแล้ว คุณพิกุลเลยสลบไป(อีกรอบ)

ตรงนี้ ผสมย. อ่านเข้าใจว่าคุณพิกุลโดนคุณฉมวางยานะคะ น่าจะเป็นพวกยาป้ายที่พอป้ายแล้วจะทำให้สลึมสลือ ทำตามคนที่ป้ายยาทุกอย่าง คล้าย ๆ กับพฤติกรรมของแก้งค์ตกทองสมัยนี้

จากนั้นคุณฉมก็ย้ายมาอยู่บ้านนี้ยึดสมบัติหมดอ้างว่าชดเชยเรื่องยกเลิกหมั้น (ตำรวจไปไหน แม่ของคุณฉมก็ช่างเฉย ไม่มีใครห้ามเธอเลย บ้านเมืองนี้มันไม่ขื่อมีแปแล้วใช่ไหม? นึกจะให้ร้ายก็ร้ายซะ ไม่มีเหตุผลมารองรับเอาเลย)


บุณยเกตุที่นอนมา 7 เดือน ก็ฟื้นขึ้นมาหลังจากฝันว่าตายไปในชาติที่แล้ว ก็มาที่เรือนทับตะวัน (ที่ย้ายมาอยู่สามโคกน่ะ) ทันที(ไม่ต้องรอเจอหน้าแม่ตัวเองที่เฝ้ารอลูกตื่นมาหลายเดือนเลยวุ้ย) ก็มาเจออดามาศลอยมาติดกอผักตบชวาหน้าบ้าน จึงช่วยขึ้นมา ทั้งสองก็ตกลงจะแต่งงานกันและทับตะวันเป็นเรือนหออีกครั้ง ทั้งคู่ไปหาคุณเทพซึ่งหลงๆ ลืมอยู่ๆ โรงพยาบาลได้ล่ำลากันแล้วคุณเทพก็ตาย


จากนั้นทั้งคู่ก็ไปหาคุณฉม ทางด้านคุณฉมที่โดนยาเบลอมาหลายเดือน อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาแต่งตัว แล้วลดความร้ายไปเสียเฉยๆ บอกว่าสำนึกได้แล้ว (??? อะไรวะ แค้นมา 70 ปี อยู่ๆ สำนึกได้ไม่ได้มีเหตุอะไรเลยที่ทำให้เธอสำนึกได้) คุณฉมก้มกราบเท้าบุณยเกตุ ทั้งคู่อโหสิกรรมให้แม่ฉม และถอนคำสาปแช่งให้(อยู่ๆ ก็ใจบุญ-เป็นกฎบังคับของการเป็นพระเอกนางเอกมั้ง) คุณฉมขอคืนสมบัติทั้งหมดที่ถือโอกาสอมไว้เมื่อครั้งโน้นให้ แต่บุณยเกตุไม่รับ (เพชรตั้ง 2 หีบเสียดายแทน) คืนนั้นคุณฉมก็จากไปอย่างสงบ (หมดบทแล้วก็ตายไปง่ายๆ ซะงั้น)


ส่วนการันต์คนรักเก่าของอดามาสก็ยังเฝ้าตามหาเธออยู่ เมื่อรู้ว่าเธอกลับมาก็มาหาแต่โดนปฏิเสธ เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับบุณยเกตุ นิตยวรรณนั้นได้เอารูปแต่งงานในชาติก่อนของทั้งคู่ที่ได้จากคุณฉมมาให้เขาดู อดามาสก็บอกเขาว่านี่แต่งกันในครั้งก่อนไง ทำเอาการันต์เอ๋อไป ส่วนนิตยวรรณบอกว่าเธอจะดามอกเขาเอง พร้อมกันนั้นก็นำประวัติชีวิตในแง่ดีของคุณฉมออกมาทำพ็อคเก็ตบุ๊คขายได้เงินมามากเพราะขายดี (ตรงนี้จะบอกทำไมเพื่ออะไรเหรอ?)

<<<บอกได้ค่ะ ถ้ามีการบรรยายมากกว่าว่าคุณฉมสวยและเด่นเพียงใดในสมัยของเธอ จริง ๆ นะคนเขียนน่าจะบรรยายคุณฉมตอนสาวให้มากกว่านี้ เพราะเป็นตัวละครที่ทำให้โดดเด่นสามารถขโมยซีนได้เลยนะคะ

แล้วเรื่องก็จบลงแบบสุขนิยม....อ่านแล้วเหมือนจะสนุกแต่มาเสียครึ่งหลัง ไม่คิดว่านักเขียนรุ่นป้าจะชุ่ยกับงานตัวเองได้ขนาดนี้ เหมือนเร่งเขียนยังไงก็ชอบกล




ไทยมุงฯ บรรยายไปหมดแล้ว ผสมย. เลยสบายไป ฮา
ผสมย. แค่อ่านตามที่ไทยมุงก็มันส์แล้ว บางที่ ผสมย. อ่านตกไป บางจุดไทยมุงฯ ก็อ่านพลาดไป อย่างเรื่องยาสั่งยาพิษนี่ ไทยมุงอ่านพลาดไป ผสมย. ดูแล้วคนเขียนเขาเขียนได้ถูกต้องแล้ว เลยหั่นออก

สำหรับครึ่งหลังนี่ ผสมย. มองว่าเรื่องมีความสนุกอยู่นะคะ แต่ต้องมองข้ามเหตุผลในปัจจุบันไปบ้าง แต่ที่ทำให้ ผสมย. งง ๆ ก็ตรงที่ผู้เขียนระบุเวลาคือ ปี 2481 อย่างที่อธิบายไว้ข้างต้นคือ ปี 2481 (รัชกาลที่ 8) เป็นปีที่วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามาในไทยมากแล้ว โดยเฉพาะแวดวงคนมีเงินของไทย ซึ่งเท่าที่ดูแล้ว ถึงบ้านคุณเกตุและคุณฉม จะอยู่ที่อยุธยาไม่ใช่พระนครก็ตาม แต่ก็ถือว่ารวย พระเอกก็ได้ไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ส่วนตัวร้ายก็ได้ไปอบรมวิชาการอยู่ในวัง (ถึงจะโดนอัปเปหิกลับมาบ้านอย่างรวดเร็ว เพราะนิสัยไม่ดีก็ตาม)

เพราะฉะนั้นจะถือว่า 2 บ้านนี้อยู่ในแวดวงไฮโซของไทยสมัยนั้นก็ย่อมได้ การดำเนินชีวิตของทั้ง 2 บ้านนี้ตามที่ผู้แต่งบรรยายกลับทำให้ ผสมย. นึกว่าอยู่ในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 (หรือถอยหลังไปประมาณ 50 ปี ก่อนปี 2481)

ลักษณะนิสัยของพ่อเกตุ ที่คนเขียนบรรยายว่าเป็นนักเรียนนอก หัวทันสมัย ไม่ยอมรับราชการ กลับมาทำการค้าแทน กลับมีลักษณะนิสัยคล้ายพวกเจ้าขุนมูลนาย อย่างตอนที่บุกไปทำร้ายคุณฉมถึงบ้าน กรี๊ดดด ไม่ใช่อ่ะ ไม่ใช่นิสัยนักเรียนผู้ดีอังกฤษ สุภาพบุรุษเลยนะ
เรื่องตรงครึ่งหลังที่เป็นการย้อนอดีต อ่านดูแล้วรู้เลยค่ะว่าผู้เขียนเขียนแบบรีบร้อนเอามาก ๆ ทั้งที่จริงแล้วผู้เขียนอาจจะมีเรื่องราวที่คิดว่ามากกว่านั้น แต่ด้วยความรีบทำให้บรรยายออกมาไม่หมดได้ดั่งใจ แต่ถ้าผู้เขียนให้เวลากับเรื่องนี้มากกว่านี้ งานน่าจะออกมาดีกว่านี้ค่ะ

เรื่องนี้จะสนุกกว่านี้ถ้าไม่มีจุดผิดพลาด จุดผิดพลาดของเรื่องนี้มีทั้งมาจากตัวผู้เขียนเองที่อาจจะทำงานแบบรีบร้อนมากเกินไป และจากสำนักพิมพ์ที่ไม่มีการตรวจทานช่วยนักเขียนก่อนพิมพ์ เสมือนหนึ่งสำนักพิมพ์นี้ไม่มีทั้งบรรณาธิการและคนตรวจบรูฟ เพราะมีพิมพ์ผิดและพิมพ์ตกเยอะมากจนไม่สามารถบอกได้หมด ตัวอย่างเช่น ท่าน พิมพ์เป็น ท่า พระนครศรีอยุธยา ก็ตกสระอา ไป มีแบบนี้เยอะจนอยากไปตีมือคนตรวจบรูฟเลยค่ะ


ตัวอย่างความชุ่ยของคนตรวจบรูฟค่ะ


หน้า 238 อันนี้ไม่รู้ความผิดของนักเขียนหรือความผิดของ
บก.ที่ดูแลเรื่องนี้ ถ้าประโยคมันหายไปทำไมไม่รู้จักโทรไป
ถามนักเขียน? ประโยคสุดท้ายระหว่างตัดฉากหายไปตามรูปนี้ค่ะ



อยากถามว่าใครเป็น บก.ชุ่ยดีเหลือเกิน ทำไมไม่รู้จักโทรไป
ถามนักเขียน? ไม่ได้จับผิดนะ แต่คนอ่านมันขัดอารมณ์



ส่วนอีกรูปเป็นเสียงบ่นจากไทยมุงฯ
นอกจากความไม่เอาใจใส่ในการผลิตของ สนพ.แล้ว
ก็ยังจัดหน้าโคตรเอาเปรียบคนอ่าน ความจริงแล้ว
เราไม่ซีเรียสกับราคาเท่าไร ถ้าผลงานดีเป็นนักเขียน
ที่ชื่นชอบก็ยินดีจ่าย แต่มันเสียอารมณ์ระหว่างอ่าน
ที่เว้นบรรทัดมันทุกประโยคเลย ทำไปเพื่อให้จำนวนหน้า
เยอะขึ้นหรือเปล่าจะได้โก่งราคาขายได้?

มีรูปประกอบแสกนให้ดูเป็นหลักฐาน







ข้อสรุปจาก ผสมย. ก็คือ คุณอาริตาเขียนนิยายที่อยู่ในแนวรักร่วมสมัยจะดีกว่าแนวย้อนยุคนะคะ สนุกกว่ากันเยอะเลย





********************



อัพคราวนี้ยาวเป็นกิโลเลย เหมือนกับจะเขียนเป็นวิทยานิพนธ์
แถมเรื่องบ่นท้ายบล็อกคราวนี้ก็ยาวเป็นกิโลเช่นกัน

ช่วงนี้เป็นช่วงยุ่งเรื่องชาวบ้านของ ผสมย. มีเรื่องให้ยุ่งเยอะมาก จนไม่ค่อยจะได้อัพบล็อก แหะ ๆ
ล่าสุดก็เพิ่งไปรู้บางเรื่องในคลับหนึ่งของพันทิปมา เลยทำให้มานึกถึงเรื่องเก่า ๆ เรื่องของคนบางคนที่เป็นถึงครูบาอาจารย์ และมีตำแหน่งสูงสุดทางวิชาการ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยสร้างจิตสำนึกถึงคำว่ามารยาทและลิขสิทธิ์ได้เลย ตัวเองละเมิดแท้ ๆ ก็ยังไปหาว่าเจ้าของลิขสิทธิ์งก ตอนหลังพอมีเหตุการณ์เกิดในคลับก็ให้เด็ก ๆ ของตัวเองไปบอกให้คนทำพยายามเลี่ยงเอาจะได้ไม่โดนว่าว่าละเมิด ใช่คุณอาจจะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ (เพราะเลี่ยงแล้ว) แต่มารยาทล่ะ มารยาทอยู่ตรงไหน จะทำอะไรไม่คิดหรอกเหรอว่าควรแจ้งให้เจ้าของเขาทราบด้วย เขาไม่ว่าอะไรคุณหรอก ยิ่งทำเป็นการกุศล ยิ่งจะโมทนาสาธุไปกับคุณด้วย คุณทำตัวแบบนี้จะไปสั่งสอนลูกศิษย์ได้อย่างไร แล้วตำแหน่งทางวิชาการที่ได้มา ผลงานที่ทำจะเข้าข่ายละเมิดหรือไม่หนอ


ส่วนอีกเรื่องเป็นเรื่องที่เป็นมหากาพย์ของห้องสมุดที่ตอนนี้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ปานซีรี่ย์ของฝรั่งที่มาเป็นฤดูกาลประจำปี
เป็นเรื่องของคนที่ชอบทำตัวเป็นนักสืบ สืบนู้นสืบนี่ สืบแล้วก็ไปคิดว่าคนนั้นต้องใช่ คนนี้ต้องใช่แน่ ๆ เลย แล้วก็ไปเขียนถึงโดยใช้ถ้อยคำที่ไม่ค่อยดี พอเจ้าตัวมารู้ก็เป็นเรื่อง เดือดร้อนถึงผู้ใหญ่ต้องมาช่วยเคลียร์ให้ ทั้งที่ไม่ควรจะเป็นเรื่องเลย แหม คนเราหนอ จะพูดจะเขียนอะไรก็ช่วยคิดก่อนได้ไหม ว่าสิ่งที่เขียนที่ทำไปกระทบใครบ้าง ถ้าเป็นแค่ตัวเองก็ทำไปเถอะ แต่ถ้ากระทบถึงผู้ใหญ่ที่คุณนับถือ มันจะดีไหม เซ็งฟร่ะ ( ผสมย. ถึงจะเขียนอะไรไป ไม่กระทบใครนอกจากกระทบตัวเอง ว่างั้นเถอะ ฮา)

ขออภัยเพื่อนชาวบล็อกด้วยค่ะ วันนี้บ่นเยอะ แถมเป็นเรื่องที่ดูจะส่วนตัว อ่านไม่รู้เรื่อง (แหงล่ะสิ ขืนออกชื่อไป อาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แหะ ๆ) ช่าง ผสมย. เถอะค่ะ นึกเสียว่าฟังยัยคนนี้บ่นบ้าไปก็แล้วกัน






 

Create Date : 07 ธันวาคม 2550
90 comments
Last Update : 24 ธันวาคม 2550 9:47:33 น.
Counter : 2115 Pageviews.

 

เพิ่มอีกจุดได้มะเจ๊....

ตามหลักวิทยาศาสตร์ การเคลื่อนย้ายมวลสาร มันต้องมีองค์ประกอบ เช่น ถ้าย้ายจากจุดเดิมก็ต้องโผล่มาจุดเดิม หรือมีสิ่งนำให้เคลื่อนย้ายที่สร้างประตูได้(ยกตัวอย่างจากทวิภพที่มีของสามอย่างทำมุมกันในห้องนางเอกและเจ้าคุณ) ในเรื่องนี้คือทับตะวัน

แต่นางเอกโผล่จากสามโคก ไปกลางกรุงเทพฯ

ที่จริงถ้าไปจากทับตะวันที่สามโคกก็น่าจะโผล่ที่สามโคก หรือไม่ก็ไปโผล่ยังที่เดิมที่เคยตั้งทับตะวัน อย่างอยุธยา เพราะมันไม่มีอะไรเชื่อมโยงกันได้เลย หรือว่าอ่านแล้วคิดมากเกินไป ลืมๆ เหตุผลมันไปจะสนุกกว่าหว่า

บอกตามตรงผิดหวังกะคุณอาริตา เมื่อก่อนเคยชอบงานป้าแกแท้ๆ แต่เล่มนี้อ่านแล้ว

ดูแลงานตัวเองกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง ปั่นเร็วได้เงินเร็วแต่คนอ่านเสื่อมศรัทธาคุ้มเหรอป้า


ส่วนข่าวกอสซิปประจำบล็อค ใบหน่อยดีกว่า เรื่องแรกเป็นคลับนิยายที่ได้ชื่อเป็นนิยายที่ยาวที่สุดในโลก

ข่าวที่สองเป็นข่าวของคนบ้าเจ้าไม่ยอมตายสักทีรีเทิร์นแบบอะเกนแอนด์อะเกน หนนี้ไปราวีนักเขียนใหญ่ด้วยความประสาทของตัวเอง แค่คนบ้าเจ้านี่ก็แย่แล้ว....คนอ่านดันแบ่งกลุ่มเล่นเกมนักสืบแล้วโทษกันไปโทษกันมานี่สิ ประสาทตามไปคนบ้าแล้วจริงๆ แฮะ

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.182.13 7 ธันวาคม 2550 17:53:26 น.  

 

ปกติซื้องานของคุณอาริตานะคะ
แต่ล่าสุด อ่าน "แม่ผี(ศรี)เรือน" แล้วรู้สึกเหมือนยังเก็บงานไม่เนียนก็เอามาพิมพ์ขายแล้ว อ่านแล้วไม่ชอบเลย

มีเล่มทับตะวัน แล้วก็อีกสองสามเรื่องด้วย เล่นเอาไม่กล้าหยิบเลยเนี่ย

 

โดย: ยาคูลท์ 7 ธันวาคม 2550 18:19:30 น.  

 

มาตามข่าวสาร อิอิ

 

โดย: piccy IP: 124.120.232.16 7 ธันวาคม 2550 18:26:09 น.  

 

พี่นก ตรงรูปแรกอ่ะค่ะ (238) เขาอาจจะจบแบบนั้นจริงๆ นะคะพี่ จบตรงที่ทั้ง 2 คนเห็นนางเอกร้องไห้โฮหลังจากพูดประโยคนั้น (ถึงจะคิดว่ามันแปลกๆ แต่ก็เป็นไปได้)

อ่านแค่รีวิวก็รู้เรื่องแล้ว อิอิ ไม่ต้องยืมมาอ่านละ

ป.ล. คนข้างบนอ่ะ ได้หนังสือยังฟะ

 

โดย: ใบหม่อน IP: 192.165.213.18 7 ธันวาคม 2550 18:47:18 น.  

 

ว๊าย ได้หลายวันแล้ว อ่านจบแล้วด้วย น่ารักสุดๆ

ว่าจะรีวิวนี่หว่า ... ลืมเลย ขออภัยเพื่อน = =

 

โดย: piccy IP: 124.120.232.16 7 ธันวาคม 2550 19:17:16 น.  

 

ทำหน้าที่มุงตามปกติค่ะ

 

โดย: jup IP: 125.26.172.24 7 ธันวาคม 2550 19:29:00 น.  

 

มามุง...

เรื่องสุดท้ายของผู้เขียนที่อ่านน่าจะเป็น เขียวหวาน ..........

เป็นปีเชียว

ดูสไตล์การพิมพ์แล้วเปลืองหน้ากระดาษจริง ๆ

 

โดย: พุดน้ำบุศย์ IP: 58.10.234.102 7 ธันวาคม 2550 20:47:43 น.  

 

เห็นเรื่องนี้ในร้านเหมือนกันแต่ยังไม่ว่างเช่ามาอ่านเลยพี่

ปล. ในกล่องคอมเมนต์นี่ หน้าตาคมคายจริงๆ มี้ๆ

 

โดย: แพนด้ามหาภัย 7 ธันวาคม 2550 22:30:33 น.  

 

เอิ๊กซ์ซ์ซ์

ยาวจริงๆ แหะๆ

มาอ่านข่าวตอนล่างๆ ค่ะ ก็..อะนะ แหะๆ

มามุง+อ่านอย่างเดียวแล้วกัน

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 7 ธันวาคม 2550 23:17:58 น.  

 

เห็นคนในบล็อกนี้เก่งกันจัง
จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็อย่าใช้อารมณ์ส่วนตัวมากไป
นิยายคือจินตนาการ ย้อนยุคไปคือจินตนาการ ยังจะมาพูดเรื่องการเคลื่อนย้ายมวลสารซึ่งเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์กันอีก
เจ้าของบล็อกก็ถึงขั้นจับผิดว่า อะไรจากนุ่งผ้าเช็ดตัวเป็นไม่มีอะไรเลย เอาให้แน่ซักชุด ถามหน่อย สาวๆ อยู่กับแฟน จากผ้าเช็ดตัว จะกลายเป็นเปลือยนี่ไม่ได้หรือ
ทุกๆ ท่านวิจารณ์ปานปรมาจารย์ ที่วิจารณ์แบบแอบๆ ก็กล้าบอกชื่อเสียงเรียงนามหน่อยเถอะ เราไม่ได้เป็นอะไรกับนักเขียน แต่ตามเข้ามาอ่านหลายรอบแล้ว บอกตรงๆ ชักรับไม่ได้
หลายคนที่วิจารณ์ ไม่รู้เกิดจากอคติส่วนตัวหรือเปล่า บางเรื่องที่พวกคุณชื่นชมกัน อ่านไปก็ไม่ได้เห็นว่ามันจะเป็นสัปปะรดอะไรเล้ย
คนวิจารณ์ที่เป็นนักเขียนที่อยู่ในบล็อกนี้ กรุณาอย่าซ่อนตัว มันเป็นการทำลายเพื่อนร่วมอาชีพของคุณเอง คุณอาจจะเขียนดีกว่าคนอื่น แต่กรุณาอย่าเหยียบย่ำคนอื่นเลย
เขียนดีไม่ดีดูตัวเองเถอะ อย่าไปยุ่งกับคนอื่นนักเลย

 

โดย: ติดตามมาจากพันทิบ IP: 222.123.77.151 8 ธันวาคม 2550 9:30:35 น.  

 

แปลว่า จินตนาการ = เขียนอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเหรอคะ

แหม การย้อนยุคต่างๆเนี่ย เขามีทฤษฎีอธิบายได้ตามหลักการของวิทยาศาสตร์นะคะ
ลองไปอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ทั้งหลายสิคะ สนุกนา ของไอแซค อาซิมอฟก็ได้ค่ะ ทฤษฎีกิ๊บเก๋มากๆ
อ๊ะ หรือขี้เกียจลองดูหนังก็ได้นะคะ เรื่อง cube น่ะค่ะ มิติเวลาที่บิดไปตามมุมของลูกบิด สนุกปนหลอนดี

ที่ว่ามาเนี่ยเขาเรียกว่า เอาหลักวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนให้จินตนาการน่าเชื่อถือค่ะ ไม่ใช่สักแต่จินตการโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

ไม่งั๊นคนในนิยาย ก็เหาะเหินเดินอากาศได้สิ พระเอกไม่เรียนหนังสือก็บริหารบริษัทได้ นางเอกก็เดินตากฝนได้โดยไม่เปียก (มีแม่เหล็กในตัว ทำให้น้ำเบี่ยงเบน ฮา)

จินตนาการ คือการสร้างสรรค์โลกในหนังสือให้มีมิติขึ้นมา เพื่อให้คนอ่าน"อิน"เข้าไปในโลกนั้นค่ะ

 

โดย: piccy IP: 124.121.207.128 8 ธันวาคม 2550 10:44:36 น.  

 

อ๊ะ เกือบลืมไป เรื่องผ้าขนหนูน่ะค่ะ อ่านผิดหรือเปล่าคะ

"หล่อนนุ่งผ้าขนหนูสีแดงผืนเดียว แต่พอหน้าถัดมา กลับบอกว่า หล่อนนุ่งเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียว ท่อนล่างไม่มีอะไรเลย"

ผ้าขนหนู => เสื้อเชิ้ตตัวเดียวค่ะ

 

โดย: piccy IP: 124.121.207.128 8 ธันวาคม 2550 10:51:30 น.  

 


^
^
^
อนึ่งข้อความต่างๆ ในบล็อคนี้ไม่ได้ทำลิงค์ไว้ในพันทิป ยกเว้นจะคลิกอมยิ้มเจ้าของบล็อคเข้ามา บอกว่าเข้ามาทางหน้าบล็อคแก็งค์ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนใครๆ ก็ทำนี่ แต่เอาเหอะถือว่าแปลกใหม่เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้ามาด่ามักจะใช้ชื่อ คนผ่านมา(ยกเว้นคนผ่านมาขาประจำคนเดียวในบล็อคนนี้) คนผ่านไป คนบังเอิญผ่าน คนไม่ได้ตั้งใจผ่าน(แต่ตั้งใจมาด่า) ก็เกิดสงสัยว่า...หากทำไมต้องผ่านมาโดยบังเอิญกันนะ ตั้งใจเข้ามาถกกันเลยก็ไม่ผิดหรอก ความคิดต่างแนวกันได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนกรอบของเหตุผล

นิยายเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งใจจับผิดเลย....แต่มันเห็นจะจะคาตาไม่ต้องเป็นนักเขียน ไม่ต้องใช้ความสามารถในการจับผิดสักหน่อย บกพร่องจนเห็นได้ชัดต่างหาก

อีกทั้งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะบังคับให้คนอ่านทุกคนไม่ตำหนิผลงาน หรืออ่านโดยไม่คิดอะไร เพราะนิสัยในการอ่านของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนไม่ได้ตั้งใจจะจับผิดแต่ชอบคิดตามระหว่างอ่าน ก็จะเห็นข้อบกพร่องชัดกว่าคนที่อ่านเอามันส์ บางคนอ่านผ่านๆ ฆ่าเวลาก็ไม่สนใจในรายละเอียดมากนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิสัยในการอ่านของคนๆ นั้น

แต่สำหรับคนที่เคยชื่นชอบผลงานของอาริตาแล้วล่ะก็ รักมากก็ผิดหวังมาก ย่อมโกรธมากเป็นธรรมดา ไม่ใช่อยู่ๆ ไปหาเรื่อง

ไม่ว่าอาชีพอะไรหากไม่ใส่ใจในงานของตนเอง มันก็เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ แล้วยิ่งอาชีพที่มีคนติดตามผลงานเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าดารา นักร้อง นักเขียน มันย่อมมีคนเฝ้ารอผลงานที่จะออกมาอย่างใจจดใจจ่อ ย่อมคาดหวังว่าจะพัฒนาไปในทางดีขึ้นไม่ใช่กราฟดิ่งลง

นิยายเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่า ผู้เขียนมีฝีมือมากแต่....รีบปั่นงาน จนไม่ตรวจเช็ค ข้อบกพร่องจึงออกมาบานเบอะ บางจุดเหมือนมาร์กไว้ว่าจะมาเขียนต่อ(ตรงที่วงสีส้มไว้) เลยลืมเอาเครื่องหมาย//// ออกด้วยซ้ำ
ได้อ่านทวนก่อนส่งหรือเปล่า? ยังสงสัยอยู่ แต่คนที่น่าด่าที่สุดคือ บก. ไม่อ่าน ไม่ตรวจ ไม่เช็ค สงสัยว่าไม่มี บก.ด้วยซ้ำ สนพ.นี้ ได้ต้นฉบับมาก็พิมพ์เลย ถึงได้ผิดเยอะเหลือเกิน ทั้งคำผิด ทั้งจัดหน้าห่วย และ บลาๆๆๆๆ ฯลฯ


ส่วนเรื่องที่ยกมาขอแก้ตัวแทนเจ้าของบล็อคหน่อยแล้วกัน เนื่องจากเจ๊ไปเที่ยวต่างจังหวัดหลายวันกว่าจะกลับมาตอบ อีกอย่างคนที่เอานิยายเรื่องนี้ให้เจ๊แกอ่านแล้วและด่ากรอกหูให้ฟังคือเราเอง ออกมาตอบแทนคงไม่เป็นไรหรอกนะ(ถือว่ารับผิดชอบร่วมกัน)

เรื่องผ้าเช็ดตัวกับเสื้อเชิ้ตละกัน ก็มันฉากเดียวกัน ตัวละครยืนอยู่กับที่ตอนแรกใส่ผ้าเช็ดตัว ข้ามบรรทัดไปเปลี่ยนเป็นเสื้อไปแล้วนี่ ไปเปลี่ยนตอนไหนอ่ะ? ถ้าเป็นละครต้องถือว่าสไตล์ลิสมันห่วย ไม่จดไว้ว่าเสื้อผ้าชุดไหนคู่กับฉากเบอร์อะไรจริงไหม?

เรื่องการย้ายมวลสารมันเป็นวิทยาศาสตร์เบสิคทั่วไป ที่บังคับเรียนในโรงเรียนกันทุกคน

วิทยาศาสตร์ คำแปลตรงตัวคือ ศาสตร์แห่งวิทยาการ สำหรับใช้รองรับทฤษฎีต่างๆ ที่นำมาใช้อ้างอิงให้เรื่องหนักแน่นขึ้น นิยายวิทยาศาสตร์หลายเรื่องก็มีพื้นฐานมาจากจินตนาการ มันคือเป็นไปได้ไม่ใช่สักแต่ใส่จินตนาการแล้วไม่มีเหตุผลรองรับ แล้วทฤษฎีนี้มันก็มีอยู่จริง หาไม่งั้นก็คงกลายเรื่องเพ้อเจ้อคิดไปเอง โลกเรานั้นขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันด้วยจินตนาการและวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ขับเคลื่อนด้วยเวทมนต์

จริงอยู่ว่านิยายเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ใช่นิยายแฟนตาซี ที่มีแม่มด พ่อมด หรือโดเรมอนที่มีของวิเศษอย่างประตูสารพัดสถานที่(ซึ่งระบุความสามารถของประตูไว้แล้ว) แต่ทับตะวันไม่ได้ระบุความสามารถว่า ใช้โผล่ได้ทุกที่เหมือนประตูโดเรมอน หากทำแบบนั้นก็ต้องระบุเพิ่มไปว่า ใช้โผล่ตามคุณเกตุไปได้ทุกที่ไม่ว่าเธอจะไป อเมริกา หรือสิงคโปร์ ด้วยสิรับรองไม่มีใครค้านแน่ๆ

หากจะขับเคลื่อนด้วยคำว่าพรหมลิขิต คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน ไม่ว่ากี่ปีกี่ชาติ เธอกับเขาก็จะได้เจอกัน หากเป็นแบบนั้นทับตะวันก็ไม่มีความหมายไปกว่าสถานที่แรกที่ทำให้เธอกับเขาได้พบกัน และเริ่มเรื่องราวของความรัก การเคลื่อนย้ายมวลสาร หรือการนำนางเอกไปพบกับพระเอกก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่ทับตะวันเลยจริงหรือไม่?

จินตนาการจะเพริดแพร้วเพียงใด มันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้(นั่นคือการใช้เหตุผลวิทยาศาสตร์ถึงถูกยกขึ้นมาเกี่ยวข้อง) จะทำให้คนอ่านอินมากขึ้น หากไม่มีเหตุผลมารองรับนึกจะทำก็ทำ โดยใช้คำว่าความรักมักสร้างปาฏิหาริย์เหลือเชื่อได้(มันได้แต่ไม่ทุกกรณี มักใช้ในกรณีมีคนป่วยกำลังใจสร้างปาฏิหาริย์ได้) มันก็ไม่ต่างกับเรื่องเพ้อฝัน(แรงไปหรือเปล่า? เพียงแต่พูดขยายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น)

อีกประการที่พูดไปทั้งหมดในบล็อคนี้ก็เป็นไปในฐานะนักอ่าน เสียเงินซื้อนี่(ยะ) ได้ฟรียังบ่นเลย ถ้ามัวแต่คิดว่าจ้องทำลายก็จะไม่เห็นความบกพร่องอันเกิดแก่การกระทำ(ของผู้เขียนล้วนๆ) และจะไม่มีการปรับปรุงใดๆ เกิดขึ้น หากคุณภาพพร่องไปเรื่อยๆ อีกหน่อยคนอ่านคงหายวับ ยอดขายก็คงตก เหมือน....นักเขียนชื่ออะไร จุๆ ที่ตัดสินใจว่าลาก่อนไม่อ่านอีกต่อไปแล้ว

ไม่แคร์คนอ่านไม่เป็นไร แต่น่าจะแคร์อาชีพตัวเองสักหน่อย เรียนด้วยความเคารพคุณป้าอาริตาอยู่ในคำว่านักเขียนอาชีพมานานโขแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ ที่จะทิ้งอาชีพนี้แล้วกลับลำไปทำอย่างอื่นได้ง่ายๆ ดังนั้นการรักษาคุณภาพและมาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ(มากด้วย)

และจุดบกพร่องทั้งหมดในเรื่อง ไม่ใช่เกิดจากการที่นักเขียนฝีมือไม่เอาอ่าว แต่ที่น่าโมโหคือ มันเกิดเพราะความชุ่ยในการทำงานล้วนๆ หากตรวจทานสักหน่อย ไม่รีบร้อนนักมันก็คงไม่บกพร่องขนาดนี้ นักเขียนรุ่นครูสมควรเป็นตัวอย่างให้เด็กรุ่นหลัง มาถูกตำหนิเพราะเรื่อง
แบบนี้..... ฝากให้พิจารณาด้วยแล้วกันค่ะ เพราะนอกจากบล็อคนี้แล้วใครจะกล้าเขียนเปิดใจได้ขนาดนี้

ถ้าลดอีโก้ความเป็นนักเขียนชั้นครูลงแล้วพิจารณาตามเหตุผล คุณจะเห็นอะไรมากมาย ไม่มีใครทำลายคุณอาริตาได้หรอก นักอ่านหนึ่งคน หรือนักเขียนหนึ่งคนไม่ได้สามารถฆ่าคุณได้ นอกเสียจากคุณอาริตาจะฆ่าผลงานของตัวเองด้วยความชุ่ยเอง

ยอมรับผิดประการเดียว คือ ข้าพเจ้าเขียนรีวิวบล็อคนี้ด้วยอารมณ์ เพราะเขียนทันทีที่อ่านจบ มันหงุดหงิดเฟ้ย แต่จะให้พูดหวานๆ หรือด่าแบบที่เขียนๆ ไป ความหมายมันก็ลงล็อคเดียวกันนั่นแหละ คือตำหนิผู้เขียน และ กอง บก.ของสำนักพิมพ์


 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.187.89 8 ธันวาคม 2550 11:24:45 น.  

 

ชี้ไปที่คนข้างบน ไม่ใช่ Piccy นะ

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.187.89 8 ธันวาคม 2550 11:26:02 น.  

 

เอ่อ ขอตอบเพิ่มอีกนิดได้ไหมคะ พอดีแวะไปห้อง reality มา เจอประโยคโดนใจจากคุณแสงฝาง

"คำตำหนิจากแฟนคลับไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่ความเงียบจากแฟนคลับต่างหากคือสิ่งที่น่ากลัว"
อีกหลายร้อยคน ที่เขาไม่ด่า แต่เขาเบือนหน้าหนีหายสาปสูญไป มันเรียกคืนมาไม่ได้...


ประโยคนี้ คงใช้ได้กับหลายวงการเลยค่ะ

 

โดย: piccy IP: 124.121.207.128 8 ธันวาคม 2550 11:49:01 น.  

 

^
^
อิอิ คุณ piccy แอบเป็นแฟนคลับ คุณ แสงฝางป่ะคะ

 

โดย: อ้อมโลกฯ IP: 124.121.195.162 8 ธันวาคม 2550 13:00:54 น.  

 

เมื่อวานไปร้านหนังสือเกือบหยิบ
แล้วค่ะดีที่เค้าไม่ได้แกะ
เลยเปลี่ยนใจยังไม่ซื้อ
อ่านรีวิวแล้วคงต้องชั่งใจ
อีกทีดีกว่า

 

โดย: ดอกคูณริมฝั่งโขง 8 ธันวาคม 2550 13:56:38 น.  

 

แหม การย้อนยุคต่างๆเนี่ย เขามีทฤษฎีอธิบายได้ตามหลักการของวิทยาศาสตร์นะคะ
ลองไปอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ทั้งหลายสิคะ สนุกนา ของไอแซค อาซิมอฟก็ได้ค่ะ ทฤษฎีกิ๊บเก๋มากๆ
--------------
ท่าทางจะเพี้ยนแล้ว ไอแซ็ค อาซิมอฟ เขาเขียนนิยายเชิงวิทยาศาสตร์
แล้วไม่ต้องไปโยงอะไรกับนักเขียนหรอก
คนอ่านด้วยกันนี่แหละ เห็นพวกเทพทั้งหลายในบล็อกนี้วิจารณ์แล้วอดไม่ได้จริงๆ
ไอ้เล่มที่เห็นชื่นชมกัน เปิดอ่านแล้วก็งั้นๆ แหละ
คุณเป็นเพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบในแนวทางเดียวกันเท่านั้น
การวิจารณ์ในส่วนความผิดพลาของการพิมพ์หรือปรู๊ฟนั้นไม่มีใครว่าหรอก ตรงนั้นเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็น้อมรับเมื่อผิดพลาด
หลายความเห็นกำลังจะบอกว่าหากหนังสือที่กลุ่มคนตรงนี้ชื่นชอบคือหนังสือที่มีคุณภาพ หนังสือที่กลุ่มคนตรงนี้วิจารณ์ว่าไม่ดี ต่อไปนักเขียนจะตกกระป๋อง ขายไม่ได้
เป็นแบบนั้นจริงๆ อีกหน่อย หลายๆ สนพ. คงต้องแจ้นมาให้คนในบล็อกนี้ช่วยโปรโมทแล้ว

 

โดย: --- IP: 222.123.62.202 8 ธันวาคม 2550 19:16:57 น.  

 

^
^
^
ไหนใครเพิ่งท้าไปว่า ไม่มีอีแอบไง แล้วนี่อะไร --- แบ๊ะๆๆๆ

หรือจะให้ใช้ตรรกะแบบนักเขียนโง่ๆ ชอบใช้ ไม่พอใจก็ไม่ต้องอ่านสิ แบบนั้นเหรอ? งั้นเอามั่งก็รู้อยู่แล้วบล็อคนี้เป็นงี้ก็ยังเข้ามาอ่านทุกที แบบนี้เรียกอีโง่ซ้ำซาก เข้ามาวอนให้ด่าทุกทีได้ไหม?

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.193.211 8 ธันวาคม 2550 21:44:38 น.  

 

แถมอีกนิด...แถมไม่เคยงัดเหตุผลมาเถียง แบบเป็นชิ้นเป็นอันสำเร็จด้วย เบื่อว่ะพัฒนาหน่อยดิ

 

โดย: ไทยมุงฯ (กำลังเซ็งมีเหยื่อมาให้ขย้ำพอดี) IP: 124.120.193.211 8 ธันวาคม 2550 21:46:32 น.  

 



แว่วๆ มาว่า

นักเขียนท่านนี้ออกหนังสือปีละ 6 เล่ม

ทำได้ไงเนี่ย ทึ่งมากมาย

 

โดย: ผ่านมาแล้วผ่านไป อิอิ IP: 61.7.179.14 9 ธันวาคม 2550 0:46:20 น.  

 

อีชั้นเซ็งแทนเป็นคุณฉมค่ะ เจอผู้ชายเห้ๆ อย่างนี้ เป็นอีชั้น อีชั้นก็แค้น จะจองเวรสิบชาติไม่เลิกเลยเอ้า

แต่พูดถึงตัวนิยาย เฮ้อ เวลาอ่านงานของนักเขียนคนนี้ เจอบ่อยค่ะ ไอ้เรื่องทะแม่งๆ เนี่ย บางทียังสงสัยเลยว่าเขียนเองป่าวว่า หรือว่าใช้ทีม(แบบพวกนักเขียนบทโทรทัศน์) เห็นบางเรื่องก็เขียนดี๊ดี บางเรื่องก็...นะ

 

โดย: ดาว IP: 125.25.92.63 9 ธันวาคม 2550 1:00:11 น.  

 

ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ

เดี๊ยนเป็นนักอ่านที่เอาแต่ใจ นิยายของคุณนักเขียนคนนี้ ไม่เคยซื้อ ไม่เคยอ่าน เนื่องจากเท่าที่ลองพลิกดูเรื่องละ 2-3 หน้าที่ร้านหนังสือ แล้วเดี๊ยนพบว่าฝีมือการเขียนยังต่ำกว่ามาตรฐานที่เดี๊ยนตั้งไว้มาก ไปร้านหนังสือแค่เห็นก็เมินแล้วค่ะ

พอมาเจอกับ comment พร้อมหลักฐานที่เจ้าของบล็อกเอามาให้ดู ก็รู้สึกขอบคุณในวิจารณญาณส่วนตัวเป็นอันมาก ที่ทำให้ไม่ต้องเสียเงินไปซื้องานสุกเอาเผากินแบบนี้มาให้ปวดกบาลเรื่องการกำจัดออกไปจากบ้านภายหลัง

หากท่านผู้ใดจะค้านว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านสิ ค่ะ จริง กูไม่อ่านอยู่แล้วค่ะ แต่อย่าลืมนะคะ อาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่ต้องใช้สมองกลั่นกรองเอาจินตนาการและการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ออกมาเป็นตัวหนังสือ เป็นเรื่องราวให้สมจริงสมจังที่สุด ถ้าหากนักเขียนอาชีพยังออกงานเขียนลักษณะนี้ออกมา อาชีพของคุณคงจบลงในไม่ช้า ไปทำงานอื่นดีกว่าค่ะคุณ

 

โดย: นักอ่านเอาแต่ใจ IP: 165.21.155.73 9 ธันวาคม 2550 11:49:20 น.  

 

ทีแรกแอบงงว่าจบแล้วเหรอนี่ หลายเดือนก่อนอ่านในเว็บยังไม่ถึงไหนเลย ตั้งใจจะตามไปอ่าน
แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจ...ไม่ตามอ่านแล้วฮ่ะ ^ ^"

 

โดย: :-) (Nontagorn ) 9 ธันวาคม 2550 12:38:51 น.  

 

บล็อกนี้เลือดหยดติ๋งๆ อิอิ

อ่านตรงท้ายไม่รู้เรื่องอ่ะค่ะ ช่วยทำลิงก์ หรือใบ้เพิ่มได้ไหมคะ

 

โดย: taftie IP: 128.36.60.46 9 ธันวาคม 2550 13:31:05 น.  

 

เดี๊ยนพบว่าฝีมือการเขียนยังต่ำกว่ามาตรฐานที่เดี๊ยนตั้งไว้มาก <-----ประโยคนี้อ่ะ


คุณนักอ่านเอาแต่ใจ...งานของคุณอาริตาไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปทุกเรื่อง เรากำลังพูดถึงทับตะวันเรือนจันทราเรื่องเดียวยังไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น อย่าเพิ่งด่าเหมารวม เพราะถ้าไม่เคยอ่านเลยเปิดมาตามร้านแค่นั้นแล้วตัดสิน แสดงว่าคุณเป็นนักอ่านที่ต่ำกว่ามาตรฐานเช่นกัน

-------------------------------

ถึงใครบางคนนะคะ ถ้าเขียนนิยายแล้วไม่เคยออกมาดี เพราะหาเหตุผลเนียนๆ ดีๆ มาประกอบเรื่องไม่ได้ แล้วโดนคนอ่านด่าก็มานั่งเจ็บใจหาช่องทางแก้แค้นอยู่เป็นนิตย์...เขาเรียกขี้แพ้ชวนตี

ทับตะวันฯ ก็ไม่ได้อ่าน ก็ขนาดรีวิวยังอ่านไม่ละเอียด แล้วมางัดค้านมันก็งัดไม่ขึ้นสิคุณ พองัดไม่ขึ้นถูกด่าซ้ำด่าซาก(เป็นมาโซฯหรือไง) ก็บอกว่าบังเอิญเข้าบล็อคนี้ ไม่ใช่ขาประจำ บังเอิญมาได้ทุกหนที่รีวิว(สตอเบอร์รี่มั่กๆ) พอบอกให้พัฒนา...เลยพยายามเปลี่ยนแผนใหม่ กะจะให้บล็อคนี้เสียกลายเป็นบล็อคด่าไม่ต้องใช้เหตุผลจะได้เสียภาพลักษณ์ไปเลยชิมิเคอะ? ฝีมือด่าต่ำกว่ามาตรฐานไปฝึกมาใหม่ไป๊

แถมให้เรื่องที่คุณไม่รู้อีกเรื่อง เดี๋ยวนี้ สนพ. หลายที่เขาโปรโมทนิยายโดยส่งให้บล็อคหนังสือรีวิว ไม่ใช่เฉพาะนี้ที่ได้แต่หลายบล็อคได้ หาข่าวคราวก่อนด่าซะบ้าง ถ้าไม่มีผลเลยเขาจะส่งมาทำไม แถมยังกำชับว่า "ด่าก็ได้ไม่เป็น ดีกว่าไม่มีใครพูดถึงเลย" มันเป็นการตลาดในรูปแบบใหม่ จะพูดถึงในทางไหนก็ยังได้อยู่ในกระแส มีผลต่อการแนะนำให้คนอ่านรู้จัก อย่างน้อยคนอ่าน ก็ได้รู้จักนามปากกาและถ้าโดนตินักเขียนจะได้พัฒนาในเรื่องต่อๆ ไป

พี่นกแกก็รีวิวสลับกันระหว่างของฟรีกับของซื้อ แต่เล่มนี้เราเป็นคนเริ่มเราก็รีวิวก็แค่นั้น....(ย้ำเล่นนี้เสียเงินซื้อ)

คนฉลาดเขารู้จักถอยในเวลาที่ควรถอย แบบนี้สมควรให้ด่าจริงๆ ว่าโง่ไม่พัฒนา กลับไปนั่งเทียนเขียนนิยายเพ้อเจ้อต่อเถอะ อย่ามาเป็นสัมภเวสีแถวนี้ อ๊ะๆๆ ไม่ได้เอ่ยชื่อใครหรือกระทู้ไหนนะ อย่าร้อนตัวเชียว

 

โดย: ไทย(นั่งเฝ้าบล็อค) IP: 124.120.184.76 9 ธันวาคม 2550 15:03:32 น.  

 

คุณไทย(นั่งเฝ้าบล็อค)

คำว่า"มาตรฐาน" ที่เดี๊ยนใช้ในประโยคนี้
"เดี๊ยนพบว่าฝีมือการเขียนยังต่ำกว่ามาตรฐานที่เดี๊ยนตั้งไว้มาก
ข้อความที่ขีดเส้นใต้นั้นหมายถึงมาตรฐานที่เดี๊ยนตั้งไว้ในใจของเดี๊ยนเอง เวลาจะเลือกซื้อหนังสือนิยายดีๆ มาอ่านสักเล่มสองเล่ม
เดี๊ยนคงมิอาจเอื้อมยกตนว่าตัวมีมาตรฐานสูงเลิศกว่าผู้อ่านท่านอื่นหรอก ด้วยเจียมเนื้อเจียมตัวว่าความรู้เรื่องหนังสือหนังหานั้นยังอ่อนด้อยนัก

แต่ถามนิดเถอะว่า ไอ้การจะไปซื้อเลือกซื้อหนังสือนิยายสักเล่มที่ร้านหนังสือเนี่ย นักอ่านที่เป็นมนุษย์ปกติ เขาต้องอ่านกันทุกหน้า จนจบเล่มมั้ยล่ะคุณ แค่ scan อ่านเป็นช่วงๆก็พอแล้วมั้ง นิยายนะคุณ อ่านเล่นเพลินๆ ไม่ใช่เอาไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ อ่านสำนวนการเขียนก็พอจะประเมินผู้เขียนได้ไม่ยากนักหรอก แล้วก็ตัดสินใจว่าซื้อหรือไม่ซื้อ หรือคุณว่าไงล่ะคะ

 

โดย: นักอ่านเอาแต่ใจ IP: 165.21.155.73 9 ธันวาคม 2550 15:34:52 น.  

 

แน่นอนค่ะ การที่คนซื้อเปิดลองอ่านดูเป็นเรื่องปกติ
เพื่อทดลองดูว่าต้องรสนิยมหรือไม่ เป็นการประเมิณ
เพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อไม่ซื้อ....ถูกต้องนะคร้าบ..บ

แต่คงไม่มีใครที่กล้าออกปากด่าว่า "แย่!" ตั้งแต่
อ่านได้แค่ 3 หน้าแรก และยังบอกว่าไม่ต้องอ่านก็รู้แล้ว
เนื่องจากไม่ชอบเลยไม่อ่าน แต่สามารถตรัสรู้ได้เอง
ราวมีญาณวิเศษที่ชื่อว่าอคติส่วนตัว ออกจะปิดโอกาส
ผู้เขียนไปหน่อยนะค้า บล็อคนี้ถ้าจะด่านิยายเล่มไหน
คุณอ่านมาหลายทีแล้วก็คงรู้ว่า ชี้ให้เป็นเป็นรายจุด
หรือแม้กระทั่งแสกนส่วนผิดพลาด แยกแยะให้ดูว่า
ตรงไหนนักเขียนชุ่ย ตรงไหนเป็นความผิดของกอง บก.
จริงไหมคะ?

หากตัดสินแบบฟันธงอย่างที่คุณนั้น ไม่แคล้วมันคงต้อง
เรียกว่าเป็นการ...แทงกั๊ก ด้วยมาตรฐานส่วนตัวที่คุณบอกว่า
ได้เจียมเนื้อเจียมตัวแล้วนั่นแหละค่ะ (ขนาดเจียมแล้วนะเนี่ย)

สรุปแล้ว....ถ้าไม่สบายใจก็เดินออกจากบล็อค ผสมย.
ไปได้เลยค่ะ แต่ถ้าอยากอยู่ต่อจนเจ้าของตัวจริงกลับมา
ก็ตามสบาย เดี๊ยน..เอ้ย เรามันแค่คนรับจ๊อบเฝ้าบล็อค
อันที่จริงก็อยากดูน้องหง่าวต่อนะ...
แต่เดี๋ยวต้องออกไปข้างนอกแล้ว เชิญพ่นภาพลักษณ์
ตัวเองออกทางปากตามสบายค่ะ

 

โดย: ไทยมุง(นั่งเฝ้าบล็อค) IP: 124.120.184.76 9 ธันวาคม 2550 16:15:35 น.  

 

อีกไม่นานก็จะแต่งเรื่องย้อนเวลาไปแค่อดีตใกล้ๆ เหมือนกัน เห็นด้วยกับหลายคห.ว่าก่อนลงมือเขียนน่าจะศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียนก่อนให้ดีๆ ผมอ่านต่วยตูน หนังสือชุดวิทยาศาสตร์ เรื่องลี้ลับ การซ้อนเหลื่อมเวลา มากมายหลายเล่ม จนเกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนนิยายย้อนยุค แน่นอนว่ามีข้อมูลเพียงพอที่จะเขียนให้ใครสักคนย้อนกลับไปสู่อดีตสมัยรุ่นคุณยายยังสาวได้ โดยใส่กฎเกณฑ์ ความน่าจะเป็นทางวิทยาศาสตร์ลงไปเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ มีนักเขียนหลายคนที่ถูกรีวิวว่า จู่ๆ นางเอก(มักจะเป็นนางเอกใช่ไหม) ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต แต่นักเขียนไม่ยักเน้นว่าย้อนไปได้อย่างไร ไม่มีรายละเอียดแน่นอน อยากย้อนก็ย้อน ขอให้ได้เจอพระเอก คนอ่านสนใจแต่ช่วงที่นางเอกพระเอกพบกัน อยู่ด้วยกันก็เป็นพอมิใช่หรือ

ผมว่าถ้าคนเขียนใส่ข้อมูลการย้อนเวลาลงไป แม้ไม่มากแต่มันก็ถือเป็นสาระความรู้ให้คนอ่านได้นะฮะ แต่ไม่ใช่บรรยายละเอียดเสียจนเป็นบทความเชิงวิชาการ เพียงแต่ให้คนอ่านเกิดความรู้สึกว่า อ่อ ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าโลกใบนี้มีมิติที่สี่ มีช่องว่างของกาลเวลา บลาๆๆ

ที่พูดมาก็แค่อยากออกความเห็นฮะ ว่าการหาข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญและช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ความสมจริงและน่าติดตามให้กับนิยาย คงไม่มีใครว่าผมอาจเอื้อมเสนอความเห็นนะ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

 

โดย: Robinhood IP: 203.113.45.164 9 ธันวาคม 2550 16:27:03 น.  

 

คุณไทยมุง

ถ้าคุณเป็นนักเขียน คุณน่าจะรู้นะว่าคนอ่านน่ะมีหลายประเภท ไอ้ที่เอาแต่ใจแบบนี้น่ะ ยังมีอีกมาก เพียงแต่คุณโชคดีที่ไม่ได้เจอบ่อยๆ

คนที่อ่านหนังสือทุกชนิดมา 30 กว่าปีน่ะ มันไม่ยากเท่าไหร่หรอกที่จะตัดสินคนเขียนได้ในเวลาสั้นๆ จะบอกให้หึ หึ

เปิดใจรับฟังเสียงลูกค้าธรรมดาๆ อย่างเดี๊ยนบ้างเถอะ อย่ามัวแต่เลือกฟังเฉพาะเสียงที่พอใจอยู่เลย

เรื่องรอหรือไม่รอเจ้าของบล็อกน่ะ อย่าห่วงเลย เดี๊ยนหลังไมค์ไปหาเธอเรียบร้อยแล้ว มีอะไรก็หลังไมค์มาได้ค่ะ

 

โดย: นักอ่านเอาแต่ใจ IP: 165.21.155.68 9 ธันวาคม 2550 16:39:27 น.  

 

เปิดใจรับฟังเสียงลูกค้าธรรมดาๆ อย่างเดี๊ยนบ้างเถอะ อย่ามัวแต่เลือกฟังเฉพาะเสียงที่พอใจอยู่เลย
^
^
^
เดี้ยนไม่ใช่คุณอาริตา ออกไปข้างนอกแล้วจริงๆ และนักวิจารณ์กับนักเขียนไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน ถ้าคนอ่านมีวิจารณ์ที่ดีก็สามารถวิจารณ์ได้ ในขณะที่คนเขียนบางคนก็เขียนเป็นอย่างเดียววิจารณ์ไม่ได้ ตรงนี้ต้องแยกแยะออกจากกัน ประสบการณ์ 30 ปีของคุณป้า ยังทำให้คุณป้าวิจารณ์ได้เลยโดยไม่ต้องเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอคะ? ป้า...

 

โดย: ไทยมุง(นั่งเฝ้าบล็อค) IP: 124.120.184.76 9 ธันวาคม 2550 16:42:31 น.  

 

โพสเร็วไปนิด หมายความว่าตอบอันนี้จะออกไปข้างนอกแล้วจริงๆ

ยืนยันอีกครั้งเดี้ยนไม่ใช่ป้าอาริตาฮ่า....ถ้าใช่ใครจะมาด่าตัวเองล่ะฮ้า

 

โดย: ไทยมุง(นั่งเฝ้าบล็อค) IP: 124.120.184.76 9 ธันวาคม 2550 16:44:02 น.  

 

เข้ามานั่งงง ขนาดว่าหนนี้น่าจะเลือดน้อยๆ รู้สึกจะสาดเหมือนกันแฮะ

-*-

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่รอคอยมานานมากๆ เพราะเคยคุยกับคนเขียนไว้เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว กว่าจะออกมาคนรอก็เกือบลืมไปเลย

เอ่อ พยายามปิดตากับบ๊อกนี้ แต่ อือ สงสัยเล่มนี้คงต้องเก็บไว้ก่อน เอาไว้ลืมๆ ไปแล้วจะเอาออกมาอ่าน

เล่มนี้ ลูกสาวกำนัน ไม่มีคอมเมนท์นะ เจ้าของบ๊อกคงรู้ว่าเพราะอะไร

แต่ยังไงเราว่า ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี หากพูดกับด้วยเหตุผล พี่หนูนา รับฟังอยู่แล้วอ่ะค่ะ

ปีนึงๆ พี่หนูนาออกนิยายมาหลายเรื่องมาก ก็มีทั้งเรื่องที่เราชอบและเราไม่ชอบ เพราะคิดว่า พี่หนูนาไม่ได้เขียนเก่งไปเสียทุกแนว ที่ถูกใจสำหรับเราจะเป็นแนวชีวิต เครียดๆ (จริงๆ เราชอบแบบ บัวปริ่มน้ำ นะ สไตล์นี้ของพี่หนูนาเราจะชอบมาก)

ยังไงพี่หนูนาก็เขียนมานานนะคะ เรื่องก็ีมีทั้งดี ไม่ดี ตก หล่น มีบ้าง หากผิดพลาดตรงไหน คนอ่านก็ช่วยๆ กันคอมเมนท์ ก็เป็นประโยชน์ต่อผู้เขียนแน่นอน

เอ่อ ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านี้ จะมาบอกว่า งวดนี้เค้าไม่เกี่ยวนะ มานั่งอึ้งเฉยๆ ว่าชักเลือดสาดใหญ่แล้ว

คลานเข่าออกจากบ๊อกดีฝ่า

 

โดย: ลูกสาวกำนัน IP: 203.113.17.171 9 ธันวาคม 2550 17:10:06 น.  

 

โอ๊ะ โอ ไม่ได้เข้าเน็ทสองวัน (ต่อไม่ได้ )
มีคนมาหาว่าเราเพี้ยนเสียแล้ว

"ท่าทางจะเพี้ยนแล้ว ไอแซ็ค อาซิมอฟ เขาเขียนนิยายเชิงวิทยาศาสตร์
แล้วไม่ต้องไปโยงอะไรกับนักเขียนหรอก"

เปล่าค่ะ ยังไม่เพี้ยนหรอก สติยังดีอยู่ แต่คุณน่ะ ท่าทางจะเพี้ยนมากกว่า
อ่านแล้วงงที่คุณเขียนน่ะ เขียนนิยายเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องโยงกับนักเขียน?
แล้วคุณไอแซคนี่ไม่ใช่นักเขียนเหรอคะ? แล้วนิยายไม่เกี่ยวข้องกับนักเขียน?
ตอบแปลกๆนะคะคุณ สับสนอะไรในตัวเองหรือเปล่า

เอ นอกจากจะตกวิทยาศาสตร์แล้วสงสัยจะตกภาษาไทยอีกอย่างใช่ไหมคะเนี่ย
แหม จะช่วยแปลภาษาคุณให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายหน่อยแล้วกัน
คุณจะบอกว่า เป็นนิยายเชิงวิทยาศาสตร์ คนละแนวกับนิยายธรรมดาใช่ไหมคะ
อ๊ะ หรือถ้าเราแปลผิด คุณช่วยมาอธิบายใหม่แล้วกัน
เอาแบบที่คนอื่นเขาเข้าใจนะ ไม่ใช่ลักลั่นย้อนแย้งแบบนี้ (ต้องแปลคำว่า ลักลั่นย้อนแย้ง ด้วยไหม?)

อ้อ ก็ขอบอกคุณตรงนี้เลยนะ เรา"ตั้งใจ"ยกตัวอย่างนิยายวิทยาศาสตร์ให้คุณค่ะ
เพราะเราอยากให้คุณไปลองอ่านเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาการเสียบ้าง
ไม่ใช่งมโข่งอยู่แต่ในจินตนาการโดยไม่มองโลกภายนอก
ก็คุณบอกเองว่า นิยายเป็นจินตนาการ ไม่ต้องสนใจวิทยาศาสตร์

ต๊าย ตาย เราเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าไอ้หนังสือที่คุณอ่านอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ใช้วิทยาศาสตร์เลย
หมึกพิมพ์ กระดาษ กาว สี ที่ใช้ในการพิมพ์ การรวมเล่มนี่ไม่ได้เกิดจากวิทยาศาสตร์
หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ทที่คุณนั่งอ่าน นั่งแถ เอ้ย พิมพ์ มาอยู่เนี่ย
เกิดมาได้เองโดยนักวิยาศาสตร์ไม่ได้ทำอะไรเลย

จะบอกให้นะคะคุณ ทุกอย่างในโลกนี้ เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งนั้นแหละค่ะ
ความเจริญก้าวหน้าในโลก มาจากวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น
คุณจะมองไปทางไหนก็มีวิทยาศาสตร์มาเกี่ยวข้องทั้งนั้นแหละ
จะเสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้า แม้แต่แดดที่ส่องมาเนี่ยยังเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เลยคุณ
เพราะไอ้ความร้อนจากดวงอาทิตย์น่ะ มันเกิดจากปฏิกริยาฟิวชั่น-ฟิชชั่นบนนั้น

อ้อ แล้วไม่ต้องมาบอกนะ ว่าไม่ได้เรียนสายวิทย์มา ไม่รู้เรื่อง
ไอ้ที่สอนเรื่องปฏิกริยานี่อยู่ในหลักสูตรม.ต้นค่ะคุณ

ป.ล. แหม คุณอ้อมโลกฯขา เจ้าป้าแสงฝางแกวิเคราะห์หนุกดีออก
อ่านเพลินดี ออกจะลึกลับซับซ้อน ฮา

 

โดย: piccy IP: 124.120.238.190 10 ธันวาคม 2550 8:30:24 น.  

 

เลิกอ่านงานเขียนของนักเขียนท่านนี้มานานแล้ว (ไม่ว่าจะนามปากกาอะไร) เพราะไม่ว่าเขียนเรื่องไหน ก็ออกมาลักษณะเดียวกันหมด ลืมบทพูดตัวละครที่เคยพูดไว้ตอนต้นๆบ้าง พูดซ้ำไปซ้ำมา ย้ำๆ (แบบย้ำคิดย้ำทำ) บ้าง บทวกไปวนมา พายเรือในอ่างบ้าง... ขนาดตอนหลัง ยอมทำใจกว้าง หยิบเรื่องที่เขียนหลังๆมาอ่านอีกที อืม... ก็ยังเป็นเหมือนเดิม... ก็เลยบ๊ายบายดีกว่าอ่ะค่ะ

 

โดย: หวัน (หวันยิหวา ) 10 ธันวาคม 2550 10:31:18 น.  

 

piccy ไม่รู้เหรอว่าบล็อคนี้เป็นบล็อคที่สร้างขึ้นปาฏิหาริย์ ต้องมีแต่คนที่รักการอ่านหนังสือเท่านั้นถึงจะมองเห็นบล็อคนี้ มันไม่ได้ปรากฏในเน็ตเพราะไม่ใช่วิทยาศาตร์เข้าช่วย นี่น่ะความรักล้วนๆ นะตัวเอง

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.184.254 10 ธันวาคม 2550 11:42:29 น.  

 

ดึงขาลูกสาวกำนันเอาไว้
แล้วชิงคลานออกไปก่อน

 

โดย: ต.ท. IP: 124.121.3.48 10 ธันวาคม 2550 13:37:43 น.  

 

ปกติก็อ่านงานของคุณอาริตาบ้างคะ ถ้าเกิดเปิดๆดูแล้วน่าจะโอเค
บางเล่มก็สนุก บางเล่มก็ไม่สนุก
เล่มนี้ยังไม่ได้อ่าน ไม่มีความเห็น
แต่พอเห็นการแบ่งบรรทัดแบบรูปที่สองที่เอามาให้ดูแล้ว
เสียดายเนื้อที่กระดาษอ่ะค่ะ

ปล. อยากอ่านแผนรักแผนร้ายมากๆเลยค่า
แต่ที่ร้านเช่าไม่มี แล้วช่วงนี้เค้าปราบปรามหนังสือแนวนี้ด้วย หาซื้อยากมากๆ 555+

 

โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.166.13 10 ธันวาคม 2550 17:26:28 น.  

 

เอ่อ มาขำความเห็นไทยมุงฯ

 

โดย: piccy IP: 124.120.234.222 10 ธันวาคม 2550 18:11:27 น.  

 

สารภาพว่าไม่ค่อยได้อ่านนิยายแนวนี้ แต่อดขำ
เขามองมา
เธอมองไป
แล้วเธอก็ถอนใจ
ไม่ได้แฮะ ยังกะไฮกุแน่ะ

 

โดย: ทินา IP: 58.64.120.60 10 ธันวาคม 2550 21:15:12 น.  

 

ไม่ค่อยได้เข้าเนทเสียนาน หน้าตาบล็อกใหม่สดใสนะค่ะ


ปล. ว่าจะหาหนังสือของอาริตามาอ่านบ้าง อยู่ต่างจังหวัดเห็นหนังสือของนักเขียนคนนี้เยอะมากๆ Ha

 

โดย: สายลมอิสระ IP: 58.9.222.216 10 ธันวาคม 2550 22:31:24 น.  

 

เห็นด้วยครับว่าการรีวิวหนังสือเป็นทัศนะส่วนบุคคล ยิ่งมาอ่านบทรีวิวของคุณแล้วยิ่งอ่านไปขำไปครับ เรียนตรงๆ ว่าเป็นคนชอบอ่านหนังสือธรรมดาคนหนึ่งครับ ไม่ได้มีนักเขียนที่จำเพาะเจาะจงว่าชอบเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้มีนักเขียนคนใดที่อ่านแล้วอคติเป็นพิเศษเหมือนที่คุณผู้สาวเมืองยศกำลังกระทำในขณะนี้

ผมเป็นลูกชาวนาธรรมดา แต่บังเอิญโชคดีได้ร่ำเรียนเขียนอ่านจนจบประโยคอุดมศึกษา มีความสนใจในวรรณคดีและวรรณกรรมเป็นพิเศษ จึงเลือกเรียนโดยตรงในสายอักษรศาสตร์ ซึ่งทำให้มีโอกาสได้อ่านหนังสือพอสมควร แต่ยังมิอาจจะเรียกได้ว่าอ่านมาก



อาจจะมิได้อ่านมากเสียจนนำมาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้วยฉันทาคติและอคติได้เก่งเท่าคุณผู้สาวเมืองยศ


ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้อ่านงานคุณอาริตามาเมื่อช่วงปีหรือสองปีมานี้เท่านั้น แต่ก็อ่านมากกว่าสิบเรื่อง หลายเรื่องที่อ่านจบ ก็มักจะมีรอยยิ้มที่มุมปากเป็นรางวัลให้คนเขียนอย่างเงียบๆ ทุกที


แต่อย่างว่าแหละครับ ในทัศนคติที่ค่อนข้างพอใจกับนิยายที่ได้อ่าน ผมก็มิบังอาจเอานวนิยายลิขสิทธิ์อันมาจากมันสมองและสองมือของนักเขียนท่านนั้นๆ มาเล่าให้ผู้อื่นฟังแบบละเอียดชนิด "เล่าไปด่าไป" ทุกบรรทัดอย่างผิดมารยาทเช่นนี้ได้ เพราะนอกจากจะเป็นการเล่าให้คนที่เขาอยากอ่านได้รู้เรื่องที่เขาอยากรู้จนเขามิต้องไปซื้ออ่านเอาจากต้นฉบับ มันก็มิต่างจากพวกเทปผีซีดีเถื่อนที่เอาเรื่องดีๆ ของผู้อื่นมาทำปลอมหากำไร ในที่นี้ก็คือนำเรื่องจากความสามารถของผู้อื่น มาทำทีวิจารณ์ว่าตัวเองฉลาดนักเพื่อหาเรตติ้งบล็อกของตัวเองอย่างน่าไม่อาย


แต่ก็พอจะเข้าใจได้เช่นกันกับสำนวนการวิจารณ์แบบไร้รสนิยม ไร้ความสุภาพ และไร้มารยาทแบบนี้ คงจะมิได้มาจากผู้ที่มีความรู้ในศาสตร์และศิลป์ของการวิจารณ์มากสักเท่าใดนัก หรืออาจจะเป็นพวกอกหักที่ทำอย่างเขาไม่ได้ หรือไม่มีโอกาสได้ทำ



ผมไม่เคยรู้สึกอะไรกับนักเขียนที่ชื่ออาริตามาก่อนที่จะได้อ่านบล็อคที่ทำทีเป็นว่าวิจารณ์หนังสือเป็นอย่างคุณ จนได้อ่านนั่นแหละ ถึงรู้สึกว่า หากนักเขียนรุ่นเก่าที่ไม่มีแฟนคลับบ้าคลั่งคอยทำเวบไซต์เชียร์หรือคอยถล่มคนนั้นคนนี้และยกหางเพียงนักเขียนที่ชอบเท่านั้น ก็คงจะเป็นแบบคุณอาริตาที่ถูกถล่มเช่นนี้เป็นแน่



แต่สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือเช่นผม คงจะมีเรื่องฝากไว้เพียงเรื่องเดียว หากคนอย่างคุณจะชมใครหรือชอบใครด้วยใจจริง โปรดอย่าชมเขาในเวบแบบนี้เลยครับ ผมว่านักเขียนนั้นๆ คงไม่ดีใจกับการเชียร์และการวิจารณ์ในเชิงบวกจากคนไม่มีมาตรฐานเชิงวิชาการเช่นนี้ดอกครับ!

 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 11 ธันวาคม 2550 11:20:47 น.  

 

ปัจฉิมลิขิตครับ เป็นเช่นที่คุณว่านะครับ ว่านักเขียนที่ดีย่อมไม่เดือดร้อนที่จะเขียนหนังสือให้คนอื่นหรือนักอ่านวิพากษ์วิจารณ์ แต่มันเป็นธุระกงการอะไรของนักเขียนไหมครับ ที่เขาจะผลิตงานออกมาเพื่อให้คนที่มีอคติติแบบไม่ก่อ ไม่ได้ตักเตือนเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ นอกจากก่นด่าเพื่อความสาแก่ใจไปวันๆ



ผมไม่รู้ว่าคุณผู้สาวเมืองยศอายุเท่าไหร่ แต่ผมทราบเลาๆ ว่าคุณอาริตาเขียนหนังสือเป็นอาชีพมามากกว่า 20 ปีแล้ว ประสบการณ์การทำงานและความศรัทธาในงานของเธอนั้นน่าจะมีมาก ผมมิได้อาจหาญพอที่จะทราบความเป็นไปของเธอโดยใกล้ชิด เพียงแต่คะเนเอาจากวิสัยทัศน์ของคนนอก




คุณคาดหวังอะไรกับคนเขียนหนังสือหรือครับคุณผู้สาวเมืองยศ เขาทำมาหากินเขียนหนังสือเลี้ยงชีวิตและครอบครัวและผมเชื่อว่าเขาก็มีภาระเชิงครอบครัวพอๆ กับคุณ และเขาก็เป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงทำงานหาเงินเหมือนคุณนั่นแหละครับ ถ้าคุณทำงานทุกวัน และมีคนเขียนเวบด่างานที่คุณทำทุกวัน คุณก็อาจจะพอรู้สึกกับการที่คุณใช้การที่คุณอ้างว่าเป็นการวิจารณ์นั้นทำลายคนทำงานคนหนึ่งอยู่


ท่ามกลางการประกาศปาวๆ ว่าขอให้เด็กไทยได้อ่าน ขอให้เด็กไทยรักการอ่าน ช่วยกันหาวิธีให้เด็กไทยได้อ่านหนังสือ




คุณงามพรรณเธอพูดว่า แล้วสังคมให้อะไรกับต้นธารแห่งการบ่มเพาะการรักการอ่านอย่างนักเขียนบ้าง???






คุณต้องยอมรับครับ ว่าหากไม่มีหนังสือแล้วไซร้ เด็กย่อมจะรักการอ่านไปมิได้ หากไม่มีผู้ผลิตหนังสือแล้วไซร้ ห้องสมุดและชุมชนการเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้






แล้วคนเช่นคุณในสังคมทุกวันนี้ ทำร้ายนักเขียนทำไมหรือครับ???

 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 11 ธันวาคม 2550 12:05:59 น.  

 

คุณ BBT เอ้ย คุณอิงคะ อ่านความเห็นคุณแล้วเกิดข้อสงสัยดีแท้
คุณเป็นพวกเหมารวมแต่กำเนิดหรือเปล่าคะ ไอ้ตรรกะประเภทที่ว่า หนังสือเรื่องนี้เขียนไม่ดี
แปลว่า คนเขียนจะเขียนเรื่องอื่นไม่ดีด้วยเนี่ย มันเป็นตรรกะของพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีนะคะ

หัวบล็อกเขาก็บอกอยู่ว่าเขาพูดถึงเรื่อง "ทับตะวันเรือนจันทรา" เพียงเรื่องเดียว
ไม่ได้บอกแม้แต่น้อยว่า เรื่องอื่นๆของคุณอาริตาเขียนไม่ดี
บทสรุปท้ายเองก็บอกว่า คุณอาริตาเขียนเรื่องแนวอื่นสนุกกว่า
อ่านเรื่องนี้แล้วไม่ชอบ ผิดหวัง มันแปลว่า อ่านเรื่องอื่นแล้วจะไม่ชอบ ผิดหวังด้วย?

อีกอย่าง รู้สึกว่าคุณจะดูถูกคนอ่านรีวิวมากไปมังคะ
มีใครบ้างเชื่อทุกคำพูดของคนอื่นโดยไม่ไตร่ตรองก่อน
การรีวิวหนังสือ ก็คือการพูดถึงความคิดของตัวเองเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ให้ทุกคนรู้
เราก็มาอ่านว่า เขาคิดแบบนี้ๆนะ ถ้าเราอ่านบ้างจะเป็นอย่างไรกัน
บางเรื่องอ่านที่รีวิวแล้วก็รู้ว่าไม่น่าจะถูกจริตสักเท่าไร บางเรื่องเห็นรีวิวน่าสนใจก็อยากอ่าน
บางเรื่องเขาด่ายังขวนขวายไปหาอ่าน จะได้รู้ว่าเขาติติงถูกหรือเปล่าเลยคุณ
บางคนอ่านแล้ว มาแย้งว่าผิดนะ ก็โต้แย้งกันไป ด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์

ถามจริงๆเถอะคุณ คุณรู้มารยาทการอ่านกระทู้ หรือบล็อกไหมคะ
ว่าควรจะอ่านให้จบทุกตัวอักษร อ่านความคิดเห็นของคนที่เข้ามาตอบก่อนจะออกความเห็นค่ะ
การจะบอกว่าคนอื่นไม่มารยาท ควรจะดูตัวเองก่อนด้วย ว่ามีมารยาทในการตอบคอมเมนต์ไหม

เราอ่านคอมเมนท์คุณ เราก็รู้ว่า คุณอ่านไม่จบ หรืออ่านไม่ละเอียด (หรือไม่ก็เหมารวม)
ไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องรู้ว่า บทที่เขียนทั้งหมดนั่น เป็นการเขียนของคนสองคน
คือผู้สาวเมืองยศ กับไทยมุง(ผู้)ไม่ประสงค์จะออกนาม
ซึ่งผู้สาวเมืองยศเองยังเขียนค้านไทยมุงฯบางจุด บางจุดเสริมความคิดเห็นด้วยซ้ำ

ไทยมุงฯเองก็ออกมารับอยู่ในความเห็นที่ 13
ว่าเขียนด้วยอารมณ์ผิดหวังอย่างแรงในงานเขียนของคนที่เคยประทับใจ
รีวิวมันก็เลยออกมาด้วยอารมณ์แบบนี้

อ๊ะ เกือบลืม เจ้าของรีวิวเขาฝากมาบอกว่า
ปัจฉิมลิขิตเสร็จเมื่อไหร่ เรียกด้วยแล้วกัน จะได้เข้ามาตอบทีเดียว
ตอนนี้ยังไม่ว่าง ติดธรุกิจพันล้านอยู่ เรื่องตอบคอมเมนต์เอาไว้ทีหลัง เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะมันไม่สำคัญ

 

โดย: piccy (โทษทีจบแค่วิศวะ ไม่ได้จบอักษร) IP: 124.120.237.89 11 ธันวาคม 2550 13:12:06 น.  

 

สรุปง่ายๆ เป็นความแค้นและอิจฉาส่วนตัวของ "คนบางคน"
และก็มีลูกคู่มาทำลายต่อ

ยอมรับเถอะ อย่าเอาเหตุผลของการวิจารณ์มาบังหน้าเล้ย

เหอะ

จุดประสงค์คือการทำลายกันชัดๆ

piccy ก็เข้ามาสนับสนุนไม่ดูเร้ย ตกเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งของคนอื่นอยู่ได้

ปากบอกไม่ได้แกล้ง แต่ใจคนแกล้งเองแหละที่รู้ หึๆ

 

โดย: รู้ว่า ไทยมุงคือใคร และผู้สาวเป็นใคร หึๆ IP: 161.200.255.162 11 ธันวาคม 2550 14:25:55 น.  

 

โดนเขวี้ยงบล๊อคมาให้อ่านอีกแล้วครับ

ก็ตามมาอ่าน อืม... ขอบอกว่ากำลัง "ร่ายมหากาพย์ว่าด้วยเรื่อง ความจริงของชีวิต" กันอยู่เหรอครับ

รีวิวก็ดีนะครับ แต่ยาวมาก ตาลาย ไว้อ่านจบแล้วจะลองหยิบเรื่องนี้มาอ่านดู

ส่วนตัวผม เคยอ่านงานของนักเขียนท่านนี้อยู่บ้าง ก็ไม่ได้ชอบทุกเรื่อง และก็ไม่ได้เกลียดทุกเรื่อง ก็ยอมรับว่ามีทั้งอ่านได้ และเห็นแล้วไม่อยากอ่าน

แต่ว่า ผมก็เห็นเหมือนคุณลูกสาวกำนันว่า คำคอมเม้นท์เป็นสิ่งดีที่นักเขียนควรฟังนะครับ

และผมก็ได้ฟังมาบ้างว่า คุณหนูนาเขียนดีในเรื่องร่วมสมัยครับ แต่กับทับตะวันฯ นี่ยังไม่ได้อ่าน เพราะฉะนั้นคงบอกไม่ได้ว่ามีจุดไหนที่พลาดไปบ้าง

แต่การรีวิว ก็ไม่ใช่เรื่องปางตายหรอกครับ คนที่เป็นนักเขียนมืออาชีพส่วนมากเขาจะยอมรับต่อการท้วงติงได้ครับ ไม่ได้เป็นอะไรที่ "เลือดสาด" หรอก ดีเสียอีกนะ มีคนรีวิว สนใจอ่าน และคอยคอมเม้นท์ในสิ่งที่ผิดพลาดและชม

แต่ที่เห็นเลือดสาดเนี่ย ท่าทางมันจะสาดกันอยู่เฉพาะ "จุด" เฉพาะ "ที่" นะครับ

ว่าแล้วผมก็คลานออกไป ตามคุณลูกสาวกำนัน และสุดท้ายเป็นกำลังใจให้กับท่านนักเขียนครับ




 

โดย: อนันชนินทร์ IP: 124.121.36.234 11 ธันวาคม 2550 20:53:59 น.  

 

คุณคาดหวังอะไรกับคนเขียนหนังสือหรือครับคุณผู้สาวเมืองยศ เขาทำมาหากินเขียนหนังสือเลี้ยงชีวิตและครอบครัวและผมเชื่อว่าเขาก็มีภาระเชิงครอบครัวพอๆ กับคุณ และเขาก็เป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงทำงานหาเงินเหมือนคุณนั่นแหละครับ ถ้าคุณทำงานทุกวัน และมีคนเขียนเวบด่างานที่คุณทำทุกวัน คุณก็อาจจะพอรู้สึกกับการที่คุณใช้การที่คุณอ้างว่าเป็นการวิจารณ์นั้นทำลายคนทำงานคนหนึ่งอยู่
^
^
^
^
^
อยากตอบแทนได้ไหม ก็งานดีๆ ที่ควรค่าแก่การเสียสตางค์ซื้อน่ะสิคะ แล้วนักเขียนล่ะ คาดหวังอะไรจากคนอ่าน หรือว่าสักแต่พิมพ์ๆ แล้วเอาหมึกราดใส่กระดาษให้ออกมาเป็นตัวหนังสือ เสร็จแล้วก็รับเงินเข้ากระเป๋า เพียงแค่นั้นหรือเปล่า

เมื่อมีผลงานออกมาแล้ว ก็ต้องยอมรับให้ได้กับคำวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนจะเอาไปปรับปรุงหรือไม่ก็เรื่องของนักเขียน แต่ถ้าไม่ปรับปรุง งวดหน้าออกมาห่วยแตกอีก ก็ต้องรับคำวิจารณ์ไปอีก มันก็เท่านั้น

ปล. เพิ่งรู้ว่าห้ามวิจารณ์นักเขียน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว นักเขียนจะไม่เขียนหนังสือให้พวกทั่นอ่านอีก เออ เอากับทั่นสิ ตรรกะโง่ดีแท้

 

โดย: ดาว IP: 125.25.105.142 12 ธันวาคม 2550 0:59:35 น.  

 

คุณ # 45
สรุปง่ายๆ เป็นความแค้นและอิจฉาส่วนตัวของ "คนบางคน"
และก็มีลูกคู่มาทำลายต่อ
ยอมรับเถอะ อย่าเอาเหตุผลของการวิจารณ์มาบังหน้าเล้ย
เหอะ

-- อย่างนี้เรียกสรุปโง่ๆ ค่ะ กล่าวหาเขาพล่อยๆ ไม่มีเหตุผลรองรับ

จุดประสงค์คือการทำลายกันชัดๆ

-ตรงไหนเรียกว่าชัดๆ

piccy ก็เข้ามาสนับสนุนไม่ดูเร้ย ตกเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งของคนอื่นอยู่ได้
ปากบอกไม่ได้แกล้ง แต่ใจคนแกล้งเองแหละที่รู้ หึๆ

- การวิจารณ์หนังสือคือการกลั่นแกล้ง?
มีสติปัญญาคิดได้แค่นี้หรือ

 

โดย: bbn IP: 125.25.219.162 12 ธันวาคม 2550 2:04:19 น.  

 

จำอวดน่ะเมื่อไรก็ได้ไม่ใช่เรื่องสำคัญสักกะหน่อย...เหมือนเจอคนเมาน่ะจะอ้วกก็ต้องปล่อยให้มันอ้วกไปก่อน ขืนไปอุดปากอุดจมูกมันแล้วอ้วกเกิดติดหลอดลมตายใครจะเป็นคนผิดล่ะเนี่ย

นอกจากมีเรื่องให้กรีดร้องแล้ว...ทำไมวันนี้มีแต่คนต้องการตัวเนี่ยทั้งเรื่องงานทั้งมีแต่คนเครียดมาบ่นโน่นนี่ให้ฟัง เป็นศิราณีเสียอีกไม่พอตกเย็นต้องไปขนซื้อสมบัติให้เจ้าตัวดีอีก แถมวันนี้ไม่มีรถไปต้องขนกลับมาเอง หนักเว้ย

สาเหตุที่มาช้ารอนานกันไหมจ๊ะตัวเอง คิดถึงเขามากเหรอ?

แล้วก็นะ....แต่ละคนตอบอะไรกันยาวเหยียดแต่เนื้อหามีสักกะน้อย...ที่แย่ที่สุด คือไม่มีใครอ่านเรื่องทับตะวันเรือนจันทราเลยสักคน แล้วสักแต่มาพูดขอให้ตูได้ด่ากระทบชิ่งเจ้าของบล็อค หรือนังฉลามไทยมุงฯ สักหน่อยเถอะไม่งั้นจะอัดอั้นใจตายใช่ไหมคะ บอกตามตรงอ่านแล้วต้องเทน้ำทิ้ง เกิดอาการรู้สึกว่าคนตอบมันสับสนในตัวเองหรือเปล่าหว่า?

เริ่มจากคุณ BBT เอ้ย คุณอิงก่อน ว่ากันตามคิวนะเคอะ ส่วนคุณ คคห. 45 รอแป๊บรับรองเดี๋ยวน้องฉลามตามไปงาบแน่ๆ ค่ะ (เจ๊นกใจร้าย....ทำไมไม่มาตอบเองวะ วันนี้ยิ่งไม่ว่างอยู่ด้วย)


แต่ก็ไม่ได้มีนักเขียนคนใดที่อ่านแล้วอคติเป็นพิเศษเหมือนที่คุณผู้สาวเมืองยศกำลังกระทำในขณะนี้

อคติ ต้องหมายความว่าไม่ได้ชอบมาแต่ต้น ไม่ใช่ชอบบ้างไม่ชอบบ้างเป็นบางเรื่องที่คุณอาริตาเขียน ดังนั้นใช้คำว่าอคติไม่ได้ผิดความหมายค่ะ

ผมเป็นลูกชาวนาธรรมดา แต่บังเอิญโชคดีได้ร่ำเรียนเขียนอ่านจนจบประโยคอุดมศึกษา มีความสนใจในวรรณคดีและวรรณกรรมเป็นพิเศษ จึงเลือกเรียนโดยตรงในสายอักษรศาสตร์ ซึ่งทำให้มีโอกาสได้อ่านหนังสือพอสมควร แต่ยังมิอาจจะเรียกได้ว่าอ่านมาก

จะเป็นลูกชาวนา ลูกเจ๊กขายก๋วยเตี๋ยว ลูกรัฐมนตรี ก็ไม่มีใครห้ามไม่ให้เรียนหนังสือหรืออ่านนิยายนี่คะ หรือว่าจะยกอารัมภบทนี้ขึ้นมาเพื่ออินเทรนด์การเมืองเอ่ย? แบบว่าเหมือนเวลาผู้สมัคร ส.ส.(ส่งเสริมความเจือก) จะปราศัยต้องพูดแบบนี้เพื่อให้ดูถ่อมตัว และเข้าถึงชาวบ้านก่อนกันคะ?

ส่วนเรื่องการเรียนวรรณคดี วรรณกรรม อะฮั้นคิดว่า...ป.4 ถ้าอยากอ่านนิยายก็อ่านได้ค่ะ ถ้าต้องจบวรรณกรรมมาถึงจะมีความเข้าใจในนิยายหรือค่อยแสดงความคิดเห็นได้ มันออกจะเป็นการง่อยแ-กไปไหมคะ?ตายแล้วเผลอใช้ศัพท์ส่วนตัว จะหมายความว่าแบบนี้จะเรียกว่าเป็นการยกตนข่มท่านหรือเปล่าเอ่ย? หรือว่ายกขึ้นมาประกอบคำอธิบายในการตำหนิเจ้าบล็อคและปลาฉลามไทยมุงฯ

งั้นตอบแทนเจ๊นกละกันคนที่ทำงานห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมาเป็นสิบปี คงจะมีความรู้ในหนังสือประเภทต่างๆ พอนะคะ ก็ในเมื่อได้รับปริญญาทางนี้มาโดยตรงนี่นา ส่วนอะฮั้นใช้หัวใจในการอ่านฮ่ะ อะฮั้นคิดว่า ดนตรี หนังสือ ภาพยนตร์ และจินตนาการ มันคือภาษาสากลที่ต้องไม่ใช้วิชาการมาสื่อสาร ตั้งแต่ขอทานยันกษัตริย์ คนอีสานหรือฝรั่ง ไปนิโกร ก็สามารถเข้าใจเรื่องราวได้ ยกเว้นแต่ไอ้คนเขียนมันไร้ซึ่งความสามารถ เขียนห่าไรมาวะข้อยสิงงเด้อ!! เรื่องง่ายๆ แค่นี้วิชาวรรณกรรมไม่เคยบอกหรือคะ? จบที่ไหนอ่ะถามจริง? นี่..ไปไหนอย่าไปบอกใครเขานะว่าเรียนมาจากไหน เดี๋ยว'มหาลัยเคืองเอานะจะบอกให้


อาจจะมิได้อ่านมากเสียจนนำมาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้วยฉันทาคติและอคติได้เก่งเท่าคุณผู้สาวเมืองยศ

ผสมย.อ่านเยอะค่ะอาชีพนี่คะ และเป็นอาชีพที่แยกแยะหนังสือดีๆ และหนังสือห่วยๆ ออกจากกันก่อนให้นักศึกษาอ่านเสียด้วย (เค้าถามเฉพาะ ผสมย.งั้นตอบเฉพาะ ผสมย.แล้วกัน ตอบเกินเดี๋ยวเขาโกรธเอา)

ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้อ่านงานคุณอาริตามาเมื่อช่วงปีหรือสองปีมานี้เท่านั้น แต่ก็อ่านมากกว่าสิบเรื่อง หลายเรื่องที่อ่านจบ ก็มักจะมีรอยยิ้มที่มุมปากเป็นรางวัลให้คนเขียนอย่างเงียบๆ ทุกที

เพิ่งอ่านงานคุณอาริตามา 2 ปีเองเหรอคะ? อะฮั้นเริ่มอ่านมาตั้งแต่ปี 2539 ทั้งในนามปากกาอื่นๆ ด้วย ทุกเรื่องที่ผ่านมาอมยิ้มแก้มตุ่ยหมดกรี๊ดกร๊าดชื่นชมแบบเสียงดังไม่ต้องแอบด้วย แต่พอมาระยะหลัง....โดยเฉพาะเรื่องนี้ อะฮั้นอ่านแล้วต้องแหกปากเป็นก็อซซิล่าอย่างในรีวิวนั่นแหละค่ะ

แต่อย่างว่าแหละครับ ในทัศนคติที่ค่อนข้างพอใจกับนิยายที่ได้อ่าน ผมก็มิบังอาจเอานวนิยายลิขสิทธิ์อันมาจากมันสมองและสองมือของนักเขียนท่านนั้นๆ มาเล่าให้ผู้อื่นฟังแบบละเอียดชนิด "เล่าไปด่าไป" ทุกบรรทัดอย่างผิดมารยาทเช่นนี้ได้

การรีวิวเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ไม่มีหมาตัวไหนเคยกำหนดกติกาไว้ว่าควรรีวิวอย่างไรให้ถูกใจทุกคนที่เข้ามาอ่านได้ เพราะที่นี่เป็นบล็อคไดอารี่ส่วนตัวมีไว้ระบายความรู้สึก หาใช่บล็อคขายหนังสือจะได้มาโจมตีหรือโปรโมทตามคำสั่งใคร พอใจจะเขียนถึงเล่มไหนก็เขียนแค่นั้นเองค่ะ เพราะไม่เคยได้รับค่าเขียนจากใครอย่างมากก็แค่ได้หนังสือฟรี

เพราะนอกจากจะเป็นการเล่าให้คนที่เขาอยากอ่านได้รู้เรื่องที่เขาอยากรู้จนเขามิต้องไปซื้ออ่านเอาจากต้นฉบับ มันก็มิต่างจากพวกเทปผีซีดีเถื่อนที่เอาเรื่องดีๆ ของผู้อื่นมาทำปลอมหากำไร ในที่นี้ก็คือนำเรื่องจากความสามารถของผู้อื่น มาทำทีวิจารณ์ว่าตัวเองฉลาดนักเพื่อหาเรตติ้งบล็อกของตัวเองอย่างน่าไม่อาย

นี่ๆๆ ถ้าเรตติ้งบล็อคดีแล้วพันทิปจะให้รางวัลสุดยอดบล็อคหรือเปล่า? หรือว่ามีประกาศว่าจะให้ ทำไมเค้าไม่รู้ล่ะตัว กรี๊ดๆๆ ไม่ยอมๆๆ รู้งี้อะฮั้นปั่นบล็อคดีกว่าถ้าได้รางวัลล่ะก็มาแบ่งกันนะพี่นก อีกอย่าง...ถามจริงเหอะบรรทัดบนๆ ก็บอกว่าเรียนมาอุดมศึกษา ยังแยกคำวิจารณ์ กับการละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ออกรึ? การเล่าแบบในบล็อคนี้น่ะเขาต้องเรียกว่า Spoil ต่างหากแค่นี้ก็ไม่รู้ทำไมเชยแบบนี้หา? เวลาจะวิจารณ์ใครเขาน่ะหาข้อมูล หาศัพท์แสงหน่อยสิจ๊ะ แบบนี้คนอ่านงงแย่เลยต้องมาแปลไทยเป็นไทยอีกที แล้วก็ช่วยเลื่อนขึ้นไปดูที่รีวิวอีกทีนะตัวเอง แล้วเบิ่งพระเนตรถ่างให้โตๆ จะพบเห็นคำว่า โคตร Spoil เอ๋?...หรือว่าข้างบนเขียนคำว่าสปอยล์เป็นภาษาไทยเลยไม่เข้าใจหรือเปล่า เขียนภาษาอังกฤษให้แล้วนะ ไปเปิดดิคดูเอาเองแล้วกัน ว่าแต่สปอยล์เนี่ยมันผิด กม.ตรงไหนหรือคะ?

แต่ก็พอจะเข้าใจได้เช่นกันกับสำนวนการวิจารณ์แบบไร้รสนิยม ไร้ความสุภาพ และไร้มารยาทแบบนี้ คงจะมิได้มาจากผู้ที่มีความรู้ในศาสตร์และศิลป์ของการวิจารณ์มากสักเท่าใดนัก หรืออาจจะเป็นพวกอกหักที่ทำอย่างเขาไม่ได้ หรือไม่มีโอกาสได้ทำ

ใช้ศัพท์ผิดความหมายอีกแล้วนะคะคุณอิงขา ถามจริงเหอะแน่ใจเหรอว่าเรียนวรรณกรรมมาจริงๆ ทำไมภาษาแย่แบบนี้ล่ะ เอาปริญญาไปคืนมหาวิทยาลัยเขาเหอะ ถ้าจบมาแล้วไม่ได้อะไรมาเลย

ไร้รสนิยม = ไม่มีรสนิยม ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่มีรสนิยมที่ดี แต่หมายความว่าไม่นิยมอะไรเลยต่างหาก

ไร้ความสุภาพ = หยาบคาย มีคำผรุสวาท เช่น ตัวเงินตัวทอง (แกง)กะหรี่ หรือปาก(ข)วด หรือเปล่าคะ? คำว่าหยาบคายกับคำว่า กระทบกระเทียบ หรือใช้อารมณ์ในการพูดมันต่างกันมาก การพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้นิ่งราบเรียบไม่ได้หมายถึงการไร้ความสุภาพ แต่คนที่มาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ แต่ทุกคำเต็มด้วยถ้อยคำให้ร้าย แบบนี้เรียกว่าไร้ความสุภาพได้เช่นกันสินะคะ หึ หึ

ไร้มารยาท = หากวิจารณ์ไม่ได้อ่านเลยจึงถือว่าเป็นการไร้มารยาท จาบจ้วงและใส่ร้าย เหมือนที่หลายคนมาถึงก็พ่นๆ
แต่ไม่ได้อ่านเรื่องนี้เลยสักนิด แบบนี้ไร้มารยาทกับคุณอาริตาผู้เขียนมากจริงไหมคะ? และไร้มารยาทอีกอย่างคือ ไม่ได้อ่านรีวิวทั้งหมดแค่อ่านผ่านๆ ถึงมองข้ามข้อความต่างๆ แล้วลงมาพูดฉอดๆๆๆ แบบนี้เรียกว่าได้รับการอบรมมารยาทมาดีพอหรือไม่? ภูมิใจแทนมหาวิทยาลัยของคุณอีกครั้งค่ะ


ผมไม่เคยรู้สึกอะไรกับนักเขียนที่ชื่ออาริตามาก่อนที่จะได้อ่านบล็อคที่ทำทีเป็นว่าวิจารณ์หนังสือเป็นอย่างคุณ จนได้อ่านนั่นแหละ ถึงรู้สึกว่า หากนักเขียนรุ่นเก่าที่ไม่มีแฟนคลับบ้าคลั่งคอยทำเวบไซต์เชียร์หรือคอยถล่มคนนั้นคนนี้และยกหางเพียงนักเขียนที่ชอบเท่านั้น ก็คงจะเป็นแบบคุณอาริตาที่ถูกถล่มเช่นนี้เป็นแน่

คุณอาริตามีเวบไซต์ค่ะ และนำนิยายลงในเวบไซต์ต่างๆ ด้วย รวมถึงมีแฟนคลับคอยสนับสนุนอยู่เป็นประจำ ยิ่งตอบยิ่งไม่แน่ใจว่าตกลงเคยอ่านหนังสือคุณอาริตาจริงๆ เหรอ? และ ถ้าแฟนคลับทำเวบให้ด้วยความชื่นชม มันกลายเป็นว่าแฟนคลับเหล่านั้นบ้าคลั่ง ตายแล้ว...ทำพูดจาไพร่ๆ ไม่สมกับเป็นผู้มีการศึกษา และจบวรรณกรรมมาโดยตรงแบบนี้ล่ะคะ?

แบบนี้แฟนคลับในเวบคุณอาริตาก็โดนด่าหมดสิคะ ไหนจะคุณกิ่งฉัตร คุณนักเขียนท่านอื่นๆ อีกมากมายที่มีเวบไซต์เป็นของตัวเอง...อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด!! หรือแม้กระทั่งคุณพนมเทียนที่ทางพันทิปยกพื้นที่ให้ทำคลับเพชรพระอุมา ก็ถูกคุณเหมารวมด้วยสิคะเนี่ย!! พูดเฉพาะในบล็อคนี้พอนะคะ อย่าไปปล่อยควายเดินทุ่งแถวบล็อคอื่น ประเดี๋ยวจะโดนแฟนๆ นักเขียนรุ่นใหญ่เหล่านั้นพร้อมใจกันรุมยำ จะหาว่าอะฮั้นไม่เตือน และนี่ก็เป็นหนึ่งในคำว่ามารยาท ที่คุณควรจะเรียนรู้เพิ่มด้วยนะคะ


หากคนอย่างคุณจะชมใครหรือชอบใครด้วยใจจริง โปรดอย่าชมเขาในเวบแบบนี้เลยครับ ผมว่านักเขียนนั้นๆ คงไม่ดีใจกับการเชียร์และการวิจารณ์ในเชิงบวกจากคนไม่มีมาตรฐานเชิงวิชาการเช่นนี้ดอกครับ!

อะฮั้นคิดว่านักเขียนที่เขียนมานานหลายสิบปี ก็จะมีแฟนคลับหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มอายุเดียวกับคนเขียนค่อยๆ เติบโตมาพร้อมกัน และส่งต่อให้ลูกหลาน หรือแฟนคลับรุ่นใหม่อ่านๆ แล้วถ้าแฟนคลับรุ่นหลานที่ไม่เคยเรียนวิชาวรรณกรรม ไม่มีพื้นฐานทางวิชาการรองรับอย่างที่คุณว่ามาก่อนจะอ่านนิยายสักเรื่อง นี่คงไม่สามารถไปชื่นชมหรือเข้าแถวขอลายเซ็นนักเขียนได้เลยสิคะ...จะมีคนอ่านสักกี่คนที่เรียนเรื่องการเขียน วรรณกรรม สื่อสิ่งตีพิมพ์ จำกัดคนอ่านไว้แค่นี้งั้นคงไม่มีแฟนคลับหรอกค่ะ ถ้าเหยียดหยามวรรณะ ทำเป็นคนอินเดียไปได้ คนไทยหรือเปล่าคะคุณอิง?

และสำคัญยิ่งหากนักเขียนคนนั้นหยิ่งยะโส แตะต้องไม่ได้ และกำหนดไว้ว่าคนที่จะชื่นชม หรือ ติติง วิพากษ์วิจารณ์ ทำรีวิวต่างๆ ให้ จะต้องมีพื้นฐานทางวิชาการมารองรับแบบที่คนอย่างคุณกำหนด รับรองไม่มีทางดังหรอกค่ะ ต่อให้เขียนดีแค่ไหนก็มีแต่คนหมั่นไส้ แถมจะพาลเกลียดขี้หน้าให้อีกด้วย เพราะลืมตัวลืมตีน การเขียนให้แต่คนวรรณะเดียวกันอ่าน...มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในสังคมอันมีคนหลายชนชั้นนี้ อะฮั้นล่ะมึนวิธีพูดจาของคุณจริงๆ ยิ่งด่าคนอื่นยิ่งเข้าตัวเองสงสัยจะเป็นมาโซคิส


มันเป็นธุระกงการอะไรของนักเขียนไหมครับ ที่เขาจะผลิตงานออกมาเพื่อให้คนที่มีอคติติแบบไม่ก่อ ไม่ได้ตักเตือนเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ นอกจากก่นด่าเพื่อความสาแก่ใจไปวันๆ

แล้วมันเป็นธุระกงการอะไรของคุณหรือคะ? ที่จะขีดเส้นมาตรฐานกำหนดเอาไว้ในนิยายแต่ละเล่ม ว่าอ่านแล้วต้องคิดเหมือนกันคะ?

แบบนี้ออกแนวเผด็จการใช่ไหม? ยุคนี้มันประชาธิปไตยแล้วนะคุณ ขนาดประเทศเผด็จการอย่างอิรักยังโดนถล่มได้ แล้วคนที่เกิดในประเทศประชาธิปไตยแท้ๆ ดันมาพูดแบบนี้ กลับบ้านไปเลี้ยงกวางซะไป๊ ว่าแต่อย่าลืมไปเลือกตั้งนะคะ วันที่ 23 นี้ ฮุ ฮุ แม้ประชาธิปไตยบ้านเรามันจะกึ่งซื้อเสียงกึ่งเสียงจริงบ้างก็ตาม แต่คงไม่มีประชาชนไทยยอมให้บ้านเมืองเกิดระบบเผด็จการขึ้นหรอกค่ะ ถ้าคุณนิยมประบบเผด็จการขอแนะนำให้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่น ซึ่งน่าจะเหมาะกับคุณกว่า


ผมไม่รู้ว่าคุณผู้สาวเมืองยศอายุเท่าไหร่ แต่ผมทราบเลาๆ ว่าคุณอาริตาเขียนหนังสือเป็นอาชีพมามากกว่า 20 ปีแล้ว ประสบการณ์การทำงานและความศรัทธาในงานของเธอนั้นน่าจะมีมาก ผมมิได้อาจหาญพอที่จะทราบความเป็นไปของเธอโดยใกล้ชิด เพียงแต่คะเนเอาจากวิสัยทัศน์ของคนนอก

บอกไม่ได้ค่ะ เจ๊ผสมย. สั่งไว้ว่าเจ๊ 18 เอ๊าะๆ เสมอตลอดกาล แต่คุณอาริตานี่เขียนมา 20 กว่าปีจริงๆ ประสบการณ์การทำงาน และความศรัทธาของผู้อ่านในงานของเธอนั้นมีมาก จนทำให้ผู้อ่านรู้สึกผิดหวังกับเรื่อง "ทับตะวันเรือนจันทรา" ได้รุนแรงๆ พอกับแรงศรัทธาที่เคยมีให้เลยล่ะค่ะ

คุณคาดหวังอะไรกับคนเขียนหนังสือหรือครับคุณผู้สาวเมืองยศ เขาทำมาหากินเขียนหนังสือเลี้ยงชีวิตและครอบครัวและผมเชื่อว่าเขาก็มีภาระเชิงครอบครัวพอๆ กับคุณ และเขาก็เป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงทำงานหาเงินเหมือนคุณนั่นแหละครับ ถ้าคุณทำงานทุกวัน และมีคนเขียนเวบด่างานที่คุณทำทุกวัน คุณก็อาจจะพอรู้สึกกับการที่คุณใช้การที่คุณอ้างว่าเป็นการวิจารณ์นั้นทำลายคนทำงานคนหนึ่งอยู่

คุณคาดหวังอะไรกับคนอ่านนิยายหรือคะคุณอิง คนอ่านเขาก็ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิตและครอบครัวเช่นกัน เป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงสลับก๋วยเตี๋ยวบ้าง แถมยังต้องทำงานทุกวี่ทุกวันอย่างเหน็ดเหนื่อย และอะฮั้นเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่แก้ไขความเหน็ดเหนื่อยได้ นั่นคือนิยายดีๆ อ่านแล้วมีความสุขสักเรื่องหนึ่ง ที่ผู้อ่านต้องเจียดเงินส่วนตัวที่ใช้ยาไส้และเลี้ยงดูครอบครัวไปซื้อมา บางคนต้องส่งน้องหนังสือ ส่งแม่ที่บ้านนอก ผ่อนบ้าน และหาเลี้ยงแมวอีกสามตัว อย่างพี่ ผสมย.เป็นต้น

คนเหล่านั้นเขาคาดหวังจะได้ความสุขจากนิยายที่เขียนจากใจด้วยความประณีต เมื่ออ่านจบก็เกิดความอิ่มเอมใจให้หนีจากโลกอันแสนดิ้นรนได้ชั่วครู่ชั่วยาม ซึ่งเงินที่หามาได้เหล่านี้ ไม่ได้ตกมาจากฟ้า หรือมีเศรษฐีเดินมาแจก แต่เป็นเงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเองอย่างสุจริต เขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความสุข หรือความคาดหวังของตนเองที่จ่ายไปเลยหรือคะ?

คุณไม่มีสิ่งไหนดีกว่าคนที่คุณกำลังปรามาศหรอกคุณนะอิง คำพูดของคุณมันก็ดีแต่สำนวนสวย ค่อยสมที่เรียนวรรณกรรมมาหน่อย แต่มองหาเนื้อหาสาระหรือแก่นสารใดๆ ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ แบบที่คุณอ้างว่าเป็นการแสดงความคิดเห็น
สุดท้ายก็แค่....อยากทำลายๆ คนหนึ่งๆ ที่เขียนบล็อครีวิวหนังสือไม่ถูกใจตนเองเท่านั้น

คุณต้องยอมรับครับ ว่าหากไม่มีหนังสือแล้วไซร้ เด็กย่อมจะรักการอ่านไปมิได้ หากไม่มีผู้ผลิตหนังสือแล้วไซร้ ห้องสมุดและชุมชนการเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

คุณต้องยอมรับค่ะว่า หากไม่มีคนอ่านแล้วไซร้จะเขียนไปเพื่อสิ่งใด เด็กย่อมรักการอ่านไปไม่ได้ เหมือนดังเช่นนักเขียนจะรักการเขียนโดยไม่สนใจเสียงตอบรับไม่ได้ มิเช่นนั้นคงต้องเขียนให้ตัวเองอ่านคนเดียว และการเรียนรู้การพัฒนารวมถึงการส่งต่อความฝันในการเป็นนักเขียน เข้าสู่ห้องสมุดและชุมชนการเรียนวรรณกรรมที่คุณพร่ำว่าได้เล่าเรียนมา จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย

แล้วคนเช่นคุณในสังคมทุกวันนี้ ทำร้ายนักเขียนทำไมหรือครับ???

แล้วคนเช่นคุณในสังคมทุกวันนี้ ทำร้ายคนอ่านที่เขาบ่นอยู่ในบล็อคของตัวเองทำไมหรือคะ? ขอตอบว่ามันเป็นความสะใจส่วนตัวของคุณก็แล้วกัน อะฮั้นคงเข้าใจไม่คาดเคลื่อนไปจากนี้หรอกค่ะ

การที่นักอ่านเขารีวิวหนังสือ เพราะนักเขียนทำให้เขาเกิดความรู้สึกต่างๆ ไม่ว่าจะด้านบวกหรือด้านลบ เขาย่อมแสดงออกทางความคิดความรู้สึกของเขาด้วยวิธีการต่างๆ บางคนอย่าง ผมสย.เลือกที่จะรีวิววิจารณ์ บ่น เม้าท์ ถึงหนังสือที่ตัวเองอ่าน

บางคนเลือกที่จะเขียนบ้าง โดยตั้งเป้าว่าจะเขียนให้ดีกว่านักเขียนห่วยๆ ที่เพิ่งได้อ่านไป หรือจะเขียนให้ดีอย่างนักเขียนที่ชื่นชมและเอาเป็นเยี่ยงอย่าง คนเราแต่ละคนนิสัยและการแสดงออกไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ติหนังสือทุกคนทำร้ายนักเขียน อย่างที่คุณเข้าใจตามวิสัยทัศน์อันคับแคบของคุณนั่นแหละ

คิดจะเปิดกะลาบ้างไหมคะ? ก่อนอื่นนะคะ อะฮั้นรบกวนช่วยอ่านให้มันจบๆ สักรีวิวไม่ใช่รูดปรี๊ดๆๆ จับความได้แค่นิดเดียวแล้วแหกปากร่ำร้อง แค่คนรีวิวมีสองคนคุณยังไม่เห็นเลย จับจ้องแต่ด่า ผสมย. อยู่คนเดียวมีความแค้นอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ? แบบนี้มันไม่ใช่วิถีของคนที่มีมารยาทในการพูดคุย ขัดเกลาตัวเองให้รอบคอบในการพูด การเขียน การอ่านกว่านี้สักนิด จะดีกว่า....

เพราะว่าฉลามไทยมุงขี้เกียจมานั่งแปลไทยเป็นไทย ตามที่แฟนคลับบล็อคนี้โทรจิกนะคะ จะพูดอะไรทั้งทีให้มันได้เนื้อหาใจความไม่ใช่แค่แต่งสำนวนสวยๆ แลดูเหมือนสุภาพ แต่ที่จริงก็เหลวเป๋วมีแต่น้ำอยู่ดี เฮ้อ...อ


 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.183.206 12 ธันวาคม 2550 3:55:17 น.  

 

เนื่องจากคุณอิงเขาถามยาวเลยต้องตอบยาว ขออภัยนะคะคุณไอ้โม่งไร้ชื่อในความคิดเห็นที่ 45 อะฮั้นมาต้อนรับคุณแล้วฮ่า

สรุปง่ายๆ เป็นความแค้นและอิจฉาส่วนตัวของ "คนบางคน"และก็มีลูกคู่มาทำลายต่อ

บางคนนี่ใครเหรอ? อะฮั้นไม่รู้จริงๆ นะเนี่ย แต่ถ้าให้เดาหมายถึงพี่นกกะอะฮั้นเหรอ?

เอ...แค้น...คุณอาริตายืมเงินพี่นกแล้วชักดาบไม่ใช้หนี้เลยถูกแค้นหรือเปล่าหว่า? อ่า..ดูถ้าไม่ใช่ประเด็นนี้เป็นอันตกไป ต่อมา...อิจฉา....ถ้าไม่ได้เป็นนักเขียนนี่จะอิจฉานักเขียนไปทำไม? หรืออิจฉาเพราะคุณอาริตาได้ค่าต้นฉบับแล้วไม่แบ่งให้ เอ๊ะ? ก็ไม่น่าใช่อีกนะ แล้วอิจฉาทำไมแค้นทำไม? เอาเหตุผลมาสิคะ? อย่ากล่าวหาเลื่อนลอยเหมือนคนไม่มีสติ

สุดท้ายข้อหามีลูกคู่ร่วมด้วยช่วยยำ....อะฮั้นไม่ได้เป็นคอรัสนะคะ จะได้มาร้องประสานเสียง แต่อะฮั้นเป็นคนแรกที่อ่านนิยายเรื่อง "ทับตะวันเรือนจันทรา(เน้น..เสียเงินซื้อ)" แล้วมาจูงจมูกพี่นกต่างหาก ยัดปากให้อ่านดูซิจะรู้สึกตรงกันไหม? ต่างหากล่ะ


ยอมรับเถอะ อย่าเอาเหตุผลของการวิจารณ์มาบังหน้าเล้ย

คิดเหมือนกันเล้ยยยย...ย ตัวเองยอมรับเถอะว่าเข้ามาหาเรื่อง อย่ามาเอาคุณอาริตาหรือนิยายเรื่องนี้มาบังหน้าเลย ตอแหลไม่เนียนนะคะ

piccy ก็เข้ามาสนับสนุนไม่ดูเร้ย ตกเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งของคนอื่นอยู่ได้

ยินดีด้วยจ้ะ piccy เป็นครั้งที่สองในรอบปีนี้ ที่ถูกคนอื่นดูถูกว่าไม่มีสมองเป็นของตัวเอง ทั้งที่จบโทวิศวะ...เอาสมองไปไว้ที่ไหนหาแกคนเขาถึงไม่เห็นน่ะ? รู้จักอวดเบ่งจองหองพองขนว่าข้านี้จบโทวิศวะ ตั้งแต่อายุ 23(มีกี่คนที่จบเร็วขนาดนี้) จนกำลังจะต่อเอกอยู่แล้ว เหมือนบางคนที่อวดว่าจบวรรณกรรมโดยตรงบ้างสิคุณเพื่อนขา คนเขาจะได้รู้ว่าแกคิดเองได้ หมั่นไส้พวกชอบเห่าหอนเองก็ได้ แถมด่าตอบเองได้ด้วยระบบออโต้ แบบเห็นปุ๊บอดไม่ได้ด่าปั๊บมั่งสิจ๊ะ

ที่สำคัญนะคุณโม่งไร้ชื่อเบอร์ 45 เวลาพูดถึงใครอย่าได้คิดแทนตัวเขา อย่าได้เอาบรรทัดฐานตัวเองมาคิดว่าคนอื่นโง่พอๆ กับคุณเลยนะ นี่อะฮั้นเตือนด้วยความหวังดีน้า รักนะเนี่ย...เด็กโง่



ปากบอกไม่ได้แกล้ง แต่ใจคนแกล้งเองแหละที่รู้ หึๆ

หมายถึงตัวคุณเองเหรอคะ? ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะ...อะฮั้นมีความสามารถเพียงพอที่จะดูออก

รู้ว่า ไทยมุงคือใคร และผู้สาวเป็นใคร หึๆ

เอ๋ มันเป็นเรื่องลึกลับเหรอคะ? ทำไมดูท่าทางตื่นเต้นดีใจเสียขนาดนั้น ใครๆ เขาก็รู้ล่ะว่า ผสมย.กับไทยมุงฯ คือใคร ไม่ได้เอาถุงดำครอบหน้าเป็นไอ้โม่งนี่คะ หึ หึ ?

เฮ้อ... อ่อนอกอ่อนใจจริงๆ พับผ่าสิ....อะฮั้นไม่ชอบคนไร้ชั้นเชิงในการหาเรื่อง มันทำให้อะฮั้นรู้สึกเสียอรรถรสในการตอบ

ถ้างั้นขอพูดอะไรลอยๆ หน่อยนะคะ ไม่ได้เจาะจงว่าพูดกับมนุษย์ที่ไหนอย่าร้อนตัว อะฮั้นพูดกับสัมภเวสีในบล็อคนี้เท่านั้น ไทยมุงฯ ไม่เคยเข้าเวบ พพม.(พาพวกมา)

เพราะอะฮั้นอ่านนิยายเรื่องนั้นไม่จบ อ่านจบไปแค่ภาคเดียว ก็มันยาว...ว อ่ะ ก็ชอบอยู่หรอกนะคะแต่ไม่ได้ถึงกับเป็นแฟนพันธุ์แท้ ไม่เคยไปแข่งเกมอะไรกับใครเขา ไม่เคยไปงานวันเกิดนักเขียนใหญ่ท่านนั้นด้วย ขนาดที่ได้อ่านภาค 1 เพราะมีคนให้ยืมมาเพื่ออ่านกันตกเทรนด์เท่านั้นเอง เพราะงั้นใครทำอะไรไว้นั้นอะฮั้นไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ แค่ฟังมาจากเจ้ากรมข่าวลือบ้างเท่านั้น และมันก็ไม่ได้อยู่ความสนใจด้วย ไม่ต้องมานั่งคิดว่าอะฮั้นเป็นคนนั้นคนนี้ คนที่เคยกัดกะคุณหรือคนที่เคยทะเลาะกันตามเวบ....ไม่ใช่เว้ย!!

นอกจากเวบ พพม.(พาพวกมา) แล้วเวบ คนอ.(ควายน้ำอืด) อะฮั้นก็ไม่เคยเข้าไปยุ่ง เพราะอะฮั้นไม่ได้ติดตามซีรีย์ “ก้อนกรวดอยากเป็นเจ้า” มาตั้งแต่หลายปีก่อน จะเข้าไปก็ไม่รู้เรื่องแล้วตามไม่ทัน มีแอบไปมุงๆ บ้างตอนเป็นกระทู้แนะนำในพันทิป แต่อ่านแล้วก็ไม่รู้เรื่องอีกตามเคย ยิ่งอ่านนิทานหลอกเด็กเรื่อง "ก้อนกรวดอยากเป็นนางเอกป้าทม" แล้วก็ยิ่งมึน มันบ้านี่หว่า...เขียนอะไรฟะอ่านไม่รู้เรื่อง

ยกตัวอย่างนะคะ มีอยู่ฉากหนึ่งนางเอกผู้ใจเด็ด กำลังโทรไปด่าคนที่เธอคิดว่าเป็นหัวหน้าโจร ทันใดนั้นหัวหน้าโจรก็ชักปืนมาจ่อหัวเธอจากกระบอกโทรศัพท์เลย โอ้โฮ....แฟนตาซีมากมายรับไม่ได้ เอ้ย ตามไม่ทันเนื้อเรื่องจริงๆ ค่ะ พลิกไปพลิก อ่านแล้วปวดกะบาลเลยเลิกอ่าน ยอมเป็นคนตกเทรนด์ดีกว่า

และที่สำคัญอะฮั้นก็ไม่มีล็อคอิน “คฤหาสน์กล้วยไม้” ด้วย เพิ่งอ่านนิยายเจ้าของคฤหาสน์ไป 2 -3 เรื่องจากการยืมพี่นก(ไม่ได้ซื้อเองอีกต่างหาก) อ่านแล้วก็หนุกดีบางเล่มก็ชอบมาก บางเล่นก็เฉยๆ แต่ยังไม่มีเล่มไหนทำให้หงุดหงิดถึงขั้นต้องด่า ก็เลยยังไม่เคยรีวิวงับคนเขียน...อย่าว่าแต่ล็อคอินคฤหาสน์กล้วยไม้เล้ย แค่ล็อคอินพันทิปยังไม่มีเลย ถึงต้องมายืมบล็อคพี่นกบ่น(รีวิว)อยู่นี่ไง

ฉะนั้นอย่าเหมารวมอะฮั้นไม่ใช่คนที่คุณคิดหรอก บ้านอะฮั้นไม่ได้อยู่ราชบุรี แล้วไอ้เด็กราชบุรีนั่นก็เรียกอะฮั้นว่า "พี่" และบอกว่ากลัวปากฉลามจะไม่วอนหาเรื่องทะเลาะด้วยเด็ดขาด! ถามว่าอะฮั้นสนิทกะเด็กราชบุรีไหม? รู้จักแต่ไม่สนิทเพราะว่ายัยนั่นไม่เข้าใกล้อะฮั้นในรัศมี 3 เมตร คุณเธอหาว่าอะฮั้นเป็นฉลามพันธุ์ดุ

แต่เรื่องอะไรต่ออะไรเนี่ย....ก็รู้ต่อมาจากกอซซิปในบล็อคนี้ทั้งนั้นแหละ งงก็ถามเอา ไม่ก็ยังอุตส่าห์มีคนโทรมาเล่าให้ฟัง(อ่ะนะ...ไม่ได้อยากรู้เลย)ก็ฟังกันตกเทรนไปงั้นๆ แหละ...

แต่แหม...เรื่องบันเทิงแบบนี้ใครก็ชอบ แต่บรรดาสัมภเวสีนี่กำลังทำให้อะฮั้นชักอยากเข้าไปแหย่คนในเวบ พพม.(พาพวกมา)กับ คนอ.(ควายน้ำอืด) ให้ดิ้นพราดๆ บ้างเสียแล้วสิ ทำตัวได้น่ารำคาญจริงๆ เลย จินตนาการผูกเรื่องเชื่อมโยงได้อย่างเพ้อเจ้อที่สุด อย่าพยายามเพาะศัตรูที่คุณไม่รู้จักเพิ่มเลยค่ะ เกมนักสืบนี่ไม่ได้ให้ประโยชน์กับใครเลยนะคะ

ขอบอกก่อนนะคะ...ช่วงนี้อะฮั้นไม่ว่าง แต่ถ้าเรียกร้องนักอะฮั้นจะพาพรรคพวกชาวฉลามน้ำลึก ไปปล่อยสักฝูงหนึ่ง คงไม่ใช่มีแม่ฉลามอย่างอะฮั้นคนเดียวหรอกฮ่ะ ซึ่งฉลามตัวอื่นๆ นี่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือได้รับความเดือดร้อนใดๆ จากการทะเลาะกันของคนในเวบดังกล่าว แต่ถ้าโมโหขึ้นมาก็ถนัดในการกวนน้ำให้ขุ่น ยั่วประสาทคนให้เส้นเลือดขึ้นนักแล อย่าพยายามชักชวนฉลามเข้าไปเลยค่ะ แค่นี้ก็กัดกันเองเนื้อแหว่งจะตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

แต่ถ้าอยากให้เข้าไปเอาขี้เถ้าไปโรยไส้เดือนแก้หมั่นไส้เล่นก็ได้นะคะ ยินดีค่ะ....แต่คงไม่ว่างบ่อยนักหรอก อีกอย่างเรื่องของพวกคุณมันไม่ค่อยสนุก เป็นนิยายที่หาความแนบเนียนไม่ได้ แต่อยากเป็นกันจังพระเอก-นางเอกเนี่ย ไปสมัครเป็นตัวประกอบในหนังท่านมุ้ยไป๊ ได้ข่าวว่าบทยังว่างอีกเยอะทั้งบททหารเดนตาย ทั้งบทเจ้าขี้กลากขึ้นหัว(งานนี้ก้อนกรวดอาจจะได้เป็นเจ้าสมใจอยากอย่างที่ฝันมาแต่เด็กๆ นะ) น่าจะมีบทที่คุณอยากเล่นให้เลือกบ้างนะ แต่ที่สำคัญอย่าไปแอบละเมิดลิขสิทธิ์ท่านมุ้ยเข้าล่ะ คุกนะคะคุณขา...ไอ้ประเภททำไปก่อนไปขมาทีหลังเนี่ยตำรวจเขาไม่รับฟังหรอก!!!

^
^
^
^
^

ประกาศสรรพคุณปากฉลามขนาดนี้แล้วหวังว่าคงรู้สึกตัวสักทีนะ อย่าพยายามหาเรื่องลากอะฮั้นเข้าไปเกี่ยวถ้าไม่อยากปวดประสาทมากขึ้น ที่รบๆ กันอยู่นี่ก็แย่เต็มทีแล้วไม่ใช่เหรอ? เบื่อไอ้พวกว่างจัดจริงๆ !!

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.183.206 12 ธันวาคม 2550 3:56:03 น.  

 

^
^
^
พล่ามอะไรอยู่วะ

เหมือนบ้าเนาะ พูดอยู่คนเดียว

ที่ด่ากลับมาก็ด่าแบบข้างๆ คูๆ เหอๆ

บอกก็ได้ว่ามาป่วน เพราะคุณไปคนอื่นก่อน สะใจ หึๆ

วิจารณ์เพราะ อยากให้รู้ว่าตูแน่ มันก็แน่แค่ในเน็ตละว้า ฮึ...สมเพช


 

โดย: คห. 45 IP: 161.200.255.162 12 ธันวาคม 2550 10:04:14 น.  

 

^
พูดคนเดียวตรงไหน คุณยังกลับมาตอบเลยนี่นา พูดคนเดียวก็ต้องไม่มีคนตอบรับสิ

ส่วนเรื่องมาป่วน ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะ ไม่ได้โง่...สนตะพายได้ง่ายๆ เหมือนที่คุณคิดหรอกค่ะ แถวนี้เขาฉลาดกว่าใครบางคนเยอะ

เรื่องข้างๆคูๆ ก็เหมือนที่คุณตอบมานี่ไง Action = Reaction คุณว่ามาไง ก็ตอบไปงั๊นแหละ

ที่แน่ๆอ่านไม่จบใช่ไหมล่ะคุณ เฮ้อ โง่แถมไร้ชั้นเชิงอย่างที่เขาว่าจริงๆด้วย

สุดท้าย ไม่ต้องมาสะใจหรือสมเพชหรอก ไม่รับค่ะ ไม่สนใจ ไม่รู้สึกด้วย ความเห็นคุณไม่ได้มีสาระ พอจะจดจำ แต่อ่านเอาเพลินก็พอได้ เห็นสติปัญญาของคนดี

 

โดย: เขาหาว่าหนูเป็นควายแหละ (piccy ) 12 ธันวาคม 2550 10:37:25 น.  

 

เหตุการณ์ปกติประจำบล็อก

เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าของบล็อกหายไปไหน บอกไว้ก่อนว่าอัพบล็อกนี้เสร็จก็หนีไปเที่ยวเลยจ้ะ
เท้าเพิ่งเหยียบลงเกาะก็มีเสียงตามสายโทรไปกรีดร้อง เจ๊ ๆ มีเหยื่อมาแล้ว ไอ้หลามของับเลยนะ รอมานานแล้ว
พอกลับมาอีกทีก็เห็นแค่รอยเลือดอยู่หยดเดียว แหม พวกแกนี่กินไม่เหลือซากเลยนะยะ

ยังไม่ทันได้อัพบล็อกใหม่ เพราะงานยุ่ง (ข้ออ้างชัด ๆ ฮา)
ก็มีเสียงตามสายโทรมาบอกอีกแล้ว เจ๊ ๆ มีเหยื่ออีกแล้ว คราวนี้ตัวใหญ่เบิ้ม เจ๊ไปงับจิ คราวก่อนบ่นหนูว่าไม่เหลือให้นิ
เอ่อ ตรูยังไม่ว่างเฟร้ย พวกแกงับไปก่อนแล้วกันให้โอกาส
พอตอบไปแบบนั้น ผลก็คือ ยัยไทยมุงฯ มาทำวิทยานิพนธ์ในบล็อกชั้นจริง ๆ ด้วย เขียนได้ยาวกว่า จขบ.อีก สนุกละสิแก

เอาละ ไหน ๆ คุณอิงก็ให้เกียรติเข้าบล็อกมาแล้วจะไม่ตอบคุณหน่อยก็กระไร
ก่อนตอบ คุณอิง ลีลาการเขียนคุณนี่มันดูคุ้น ๆ ตายังไงก็ไม่รู้เนอะ เหมือนกันกับคนที่มีเพื่อนเป็นบุคคลในกอสสิบข้างบนเรื่องสุดท้ายจริง ๆ ให้(คนอื่น)ตายสิ
เอาเป็นว่า ใช่หรือไม่ใช่คุณก็รู้อยู่แก่ใจคุณเองแล้ว ชั้นไม่สนหรอก (แต่แหม คันปากเรื่องของคน ๆ นี้จังเลย ไว้รอบหน้ากอสสิบเรื่องคนนี้ดีกว่า หุหุ)

เรื่องหลายเรื่องที่คุณหาเรื่องไว้ ยัยไทยมุงก็ตอบไปหมดแล้ว เซ็งวะ แย่งตรูนี่หว่า แต่กลัวอย่างเดียว กลัวคุณไม่อ่านเพราะมันยาวไป เพราะจากที่เห็นคุณตอบนี่รู้เลยว่าคุณเป็นพวกอ่านไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด (จงใจเปลี่ยนจากการฟังเป็นการอ่านนะยะ เดี๋ยวจะหาว่า ผสมย. ใช้ภาษาไทยผิด)
อ่านไม่หมด จับแค่บางความ เพื่อหาเรื่องด่า จขบ. แหม เจ๋งจริงนะคุณ

ก่อนอื่น ชั้นต้องขอขอบคุณคุณจากใจจริง จริง ๆ นะที่คุณให้เกียรติข้อเขียนในบล็อกนี้เป็นอย่างสูง ขนาดยกย่องให้มีอิทธิพลต่อนักเขียน ชนิดที่ว่าถ้าชั้นเขียนต่อว่านักเขียนคนไหน ก็จะถึงขั้นทำนักเขียนต้องเลิกเขียนไปเลย
ชั้นก็เพิ่งรู้ค่ะว่าชั้นเก่ง ชั้นเลิศศศส ขนาดนั้น ดีใจนะเนี่ย ดีใจที่คนได้ร่ำเรียนสูงด้านอักษรศาสตร์ให้เกียรติคนที่วิจารณ์งานแบบไม่มีหลักวิชาการแบบ ผสมย.
ก็แหม ผสมย. ไม่ได้จบอักษรฯ พ่อแม่ก็ไม่ได้เป็นชาวนา (เสียใจจัง) เป็นได้แค่หลานชาวนา ลูกเจ๊กขายข้าว เรียนจบจากบ้านนอก ได้เข้ากรุงเทพก็เป็นยามเฝ้าสถานที่ราชการ คุณอิงให้เกียรติขนาดนี้ ผสมย. จะไม่ซึ้งใจได้อย่างไร


แต่แหม (อีกรอบ) ขอยัน เอ๊ย ยืนยันกลับไปหน่อยเถอะค่ะ ที่คุณจงใจกล่าวหาว่าชั้นนี่เขียนบล็อกเพื่อเรียกเรตติ้ง
กร๊าก อยากจะหัวร่อเป็นภาษาเอสกิโม (แต่ทำไม่เป็น กรรม)
ถ้าชั้นอยากเขียนให้ติดเรตติ้งอันดับ 1 ใน 10 bloggang ชั้นไม่มาเขียนรีวิวหนังสือหรอก ไปเขียนวิจารณ์หนังดีกว่า ด่า ๆ หน่อย รับรองดังเร็วจะตาย
เค้าโดนกล่าวหาอย่างไร้ความยุติธรรม กระซิก ๆ

*****************


ส่วน คห.45 รู้จักตัวจริง ผสมย. แล้วทำไม รู้จักไทยมุงฯ แล้วจะยังไง จะมาทำอะไรเหรอ มาดักตีหัวรึเปล่า หรือจะมาให้ ผสมย. เลี้ยงข้าว ว่าแต่พรุ่งนี้คุณจะกินอะไร เวลาใส่บาตรจะได้กรวดน้ำไปให้เลย (ถือว่าเลี้ยงแล้วนะ)
คนที่เข้าบล็อกนี้ครึ่งหนึ่งรู้จัก ผสมย. ทั้งนั้น ไม่เคยเห็นหน้า ก็ต้องเคยเห็นชื่อ เพราะบล็อกนี้คนที่เข้ามาก็เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันทั้งนั้น เคยส่งหนังสือให้กันอ่านก็ตั้งหลายคน (สัมภเวสี ไม่นับ)
ส่วนที่คุณว่าคุณรู้ไทยมุงฯ เป็นใคร คุณแน่ใจเหรอว่าคนที่คุณคิดว่าใช่ น่ะใช่จริง ๆ
ผสมย. กับไทยมุงฯ แทบไม่เคยไปไหนมาด้วยกันเล้ย เดี๋ยวจะผิดคนนะ เหอ ๆ
อย่างคุณนี่เขาเรียกว่าตั้งใจเข้ามา ป่วนบล็อก ก็ดี ฉลามแถวนี้จะได้ไม่เหงา มีเหยื่อให้งับเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้ฉลามฝากบอกว่ายังไม่ตื่น บ่าย ๆ ค่อยว่ากัน


ยัย piccy เจอกันวันอาทิตย์เดี๋ยวเจ๊จะซื้อแอกไปฝากสักอันนะ จะได้ไถเลย

ปล. ที่จริงจะอัพบล็อกใหม่ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไอ้หลามมาขอไว้ บอกกำลังสนุก งั้นให้เวลา 2 วันนะ เดี๋ยวอัพใหม่แล้ว เบื่อพวกเข้ามาซ้ำซากไร้สมองบางคนแล้ว

 

โดย: ผู้สาวเมืองยศ 12 ธันวาคม 2550 11:47:10 น.  

 

เอ่อ...ไอ้แอกที่ว่าเนี่ย เอาไว้ไถเงินเจ๊ใช่ปะ หนูจะได้รีบรับเลย

 

โดย: piccy 12 ธันวาคม 2550 11:56:33 น.  

 

45 OK เข้าใจว่าด้อยความสามารถในการอ่านอะไรยาวๆ เพราะสมาธิสั้น สักแต่ตอบเปิดช่องให้เสียบง่ายๆ งั้นตอบสั้นๆ แล้วกันนะ หวังว่า
คงไม่เกินมันสมองเซลเดียวของคุณที่จะเข้าใจได้นะคะ

คุณมัน.... กระจอก โง่ ไร้ชั้นเชิง...จริงๆ ฟ่ะ

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.184.143 12 ธันวาคม 2550 12:02:22 น.  

 

งานนี้คนไม่รู้เรื่องนั่งเฝ้าบ๊อกอ้าปากค้างเป็นแถว (เค้าคุยอะไรกันอ่ะ ตัวเอง ฟังไม่รู้เรื่อง เห็นแต่เลือดสาดกระจาย นองท่วมท้องธารา)

ลูกสาวกำนัน มามุงอย่างเดียวเหมือนกัน หลังจากคลานออกจากบ๊อกไปแล้ว อดจะคลานกลับมามุงอีกรอบไม่ได้ เดี๋ยวงานเสร็จแล้วจะมามุงใหม่

ปล. ขำๆ ดี ไม่รู้สรุปว่า คนที่คิดว่าคนในบ๊อกนี้ ใครเป็นใครบ้าง แน่ใจเหรอว่าตัวเองรู้จริงๆ อย่าเที่ยวเดาส่งเดชเลยนะ ขอเตือนด้วยความหวังดี แทนที่จะมาเต้นเร่าๆ ทางนี้ ระวังเหตุร้ายอีกทางดีกว่านะ ฉวยเป็นเรื่องขึ้นมา จะวิ่งกลับไปดับไฟไม่ทัน แล้วไฟมันจะไหม้บ้านหมดทั้งหลัง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนเด้อ

เอ หรือว่ารู้อยู่แล้ว แต่มีแพะรับบาปแล้ว ไม่ต้องทำอะไรอยู่ดี เลยเต้นออกมาหาเรื่องชาวบ้านข้างนอก

กั๊กๆ อย่างว่าแหละนะ ถนัดนักนี่เรื่องชักเชิดหุ่นชาวบ้านอ่ะ

อ๊ะๆ ใครไม่ได้ทำ ก็ไม่ต้องรับไปนะจ๊ะ



เมาเลือดดีจัง สนุกดีๆ เอาอีกๆ

ชอบ ลาบ หลู้ เหล้า หนังควายจี่ เอามาๆๆ แกงหมา ส้าดึก ตึกแถวไหล ที่หมู่เฮาต้องการคือเลือดในบ๊อก ผสมย. ฮา !!!

 

โดย: ลูกสาวกำนัน IP: 203.113.17.171 12 ธันวาคม 2550 15:48:55 น.  

 

อืม แล้วตูจะมาบ้าใบ้ทำไมกะพวกนี้วะ

ให้สุนัขมันเห่าบ๊อกๆ ไปก็แล้วกัน เห่าไปก็เท่ากับใบตองแห้ง
เป็นสุนัขที่เขาไม่ต้องการ ไม่มีที่ทางของตัวเองอยู่
ภูมิใจเล็กๆ ภูมิใจน้อยๆ ที่ได้แอบกัดชาวบ้าน
เพื่อบอกว่าตัวเองทรงภูมิชิบ...

ขำดีป้องกันตัวเองใหญ่ เฮ้อ...ปัญญาชนทำกันอย่างนี้
เรามันไม่ใช่ปัญญาชนเลยเข้ามาก่อกวน สนุกดี ได้จี้จุดใจดำหลายจุด โดยเฉพาะพวกขี้อิจฉา "บางคน" รู้อยู่แก่ใจ เหอๆ

ปล. รู้เพิ่มว่า ลูกสาวกำนันเป็นใครด้วย หึๆ

 

โดย: 45 คนเดิม IP: 161.200.255.162 12 ธันวาคม 2550 16:05:28 น.  

 

หูย เราก็รู้ว่า ผสมย เป็นใคร
แล้ว...มันทำไมเหรอ ^^"
ใครจะให้ตังเราไหม
รู้แล้วได้บ้านพร้อมที่ดินหรือเปล่า

น่าภูมิใจมากเลยแฮะ รู้ว่า ผสมย เป็นใครเนี่ย

มันน่าภูมิใจ น่าอวด หรือน่าเอามากร่างตรงไหนเหรอ เงินก็ไม่ได้
ถ้าตัวจริงพี่นกเป็นดาราโนตมหรือเป็นมาเฟียท่าข้าวก็ว่าไปอย่าง

- -"

 

โดย: =p o o k p u i= 12 ธันวาคม 2550 17:56:47 น.  

 

เราก็รู้ว่ะ แล้วอีกหลายๆคนก็รู้

รู้แต่ว่าไอ้คน 45 คนเดิมไรเนี่ย "หมาลอบกัด" ล่ะ

ทำมาเป็นรู้ว่าชาวบ้านเป็นใคร

แต่ดั๊นไม่รู้ตนเอง หรือรู้แต่ก็ไม่กล้ามาแบบตัวเป็นๆ ต้องถอดชื่อแซ่มา อิอิ ทำไมหรอตัว อายหรอ หรือว่ากลัวคนเค้าหาว่าทำแบบนี้ที่บ้านไม่สั่งไม่สอน ... เลยต้องทำต้วเป็นสัมภเวสี ผีถอดร่างมากร่างใส่คนอื่น กิ๊วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หน้าไม่อาย กิ๊วๆๆๆๆ

 

โดย: แพทสี มีไรมะ IP: 202.44.136.50 12 ธันวาคม 2550 18:02:25 น.  

 

ตามมาเช็ดเลือดเป็นทาง พวกนี้นี่ชอบทำเลือดเลอะเทอะ เห็นใจคนตาดำๆ บ้างครับ ทำเลือดสาดยิ่งกว่าในหนังฆาตกร "โรคจิต" อีกนะครับเนี่ย

มันไม่ใช่เลือดหยดเป็นทาง แต่มันกระอักเป็นทางจนน่าอดสู น่าสงสาร เก็บเลือดไว้บริจาคกันดีกว่านะครับ ได้บุญกว่าเยอะ

ผมเองก็รู้ว่าลูกสาวกำนันเป็นใคร เพราะผมเป็นลูกชายนายอำเภอไงครับ

แต่ผมก็ยังไม่เห็นว่า การที่ได้ "รู้" แล้วได้อะไร "ไม่รู้" แล้วได้อะไร

อย่างดีก็แสดงความฉลาด กับ ความโง่ออกมาเท่านั้น อ่ะ ผมไม่ได้ว่าใครนะครับไม่ต้องรีบออกหน้ารับ

แค่บอกว่า รู้ หรือ ไม่รู้ มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกครับ เพราะมันก็แค่การเถียงกันในบล๊อค ไม่ได้หมายความว่า รู้ว่าตัวตนอีกฝ่ายคือใคร แล้วคุณจะไปตีฆ้องร้องแกว๊กๆ ให้ใครฟังแล้วเขาจะสนใจครับ

ปล. ผมว่า เดี๋ยวลูกชายนายอำเภอจะจีบลูกสาวกำนัน เออ อันนี้สิน่าสนกว่า เลือดสาดเป็นสีชมพูเลย หึหึ

 

โดย: อนันชนินทร์ IP: 124.121.32.173 12 ธันวาคม 2550 18:32:53 น.  

 

ชอบจัง เป็นแฟนบล็อกนี้มาพักนึงแล้ว อ่านแล้วหนุกหนาน ไอ้นิยายไม่เท่าไร แต่ชอบตอนคนในบล็อกตอบโต้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่ละคนมีความรู้กันดี สามารถเขียนเข้าถึงอารมณ์ มวนอีหลี...

ปล. หนูก็รู้ว่า ผสมย. เป็นใคร

 

โดย: makky IP: 125.25.246.235 12 ธันวาคม 2550 19:28:30 น.  

 

อ่าน ๆ มาทั้งหมดแล้ว ตั้งกะต้นยันจบ อ่านนะ อ่านแล้ว อย่ามาหาว่าอ่านไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียดเชียว
(ปล.ความรู้แค่หางอึ่ง แต่อยากโพสต์ เข้าใจด้วยนะคะ ถ้าไม่เข้าใจคำไหนบอกนะคะ จะได้หาลิ้งค์แปลไทยมาให้)

ว่าด้วยการหาเรื่องชาวบ้าน ซึ่งเจ๊หาเรื่องใครตรงไหนอ่ะ อ่านแล้วอ่านอีกไม่เจอ แค่ความรู้สึกของคนอ่านหนังสือเล่มนี้อ่ะ
ชอบ - ไม่ชอบตรงไหน บอกไม่ได้เลยเหรอ บล็อกส่วนตัวค่ะ ไม่ชอบไม่พอใจเชิญที่อื่นค่ะ ไม่ต้องมาดิ้นทุรนทุราย
พ่นน้ำลายแถวนี้เลย เพราะไม่แคล้วจะเสียเลือด (แม้ว่าเราจะนิยมเลือดก็เหอะ)

และรบกวนปล่อย piccy ให้โง่ต่อไปเถอะคะ (ถ้าคุณจะหมายความอย่างนั้นนะ) เพราะน้องมันฉลาดมานานเกินไปแล้ว
มันฉลาดจนหมั่นไส้อ่ะ เราจะได้ด่าน้องต่อไปได้ ว่าโง่ ๆ ๆๆ
บอกแล้ว บอกอีก "จะเขียนจะเล่าอะไรดูสติปัญญาของคนรับสารด้วย " ไม่เคยจำ

 

โดย: jup IP: 125.26.175.51 12 ธันวาคม 2550 20:43:47 น.  

 

เอ้า... ยัยลูกสาวกำนัน คลานกลับมาก็ไม่บอก
ปล่อยให้คลานนำไปก่อนตั้งไกล

 

โดย: ต.ท. IP: 124.121.13.245 13 ธันวาคม 2550 0:40:12 น.  

 

เบื่อแล้วค่ะคุณผู้สาวฯ
เปิดบล็อกใหม่และล่อเหยื่อรายใหม่เข้ามาเลยดีกว่า คิๆ

 

โดย: ดาว IP: 125.25.104.184 13 ธันวาคม 2550 1:58:58 น.  

 



พี่จุ๊บอ่ะ แค่ลืมไปหน่อยเดียวเอง ต่อไปจะจำให้แม่นๆเลย
วาทะเนี๊ยะ "จะเขียนจะเล่าอะไรดูสติปัญญาของคนรับสารด้วย"

 

โดย: piccy IP: 124.120.240.241 13 ธันวาคม 2550 8:10:56 น.  

 

โห จุ๊บ ได้ใจมาก

"จะเขียนจะเล่าอะไรดูสติปัญญาของคนรับสารด้วย"
^
ปรบมือ

ปล. ใช่จุ๊บเดียวกะที่รักของพี่ปุ๋ยเปล่าน่ะ 5555
ถ้าไม่ใช่ก็ขอโทษนะค้า ถือเอาเองว่าใช่

 

โดย: =p o o k p u i= 13 ธันวาคม 2550 11:06:07 น.  

 

แว่วๆ มาว่า

นักเขียนท่านนี้ออกหนังสือปีละ 6 เล่ม

ทำได้ไงเนี่ย ทึ่งมากมาย
โดย: ผ่านมาแล้วผ่านไป อิอิ
--------------
ไม่รู้ว่าอคติหรือว่าไม่รู้ข้อเท็จจริง งานที่ตีพิมพ์มีทั้งงานที่เคยเขียนไว้นานแล้ว งานตีพิมพ์ซ้ำ และงานใหม่ในปีนี้ หากไม่รู้ก็คงพออภัย
---
เพิ่งรู้ว่าจบ โทวิศวะอายุ 23 เป็นของแปลก
ตรีใครๆ ก็จบกัน 21-22
ถ้าเรียนต่อเลยมันก็จบ 23-24 ไม่เห็นว่ามันจะแปลกกว่าคนอื่นตรงไหนเลยนี่

 

โดย: ดูข้อเท็จจริงกันบ้าง IP: 124.157.147.164 13 ธันวาคม 2550 11:32:07 น.  

 

เอ่อ ข้อเท็จจริงผิดพลาดเล็กน้อยค่ะ ความจริงจบโทตอนอายุ 22 ต่างหาก ถ้าคุณไม่มาท้วงนี่ลืมไปแล้วนะเนี่ย ว่าไทยมุงฯจำผิด

แต่จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้แปลกอะไรนี่คะ ก็แค่เรียนจบโทเร็วกว่าเขานิดหน่อยเท่านั้นเอง ก็เลยไม่ได้สนใจจะเอามาป่าวประกาศว่าเรียนอะไร จบอะไร เมื่อไหร่ ยังไง แต่เห็นบางคนเขาชอบอวดกันจัง ก็ยังงงๆ อยู่เลย

ส่วนที่ไทยมุงฯเอา"ข้อเท็จจริง"ออกมาบอกเนี่ย เจ้าตัวเขาบอกว่า ไปบอกชาวบ้านเขาหน่อยดิแก ว่าเรียนจบแล้วนะ เดี๋ยวเขาจะคิดว่าแกเป็นควายจริงๆ เพราะทุกวันนี้ มีหลายคนคิดว่า เราไม่มีสมองเป็นของตัวเอง สนตะพายได้ตามสะดวก สั่งอะไรก็ทำตามทุกอย่าง

เราก็เลยว่าดีเหมือนกัน ก็แค่นั้นแหละค่ะ

 

โดย: piccy...ก็แค่ข้อเท็จจริงเหมือนกัน IP: 124.120.234.28 13 ธันวาคม 2550 12:15:14 น.  

 

แล้ว...รู้ว่า ผสมย เป็นใคร?
ลูกสาวกำนันเป็นใคร?
ไทยมุงฯ เป็นใคร?

มันแปลกตรงไหนเหรอ?
เพิ่งรู้ว่าเป็นของแปลกเหมือนกัน

 

โดย: งงกับข้อเท็จจริงที่อ้างมา IP: 124.120.183.203 13 ธันวาคม 2550 20:01:26 น.  

 

โอย... นานๆ จะเข้ามาที
ตาแฉะ ปวดลูกกะตาและสมอง

 

โดย: Guga IP: 203.150.26.130 14 ธันวาคม 2550 11:19:46 น.  

 

นาน ๆ เข้าบล็อก
กะว่าจะโหวตสาขาหนังสือ

แต่เริ่มคิดว่าน่าจะโหวตให้สาขาโชกเลือด กอสซิป ทดสอบความรู้รอบตัว(ในวงการหนังสือ) มากกว่านะเนี่ย

 

โดย: ยาคูลท์ 15 ธันวาคม 2550 2:20:39 น.  

 

แวะเข้ามาดูบล๊อคนี้ เห็นมีคนบอกว่ามีเลือดสาดกระจาย แหม่มันได้ใจจริงๆครับ

อยากฝากถึงนักเขียนทั้งเก่าและใหม่หน่อยครับว่า "ถ้าไม่มีกระจก คุณจะเห็นขนตาใหม" และ"ถ้าไม่ยอมฟังคำวิจารณ์ใดๆ งานเขียนต่อไปจะดีขึ่นหรือปล่าว"

 

โดย: ตานนท์ (คนไม่หวาน ) 15 ธันวาคม 2550 11:48:31 น.  

 

ไม่ได้เข้าบล็อกแก๊งค์ตั้งนานเข้ามาดูรีวิวหนังสือใหม่ของผสมย.เล่มนี้แล้ว มึน

สรุปว่าการจัดรูปเล่ม ของเรื่องนี้ไม่ค่อยดีเหรอคะ มันก็น่าหงุดหงิดนะอยู่นะ ถ้าหนังสือที่เสียเงินซื้อแล้วคุณภาพของการพิมพ์ไม่สมกับราคาที่จ่ายไป

ส่วนเนื้อหายังไม่ได้อ่าน ขอบายนะคะ

รออ่านรีวิวเล่มหน้าค่ะ ช่วงนี้ไม่มีหนังสือใหม่ๆน่าสนใจเลย รู้สึกเงียบๆพิกลๆ

 

โดย: เคียงจันทร์ IP: 58.136.184.194 15 ธันวาคม 2550 18:06:31 น.  

 

มาอีกทีเลือดนองบล็อกจริงๆ ด้วย

ไม่เจอบรรยากาศเลือกโชกอย่างนี้มานานแล้วนะนี่ เหอๆ



อ่า..ยังไม่เคยอ่านงานของคุณอาริตาค่ะ


แต่จะบอกว่า

การที่เรามาอ่านรีวิวนิยายของคุณพี่ผู้สาวเมืองยศ

เราเองก็ไม่ได้เชื่อแกหมดนะคะ

บางเรื่องมาอ่านหลังอ่านรีวิวแล้ว (คือถ้าเล่มไหนเรายังไม่อ่าน เราจะอ่านรีวิวแบบผ่านๆ ถ้าสปอยล์ตรงไหนก็จะข้ามไปค่ะ) มาอ่านเอารายละเอียดอีกที บางเรื่องก็ไม่ได้เห็นด้วย

คือ..ยังไงดีคะ

คุณพี่ผู้สาวฯ ก็คนอ่านหนังสือคนหนึ่งน่ะ

ไม่มีใครบอกว่าที่แกคิด ที่แกพิมพ์ที่แกบอกนั้นเป็นสิ่งที่ดี เป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือ เป็นข้อสรุปที่หาข้อขัดแย้งไม่ได้หรอกค่ะ

แกเป็นนักอ่านที่มีสิทธิ์จะวิจารณ์หนังสือที่ตัวเองซื้อมาอ่านคนหนึ่งน่ะค่ะ

และคุณๆ ที่ไม่เผยตัวทั้งหลายก็เป็นนักอ่านบล็อกที่มีสิทธิ์จะวิจารณ์สิ่งที่เจ้าของบล็อกเขียน

แต่กรุณาอย่าลืมกฎ กติกา

๑. พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เหมือนไดอารี่ (แต่ออนไลน์) ของคนๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้น..สิ่งที่ปรากฏคือความเห็นเฉพาะตัว ไม่ได้ต้องการให้เป็น "ข้อเท็จจริง" เชิงอื่น (แยกความคิดเห็นกับข้อเท็จจริงออกหรือเปล่าคะ?)

๒. คุณควรรักษาสิทธิตามข้อ ๑ มาร่วมวิจารณ์ได้ ออกความเห็นได้ แต่การที่ดูหมิ่นเจ้าของบล็อก ถือว่าผิดมารยาทนะคะ เหมือนเค้าเปิดสวนหน้าบ้านให้คุณไปนั่งเล่นได้

เค้าเอาขนมของเค้ามาตั้งวางปกติ ให้คุณได้ทาน แล้วเค้าก็บอกว่า เออ..ปกติขนมอย่างอื่นของเจ้านี้เค้าทำอร่อย แต่ขนมชนิดนี้ไม่อร่อยเลย ไม่ชอบเลย ไม่หอม ฯลฯ

คุณก็กรีดร้องว่า ไม่จริง ฉันเคยกินมาทุกวัน ปกติต้องอร่อย นี่อยากวิจารณ์เพราะอิจฉาที่เค้าทำขนมได้ดีใช่มั้ย อยากด่าอยากวิจารณ์ขนมเจ้านี้เพราะอยากดังใช่มั้ย? ฯลฯ


เอ่อ...มันแปลกๆ อยู่มั้ยคะ? ลองถามตัวเองดู


๓.ควรใช้ถ้อยคำสุภาพพอควร ไม่ควรเสียดเย้ยค่ะ นี่พื้นที่บ้านเค้านะคะ ย้ำค่ะ

ถ้าไม่เห็นด้วยก็พูดไปดีๆ แลกเปลี่ยนในเชิงเหตุผลกันค่ะ

เช่น ขนมนี้อาจไม่อร่อย แต่ค่อนข้างขายดี เพราะมันย่อยง่าย มีประโยชน์ ฯลฯ หรืออย่างอื่นก็ว่าไป

"ความอร่อย" มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลค่ะคุณ

แล้วการไปกรีดร้องอยากให้คนอื่นมาอร่อยในอาหารที่ตัวเองกินอร่อยว่าต้องอร่อยตามตัวเองนี่..ดิชั้นว่ามันออกจะแปลกๆ อยู่นะคะ







อ่า..รู้จักพี่ผู้สาวฯ เหมือนกัน

ถ้าจะบันทึกว่าเป็นเรื่องแปลก สมควรได้รับโล่ห์หรืออะไรก็บอกด้วยนะคะ

อยากได้มั่ง




ปัจฉิมลิขิต

เอ่อ..ขอสารภาพว่าเวลาคุณไทยมุงฯ ออกรบนี่...ง่า..น่ากลัวจังค่ะ แหะๆ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 15 ธันวาคม 2550 20:35:01 น.  

 

คลานกลับมามุงอีกที งานเสร็จแล้ว

โหย เรื่องตัวตนของลูกสาวกำนันน่ะ ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอกค่ะ รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ชื่อจริงนามสกุลจริง ลูกสาวกำนัน ก็มีอยู่บนอินเตอร์เน็ตค่ะ ตัวจริง หน้าตาเป็นยังไง ออกทีวีมาแล้ว คนเห็นกันทั่วประเทศ เลยไม่คิดว่ามันจะเป็นความลับตรงไหน ใครๆ ก็บอกว่า ลูกสาวกำนันปลอมตัวไปสืบความลับยาก เพราะทำตัวไม่ลับ ไม่ได้แอบอยู่ซอกมุมตึก จะให้เป็นสายลับคงลำบาก ฉะนั้นตัวตนของเรา ก็ไม่ได้เป็นความลับที่ตรงไหน ขนาดใครทราบแล้ว จะ้ต้องตื่นเต้นตกใจอะไรเลยนะคะ

จริงๆ ไม่ต้องระดับประเทศหรอก ระดับจังหวัด เขาก็รู้ว่า ลูกสาวกำนัน เป็นลูำกของกำนันคนไหน แม่ชื่ออะไร พ่อชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน ขับรถคันไหนเป็นประจำ ไม่ได้บอกว่าเป็นคนดัง แต่ค่อนข้างเฉยๆ เรื่องใครมารู้จักตัวเอง เพราะสถานะ หลายอย่างบังคับ เอาเป็นว่ายินดีด้วยที่สุดท้ายคุณก็ได้รู้สักทีว่าลูกสาวกำนันเป็นใคร ดีค่ะ อินเทรนด์ ไม่ตกยุค หลังจากชาวบ้านเขารู้กันไปเยอะแล้ว จริงๆ เราไม่เห็นว่าบางคนเขาจะขวนขวายอยากรู้อะไรเลย

การที่เราเล่นอินเตอร์เน็ต มักจะไม่ค่อยมีใครเปิดเผยตัวจริงกันหรอกค่ะ เพราะเราก็อยากจะมีความเป็นส่วนตัวในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องสวมหัวโขน หรือว่าวิตกกังวล สถานภาพในความเป็นจริง จริงไหมคะ ไม่อย่างนั้น เราจะใช้นามปากกาอย่างนั้นอย่างนี้ในเวลาเล่นเน็ตทำไม

แต่้ถ้าจะมีใครรู้ตัวจริง เราว่าถ้าคนคนนั้น ไม่ได้ทำผิดคิดร้าย เสียมารยาท หรือฟาดปากกับใึคร การเปิดเผยตัวจริงก็ไม่ได้เป็นผลเสียอะไรมากมายถึงขนาดจะต้องปิดหน้าก้มหน้างุดๆ เวลามีใครมาพูดจาทำนองเหมือนจะแฉว่า ฉันรู้แล้วๆๆ ว่าแกคือใครน่ะนะ

คนสุจริตใจเขาเชิดหน้ายอมรับ ได้เสมอค่ะ

ไม่มีตรงไหนเป็นเรื่องผิดนี่ หรือคุณคิดว่า ผู้สาวเมืองยศ ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม กับลูกสาวกำนัน ไปทำผิดกฎหมายข้อไหนคะ ยินดีให้เรียกตำรวจมาได้ค่ะ ไม่มีปัญหา


ส่วนใครที่มันเคยเสียมารยาท ประกอบพฤติกรรมทุเรศทุรังกับผู้ใหญ่บางคน ก็ช่วยเอาหน้ามุดกลับเข้าไปในท่อด้วยนะคะ ได้ยินเสียงที่มาเห่าเพ่นพ่านอยู่ในบ๊อกนี้แล้วรำคาญรูหูค่ะ ชั้นจะมาทั้งที ช่วยมาทั้งหน้าตาและชื่อเสียงเรียงนามแท้จริงได้ไหมคะ ปลอมตัวมาอยู่ได้ กลัวจะเสียภาพพจน์หรือยังไงไม่ทราบ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่มีจะเสียอยู่แล้ว

 

โดย: ลูกสาวกำนัน IP: 203.113.17.171 16 ธันวาคม 2550 11:00:39 น.  

 

ขาจรไม่ได้เข้ามาตั้งนาน
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

เรารู้สึกว่าเรื่องหลังๆ ของคุณอาริตาไม่สนุกเท่าสมัยก่อน เหมือนโครงเรื่องหลวมๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ ส่วนเรื่องทับตะวัน เรือนจันทรานี่ก็อ่านแล้ว ไม่ได้ผิดหวังมากมาย เพราะไม่ได้คาดหวังอะไร

ปล. สงสัยเราจะเชย เพราะไม่รู้ว่าคุณ ผสมย. คุณไทยมุงฯ แล้วก็คุณลูกสาวกำนัน เป็นใครอ้ะ

 

โดย: lalabel IP: 124.121.112.160 16 ธันวาคม 2550 18:14:10 น.  

 

กลับเข้ามาอีกที ความเห็นยาวเหยียดไปแล้วหรือนี่ ผมชอบใจความคิดเห็นที่ 75 ของคุณลูกสาวกำนันจังฮะ เพราะเจอพวกลอบกัดแนวนั้น พอรู้ว่าตัวจริงเราคือใครก็เที่ยวป่าวประกาศ หาว่าสร้างภาพหลอกลวงประชาชนหวังผลทางธุรกิจไปโน่น ทั้งๆ ที่ตัวตนเรามันก็ไม่ได้หนักหัวใครเลย

พออ่านมาข้างล่าง ก็ใช่อีก มีอะไรเรายืดอกรับในที่แจ้งฮะ ถูกผิดว่ากันไป แต่อีกฝ่ายเล่นงานจากเงามืด ใช้ชื่อสมมติตลอดเหมือนแบบนี้แหละ เลยรู้สึกมีอารมณ์ร่วมเป็นพิเศษ ผมนับถือวิธีการตอบโต้ของพวกคุณนะ ถึงใจดี

ปล.นี่ไม่เกี่ยวกับนิยายที่ review นะฮะ เรื่องส่วนตัวล้วนๆ 555

 

โดย: R0binhood IP: 203.113.45.168 17 ธันวาคม 2550 9:17:36 น.  

 

รวมหัวกันด่ากันเอามันส์ ทำร้ายคนทำมาหากินสุจริต ถามจริงๆ ไม่อายบ้างหรือครับ คุณนักเขียนเค้ามาเขียนอะไรที่ทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่ชอบก็ไม่ซื้อ ไม่ต้องสนับสนุน ไม่ใช่มาด่าทอแบบไม่สร้างสรรค์ ติแบบไม่ก่อ ทำลายกำลังใจในการทำงานอันสุจริตของผู้หญิงคนหนึ่งแบบนี้



อนาถสมเพชวงการหนังสือไทยที่มีคนอ่านและคนจ้องจับผิด มันคงไม่เจริญกันไปมากกว่านี้หรอกครับ



ไว้อาลัยครับ




อย่าจองเวรคนทำมาหากินอีกเลยครับ

 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 17 ธันวาคม 2550 20:50:09 น.  

 

คุณอิงเว้ย!! ไม่ได้อ่านที่เขียนตอบคุณเลยจริงๆ หรือ?

ช่วยเลิกทำตัวเป็นฟายแล้วย้อนกลับไปอ่านในความคิดเห็นที่ 49 ด้วยนะคะ มีคำตอบที่คุณถามเอาไว้ในนั้นแล้ว

อย่าทำตัวให้อนาถน่าสมเพชไปกว่านี้เลย....เวรกรรมอุตส่าห์ตอบตั้งยาว ยังมาถามซ้ำถามซากอะไรอีก? แค่คำตอบยังไม่อ่านแล้วนิยายจะได้อ่านจริงๆ เหรอ?

นี่ตูพูดกับฟายอยู่หรือไงวะ? ตอบไปแล้วยังเสือกมาถามซ้ำอีกเนี่ย?

ไว้อาลัย....พวกมั่วนิ่มผสมโรงด่าเจ้าของบล็อค โดยเอาคุณอาริตามาบังหน้า ...ถุย

 

โดย: ไทยมุงไม่ประสงค์จะออกนาม IP: 124.120.184.209 18 ธันวาคม 2550 2:20:17 น.  

 

โถ คุณครับ ผมไม่ค่อยนิยมยัดเยียดใช่เป็นสัตว์เดรัจฉานหรอกนะครับ แม้ว่าผมจะไม่ใคร่ชอบใครก็ตามที เพราะคุณพ่อคุณแม่ผมสั่งสอนมาดีครับ จะโกรธใครก็อย่าหยาบคาย ท่าทางคุณพ่อคุณแม่ของคุณท่านคงไม่มีเวลาสอนว่าอย่าดูถูกใครไม่ใช่คนนะครับ ผมมักจะถือคติว่า "คนมองคนใชคนนั่นแหละคน แต่ถ้าคนมองคนไม่ใช่คน คนนั้นนั่นแหละ ไม่ใช่คนครับ"

ไม่ทราบที่บ้านคุณเค้าเรียกกันว่าพ่อควายแม่ควายและลูกควายหรือไงครับ ถึงติดนิสัยมาเรียกคนอื่นแบบนี้


งั้นฝากสวัสดีครอบครัวควายๆ ของคุณด้วยนะครับ


 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 18 ธันวาคม 2550 10:35:41 น.  

 

^
^
^
ลามปามพ่อแม่คนอื่นเขาไม่ดีนะ ถ้าหากโต้แย้งเขาด้วยเหตุผลไม่ได้ก็ไม่ควรใช้ลามปามนะ แบบนี้มันเข้าข่าย....ขี้แพ้ชวนตีอ่ะ

ยิ่งทำให้คำพูดของคุณที่ผ่านมามันดูไม่มีน้ำหนักนะ

 

โดย: งืม IP: 58.9.65.9 18 ธันวาคม 2550 10:50:01 น.  

 

ไม่แคร์ครับ ไม่ได้ต้องการเรตติ้งหรือไม่ได้ต้องการอยากดังครับ ผมพูดดีๆของผมมาตลอด เริ่มด่าผมก่อนเอง ผมเองก็ไม่ได้ดีขนาดให้ใครมาด่าว่าควายแล้วจะยิ้มรับครับ



 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 18 ธันวาคม 2550 11:16:29 น.  

 

ไม่แคร์ครับ ไม่ได้ต้องการเรตติ้งหรือไม่ได้ต้องการอยากดังครับ ผมพูดดีๆของผมมาตลอด เริ่มด่าผมก่อนเอง ผมเองก็ไม่ได้ดีขนาดให้ใครมาด่าว่าควายแล้วจะยิ้มรับครับ



 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 18 ธันวาคม 2550 11:16:29 น.  

 

ที่แท้ก็กริยาทรามไม่แพ้กันถึงอยู่ด้วยกันได้ ถุยใส่ใครครับ ผมไม่รับครับ ถุยใส่หน้าตัวเองแล้วกันครับ ทรามๆ แบบนี้รับไม่ได้

 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 18 ธันวาคม 2550 11:18:05 น.  

 

เอายาแดงไหมคะ? ดิ้นพล่านมากๆ ผิวถลอกหมดแล้ว? นี่ขนาดไม่แคร์นะ

 

โดย: ^-^ IP: 124.120.184.133 18 ธันวาคม 2550 11:27:33 น.  

 

มาเติมกลอนให้เต็มบทค่ะ

คนเห็นคน เป็นคน นั่นแหละคน
คนเห็นคน ใช่คน ใช่คนไม่
กำเนิดคน ย่อมเป็นคนทุกคนไป
จนหรือมี ผู้ดี ไพร่ ไม่พ้นคน

 

โดย: piccy (จบวิศวะ แต่บังเอิญจำกลอนได้) IP: 124.120.242.217 18 ธันวาคม 2550 11:41:19 น.  

 

คือ...เห็นจบอักษร แต่จำผิด แถมจำได้ไม่หมดด้วย
ก็เลยอดไม่ได้ เผลอเติมให้เต็มบท หวังดีน่ะค่ะ อยากให้รู้ว่าบทเต็มเป็นยังไง

 

โดย: piccy IP: 124.120.242.217 18 ธันวาคม 2550 11:47:29 น.  

 

ดีครับ ขอบพระคุณมาก แล้วอย่าลืมเติมสมองและสำนึกของคุณให้เต็มบาทด้วยนะครับคุณวิศวกร

 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 18 ธันวาคม 2550 12:36:17 น.  

 

: ^-^ IP: 124.120.184.133


^
^
^


เก็บไว้ให้ตัวเองดีไหมครับ แถวนี้ดุๆ กันทั้งนั้น ระวังหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะถะ-หลอก

 

โดย: อิง IP: 202.142.193.21 18 ธันวาคม 2550 12:38:26 น.  

 

อ่าว เห็นต่อกลอนได้ไม่เต็มบท ก็เลยมาช่วยเติมให้ครบเท่านั้นเองนา

เรื่องสมองกับ"สามัญ"สำนึกน่ะ มีอยู่แล้วค่ะ ตอนแรกก็แน่ใจอยู่นะคะ ว่าตัวเองเต็มบาท มีสติพูดจารู้เรื่องดี
แต่ตอนนี้ชักไม่มั่นใจ เพราะหลายคนทักมาว่า คุยกับคุณรู้เรื่องด้วย เก่งจัง
เลยชักสงสัยว่า ฉันเต็มบาทหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้คุยกับคุณได้น่ะค่ะ

 

โดย: piccy IP: 124.120.242.217 18 ธันวาคม 2550 13:50:40 น.  


ผู้สาวเมืองยศ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ข้อเขียนรีวิวหนังสือ
ที่ปรากฏในบล็อกแห่งนี้
ไม่ได้เขียนตามหลัก
วิชาการวิจารณ์หนังสือ
เล่มไหนทั้งสิ้น
เป็นการเขียนตามความรู้สึก
ของคนอ่านหนังสือคนหนึ่ง
อาจจะได้สาระบ้าง ไม่ได้สาระบ้าง
ดังนั้นจึงไม่ควรนำไปอ้างอิงแต่อย่างใด

ต้องการติดต่อผู้สาวเมืองยศ ฝากข้อความได้ที่ห้อง ฝากข่าว ค่ะ








Friends' blogs
[Add ผู้สาวเมืองยศ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.