Mr.Pos : The Thinking & Learning in My Life
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
26 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
โรงหนังนางเลิ้ง ‘ศาลาเฉลิมธานี’ นามนี้ ที่ผู้คน..หลงเลือน

        

ภาพจาก bansuanporpeang.com

โรงหนังนางเลิ้ง ‘ศาลาเฉลิมธานี’ นามนี้ ที่ผู้คน..หลงเลือน

 

‘ชุมชนนางเลิ้ง’ บนถนนนครสวรรค์ นับเป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งเคยมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของกรุงเทพฯ ก่อนได้รับการผนวกเข้ากับ ‘เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย’ ในภายหลัง ภายในชุมชนยังเป็นที่ตั้งของ ‘ตลาดนางเลิ้ง’ ตลาดบกแห่งแรกของเมืองไทย ที่มีอายุยาวนานมากกว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดตลาดเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม พ..๒๔๔๒

 

 

บรรยากาศครั้งวันวานของตลาดแห่งนี้นับว่าเต็มไปด้วยสีสันความคึกคัก ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์รวมสรรพสิ่งสินค้าทั้งของสด และของแห้งแล้ว ภายในตลาดยังเคยเป็นที่ตั้งของ โรงบ่อน โรงยาฝิ่น สำนักโคมเขียว หรือ ‘ซ่องโสเภณี’ ไว้คอยบริการนักเที่ยวยุคก่อน รวมไปถึง โรงหนังในยุคบุกเบิก ก็ตั้งอยู่ภายในตลาดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

 

โรงหนังที่กล่าวถึงนี้ถูกเรียกขานกันว่า ‘โรงหนังนางเลิ้ง’ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ โดย ‘บริษัทภาพยนตร์พัฒนากร’ นับว่าเป็นโรงหนังในยุคแรกๆ ของเมืองไทย ที่เปิดฉายรอบปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๔๖๑ จนสร้างบรรยากาศความฮือฮาตื่นตัวในหมู่ชาวบ้านร้านตลาด ให้หันมาเสพมหรสพตามอย่างวัฒนธรรมตะวันตกกันอย่างคึกคัก

 

 

ลักษณะของ โรงหนังนางเลิ้ง เป็นอาคารโถง ๒ ชั้นที่สร้างด้วยไม้ ดูคล้ายโกดัง ระยะแรกที่เปิดฉายนั้น ที่นั่งชมจะเป็นเก้าอี้ไม้ที่วางตั้งเป็นแถวยาว ไม่มีการกำหนดเลขที่นั่ง และไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว ใครเข้ามาก่อนก็สามารถเลือกที่นั่งได้โดยอิสระ โดยก่อนที่หนังจะฉายนั้น จะมีการบรรเลงแตรวงเพื่อคอยเรียกความสนใจจากคนดูอยู่หน้าโรง และพอถึงเวลาหนังฉายแล้ว วงดนตรีดังกล่าวก็จะย้ายเข้ามาบรรเลงเพลงประกอบหนังต่อไป เนื่องจากการฉายหนังในยุคแรกนั้น ยังเป็นการฉายหนังใบ้ที่ไม่มีเสียงพากย์ประกอบนั่นเอง

 

หลังจาก โรงหนังนางเลิ้ง ได้ถูกขายกิจการต่อมาให้กับ ‘บริษัทสหศีนิมา จำกัด’ ในสังกัดสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ช่วงแห่งการสมโภชกรุงเทพมหานคร ๑๕๐ ปีแล้ว  จึงถูกเปลี่ยนชื่อกลายมาเป็น ‘ศาลาเฉลิมธานี’ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อโรงหนังที่นำหน้าด้วยคำว่า ‘เฉลิม’ อีก ๗ โรง อันได้แก่ ศาลาเฉลิมกรุง , ศาลาเฉลิมไทย , ศาลาเฉลิมนคร , ศาลาเฉลิมบุรี , ศาลาเฉลิมเวียง , ศาลาเฉลิมรัฐ และศาลาเฉลิมราษฎร์  

 

 

จากในยุครุ่งโรจน์ของ ศาลาเฉลิมธานี ซึ่งเคยมีคนดูมากถึงรอบละ ๓๐๐-๔๐๐ คน เมื่อถึงปี พ.. ๒๕๓๖ อันเป็นช่วงตกต่ำซบเซาของวงการภาพยนตร์ไทย ที่มีคนตีตั๋วเข้ามาดูหนังเพียงรอบละไม่ถึง ๑๐ คน นี่จึงกลายเป็นปีที่โรงหนังประวัติศาสตร์แห่งนี้ต้องยุติกิจการลงในที่สุด ก่อนที่ตัวอาคารจะถูกแปรสภาพกลายมาเป็นโกดังเก็บสินค้าของเอกชนในภายหลัง ซึ่งนับเป็นการปิดตำนานแหล่งมหรสพเก่าแก่อีกแห่งที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มายาวนานถึง ๗๕ ปีเต็ม.

         

                          ภาพจาก nextsteptv.com 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 26 มิถุนายน 2556 11:31:04 น. 0 comments
Counter : 2889 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โปสการ์ดราดซอส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add โปสการ์ดราดซอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.