Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
ทริปลำปาง - เชียงราย ตอนที่ 5 ღ ღ ღ เดินเล่น สำรวจเมืองลำปาง


ทริปลำปาง - เชียงราย ตอนที่ 5 ღ ღ ღ เดินเล่น สำรวจเมืองลำปาง



ทริปปีใหม่ที่ เชียงราย 29 ธันวาคม 2557 - 3 มกราคม 2558

ใจเย็นหน่อยนะคะ ทัวร์กับบ้านเรา นอกจากภาพเยอะมากแล้ว...ยังหวานเย็นได้ใจอีก ตอนที่ 5 แล้ว ยังอยู่ที่การเดินทางวันแรกอยู่เลย

ความเดิมตอนที่แล้ว...นั่งรถม้าเที่ยวในตัวเมืองลำปาง แล้วตั้งใจมาเดินเล่นต่อเลยค่ะ









รถม้า มีประมาณ สองพันกว่าคัน กระจายตามจุดต่างๆ ทั่วลำปาง






วัดบุญวาทย์วิหาร พระอารามหลวง เวลานี้ 17.23 น. แล้ว โบสถ์ปิดหมดแล้วค่ะ






มีตราสัญลักษณ์ อาคารราชพัสดุ ให้เช่าอาคารมัง






ผักถูกกว่าที่กรุงเทพฯ กองละ 20










อาคารเก่า ที่ยังพอมีให้เห็น เสาทีวีแบบก้างปลา










จันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2557 เวลา 17.31 น. ไม่รู้เค้าปิดบ้านปิดร้านกันเร็ว หรือปิดเพราะเทศกาลปีใหม่










ตอนหาข้อมูลทำบล็อก เจอภาพจาก เฟสบุ๊คถนนคนเดิน กาดกองต้า ลำปาง

https://www.facebook.com/kardkongta






ลองเทียบภาพกับที่ตัวเองถ่ายมา เก็บมาได้หลายหลังเหมือนกันค่ะ






บ้านบริบูรณ์
















อาคารกาญจนวงศ์ (สร้างราวปี พ.ศ. 2451)

อาคารขนมปังขิงสองชั้น แบบวางเรือนขวางเช่นเดียวกับอาคารฟองหลี หลังคาจั่วตัดทางขวาง ซึ่งเป็นการวางผังแบบร้านค้าของชาวจีน เดิมเป็นของ บัวผัด กาญจนวงศ์ ชาวพม่า แต่ปัจจุบัน เป็นกรรมสิทธิ์ของ เรือนระวี ตรีธรรมพินิจ แห่งร้านเตียเฮ่งฮง ย่านสบตุ๋ย ผู้สร้างเรือนนี้เป็นพ่อค้าไม้ชาวพม่า สร้างเพื่ออยู่อาศัยและเป็นร้านเย็บผ้า

อาคารกาญจนวงศ์ เป็นอาคารปูนทั้งหลัง ประดับตกแต่งด้วยไม้ฉลุและเทคนิคปูน ลวดลายที่ใช้เป็นลายพรรณพฤกษาและลายประดิษฐ์ เป็นส่วนใหญ่ ตัวอาคารและลายฉลุไม้ทาด้วยสีขาวทั้งหมด ซึ่งเป็นลักษณะของเรือนขนมปังขิง ส่วนที่เป็นไม้บริเวณประตูและหน้าต่างทาสีเทาอ่อน สภาพเรือนได้รับการปรับปรุงเมื่อไม่นานมานี้ ลวดลายปูนปั้นเหนือประตูเป็นลวดลายปูนปั้นนูน มีความสวยงามอ่อนช้อย โดยช่างผู้ชำนาญการจากมัณฑะเลย์


















อาคารหม่องโง่ยซิ่น (สร้างราวปี พ.ศ. 2451)

โดดเด่นที่สุดในแถบนี้ เป็นอาคารที่อยู่ตรงข้ามอาคารกาญจนวงค์ น. ณ ปากน้ำศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ยกย่องว่าเป็นอาคารขนมปังขิงริมถนนที่งดงามที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2540 ประเภทอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนา จากกรรมาธิการล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

อาคารหม่องโง่ยซิ่น เป็นเรือนขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลา สูงสองชั้นครึ่ง ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ ห้องบนสุดคือห้องพระประดับด้วยกระจกสี ขึ้นไปโดยใช้บันไดลับที่ซ่อนอยู่ในตู้แบบบิลต์อินบนชั้นสอง ความพิเศษของอาคารหม่องโง่ยซิ่น อยู่ที่ลายฉลุไม้ (Framework) ทาสีขาวแบบเรือนขนมปังขิงทั่วไป โดยส่วนใหญ่เป็นลายพรรณฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ มีลายสัตว์และลายสัญลักษณ์ที่หน้าจั่ว ประดับตกแต่งแทบทุกส่วนของอาคาร ดูหรูหรา พลิ้วไหว น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ หน้าจั่วมีการประดับสะระไน อันเป็นลักษณะเด่นของเรือนแบบมะนิลา ฝ้าเพดานบุด้วยแผ่นดีบุกดุนลายเหมือนอย่างวัดในพม่า ซุ้มโค้งเหนือประตูด้านในแต่งด้วยกระจกสีเหมือนดวงอาทิตย์กำลังแผ่รัศมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในบ้านแล้วมองออกมาจะเห็นชัดเจนมาก

ช่างจากพม่าเป็นผู้รังสรรค์ความงามนี้ให้อาคารหม่องโง่ยซิ่น ซึ่งเราจะเห็นตัวอักษรอังกฤษ Moung ngwe zin ติดอยู่ที่ระเบียงไม้ฉลุ สำหรับหม่องโง่ยซิ่นนั้น เป็นบุตรชายหม่องส่วยอัตถ์ ชาวพม่า เฮดแมนคนแรก ของบริษัททำไม้ในลำปาง ซึ่งก็คือ ต้นตระกูลสุวรรณอัตถ์ ผู้ร่ำรวยจากการค้าไม้นั้นเอง

เรือนกึ่งปูนกึ่งไม้ 5 คูหาเคยคึกคักเพราะที่นี่อยู่กันครอบครัวใหญ่ไหนจะท่าเรือ ไหนจะที่ผูกช้าง ยุคหลังๆ จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด เป็นที่พักและบาร์รับรองพวกฝรั่งทำไม้ ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีการใช้ประโยชน์เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากสภาพโดยทั่วไปของอาคารค่อนข้างเก่า ทั้งนี้ ก็ไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่วนใดเลย ยังคงสภาพเดิมทั้งหมด












ปะป๊าไม่ได้เอากล้องที่ติดเลนส์ไวด์มา ไว้ในรถ เราเก็บภาพคนเดียว ภาพแนวกว้างก็ตามกำลังเลนส์เราล่ะค่ะ










ร้านม้าหมุน ขายโปสการ์ด งานแฮนด์เมด เราได้แผนที่เที่ยวลำปางจากร้านนี้














เสาร์ - อาทิตย์ คนคงเยอะแน่เลย








บ้านแม่แดง (สร้างราวปี พ.ศ. 2461)

ตรงข้ามกับบ้านทนายความเป็นบ้านแม่แดง ของ นายเกา แซ่แห่ว - แม่แดง พานิชพันธ์ เดิมบ้านหลังนี้ คือร้านเกากี่ ขายสินค้าที่นับว่าทันสมัยมากในสมัยนั้น ทั้งของใช้ในประเทศจากกรุงเทพฯ และนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีลูกค้าร่ำรวยทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้านายฝ่ายเหนือ พวกฝรั่งจากบริษัททำไม้ รวมไปถึงคนมีฐานะทั่วลำปาง ภายหลังนายเกาถึงแก่กรรม แม่แดงก็ดำเนินกิจการต่อมาด้วยตัวเอง โดยล่องเรือขึ้นล่อง ลำปาง-กรุงเทพฯ เป็นประจำ รวมทั้งยังเดินทางไปค้าขายต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ จนจัดว่าเป็นคนมีฐานะดีคนหนึ่งของย่านตลาดจีน

เจ้าของบ้านแม่แดงคนปัจจุบัน คืออาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ซึ่งได้มีการซ่อมแซมบ้านอยู่เสมอ เช่น ทาสีใหม่ นำไม้แกะสลักมาตกแต่งบริเวณใต้ชายคา เรือนแถวปั้นหยาทรงธรรมดาสองชั้นหลังนี้ เป็นแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ อยู่ติดถนน ไม่มีรั้ว ประตูบานเฟื้ยมแบ่งเป็น 3 ประตูใหญ่ ชั้นบนมีการตกแต่งราวระเบียงเป็นลวดลายเรขาคณิตสวยงามโดดเด่น รับกับใต้ชายคา ที่มีการนำไม้แกะสลักและฉลุลายมาตกแต่ง




















บ้านทนายความ




อาคารเยียนซีไท้ลีกี (สร้างในปี พ.ศ. 2456)

โดยนายห้างใหญ่ชาวจีน ชื่อนายจิ้นเหยี่ยน (อารีย์ ทิวารี) ตันตระกูลทิวารี เอเยนต์น้ำมะเน็ด ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์สร้างด้วยปูนทั้งหลัง ประดับตกแต่งแบบตะวันตกชนิดเต็มรูปแบบ หลังคาเป็นปั้นหยา แต่กั้นแบบดาดฟ้า (Paraped) ลวดลายที่ใช้มีทั้งไม้ฉลุและปูนประดับ โดยด้านบนของอาคารบริเวณตรงกลางมีหน้าจั่วที่บอกถึงปีที่สร้างอาคารนี้ คือ ค.ศ. 1913 มีรูปปั้นหนูตามปีเกิดผู้เป็นเจ้าของ และลายสัญลักษณ์ลูกโลก พร้อมทั้งลายใบไม้ ดอกโบตั๋น ลายต้นไผ่ และลายประดิษฐ์รูปโบว์

ห้างเยียนซีไท้ลีกี เคยเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดในย่านตลาดจีน ทั้งยังมีตู้เชฟโบราณเจาะฝังเข้าไปในกำแพงคล้ายห้องลับขนาดเล็ก โดยฝาตู้เชฟใบนี้นำเข้าจากเยอรมนีโดยบรรทุกมากับเรือ ปัจจุบันฝาตู้เชฟก็ยังมีอยู่ ในอตีดเมื่อมีเหตุการณ์ล่อแหลมเกิดขึ้นในชุมชน เจ้าของห้าง รวมทั้งชาวบ้านคนอื่นๆ จะนำทรัพย์สินมาฝากไว้ที่นี่ ปัจจุบัน ทายาทตระกูลทิวารีได้แบ่งห้องในอาคารนี้ให้เช่าทำร้านค้าและที่อยู่อาศัย บางคูหาเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว












มีรูปปั้นหนูตามปีเกิดผู้เป็นเจ้าของ และลายสัญลักษณ์ลูกโลก พร้อมทั้งลายใบไม้ ดอกโบตั๋น ลายต้นไผ่ และลายประดิษฐ์รูปโบว์














มองกลับไป ฝั่งตรงข้าม เป็นอาคารใหม่ซะเยอะ




บ้านคมสัน (สร้างในปี พ.ศ. 2460)

บ้านหลังใหญ่โตสีเหลืองโดดเด่น นี้คือ บ้านคมสัน ช่วงฤดูหนาว ริมรั้วยาวเหยียดจะสะพรั่งไปด้วยดอกพวงแสดงามตายิ่งนัก ผู้เป็นเจ้าของรุ่นแรกคนตลาดจีนรู้จักกันดีในชื่อ ป๋าน้อย - ย่าลางสาด คมสัน บ้านคมสันเป็นบ้านปูนหลังแรกในย่านนี้ สร้างขึ้นช่วงเวลาเดียวกับสะพานรัษฎาภิเศก คือในปี พ.ศ. 2460 ซึ่งป๋าน้อยได้เพื่อนฝรั่งจากบริษัททำไม้ช่วยออกแบบให้ แล้วใช้ช่างชาวเซี่ยงไฮ้ที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือทางเชิงช่างมาก่อสร้าง ด้านวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ นำมาจากกรุงเทพฯ บรรทุกมากับรถไฟและเรือกลไฟ

บ้านคมสันหลังใหญ่โตได้กลิ่นอายแบบฝรั่งชัด เป็นเรือนปั้นหยาจั่วตัดปลาย 4 มุข อันเป็นเรือนปั้นหยาที่มีการพัฒนาขึ้นมา โดยเป็นกลุ่มที่มีการตกแต่งมากที่สุดในบรรดาเรือนปั้นหยาทั้งหมด นิยมกันมากในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 - 8 เดิมที ตัวบ้านทาสีเทาอ่อน หลังคามุงกระเบื้องสีแดง แต่ทุกวันนี้เมื่อตกทอดมาถึงรุ่นหลาน คือ ขวัญพงษ์ คมสัน ได้ปรับปรุงซ่อมแซมทาสีเหลืองจนสวยสะดุดตา

บ้านคมสันเป็นอาคารปูนชั้นเดียว ยกใต้ถุน บางส่วนของใต้ถุนมีการต่อเติมเป็นห้องทำงาน มีบันไดขึ้นสองทาง โดยจะมีชานเล็กๆ ก่อนเข้าบ้าน การตกแต่งใช้เทคนิคปูนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ก็มีการประดับกระจกสีด้วย ผนังบ้านและเสา ใช้วิธีหล่อคอนกรีตผสมกับหินกรวดจากแม่น้ำวัง จึงแข็งแรงทนทาน ส่วนที่เป็นไม้ก็มีการนำมาตากผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเพื่อให้คงทน ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือความสูงของใต้ถุนบ้านหลังนี้ ถูกออกแบบให้อยู่ในระดับเดียวกับตัวสะพานรัษฎาภิเศก น้ำจึงไม่เคยท่วมขึ้นไปถึงตัวบ้านเลยสักครั้ง
















หอศิลป์ลำปาง






ถ้าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ มีถนนคนเดิน คงถ่ายรูปยาก แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ




อาคารฟองหลี (สร้างในช่วงปี พ.ศ. 2434 - 2444)

อาคารสองชั้นตรงหัวมุมถนนตลาดเก่านี้ ยกพื้นสูงจากถนนประมาณ 1 เมตร กว้าง 16 เมตร ลึกราว 10 เมตร หลังคาจั่วตัดขวางแบบจีน ชั้นบนเป็นห้องนอนพร้อมกับมีระเบียงและชายคาด้านหน้าถูกแต่งเติมเพิ่มเสน่ห์ด้วยไม้สักฉลุลวดลายโปร่ง เสาไม้รับระเบียงเรียงรายตรงทางเดินด้านล่างเป็นผลมาจากอิทธิพลตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในสมัยนั้นขณะเดียวกัน บานประตูชั้นบนและชั้นล่างกลับเป็นบานเฟื้ยมลูกฟักไม้สักแบบจีน การตกแต่งทางเข้าด้านหน้าทำอย่างวิจิตร เหนือประตูเป็นช่องประดับไม้ฉลุลวดลายพรรณพฤกษาอ่อนช้อยแปลกตารูปครึ่งวงกลม ค้ำยันระหว่างพื้นชั้นสองและเสารายระเบียงด้านหน้าฉลุประดับตกแต่งเสาเม็ดเล็กๆ ทแยงมุมนี่เองที่ทำให้ น. ณ ปากน้ำ ชื่นชมอาคารฟองหลีว่าศิลปะลายฉลุแบบขนมปังขิงฝีมือประณีตมาก โดยเฉพาะลายเท้าแขนตรงมุมหัวเสาและลายช่องลมโค้งของประตูซึ่งแปลกกว่าที่อื่น

น่าสังเกตว่า งานไม้อันชวนตะลึงพรึงเพริดทั้งหมดของอาคารฟองหลีล้วนไม่มีการทาสี บ่งบอกถึงความเป็นอาคารอิฐผสมไม้ในยุคแรกๆ ที่เรือนขนมปังขิงแพร่หลายเข้ามาในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 คาบเกี่ยวต้นรัชกาลที่ 6 ซึ่ง น. ณ ปากน้ำ ให้รายละเอียดไว้ใน “แบบแผนบ้านเรือนในสยาม” ว่า อาคารในยุคนี้หน้าจั่วจะไม่มีการฉลุอย่างหรูหรา มีแต่ครีบหลังคาบกับลายฉลุใต้มุมแหลมของจั่ว มีช่องลมเหนือหน้าต่างโค้ง และบางทีก็มีกันสาด เสาที่มุขหรือเฉลียงจะเป็นเสากลมโดนกลึงอย่างงดงาม บางแห่งมีทวยหูช้างใต้ชายคา หรือทำเป็นแบบทวยหูช้างอยู่ตรงมุมหัวเสากับคานข้างบน

ด้านผนังอาคารเป็นแบบผนังก่ออิฐรับน้ำหนัก หนาราว 40 เซนติเมตร มีการเสริมบัวหงายแบบฝรั่งคาดระหว่างชั้นบนและชั้นบนล่างภายนอกอาคาร ขอบหน้าต่างมีการทำคิ้วก่อบัวเป็นลายปูนปั้นแบบตะวันตกไว้เหนือหน้าต่างเพื่อกันน้ำฝนตกหยดย้อย หน้าต่างมีบานเกล็ดไม้ให้ลมเข้า โดยสามารถเปิดบานกระทุ้งหรือเปิดทั้งหมดได้ตลอดแนวเหมือนบานประตู มีการใช้บานพับ กลอน และเหล็กเส้นกับประตูหน้าต่างอันเป็นวัสดุที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนการยึดไม้ใช้ระบบเดือยและสลัก ทั้งยังสำรวจพบว่ามีการนำตะปูจีนมาใช้ด้วยนับเป็นการผสมกลมกลืนกันระหว่างศิลปะตะวันตกและตะวันออกได้อย่างน่าชมเหลือเกิน

ผู้สร้างความงดงามให้อาคารฟองหลีชื่อ “จีนฟอง” หรือเจ้าสัวฟอง ผู้ซึ่งได้รับสัมปทานป่าไม้ ทั้งยังเป็นเจ้าภาษีนายอากรฝิ่นและสุราของเมืองลำปาง นับเป็นชาวจีนที่มีฐานะดีที่สุด เจ้าสัวฟองยังสนิทสนมกับเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้คiองนครลำปางองค์สุดท้าย ซึ่งได้ตั้งนามสกุลให้เจ้าสัวฟองว่า ฟองอาภา

อาคารฟองหลีเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในปี พ.ศ. 2537 เมื่อหน้าจั่วด้านทิศตะวันตกพังทลายลงมา ทางจังหวัดจึงได้มีหนังสือเตือนให้ซ่อมแชม และในที่สุดก็มีคำสั่งรื้อถอนภายใน 7 วัน แม้เจ้าของอาคารในขณะนั้นมีความคิดที่จะอนุรักษ์อาคารแห่งนี้ไว้ หากแต่ก็ต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่งานก่อสร้างธรรมดาว่าเปรียบได้กับการบูรณะศิลปสถาปัตยกรรมเลยทีเดียว

หากเจ้าสัวฟองคือผู้รังสรรค์อาคารฟองหลีในอดีต ก็อาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ยึดโยงสายใยระหว่างอดีตกับปัจจุบันไม่ให้ตกหล่นไปอย่างน่าเสียดาย คือกิติศักดิ์ เฮงษฎีกุล เจ้าของอาคารฟองหลีคนปัจจุบันที่ร่วมอนุรักษ์ไว้ 3 คูหา และทายาทตระกูล “สุรวิชัย” อนุรักษ์ไว้ 1 คูหา ทั้งนี้ กิติศักดิ์ยังได้สันนิษฐานว่าอาคารแห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2434 – 2444 เนื่องจากระหว่างการบูรณะในปี พ.ศ. 2538 ได้มีการพบตราของบริษัทบอมเบย์เบอร์มาบนหัวเสาไม้ของอาคาร ซึ่งบริษัทดังกล่าวเข้ามาตั้งสาขาในจังหวัดลำปางเมื่อปี พ.ศ. 2434

หลังจากระดมทีมงานเก็บข้อมูลทางกายภาพ พร้อมทั้งคัดลอกแบบรายละเอียดและเก็บข้อมูลสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแล้วเสร็จ การซ่อมแซมอาคารจึงดำเนินไปอย่างรอบคอบ โดยใช้เวลาถึง 2 ปี ที่จะประคับประคองอาคารไม่ให้ร่วงโรยไปตามกาลเวลา กระทั่งกลับมาอวดความงามได้อีกครั้ง ทั้งยังได้รับ รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ปี 2551 ประเภทอาคารพาณิชย์ จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์


ข้อมูลจาก http://www.lampang.go.th/travel/weblp/page/page11.html








ปัจจุบัน เป็น Cafe' & Hostel ไปแล้วค่ะ














ตอนหน้า ก็ยังอยู่ลำปางค่ะ









Create Date : 28 มกราคม 2558
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2558 19:02:58 น. 43 comments
Counter : 1502 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่หนู ลำปางดูสวย สงบ น่าไปจัง ชอบตึกเก่าค่ะ ดีจังพี่หนูทั้งถ่ายภาพและเก็บข้อมูลชื่อบ้านมาด้วย สุดยอดเลยค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:6:46:01 น.  

 
น่าไปเที่ยววว มากๆๆ ค่ะ พี่หนู
บ้านเก่าๆ สวยมาก อ่ะ
สงกรานต์ นี้เจอกันนะ ลำปาง


โดย: kwan_3023 วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:6:51:38 น.  

 
บ้านเก่าสวยงาม

ดูได้บรรยากาศย้อนยุคครับ


โดย: moresaw วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:7:50:38 น.  

 
บ้านเก่าสวยงาม

ดูได้บรรยากาศย้อนยุคครับ


โดย: moresaw วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:7:50:38 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
แวะมาชื่นชมสถาปัตยกรรมเก่าไปกับคุณหนูค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog



โดย: หอมกร วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:8:45:17 น.  

 
สวัสดีคร่าาาา
เชียงของยังหนาวเย็นเช้านี้10องศา


โดย: maistyle วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:9:19:12 น.  

 
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:9:22:13 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณหนู

มาชมเมืองลำปางต่อค่ะ
เส็ดแล้วก็โหวตให้เช่นเคยนะคะ

โชคดีมีความสุขค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:9:36:17 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าครับ ขอแวะไปเที่ยวเมืองต้องห้ามพลาดด้วยคนครับ
ขอแอดเป็นเพื่อนด้วยคนนะครับ จะได้ตามไปเที่ยวได้ไม่หลง อิอิ


โดย: Ariawah Auddy วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:10:09:12 น.  

 
เสาก้างปลาคัมแบ็กนะครัชนั่นติดกล่องดิจิตอลสบายเลย


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:10:13:50 น.  

 
ลำปางตอนนี้ชอบบ้านเก่าๆที่ยังหลงเหลือความงดงามอยู่


ดูไป อ่านไป เพลินมากค่ะ


สงสัยคำว่า...เรือนขนมปังขิง

เดี๋ยวไปต่อที่..ห้องแสตมป์ค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:10:18:20 น.  

 
ในบรรดาอาคารเก่าชอบอาคารหม่องโง่ยซิ่นที่สุด ดูหวาน ๆ ตรงฉลุลายไม้ อาจจะเพราะดูแลรักษาดีด้วยก็ได้นะคะ ร้อยกว่าปีแล้วยังดูดีอยู่เลย


โดย: เนินน้ำ วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:10:22:14 น.  

 
ทักทายสวัสดีครับคุณหนู

บ้านเรือนทรงเก่าๆ ที่ได้พบเห็นกัน ต้องแอบดีใจ ชื่นใจ ที่เจ้าของบ้าน หรือชุมชน ต่างเห็นคุณค่าของรูปทรง และสถาปัตยกรรมแบบเก่าๆ แบบนี้
พบเห็นแล้วก็ชื่นใจครับ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันชมครับ


โดย: ถปรร วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:10:47:09 น.  

 
ลำปางตะก่อนเจริญกว่าเชียงใหม่นะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:12:21:59 น.  

 
ตามพี่หนูมาเดินเที่ยวเมืองลำปางยามเย็นค่า
บ้านเก่าๆทรงสวยๆแบบนี้ชอบจัง
เสียดายมีสายไฟเยอะไปหน่อยเนอะพี่หนู แต่ยังไงก็ชอบ หนึ่งชอบของเก่า อยากไปเที่ยวลำปางมานานแล้ว เดี๋ยวหนึ่งตามรอยนะคะ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:13:35:08 น.  

 
เปิดหน้านี้ทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า จนป่านนี้ยังเก็บไม่หมด แฮ่
ก็ยังรู้สึกแบบเดิม ๆ คือ ของเก่าควรค่าแก่การอนุรักษ์ก็จริง แต่ถ้าปล่อยให้ทรุดโทรมไปเรื่อย ๆ ก็น่าเสียดายนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:14:43:26 น.  

 
สวัสดีตอนเย็นๆค่ะพี่หนู
ตามมาเที่ยวลำปางด้วยคนค่ะ
ลำปางมีอะไรน่าสนใจเยอะเลยค่ะ
อาคารเก่าๆก็สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ
แอบสนใจอาคารฟองหลีเป็นพิเศษตรงที่เปิดให้เข้าพักได้นี่แหล่ะค่ะ
แต่ท่าทางคงจะจองยากนะคะเนี่ย...


โดย: phunsud วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:15:35:07 น.  

 
โหวต Photo Blog ให้เลยครับพี่หนู

เห็นรูปในบล็อกพี่แล้วนึกถึงความหลัง
สมัยผมเป็นนักศึกษาถาปัดฯ
ได้เคยมาทัศนศึกษานั่งวาดภาพอาคารโบราณเหล่านี้ในลำปางด้วยครับ

เราเรียกอาคารแบบนี้ว่าเรือนไทยแบบขนมปังขิง

ลายฉลุบนหน้าจั่วและชายคานั้น
ละเอียด งดงาม อ่อนช้อยมากๆ

ตอนนั้นนั่งวาดอยู่ครึ่งวันเลยครับ

เห็นบล็อกพี่หนูแล้วอยากกลับไปนั่งวาดรูปอีกครั้งจังเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:15:40:30 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่หนู เย้วิ่งตามหลัง
ครอบครัวน่ารักไปเดินสำรวจเมืองลำปางด้วยนะคะ รถม้านี่เป็นสัญญลักษณ์เมืองลำปางจริง มองเห็นผักเป็นกองๆราคาน่าสนใจทีเดียวนะค่ะ เดินเล่นแบบว่าตึกแถวแม่แตงมองโน่นนี่แล้วชาวพม่าสร้างไว้น่าเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนชาติที่เค้าอนุรักษ์ให้ชมด้วยรึป่าวค่ะพี่หนู

ส่งความสุขแย้มยิ้มและโชว์รอยยิ้ม (แฉ่ง)ค่ะ
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: mastana วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:15:48:43 น.  

 
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog

สวัสดีค่าพี่หนู ฟ้าอัพรูปไม่ค่อยได้เลยหายไปนานหน่อย แฮ่

มาเที่ยวลำปางต่อ เห็นรถม้าแล้วน่าขึ้นไปนั่งชมเมืองบ้าง เห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำที่นี่ไปแล้วเนอะ

แผนผังถนนคนเดิน ทำให้รู้สึกว่าบ้านเรือนในสมัยนั้น (คนมีตังด้วยอ่ะนะ) ครีเอทกันสุดๆ ใส่ลวดลายกันแจ่มมาก
สะดุดอาคารหม่องโง่ยซิ่น ที่มีช่างเป็นชาวพม่า ค่ะ
คิดอยู่ว่าถ้าภูมิภาคเราทำการค้าขายหรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมากกว่าจะไปรบกันนี่ คงบูมเรื่องศิลปะแลกเปลี่ยนกันมากกว่านี้
สุดท้าย เสียดายสายไฟที่ระโยงยาง เมื่อไหร่จะเอาลงดินเสียทีน๊าา


โดย: กาบริเอล วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:16:53:12 น.  

 
พูดถึงลำปาง แม่โมยังไม่ทั่วเลยค่ะ แค่เผิน ๆ อิ อิ ไม่ได้ลงเท้าอย่างพี่หมอก พี่เมฆเลยค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:18:24:07 น.  

 
เที่ยวเขลางค์นครต่อครับ


โดย: wicsir วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:19:34:15 น.  

 
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


ลำปางเป็นอีกจังหวัดที่ชอบมาก ยังมีบ้านเรือนเก่าๆให้ดูมากมาย เสียดายที่มีลักษณะเป็นคล้ายเมืองผ่านเวลาไปเชียงใหม่ ทั้งๆที่น่าเที่ยวมาก รูปสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะน้องหนู


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:20:15:02 น.  

 
คนไม่เคยไปลำปาง ก็ได้ตามเที่ยว
อย่างละเอียด ดีใจจัง เมืองเค้าเก่าแก่จริงๆนะคะ

ขอบคุณพี่หนูมากจ้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mastana Literature Blog ดู Blog
NENE77 Home & Garden Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog

แว๊บๆ รีบ าทักทายก่อน
วันนัดตรวจสายตาก็วันนี้แล้วจ้า
เดี๋ยวก็รู้หมู่หรือจ่า 555


โดย: anigia วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:21:29:08 น.  

 
ตามพี่หนูมาเที่ยวลำปางต่อครับ ยิ่งดูยิ่งอยากไปเที่ยวเลยครับ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:22:03:26 น.  

 
ท่าทางไม่จบง่ายๆ แน่ ค่อยๆ นำเที่ยวก็ดีครับ บางคนอัดทริปเดียวทั้งหมดในบล็อกเดียวอ่านกันตาแฉะเลย

ผมเดาว่าน่าจะเพราะช่วงใกล้ปีใหม่เลยปิดกันเร็ว

พวกตึกเก่านี่สวยจริงๆ แหละครับ

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:1:16:57 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:3:14:25 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หนู



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:6:12:59 น.  

 
สะบายดียามเช้า ค่ะ พี่หนู
ลำปาง อยู่ในใจ แน่นอน ค้ะ


โดย: kwan_3023 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:6:54:16 น.  

 
อยากจะนั่งรถม้าลำปางสักครั้ง


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:8:09:38 น.  

 
อยากจะนั่งรถม้าลำปางสักครั้ง


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:8:09:39 น.  

 
สามีบุ๊งชอบอาคารเก่า ๆ แบบนี้มากเลยค่ะ
เค้าบอกว่า อยากให้อนุรักษ์ไว้
เป็นจุดเด่น จุดท่องเที่ยวของเมืองไทย อิอิ


โดย: Close To Heaven วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:10:04:56 น.  

 


สวัสดียามสายค่ะคุณหนู


โดย: หอมกร วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:10:29:53 น.  

 
อยากไปเชียงใหม่ จุงเบยยย


โดย: rattanaporn IP: 118.174.31.94 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:15:21:49 น.  

 
โห ภาพเปิดมานี่ หวาดเสียวสุดๆเลยอ่า

แก็งค์เสื้อเหลืองบุกตะลุย ลำปางเมืองรถม้า
แกนนำตัวพ่อ รูปหล่อพุงกลม เดินนำเลยด้วยอะ 555

อ.เต๊ะ ชมรูปแล้ว ชอบบรรยากาศนะครับ
บ้านช่องเค้าดูสงบเงียบดีนะครับ

ยิ่งมี อาคาร บ้านเรือน แบบขนมปังขิง ให้ชม 2ข้างทางนี่

ถ้าคนชอบขีดๆเขียนๆ ระบายสีนะ
อ.เต๊ะ ว่าไปไหนไม่รอด ต้องปักหลัก นั่งsketch นั่งระบายสีกันอยู่ตรงนั้นแหละครับ สวยงาม detail ละเอียด ยุ่บยั่บ ดีจริงๆ

สมัยเด็กๆนี่ อ.เต๊ะ เคยอยู่บ้านไม้ หลังคาปั้นหยา มีระเบียงนั่งเล่นนี่ จำได้ว่าเย็นสบายมากๆ

ตกเย็นกินข้าวอิ่ม มานั่งผึ่งพุงตรงระเบียงนี่ ลมเย็นสบาย หนังท้องตึงหนังตาหย่อน
มีความสุขอย่าบอกใครเลยจริงๆครับ

ไม่เหมือนบ้านทรงmodern สมัยนี้ ถ้าไม่ติดแอร์กันนี่ ร้อนตับแล่บแน่นอนนะครับ555

ปล.เหมือนที่คุณหนูบอกไม่มีผิดครับ วันๆแค่ อ.เต๊ะตอบเม้นท์ก็หมดวันแล้วละครับ

ถ้าจะอัพบลอกใหม่ สงสัยคงต้องปิดเม้นท์ก่อนละครับ 555


โดย: multiple วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:16:22:15 น.  

 
อาคารเก่าๆคงจะบูรณะไปตามสภาพหรืองัยคะพี่หนู
ส่วนใหญ่น่ะค่ะพี่ คงไม่ได้จริงจังเท่าไหร่
ทรุดโทรมเยอะอยู่นะ ไม่ได้อยู่อาศัยใช่มั๊ยคะ
งงกับเรือนขนมปังขิงเหมือนกันนะคะ ?
ยังดูไม่จุใจค่ะพี่หนู ไว้มาดูใหม่


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:17:00:50 น.  

 
หวัดดีค่าพี่หนู

บล็อคโคลี่กอง 20 บาท สดและถูกมากกกกก แต่ที่บ้านไม่ค่อยชอบอะ
แต่รินชอบมาก อิอิ
เห็นสายไฟแล้วเกะกะสายตามากๆ เลยค่ะเมืองไทยเนี่ย
ยิ่งในตัวเมืองเก่าๆ ก็ด้วย เต็มไปหมดเลย อาคารเก่าๆ ถูกฟาดเส้นด้วยสายไฟสายโทรศัพท์เพียบเลย
น่าจะพัฒนาได้แล้วเนาะบ้านเรา

รอตามชมตอนต่อไปค่า


ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายของพี่หนูด้วยค่าาา
ไว้รินมาโหวตให้จ้า





โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:17:11:49 น.  

 
จะรบกวนสถาปนิกคอมเมนท์ที่ 35 ก็เกรงใจค่ะ ไปหาคำตอบมาแปะไว้ เอาไว้อ่านเองด้วยค่ะ

สถาปัตยกรรมแบบ บ้านขนมปังขิง (Gingerbread Style)

ลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมลักษณะนี้ คือ มีการประดับตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุต่างๆ ไว้ตามส่วนประกอบของอาคาร

ต้นแบบมาจากบ้านสไตล์วิคตอเรียนในประเทศอังกฤษ และได้แพร่หลายเข้ามาในประเทศของเรา หลังจากที่ชาวต่างชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศ ช่วงราวรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา โดยเริ่มต้นจากที่รัชกาลที่ 4 ทรงศึกษาภาษาอังกฤษและติดต่อค้าขายกับต่างชาติ และทรงสร้างเรือนปั้นหยาไว้ในเขตพระราชวังต่างๆ ก่อน

จุดเด่นของหลังคาปั้นหยาคือ ชายคาที่คลุมรอบ 4 ด้าน ต่างจากเรือนไทยเดิม ซึ่งเป็นชายคา 2 ด้าน มีหน้าจั่ว จากเรือนปั้นหยาก็วิวัฒนาการมาเป็นเรือนมนิลา มีจั่วด้านหน้า 1 ด้าน และชายคาคลุม 3 ด้าน แล้วต่อมาก็มีการสร้างบ้านพักของสถานทูตฝรั่งเศส เป็นบ้านสไตล์วิคตอเรียน ที่สร้างในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ประดับตกแต่งด้วยฉลุไม้ที่ระเบียงและส่วนต่างๆ ของบ้าน ซึ่งชาวไทยเองก็ชื่นชอบความงดงามของลวดลายไม้แกะสลักจนเกิดเป็นกระแสนิยมนำเอาลวดลายขนมปังขิงมาประดับที่บ้านเรือนของเราบ้าง โดยความนิยมนั้นก็เริ่มต้นขึ้นจากพระราชวัง บ้านขุนนาง เศรษฐี คหบดี และตามวัดวาอารามต่างๆ ช่วงนั้นกรุงเทพฯ ก็จะมีบ้านในสไตล์นี้สร้างตามกันมามากมาย รวมทั้งรูปแบบที่เน้นการประดับลวดลายฉลุไม้ ที่เรียกว่า เรือนขนมปังขิง

จนถึงช่วงปลายรัชกาลที่ 6 ความนิยมก็เริ่มซาลง ไม้เริ่มมีราคาแพงขึ้น ความนิยมเริ่มเปลี่ยนไป เป็นเน้นการออกแบบหลังคาซ้อน หรือจั่วตัดแทน จนในสมัยรัชกาลที่ 7 บ้านก็เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ มีรูปแบบเรียบง่าย ลดความหรูหราฟุ่มเฟือยออก ก็คงจะอิทธิพลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมของทางตะวันตกนั่นเอง และการเปลี่ยนแปลงก็ยังมีเรื่อยมา จนในสมัยนี้บ้านขนมปังขิงที่หลงเหลืออยู่บ้าง ก็ทรุดโทรม รื้อถอนไปมาก จนหาชมได้ยาก เพราะความเจริญรุกรานมาเรื่อย การบูรณะซ่อมแซม ทำยากและค่าใช้จ่ายสูง จนไม่คุ้มที่จะเก็บรักษาหรืออนุรักษ์ไว้ใช้งาน แต่บ้านที่ยังหลงเหลืออยู่นั้น คนสมัยนี้ที่ไม่รู้ประวัติ ก็จะคิดว่าเป็นบ้านไทยโบราณแบบหนึ่ง

ที่มา http://layangom.blogspot.com/2013/02/ginger-bread-style.html


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:17:31:17 น.  

 
เราแวะลำปางไม่ได้เที่ยวแบบนี้เลยคร้า
ไปกราบพระที่ วัดพระธาตุหริภุญชัยที่เดียวเอง
ขอบคุณค่ะสำหรับโหวตนะค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog


โดย: Tui Laksi วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:20:53:49 น.  

 

Like อุ้มล่ะชอบภาพเอนทรี่นี้มาก
เก็บตกเอนที่นี้ชอบทุกภาพเลยค่ะคุณหนู


โดย: อุ้มสี วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:21:15:45 น.  

 
อยากไปเที่ยวลำปางค่ะ ดูสวยดี


โดย: อรุณฉาย IP: 182.52.32.17 วันที่: 30 มกราคม 2558 เวลา:14:40:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ rattanaporn
คุณ อรุณฉาย


เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ แล้วคุณจะหลงรักเมืองไทย...




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 30 มกราคม 2558 เวลา:18:53:20 น.  

 
มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ผมเคยไปลำปางครั้งเดียวเองครับ แต่ก็ไม่ได้เที่ยวได้แต่ไปกินข้าวกลางวันกับคุณพู่ เจ้าของพื้นที่ครับ

แปะหัวใจให้แล้วครับ

+++
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ สายหมอกและก้อนเมฆ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้

+++

อิอิ



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:17:19:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 124 คน [?]






เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)
เป็นแม่บ้านฟูลทาม ไม่รับอาชีพเสริมใดๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...



โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดีๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน


ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.