Group Blog

 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
7 กุมภาพันธ์ 2551

 
All Blogs

 

 

ความเห็นแพทย์ที่สอง เรื่องเล็กน้อยที่ใหญ่โต #2

อ่านตอนแรกที่
ความเห็นแพทย์ที่สอง เรื่องเล็กน้อยที่ใหญ่โต #1
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mormaew&month=07-02-2008&group=1&gblog=21

เวลาความเห็นของแพทย์คนแรกและคนที่สองไม่ตรงกัน นอกจากเรื่องที่พูดๆกัน สาเหตุที่เจอได้บ่อยก็มีเรื่อง ...

1. ธรรมชาติของโรค
เรื่องธรรมชาติของโรคนี้เป็นสิ่งสำคัญ(น่าจะที่สุด)ที่ทำให้หลายๆครั้งความเห็นแรกและความเห็นที่สองไม่ตรงกัน
โรคแต่ละโรคไม่ว่าจะโรคที่เล็กน้อยหรือโรคที่รุนแรงต่างก็มีลักษณะความเจ็บป่วยของมัน ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาย่อมมีลักษณะความเจ็บป่วยที่ต่างกันไป
ในสายตาแพทย์ ถ้าหากเห็นโรคดังกล่าวตั้งแต่ต้นจนจบ ก็บอกได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็ฯสิ่งที่ปกติของโรคนั้น
ในทางกลับกัน หากเอาแพทย์สองคนมาตรวจในห้วงเวลาที่ต่างกัน แพทย์ทั้งสองคนอาจจะกลับบอกโรคดังกล่าวไปในคนละทิศคนละทางกันเลยก็ได้
ผมใคร่ขอยกตัวอย่างจากโรคเล็กๆไปยังโรคใหญ่ๆ

หวัด
บ่อยครั้งทีเดียวที่เวลาตรวจที่โรงพยาบาล จะมีผู้ป่วยที่เคยไปรับการรักษาจากแพทย์ท่านหนึ่งมาแล้วไม่หาย จากนั้นก็มาหาผมโดยบอกว่าไปรักษามาแล้วแต่อาการไม่ยักจะดีขึ้น ... บางคนพูดแรงหน่อยก็ระบุลงไปเลยว่าหมอคนแรกเลี้ยงไข้(เอกชน) หรือระบุไปว่าหมอคนแรกรักษาไม่ดี
กรณีเมื่อปลายๆปีก่อน เด็กไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยเป็นหลอดลมฝอยอักเสบ เจาะเลือด เอ็กซ์เรย์ปอด ได้รับยากินยาฉีดยาพ่นอยู่4-5วันไม่ดีขึ้นก็เลยขอย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลที่ผมอยู่
เมื่อมาถึงผมก็ตรวจดูและส่งตรวจพิเศษบางอย่าง จากนั้นก็บอกว่าก็เห็นด้วยกับการวินิจฉัยของแพทย์โรงพยาบาลแรก ว่าเป็นหลอดลมอักเสบ รักษามาถูกทางแล้วแหละแต่ระยะของโรคมันเป็นได้ตั้งแต่3-7วันอยู่แล้ว พ่อแม่เด็กก็ไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นผมก็ให้เด็กนอนโรงพยาบาลรักษาเหมือนเดิมหมดทุกอย่าง
เช้าวันต่อมา เด็กไข้ลดลงหลังจากมานอนที่มารักษากับผมได้ไม่ถึง8ชั่วโมง ด้วยการรักษาที่เหมือนเดิมเป๊ะ!
พ่อเด็กบอกกับผมว่า" ดีที่มารักษาที่นี่ ตอนอยู่ที่นั่นหมอเลี้ยงไข้ไว้ตลอดไม่หายสักที"
จะด้วยความที่ไม่ชอบการพูดแบบนี้อยู่แล้ว หรือไม่ก็เพราะโมโหที่บอกไปหยกๆตั้งแต่แรกแล้วว่าจะรักษาเหมือนเดิม ผมเลยต้องอธิบายซ้ำอีกทีว่า หมอที่โรงพยาบาลแรกวินิจฉัยและรักษาถูกแล้ว และผมก็อธิบายไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานว่าเป็นเพราะธรรมชาติของโรคเลยทำให้หายช้า และก็บอกไปแล้วว่ารักษาเหมือนเดิม

ไข้เลือดออก
เป็นที่รู้กันในวงการแพทย์ว่า ไข้เลือดออก เป็นโรคที่อาการในวันแรกไม่สามารถแยกได้จากโรคหวัด
แม้ว่าจะมีคนบอกว่า อาจจะมีปวดหัว ปวดกระบอกตา ไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ ต่อมน้ำเหลืองไม่ค่อยโต และหลากหลายอาการนานาชนิดที่พยายามเอามาจับแยก แต่ก็ไม่พบว่ามีใครฟันธงได้อย่างมีหลักการและถูกต้องแม่นยำว่า คนคนนี้ป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยการตรวจร่างกายในวันแรก
การเจาะเลือดก็เช่นกัน ... ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมก็เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่สามารถเจาะเลือดแล้วบอกได้ในวันแรกที่มีไข้ว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นไข้เลือดออก (เพราะวิธีที่จะบอกตั้งแต่แรกๆ ตอนนี้รู้สึกจะมีวิธีการทำPCR Dengue ... ซึ่งแพงไม่คุ้มทุนมีที่ทำไม่มากและมักไม่มีประโยชน์ในการรักษาให้คุ้มค่า)
ผมเองเวลาตรวจผู้ป่วยแล้วสั่งเจาะเลือด เมื่อพบว่าเป็นลักษณะที่เข้าได้กับไข้เลือดออกแล้วบอกผู้ป่วยและญาติไป จะพบได้เสมอๆถึงความไม่พอใจต่อแพทย์คนแรก
"ไปหาหมอ...มา หมอบอกว่าเป็นหวัดธรรมดา"
ผมก็ต้องให้ความเห็ฯแบบวิชาการไปว่า ไข้เลือดออกวันแรกกับหวัด แยกกัน(แทบ)ไม่ได้

โรคเส้นเลือดสมองชนิด TIA Transient ischemic attack
สำหรับโรคเส้นเลือดสมองชนิดขาดเลือด จะมีกลุ่มอาการที่เรียกว่าTIA ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเหมือนอัมพฤกษ์อัมพาต แต่ภายในเวลา24ชั่วโมงมันก็จะกลับเป็นปกติ
สมมุติผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการอัมพาตครึ่งซีกเฉียบพลัน จากนั้นแพทย์คนแรกก็ได้รีบส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด ... เพราะว่าถ้าเป็นเส้นเลือดสมองตีบอุดตัน ก็อาจจะสามารถพอช่วยรักษาผ่อนหนักเป็นเบาได้
แต่พอไปถึงรพ.จังหวัด ผู้ป่วยลุกนั่งได้พูดคุยได้รู้ตัวดี อาการอัมพาตหายไปทางนั้นก็ส่งตัวกลับมาในทันที โดยบอกว่าตรวจไม่เจออะไรที่ผิดปกติ
ในทางการแพทย์ก็ถือว่าไม่แปลก เพราะTIA เวลาหายก็หายสนิท
แต่ปัญหาอยู่ที่ผุ้ป่วยและญาติ ที่ตกใจอยู่แล้วเมื่อได้ทราบว่าจะเป็นอัมพาตจากหมอคนแรก แต่เมื่อไปพบหมอคนที่สองกลับกลายเป็ฯว่าปกติดี(เพราะตอนตรวจปกติ)


เรื่องระยะของโรคเป็นปัญหาที่สำคัญซึ่งแพทย์ต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูลบางอย่างแก่ผู้ป่วยทีเดียวครับ เพราะในบางครั้ง ผู้ป่วยเอาสิ่งที่แพทย์คนนึงพูดไปคัดค้านกับแพทย์อีกคนนึง
หากไม่ได้คำนึงถึงเรื่องระยะเวลาของโรค การให้ความเห็นบางอย่างออกไปก็สามารถทำให้แพทย์อีกคนถูกมองในแง่ลบได้ทันที

 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 21:04:34 น.
12 comments
Counter : Pageviews.

 

คุณหมอแมวค่ะ นาน่าทำงานทางด้านรายการทีวี อยากติดต่อกับคุณหมอแมวและเข้าไปคุยกับคุณหมอเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ถ้าคุณหมอสะดวก อยากรบกวนให้คุณหมอแมวติดต่อกลับมาที่ jetboat_29@hotmail.com นะคะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: นาน่า IP: 58.10.128.172 13 กุมภาพันธ์ 2551 12:19:18 น.  

 

เดี๋ยวนี้บุคลากรทางการแพทย์วางตัวลำบากมากๆค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

โดย: uncha 16 กุมภาพันธ์ 2551 15:50:52 น.  

 

หวัดดียามบ่ายๆๆวันอาทิตย์คะ

 

โดย: a_mulika 17 กุมภาพันธ์ 2551 14:48:25 น.  

 

โอ้วว คุณหมอแมวกำลังจะดังแว้ว มีคนมาติดต่อโด้ยย..คิคิ

เห็นด้วยเลยค่ะ คนสมัยนี้ ไม่ค่อยเข้าใจหลักธรรมชาติเรื่องการเจ็บป่วย เลยว่าโมเมหมอคนแรกไม่ดี เลี้ยงไข้ อย่างนู้นอย่างนี้ฯลฯ

เอาง่ายๆ เรื่องยาเหมือนกันค่ะ เข้าไปในห้องสวนลุมฯ มีคนโพสต์ว่า กินยาแก้อักเสบรักษาสิวอันตรายรึเปล่า มีคนตอบตรึมว่า ทำให้ฟันเหลือง ทำให้ท้องเสีย หมอเลี้ยงไข้ให้กินไปอย่างนั้นแหล่ะ ไม่มีประโยชน์ บ้างก็ว่ายาทาต้องดีกว่า มันทาไปตรงๆ ยากินจะไปช่วยอะไรฯลฯ

โธ่ๆ เป็นอะไรกันไปแล้ว พูดมาได้อย่างมั่นใจว่าข้อมูลถูกต้อง เนี่ยละ งานเหนื่อยของบุคลากรทางการแพทย์ที่จะอธิบายทำให้คนเข้าใจ ว่ายามีดีและโทษ misuse drug เยอะเหลือเกิน...เข้าใจหมอแมวเลยค่ะว่ากำลังพยายามทำให้คนเข้าใจอะไรมากขึ้น เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: หมอยาหนีไปบิน (GottaBeMary ) 21 กุมภาพันธ์ 2551 17:53:27 น.  

 

สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม มีความสุขมากๆ นะ

 

โดย: หน่อยอิง 28 กุมภาพันธ์ 2551 8:13:46 น.  

 

โอ๊ะ เพิ่งเห็นว่า หมอแมว กะลังจะดัง

 

โดย: a_mulika 28 กุมภาพันธ์ 2551 19:48:52 น.  

 


Commentโดนๆ...คลิ๊กที่นี่

 

โดย: a_mulika 10 มีนาคม 2551 0:04:23 น.  

 

มาขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ค่ะ
เเวะมาเยี่ยม เเถมได้ความรู้กลับไปด้วย

 

โดย: girl_in_town 16 มีนาคม 2551 14:40:24 น.  

 


แวะมาแจม ..

 

โดย: หมอหมู 24 มีนาคม 2551 17:50:41 น.  

 

เข้ามาอ่านเรื่องของคุณหมอแมวโดยบังเอิญ แล้วก็ติดหนึบค่ะ รักหมอ และอยากเข้าใจหมอให้มากขึ้น แต่บางครั้งก็แอบน้อยใจที่ที่รักอ้างงานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาให้เราเลย หมอแมวทำให้หายยั๊วะได้พอสมควรเลยค่ะ

 

โดย: ที่รักเป็นหมอ IP: 58.64.50.175 31 มกราคม 2552 19:54:00 น.  

 

หมอครับ รบกวนสอบถามเรื่องการใช้ยานิดนึงครับ คือเมียผมท้องได้สามเดือน เป็นหวัดและไปหาหมอ หมอให้ยา Bromhexine มากิน แต่เท่าที่ผมทราบ ยาตัวนี้ไม่แนะนำให้ใช้กับหญิงมีครรภ์ http://72.14.235.132/search?q=cache:keYyWY-NwuAJ:mnst.go.th/dicpharmacy/INFORMATION/DRUGpregnancy.doc+teratogenic&cd=10&hl=th&ct=clnk&gl=th&lr=lang_th&client=firefox-a

อยากถามว่าอย่างนี้ทำไงดี เครียดมาก กังวลจัด เพิ่งหัดเป็นพ่อ

 

โดย: โกวิท IP: 124.122.206.205 14 มีนาคม 2552 22:36:53 น.  

 

พี่เคยอ่านบทความของหมอแมว ในเว็บ mthai อยู่หลายเรื่องเลยค่ะ ชอบมากเลย ตอนนี้มีเรื่องขอคำปรึกษาค่ะ
ขอเรียนถามค่ะ
คุณป้าของพี่มีอาการเริ่มต้นว่าน่าจะเป็นอัลไซเมอร์ (พวกญาติๆแอบปรึกษาหมอแล้วค่ะ มีน้าคนนึงรับการรักษาโรคเครียดอยู่) คุณหมอแนะนำให้พามาพบแพทย์ แต่ปัญหาขอวงพวกเราก็คือ ไม่รู้จะทำยังไงดีให้เค้ายอมไปพบแพทย์ค่ะ

เคยชวนเค้าไปปรึกษาแพทย์ ช่วงที่สังเกตอาการว่าเค้าผิดปกติใหม่ๆ แต่เค้าก็ไม่สนใจ บอกว่าเค้าไม่เป็นอะไร พอปัจจุบันนี้ คุณป้า เริ่มคิดว่ามีคนจ้างนักสืบมาสะกดรอยตามเค้าค่ะคิดว่าญาติๆเป็นคนจ้างมา เนื่องจากกลัวว่าเค้าจะเอาเงินไปใช้ในทางไม่ดีต่างๆค่ะ เช่นไปแอบมีกิ๊กไว้ อะไรพวกเนี้ย ซึ่งไม่เคยมีใครไปสนใจในเรื่องส่วนตัวคนอื่นอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าเค้าไปได้ความคิดพวกนี้มาจากไหน

ที่พี่อยากปรึกษาก็คือ เราจะใช้วิธีไหนพาผู้ป่วยไปหาคุณหมอได้บ้างคะ ตอนนี้พี่นึกวิธีไม่ออกจริงๆค่ะ ตอนนี้คุณหมอให้ยาน้ำมาให้พวกเราเอาให้คุณป้าทาน 1 เดือน บอกให้ผสมในอาหารให้คุณป้าทาน ทานแล้วจะง่วงนิดหน่อย ให้ทาน 1 cc วันละครั้ง เป็นยาน้ำ ใส ไม่มีกลิ่น แต่ขม ที่ทราบว่าขมเพราะมีญาติลองชิมก่อนค่ะ นอกจากขมแล้ว ยังทำให้ง่วงมากด้วยค่ะ พวกเรามีความเห็นกันว่าให้ทานตอนเช้า ไม่ได้แน่เพราะคุณป้าขับรถไปทำงานค่ะ เดี่ยวต้องหลับระหว่างขับรถแน่นอน

ตอนแรกหมอก็ไม่ให้ยานะคะ พอเอาเรื่องไปปรึกษาหลายครั้งเข้า และคุณหมอทราบว่าคนไข้ไม่ยอมมาจริงๆ เลยยอมสั่งยามาให้พวกเราหาวิธีเอาให้คุณป้าทานดู บอกว่าทานแล้ว เค้าจะดีขึ้น และยอมมาหาหมอเอง

หมอพูดเหมือนง่าย แต่มันทำได้ยากค่ะ เพราะคุณป้าไม่ทานข้าวเช้า ทานแต่กาแฟแล้วก็ออกไปทำงาน กลับมาก็มืด แล้วก็ทานข้าวแต่ทานแค่วันละนิ๊ดดดดดดดดเดียวเท่านั้น ไม่รู้จะทำกับข้าวอะไรดี ที่รสชาดขมมันจะไม่แสดงออกมากนักน่ะค่ะ ตั้ง 1 เดือนเชียวนะคะ ไม่รู้จะทำอะไรดี

พี่จึงนึกถึงหมอแมว และลองเขียนมาขอคำแนะนำค่ะ ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
และขอบคุณสำหรับทุกๆบทความของหมอแมว อ่านแล้วได้ประโยชน์จริงๆ พี่จะเป็นแฟนคอลัมน์ของหมอแมวต่อไปนะคะ

 

โดย: อ้อม IP: 124.120.173.67 1 เมษายน 2552 14:57:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมอแมว

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

 
Friends' blogs
[Add หมอแมว's blog to your weblog]
Links
 

 

 


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.