พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
โรงเรียนของหนู ณ บังกาลอร์ จนถึงดูไบ

วันนี้มาคุยกันเรื่องโรงเรียนของมิชี่และมินนี่ดีกว่า ขอเริ่มจากปี 2007ครอบครัวเราได้ย้ายมาจากกรุงเทพฯสู่เมืองบังกาลอร์ ตอนนั้นมิชี่ยังไม่เคยเข้าโรงเรียนที่ไหนก่อนในเมืองไทยอยู่แต่เนิร์สเซอรี่ที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ เพราะมิชี่เพิ่งจะสามขวบ 


มิชี่ที่เนิร์สเซอรี่




กับเพื่อนคนไทยกับญี่ปุ่น


มิชี่กับกิจกรรมระหว่างวันของเนิรสเซอรี่



พอย้ายมาก็พาเข้าโรงเรียนที่บังกาลอร์ในระดับเตรียมอนุบาล ตอนนั้นมิชี่ถนัดภาษาไทยมากกว่าเพราะคุยกับแม่เยอะ อิอิ ส่วนภาษาอังกฤษจะไม่ค่อยได้พูดกับพ่อเท่าไร ตอนนั้นก็คิดว่าจะสื่อสารกับครู เพื่อน ๆ รู้เรื่องมั้ยหนอ แต่พอหลังจากเข้าโรงเรียนไปก็ไม่มีปัญหาอะไร ก่อนหน้านั้นได้แจ้งทางครูไว้ถึงคำที่จำต่าง ๆ เป็นจะต้องใช้ เช่น ปวดฉี่ ปวดอึ หิวน้ำ โดยจดใส่โน้ตไว้ให้ครูที่โรงเรียน




สองสามเดือนผ่านไป มิชี่เริ่มที่จะพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่เธอแถมมาด้วยภาษาอะไรก็ไม่รู้มาจากโรงเรียน เดาว่าเป็นฮินดี้ผสมกันนาดา (Kanada เป็นภาษาที่คนในรัฐ Karnataka ใช้กัน) เพราะแม่ฟังมานไม่รู้เรื่อง เอาเหอะ อย่างน้อยก็ดีขึ้น สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้น่า


มิชี่เต้นงานโรงเรียนตอนเตรียมอนุบาลที่บังกาลอร์

วันสำเร็จการศึกษาเตรียมอนุบาล

ขึ้นป.หนึ่ง มิชี่เริ่มเข้าโรงเรียนที่ใหญ่ขึ้น เจอคนเยอะขึ้น ขอพูดเรื่องโรงเรียนนิดนึงโรงเรียนที่นี่หลัก ๆ มีสองหลักสูตรที่ผู้ปกครองเค้าจะเลือกกัน คือ CBSC (Central Boardof Secondary Education) และ ICSE ( The Indian Certificateof Secondary Education) จากส่วนนึงในบทความที่เคยอ่าน เค้าว่าไว้ว่า ICSE จะเป็นหลักสูตรของอินเดียซึ่งยากกว่า เรียนลึกกว่า นักเรียนจะต้องท่องจำสิ่งต่าง ๆ ในบทเรียนเยอะกว่า ส่วนความเห็นของพ่อแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนก็ว่า ICSE จะเรียนยากกว่า ถ้าเรียนที่นี่ได้ไปที่ไหนก็สบาย ส่วน CBSC ข้อดีก็คือสามารถไปเรียนต่อต่างประเทศได้อะไรประมาณนี้ส่วนมิชี่ พ่อเค้าให้เรียนแบบ ICSE ก่อนเพราะยังเล็กอยู่เรียนอะไรก็ได้เรียนไปเฮอะ


มิชี่ได้รางวัลประกวดร้องเพลงกลุ่มระหว่างโรงเรียน

โรงเรียนอินเดียบางแห่งระบบการจัดการยังไม่ค่อยเป็นอย่าหาว่างั้นงี้เลยนะ คนอินเดียไม่รู้จักการจัดการที่ดีไม่รู้ว่าทำอย่างไรให้งานเร็วขึ้น และไม่ค่อยมี Service mind หรือพูดง่าย ๆว่าเหมือนข้าราชการไทยสมัยก่อนอย่างที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ แต่จะเป็นเฉพาะบางที่เช่นโรงเรียนราชการต่าง ๆ(เดี๋ยวนี้โรงเรียนราชการเมืองไทยเราน่าจะดีกว่านี้ใช่มะ)ส่วนโรงเรียนของมิชี่ถึงแม่จะไม่ใช่รร. ราชการ แต่ระบบการจัดการก็เอ่มม นะไปประชุมผู้ปกครองทีต้องนั่งรอ  ไปซื้อหนังสือชุดนักเรียนทีก็ต้องยืนต่อคิว แถวยาวจะเกือบถึงหน้าประตูโรงเรียนเป็นอะไรที่เดี้ยนเจ็บหัวใจมากทุกครั้งที่จะต้องติดต่อโรงเรียน


พอจะขึ้นป. 3 เริ่มจะไม่ไหวละโรงเรียนนี้มานเรียนอย่างเดียวไม่มีกิจกรรมอะไรเลย เมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ เอาวะขอเปลี่ยนละกัน มีโรงเรียนใหม่ ๆ เปิดกันมากมายแถวบ้าน และดูดีทั้งนั้นเลยเลยจัดหาให้มิชี่ และมินนี่ก็กำลังจะเข้าเรียนอนุบาล 1 ก็เลยจัดให้เรียนที่เดียวกันไปด้วยเลยจะได้ดูแลกัน (หรือทะเลาะกัน) ไป มาเจอโรงเรียนใหม่นี้รู้สึกเหมือนเป็นอะไรที่คิดถูกแล้ว ที่เปลี่ยนโรงเรียนใหม่ ประทับใจมาก ได้เจออะไรใหม่ๆ ที่ขนาดเราเองก็ยังไม่รู้ เรื่องระบบการศึกษา หลักสูตร กิจกรรมต่าง ๆ ของที่นี่

ห้องเรียนของมินนี่

งานประดิษฐ์หน้ากากพระพิฆเนศ




วิชาหลัก ๆ ที่จะเรียนก็มีคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคม หรือ SocialScience วิชาหิน ๆ ก็เลขกับภาษาอังกฤษนี่แหละไม่รู้ว่าแม่มานจะสามารถสอนได้ถึงแค่ไหนไอ้ที่เรียนมาก็เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยไม่มีสับไตเติ้ล มิชี่ถามมามี๊ อันนี้จะต้องเป็น subtraction ใช่มั้ย..แม่มานก็เปิดหาดิกก่อนเลย เฮ้อเรื่องแค่นี้ยังไม่รู้เล้ยจะไปสอนอะไรลูกได้มากกว่านี้ฟระ ก็เลยต้องพยายามเรียนรู้ไปกับลูกด้วยในบางครั้งและต้องทำความเข้าใจการบ้านของลูกให้ได้(ไม่อยากบอกว่าตอนเรียนตกเลขง่ะ)


อันนี้เป็นวิชา Social Science ของมิชี่


งานของมินนี่ ให้เด็กอนุบาลทำอะคิดดู -_-'

มินนี่เต้นงานโรงเรียน


ส่วนวิชาเลือกของที่นี่ตอนประถมสามก็มีภาษาที่สองที่จะต้องเลือกเรียนมีฮินดี้ กันนาดา หรือฝรั่งเศส มิชี่เราให้เลือกฮินดี้เพราะเป็นภาษาที่ครอบครัวพ่อพูดกันภาษานี้เราไม่สามารถสอนการบ้านได้ แต่ เรามีตัวช่วย คือหาติวเตอร์มาช่วยดูแล ที่นี่มีคนรับสอนพิเศษเยอะแยะไม่แพงด้วย ในส่วนของกิจกรรมออกกำลังกายก็จะมีโยคะ เต้นรำ ยิมนาสติก เสก็ต ว่ายน้ำบาสเกตบอล และอื่น ๆ ส่วนมิชี่เลือกโยคะ เต้นรำ และ บาสเกตบอล


งานวันกีฬาสีโรงเรียน


โรงเรียนนี้จะมีกิจกรรมบ่อย โดยจัดเป็นช่วง ๆเช่นจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยว วัฒนธรรม ความแตกต่าง อาหาร ของประเทศอินเดียการจัดการแสดงต่าง ๆ ของนักเรียนในวันสำคัญ เชิญผู้ปกครองมาร่วมกับเด็ก ๆในกิจกรรมเรียนรู้การสัมผัสในส่วนของอนุบาล ฯลฯ ในส่วนกิจกรรมต่าง ๆ นั้นเดี๋ยวจะโพสต์ต่างหากให้ดูนะจ๊ะและนอกจากนั้นก็มีการจัดทัศนศึกษา ที่จะต้องไปแคมป์ประมาณห้าวัน และจะต้องเดินทางโดยรถไฟประมาณสี่ชั่วโมงตอนนั้นก็คิดหนัก ห่วงลูกจะเป็นอย่างไรหนอต้องช่วยตัวเอง แต่ครูบอกว่ารับประกันเรื่องความปลอดภัยเพราะมีองค์กรที่เป็นมืออาชีพมาช่วยจัดด้วยงานนี้เป็นการฝึกให้เด็ก ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกัน การช่วยตัวเองและที่สำคัญได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เช่นในห้องเรียนสอนเรื่องแมลงต่าง ๆ,สอนเรื่องภูเขา น้ำตก แม่น้ำ ซึ่งเด็ก ๆก็จะได้เห็นของจริงไปเลยดีกว่าสอนในห้องเรียนอย่างเดียว ซึ่งในแต่ละวันในแคมป์ก็จะมีกิจกรรมแตกต่างกันไปเด็ก ๆ จะไม่เบื่อและถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต(นึกถึงตอนเข้าค่ายเนตรนารีของเราเมื่อก่อนเลย)ในส่วนของทริปนี้เดี๋ยวจะมีให้ดูต่างหากละกันเนอะ สรุปว่าแฮบปี้กับโรงเรียนนี้มาก และผลการเรียนของมิชี่ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ถึงวันนี้มิชี่รู้ภาษาอังกฤษ พูดอ่านเขียนได้ ภาษาฮินดี้พูด อ่านและเขียนได้เบื้องต้นและภาษาไทยน่ะหรอ พูดและฟังได้แต่ยังเขียนไม่ได้เลยอ่า T_T ส่วนมินนี่ยิ่งกว่าได้แค่อังกฤษกับฮินดี้..แม่มานผิดไปแร้ววว


วิชาวาดเขียน


ฮินดี้


เกรดที่ออออกกก


ส่งมิชี่ไปแค้มป์ห้าวัน



มิชี่เต้นงานโรงเรียน



มาว่ากันต่อ หลังจากที่พ่อมิชี่มินนี่ได้ย้ายไปทำงานที่ดูไบได้ปีนึงแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แม่มานไม่ยอมย้ายแต่ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ที่ต้องย้ายจริง ๆ สิ่งที่กังวลมากที่สุดในการย้ายครั้งนี้ก็คือมิชี่(ที่กำลังจะขึ้นป.สี่) จะต้องปรับตัวให้ได้กับโรงเรียนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่เพื่อนใหม่ ซึ่งตอนแรกเธอวีนมาก ไม่ยอมย้ายไปไหน รักโรงเรียนนี้มาก มิชี่เป็นเด็กค่อนข้างsensitive มีอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ก็สะเทือนใจไปหมดเหมือนนางเอกหนังไทยยังงัยไม่รู้ เลยห่วงนิดนึงและที่สำคัญเธอจะต้องไปเรียนภาษาที่สี่ คือภาษาอารบิค ที่ทุกโรงเรียนของประเทศนี้จะต้องเรียนแต่อย่างไรเธอก็ต้องทำให้ได้ เราก็ต้องคอยพูดกับมิชี่ตลอดเวลา ทั้งให้กำลังใจโน้มน้าว บังคับ ฯลฯ ในที่สุดเธอก็ยอมหลังจากเสียน้ำตาเพราะคิดถึงโรงเรียนที่บังกาลอร์ บอกแต่ว่าอยากกลับไปโรงเรียนเดิม ส่วนมินนี่ก็ขึ้นอนุบาลสอง ยังเล็กเลยไม่ค่อยกังวัลเท่าไรชีปรับได้อยู่แล้ว


Sense Station Activity for Junior KG
กิจกรรมเกี่ยวกับระบบประสาทสัมผัสต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น และเชิญผู้ปกครองมาร่วมด้วย
ให้เด็ก ๆ ออกเสียง และให้ผู้ปกครองปิดตา และเดาว่าเสียงไหนคือลูกตัวเอง



มิชี่ในงานโรงเรียนพรีเช็นต์ข้อมูลของอินเดียในภาคต่าง ๆ ให้ผู้ปกครองชม



ผู้ปกครองก็มาร่วมออกบู๊ทเกี่ยวกับอาหารอินเดียในแต่ละภาค เอาของจริงมาให้เด็ก ๆ และผู้ใหญ่ได้ชิมกัน

ดูไบนี่ก่อนหน้านี้เคยแต่มาเที่ยว แต่ยังไม่ได้เคยคิดว่าจะต้องมาอยู่ มีน้องๆ เพื่อน ๆ คนไทยหลายคนอยู่ที่นี่และแฮบปี้กัน เลยทำให้อุ่นใจก็ลองพูดถึงอินเดียกับดูไบสิ ว่าคนไทยอยากมาอยู่ที่ไหน มาอยู่นะไม่ใช่มาเที่ยวคนก็ต้องเลือกดูไบก่อน แต่เท่าที่ดูมาก็ค่าครองชีพแพงกว่าอินเดียเยอะอยู่อินเดียถ้ามีเงินชีวิตก็สบายเพราะทุกอย่างไม่แพง แม่บ้าน คนขับรถค่านู่นค่านี่ คือไม่ต้องทำเองมากมาย อย่างที่อยู่บังกาลอร์จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้านทุกวันคิดเป็นเงินบาทแค่ประมาณพันเดียวเองส่วนตอนนี้ที่ดูไบ ณ เวลานี้ขอทำเองก่อน ไว้เหนื่อยแล้วค่อยจ้าง แบบว่างกอะ


เช้า ๆ เดินไปขึ้นรถโรงเรียน ณ บังกาลอร์

วกเข้าเรื่องโรงเรียนมิชี่ก่อนจะออกนอกเรื่อง ในวันแรกที่เธอไปโรงเรียนไอ้เราก็หวั่น ๆ และห่วงลูกมาก จะเป็นอย่างไรบ้างหนอ มิชี่อยู่โรงเรียนนานมากรถโรงเรียนจะมารับเวลา 6.40 ตอนเช้า กลับมาถึงบ้านเกือบห้าโมงเย็นเหนื่อยและเพลียกันไปเลย ส่วนมินนี่กลับเร็วกว่า เที่ยงเศษ ๆ รถก็มาส่งแล้ว วันแรกพอมิชี่มาถึงบ้านก็บอกไม่ชอบโรงเรียนเลยเรียนไม่รู้เรื่อง เหมือนเป็นตัวประหลาดในห้อง จริง ๆก็คือโรงเรียนเค้าเปิดกันไปแล้วประมาณสองสามอาทิตย์แต่พวกเราย้ายมาช้ามัวแต่หลงระเริงอยู่เมืองไทย เลยมาเข้าเรียนช้าไปมิชี่เลยตามเค้ายังไม่ทันเลยรู้สึกว่าเครียดและเหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรคนเดียวในห้องและโรงเรียนนี้เค้าจะเรียนเหมือนคอลเลจบ้านเราคือพอหมดวิชานี้ก็ย้ายห้องไปอีกห้องนึงคือย้ายวิชาละห้องไปเรื่อย ๆ ก็เลยใหม่สำหรับมิชี่ด้วยพอวันที่สองกลับมาเธอเริ่มดีขึ้น บอกว่าดีขึ้นหน่อยละและโรงเรียนก็จะมีการสื่อสารกับพ่อแม่ทั้งหมดทางออนไลน์ มี application ที่โหลดเข้าโทรศัพท์ได้ด้วยเพื่อสื่อสารกับโรงเรียนเวลาต้องการสอบถามอะไรก็ส่งอีเมลหาครู รวมถึงการบ้านต่าง ๆ และทุกเรื่องที่ต้องการสื่อสารกับโรงเรียนออนไลน์หมดก็ดีไปอย่างได้ไม่ต้องคอยเขียนโน้ตถึงครูทุกวัน


มาวันนี้ เช้า ๆ รอรถโรงเรียน ณ ดูไบ


เอาละ ไว้มาดูกันต่อไปว่าการปรับตัวของเด็ก ๆ จะเป็นอย่างไรแล้วจะมาอัพเดทเรื่อย ๆ ค๊าบบบ ไปก่อนละ 




Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
Last Update : 30 พฤษภาคม 2556 18:34:05 น.
Counter : 3739 Pageviews.

6 comments
  
เด็กๆสู้ๆ นะจ๊ะ (แอบสงสารมิชชี่)
โดย: Princess Kaurwaki วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:02:51 น.
  
สาวๆเก่งมาก หน้าตาสดใสเชียว เหลือแต่หม่ามี้ต้องเข้าเรียนขับรถกรภาษาอารบิก อิอิอิ สู้ๆนะจ๊ะ ปล.รถรักเรียนคือคันสีแดงข้างหลังอ่ะป่าว. ;)
โดย: น้ำตาลกะน้ำผึ้ง IP: 92.98.142.96 วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:55:30 น.
  
ร.ร.อนุบาลที่อินเดียก็มีรับประกาศณียบัตรเหมือนกันนะค่ะ ไม่รู้ว่าเราหรือเค้ามีก่อน และก็มีให้ดาวเหมือนที่ไทยเลยค่ะ มิซี่ปรับตัวได้ใวดีค่ะ ปรบมือใหู้^=^
โดย: Kaew IP: 110.168.250.218 วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:23:45:09 น.
  
จร้าาา เค้ามีให้ดาวที่มือด้วยถ้าวันไหนเป็นเด็กดี อิอิ มืนนี่มาโชว์ให้แม่มานดูประจำ หุหุ
โดย: puk IP: 87.201.29.99 วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:49:58 น.
  
เก็บความทรงจำในช่วงนี้ไว้นะคะ แล้วเล่าให้ลูกฟังในวันข้างหน้ามันเป็นการเหนื่อยที่มีความสุขมาก ที่ได้ทำเพือ่ลูก
โดย: rabeab IP: 115.87.211.137 วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:26:03 น.
  
อยากสอบถาม เรื่อง รร จังค่ะ พอดีเราจะไปหาเช่าบ้านอยู่ที่บังกาลอร์ และหา รร ให้ลูก แต่ไม่รู้จะไปแถวไหน รร ไรดี รบกวน ติดต่อกลับได้มัยค่ะ ขอบคุณจากใจจริงๆๆค่ะ line id : kibb_ka
โดย: Kibb IP: 1.46.76.184 วันที่: 19 กรกฎาคม 2558 เวลา:2:33:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Moti
Location :
Dubai  United Arab Emirates

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 117 คน [?]



Moti เป็นภาษาฮินดี้ แปลว่าอ้วน ซึ่งตรงกับชื่อเล่นของเรา ปุ๊ก จากกรุงเทพ ไปตั้งรกรากอยู่บังกะลอร์เกือบเจ็ดปี ที่บังกาลอร์อยู่ลำพังกับลูก ๆ สองปีเพราะสามีย้ายไปทำงานดูไบ สถานะล่าสุดตอนนี้ย้ายตามสามีมาดูไบได้สามปีแล้วจ้า กำลังจะกลับไทยล้าวว

ขอเกร่นก่อนสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่าน เรื่องราวและข้อความทั้งหมดใน Blog นี้มาจากความคิดเห็นและประสบการณ์ของเจ้าของ Blog ซึ่งอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบางคนที่เข้ามาอ่าน ถ้าหากอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบใจก็สามารถกดเครื่องหมาย x ที่มุมบนขวาได้ จะดีกว่าเข้ามาเม้นท์เพื่อก่อกวนนะจ๊ะที่รัก

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ งานเขียนและภาพประกอบในบล็อคนี้เป็นลิขสิทธิ์ตามกฏหมายนะคะ กรุณาอย่าลอกหรือก๊อปปี้ไปใช้ที่อื่นเลยนะค๊า
รวมมิตรภารตะ by Moti Bloggang

Instagram
New Comments