ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Karwa Chauth Puja - พิธีถือศีลอดของภรรยาฮินดูและปัญจาบี


Smileyวันนี้เป็นวันที่เราถือศีลอดเนื่องในเทศกาล Karwa Chauth Puja เลยอยากจะเอามาฝากพ่อแม่พี่น้องกันนิดนึงนะจ๊ะ



Karva Chauth, Karwa Chauth, करवा चौथ หรือออกเสียง เกอร์วาชอธ

เป็นเทศกาลสำคัญสำหรับสตรีชาวฮินดูที่แต่งงานแล้ว โดยภรรยาจะถือศีลอด (อาหารและน้ำ) เป็นเวลาหนึ่งวัน ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จนเห็นพระจันทร์ และทำพิธีบูชาเจ้าแม่ปารวาตีเพื่อขอพรให้สามีอายุยืน ซึ่งถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี ในวันแรมสี่ค่ำแห่งเดือนการ์ติก (Kartik) ประมาณสิบวันก่อนดิวาลิความเชื่อของเทศกาลนี้หลักๆ คือ เพื่อให้สามีมีชีวิตที่ยืนยาว และมีความสุข ซึ่งจะเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคักโดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของอินเดีย เช่น Madhya Pradesh, Rajasthan, บางส่วนของเมือง Uttar Pradesh, Himachal Pradesh, Haryana และ รัฐ Punjab 


ปล. ไม่ใช่เฉพาะภรรยาหรือหญิงที่แต่งงานแล้วทำได้นะจ๊ะ สาวโสดก็ทำได้หากต้องการทำให้แฟน คู่หมั้น หรือว่าที่สามี (ที่ครอบครัวฝ่ายชายมีการปฏิบัติและความเชื่อกันต่อเนื่องมา)

มาดูความหมายคร่าวๆ กันซักหน่อย แปลบางส่วนมาจาก Wikipedia นี่แหละ เค้าบอกว่า Karva เป็นคำหนึ่งที่หมายความว่า หม้อ อย่าเพิ่งคิดเป็นอย่างอื่น หม้อ นี่คือเป็นหม้อหรือถ้วยหรือเหยือกที่เค้าเอาไว้ใส่น้ำ ส่วน chauth แปลว่า ที่สี่ ก็คือวันที่ทำพิธีนี้เป็นวันที่สี่ของ kartik month ในปฏิทินของฮินดู ซึ่งช่วงนี้จะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตของปีด้วย สมาชิกในครอบครัวก็จะมีการพบปะสังสรรค์กัน เค้าว่ากันว่าก่อนหน้านี้พิธีนี้เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแม่สามีและลูกสะใภ้อีกด้วย (ข้อนี้ไม่มีผลใดๆ กับเดี้ยน) ยังงัย ลองไปอ่านประวัติคร่าวๆ กัน


ตามที่ได้เสาะหาจากอากู๋ เวบหลายๆ เวบเล่าว่าเมื่อก่อนนั้นผู้หญิงอินเดียแต่งงานแล้ว ไม่สามารถกลับไปหาพ่อแม่ได้บ่อยๆ ซึ่งก็จะเหงาใช่ปะ แล้วในบ้านมีใครล่ะ ก็มีแต่แม่สามี มองกันไปมองกันมา เขม่นกันไปมา เอ้ย ไม่ใช่ พิธีนี้เมื่อก่อนเลยถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญสำหรับความสัมพันธ์ของแม่สามีและลูกสะใภ้นั่นเอง (ตามความเห็นของเรา คือได้มีการทำอะไรร่วมกัน ภรรยาได้แสดงความรักต่อสามีให้แม่สามีเห็นโดยการอดข้าวอดน้ำอะไรประมาณนี้) แต่หลังๆ นี้ความเชื่อก็เปลี่ยนเป็นทำให้สามีอายุยืน (ความเห็นของเรา เพราะแม่สามีลูกสะใภ้ไม่ถูกกัน สะใภ้ไม่ยอมทำ กร้าก เค้าขอโต้ดSmiley)

ไปดูกันดีกว่าว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง





ก่อนหนึ่งวันจะมีการจัดเตรียมของต่าง ๆ เพื่อใช้ในพิธีและมีการเขียนเฮนน่าที่มือและซื้อเครื่องประดับที่จะใส่วันพรุ่งนี้




ทำอะไรบ้างระหว่างวัน

ศีลอดนี้คือเค้าไม่ให้กินและดื่มอะไรตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนกว่าค่ำถ้าเห็นพระจันทร์แล้วถึงจะเริ่มกินได้ ถ้าบ้านใครเมฆลงบังพระจันทร์ก็รอกันไปเป็นลมก็ยังกินไม่ได้ อิอิบางคนรอยั้นเที่ยงคืนก็มีเพราะเมฆบังไม่เห็นพระจันทร์ซักที ส่วนบางคนก็ใช้วิธีลัดเวลานั้นในทีวีจะมีถ่ายทอดในข่าวว่าที่ไหนเห็นพระจันทร์แล้วบ้างแต่ละเมืองในอินเดียก็มองพระจันทร์ในทีวีแหละ อิอิ กินได้เรย


ตอนเช้าตื่นมาแต่เช้าเลยนะ แล้วก็กินตุนไว้ก่อนที่สำคัญดื่มน้ำไว้ก่อนไม่งั้นจะหิวน้ำระหว่างวัน แล้วก็ไปอาบน้ำและให้นึกถึงเจ้าแม่ปาราวตี บางบ้านอาจจะมีบูชาพระศิวะ, เจ้าแม่ฯ พระพิฆเนศว์ และองค์อื่นๆ ที่บูชาอยู่ในบ้าน และพระจันทร์ด้วย อธิฐานขอให้สามีและลูก ๆ มีสุขภาพที่ดีอายุยืนยาว

หลังจากนั้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ระหว่างวันก็จัดเตรียมถาดที่จะมาบูชาเค้ามีพิธีการตกแต่งเจ้าถาดอันนี้ด้วยนะ หลังจากนั้นก็จะไปพบเพื่อน ๆ ญาติ ๆและอวยพรซึ่งกันและกัน จากนั้นก็จัดเตรียมถาด พร้อมสิ่งของอาหารผลไม้ที่จะทำพิธีบูชาในตอนเย็น 




ตัวอย่างการตกแต่งถาดต่าง ๆ จะเห็นว่าของในถาดนี่จะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร เรามาดูดีกว่าว่าควรใส่อะไรในถาดบ้าง

สิ่งที่จะต้องเตรียมใส่ถาดคร่าว ๆ มีดังนี้

  1. Karwa -> เหยือกน้ำ หรือถ้าไม่มีก็เอาเป็นถ้วยใส่น้ำไว้นะ
  2. Diya -> ดียา คือที่เป็นถ้วยเล็ก ๆ เค้าเอามาใส่น้ำมันแล้วเอาสำลีชุบแล้วจุดไฟเพื่อบูชา ดิวาลีจุดกันตรึม
  3. ดอกไม้ -> ส่วนมากเค้าจะใช้ดอกดาวเรือง แต่ดอกไม้อื่นก็ได้
  4. ผลไม้ เช่นพวกแอปเปิ้ล กล้วยหอมรัยงี้ ทุเรียนอย่าเอามา เจ้าหนีหมด
  5. ผลไม้แห้งเช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิชตาชิโอ หรืออื่น ๆ
  6. ธูป ไม้ขีดไฟ (ก็แน่ละไม่มีไม้ขีดแล้วจะจุดยังงัย อ้อ ไฟแช็คก็ได้นี่นา)
  7. Kumkum -> อ่านว่ากุมกุม คือผงสีแดง ๆ ที่เค้าเอามาป้ายหน้าผากอะ
  8. Haldi -> ผงเหลือง หรือผงเทอเมอริค หรือผงกะหรี่บ้านเรานั่นแหละ
  9. Roti -> โรตี
  10. Chawal -> ชาวาล คือข้าว ก็หยิบข้าวสารมาซักนิดหน่อย ไม่ต้องยกมาทั้งถุงล่ะ ถาดหักพอดี

จริง ๆ เค้าก็มีอย่างอื่นด้วยแล้วแต่พิธีบ้านใคร ๆ แต่หลัก ๆ เอาแค่นี้ก็พอส่วนตอนกลางคืนตอนทำพิธีบูชาพระจันทร์ก็ต้องเตรียมเพิ่มไปในถาดคือ ถ้วยใส่น้ำ,ของหวาน, ผ้าคลุมถาดสีสวย ๆ นอกนั้นก็เหมือนด้านบนที่บูชาตอนเย็น อ้ออย่าลืมจุดไฟที่ Diya ด้วยทุกครั้งตอนทำพิธี


พิธีช่วงบ่ายแก่ ๆ

ช่วงเย็นบรรดาสาว ๆ ก็จะมีการแต่งตัวกันแบบจัดเต็ม คือจะแต่งกายกันอย่างสวยงามเหมือนวันแต่งงานเลยทีเดียวเชียว ใส่ส่าหรี เครื่องประดับเต็มที่กันเลยซึ่งก่อนหน้าวันนึงจะมีการเขียนเฮนน่าที่มือกันเพื่อวันนี้ แล้วก็จะมาเจอกับเพื่อนๆ ญาติ ๆ เพื่อทำพิธี ซึ่งทุกคนจะต้องนำถาดบูชาที่เตรียมไว้มาด้วยและนั่งเป็นวงกลม และพิธีก็จะมีการส่งต่อถาดนั้นไปเหมือนกับเป็นการแลกเปลี่ยนถาดบูชา(พิธีนี้เป็นของกลุ่มทางปัญจาบ ซึ่งแต่ละที่อาจจะทำไม่เหมือนกันอย่างบางกลุ่มก็แค่ทำพิธีที่บ้าน ไม่มีการส่งถาดกัน) ในระหว่างที่ส่งถาดต่อ ๆ กันก็จะมีการร้องเพลงไปด้วย ซึ่งเพลงไอ้เราก็ฟังไม่ออก แต่ทุกคนร้องได้หมดคิดในใจอารมณ์ประมาณบทสวดมนต์บ้านเราที่ทุกคนรู้ แต่อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน


บางกลุ่มเค้าจะไม่ได้ทำแบบนี้โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นปัญจาบี จะแค่ทำพิธีอยู่ที่บ้านคือจุดธูปอธิฐาน และเอาถาดมาวาง เสร็จจะมีการนั่งฟังเรื่องราวที่เกี่ยวกับพิธีนี้ซึ่งเค้าเรียกว่า Karva Chauth Story จะเป็นภาษาฮินดี้แต่ภาษาอังกฤษก็มีเหมือนกัน ลองอ่านดูนะ

"Along long time ago, there lived a beautiful princess by the name of Veeravati.When she was of the marriageable age, Veeravati was married to a king. On theoccasion of the first Karva Chauth after her marriage, she went to her parents’house."

"After sunrise, she observed a strict fast. However, the queen was toodelicate and couldn’t stand the rigours of fasting. By evening, Veeravati wastoo weak, and fainted. Now, the queen had seven brothers who loved her dearly.They couldn’t stand the plight of their sister and decided to end her fast bydeceiving her. They made a fire at the nearby hill and asked their sister tosee the glow. They assured her that it was the moonlight and since the moon hadrisen, she could break her fast." 
"However, the moment the gullible queen ate her dinner, she received thenews that her husband, the king, was dead. The queen was heartbroken and rushedto her husband’s palace. On the way, she met Lord Shiva and his consort,Goddess Parvati. Parvati informed her that the king had died because the queenhad broken her fast by watching a false moon. However, when the queen asked herfor forgiveness, the goddess granted her the boon that the king would be revivedbut would be ill." 
"When the queen reached the palace, she found the king lying unconsciouswith hundreds of needles inserted in his body. Each day, the queen managed toremove one needle from the king’s body. Next year, on the day of Karva Chauth,only one needle remained embedded in the body of the unconsciousking." 
"The queen observed a strict fast that day and when she went to the marketto buy the karva for the puja , her maid removed the remaining needle from theking’s body. The king regained consciousness, and mistook the maid for hisqueen. When the real queen returned to the palace, she was made to serve as amaid." 
"However, Veeravati was true to her faith and religiously observed theKarva Chauth vrat . Once when the king was going to some other kingdom, heasked the real queen (now turned maid) if she wanted anything. The queen askedfor a pair of identical dolls. The king obliged and the queen kept singing asong " Roli ki Goli ho gayi... Goli ki Roli ho gayi " (the queen hasturned into a maid and the maid has turned into a queen)." 
"On being asked by the king as to why did she keep repeating that song,Veeravati narrated the entire story. The king repented and restored the queento her royal status. It was only the queen’s devotion and her faith that wonher husband’s affection and the blessings of Goddess Parvati."

อันนี้เป็นภาษาฮินดี้ อ่านกันออกม้ายยย


คนอ่านก็อ่านไปจนจบ คนอื่นก็ต้องฟังไป ถึงแม้จะรู้เรื่องหรือเคยฟังมาแล้วก็ต้องฟังทุกปีและต้องนั่งฟังต่อหน้าหิ้งที่กำลังบูชาอยู่ด้วยชุดอันสวยงามที่แต่งมานั่นแหละ พอเสร็จแล้วก็กลับบ้านกลับช่องบางคนถ้าไม่ได้เคร่งมากหลังจากพิธีก็สามารถกินผลไม้ที่บูชาเมื่อกี้ได้หรือดื่มน้ำได้ แต่แต่นิดเดียวนะยะ ไม่ใช่แหมจัดน้ำมาเป็นเหยือก นั่งซัดไก่ย่างนั้นไม่ใช่แระ เค้าให้แค่กินนิดเดียวพอประทัง แล้วก็ต้องอดดต่อ จนเห็นพระจันทร์บางคนถ้าเคร่งเค้าก็จะไม่กินเลย และวันนี้ควรจะกินเจด้วยไม่ควรกินเนื้อสัตว์แต่ถ้าปัญจาบีบางกลุ่มเค้าจะไม่กินเจกัน


หลังจากนั่นก็รอจนค่ำ จนกว่าจะเห้นพระจันทร์เต็มดวง ย้ำจะต้องเห็นพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นนะยะ ไม่ใช่แค่เสี้ยวเธอรีบกินละเมื่อเห็นพระจันทร์เต็มดวงก็จะเริ่มทำพิธี

อย่างแรกเค้าบอกให้ดูพระจันทร์ที่สะท้อนจากน้ำในถาดบูชา หรือดูพระจันทร์ผ่านตะแกรงที่เราเอามาร่อนแป้งอะ อ้อเอาผ้ามาคลุมหัวด้วยนะเวลาเค้าจะบูชาอะไรก็ต้องใช้ผ้าคลุมหัว แล้วก็อธิฐานขอพรให้สามีและครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุขให้สามีอายุยืนยาว ฯลฯ บางคนก็จะมีการร้องเพลงด้วย แต่เดี้ยนคงไม่อะคะ ร้องไม่เป็น


เสร็จแล้วก็เอาถ้วยน้ำที่อยู่ในถาดนั้นมาอธิฐานด้วยโดยยกขึ้นโชว์ให้พระจันทร์เห็น คือยกไปทางพระจันทร์นั่นแหละ แล้วก็เทน้ำลงแสดงถือเรามอบน้ำนั้นให้พระจันทร์ 


อิอิ อันนี้เดี้ยนเอง เมื่อปีที่แล้ว ส่องใหญ่เลย

หลังจากนั้นสามีก็จะป้อนน้ำให้เรา และป้อนอาหารหรือของหวานที่อยู่ในถาด บูชาที่เค้าเรียกกันว่า ประสาด (Prasad) คืออาหารที่ผ่านพิธีบูชามาถือกันว่าถ้ากินอาหารเหล่านี้แล้วจะมีความสุขความเจริญ อะไรประมาณนี้ หลังจากนั้นก็กินอาหารได้เลย

พิธีนี้เค้าว่ากันว่าเป็นพิธีที่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับแม่สามีด้วยแม่สามีอาจจะมีการให้เครื่องประดับ เครื่องสำอางค์ หรืออื่น ๆ กับลูกสะใภ้และทำพิธีร่วมกัน เมื่อพิธีเสร็จบางคนก็จะมอบถาดบูชานั้นให้แม่สามีแล้วแม่สามีก็จะมีการให้พร แต่ขอโทษคะ เดี้ยนทำเพื่อสามีคนเดียว หุหุ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมนะจ๊าา Smiley




Create Date : 22 ตุลาคม 2556
Last Update : 19 ตุลาคม 2559 13:58:22 น.
Counter : 20858 Pageviews.

3 comments
  
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆนะคะ ติดตามมานานแล้วค่ะ ชอบอ่านเรื่องอินเดียแบบนี้จัง
โดย: hi hacky วันที่: 22 ตุลาคม 2556 เวลา:21:56:45 น.
  
พิธีนี้น่ารักนะคะ แล้วสามีทำแบบนี้ให้ภรรยาบ้างไหมคะ
โดย: Angel of Love IP: 124.121.240.200 วันที่: 23 ตุลาคม 2556 เวลา:15:51:35 น.
  
อิอิ ไม่มีอะจ้า อินเดียเค้าให้ความสำคัญต่อสามีคือภรรยาต้องทำให้สามี ดูแลสามีอะไรแบบนี้อะ แต่ถ้าทำแล้วสามีหรือแม่สามีก็จะมีการให้ของขวัญ แล้วแต่ครอบครัวจ้ะ
โดย: ปุ๊ก IP: 87.201.29.99 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:10:39:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Moti
Location :
Dubai  United Arab Emirates

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 117 คน [?]



Moti เป็นภาษาฮินดี้ แปลว่าอ้วน ซึ่งตรงกับชื่อเล่นของเรา ปุ๊ก จากกรุงเทพ ไปตั้งรกรากอยู่บังกะลอร์เกือบเจ็ดปี ที่บังกาลอร์อยู่ลำพังกับลูก ๆ สองปีเพราะสามีย้ายไปทำงานดูไบ สถานะล่าสุดตอนนี้ย้ายตามสามีมาดูไบได้สามปีแล้วจ้า กำลังจะกลับไทยล้าวว

ขอเกร่นก่อนสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่าน เรื่องราวและข้อความทั้งหมดใน Blog นี้มาจากความคิดเห็นและประสบการณ์ของเจ้าของ Blog ซึ่งอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบางคนที่เข้ามาอ่าน ถ้าหากอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบใจก็สามารถกดเครื่องหมาย x ที่มุมบนขวาได้ จะดีกว่าเข้ามาเม้นท์เพื่อก่อกวนนะจ๊ะที่รัก

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ งานเขียนและภาพประกอบในบล็อคนี้เป็นลิขสิทธิ์ตามกฏหมายนะคะ กรุณาอย่าลอกหรือก๊อปปี้ไปใช้ที่อื่นเลยนะค๊า
รวมมิตรภารตะ by Moti Bloggang

Instagram
New Comments