DR.MOO CAN DO
Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
ฆ่าตัวตาย เพราะโลกไซเบอร์รังแก!

ฆ่าตัวตาย เพราะโลกไซเบอร์รังแก!


                เกิดกรณีสะเทือนขวัญวัยรุ่นผู้ใช้อินเตอร์เน็ต เมื่อน.ส.ฟีบี พรินซ์ สาวไอริชวัย 15 ปีที่ย้ายมาอยู่สหรัฐอเมริกา แขวนคอตาย หลังจากถูกรุมรังแกทางอินเตอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐกำลังสืบสวนสอบสวนว่า แรงกดดันที่ทำให้สาวน้อยฆ่าตัวตายเป็นเพราะข้อความทางโทรศัพท์มือถือและข้อความโจมตีเหยื่อบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กหรือไม่ 


                จากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจพบข้อ ความหนึ่งที่มีผู้ส่งถึงน.ส.พรินซ์เขียนว่า "ไปฆ่าตัวตายเลยไป" และจากนั้นไม่นานน.ส.พรินซ์ก็ปลิดชีวิตตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่า ช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้าเด็กสาวก่อเหตุในวันที่ 14 ม.ค. 2553 มีข้อความหยาบคายที่กดดันเด็กสาวส่งมาทางโทรศัพท์มือถือ และทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก 


                  สำหรับสาวพรินซ์เกิดที่อังกฤษ แต่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ไอร์แลนด์ โดยย้ายตามครอบครัวจากเมืองฟานอร์ มาอยู่เมืองเซาท์ ฮาดลีย์ รัฐแมรีแลนด์ ในสหรัฐได้ 6 เดือน เด็กสาวแขวนคอตายในบ้านพักที่อยู่กับแม่ พี่สาว 3 คน และพี่ชาย 1 คน 


                  นายตำรวจเดวิด ลาบรี ประจำเขตเมืองเซาท์ฮาดลีย์ กล่าวว่า เป็นคดีที่น่าสลดใจมาก โดยเฉพาะกับครอบครัวที่เศร้าสะเทือนใจอย่างแรง ทีมสอบสวนจะดูทุกปัจจัยทุกด้าน รวมถึงที่โรงเรียนว่าเด็กถูกกลั่นแกล้งใดๆ หรือไม่


                  ครูใหญ่ของโรงเรียนในสหรัฐต่างกล่าวถึงปัญหาวัยรุ่นรังแกกันทางโลกไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่วัยรุ่นต่างสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊กมากขึ้น คดีก่อน ด.ญ.เมแกน ไมเออร์ เคยฆ่าตัวตาย เพราะถูกแม่ของเพื่อนเก่าแฉประวัติให้อับอายทางเว็บไซต์มายสเปซ


ข้อมูลจากข่าวสด


Create Date : 29 มกราคม 2553
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2553 10:54:30 น. 1 comments
Counter : 642 Pageviews.

 
It is not how old you are, but how you are old.

Jules Renard


โดย: Elbereth วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:10:33:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

DR.MOO CAN DO
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ผมเป็น นิติพยาธิแพทย์ หรือ จะเรียกว่า หมอนิติเวช ก็ได้ครับ นิติพยาธิแพทย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปีแล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง นิติพยาธิอีก 3 ปี และเมื่อสอบผ่าน ก็จะได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ และได้เป็นนิติพยาธิแพทย์ โดยสมบูรณ์
หน้าที่ของหมอนิติเวช แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
ส่วนแรก จะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคดี โดยในผู้ป่วยคดีนั้นแพทย์นิติเวชจะมีหน้าที่ในการตรวจ และให้ความเห็นกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับบาดแผลที่ตรวจพบ ซึ่งตำรวจจะนำไปใช้ในการตั้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี และหน้าที่ต่อมาของแพทย์นิติเวชคือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีดังกล่าว
ส่วนที่สอง จะเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต โดยในกรณีผู้เสียชีวิตนั้นแพทย์นิติเวชมีหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุในกรณีตายผิดธรรมชาติตามที่กฎหมายกำหนด และหากมีความจำเป็นต้องผ่าชันสูตร ก็จะต้องมีการทำรายงาน และให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต ส่งให้พนักงานสอบสวน สุดท้ายหน้าที่หลักที่สำคัญโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีนั้นๆครับ
ประวัติการศึกษา
1.แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.ประกาศนียบัตร “Crime Scene Investigation” โครงการร่วมระหว่าง International Law Enforcement Academy กับ Federal Bureau of Investigation Academy
4.ประกาศนียบัตร “การบริหารงานโรงพยาบาล” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงาน
1.อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มศว.
2.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
3.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
4.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
5.วิทยากร หัวข้อ "ICD-10" ของกระทรวงสาธารณสุข
6.วิทยากร หัวข้อ "การตรวจสถานที่เกิดเหตุ" ของมูลนิธิร่วมกตัญญู และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
7.วิทยากรอบรมหลักสูตรนายร้อยตำรวจอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8.วิทยากร หัวข้อ "KPI รายบุคคล" ให้กับโรงพยาบาลและมหาลัยวิทยาลัย ในภาครัฐ
9.วิทยากร หัวข้อ "Living will" ให้กับโรงพยาบาลในภาครัฐและเอกชน10.วิทยากร หัวข้อ "นิติเวชศาสตร์กับงานด้านโบราณคดี" ให้กับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
11.ร่วมเขียนหนังสือ "KPI รายบุคคล"
12.ร่วมเขียนหนังสือ "มาตรฐาน ICD-10, ICD-9"
13.ที่ปรึกษารายการ "เรื่องจริงผ่านจอ" และ "Redline"
14.บทความทางวิชาการและผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ 15 เรื่อง
15.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตั้งแต่ ปี พศ.2553
16.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว. ตั้งแต่ปี พศ.2551
ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี (DR.MOO CAN DO)
New Comments
Friends' blogs
[Add DR.MOO CAN DO's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.