DR.MOO CAN DO
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
"ฆ่าตัดตอน" คดีมุมดำที่ไร้ผู้ต้องหา

                   วิพากษ์ "ฆ่าตัดตอน" คดีมุมดำที่ไร้ผู้ต้องหา ดีกรีการตอบโต้ในคดีฆาตกรรม ที่พนักงานสอบสวนมักจะตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ฆ่าตัดตอนนับแต่รัฐบาล ประกาศสงครามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด ให้ผืนแผ่นดินไทยเป็นพื้นที่ปลอดยา เสพติด ถูกสังคมตั้งคำถามว่า ทำไม?


                คำถามที่พรั่งพรูเหมือนน้ำล้นฝาย ไหลทะลักพุ่งเป้าเข้าใส่รัฐบาล ต้องการรอ คำตอบ ไขปริศนาหาบทสรุปของคดีฆ่าตัดตอน...พนักงานอัยการ ได้ให้ความ กระจ่างทางกฎหมายเรื่องของคนตายที่เกี่ยวข้องยาเสพติด ที่พนักงานสอบสวน ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ถูกฆ่าตัดตอน เป็น "ช่องโหว่" ของกฎหมาย ที่จะทำให้ตำรวจ สามารถยุติการสอบสวนคดีได้ชั่วคราว เพราะญาติคนตายไม่สามารถระบุ ลักษณะคนร้าย หรือสาเหตุการสังหารที่แน่ชัดได้ สามารถจำหน่ายคดีเป็นคดี มุมดำตามภาษาทางกฎหมายได้


                คดีมุมดำนี้จะทำให้พนักงานอัยการไม่สามารถส่งฟ้องศาลได้...มีทางเดียวที่จะรื้อคดีได้ คือญาติของผู้เสียหายต้องมีหลักฐาน หรือเบาะแสของคนร้ายไปยืนยันกับตำรวจ ภายในกำหนดอายุความ 20 ปี ถ้าหมดอายุความแล้วยังไม่รู้เบาะแสของคนร้าย คดีก็เป็นอันสิ้นสุด ทนายแผ่นดินท่านนี้ อธิบายเพิ่มเติมว่า "คดีมุมดำ"...ก็คือคดี ที่ไม่ปรากฏรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย หรือคนร้ายปกปิดอำพรางโฉม และไม่มี พยานผู้เห็นเหตุการณ์ หามูลเหตุการณ์สังหารไม่ได้ หรือสันนิษฐานไม่ได้ว่า คนร้าย เป็นใคร คดีมุมดำเหล่านี้ อาจจะนับคดีลักทรัพย์ไปจนถึงคดีอุกฉกรรจ์ เช่น การ ฆาตกรรม


                ปีหนึ่งๆ คดีมุมดำเหล่านี้จะมีอัตราส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับคดีปกติ ส่วนใหญ่ เป็นคดีเล็กๆ เช่น การลักทรัพย์ และมักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทห่างไกล และคดี มุมดำที่มีสาเหตุจากการฆาตกรรมก็ยิ่งน้อยลงไปอีก แต่ละปีทั่วประเทศจะมีคดี เหล่านี้ให้พิจารณาไม่เกิน 1,000 คดี ...แต่เดือนกุมภาพันธ์เพียง แค่เดือนเดียว เท่านั้น คดีฆ่าตัดตอนกลับมีสถิติคดีมุมดำเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1,000 คดี หรือกว่า 10 เท่าของอัตราการเกิดคดีมุมดำตามปกติ


                อัยการคนเดิม บอกว่า การสอบสวนคดีมุมดำจะกระทำตามขั้นตอนการสอบสวน ของตำรวจตามปกติ ตั้งแต่ตรวจที่เกิดเหตุ ให้แพทย์ร่วมชันสูตรศพ เก็บวัตถุ พยานในที่เกิดเหตุ สอบปากคำญาติหรือพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาชนวนการ สังหารและหาตัวผู้ต้องหา แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา สอบปากคำผู้ต้องหาและ พยานอื่นๆ มาประกอบเพิ่มเติม และส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการพิจารณา สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง


                แต่คดีมุมดำมักจะสิ้นสุดที่ขั้นตอนการสอบปากคำญาติ หรือผู้เห็นเหตุการณ์ เท่านั้น เพราะคดีประเภทนี้ ญาติของคนตายมักจะระบุว่า คนตายไม่เคยมีเรื่อง โกรธแค้นกับใครมาก่อน พยานที่เห็นเหตุการณ์ก็มักไม่เห็นโฉมหน้าของคนร้าย หรือเห็นได้ไม่ชัดเจน จนไม่สามารถสเก็ตช์ภาพคนร้ายได้ หรือกรณีที่พยานเห็น หน้าคนร้ายชัดเจน แต่ไม่กล้าระบุว่า คนร้ายเป็นใคร เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพล มืด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คดีกลายเป็นคดีมุมดำ


                นอกจากนี้ ถ้าญาติหรือพยานให้ข้อมูลมาแล้ว แต่ตำรวจไม่ได้ใส่ใจที่จะติดตาม คนร้าย ก็จะเกิดคดีมุมดำได้เช่นเดียวกัน..ทนายแผ่นดินทิ้งประเด็นส่งท้ายอย่าง น่าสนใจว่า รัฐบาลประกาศสงครามกับยาเสพติด และดำเนินการอย่างเฉียบขาด เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่คนตายเป็นพัน จะมั่นใจได้อย่างไรว่า หนึ่งในจำนวนนั้น จะ ไม่มีผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย


                นายธนา เบญจาธิกุล เลขาธิการสภาทนายความ แสดงความเป็นห่วงว่า ไม่ว่าคด ีฆ่าตัดตอน จะมีความลึกลับซับซ้อนเพียงใด ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนหาคน ทำผิดมาลงโทษให้ได้ วันหนึ่งๆ มีคนตายมาก 30-40 คน แต่ตำรวจจับกุมคน ร้ายมาลงโทษไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าตำรวจไม่สามารถดูแลรักษาความสงบเรียบ ร้อยของประชาชนได้ "ถ้าผลการสอบสวนภายใน 1 เดือน ยังไม่พบผู้กระทำผิดจะ ต้องสรุปสำนวนส่งอัยการ ในชั้นนี้เป็นหน้าที่ของอัยการที่จะต้องพิจารณาสำนวน อย่างรอบคอบ ถ้าพบว่าตำรวจยังทำสำนวนไม่เรียบร้อย จะต้องขอให้ไปสอบ พยานหรือหาหลักฐานเพิ่มเติมอัยการมีอำนาจตามกฎหมายอยู่แล้วแต่ถ้าทำ หน้าที่เพียงนายไปรษณีย์เพียงอย่างเดียว ก็ยากที่จะหาตัวคนร้ายมาลงโทษได้"


                นอกจากคดีมุมดำแล้ว คดีวิสามัญฆาตกรรมก็เช่นเดียวกัน ถูกตั้งคำถามใน ลักษณะเดียวกัน ผู้พิพากษาท่านหนึ่งยืนยันว่า ยังไม่เคยพบคดีที่พนักงานสอบ สวน แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับตำรวจ ฐานฆ่าผู้อื่นให้ถึงแก่ความตาย โดยเจตนามีเพียงยื่นฟ้องคดียาเสพติดเท่านั้น สำนวนฟ้องคดีจะระบุถึงพฤติการณ์การ ทำงานของตำรวจชุดจับกุมจำเลยในคดีว่า จับกุมอย่างไร ด้วยวิธีอะไร บางคดี มีเนื้อหาว่า ตำรวจต้องใช้อาวุธ ยิงต่อสู้กับ ผู้ต้องหาจนเสียชีวิต และบางกรณี ก็ได้รับบาดเจ็บ โดยการยื่นฟ้องคดียาเสพติด จะไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำ วิสามัญฆาตกรรม หรือฆ่าตัดตอน


                คำฟ้องจะเป็นการบรรยายให้เห็นถึงพฤติการณ์การจับกุมของตำรวจ เพื่อใช้ ประกอบการนำสืบคดี ลงโทษจำเลยที่กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ถ้าจะมอง วิสามัญฆาตกรรมตามหลักรัฐศาสตร์ในการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด ทาง ปฏิบัติแล้วถือว่า ได้ผล เพื่อตัดระบบที่ถือว่า ภัยจากการค้ายาเสพติด เป็นเรื่อง ร้ายแรงระดับชาติ เพราะคนใกล้ชิดกับเรื่องการปราบยาเสพติดจะรู้ว่า มีความ ยุ่งยากมากที่จะปราบให้หมดสิ้นไป "เฉพาะแค่การจับกุมตัวผู้กระทำผิดมา ดำเนินคดี ไม่เพียงพอ เพราะส่วนใหญ่จะจับกุมได้แต่รายเล็กๆ เท่านั้น หรือไม่ก็ เป็นเพียงคนส่งหรือเอเย่นต์ แต่ไม่ใช่ผู้ผลิตโดยตรง"


                แต่ถ้ามองคดีวิสามัญฆาตกรรมตามหลักนิติศาสตร์ก็เป็นคนละแบบกัน เมื่อพบ ว่า มีการกระทำผิดตามกฎหมาย ต้องเริ่มต้นตั้งแต่หาพยานหลักฐาน ชี้ให้เห็นว่า ใครทำผิด ทำผิดอย่างไร ถ้ามีหลักฐานพอฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำผิดจริง ต้อง จำคุก หรือประหารชีวิต ตามกระบวนการของกฎหมายที่บัญญัติไว้


                นายวิชา มหาคุณ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ได้เปรียบเทียบ "การปราบ ปรามขั้นเด็ดขาด" จากรัฐบาลในอดีตอย่างน่าสนใจว่า รัฐบาลเผด็จการในอดีต พอยึดอำนาจได้ ก็ใช้วิธีการปราบปรามอย่างเด็ดขาด แต่ก็ไม่เคยได้ผล สมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใครวางเพลิงจับยิงเป้า แต่ก็ยังมีคนวางเพลิงอยู่เรื่อยๆ สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร จับยิงเป้าคนที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ไม่ได้ผล ยังมีคนกระทำผิดอยู่เรื่อยๆ "ต่อไปนี้ตำรวจหรือทางการไม่ชอบหน้าใคร ก็ขึ้น บัญชีดำหาว่า เกี่ยวข้องกับยาบ้าแล้วยิงทิ้ง ทั้งที่คนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาบ้าเลย เหมือนยุคก่อนที่ทางการหาว่า คนนั้นคนนี้เป็นคอมมิวนิสต์แล้วจับใส่ถังแดง จุด ไฟเผา ทั้งที่คนนั้นจะเป็นคอมมิวนิสต์จริงหรือไม่ ก็ไม่รู้ คอมมิวนิสต์หน้าตาเป็น อย่างไรยังไม่รู้เลย" ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา กล่าวทิ้งท้าย


                ขณะที่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แจงว่า ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบปากคำญาติผู้ตาย หาที่มาที่ไปแห่งปมสังหาร ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ขณะนี้ได้กำชับให้เร่งรัด คลี่คลายคดีฆ่าตัดตอนในพื้นที่นครบาลรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมี 15 ราย จับผู้ต้องหาได้ 2 ราย "ตอนนี้เราจะไม่เรียกว่า คดีฆ่าตัดตอน แต่จะเรียก คดีที่ ผู้ตายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การสอบสวนแต่ละคดีจะใช้เวลา 1 ปี ถึงจะสรุป สำนวนได้ และการรื้อฟื้นคดีสามารถทำได้ตลอด 20 ปี ช่วงที่คดียังไม่หมด อายุความ หรือถ้าญาติผู้ตายไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถร้องเรียน ได้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (FBI)" ...ท่ามกลางกระแสโต้คารมกันไปมา ไม่ว่าคดี ฆาตกรรมจะเกิดจาก "วิสามัญฯ หรือ ฆ่าตัดตอน" แต่สุดท้ายก็เป็นคนละเรื่อง เดียวกันนั่นแหละ แล้วแต่ว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนวิธีการหรือไม่เท่านั้น


Create Date : 20 เมษายน 2553
Last Update : 20 เมษายน 2553 23:59:41 น. 1 comments
Counter : 591 Pageviews.

 
ตำรวจไทยยังหล้าหลังแต่ก็ทำดีที่สุดแล้วค่ะ
เอาไว้หนูเรียนจบเมื่อรัยหนูจะไปรับใช้ชาติค่ะ


โดย: nam tato IP: 124.157.148.124 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:16:38:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

DR.MOO CAN DO
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ผมเป็น นิติพยาธิแพทย์ หรือ จะเรียกว่า หมอนิติเวช ก็ได้ครับ นิติพยาธิแพทย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปีแล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง นิติพยาธิอีก 3 ปี และเมื่อสอบผ่าน ก็จะได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ และได้เป็นนิติพยาธิแพทย์ โดยสมบูรณ์
หน้าที่ของหมอนิติเวช แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
ส่วนแรก จะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคดี โดยในผู้ป่วยคดีนั้นแพทย์นิติเวชจะมีหน้าที่ในการตรวจ และให้ความเห็นกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับบาดแผลที่ตรวจพบ ซึ่งตำรวจจะนำไปใช้ในการตั้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี และหน้าที่ต่อมาของแพทย์นิติเวชคือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีดังกล่าว
ส่วนที่สอง จะเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต โดยในกรณีผู้เสียชีวิตนั้นแพทย์นิติเวชมีหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุในกรณีตายผิดธรรมชาติตามที่กฎหมายกำหนด และหากมีความจำเป็นต้องผ่าชันสูตร ก็จะต้องมีการทำรายงาน และให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต ส่งให้พนักงานสอบสวน สุดท้ายหน้าที่หลักที่สำคัญโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีนั้นๆครับ
ประวัติการศึกษา
1.แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.ประกาศนียบัตร “Crime Scene Investigation” โครงการร่วมระหว่าง International Law Enforcement Academy กับ Federal Bureau of Investigation Academy
4.ประกาศนียบัตร “การบริหารงานโรงพยาบาล” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงาน
1.อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มศว.
2.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
3.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
4.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
5.วิทยากร หัวข้อ "ICD-10" ของกระทรวงสาธารณสุข
6.วิทยากร หัวข้อ "การตรวจสถานที่เกิดเหตุ" ของมูลนิธิร่วมกตัญญู และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
7.วิทยากรอบรมหลักสูตรนายร้อยตำรวจอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8.วิทยากร หัวข้อ "KPI รายบุคคล" ให้กับโรงพยาบาลและมหาลัยวิทยาลัย ในภาครัฐ
9.วิทยากร หัวข้อ "Living will" ให้กับโรงพยาบาลในภาครัฐและเอกชน10.วิทยากร หัวข้อ "นิติเวชศาสตร์กับงานด้านโบราณคดี" ให้กับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
11.ร่วมเขียนหนังสือ "KPI รายบุคคล"
12.ร่วมเขียนหนังสือ "มาตรฐาน ICD-10, ICD-9"
13.ที่ปรึกษารายการ "เรื่องจริงผ่านจอ" และ "Redline"
14.บทความทางวิชาการและผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ 15 เรื่อง
15.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตั้งแต่ ปี พศ.2553
16.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว. ตั้งแต่ปี พศ.2551
ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี (DR.MOO CAN DO)
New Comments
Friends' blogs
[Add DR.MOO CAN DO's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.