Mr.Pos : The Thinking & Learning in My Life
Group Blog
 
 
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
'ยะซุกุนิ' ศาลเจ้าฉาวโลก

ไดอารี่ความคิด  ของ ‘นายโปส’

 

บทบันทึก ห้วงขณะหนึ่งเกี่ยวกับ ชีวิต สังคม การเมือง และสิ่งละอันพันละน้อย

 

 

‘ยะซุกุนิ’ ศาลเจ้าฉาวโลก

 

 

                ไม่ได้ยินชื่อ ศาลเจ้ายะซุกุนิ มาตั้งนานแล้วครับ มาได้ยินอีกครั้งก็เช้าวันนี้เอง ผ่านการเล่าข่าวของ นักจัดรายการในวิทยุคลื่นความคิด เอฟ.เอ็ม. 96.5 ภายในรถระหว่างขับเข้ากรุงเทพฯ เลยคล้ายเป็นแรงกระตุ้นให้อยากรู้อยากเห็นเรื่อง ศาลเจ้าแห่งนี้ มากขึ้น..

 

                ถ้าไม่นับบรรดาวัด ปราสาท แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชื่อดังต่างๆ ในญี่ปุ่นแล้ว สำหรับตัวเองที่ในชีวิตยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย แต่นิยมการเงี่ยหูฟังข่าวสาร ประเด็นร้อนบนเวทีโลกแบบห่างๆ อยู่เป็นระยะแล้ว ชื่อ ศาลเจ้ายะซุกุนิ นี่แหละที่คุ้นหูที่สุด จำได้ว่าทุกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า ผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรี หรือบรรดาคนสำคัญระดับสูงๆ ในวงการเมือง การทหารของญี่ปุ่น เฮโล ยกโขยงกันไปคารวะ ศาลเจ้ายะซุกุนิ แล้ว เหตุการณ์นี้ก็จะเป็นข่าวใหญ่ในกระแสโลกทันที อาฟเตอร์ช็อกแรงๆ ที่ตามมา ก็คือ มหาอำนาจอย่างประเทศจีน เกาหลีใต้ ก็จะออกมาแสดงท่าขึงขังไม่พอใจ ฟาดงวงฟาดงา ตามด้วยคำขู่จะตัดสัมพันธ์ทางการทูต หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจอะไรประมาณนั้น นี่คือความบาดหมางระดับร้าวลึกระหว่างประเทศ อันเป็นผลพวงมาจากประวัติศาสตร์ด้านมืด ที่ญี่ปุ่นเคยกระทำไว้กับบรรดาชาติร่วมทวีป ที่ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ประเทศที่ตกเป็นเหยื่อ เขาก็คงไม่มีทางปลง หรือลืมลงได้แน่ๆ

 

 

                ลองไปหาภาพในอินเตอร์เน็ตดู ก็เห็นรูป ศาลเจ้ายะซุกุนิ ที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว โชว์หราให้เห็น รูปทรงสถาปัตยกรรมของศาล ดูสวยสง่า ขลังอลังการ ถูกใจคนชอบอะไรโบราณๆ มากทีเดียว ข้อมูลบอกว่า ยะซุกุนิ เป็นศาลเจ้าแห่งลัทธิชินโต มีขนาดใหญ่โตที่สุดของโตเกียว สร้างมาตั้งแต่ปี 2412 ในยุคสมัยเมจิ เพื่อเป็นสถานที่รำลึก นึกถึงดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตระหว่างศึกกลางเมือง ที่เรียกว่า ‘สงครามโบะชิง’ นี่เป็นศึกใหญ่ที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินซามูไร เป็นการชิงอำนาจระหว่างขั้วอำนาจเก่า และอำนาจใหม่ ของโชกุน และจักรพรรดิ ที่ทำให้เลือดนองแผ่นดินมากมายเหลือเกิน แล้วทำไม จีน เกาหลีใต้ ถึงต้องโมโหโกรธาขนาดนั้นด้วยเล่า ?

 

                นั่นเพราะในสมัยหลัง ศาลเจ้าชินโตแห่งนี้ ถูกใช้เป็นที่สถิตวิญญาณของบรรดาทหารผ่านศึกญี่ปุ่น ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 มากถึงสองล้านกว่าราย โดยมีป้ายชื่อของทหารหาญปรากฏอยู่ในศาล ซึ่งประเด็นอื้อฉาวอยู่ตรงที่ มีป้ายชื่อของแม่ทัพนายกองอยู่ราว 12 นาย ซึ่งถูกระบุชัดว่าเป็น อาชญากรสงคราม รวมอยู่ในนั้น  โดยมีชื่อของบุคคลที่คุ้นหูสุดอย่าง ‘นายพลโตโจ’ นายกฯ แดนปลาดิบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้สั่งการโจมตีอ่าวเพิร์ล ในฮาวาย รวมอยู่ด้วย.. เผินๆ เหมือนเป็นเรื่องมีเกียรติสำหรับคนญี่ปุ่นกันเอง ที่ผู้นำประเทศจะปลีกตัวไปสักการะดวงวิญญาณทหารกล้าของชาติเป็นประจำทุกปี แต่ในเมื่อสถานะทหารกล้าของชาวญี่ปุ่น กลับเป็นอาชญากรสงคราม ที่เคยร่วมบงการสังหารคนต่างชาติภาษาอื่นมามากต่อมาก (เอาแค่ประเด็นฉาวโลก เหตุการณ์ข่มขืนนานกิง ของกองทัพญี่ปุ่น เรื่องเดียว ที่มีหลักฐานประวัติศาสตร์มากมายบันทึกถึง มันก็สลดสุดๆ แล้ว) การเดินทางไปเคารพดวงวิญญาณผู้ตายที่ ยะซุกุนิ ของผู้นำญี่ปุ่น จึงเป็นการกระทำสุดเย้ยหยัน และเป็นการย่ำยี ชนิดที่จะยอมรับไม่ได้เลยในความคิดของชาวจีน และชาวเกาหลี เรียกว่านอกจากจะไม่ให้เกียรติชาติที่ถูกกระทำแล้ว ยังไม่รู้สึกสำนึกความผิดบาปอีกต่างหาก !    

 

                ตัวเองรู้สึกมาตลอดว่า ชนชาติญี่ปุ่นนี้ เป็นชนชาติที่เข้าใจ เข้าถึงยากจริงๆ ในท่ามกลางคำกล่าวยกย่องพูดถึงมากมาย ต่อวัฒนธรรมที่ดีงาม แข็งแกร่ง เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน พอแค่ย้อนอดีตกลับไปช่วงสั้นๆ ประวัติศาสตร์ ความจริงด้านที่มัวหม่นที่สุด ที่บรรพบุรุษชาวญี่ปุ่นเคยก่อไว้ ก็ผุดขึ้นมาให้เราได้รับรู้ มันเยอะเสียจนไม่อาจบรรยายได้ครบถ้วน และเป็นความจริงที่ฝังแน่น แบบต่อให้ชำระล้างอย่างไรก็คงไม่ระเหยหายไปอย่างแน่นอน แต่เอาเถอะ ในเมื่อประวัติศาสตร์ความผิดพลาดของบุคคลในอดีต มันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไข หรือกดปุ่ม Delete เปลี่ยนแปลงใดๆ ได้อีก แต่กลับสับสนงงๆ กับท่าทีการวางตัวของ ผู้คนในรัฐบาลญี่ปุ่นในสมัยหลังๆ มากกว่า ที่เหมือนจะไม่เคยยอมรับ รู้สึกสำนึกต่อบาปอันใหญ่หลวงที่บรรพบุรุษตนกระทำไว้กับคนชาติอื่นเลย หรือแท้จริงแล้วนี่เป็นพฤติการณ์อีกด้าน ที่สะท้อนตัวตนความดื้อดึง มุทะลุ ที่ยังเชื่อมั่นแบบหัวปักหัวปำ ของชาวญี่ปุ่น ต่อสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่น โดยไม่เคยแยแส สนใจ หรือใยดีต่อคำทักท้วงใดๆ ของโลกภายนอกเลย

 

 

                หรือนี่คงเป็นอีกแง่มุม ตัวตนคนญี่ปุ่นซึ่งกำลังปรากฏชัดให้โลกได้เห็น พอๆ กับที่เราต่างรับรู้ว่า ชาวญี่ปุ่น มีความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน และมีจริยวัตรที่เรียบง่ายนั่นเอง..   

 

 

 

พุธ 24 เมษายน 2556

 




Create Date : 29 เมษายน 2556
Last Update : 29 เมษายน 2556 13:10:13 น. 0 comments
Counter : 1122 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โปสการ์ดราดซอส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add โปสการ์ดราดซอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.