Blogger Reader Writer Runner
One Day หนึ่งวัน นิรันดร์รัก




02.30 ของเช้าวันสิ้นเดือนกันยา ผมพบตัวเองนอนนิ่งอยู่บนเตียง หลังจากปิดหนังสือ พรมจูบแผ่วเบาที่สันปก บนใบหน้ายังมีคราบจางของน้ำตาหลงเหลืออยู่ และก่อนปิดตาหลับใหลในรุ่งสาง ผมเปิดตาค้างทบทวนเรื่องราวที่ได้พบเจอผ่านตัวหนังสือของ David Nicholls และล่ามหนังสือชั้นเยี่ยมอย่าง คุณนพดล เวชสวัสดิ์ ไม่บ่อยนักกับการปิดเล่มอ่านหนังสือบนเตียงนอนของตัวเองกลางดึก แต่เล่มนี้เป็นข้อยกเว้น ไม่ผิดไกล ข้อยกเว้นนั้นได้รับการพิสูจน์ไม่มีข้อโต้แย้งว่าผลที่ได้ตอบกลับมานั้นเยี่ยมเพียงใด ผมกำลังกล่าวถึงพลังในการเล่าเรื่องจาก ... One Day หนึ่งวัน นิรันดร์รัก


ผลงานล่าสุดจากสำนักพิมพ์ที่ผมคิดว่าน่าจับตาขณะนี้(ส่วนตัว) โดยเฉพาะสัปดาห์หนังสือที่กำลังจะมาถึงสำนักพิมพ์นี้มีผลงานออกมาให้เลือกหยิบมากมาย สำนักพิมพ์เอิร์นเนส ผมเรื่มจับตามอง รู้สึก และกลายเป็นติดตาม อันที่จริงผมอุดหนุนมาสองเล่มก่อนหน้าแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไร แต่หลังจากล่ามหนังสือที่ผมชื่นชอบ คุณนพดล เวชสวัสดิ์ มีผลงานแปลจากสำนักพิมพ์มากเล่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดา ผมจึงคิดว่าการเลือกหนังสือและผู้แปลของสำนักพิมพ์นี้ไม่สามัญดาษดื่น จึงกระตุ้นต่อมติดตามให้ทำงาน เหมือนตอนที่เป็นกับสำนักพิมพ์กำมะหยี่ และมติชน เมื่อครั้งออกงานของเฮียมู เป็นอาทิ


หลังจากผมเขียนถึง 1Q84 ในบทความก่อน แบบไม่สปอยล์เนื้อเหาและผู้อ่านบางท่านก็ตอบรับด้วยยินดี ผมจึงตั้งธงในใจเป็นกำลังแล้วว่า จะเขียนถึงหนังสือที่อ่านจบแล้วชื่นชอบ อยากให้มีคนได้อ่านตาม โดยไม่ฉีกเปิดเนื้อในเลือดไหลซิบออกมาเป็นแน่แท้ อย่างไรก็แล้วแต่ อาจมีบ้างหลุดนิดหลุดหน่อย วับแวม พอให้เลือดลมสูบฉีด ราวกับวัยรุ่นแอบอ่านหนังสือโป๊ใต้โต๊ะในคาบเรียนชีววิทยาชวนหลับ ถ้าอยากรู้ว่าผมจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้อย่างไร เลื่อนสายตาตามผมลงมาเลยครับ


หนึ่งวัน นิรันดร์รัก เล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักสองคน ชาย หญิง, เด็กซ์เตอร์ เมย์ฮิว และ เอ็มมา มอร์ลีย์ เรื่องราวเริ่มขึ้นในเช้าวันหลังจบการศึกษา จากการผ่านคืนวันที่แสนสุขของเอ็มมา(ฝ่ายเดียว?) หลังจากปาร์ตี้ฉลองเรียนจบ นำพาทั้งคู่ให้ผ่านเรื่องราวมากหลาย ผ่านปีค.ศ.มากมายราวกับมองต้นไม้ข้างทางขณะขับรถ ผ่านสุขสาหัส ทุกข์ปรี่เปรม เหงา สลับกันเหงา ระยะทาง 20 ปี กับเรื่องราวชีวิตของเขาทั้งสองคน เราจะได้สัมผัสรู้ สัมผัสรัก กับชีวิตของทั้งสอง ทั้งจุดต่ำสุด จุดสูงสุด(หากคุณจะเรียกอย่างนั้นนะ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องราวที่เราได้รับรู้ไปพร้อมๆกับการขับเคลื่อนของแต่ละปี ที่มีหนึ่งวันของแต่ละปีตรงกัน คือ วันนักบุญสวิตธิน หรือทุกวันที่ 15 กรกฎาคม ของทุกปี ล้วนบอกกล่าวอย่างสัตย์ซื่อ หากจะกล่าวให้ชัด เราจะได้รับรู้เรื่องจริงของแต่ละฝ่ายว่ารู้สึกอย่างไร โดยไม่มีจริตใดกั้นขวาง คุณจะคิดได้เองว่า จะเห็นใจหรือสะใจ จะร่วมรับทุกข์หรือร่วมมีสุขกับทั้งสอง เรื่องราวสามัญของหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ในยุค 80-90 ที่มีประกายออกจากตัวอยู่ตลอดเวลา จนได้ทำงานที่(คิดว่า)เหมาะกับตัวเอง อย่างอาชีพหน้ากล้อง เป็นพิธีกรรายการทีวี ส่วนอีกเรื่องราวของสาวสามัญ ที่มีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา สมอง ไหวพริบ อุดมการณ์ และเสน่ห์(ที่ไม่รู้ตัว) สิ่งเดียวที่ขาดหายไป คือความเชื่อมั่นในตนเอง แต่สิ่งที่หายไปนั้นมีเพียงเขา เด็กซ์ คนเดียวที่รู้มาตลอดว่ามีในตัวเธอ เอ็ม แต่เธอก็เลือกที่จะปฏิเสธในสิ่งนั้น และใช้ชีวิตที่เปล่าดายมายาวนาน ทั้งที่รู้แน่แก่ใจว่าตนนั้นวันนึงจะสามารถเป็นนักเขียนได้


ขณะอ่าน คุณอาจจะอยากเขกกระโหลก เด็กซ์ กับความงี่เง่า อวดดีของเขา อาจจะอยากตำหนิ เอ็ม ว่าทำไมไม่มั่นใจตัวเองอีกซักหน่อย อาจจะเสียน้ำตา(ผมเสียไปเยอะ) ไปกับเรื่องราวที่สั่นสะเทือนในหลายช่วงของชีวิต แต่เชื่อผมเถอะ คุณจะเอาใจช่วยพวกเขาตลอดทั้งเล่ม เรื่องราวเหล่านี้ได้ถูกบอกเล่าผ่านแผ่นฟิล์มมาแล้วก่อนหน้าหนังสือจะวางแผงไม่นานนัก และผมเป็นคนหนึ่งในโรงที่นั่งร้องไห้ไปกับเรื่องราวของ เด็กซ์,เอ็ม และตัวหนังสือก็ทำได้ดียิ่งกว่าที่ฟิล์มทำได้ดีมาแล้วซะอีก เพียงแต่หากคุณดูหนังก่อนก็จะรู้ถึงบทสรุปของเรื่อง แต่ไม่ต้องห่วง หนังสือทำให้คุณเต็มตื้นกับฉากเดิม ประโยคคำพูดเดิม ได้ไม่เสียอรรถรสเลยแม้สักกระผีกเดียว


ผมได้หนังสือเล่มมาจากความอนุเคราะห์ของมิตรท่านนึงที่ผมเคารพและชื่นชอบในตัวเขาเป็นอย่างมาก และมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนทรรศนะ อีกทั้งได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับหนังสืออีกมากมาย ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้มานานก่อนเวอร์ชั่นหนังจะออกฉาย เมื่อรู้ว่าเวอร์ชั่นหนังสือแปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ ผมหล่นคำพูดออกมาว่า หากเป็นท่านผู้นี้แปลล่ะก็ มิน่าจะเฉียดใกล้เรื่องรักธรรมดาสามัญหรอกนะ ท่านผู้นั้นกล่าวตอบกลับมาสั้นสั้นว่า “ไม่มีรักไหนธรรมดาสามัญ” และบัดนี้หนังสือเล่มนี้ก็ได้พิสูจน์ตัวกับผมแล้วว่า ไม่มีรักไหนธรรมดาสามัญ ผมอยากให้ One Day หนึ่งวัน นิรันดร์รัก ได้พิสูจน์ตัวเองกับพวกคุณดุจเดียวกับผม



หยิบเถอะครับ แล้วเดินไปจ่ายตังค์







Create Date : 30 กันยายน 2554
Last Update : 6 มีนาคม 2556 16:00:10 น. 20 comments
Counter : 3033 Pageviews.

 
เคยดูที่เป็นหนังแล้วค่ะ และกลายเป็นหนังในดวงใจอีกหนึ่งเรื่อง สงสัยคงต้องหาหนังสือมาอ่านบ้างแล้ว


โดย: Maganda วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:18:42:35 น.  

 
แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ เล่มนี้


โดย: i.am.Victor วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:20:40:48 น.  

 
การวางหนังสือไว้ใกล้ๆถ้วยกาแฟนี่เป็นกลวิธีชั้นยอดในการดึงดูดให้อ่านจริงๆครับ


โดย: Gnoti Seavton IP: 10.66.222.8, 202.12.97.117 วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:0:46:28 น.  

 
หนังสือดี กาแฟ แจ๊ส เท่านี้พอแล้วครับ คุณฟิล์ม


โดย: i.am.Victor วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:0:56:08 น.  

 
1Q84 จบ แล้วก็ต่อด้วยเช่นนี้เช่นกันค่ะ ;) ลุ้นว่าเล่มต่อไปที่จะมารีวิวจะตรงกับที่อ่านอยู่หรือเปล่า :D


โดย: Penguinsss IP: 124.120.155.85 วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:10:18:03 น.  

 
@คุณPenguinsss เอ็นจอยนะครับ เล่มนี้คุณนพดลแปลสะใจมากครับ อ่านเพลิน
ส่วนเล่มถัดไปน่าจะเดาไม่ยากนะครับ เพราะว่ายังมีบางอย่างรอการสานต่ออยู่ครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:15:38:39 น.  

 
อ่านบล็อกที่เขียนนี้ เพลินดีนะ ได้ดูหนังแล้วแฟนเราร้องไห้อ่ะ อ่อนไหวมาก


โดย: ^______^ IP: 203.130.128.1 วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:17:07:24 น.  

 
อย่าว่าแฟนเลยครับ เรื่องราวมันสะเทือนใจจริง หนังสือก็เป็นดุจเดียวกันครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 3 ตุลาคม 2554 เวลา:16:16:55 น.  

 
ขอบคุณสำหรับ Review ดี ๆ นะครับ เดี๋ยวจะไปสอยมาอ่าน

พูดถึงหนังสือก็เศร้า คิดถึงหลายร้อยเล่มที่กำลังดำน้ำบุ๋ง ๆ อยู่ เวลานี้ :-(


โดย: เก่ง IP: 103.1.164.200 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:36:13 น.  

 
คุณเก่ง ครับ เป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆครับ ของผมยังปลอดภัยอยู่ทุกเล่ม ลองเสิร์ชหาวิธีซ่อมหนังสือเปียกน้ำดูนะครับ ในเฟสบุ๊คผมมีคนโพสเยอะเหมือนกันครับ แต่จำไม่ได้

ขอบคุณนะครับคุณเก่งแวะมาอ่านบ่อยๆนะครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:39:13 น.  

 
เมื่อวานไปสอย One Day มาแต่หนังสือหมด ต้องรอวันที่ 18 ครับ

พร้อมกับหนังสือของมูราคามิ ไม่เคยอ่านผลงานของมูราคามิเลย แต่เคยหยิบ เคยจับ ตั้งแต่สมัยที่มีการแปลแรก ๆ คราวนี้จะเลยลองอ่านดูสักที

หมดค่าหนังสือไปหลายบาทเลยทีเดียว (ประชดชีวิต ที่หนังสือถูกน้ำท่วม) ว่าจะไม่สะสมอีกแล้วนะ แต่ก็อดไม่ได้

ผมเคยเห็นตามเวบเกี่ยวกับวิธีซ่อมหนังสือ แต่...เชื้อโรคที่มากับน้ำ และฟักตัวอยู่นี่ซิครับ...


โดย: เก่ง IP: 103.1.167.199 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:06:53 น.  

 
การรอเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์เสมอครับ คุณเก่ง ผมเคยรอ(ตามหา)หนังสือของมูราคามิเป็นปี เมื่อได้รับแล้ว เกินบรรยายครับ

ตอนที่ผมยังไม่ได้อ่าน มูราคามิ หนังสือของเขาวางอยู่ที่ชั้นร้านหนังสือประจำ (อ่านได้จากบทถึงพี่อ้วนผู้ทำให้ผมหลงรักมูราคามิครับ) ถูกแนะนำครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าดีอย่างนั้นอย่างนี ผมไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองหรือจับต้องเลยครับ จนทุกวันนี้ ทุกเล่มของ มูราคามิ เป็นเหมือนทรัพย์สมบัติส่วนตัวของผมครับ

รอต้อนรับสู่โลกของ มูราคามิ ครับคุณเก่ง


โดย: i.am.Victor วันที่: 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:42:15 น.  

 
หลงเข้ามาอ่าน เลยต้องหยิบแล้วจ่ายตังค์ไปเรียบร้อยค่ะ


โดย: noon IP: 180.210.216.74 วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:20:06:15 น.  

 
ยินดีด้วยครับคุณ noon หวังว่าจะอิ่มใจไปด้วยกันนะครับ อ่านจบแวะมาหล่นคอมเมนต์ให้อีกทีนะครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:20:22:57 น.  

 
ต้องหามาอ่านมั่งแล้วครับ


โดย: Biggun IP: 1.47.111.242 วันที่: 22 มีนาคม 2555 เวลา:22:24:23 น.  

 
แนะนำไปอย่างยวดครับ อ่านจบแล้วดูหนัง หรือจะดูหนังแล้วมาอ่านจบ ก็ไม่ว่ากัน ได้คนละอารมณ์ครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:10:53:52 น.  

 
แค่สำนวนขึ้นต้นในการชักชวนคนมาอ่าน ก็ไม่อาจละสายตาไปจากบล็อคนี้ได้แล้วล่ะค่ะ จะหามาอ่านตามที่แนะนำนะคะ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: Setakan วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:9:57:39 น.  

 
หวังว่าจะชอบบทความอื่น ๆ ด้วยนะครับ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:23:39:14 น.  

 
ว่าจะซื้อหลายหน ก็ไม่ได้ซื้อซะที
งานหนังสือคราวนี้คงไม่พลาด
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
ป.ล.ชอบหนังมากกก


โดย: The Architecture of Happiness วันที่: 29 กันยายน 2556 เวลา:0:10:29 น.  

 
ยินดีครับ

ขอให้ได้เล่มนี้ติดมือกลับบ้านนะครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:11:21:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

i.am.Victor
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





รักเร้นเร้นลับโลกคู่ขนาน
บันทึกแห่งนกไขลานหวามหวั่นไหว
แกะรอยหาแกะดาวคืนฝนปราย
ด้วยรักใจสลายแดนสนธยา




#สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทความภายในบล็อคนี้
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน#




"Pain is inevitable, Suffering is optional"
Haruki Murakami
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add i.am.Victor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.