Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย สำหรับสาวช่างฝันกับหนุ่มตุรกี


ตอนที่ 1

คิดอยู่นาน หลายรอบ คิดวนไปวนมา จะเล่าดีไม่เล่าดีนะ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าจนได้ อยากฝากไว้ให้หลายๆคนได้คิด เรื่องของ จขบ เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนก็จะเจอแตกต่างกันไป ทั้งดีและไม่ดี

เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวันก่อนเราได้กลับไปคุยโดยบังเอิญกับเขาคนนั้น คนซึ่งเป็นอดิตและทำให้เราจำฝังใจมาจนเดี๊ยวนี้ ทำยังไงมันก็ไม่สามารถลบเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมาได้ ยิ่งนึก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งนึกก็ยิ่งเสียใจ

เราบังเอิญเจอเค้าในโลกไซเบอร์โดยบังเอิญ หลังจากที่ตัดสินใจจะไม่ยุ่งไม่ติดต่อกับเค้าอีก เพราะว่าเราต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่ ... มันอดไม่ได้นะ ที่จะทักทายแค่ว่า "สบายดีไหม" มันเป็นการเริ่มต้นสนทนาเรื่อยมา เราเห็นว่าเค้ามีรูปขึ้นโปรไฟล์กับผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนของเค้าคนปัจจุบัน ครั้งแรกที่เห็น มันรู้สึกเสียใจแล้วก็ชานิดๆๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันก็เป็นความรู้สึกจริงๆ ของเรา

พวกเราต่างไม่ได้พูดคุยอะไรมาก แต่ความรู้สึกมันสื่อถึงกันว่าหากวันใดวันหนึ่งเธอล้มลง ชั้นก็ยินดีเข้ามาช่วย หากวันใดวันหนึ่งที่เราทั้งสองคนพ่ายแพ้ให้กับทางที่ได้เลือกเดิน เราจะกลับมา "เริ่มต้นกันใหม่" แต่ส่วนลึกของเราบอกว่า เรา "ทำไม่ได้" เพราะว่าเรามีหน้าทีต้องรับผิดชอบ เราจะทำหน้าที่ของเราตรงนี้ให้ดีที่สุด และอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรามีสามีที่รักเราและเราก็รักเค้าในตอนนี้ อดิตไม่สามารถแก้ไขได้แต่เราจะทำปัจจุบันของเราให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ดังนั้นบทสนทนานี้ก็จบด้วยว่า ไม่ต้องการติดต่ออีกแค่ทักทายเท่านั้น แต่เค้าให้อีเมล์ส่วนตัวมาและไม่ต้องการให้เราส่งเมสเสจหาเค้าโดยผ่านเว็บไซต์นี้อีกเพราะว่า แฟนเค้ามาเช็คตลอดเวลา ส่วนเราก็ไม่อยากทำผิดต่อสามี เราจึงเลือกคำที่ว่า "Forget it"

ถึงแม้เราไม่ได้คุยกับเค้า แต่เราก็ยังจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดี มันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานนี้เอง อยากจะลืมแต่มัน "ทำไม่ได้" เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้น เมื่อ 5 ปีที่แล้วได้

หลังจากเราเรียนจบปริญญาตรีมาใหม่ ก็เริ่มทำงานในออฟฟิตแล้วเริ่มใช้โปรแกรมเช็ท MSN ทำให้เราได้พบปะผู้คนต่างๆ มากมายในโลกไซเบอร์นี้ หนึ่งในนั้นก็คือเค้าคนนั้น เค้าเป็นคนประเทศตุรกี จำได้ว่าวันนั้นใกล้เลิกงาน แล้วเค้าก็ได้แอดเรามา เราพยายามรีบคุยแล้วก็รีบกลับบ้าน แต่ความประทับใจในครั้งแรกที่เห็นก็ไม่เคยลืม ใบหน้าที่ยิ้มกว้างและไมตรีแรกพบ ถึงเค้าจะอ่อนกว่าเรา แต่มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นเลย

หลังจากนั้นเราก็ยังคงติดต่อกับเค้าอยู่เรื่อยๆ จนเราตกลงที่จะเป็นแฟนกัน พวกเรา ณ ตอนนั้น รักกันมากมาย วันวาเลนไทม์ เค้าส่งสร้อยคอพร้อมแหวนเงินมาให้ กับจดหมายที่เราไม่คิดว่าเป็นจดหมาย มันเหมือนหนังสือมากกว่า เพราะว่ามันเยอะมาก กระดาษเอ4 สีสวย เกือบ 50 หน้า เค้าเขียนมาได้ยังไงนะตั้งเยอะแยะ ข้างในนั้นบรรยายถึงตัวเค้า ครอบครัว แล้วก็ความฝันทีเค้ามีต่อเรา เราประทับใจมากกับของขวัญชิ้นนี้ ไม่คิดว่าเค้าจะมาจริงจังอะไรกับเรา

หลังจากนั้นไม่นาน เค้าส่งซ๊ดีมาให้ 3 แผ่น พร้อมจดหมายอีกกว่า 50 แผ่น และรูปถ่ายอีกร้อยกว่าใบ ในซีดีเค้าทำวีดีโอตัวเค้า ไปเที่ยวกับเพื่อนในเมืองเค้า ครอบครัว โรงเรียน ทุกอย่างในชิวิตเค้า มันเหมือนกับแนะนำตัวเค้าเลยยังไงยังงั้น เราดูแทบทุกวันเพราะว่ารักเค้ามาก อยากเจอเค้าจัง เราคิดในใจ ในที่สุดเราก็ตัดสินใจบินไปหาเค้า เพราะเราทำงานมีเงินใช้เอง แต่เค้ายังเรียนอยู่

เราติดต่อกันผ่าน MSN และบางทีเค้าก็โทรมาและเราก็โทรหาเค้า เวลาโทรหาเค้าทีแทบไม่ได้คุยกับเค้า ถ้าเค้าอยู่ที่โรงเรียน บรรดาพวกเพื่อนๆเค้าก็จะมาแย่งพูดคุยกับเรา หรือหากเค้าอยู่บ้านเราก็จะได้คุยกับครอบครัวเค้าเป็นส่วนใหญ่ ดีจังที่พวกเค้ายอมรับเรา ส่วนเรื่องของเค้าเราก็เล่าให้ครอบครัวเราฟังด้วย แม่เราก็แค่บอกว่าก็ดูกันไป ศึกษากันให้ดี แต่แม่ก็คงเห็นจากการกระทำของเค้าและทำให้แม่ไว้ใจเค้าในระดับหนึ่ง



Create Date : 01 กรกฎาคม 2552
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 16:08:33 น. 60 comments
Counter : Pageviews.

 

ตอนที่ 2

ก่อนวันเดินทางวันเดียว เค้าโทรหาเราด้วยความดีใจ บอกถึงผลคะแนนของเค้าว่าอยู่ในระดับที่ดี แล้วเค้าก็ให้คุยกับพ่อเค้า พ่อเค้าบอกว่า พรุ่งนี้จะขับรถไปรับที่สนามบินนะ พ่อเค้าเตรียมซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ให้พร้อมทั้งโน๊ตบุคสำหรับใช้ที่บ้านและติดต่อกับเรา ได้ฟังอย่างนี้ก็ทำให้เราดีใจและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น กับการพบกันครั้งแรกของเราสองคน

วันเดินทางเราทั้งตื่นเต้นและดีใจอย่างบอกไม่ถูก ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่องก็พยายามคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าเค้าจะเป็นยังไงน้า คิดไปคิดมา 10 ชั่วโมงผ่านไป ตอนนี้เรามาถึงที่ตุรกีแล้ว เค้าบอกว่าเค้าส่งเพื่อนมารับ 2 คน เค้าไม่สามารถมารับได้เพราะเมืองเค้าไกลมาก เพื่อนที่เค้ามารับชื่อเรซุลและเนจิป

เราออกมา ก็เห็นผู้ชาย 2 คนเดินมาทักทายเรา หน้าตาเหมือนในวีดีโอที่เค้าแนะนำเราว่านี่คือคนที่จะมารับเราที่สนามบิน และส่งเราบินต่อไปหาเค้าอีกเมืองหนึ่ง เราทักทายกันพอสมควร จากนั้นเค้าพาเราเที่ยวเมืองอีสตันบูล อาหารเช้าของเราเป็นซุปเมเจเมะ ตอนนั้นที่กินรู้สึกไม่ชอบเอาซะเลย แต่ก็ต้องทนกินจนได้

เนจิปและเรซุลพาเราไปเที่ยวซุลต่านอาเมทและอนาโซเฟีย สวยงามมาก สักพักพวกเราก็ไปนั่งชายทะเลกัน เนจิปเริ่มมีอาการแปลๆ ดูเงียบไป เนจิปเอาโทรศัพท์เราไปใช้กับซิมของเค้า จนแบตเตอรี่เราที่ชาร์ตมาจนเต็มเกือบหมด เราเดินเที่ยวในสวนสาธารณะ (จำชื่อไม่ได้) แต่ต้นไม้ใหญ่มากสวนกว้างขวาง เนจิปเริ่มที่จะพูดออกมาว่าเกิดอะไรขึ้น เนจิปบอกว่าจะไม่ส่งเราไป แบทแมน (เมืองที่เราจะไป) เนจิปบอกว่าเมื่อคืนพ่อของเมเมท (คนที่เรารักตอนนั้น) โทรมาหาและบอกว่าให้ส่งเรากลับไทย อย่าปล่อยให้ไปแบทแมนเด็ดขาด เรารู้สึกได้ว่าเนจิปกลัวพ่อของเมเมทมาก ไม่รู้ว่าเพราะเหตุอันใด แล้วเค้าก็เชื่อตามที่พ่อเมเมทบอก เค้าจะทำตามคำสั่ง เราไม่รู้จะทำยังไง โทรศํพท์ก็ไม่มีโทรไปหาเมเมท ซิมก็ยังไมได้ซื้อ

เราเริ่มกลัว อยากคุยกับเมเมทว่ากิดอะไรขึ้น เค้าก็บอกว่าไม่สามารถคุยได้ ห้ามโทรไปหาเด็ดขาด เราก็บอกว่าถ้าเราไม่รู้เหตุผล ไม่ได้ยินจากเมเมทเราจะไม่มีวันกลับไทยเด็ดขาด เค้าเริ่มโมโหเรา เรารู้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของเค้าได้ มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างเหตุการณ์ต่างๆ มันถึงได้เปลี่ยนแค่ข้ามคืน

เราเริ่มวางแผนใหม่ บอกเค้าว่าตกลงเราจะไม่ไปหาเมเมท แต่ตั๋วเราแพง มาทั้งทีก็อยากมาเที่ยว เราจะไปหาเพื่อนเราที่สิวาสแทน เค้าซักไซร้เราต่างๆ นาๆ เพื่อความแน่ใจ เค้าขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อนเราเพื่อความแน่ใจ แต่จริงๆ เพื่อนเราอยู่แบทแมน เราไมได้บอกเค้า เราจะไปหาเพื่อนเราให้เพื่อนเราช่วย เราพยายามโทรหาเพื่อนเรา เพื่อนเราตกลงว่าให้นั่งเครื่องมา จะขับรถไปรับที่สนามบิน เนจิปตกลงเรื่องนี้


โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:33:51 น.  

 

ตอนที่ 3

เนจิปพาเราไปที่บริษัทสายการบินที่เราใช้บริการมา ตอนแรกเราไม่รู้ว่าเค้าพาเราไปทำอะไรนึกว่าไปติดต่อเรื่องเวลาเดินทางไปเมืองแบทแมน แต่ที่ไหนได้เค้าไปยกเลิกตั๋วเรา เราก็โง่ที่ให้พาสปอร์ตเค้าไปเช็ค สุดท้ายเที่ยวบินที่เราต้องบินไปแบทแมนก็ยกเลิก

เรซุลไม่สามารถช่วยอะไรเราได้ เค้าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพ่อเมเมทแล้วก็เนจิป แต่เรารู้สึกได้ว่าพ่อเมเมทต้องขู่อะไรเนจิปแน่แท้ ไม่งั้นเค้าคงไม่กลัวขนาดนี้ เราให้เนจิปพาไปซื้อซิมการ์ดจะได้โทรหาเพื่อนเราได้ และพาเราไปสถานีขนส่งเพราะเราไม่สามารถนั่งเครื่องไปได้แล้ว เราเสียใจและแค้นกับการกระทำของเนจิปมาก

เราพยายามโทรหาเมเมท แต่ โทรศัพท์เค้าปิดตลอดเวลาเลย ทำไม เพราะอะไร เกิดอะไรขึ้น เนจิปพาเรามาที่สถานีขนส่ง เราบอกเค้าว่าแค่นี้แหระที่เหลือจะจัดการเอง แต่เค้าไม่ยอม เรารู้สึกว่าเค้าไม่แน่ใจในตัวเรา เค้าบอกว่าจะเป็นคนซื่อตั๋วไปสิวาสให้เรา แต่เราปฏิเสธเค้าก็ไม่ยอม เราไม่รู้จะทำยังไงดีตอนนั้น เค้าคงรู้สึกว่าเราโกหกเค้าแล้ว เค้าบอกว่าอย่าสร้างปัญหาไปมากกว่านี้ แต่เราก็ยังยีนยันว่าถ้าเมเมทไม่ได้เป็นคนไล่เรากลับ เราจะไม่มีทางกลับเด็ดขาด แล้วเราก็ต้องการรู้เหตุผลที่แท้จริงว่า มันเกิดอะไรขึ้น

เนจิปโมโหเรามาก ทั้งตะโกนทั้งเตะถังขยะ เรานึกในใจว่าทำไมเค้าไม่คิดจะช่วยเพื่อนเค้า ทำไมเค้าถึงได้เกรงกลัวพ่อเมเมทได้ขนาดนี้ เราปล่อยโฮตรงนั้นเลย ทั้งเสียใจ เจ็บใจว่าจะทำไงดี คิดถึงเมเมทมากว่าตอนนี้เค้าจะเป็นยังไงบ้างนะ เราทะเลาะกับเนจิปที่สถานีขนส่ง ผู้คนต่างมองจ้องมาที่พวกเราว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น

ทันใดนั้นได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเนจิปดัง เนจิปรับสายเป็นเสียงที่เราคุ้นเคยรอดผ่านหูมา เค้าพูดภาษาตุรกีซึ่งเราไม่เข้าใจ แต่เราได้ยินน้ำเสียงพอเดาได้ว่าเค้ามีปากเสียงกัน เราตัดสินใจแย่งโทรศัพท์เนจิปมาคุย เค้าโกรธเรา และพยายามจะมาแย่งคืนจากเรา แต่เรซุลห้ามเนจิป เป็นครั้งแรกที่เรซุลช่วยเหลือเรา เราพูดคุยกับเมเมท

คำแรกที่ถาม คุณเป็นยังไงมั่ง เกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้ เมเมทพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ ใช่เค้าร้องไห้ ไม่คิดว่าพ่อเค้าจะทำกับเค้าแบบนี้ เค้าเริ่มเล่าให้เราฟังว่า เบอร์นี้เป็นเบอร์ของอาโป (อาโปคือเพื่อนสนิทเมเมทและเพื่อนสนิทเรา) พ่อเค้ายืดโทรศัพท์และขังเค้าไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหน เค้าพยายามขอร้อง ทั้งทุบประตู แต่ก็ไม่ได้ผล เสียงเค้าเราฟังออกว่าเค้าร้องไห้มานานมาก เค้าเล่าต่อว่า อาโปมาหาเค้าที่บ้านเพื่อนัดแนะว่าจะพาเราไปเที่ยวที่ไหนทำอะไรกันดี แต่ต้องมาพบว่าเมเมทถูกขัง เค้าเลยขอร้องแม่เมเมทไปคุยกับเมเมท เพื่อให้เค้าได้ตัดใจ

อาโปฉลาดวางแผนมาก เค้าไปหาเมเมทแล้วก็ได้พูดคุยกับเมเมท ช่วยกันวางแผนทั้งหมด แล้วจัดการโทรหาเนจิปเพื่อยกเลิกส่งเรากลับไทย เมเมทบอกแผนทั้งหมดให้เราฟังว่า ให้ซื้อตั๋วนั่งรถไปเมืองดิยาบาเกอร์อาโปแล้วก็เบเจต จะมารับเราพร้อมคอยดูแลเราแทนเค้า ส่วนตัวเค้าจะแกล้งทำเป็นตกลงตามที่พ่อบอกเพื่อให้พ่อยอมปล่อยตัวเค้าออกมา เราโอเคตามนี้ แต่เมเมทชั้นจะซื้อตั๋ยังไง

เมเมทคุยกับเนจิปต่อ บอกเนจิปแค่เพียงว่า ถ้ายังเห็นว่าเป็นเพื่อน ไม่ต้องช่วยเหลือก็ได้แต่อย่าห้ามและขวางเราสองคน เนจิปก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็เป็นอันรู้ว่าเนจิปตอบตกลง เรซุลพาเราไปซื้อตั๋วแล้วก็ส่งขึ้นรถ เนจิปไม่แม้กระทั่งมองเรา เรซุลพาเราขึ้นรถแล้วก็มองหาคนที่น่าจะไว้ใจได้แล้วพูดภาษาอังกฤษได้คอยดูแลเราระหว่างทาง


โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:54:37 น.  

 

ตอนที่ 4

ระหว่างที่เราเดินทางไปเมืองดิยาบาเกอร์ เมืองนี้เป็นเมืองที่ใกล้แบทแมน เราร้องไห้ไปตลอดทาง คนที่เรซุลฝากดูแลเราต้องคอยมาดูว่าเป็นอะไรป่าว หากรถจอดเค้าข้างทางเพื่อให้คนได้รับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำ เค้าก็จะมาคอยดูและเราเรื่องอาหารการกิน แต่มันกินไม่ลงจริงๆๆ ขนาดเข้าห้องน้ำยังจ่ายเงินให้เราเลย ต้องขอบคุณมากๆๆ การเดินทางจากอีสตันบูลไปแบทแมนไม่ใช่ระยะเวลาสั้นๆ เลย ใช้เวลาทั้งหมด 22 ชั่วโมงกว่าจะถึง ระหว่างที่เรานั่งรถมานั้นแบตเราก็หมด เราต้องปิดเครื่องแล้วเปิดเวลาจำเป็น อาโปจะคอยส่งเมสเสจให้เราเสมอว่า เป็นอย่างไรบ้างดีขึ้นไหม ถึงไหนแล้ว รออยู่ เค้าคอยเป็นกำลังใจและเพื่อนที่ดีของเราเสมอ

เรามาถึงดิยาบาเกอร์ เราเห็นชาย 2 คนที่หน้าตาคุ้นเคยมาก คนหนึ่งคือ เบเจตอีกคนคืออาโป อาโปคือคนที่เราสนิทและไว้ใจมากที่สุด เราคุยกันเค้ามากพอคุยกับเมเมทเลยก็ว่าได้ เรา 3 คนเพื่อนเพื่อนสนิทกันมาก

อาโปได้แต่บอกว่าอย่าถามอะไรตอนนี้ เค้าไม่พร้อมที่จะเล่า พวกเรานั่งแท็กไปโรงแรม โรงแรมนี้ดีมากในความคิดเรา สะอาดตา มองดูดี โรงแรมที่เราพักแยกชายหญิงด้วย แปลกมาก คือถ้าไม่มีหลักฐานว่าเป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีโอกาศได้พักด้วยกัน แถมฝั่งหญิงและชายก็แยกกันอย่างเห็นได้ชัด อาโปกับเนจิปเปิดห้องพักที่นี่ด้วย เพราะว่าคอยดูและเรา แต่เค้าพักที่ส่วนไหนเราไม่รู้เลย อาโปบอกว่าเอาของขึ้นไปจัดบนห้องแล้วลงมาเจอกัน เราพักชั้น 2 แต่ว่าพนักงานยกกระเป๋าพาขึ้นลิฟท์ งงมากแค่ชั้น 2 เอง

เราลงไปพบอาโป อาโปเล่าเรื่องทุกอย่างให้เราฟังว่าพ่อของเมเมทไปนั่งร้านชาเหมือนโดยปกติแล้วคงมีคนเป่าหูเรื่องแฟนต่างชาติและสาวไทยเยอะ ทำให้พ่อของเค้าเกิดรังเรแล้วก็ตัดสินใจไม่ให้เราพบกับเมเมท เป็นเหตุผลที่เราฟังแล้วแย่ว่าทำไมเชื่อคนง่าย อาโปบอกว่าตอนนี้พ่อเมเมทปล่อยเมเมทออกมาจากห้องแล้ว พรุ่งนี้เช้าเมเมทจะออกจากบ้านแต่เช้าแล้วนั่งรถมาที่หาเราที่นี่

เย็นวันนั้นฟีรัทเพื่อนเมเมทอีกคนก็สมทบกับเราเพราะว่าอาโปเป็นครรวบรวมสมัครพรรคพวกของเมเมทเพื่อมาช่วยเหลือ เค้าทราบข่าวเลยรีบนั่งรถมาที่ดิยาบาเกอร์ แล้วก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการทั้งหมด ฟีรัทเป็นคนตลกมาก อยู่กับพวกเค้าเราไม่รู้สึกแย่เลย รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะ เย็นวันนั้นอาโปกับพวกพาเราไปกินเคบับครั้งแรก อร่อยมาก ต่อด้วยเดินที่สวนสาธารณะ ตกค่ำก็แยกย้ายกันกลับห้องพัก เราจำได้ว่าเรานอนไม่หลับเลย ทั้งคิดถึงเมเมทว่าจะเป็นไงมั่ง ตื่นเต้นที่จะได้เจอ แล้วก็นึกเสียใจกับเหตุการที่ผ่านมา เมเมท คอยส่งเมสเสจหาเราทั้งคืน

เช้าวันรุ่งขึ้นอาโปกับเบเจตมารอเราที่ล๊อบบี้ เพื่อทานอาหารเช้า เราบอกตรงๆ ไม่ชอบอาหารที่นี่เลย ตอนเช้าก็กินชีท มะกอกดอง แล้วยังจะเนยอีก เราเลยขอเป็นนมกล่องแทนแล้วกัน เราบอกอาโปว่าเราต้องการใช้อินเทอร์เน็ต ช่วยพาเราไปหน่อยเพราะเราต้องการติดต่อกับคนที่เมืองไทย อาโปพาเราไปที่ร้านเน็ต เราคุยกับเพื่อนสนิทเรา เพื่อนเราบอกข่าวร้ายกับเราว่า ยายเราเสียเมื่อวานนี้เอง เราทั้งเศร้าแล้วก็เสียใจมากที่ไม่สามารถไปร่วมงานได้ ทำไมเราถึงได้มีแต่เรื่องแล้วก็โชคร้ายอย่างนี้นะ เราเล่าเหตุการต่างๆ ให้เพื่อนเราฟังทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนเราก็โกรธแทน เราร้องไห้อยู่หน้าคอมทั้งเสียใจเรื่องยายและชะตาตัวเอง อาโปตกใจรีบมาถามพอได้ความก็รีบโทรหาเมเมทเพื่อบอกข่าว ระหว่างนั้นเมเมทอยู่ระหว่างการเดินทาง

พอเราเล่นได้สักพัก อาโปก็มาบอกว่าไปได้แล้ว เราลุกออกจากร้านเน็ต เดินก้มหน้าก้มตาเพราะว่าไม่อยากให้คนมองเห็นว่าเราร้องไห้ เราเดินไปหยุดระหว่งทางเพราะว่าสายตาไปมองเห็นปลายเท้าของคนบางคน เราเงยหน้า เมเมทนั่นเอง เราบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง มันปนกันไปหมด แต่ดีใจมาก ดีใจอย่างบอกไม่ถูก เค้ากอดเราแน่น ต่างคนต่างร้องไห้ สักพักเค้าก็เช็ดน้ำตาให้เรา เราเห็นมือสองข้างเค้าแดง มันคงเกิดจากที่เค้าพยายามออกจากห้องเมื่อวานนี้ เค้าบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว เค้ามาแล้ว


โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:19:55 น.  

 

ตอนที่ 5

หลังจากเมเมทมาเค้าก็พาเราเที่ยงทั่วดิยาบาเกอร์ ตามห้าง ตามสวนสาธารณะต่าง ๆ ที่เมืองนี้ไม่ค่อยมีที่เที่ยวเยอะมากนัก ตกค่ำเค้าก็เดินทางกลับบ้าน แล้วมอบหน้าที่ให้เพื่อนๆ เค้าดูแลเราต่อ เมเมททำอย่างนี้ทุกวัน 1 อาทิตย์ที่เราอยู่ที่ดิยาบาเกอร์ ออกจากบ้านแต่เช้าบอกพ่อว่าไปหาเพื่อนแล้วหัวค่ำก็นั่งรถกลับ เค้าใช้เวลาเดินทางไปมาตก 4 ชั่วโมงต่อวันได้ แต่เค้าก็ทำ เสมอต้นเสมอปลาย

อาโปและเมเมทตัดสินใจพาเราไปเที่ยวฮาซานคีย์ฟ เป็นเขตหสึ่งของแบทแมน อาโปและเบเจตเป็นคนพาเราไป พอเข้าเขตตัวเมืองแบทแมน อาโปให้เรานอนหมอบไปกับเบาะรถ เพราะเมืองนี้ไม่มีต่างชาติให้เห็น ถ้าคนเห็นเรื่องจะเข้าหูพ่อเมเมทได้ เรามากันอย่างระมัดระวังมากทำอะไรดูรีบร้อนเร่งรีบ ในที่สุดเราก็มาถึงฮาซานเคีย์ฟจนได้

วันนี้เมเมทมาไม่ได้เพราะว่าเค้าต้องไปปิคนิคกับครอบครัว ถ้าเขาปฏิเสธจะโดนสงสัยได้ก็เลยต้องจำยอมไป อาโปพาเราไปพักกับเพื่อนผู้หญิงของเมเมท เราเคยเห็นเค้าในวีดีโอของเมเมท แต่ไม่เคยพูดคุย อาโปทิ้งเราไว้ที่นี่ ส่วนอาโปไปพักโรงแรม ซึ่งมีที่เดียวที่นี่ เวลาอาโปเดินจากไปมันเหมือนกับว่าพ่อทิ้งลูกยังไงยังงั้น ไม่อยากแยกกันเลย เพราะว่าเราก็ไม่สนิทกับเพื่อนคนนี้เลย เย็นนั้นพี่สะใภ้เค้าทำอาหารให้ทานก็พอกินได้เพราะมันเหมือนข้าวมันไก่บ้านเรา เรานอนกับเพื่อนเมเมท ที่ดาดฟ้าเพราะว่าเพื่อนเค้าต้องการให้เรานอนมองดูดาว สวยมาก ดาวในชนบทมองเห็นได้ชัดแล้วสวยอย่างนี้นี่เอง

เราเมสเสจหาอาโปว่าเราเหงามาก เหมือนเราอยู่กับคนแปลกหน้าไม่รู้จัก อยากอยู่ใกล้ๆ อาโป แค่นั้นแหระ อาโปออกจากโรงแรมมาที่บ้านนี้ เอาหินโยนขึ้นดาดฟ้า แล้วตะโกนแบบกระซิบ (อ่ะงงทำยังไง อธิบายไม่ถูก) ว่าคุณไม่ได้ทำอะไรนานาใช่ไหม เค้าอยู่ดีใช่ไหม เพื่อนเมเมทโกรธมากบอกว่า อย่ามาทำแบบนี้นะไม่ดี ถ้าใครมาเห็นจะคิดยังไง อาโปเลยกลับไป ตกเช้าอาโปมารับเราแต่เช้า แล้วบอกว่า "คืนนี้ชั้นจะพานานาไปนอนที่โรงแรม ขอบใจมากที่คอยดูแลนานา" เราดีใจมากเลย อาโปขอโทษเราบอกว่าคิดว่าอยู่กับผู้หญิงแล้วคิดว่าจะเป็นกันเองแล้วไม่อิดอัด เราก็บอกว่าเราไม่ได้อะไรหรอกแต่ไม่ได้สนิทกะเค้ามาก อยากอยู่กับอาโปมากกว่า

อาโปพาเราไปเช็คอินที่โรงแรม เป็นโรงแรมจิ้งหลีดจิงๆๆ ห้องข้างๆ มีชาวต่างชาติมาเที่ยวด้วย 1 ครอบครัว ห้องน้ำก็ห้องน้ำรวมอีก เราพักอยุ่ห้องเดียวกับอาโป จำได้ว่าเล่นเกมส์โอเคกันจนเที่ยงคืน แล้วเราก็หลับคาเกมส์ จนอาโปบอกว่าเลิกเล่นเหอะไปนอนที่เตียงได้แล้ว เรานอนหลับไป รู้สึกได้ว่าเหมือนมีคนเอาผ้าห่มมาห่มให้ อาโปนั่นเอง อาโปไม่ได้นอน ไปสูบบุหรี่ที่ระเบียงทั้งคืน เค้าต้องมาเครียดเพราะเรื่องของเรา แถมเค้าก็มีเรื่องกับที่บ้านอยู่แล้วระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง แถมพ่อก็ยังเข้าข้างแม่เลี้ยงอีก เฮ้ออออออ

รุ่งขึ้นเมเมทนั่งรถมาแต่เช้า เพราะว่าใกล้กันคราวนี้เมเมทพาเพื่อนมาคนหนึ่งชื่อเมทิน เมทินหน้าตาดุและมองดูโหดแต่ว่าจิตใจดี เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็พยายามสื่อสารกับเรา วันนี้โปรแกรมเที่ยวคือเดินขึ้นเขาไปเที่ยวดูบ้านโบราณที่เค้าขุดอยู่กันในภูเขา สวยงามและเหนี่อยมาก กลับมาโรงแรมกันจนเย็น โรงแรมนี้อยู่ติดกับริมแม่น้ำและสะพานที่จะข้ามไปเมืองแบทเมน ตอนเมเมทกลับบ้าน เราไปนั่งที่ระเบียงกินอาหารค่ำกับอาโปและมองดูเมเมทกลับบ้านจนลับสายตาไป

วันนี้เค้าจะพาเราไปปิคนิคที่ริมแม่น้ำกัน เพื่อนเมเมทมากันหลายคน เตรียมเตาถ่าน ไก่เนื้อ แตงโม สลัดต่างๆ มามากมาย เราก่อกองไฟแล้วก็ปิ้งอาหารกินกันริมน้ำ อร่อยมาก ไม่คิดว่าพวกผู้ชายเค้าจะทำอาหารกันอร่อยขนาดนี้ จากนั้นเราก็เล่นน้ำกันจนตัวดำ ขอบอกว่าดำมากกกกกก เรารู้สึกดีใจมีความสุขแล้วก็เศร้าในวันนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับดิยาบาเกอร์เพื่อเดินทางกลับอีสตันบูล

เช้ามาเราเตรียมกระเป๋าเดินทางเพื่อกลับ เมเมทมารับเรากลับ อาโปไม่ยอมมากับเราด้วย เค้าเสียใจที่เราต้องกลับไทย เค้าเลยไม่อยากไปส่ง แต่ก็มีเหตุจนได้คือ เราลืมพาสปอร์ตไว้ที่โรงแรม ในที่สุดอาโปก็ต้องนั่งรถเอามาให้เรา กำลังจะขึ้นรถจากแบทแมนกลับดิยาบาเกอร์ โทรศัพท์เมเมทก็ดังขึ้น เรารีบเงียบกริบ ที่บ้านเค้าโทรมาตาม หน้าที่ส่งเราไปดิยาบาเกอร์เลยต้องเป็นของอาโปไปแทน เราถามอาโปตลอดทางว่าเมเมทไม่เป็นไรใช่ไหม เค้าไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหม อาโปตอบเราคำเดียวว่า ใช่ ไม่มีหรอก

นั่งรถไปดิยาบาเกอร์นานมาก คิดในใจว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเมเมทนั่งแบบนี้มาหาเราตลอดเลยเหรอ นี่เค้าต้องตื่นตีอะไรนี่ถึงจะมาถึงแต่เช้าได้ขนาดนี้ นึกแล้วก็ประทับใจเหมือนกัน เรามาถึงดิยาบาเกอร์ได้ไม่นาน เมเมทก็นั่งรถตามมา วันนี้เค้าพาเราไปติดต่อเรื่องตั๋วที่ยกเลิกไป เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่คนนี้ดีมาก เหมือนเป็นหัวหน้าที่นี่ เรียกเรากับเมเมทไปถามเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เค้ารู้สึกสงสารพวกเรามาก เค้าจะพยายามช่วย

พวกเรากลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง เราถามเมเมทว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ ในเมื่อตั๋วยกเลิกไปแล้ว เมเมทได้แต่บอกว่าเค้ามั่นใจว่าต้องทำให้เราได้ เพื่อที่จะให้เราอยู่ต่อที่นี่ได้อีก 1 วัน ซึ่งกำหนดจริงๆ เราต้องนั่งรถทัวร์กลับวันนี้ไม่งั้นจะไม่ทันเครื่องที่บินกลับไทย เราไว้ใจเมเมท เราจะอยู่ต่อรอตั๋ววันพรุ่งนี้


รูปนี้เราถ่ายเอง เป็นดินเนอร์มื้อแรกกับเมเมท 2 คน


วันนี้เราขอให้เค้าอยู่ที่นี่ อย่ากลับบ้านเพราะว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เค้าสัญญาว่าจะอยู่ต่อ โทรไปบอกทางบ้านว่าจะพักที่บ้านเบเจต ตกเย็นนั้นเราไปเดินที่สวนสาธารณะกัน โชคร้ายมาก เราเจอกับพี่ชายเมเมท วินาทีนั้นพี่เค้าหน้าตาโกรธมาก เรียกเมเมทเค้าไปคุยว่า จำคำสั่งพ่อไม่ได้เหรอว่าพ่อบอกว่ายังไงบ้าง เมเมทก็ได้แต่ขอร้องว่าห้ามบอกพ่อเรื่องนี้นะ พี่ชายเค้ายอมแต่ว่าให้กลับไปนอนที่หอกับเค้า เมเมทจำต้องไปนอนกับพี่ชาย แล้วพี่ชายก็สั่งห้าม ห้ามมาเจอเราอีก ซึ่งวันรุ่งขึ้นเราต้องขึ้นเครื่องกลับแล้ว เราร้องให้แทบทั้งคืน เสียใจมากอยากเจอเมเมทมาก แต่ ทำอไรไม่ได้ เราตัดสินใจจากไปโดยไม่เจอเมเมทอีกดีกว่า


โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:00:57 น.  

 

ตอนที่ 6

เช้าตื่นขึ้นมา เราเมสเสจหาอาโปบอกเค้าว่าเราต้องการเช็คเอาท์ตอนนี้ จะไปที่สนามบินให้มารับเราตอนนี้เลย อาโปตกใจว่าทำไมเกิดอะไรขึ้น ให้รอเมเมท เราบอกไปว่าพี่ชายเมเมทไม่ต้องการให้เมเมทมาส่งถ้ามาเค้าจะบอกพ่อทั้งหมด อาโปคงเข้าใจเรา ก็ได้แต่ตอบตกลง แล้วก็พากันเดินออกจากโรงแรม ระหว่งนั้นเมเมทส่งเมสเสจหาว่าอยู่ไหนกัน แต่เราไม่ตอบ เราเดาได้ว่าเมเมทคงไปหาที่โรงแรมแล้วไม่เจอ

เรารีบเร่งฝีเท้าเพราะไม่อยากให้เมเมทตามทันเพราะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เจอกันอีก แต่เมเมทก็วิ่งตามมาสุดกำลังเหมือนกัน ในที่สุดก็ตามทำ เราเห็นแค่นั้นแหระก็ปล่อยโฮเมเมทก็วิ่งเข้ามากอดว่า ใจดำ ทำไมคิดจะจากไปโดยไม่เจอกันก่อน เราก็ได้แต่บอกว่า ก็พี่ชายไม่อยากให้มาเจอ แล้วนี่ออกมาเจอได้ไง เค้าก็บอกว่าทะเลาะกับพี่ชายไป แล้วรีบขึ้นรถมาแต่อาโปเมสเสจมาบอกว่าคุณออกจากโรงแรมแล้ว ผมเลยลงรถแล้วรีบวิ่งมาเพราะไวกว่านั่งรถแน่ แล้วในที่สุดผมก็ตามคุณทัน เรากอดกันเดินไปที่บริษัทเพื่อถามเรื่องตั๋ว เค้าก็บอกว่า จัดการให้เรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเราก็ได้นั่งเครื่องกลับ ตอนเกือบเที่ยง ออกมาจากบริษัทก็จัดการกินอาหารด้วยกันมื้อสุดท้าย มันกินไม่ลงเลย บอกตรงๆ เมเมทยื่นห่อของขวัญให้ห่อหนึ่งบอกว่ามันคือตัวแทนของเค้า พอเปิดออกมาก็เป็นเจ้าตัวนี้แหระ


อันนี้ถ่ายจากที่ทำงานหลังจากกลับไทย มันชื่อว่า เอมิโน

พอเสร็จจากทานอาหารเราก็นั่งรถออกจากร้านอาหารเพื่อไปยังสนามบิน มันรู้สึกเศร้าๆ ยังไงไม่รู้ นั่งรถไปตลอดทางก็ร้องให้กันตลอดทางทั้งเมเมทแล้วก็เรา ส่วนอาโปก็เศร้าด้วยไม่ใช่น้อย


อาโป เพื่อนสนิทเราและเมเมท ถึงตอนนี้เราแต่งงานแล้วเค้าก็ยังคงเป็นเพื่อนเราอยู่

การจากกันที่สนามบินมันเป็นการทรมานยิ่งนัก แต่มันก็ต้องจากเราต้องกลับไทย ส่วนเค้าก็ต้องไปต่อสู้กับครอบครัวเค้าอีก บนเครื่องเรากอดเจ้าเอมิโนร้องไห้ไปตลอดทาง แต่ความซวยของเราก็ไม่สิ้นสุด เมื่อเราไปเช็คอินผิดที่ กว่าจะมาถูกก็ช้าไป 5 นาที

แค่ 5 นาทีเองทำให้เราตกเครื่อง ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ตัดสินใจนอนมันที่แอร์พอทนี่แหละ รีบส่งเมสเสจหาเมเมท เมเมทเป็นห่วงเรามาก เบตโทรศัพท์ก็จะหมดอีก เราเลยไปขอร้านขายซิมที่แอร์พอตขอเค้าชาร์ตแบตเค้าก็ใจดีชาร์ตให้ เมเมทส่งเงินเข้าโทรศัพท์เราเพื่อจะได้โทรติดต่อกับเค้าได้ เค้าเป็นห่วงเรามาก แต่เราไม่เป็นไรหรอก เราเข้มแข็งดี เรากินนอนอยู่ที่สนามบิน ลำบากมาก เพราะว่าบัตรเครดิตเราใช้ไม่ได้ไม่รู้เป็นอะไร ตอนเช้าเนจิปมาหาเราพร้อมโค้ก 1 กระป๋องกับแฮมเบอร์เกออีก 1 อัน เค้าไม่ค่อยเต็มใจมาแต่เมเมทขอร้องเพราะว่าไม่มีใครอีกแล้ว เนจิปบอกว่าเมเมทสั่งให้ซื้อโค้กเพราะคุณชอบกิน เค้าพูดไม่เยอะ แล้วก็กลับไป ปล่อยเราให้นั่งอยู่ที่แอร์พอตคนเดียว ตกมืด เราไปติดต่อที่เช็คอินตั๋วอีก เค้าบอกให้เรารอ เราก็รอ แล้วสุดท้ายบอกเราว่าที่นั่งเต็ม เรากลัวมากตอนนั้น ต้องนอนที่แอร์พอตอีกคืนแล้วเหรอ ทำไมเราถึงได้โง่ยังงี้ ป้ายมีก็ไม่รู้จักดู ทำให้ไปผิดทางเสียเวลาตั้งนาน นึกโทษตัวเอง เราส่งเมสเสจไปหาเมเมทอีกบอกว่าเรายังกลับไม่ได้ เค้าให้รออีก วันต่อมาเนจิปมาส่งโค้กกับอาหารให้เราอีก คราวนี้เราขอร้องเค้าให้ช่วยเพราะเราไม่สามารถที่จะนอนที่สนามบินได้อีก มันหนาว เค้าไปติดต่อที่เคาร์เตอร์ พนักงานบอกว่า ถ้ายังไงก็ต้องรอทำอะไรไม่ได้ แต่คงรอไม่เกิน 1 อาทิตย์

1 อาทิตย์เหรอ เราตกใจ เรานอนที่นี่ไม่ได้หรอก 1 อาทิตย์ ที่บ้านเราเป็นห่วง แล้วงานเราอีกหัวหน้ารอเราอยู่ เราไม่รู้ทำไงดี พอถึงเวลาไปติดต่อที่เค้าเตอร์เช็คอินอีก เค้าบอกให้เรารอ รออีกแล้ว เราเริ่มจิตตกแล้วก็โวยวาย พนักงานก็เริ่มมาหงุดหงิดกับเรา เรานอนที่นี่หลายคืนมานี่ทุกวันจนแอร์กราวจำเราได้แทบทุกคน แต่ก็ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ เราตัดสินใจไปที่เคาร์เตอขายตั๋ว เราบอกเค้าว่า เราต้องการกลับไทย คืนนี้ เรามีปัญหาดังนี้ก็เล่าๆ ๆ ให้เค้าฟัง เค้าก็บอกว่า จะจัดการให้ซื้อตั๋วใหม่แล้วกัน เราตกลงโอเค เค้าบอกว่าค่าตั๋ว 200 ดอล เราตอบโอเคเลยตอนนั้น ภาวนาในใจขอให้กดเงินได้เถอะ เพราะพยายามหลายรอบแต่ไม่ได้ คราวนี้โชคดีกดได้ เรารีบเอาเงินไปจ่ายค่าตั๋ว ในที่สุดเราก็ได้บินกลับไทยในคืนนั้น ขอบอกว่าที่นั่งบนเครื่องว่างเยอะมาก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนไปสอบถามมันบอกว่าเต็มให้รอ หรือว่าต้องการเงินเพิ่มจากเรา แล้วทำไมไม่บอกเราหรือแนะนำเราตรงๆ ล่ะ บอกให้รอได้ทุกวัน



โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:47:30 น.  

 

ตอนที่ 7 (จบ)

หลังจากกลับไทยมาได้ไม่นาน เราก็คิดถึงเค้ามาก อยากจะเจอเค้าอีก แต่ว่าเค้าก็ลำบากมาจริงๆ เมเมทบอกเราว่าเค้าต้องไปอัลทาเรีย ไปทำงาน เมทินหางานที่นั้นได้ทำงานโรงแรมเป็นพนักงานยกกระเป๋า เค้าเลยรีบไป เราถามว่าทำไมต้องทำงานด้วย เค้าก็ไม่ยอมบอก บอกแต่ว่าให้เราอดทน เค้าอาจไม่ค่อยมีเวลามาออนไลน์มากนัก แต่เค้าจะพยายามโทรหาบ่อยๆ เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เค้าก็ไม่ยอมเล่าให้ฟัง จนเราซํกเค้ามาก เค้าถึงยอมพูดว่า เค้ายืมเงินเพื่อนมาเพื่อจ่ายค่าโรงแรม จ่ายค่าอาหาร พาเที่ยวต่างๆ เค้ากับอาโปรรวมเงินกันแล้วไม่พอ เค้าเลยตัดสินใจไปทำงานทีนั่นเพื่อใช้หนี้ เราก็บอกเค้าว่าแล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก เค้าก็ได้แต่บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของเค้าเอง ผมเป็นแฟนคุณนะ หลังจากนั้นเมเมทก็ไม่ค่อยได้มาออนไลน์ แต่เราโทรหากันแทบทุกวัน โทรมาทีเราก็ได้ยินเสียงแอะอะ เพราะว่าพวกเมทินกับฟีรัทก็ทำงานที่นั่น พวกเค้าส่งเสียงทักทายเรา

จากนั้นไม่นานเปิดเทอม เมเมทต้องกลับมาเรียน แต่ผลการเรียนไม่ค่อยดี เค้าเลยบอกว่าเค้าอาจไม่ได้มาออนไลน์นะ ช่วยเป็นกำลังใจให้เค้าหน่อย อีกอย่างก็โทรหาเค้าไม่ได้ด้วยเพราะว่ากลัวที่บ้านรู้

เรากลับมาห่างกัน ไม่เคยห่างกันแบบนี้มาก่อน มันทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆอย่าง เค้าต้องการเรียนให้ได้คะแนนดีๆ เพื่อที่บ้านเค้าจะได้ยอมรับในตัวเราด้วย อาโปออนมาคุยกับเราบ้าง อาโปก็ได้แต่บอกว่าเมเมทเรียนหนักมาก เค้าไม่มีเวลา เราทบทวนคิดต่างๆ นาๆ เมเมททำอะไรมากไม่ได้ เพราะเค้ายังต้องพึ่งครอบครัว แล้วถ้าเรายังฝีนคบกับเค้าอยุ่ โอกาสเป็นไปได้มันจะมีหรือเปล่าเนี่ย พ่อเค้าจะเปลื่นใจมาชอบเราเหรอ เมื่อคิดได้เราก็ได้ข้อสรุปว่า เราเลิกกันเถอะ เราไม่กล้าเอ่ยปากเมเมทเรารู้ว่าเค้าต้องถามว่าทำไม เหตุผลเราเค้าคงไม่ยอมรับ ถ้าบอกว่าไม่รักเค้า เค้าก็คงไม่เชื่ออีก สู้เราไม่ติดต่อเค้าเลยดีกว่าไหม ใช่ดีที่สุดทางนี้

เค้าส่งเมสเสจมาบ้างบางครั้งแต่เราไม่ตอบกลับเค้าเลย ครึ่งปีผ่านไป เราพยายามตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว ศึกษาเรื่องศาสนาเพราะเราเริ่มสนใจทางด้านศาสนา จนมาเจอกับสามีในห้องเรียนศาสนา เราเริ่มเปิดใจกัน เค้าเป็นกำลังใจให้เรา เราก็เป็นกำลังใจให้เค้า ความรู้สึกดีๆ มีให้กันจนเริ่มที่จะปลูกต้นรักต้นใหม่

ส่วนเมเมทยังคงเงียบ จากนั้นไม่นานเราโทรหาอาโปบอกให้เค้ามาออนหน่อย เรามีบางสิ่งต้องการบอกเค้า

เราตัดสินใจบอกอาโปว่าเราต้องการเลิกกับเมเมท อยากให้เค้าตัดใจจากเรา อาโปถามว่าชั้นเข้าใจว่าตอนนี้มันเป็นเวลาที่ลำบากและยากสำหรับคุณ 2 คน แต่ทำไมคุณเลือกทางนี้ เราเลยว่าโอกาสที่เรากับเมเมทจะเป็นไปได้นั้นน้อยมาก เมเมทยังต้องพึ่งครอบครัว เค้าไม่สามารถต่อต้านครอบครัวสู้เพื่อรักกับเราได้ เรามองไม่เห็นอนาคต ฉนั้นเราจะฝึนมันทำไม อาโปคงคิดเหมือนกันแต่เค้าไม่พูด ได้แต่บอกว่าจะบอกเมเมทให้

วันรุ่งขึ้นเมเมทรีบมาออนแล้วก็ถามว่ามันไม่จริงใช่ไหม แต่เราตอบว่าจริง เค้าก็ไม่เชื่อ เค้าบอกว่าเค้าไม่ยอมรับเรื่องนี้ ได้โปรดรอผม เค้ายังรั้นที่จะสู้ทั้งที่มันไม่มีทางชนะ หลังจากนั้นเมเมทก็หายไปอีก นานหลายเดือนผ่านไปเราได้ประกาศว่าจะแต่งงาน เมเมทรีบมา พูดเช่นเดิมว่ามันไม่จริงใช่ไหม เราตอบว่าจริง เราจะแต่งงานแล้ว เตรียมที่จะเดินทางแล้วด้วย ขอให้ตัดใจจากเรา แล้วก็ตั้งใจเรียน หากคุณเจอคนที่ใช่ ขอให้คุณจงถนอมเค้าไว้แล้วก็ต่อสู้เพื่อเค้าหากคุณมีปัญหา เมเมทเหมือนจะพอเดาเหตุการได้จากครั้งที่แล้ว คราวนี้เค้าบอกว่า เก็บเบอร์มือถือของผมไว้ตลอดเวลา หากวันใดที่เค้าคนนั้นทำร้ายคุณ ทิ้งขว้างคุณ แค่คุณโทรมาผมกับอาโปจะไปรับคุณ เราเลิกติดต่อกันด้วยประโยคนั้น

หลังจากนั้นเราก็ยกเลิก MSN ที่เราใช้งาน เปลี่ยนเอ็มใหม่ และก็บินมาแต่งงานที่นี่ ใช้ชิวิตกับคนที่สู้เพื่อเรา รักเรา แล้วเราก็รักเค้ามากจนตอนนี้มีพยานตัวน้อย 1 คน


โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:08:21 น.  

 
เราเขียนเล่าเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เรายังรักเค้าอยู่
แต่เรายังลืมมันไม่ได้แค่นั้นเอง
เราต้องการให้ คนที่กำลังอินเลิฟอยู่ตอนนี้ ได้ระวังไว้บ้าง
ความแน่นอนตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน
ดูเราเป็นตัวอย่าง อะไรก็มองดูดีไปหมด แต่มาแล้วเหตุการณ์ทุกอย่างมันกับไม่เหมือนเดิม

เตรียมพร้อมไว้บ้าง ไม่ได้ให้ระแวงแต่ต้องการให้ระวัง
เจอคนที่ดีก็ดีไป เจอคนไม่ดีแล้วจะต้องมานั่งเสียใจทีหลัง




ตอนนี้เรารักกับสามีเราดี รักเค้ามาก เค้าเป็นคนดีที่หนึ่งสำหรับเรา
เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาเค้ารู้หมดทุกอย่าง แต่ขอให้มันผ่านไป

เราเองก็อยากลืมทุกอย่าง แต่มันยาก ทำยังไงก็ลืมไม่ได้สักที


โดย: itsourlove วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:12:47 น.  

 
Just dropping by to say hello ka.


โดย: CrackyDong วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:55:55 น.  

 
เป็นธรรมดานะคะที่คนเรายังมีความรู้สึกผูกพันกันอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วก็ตาม
บางครั้งเราก็เป็นค่ะ


โดย: อารีรัตน์ วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:53:25 น.  

 
เศร้าอ่ะ แต่ทำงัยได้ ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กันเนอะ


โดย: sammy IP: 58.10.102.251 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:11:34 น.  

 
เศร้าอ่ะ อ่านไปเหมือนกับนิยายรักโรแมนติกเลย พี่ดูหนังรักที่เนี้ยก็แบบเนี้ยเลยเหมือนเป๊ะ พี่จะเอาใจช่วยนะขอให้เวลาเป็นเครื่องรักษาแผลใจล่ะกัน เพราะถ้ามันไม่หายขาดมันก็จะเรื้อรังแล้วก็จะเจ็บกันหมดทุกคน


โดย: Gift IP: 88.251.61.96 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:42:12 น.  

 
แป๋ม ตามมาจากกระทู้ Just turk นะนานา อ่านแล้วอยากจะบอกว่านานาเข้มแข็งและทำถูกแล้ว บางเรื่องบางอย่างและยากที่จะลืม เวลาเท่านั้นค่ะจะช่วยเยียวยา เอาใจช่วยนะค่ะ


โดย: Gold series IP: 203.158.231.252 วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:19:29 น.  

 
...หวัดดีค่ะ...นานา จำได้ไหมเอ่ย...มลเองนะ จาก just turk..ห่างหายจากบอร์ดมานานแต่ก้ติดตามอ่านมาตลอด...อ่านแล้วเศร้าจัง..ไม่อยากบอกว่านึกถึงตัวเอง.เพราะเกือบจะได้แต่งงาน แต่โดนทางพ่อแม่แฟนไม่ยอมรับเหมือนกัน...แต่ของนานาคงดีกว่ามลเยอาะ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีคนที่เรารัก และคนที่รักเราอยู่ข้างๆๆ..และทุกอย่างก็เป็นเพียงบันทึกหน้าหนึ่ง ให้เราได้อ่านและเข้าใจว่า..ครั้งหนึ่ง...ชีวิต...ผิดหวังต้องมี....คิดถึงนะจ๊ะ


โดย: Mon IP: 124.157.202.250 วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:05:49 น.  

 
แวะมาเยี่ยมนะคะ นิ อ่านแล้วเศร้ามากๆ เลย


โดย: BlueButton วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:19:59 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะ
เศร้ามาก แต่พี่นานาเก่งมากเลยค่ะ ถ้าเป็นหนูคงร้องไห้กลับเมืองไทยวันแรกแล้ว
ตอนนั้นแฟนพี่นานายังเด็กอยู่เลย
แต่พ่อเค้าทำไมเชื่อคนง่ายจังเลยค๊ะ
หนูก้อโดนค่ะ ตอนไปizmir มีคนมาเยี่ยม(แต่หนูคิดว่ามาดูหนูมากกว่า) เพราะแม่แฟนบอกว่าผู้หญิงที่มาเยี่ยม เคยเตือนแม่แฟน และแฟนหนูเรื่องผู้หญิงไทย และผู้หญิงเอเชีย แต่แม่แยกแยะได้

ตอนนี้เปลี่ยนโปรแกรมแล้วค่ะ หนูไปตุรกีเดือนนี้ ดีใจมากเลยค่ะ


โดย: cansu korpe IP: 110.49.68.103 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:17:01 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าจังเยย
อ่านแล้วนึกถึงตัวเราเอง เราก้อกำลังเจอเรื่องราวและเหตุการณ์เหมือนคุณอยู่
เรากำลังติดต่อกับหนุ่มตรุกีคนนึงอยู่ แต่ม่ายรู้ว่าบทสรุปจาออกมาเช่นราย
กลัวจังเยยย
กลัวม่ายสมหวัง
คิดแล้วเศร้า




โดย: nupopla IP: 125.24.251.19 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:37:36 น.  

 
เอาใจช่วยพี่นานาสู้ๆ แต่สงสัยเราสองคนนี่จะพี่น้องกันจริงๆ เพราะก่อนแต่งกะสามีก็มีเรื่องราวอินเลิฟถึงขั้นบินมาตุรกีแล้วเหมือนกันอ่ะนะ แต่เอาเป็นว่า เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงพร้อมกับคนที่ต่อสู้เคียงข้างเราเสมอ เป็นทางออกที่ดีที่สุด life must go on!


โดย: เอจ้า IP: 78.162.236.233 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:46:58 น.  

 
ต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจค่ะ

ยังไงก็คงต้องสู้ต่อไปหรือไม่ก็ปล่อยให้มันเป็นไป

ไว้จะเข้าไปเยี่ยมบล๊อกของทุกคนนะคะ


โดย: itsourlove วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:01:06 น.  

 
ตามมาอ่านเหมือนกันค่ะ
พี่นานาเข้มแข็งมาก มันเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ค่ะ อย่างน้อยเราก็เคยรักและทำทุกอย่างดีที่สุดเนอะ
ตอนนี้พี่นานามีความสุข มีสามีที่ดี มีน้องเซย์มาที่น่ารัก
คอยเคียงข้าง

อดีตมันคือบทเรียน..
บอกตัวเองด้วย ถึงตอนนี้แขกจะไม่ใช่ว่าที่สะใภ้ที่ไหน แต่ก็ตามอ่านเรื่องราวของพี่ตลอด เพราะรู้สึกผูกพันด้วยลึกๆ เหมือนพี่น้อง เป็นกำลังใจให้เสมอนะค่ะพี่สาว


โดย: กล้วยแขก IP: 125.26.163.151 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:03:26 น.  

 
ขอบใจน้องแขกมากจ้า ที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้พี่
น้องแขกก็เช่นกันนะจ๊ะ ดูแลสุขภาพด้วย


โดย: itsourlove วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:07:56 น.  

 
..หนีจาก Just turk...แอบมาตามราวีถึงในบล็อก...อิอิอิอิ.แอบมานั่งคิดอีกด้านก็คงดีแล้วละเนอาะ..นานาเนาะ...ไม่งั้นเจ้าแสบคงหน้าตาเปลี่ยนไปอิอิอิอิอิ..พยายามมองแต่สิ่งดีๆๆไว้ เพราะตัวเองก็ยังปลอบตัวเองว่า ก็ดีแล้วที่ไม่ได้แต่งงาน...ไม่งั้นคงไม่ได้รู้จักกะนานาและเพื่อนๆๆใน Just Turk และที่สำคัญคงไม่ได้ไปตุรกีแน่ๆๆ...แต่รักที่บ่มเพาะไว้จะ 5 ปี นี่ไม่รู้ว่ามันจะ...เป็นไง...ก็ต้องสู้กันต่อไป..เอาไว้ถ้าไป izmir และถ้าผ่านบ้านนานา..จะเอาปลาทาโร่ ไปฝากเจ้าแสบนะอิอิอิอิอิ..ของชอบของบ้านเจ้าจุ๋มมานนนอิอิอิ.


โดย: Mon IP: 124.157.203.120 วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:11:36 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าจังเลย แต่นับถือที่คุณสามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ บางครั้งความรัก กับชีวิตจริงมันอาจจะยาก ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราขอให้คุณมีความสุขมากๆนะคะ


โดย: Just_Winter IP: 118.21.14.117 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:33:55 น.  

 
พี่มล แล้วทำไมไม่เห็นเข้าไปที่บอร์ดเลยอ่ะ ตอนนี้อัพเดทสมาชิกกันอยู่ ถ้าว่างเข้าไปรายงานตัวบ้างนะพี่ไม่ไปรายงานตัวเด๋วตำรวจจับนะ 555+ ว่าแต่บ้านเจ้าจุ๋มมันติดทาโร่เหรอเนี่ย สงสัยลูกสาวให้เปลี่ยนจากน้องแมงโก้เป็นทาโร่ดีปาวเนี่ย

Just_Winter ขอบคุณมากค่ะที่ตามอ่าน อย่างว่าเนอะ ชิวิตไรมันช่างเน่าขนาดนี้ 55+ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะเนี่ย แต่ตอนนี้ก็ดีแล้วค่ะ


โดย: itsourlove วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:46:01 น.  

 
....หวัดดีจ้า...ไม่อยากจะบอกว่าเข้าไปในบอรด์เกือบทุกวัน...แต่ว่าเข้าไปแค่แอบอ่าน..อิอิอิ..แบบว่าแค่อ่านก็มีความสุขแล้วเพราะไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร..สมาชิกในบอร์ดก็เยอาะมากมาย..จนจำแทบไม่ได้ว่ามีคัยกันบ้างง..จำได้ก็ไม่กี่คน..กลัวว่าทักไปแล้วคนที่ไม่ได้ทักเค้าจะเสียใจ..เป็นข้อแก้ตัวที่ดี..ใช่ไหม5555+..ส่วนเรื่องความรัก..ก็ยังไม่มีความคืบหน้า...ยังรักกันดี..แต่เหมือนเดิมรึป่าวไม่รู้555+...ก็เมื่อครั้งที่แล้วมีวางแผนไว้ว่าจะไปตุรกีไอ้เราก็เตรียมของฝากไปตรึมทั้งปลาหมึกปรุงรสทวิสตี้ ทั้งทาโร่ ทั้งน้ำปลาหวาน..ปรากฏว่างานเข้ามีอันต้องยกเลิกวีซ่าไป..เลยต้องฝากของไปกะเจ้าจ๋าไปให้เจ้าจุ๋มแทน..เห็นบอกว่าทวิสตี้อ่ะบ้านแฟนจุ๋มบอกว่ามันเหม็น..แต่ทาโร่นี่ชอบกันทุกคน..เห้นถามว่าที่เมืองมีขายใช่ไหม...ก็เลยปิ๋งไอเดียว่าคราวหน้าไป..จะหอบทาโร่นี่ล่ะไปเป็นของฝาก..555+เพราะว่ามลอยูมหาชัยหาซื้อง่ายที่สำคัญราคาย่อมเยา..อิอิอิอิ..อืมความคิดดีนะนี่..ทาโร่ กะ แมงโก้ ท่าจะให้ดีน่าจะให้เจ้าจุ๋มมีแฝดนะนี่..อิอิอิอิ...แต่ยังไงก็ยังคิดถึงเจ้าแสบแก้มป้องเหมือนเดิม..เอารูปเจ้าแสบไปให้คุงแฟนดู..หุหุหุ..ถูกจัยมากมาย..เค้าบอกว่าเหมือนได้ทั้งลูกชายและลูกสาวในคนเดียวกัน 55555+...เข้ามาอับบล็อกบ่อยๆๆนะ..ชอบอ่านมากมาย...เลยย...สู้ๆๆๆๆๆ


โดย: Mon IP: 124.157.242.137 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:32:21 น.  

 
ช่วงนี้หนูก็เข้าไปอ่านแต่ไม่มีเวลา บวกกับไม่รู้จะคุยอะไร 555+ อีกอย่างก็เจอแบบคนไปเก็บข้อมูลหนู แล้วก็เอาไปเล่าๆๆๆ ให้คนอื่นฟัง แล้วก็ทำเหมือนสนิทกับหนูกับครอบครัวหนูทั้งที่ไม่เคยคุยกันเลย มันเลยรู้สึกว่าอะไรฟะ แต่ช่างมันเถอะ หนูเลยเกิดอาการเบื่อออออออ

แหมพี่มลทำธุรกิจขายทาโร่เลยเป็นไง นำเข้าทาโร่จากไทย ดูท่าจะรุ่งดีนะเนี่ย


โดย: itsourlove วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:15:10 น.  

 
...หวัดดีจ้า..ไม่อยากบอกว่าเข้ามาแอบอ่านเรื่องที่เขียนอีกแล้ว..อ่านกีที..กี่ทีก็ไม่เบื่อ..จะรอบที่ 5 แล้ว อิอิอิ..ชอบมากมายเลย....ถ้าเปรียบเป็นอาหารก็คงเป็นต้มยำที่..รสจัดจ้านมากกกกจนทำให้คนที่กินร้องไห้..ที่จริงมลเองก็มีสาเหตุบางอย่างที่ไม่โพส์ข้อความใน Just Turk ทั้งๆที่ก็เข้าไปอ่านเกือบทุกวัน...มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรแต่ก็ทำให้รู้สึกบางอย่างกับบางคนเท่านั้น...แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ..ความรักและความรู้สึกดีๆๆที่ให้กับเพื่อนๆๆใน Just Turk ยังเหมือนเดิมเสมอ..มลเข้าใจว่าการที่เราไปอยู่ต่างที่ ต่างเมืองเป็นอะไรที่ทรมาน..การที่เราจะมีเพื่อนเป็นสิ่งที่ดี....แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคู่กันเสมอคือ..ความจริงใจต่อกัน...จริงไหม...อิอิอิอิ..มลว่านะนานาเพิ่มห้องอีกห้องเป็น Just Talk เอาไว้เมาส์กันเถอาะอิอิอิอิ.....จริงๆๆอยากจะมีบล็อกเอาไว้เขียนเรื่องราวและประสบการณ์ที่ตัวเองได้สอนเด็กอนุบาลมา..เพราะคิดว่าบางอย่างน่าจะมีประโยชน์กับพ่อแม่มือใหม่...หลายๆๆคน...อิอิอิอิ..แต่ว่าทาโร่ส่งออกนี่น่าสนนะนี่....เดี๋ยวจะขอให้เจ้าแสบมาเป็นพรีเซ็นเตอร์นะอิอิอิอิ .....แต่ค่าจ้างขอจ่ายเป็นทาโร่กินฟรีตลอดปีได้ป่ะ...คิดไปคิดมาจะคุ้มไหมนี่..เห็นเจ้าแสบถือของกินไม่ว่างเลย..เริ่มหวั่นๆๆ...รักษาสุขภาพดูแลตัวเองดีๆนะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยไข้หวัด2009 ก็ระบาด...แต่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด..ถ้ารู้จักดูแลร่างกายให้แข็งแรงพักผ่อนเยอาะๆๆกินน้ำมากๆๆ...พอเอิญมีเด็กที่โรงเรียนเป็นอ่ะ...คนเป็นครูอย่างเราก็ต้องทำใจ......เอาไว้แวะมาอ่านบ่อยๆๆนะจ๊ะ..


โดย: Mon IP: 124.157.208.154 วันที่: 13 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:30:38 น.  

 
ตอนแรกมะได้อ่าน

พอมาอ่านแย้วโฮพี่นานา
สุดยอดเย้ย อดทนเข้มแข็งมาก
และที่สำคัญภาษาพี่ต้องเก่งมาก ๆ แน่ ๆ เย้ย
หนูก็นึกว่าจะสมหวังเห็นฟันฝ่ามาด้วยกาน
ลุ้นซ้า
แต่ดีแย้วแหละแฟนพี่คนนี้หล่อก่าเมเมท
100เท่า1000เท่าแนะ
ลูกสาวถึงได้ออกมาน่ารากน่ารัก
โชคดีแย้วเจ๊


โดย: ภิรมญา IP: 125.27.82.17 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:45:44 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่มล ไม่ได้อัพบล๊อกนานเลยเพราะภารกิจตัวแสบนั่นแหระ พี่มลทำบล๊อกซิคะ มีประโยชน์นะ ที่หนูทำเนี่ยก็กะจะแบ่งปันเรื่องชิวิตที่นี่แหระ นี่เดี๋ยวกะว่าจะทำบล๊อกเกี่ยวกับ อาหารสุขภาพ ของตุรกี กินผักผลไม้อะไรช่วยแก้อะไร แล้วก็เรื่องไอทีเพราะว่าที่ตุรกีคอมทุกเครื่องภาษาตุรกีหมด เห็นแล้วเซร็งมาตอนแรก งมกว่าจะใช้ได้ ส่วนเรื่องความจริงใจอันนี้ก็ถูกค่ะพี่ คนหมู่มากย่อมมีหลายรูปแบบ เจอคนจริงใจก็ดีไป เจอคนจิงโจ้ก็อย่าไปสนิทมาก คุยได้ไม่ให้เสียน้ำใจ หนูก็คงเริ่มรู้สึกเหมือนพี่มลมั้งตอนนี้ ยังไงก็สู้ๆ นะ แต่เรื่องค่าจ้างเป็นทาโร่สงสัยขาดทุนแน่พี่มล 555

น้องภิมญา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ ชิวิตคนมันก็เน่าได้จริงๆ เนอะ พี่ไม่คิดว่าชิวิตจะเหมือนนิยายได้ขนาดนี้ 55


โดย: itsourlove วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:37:22 น.  

 
เศร้ามากเลยค่ะ

ม่ายมีคำบรรยาย

เก่งจังเลยค่ะ
คุณนานา


โดย: ชาม IP: 202.12.73.7 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:50:08 น.  

 
สุดโตงมากเลย ค่ะ อ่านแล้วร้องให้เลย เก่งมากเลยค่ะที่ผ่านมาได้ เป้นกำลังใจให้นะค่ะ



โดย: fareda IP: 192.168.1.154, 125.25.139.173 วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:35:43 น.  

 
ขอบคุณคุณชามและคุณ fareda ที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: itsourlove วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:56:33 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วก็ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวที่น่ารักนี้ค่ะ คุณนานาคุณเป็นผู้หญิงที่เก่งและมีสติดีมากค่ะ เยี่ยมจริงๆ

ปล. เจ้าตัวเล็กน่าเอ็นดู มากกกกค่ะ


โดย: นิดาค่ะ IP: 203.156.25.185, 203.130.159.3 วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:07:20 น.  

 
ขอบคุณคุณนิดาที่เข้ามาเป็นกำลังใจค่ะ


โดย: itsourlove วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:5:41:50 น.  

 
ดีใจจัง ที่คุณนานาตอบกลับมาแล้ว ยินดีที่รู้จักนะคะ ตอนนี้เพิ่งพบรักกับหนุ่มตุรกี บนโลกไซเบอร์ได้พักหนึ่งแล้วค่ะ ทำใจไว้บ้างแล้วค่ะ หวังว่าจะโชคดีอย่างคุณนานาบ้างค่ะ ตอนนี้หางานต่างประเทศอยู่ค่ะ อยากไปที่ตุรกีด้วย นิดาขอรบกวนคุณนานาช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ แล้วจะแวะมาทักทายอีกค่ะ
spnida@gmail.com


โดย: นิดาค่ะ IP: 58.9.253.212 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:06:28 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณนานา โอ้โฮ!!!! ได้อ่านเรื่องราวของคุณนานาแล้วสุดยอด เข้มแข็ง และ อดทนมาก ตอนนี้พี่ก็กำลังมีปัญหากับความรักเหมือนกัน ไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไรบ้างก็จะพยายามถนอมความรักไว้ให้นานที่สุด ถ้ามันใช่ก็คือใช่ แต่ถ้ามันไม่ใช่ เราก็ต้องทำใจและพร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลงเนอะ


โดย: พี่ติ๋วค่ะ IP: 114.128.23.75 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:20:55 น.  

 
...สวัสดีจ๊ะนานา..เป้นอย่างไรบ้าง..ไม่ได้เข้ามอ่านบล็อกนานเลย..เพราะยุ่งกะการเรียนและช่วงนี้ต้องทำกำลังทำวิจัยพฤติกรรมเด็กออทิสติกอยู่..เลยไม่มีเวลาว่างยุ่งมากก..มายวันนี้ก็เพิ่งเข้าไปโพสใน just turk มาเห็นเจ้าจุ๋มบ่นหามาหลายครั้งแล้ว แถมช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้ออนคุยด้วย.....แต่ก็อย่างที่นานาว่า..คนจริงจัยก็มีมาก คนไม่จริงจัยก็มีเยอาะ..แต่เราก็ต้องถนอมความจริงใจไว้ ส่วนที่ไม่จริงจัยก็อย่าไปใส่ใจกะมานนน...อิอิอิ....เห็นด้วยเลยนะกับอาหารสุขภาพนี่..เพราะไปตุรกีทีไรทำเป็นแต่สลัดตุรกี..คุงแฟนก็เก่งกินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ..กะว่าจะฝึกฝีมือเดี๋ยวต้องแอบมาเก็บข้อมูลซะแล้ว...รักษาสุขภาพนะจ๊ะ


โดย: Mon IP: 124.157.208.247 วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:36:39 น.  

 
ยินดีค่ะคุณนิดา คนส่วนใหญ่ก็พบรักกันในโลกไซเบอร์นี่แหระค่ะ คนจริงใจก็มีจริงโจ้ก็เยอะ ตัวเราที่รู้ตัวเราเองที่สุด จะให้คนมาบอกไม่ได้หรอกว่าคนที่เราคุยด้วยจริงใจหรือไม่ เคยบอกทุกคนเสมอว่า สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าหลอกตัวเอง ส่วนเรื่องหางานเป็นกำลังใจให้นะไม่มีความรู้ แต่งานที่คิดว่าน่าจะหาง่ายคือเป็นครูตามโรงเรียนเอกชนค่ะ รองให้คุณแฟนติดต่อให้ดูซิคะ

พี่ติ๋วขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ ยังไงก็สู้ๆ นะคะ อย่างที่พี่บอกก็ถูกค่ะ ของที่ใช่ของเรายังไงก็ต้องเป็นของเราวันยังค่ำค่ะ

หวัดดีค่ะพี่มล เห็นแล้วแหระว่าพี่มลเข้าไปโพส แต่หนูยังไม่ค่อยมีเวลาเลย อย่างที่พี่มลพูดก็ถูกคนจริงใจน่าคบก็มี เด๋วนี้หนูถึงได้โพสบ้างไม่โพสบ้าง แต่ก็ไม่อยากจะตัดเพราะอย่างน้อยก็ช่วยกันตั้งกันมากับพวกพี่อ้อย อาหารตุรกีนะพี่ขอบอกว่าสลัดเป็นอาหารหลักว่าได้เลยมั้ง จะต้องมีทุกมื้อกันเชียว


โดย: itsourlove วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:40:59 น.  

 
คุณนานา วันหลังหรือมีเวลา เขียนเกี่ยวกับศาสนาและประเพณีแต่งงานของประเทศตุรกีบ้างนะค่ะ พี่รู้มาว่าผู้ชายตุรกีสามารถแต่งงานได้ครั้งเดียว และมีภรรยาเพียงคนเดียวใช่ไหมค่ะ มันอาจจะเป็นความรู้ให้กับพี่ได้บ้างหรืออาจจะเป็นความฝันลมๆแล้งให้กับพี่ได้ด้วยเหมือนกัน55555 แต่ตอนนี้ไม่ตลกเลย มันดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับพี่ยังงัยไม่รู้...เฮ้อ....ขอบคุณนะค่ะ


โดย: พี่ติ๋ว IP: 114.128.20.148 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:18:04 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ พอดีกำลังหาที่ฝึกงานใน Istanbul หาไปหามาก็หลงมาที่นี่จนได้ อิอิ อ่านแล้วขนลุกจะร้องไห้เลยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ



โดย: มิ้งค์ IP: 58.8.121.226 วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:22:51:59 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณนานา

มิ้งค์เปลี่ยนแผนยังไม่ไปตุรกีแล้วค่ะรอให้เรียนโทจบก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที แล้วคุณแฟนก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่ ** ขออนุญาตใช้พื่นที่นะคะ เพราะว่ามะมีบล๊อคกะเค้า ***

ไม่ทราบว่ามีใครรู้จักคนตุรกีที่อยู่ใน กทม บ้างคะ จะได้รู้จักกัีนไว้ ขอบคุณค่าาาาาา

ใกล้เดือนรอมดอนแล้วเป็นไงบ้างคะคุณนานา มิ้งค์ไม่ไหวอ่ะคะ ขอบายตามเดิม นั่งดูคนอื่นถือศีลอดไป


โดย: มิ้งค์ IP: 58.8.121.218 วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:23:04:33 น.  

 
พี่ติ๊วจัดทำให้ค่ะ แต่ว่าตอนนี้กำลังรวบรวมคำพูดอยู่กลัวสื่อสารผิดค่ะ

สวัสดีค่ะคุณมิ้งค์ หนุ่มตุรกีในไทยมีเยอะมากค่ะ แต่โดยส่วนตัวไม่รู้จักใครเลยสักคน อิอิ ที่รู้เพราะว่ารู้จักภรรยาเค้านะคะ ส่วนเดือนถือศีลอดก็ตอนนี้กำลังเตรียมพร้อมร่างกายอยู่คะ เพราะว่าร้อนมากกกก


โดย: itsourlove วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:0:56:02 น.  

 
หวัดดีค่าาาาาาคุณนา่นา ขอเอ็มเอสเอ็นไว้คุยกันได้มั๊ยคะ

ถือศีลอดนี่ไม่ไหวจริงๆค่ะ มีหวังขาดใจตายแน่


โดย: มิ้งค์ IP: 58.8.119.176 วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:11:40:23 น.  

 
เศร้ามากมายค่ะคุณนานา น้ำตาไฮโซเล็ดเลย ครอบครัวชาวตุรกีเค้าไม่ชอบผู้หญิงไทยเรื่องไรหรือคะ เราติดตาม blog คุณนานาอยู่ตลอดนะ เพราะได้ความรู้ต่างแดนเยอะดี Forword ค่ะคุณนานา


โดย: ต่าย IP: 58.9.137.94 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:10:38:55 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่นานา

พอได้อ่านเรื่องที่พี่นานาเขียนมันทำให้หนูเศร้าและร้องให้มากขึ้นเข้าไปอีก เพราะตอนนี้หนูเหมือนคนตายทั้งเป็นเพราะคนที่หนูรัก (เปนคนตุรกีเหมือนกัน) เค้ากำลังจะแต่งงานช่วงปีใหม่นี้คะ ความรักของหนูมันซับซ้อนและเศร้ายิ่งกว่า หนูมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องการจดทะเบียนนะคะ หนูเหนในรูปที่เค้าถ่ายกะคู่หมั้นเค้าเปนเหมือนสมุดเล่มขาวๆมีรูปเค้ากะแฟนคนละรูป มันช่ายใบทะเบียนสมรสรึป่าวคะ เพราะว่าเค้าบอกหนูว่าไม่ใช่เปนแค่ใบว่าหมั้นกัน พี่นานาคะถ้าพี่นานาได้อ่านอยากให้พี่นานาช่วยตอบกลับหรือคุยเอ็มเอสเอ็นกะหนูได้มั่ยคะ หนูอยากตัดใจมาก ๆ เลย แต่ทำไมได้สักที ถ้ายังงัยขอเอ็มพี่นานาหน่อยนะคะ ขอบคุนมากค่ะ sagol


โดย: Cimcime IP: 124.120.200.173 วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:5:14:15 น.  

 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมขมนะคะ

คุณมิ้งค์คะพอดีว่าเลิกใช้เอ็มไปแล้วค่ะ

คุณต่าย ขนาดน้ำตาเล็ดเลยเหรอ

คุณ Cimcime การหมั้นไม่ต้องมีเอกสารรับรองนะจ๊ะ มันเป็นการทำสัญญากันทางจิตใจโดยมีแหวนเป็นเครื่องมือสื่อว่ามีคู่หมั้น หรือหมั้นแล้ว ส่วนสมุดทะเบียนสมรสจะเป็นสมุดเล่มสีแดงเลือดหมู ข้างในถ้าเปิดออก หน้าแรกจะมีรูปของ ฝ่ายชายและหญิงที่ได้ทำการจดทะเบียน แล้วข้างในก็จะเป็นรายละเอียดต่างๆ จ้า ส่วนเอ็มเลิกใช้แล้วค่ะ


โดย: itsourlove วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:16:43:09 น.  

 
สวสดีค่ะ แวะเข้ามาค่ะชอบมาแอบอ่านมานานละ พอดีว่าคุยกะหนุ่มตุรกีอยู่เหมือนกันค่ะ แต่เรื่องของพี่นานาน่าเศร้านะคะ กลัวเหมือนกันนะนี่(อิอิ) แต่พี่นานาเข้มแข็งนะคะ ดีใจด้วยจิงๆ เพือนที่คุยกันนี่เป็นมุสลิมค่ะ อยู่diyarbakir และ bismil สงกะสัยว่าจะเป็นที่เดียวกันแน่ๆเลย เดาเอานะคะ เพื่อนเขาบอกว่าเขาแต่งงานได้แค่ครั้งเดียว (จิงอะป่าวไม่รู้)ก็เลยเข้ามาคุยด้วยอะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆคนนะคะ


โดย: maew IP: 118.173.118.232 วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:1:15:02 น.  

 
มุสลิมที่ตุรกีส่วนใหญ่เค้าก็จะแต่งงานกันแค่หนเดียว มีเมียคนเดียว แต่ถ้าเลิกกันแล้วค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่มีทีเดียว 4 คนเหมือนมุสลิมบางประเทศจ้า ส่วนเมืองที่พูดถึงมานี่คือเมืองเดียวกัน ยินดีที่ได้รุ้จักเช่นกันจ๊ะ


โดย: itsourlove วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:16:18:43 น.  

 
อ่านแล้ว ได้ความรู้ดีค่ะ ตอนนี้มีหนุมตรกีมาชอบ พอทราบมั้ค๊ ะ
ว่าทำไมชอบผู้หญิงอายุมากกว่า เรามุสิลมเหมือนกันทั้งคู่ คุยกันเรื่องศาสนา ติดต่อกันมา 2 ปี เขาเป้นครูสอนศาสนาค่ะ แต่ก้เจ้าชู้น่าดู เขาบอกว่าเขารักเรามาก ๆ จะบินมาแต่ยังไม่มาค่ะ เขาบอกว่า ถ้าแต่งงานต้องไปบ้านเค้า เพราะเราอายุมากกว่า จึงกังวลค่ะ
รบกวนตอบด้วยน๊ะค๊ะ


โดย: หนูดี IP: 124.122.14.138 วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:15:02:45 น.  

 
ดีจ้า แวะมาทักทายอีกแล้ว ชอบเข้ามาอ่าน blog นี้อิอิ มีอะไรใหม่ๆและครอบครัวน่ารักดีพอดีช่วงนี้เพื่อนไปเรียนทีมหาวิทยาลัย แต่สงสัยว่าทำไมต้องเรียน 5 ปี โดยที่ต้องเรียน ENG 1 ปีเลยหรอคะ แล้วมหาวิทยาลัยเขาไม่กำหนดอายุในการเข้าเรียนเหมือนเมืองไทยหรอ สงกะสัยแต่เกรงใจเพื่อนไม่กล้าถามใครทราบบอกกันบ้างนะคะ ประดับความรู้อิ แต่เม้าส์นิดหนึ่งเพื่อนนี่ค่อนข้างเอาแต่ใจแต่ว่าพูดตรงๆดี โกรธก็บอกว่าโกรธ ฮาๆ สงสัยว่าส่วนใหญ่จะมีนิสัยอย่างนี้ เม้าส์ซะยาวเลย ชอบเข้ามาอ่านมากๆได้ความรู้ ดูรูปน่ารักๆ อิดฉาๆ


โดย: maew Public Health IP: 118.173.115.13 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:23:01:06 น.  

 
คุณหนูดี เค้าคงไม่ได้ชอบตรงที่อายุมากกว่าหรอกค่ะ แต่ว่าคนเอเชียดูหน้าเด็กกว่าคนตุรกีถ้าเทียบกับอายุรุ่นเดียวกัน

สงสัยว่าคงจะยังงั้นนะคะเพราะว่าเหมือนที่นี่ไม่ได้กำหนดเรื่องอายุการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยสักเท่าไหร่


โดย: itsourlove วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:16:02:15 น.  

 
ขอบคุณค่ะ สำหรับคำตอบสงสัยจะหน้าเด็กกว่าจิงๆ ฮาๆ เวลาบอกอายุแล้วบอกว่าไม่น่าเชื่ออายุมากกว่าหน้าตา (ภูมิใจมากๆ คนเอเชียหน้าเด็ก จงภูมิใจ อิอิ ดีนะแค่หน้าตาไม่บอกว่าอายุสมองด้วยนะนี่) แล้วที่ตุรกีช่วงไหนที่น่าจะไปเที่ยวคะ หรือช่วงไหนที่มีหิมะ เพื่อนว่าไม่ได้มีทุกเมือง สงสัยจะเหมือนหน้าหนาวในเมืองไทย ที่มีบางจังหวัดแน่ๆเลย เหงาๆเข้ามาดูที่นี่บ่อยๆ ชอบอ่าน ชอบดู ครอบครัวพี่นานาน่ารักดีอะค่ะ ขอให้น้องสุขภาพแข็งแรงนะคะ


โดย: maew Public Health IP: 118.173.118.177 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:20:57:58 น.  

 
พึ่งเข้ามาอ่านค่ะ
น้ำตาครอเลย แต่ชอบมากเลยค่ะเพราะเหมือนเราประสพการ์ณให้ฟัง ไว้ย้ำคิด เตือนใจ
แต่พูดจริงนะ สุดๆๆอะ เก่งมาเลยค่ะ และน่าเห็นใจเมเมทอะ ดูเขารักและทุ่มเทให้คุณนานา มากเลยค่ะ
รู้สึกแบบนั้นนะค่ะ ทุ่มเทเพื่อเราจริงๆๆ น่าอิจฉาจังค่ะ


โดย: yinniiez IP: 125.25.148.247 วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:10:42:12 น.  

 
แอบมาอ่านประวัติความเป็นมาของพี่นานาค่ะ
เพราะอย่างที่บอกอาค่า มีปัญหากับเค้า เราไม่เข้าใจกันเอพยายามแล้ว และเค้าก็พยายามด้วยที่จะกลับมาเหมือนเดิมแต่เอกลัวค่ะยอมรับเลยว่าไม่กล้า ร้องไห้เยอะมากแล้วไม่อยากกลับเป็นแบบเดิมอีก แต่พอมาอ่านเรื่องราวของพี่นานาแล้วเรื่องของเอ บ้าบอจิงๆ

ขอบคุณสำหรับความรักที่คอยช่วยเหลือกันนะค่ะ

ขอบคุณมากจิงๆ


โดย: เอ IP: 124.120.1.215 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:21:55 น.  

 
อ่านแล้วเศร้ามากๆคะ ยิ่งกว่านิยายซะอีก แค่ชีวิตหนึ่ง แต่ตอนนี้คุณและครอบครัวมีความสุข ดีใจด้วยคะ


โดย: phen IP: 10.0.0.255, 124.120.129.35 วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:0:34:00 น.  

 
อ่านแล้วเศร้ามากค่ะ น้ำตาจะไหล


โดย: จิ IP: 192.168.1.4, 58.10.99.95 วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:17:43:00 น.  

 
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน
นานาเข้มแข็งและมีสติดีมากเลยจ้ะที่ผ่านเหตุการณ์ต่างงๆพวกนั้นมาได้
สังคมตุรกีที่พี่สัมผัสส่วนมากเป็น Istanbullu กันแต่พี่รู้มาว่าคนฝั่งตะวันออก Anadolu นั้นเค้าจริงจัง และค่อนข้างน่ากลัว
มีมาฟงมาเฟียด้วย นานาดชคดีมากที่มีเพื่อนที่ดีอย่างอาโป
ดีแล้วจ้ะที่ตัดสินใจเลิกกับ Mehmet ได้ถูกเวลาพอดี เพราะดูๆไปแล้วถ้าขืนยังดื้อดึงกันอยู่ต่อไปนานาจะลำบากมากในการสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวเค้า ในขณะที่เค้าก็ยังไม่พร้อมที่จะเป็นตัวของตัวเองออกมาส้างครอบครัวกับเราได้
ขอให้รักครั้งนี้เป็นความทงจำที่นานาเก็บไว้ในซอกลึกๆในหัวใจ และขอให้น้องมีความสุขมากขึ้นๆกับคนที่น้องเลือกและลูกสาวที่น่ารักนะจ๊ะ


โดย: พี่จ๋า (yaseminsince2000 ) วันที่: 9 สิงหาคม 2553 เวลา:21:13:06 น.  

 
นานา...เก่งจัง..และเข้มแข็งที่สุดดด
อย่างที่พี่จ๋าพูดจริงๆ กับสังคมตุรกี...กับพี่เองตอนแรกๆ ก้อมีพวกที่ทำงานแฟนเป็นแบบเอ็นตี้สาวไทยเหมือนกัน...แต่พี่ถือว่าดูชั้นไปล่ะกัน..ไม่สน..แฟนก้อไม่สนใจใครด้วยเหมือนกัน..ก้อเลยดีไป..
พี่ว่านานาคิดถูกต้องมากกกก...เราอยู่กับปัจจุบันดีที่สุดคร้า...อดีตก้อคือความทรงจำ..ที่ดี..แต่จะให้ดีที่สุดคิดและอยู่กับปัจจุบันที่ดีงามเป็นดีที่สุดคร้า....


โดย: พี่ไอช์คร้า IP: 78.184.14.236 วันที่: 10 สิงหาคม 2553 เวลา:7:57:07 น.  

 
น้องนาเจอกับอะไรขนาดนั้นเลยเหรอคะ มันคงเลวร้ายมากกับการที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ไปต่างประเทศแล้วอะไรพลิกล็อคหมด ไม่เป็นดังคาดหวัง เจอกับคนแปลกหน้าทั้งนั้น ใจเด็ดมากค่ะไม่งั้นคงหนีกลับไทยแล้ว
น่ารักมากค่ะสำหรับอาโป ไม่งั้นคงแย่กว่านี้
ภาพพจน์แย่ๆของสาวไทยต่อชาวโลก มันกระทบคนดีดีซะอย่างนี้นี่เอง
.....ผ่านแล้วก็ผ่านไปนะคะ......
สามีของน้องนา เป็นคนดีมาก ที่รับฟัง เข้าใจ
และยอมรับความเป็นน้องนา คนนี้น่ารักที่สุดเลยค่ะ


โดย: P'Tuck IP: 116.118.90.190 วันที่: 10 สิงหาคม 2553 เวลา:11:33:21 น.  

 
น้องนา พี่หน่อยไม่ขอพูดอะไรมากเพราะพี่คิดว่า น้องนาเป็นสุดยอดแล้ว เป็นพี่คงทำอะไรไม่ถูกเลยนะ อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย สงสารน้อง แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความทรงจำที่มีค่า เก็บไว้ระลึกถึง และเป็นบทเรียนเตือนให้เราเข้มแข็งเสมอกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น


โดย: noi_sayi IP: 116.58.231.242 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:23:31 น.  

 
พี่นานาคร่า.. น้องแอนเริ่มง่วง อ่านไปถึง พี่นานา นั่งรถไป ไปตามแผนแล้วค่ะ.. น้องแอนเดาว่าระยะทางที่นั่ง นั่งคงนาน..
หลับสักตื่น เดี๋ยวคงถึง (จะเข้ามาอ่านต่อค่ะ..)
Ps.ขอบคุณพี่นานามากค่ะ น้องแอนชอบมากค่ะ.. ได้อะไรจากสิ่งที่นานาพยายามถ่ายทอด ได้มากเลยค่ะ ^^


โดย: น้องแอน IP: 125.25.213.90 วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:0:47:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
itsourlove
Location :
kocaeli - Turkey

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






Hoşgeldiniz
ครอบครัว "เยอล์มาซ"
ยินดีต้อนรับค่ะ







เกิดเป็นคนไทยต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ยิ่งอยู่ต่างแดนยิ่งต้องรักกันให้มาก
เมล์มาคุยกันได้หากเป็นเรื่องที่ไม่อยากเปิดเผย แต่ขอให้สำคัญจริงๆๆ
munaturkthai@gmail.com

Friends' blogs
[Add itsourlove's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.