มกราคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
การมองชีวิตการทำงานเมื่ออายุ 30




  เปลี่ยนไปสิ้นเชิง!!

เวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็น ความคิดความเห็น ทัศนคติก็เช่นเดียวกัน
มุมมองการทำงานเปลี่ยนไป อย่างเช่น

หลังจากเปลี่ยนงานมาหลายที่ ก็รู้ว่าไม่ว่าทำที่ไหนเราก็หนีปัญหาไม่พ้น แต่มันก็จะมีความแตกต่าง มีพัฒนาการในแต่ละที่ ในแต่ละช่วงอายุ

ปัญหาแรกที่สำคัญคือเรื่องของคน ไม่มีทางที่ใครจะหนีปัญหานี้พ้น 
พออายุ 30 ก็จะรู้ว่าคนมีหลายแบบ หลายจริตนิสัย คนหนึ่งอาจจะเข้าได้กันกับเรา อีกคนนึงอาจจะเข้ากันกับเพื่อนเรามากกว่า หรือกับหัวหน้าบางคนเราทำอะไรก็ไม่เป็นที่ถูกใจ บางคนก็ดีไปหมด แต่มีเหตุให้ต้องไม่ได้ทำงานร่วมกัน ซะงั้น TT 

วิเคราะห์ปัญหาแท้จริงก็คือ เรามีความอยากให้คนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ มันก็เลยเป็นปัญหาสำหรับเราเอง วิธีแก้ไข คือแก้ไขที่ตัวเขาไม่ได้ ก็แก้ที่เราเข้าใจความเป็นจริงของคนๆนั้น ว่ามันเป็นเช่นนั้นแล ศึกษาหาข้อดี ในกรณีที่เป็นเราเป็นหัวหน้าก็พยายามเลือกใช้งานให้ถูกกับงาน ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานถ้าไม่ชอบไม่ตรงจริตนิสัยก็ไม่ต้องไปสุงสิงมากมายนัก

แต่การที่เราจะเข้าใจคนอื่นได้จริงๆ เราจะต้องเข้าใจตัวเอง ศึกษาตัวเองให้ดีก่อนนะ

ปัญหาเรื่องงานอื่นๆ มันก็จะย้อนกลับไปเป็นปัญหาเรื่องคนอยู่ดี  เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหา มันจึงเป็นศิลปะ ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆตายตัวต้องอาศัยทักษะประสบการณ์ เป็นอย่างมาก สังเกตว่าหัวหน้าบางคนไม่ได้เก่งด้านเทคนิค แต่มีทักษะที่สำคัญคือ การบริหารคน , การป้องกันปัญหา , การแก้ปัญหา นี่เป็นทักษะที่ดีที่ควรฝึกฝนนะครับ


สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างก็คือไม่มีที่ไหนที่มีความมั่นคงได้จริงๆ ใครที่มีความคิดเห็นว่าทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดวางแผนอนาคตในชีวิตคุณแย่แน่ๆ เพราะฉะนั้น เป้าหมายการทำงานขั้นแรกคือการบริหารเงิน เพราะจริงๆแล้วเราทำงานเพื่อเงิน เราอยากมีเงินเพื่อจะได้มีความสุข 

ขั้นแรกมีเงินใช้ให้พอก่อน ถ้าทำงานมีเงินเดือนแล้วใช้ไม่เคยพอต้องติดลบเรื่อยๆทุกเดือน อย่างแรกคือพยายามลดค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับเรา ถ้าลดยังไงแล้วก็ยังไม่พอให้รีบหางานใหม่โดยด่วน!!

หลังจากเอาชีวิตรอดจากการใช้ชีวิตแล้ว อันดับต่อมาคือต้องมีเงินเก็บทุกๆเดือน อันแรกต้องตั้งเป้าหมายก่อน สิ่งสำคัญว่าเราจะมีเงินเหลือหรือไม่อยู่ที่การเลือกคบเพื่อนอันนี้สำคัญจริงๆ ถ้าเรามีจิตที่ไม่แข็งแกร่งแล้วแนวโน้มเราจะเป็นเหมือนกับคนที่เราคบด้วยสูง เพื่อนที่ฟุ้มเฟ้อจะทำให้เราลมจม

หลังจากมีเงินเก็บให้อุ่นใจแล้วก็ต้องคิดที่จะลงทุนให้เงินงอกเงยเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิต กรณีที่ตกงาน (อันนี้สำคัญ เพื่อเอาตัวรอดจากโลกที่โหดร้าย ) แต่การที่จะทำถึงจุดนั้นได้อาจจะต้องมีเงินเก็บหรืองบลงทุนเบื้องต้นเป็นจำนวนมาก บางครั้งรายได้จากเงินเดือนอาจจะไม่พอ อาจจะต้องหาอาชีพเสริมที่เราถนัดทำเพิ่มเติม และพยายามฝึกวินัยทีละน้อยหยอดกระปุกวันละนิด ^^

มองหางาน หรือธุรกิจที่ชอบ หลังจากเป็นอิสระพอสมควรก็ให้ทำตามความฝันหางานที่ชอบที่อยู่กับมันแล้วมีความสุข (ห้ามตอบว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ) งานและธุรกิจที่เริ่มก็จะอาจจะทำให้เรามีความมั่งคั่งมั่นคงในชีวิตได้ ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากันอันนี้ต้องพิจารณาเอาเองนะครับ


จำไว้เลยว่าคนเรานั้นไม่ได้ต้องการเงินมากมาย แท้จริงแล้วเราต้องการความสุขมากกว่า ที่เราต้องการทำงานหาเงินเยอะๆ ตำแหน่งใหญ่ บ้านหลังใหญ่ รถคันโต เมียสวยๆ จริงๆแล้วเราแค่ต้องการความสุข หนีความทุกข์

เพราะฉะนั้นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือการเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าตัวเรา ว่ามันคืออะไร รู้จักตัวเอง สำคัญที่สุดครับ





Create Date : 08 มกราคม 2560
Last Update : 8 มกราคม 2560 18:02:08 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

mr.popsong
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



นอกจากเป้าหมายชีวิตที่ข้าพเจ้าต้องทำให้สำเร็จแล้วสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการมีแค่ "เก้าอี้สบาย ๆ สักตัว หนังสือดี ๆ สักเล่ม และกีต้าร์ไว้เล่นเวลาต้องการพักสายตา พร้อมด้วยจิตใจเบิกบานไร้กังวล"
http://mrpopsong.bloggang.com
New Comments
MY VIP Friend