มีนาคม 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
All Blog
กว่าจะมาถึงวันนี้ ตอนที่ 2
เนื่องจากโรงเรียนไม่มีสอนในชั้นมัธยม จึงต้องหาที่เรียนใหม่ ซึ่งโรงเรียนมัธยมที่เป็นที่นิยมใน(รัฐ) อ.เมือง มีอยู่ 4 โรงเรียน คือ อุดรพิทยานุกูล สตรีราชินูทิศ อุดรพิชัยรักษ์พิทยา ประจักษ์ศิลปาคม ซึ่ง 3 โรงเรียนแรก สามารถเดินทางได้สะดวก มีรถประจำทางผ่าน แต่โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคมอยู่ค่อนข้างไกล ดังนั้น ตัวเลือกนี้จึงโดนตัดไป ที่อยากเข้าคือ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด (สมัยก่อนเป็นโรงเรียนชายล้วน ปัจจุบันเป็นโรงเรียนสห) พอมาคิดดีๆก็เริ่มซีด จะสอบได้เร้อ มีแต่คนอยากเข้า มีแต่คนเก่งๆมาสอบเข้าแน่เลย ไม่กล้าเสี่ยงแฮะ เพราะสอบวันเดียวกันทุกโรงเรียน ถ้าสอบไม่ได้จะไปเรียนที่ไหนว๊า แม่ก็คงไม่มีเงินมากพอจะยัดใต้โต๊ะให้ เพราะโรงเรียนใหญ่ โรงเรียนดัง คงหมดเยอะแน่นอน แถมไม่มีเส้นสายอีก (เรื่องอย่างนี้จะโทษโรงเรียนอย่างเดียวก็ไม่ได้นะเออ) เอาไงดีๆ ต้องมีที่เรียนโดยที่ไม่ต้องยัด อุดรพิชัยรักษ์ฯ ไม่เอาอ่ะ โรงเรียนเกรดรองลงมา งั้นสมัครที่สตรีราชินูทิศละกัน ปรึกษาแม่ แม่ก็เลยให้ไปสมัครที่อุดรพิชัยรักษ์ฯไว้ด้วย เผื่อพลาด จะได้ยัดได้ (คงไม่แพงเท่าอุดรพิทยานุกูล) โอเค ชวนเพื่อนไปสมัครด้วย ก็กรอกใบสมัคร ยื่นเอกสาร แล้วมีทดสอบความรู้ด้วย โว้ว ใช่ย่อยนะเนี่ ทดสอบโดยการให้อ่าน เขียนภาษาไทยที่ไม่ค่อยใช้บ่อย อ่านได้ 2-3 คำ อาจารย์ก็บอกพอ ให้เขียนตามคำบอก ก็เขียนได้ 4-5 คำ ก็เลิก ให้อ่านภาษาอังกฤษแทน อ่านได้ 3 บรรทัด อาจารย์ก็บอกว่าเสร็จแล้ว แล้วอีกวันนึงก็ไปสมัครสอบที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ โหหหห โรงเรียนอย่างกว้าง มองจากหน้าโรงเรียนจะเห็นตึกแบบโบราณสองชั้นขวางอยู่ (ยาวมาก ชั้นนึงมี 20 กว่าห้อง) เอาล่ะวะ เขารับสมัครที่ไหนล่ะเนี่ย ไม่เคยมา แถมมาคนเดียวอีกต่างหาก จะถามก็ไม่กล้า (กลัวเขาหาว่าบ้านนอก ) ก็เลยเนียนๆ เดินช้าๆชมนกชมไม้ แล้วก็เห็นเขาเดินเข้าเดินออกตรงกลางอาคารที่เป็นทางเชื่อม ก็เลยลองเดินตามเขาไปดู อ๊ะนั่นไง ใต้ตึกนั้น มีคนเยอะแยะไปหมดเลย ต้องเป็นที่สมัครสอบแน่ๆเลย พุ่งตรงไปเลยค่ะ แล้วก็ใช่จริงๆด้วย รอดตายแล้วเว้ย แล้วก็ได้สมัคร (แต่โรงเรียนนี้ไม่มีสอบนะ) แล้วก็ลั้ลลากลับบ้านไปอ่านหนังสือ ช่วงก่อนสอบคุณย่าไม่สบาย ต้องมารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แม่ก็ต้องมาเฝ้าไข้ เราก็เลยหอบตำราอันน้อยนิดมาอ่าน (ดูดีเนอะ อ่านได้ไม่เยอะหรอก หาเรื่องไปซื้อนู่นซื้อนี่อยู่เรื่อย) ก่อนไปสอบ แอบขอรางวัลแม่ไว้ว่า "ถ้าสอบติด หนูอยากได้คอม แม่จะให้มั้ย" แม่บอกว่า "สอบติดก่อนแล้วค่อยว่ากัน" หง่าา แล้วก็ไปสอบแบบงงๆ เตรียมไปแค่ปากกา ลิขวิด ไปถึง ข้อสอบมี 100 ข้อ อาจารย์บอกว่า ต้องใช้ดินสอฝนกระดาษคำตอบ ซึ่งจะตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (เพิ่งเริ่มมีนะ สมัยนั้น) แต่กระดาษก็เป็นกระดาษ A4 ธรรมดา ช่องใหญ่ขนาดว่าถ้าเจาะรูแล้วเอานิ้วโป้งแหย่เข้าไปได้ เราก็เหวอเลย ไม่มีดินสอ (ไม่เห็นบอกอะไรเลยนี่นา) แล้วอาจารย์ผู้คุมสอบก็บอกว่า ใครไม่มีก็ใช้ปากกาได้ ระบายให้เต็มช่องนะคะ โหหห เล่นเอาเหนื่อย กว่าจะระบายเสร็จแต่ละข้อ

และแล้ว วันประกาศผล พ่อกับแม่ก็มาเฝ้าย่าตามเคย (ยังไม่หาย) ก็เลยถือโอกาสมาด้วยกัน ดูผลสอบแล้วจะได้ไปบอกย่าด้วย เวลาตอนนั้นประมาณ 7 โมงเช้า เงียบมาก เข้ามาถึงโรงเรียน เจอบอร์ดไม้วางอยู่ริมสนามบาสหน้าโรงเรียน 2 อัน คราวนี้ล่ะ 3 คน พ่อ แม่ ลูก ช่วยกันหาว่าสอบได้หรือเปล่า พ่อไล่มาจากแผ่นแรก แม่ไล่จากสุดท้ายขึ้นมา เราดูตรงกลาง และแล้ว ... และแล้ว ... เสียงก็ดังมาจากพ่อ "นี่ไง นี่ไง นี่ไง ใช่มั้ยๆ" พ่อชี้ไปที่บรรทัดหนึ่งบนกระดาษ ชื่อเรา เฮ้ย ชื่อเราๆ หมายเลขประจำตัวผู้สอบตรง อร๊ายยย สอบติดแล้ววววว เย้ !!! จากนั้นสามคน พ่อ แม่ ลูก ก็กระโดดกอดกันเลย เป็นภาพแห่งครอบครัวสุขสันต์จริงๆ (ถ้าถามว่าพี่สาวเราหายไปไหน มันก็นอนอยู่บ้านนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่ธุระมัน มันไม่มาหรอก) ลั้ลลล ลา ได้ที่เรียนแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คอมอยู่ดี ด้วยเหตุผลว่า "ก็แม่ไม่มีตังค์" เงียบเลย (แต่ก็ขออยู่เรื่อยๆน่ะแหละ)

โรงเรียนสตรีราชินูทิศ เป็นโรงเรียนตรี (ชื่อก็บอกอยู่แล้ว) ที่เก่าแก่พอควร ผู้ก่อตั้งคือ พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ในรัชกาลที่ 6 เครื่องหมายโรงเรียนจึงเป็นอักษรย่อ สผ.ภายใต้พระมหามงกุฎ (เรียกอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้) เข้าเรียนในชั้น ม.1/5 โดยเป็นคนเดียวในห้องที่สอบเข้าได้ (คนอื่นจะเป็นพวกโควต้าบ้านใกล้โรงเรียน ความสามารถพิเศษ และเด็กฝาก) เพื่อนก็งงว่าทำไมสอบเข้าได้มาอยู่ห้องไกลขนาดนี้ เราก็บอกว่าไม่รู้ เขาจัดมาก็มาอยู่ เรียนห้องไหนก็เหมือนกันแหละ ม.1 ตั้งใจเรียนมาก เพราะกลัวว่าจะเรียนไม่รู้เรื่องกลัวเรียนไม่ทันเพื่อน เพราะเพื่อนหลายคนมาจากโรงเรียนเอกชน เขาอาจจะเก่งมาก มีความรู้เยอะกว่าเราแน่เลย แต่ผลสอบออกมาก็โอเคนะ ไม่ได้แย่ โล่ง พอขึ้น ม.2 ดันโดนเลือกให้เป็นหัวหน้าห้อง ชั้นเนี่ยนะ!! ช็อคเบาๆ ก็เลยบอกว่าต้องมีคนมาทำงานช่วยนะ ไม่งั้นไม่เป็น เพื่อนก็โอเค แต่สุดท้ายดันกลายเป็นว่า เพื่อนทำหมดเลย เราไม่ทำอะไรซักอย่าง โดยจะมีงานรับผิดชอบในแต่ละวัน คือ เช็คชื่อเข้าแถว (ไอ้เราก็มาสายทุกวัน เช็คให้ไม่ได้หรอกนะ แถมเพื่อนตอ้งเช็คใหเราอีกด้วย) สมุดบันทึกประจำวันของห้อง ว่าวันนี้มาเรียนกี่คน ขาด สาย ลา ป่วย กี่คน วันนี้เรียนวิชาอะไร ต้องให้ครูเซนต์ทุกคาบที่เข้าเรียน (ไอ้เราก็ไม่ทำ เพราะขี้ลืม เปลี่ยนห้องเรียนทุกคาบ ท้ายคาบก็ลืมหยิบไปด้วย ต้องไปตามหาว่าลืมไว้ที่ไหน) เอ๊ แล้วหัวหน้าห้องอย่างเราทำอะไรน่ะหรอ ก็มีหน้าที่เอาสมุดงานไปส่ง ไปประชุม ไปรับหน้าอาจารย์ (กรณีงานไม่เสร็จตามกำหนด) ไปรับของจากอาจารย์ที่จะสอนคาบต่อไป (เผื่อมีอุปกรณ์เพิ่มเติม) และถ่วงเวลาอาจารย์ให้เข้าห้องช้าๆเพราะเพื่อนยังทำการบ้านไม่เสร็จ นั่นแหละหน้าที่เรา กินแรงเพื่อนโคตรๆ แต่เพื่อนก็ยังไม่เข็ด ให้เราเป็นหัวหน้าต่อเมื่อขึ้น ม.3 เราก็เอ่อ ถ้าจะให้เป็นก็เหมือนเดิมนะ หาคนมาทำงานแทนด้วย ขี้เกียจอะไรเยี่ยงนี้

พอขึ้น ม.3 ด้วยความที่รู้จักคนเยอะ (จากการเป็นหัวหน้าห้อง) ก็จะรู้จักหัวหน้าห้องห้องอื่นๆ และรู้จักอาจารย์ในห้องปกครอง อาจารย์หัวหน้าฝ่าย และอาจารย์ก็จำได้ บางครั้งก็โดนเรียกใช้งานอยู่บ่อยๆ อย่างวันหนึ่ง มาสาย (ตามปกติ) พอถึงแถวของห้องเรา ก็ต้องต่อท้ายแถว อาจารย์หัวหน้าชั้น ม.3 ก็เดินมาหาแล้วบอกว่าตามครูไปที่ห้องปกครองหน่อย
อ่าวเห้ยยย เดินตามอาจารย์ไปแบบงงๆ อยู่ดีๆอาจารย์ก็หันมา "หัวหน้า ครูตรวจเล็บซิ" อ้าว ไหงเป็นงั้น (ยังไม่ได้ตัด ความจริงคือไม่ชอบตัดเล็บ ชอบไว้เล็บยาว) "หัวหน้าเล็บยาวนะเนี่ย เดี๋ยวไปตัดในห้องละกัน" อ่าาา ค่ะ เล็บช้านนน ทำไมต้องมาตรวจวันนี้ด้วย พอเข้าไปถึงห้องอาจารย์ก็ยื่นกรรไกรตัดเล็บให้ อาจารย์ ใจร้าย แล้วอาจารย์ก็เริ่มร่าย "วันนี้ครูมีประชุม เอางานนี่ไปทำในคาบนะ ดูเพื่อนด้วย อย่าให้เสียงดัง เสร็จแล้วก็เอาไปส่งที่โต๊ะนะ" เรียกมาแค่เนี่ย ? ตกใจหมดเลย แล้วก็มีช่วงนึง อาจารย์ให้ไปเข้าค่ายผู้นำ จะใครซะอีก ก็หัวหน้าห้องอีกตามเคย ไปเข้าค่ายประมาณ 3 วัน กลับมาก็พบว่า อาจารย์สอบย่อยไป อ้าว ไม่เห็นรู้เรื่อง อาจารย์ก็เลยเรียกไปสอบ (ในห้องนั่นแหละ เพื่อนก็ทำงานไป) เสร็จแล้วอาจารย์ก็ตรวจมันตรงนั้นแหละ "นี่พวกเธอ ดูสิ หัวหน้าเขาไปต่ายกลับมา เขายังทำคะแนนได้เยอะกว่าพวกเธออีก พวกเธออ่านหนังสือกันมั่งมั้ยเนี่ย" ซะงั้นน่ะ

ยาวแล้วววว ยังไม่ขึ้น ม.ปลายเลย ... ต้องรอตอนหน้าแล้วล่ะค่ะ

คืนนี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ



Create Date : 23 มีนาคม 2555
Last Update : 23 มีนาคม 2555 2:56:47 น.
Counter : 645 Pageviews.

10 comments
  
มาเยี่ยมยามใกล้รุ่งค่ะพี่

โหๆ ... จำได้ด้วยหรอค่ะ เป็นฝ้ายลืมหมดแล้ว 555555

โดย: H. sapiens วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:5:12:12 น.
  
ความทรงจำดีดีเนาะ
น้องที่ทำงานก้อจบมาจาก อุดรเหมือนกัน
โดย: kwan_3023 วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:7:22:52 น.
  
สวัสดีคะ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม

เซเว่น ทำไมไม่มีกัลฟ์ละคะ
อันที่ซื้อมาก็เพิ่งจะลงวันแรกเหมือนกันคะ
โดย: Hi Aoy วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:9:29:24 น.
  
สมัยเรียนผมโดนยัดตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าห้องแบบงงๆครับ
เป็นหัวหน้าห้องแค่ชื่อนั้นแหละมีหน้าที่แค่ "นักเรียนเคารพ"
ตอนอาจารย์มาสอนแค่นั้น ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:11:01:10 น.
  
ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิตน่ะครับ
power acoustik ptid-8920
โดย: ratone วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:23:09:14 น.
  
เอ้อ สมัยก่อนมันชอบมีโรงเรียนแบบชายล้วน หญิงล้วนอยู่ใกล้ๆกันเนอะ
แล้วเดี๋ยวนี้ก็เป็นสหหมด
จะรออ่านต่อนะคะ อิอิ
โดย: FairyG วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:14:25:49 น.
  
ที่นั่งผมอยู่หลังห้องเวลาตะดกนทำความเคารพ
มันจะก้องทั้งห้องดียังไงหน้าที่นี้ผมก็ไม่ยกให้ใครง่ายๆครับ ฮ่าๆๆ
สวัสดีตอนบ่ายๆครับ ฝนตกอากาศเย็นสบายจังเลย
โดย: Don't try this at home. วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:15:26:29 น.
  
ไม่ค่อยมีความทรงจำในห้องเรียน



เพราะ



โดดเรียนบ่อย
โดย: pakma_13 วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:15:11:19 น.
  
ฝันดีคร้าบบบบบบ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:0:29:35 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่าาาาา

โดย: H. sapiens วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:3:46:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Muzume
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



I'm a Pediatric Nurse, working at Siriraj Hospital.

เป็นคุณพยาบาลตัวเล็กๆ ดูแลเด็กโต(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชาย)ที่ป่วยทุกโรคค่ะ