Photo Copyright @ "JUM"
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
12 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
พระรามลงสรง







เคยอ่านเจอใน blog แม่บัดดี้ว่า อาหารชนิดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 5 แต่ตั้งเดิมนั้นใช้เนื้อวัวเป็นส่วนเนื้อสัตว์ แต่ในภายหลังมีการประยุกต์ขึ้นสำหรับคนไม่กินเนื้อวัว ก็ใช้เนื้อหมู เนื้อไก่ หรือแม้กระทั่งกุ้งแทนได้ค่ะ

รสชาติของอาหารจานนี้นั้นไม่ได้จัดจ้าน จิ๊ดจ๊าด นะคะ รสชาติจะกลมกล่อม เค็ม หวาน และมีติดเปรี้ยว เข้มข้นเพราะใส่กะทิและถั่วลิสงคั่วที่ป่นแล้ว จะไม่เผ็ดเลย เพราะพริกแห้งที่ใช้นั้นแกะเม็ดออกแล้วค่ะ รสชาติกึ่งแพนงและน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะประมาณนั้น

"ส่วนผสมพระรามลงสรง" บอกตรง ๆ เปิดตำราออนไลน์ทำเอาค่ะ อ่านจากหลายเวป แล้วก็ประมวลและลงมือทำ

เนื้อหมู ประมาณ 400-450 กรัม (จะใช้เนื้อวัวแทนก็ได้นะคะ หรือจะเป็นไก่ก็ตามสะดวก หากเป็นเนื้อหมูและเนื้อวัวแล้วนั้นแนะนำให้ใช้สันในค่ะ เพราะจะนิ่ม ตัวเนื้อสัตว์เราไม่ได้เอาไปเคี่ยวค่ะ แค่ไปรวนหรือลวกพอให้สุก ฉะนั้นจะไม่ถูกความร้อนนานจึงต้องใช้เนื้อสัตว์ที่นิ่ม)
มะพร้าวขูด 500 กรัม
ผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งจีน 500 กรัม หรือชอบมากใส่เยอะกว่านี้อีกก็ได้ค่ะ
น้ำพริกแกงพระรามลงสรง (รายละเอียดจะอยู่ในภาพถัด ๆ ไป)
น้ำปลา
น้ำตาลปีบ
น้ำมะขามเปียก
ถั่วลิสงคั่วป่น ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ

ทั้งหมดที่บอกนี้ได้ประมาณ 3 จานค่ะ

ผักบุ้งอยู่ในภาพถัดไปค่ะ เต็มจอแล้ว




ขอเลือกที่จะใช้ผักบุ้งไทยค่ะ ผักบุ้งจีนกินบ่อยแล้ว แต่กรรมวิธีจะต่างกันนิดหน่อย ผักบุ้งจีนแค่ตัดส่วนยอดที่อ่อน ๆ ริดใบเหลือง ๆ ทิ้ง หากเป็นผักบุ้งไทยแนะนำให้ริดส่วนยอด ๆ ออกมาก่อน และส่วนใบที่ก้านยาว ๆ หากก้านยาวมากก็หั่นท่อนสั้นประมาณ 2 นิ้ว ส่วนลำต้นตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 2 นิ้ว และจักให้เป็นเส้น ๆ

ภาพการทำผักบุ้งอยู่ในความเห็นถัด ๆ ไปนะคะ

เลือกใช้ผักบุ้งแบบนี้ค่ะ




กว่าจะมาเป็น "พระรามลงสรง" จานนี้นั้นค่อนข้างเสียเวลา หากใครทำกับข้าวช้า ๆ เผื่อเวลาไว้ด้วยนะคะ

ตำเครื่องแกงกันก่อน

พริกแห้งเม็ดใหญ่ 4 เม็ด
หัวหอมแดง 4 หัว
กระเทียม 4 กลีบ
ตะไคร้ 1 ต้น
รากผักชี 1 ราก
ข่า 1 แว่น
ผิวมะกรูด นิดหน่อย
เกลือป่น นิดหน่อย




พริกแห้งเม็ดใหญ่ หากรรไกรตัดส่วนคอพริก (คือไม่รู้จะเรียกยังไง เรียกคอแล้วกัน) คือส่วนที่ถัดจากขั้วลงมาหน่อย แล้วใช้กรรไกรผ่าตามยาวของเม็ดพริก แกะเอาไส้และเม็ดพริกทิ้งไป ตัดเป็นท่อนสั้น ๆ ล้างน้ำผ่าน ๆ 1 น้ำแล้วแช่น้ำให้นิ่ม แช่น้ำให้นิ่มเพื่อให้โขลกง่ายนะคะ




หัวหอมแดง ปอกเปลือกออก ล้าง หั่นเป็นชิ้นย่อม ๆ
กระเทียม ปอกเปลือกออก ล้าง
ตะไคร้ ลอกกาบนอกออก ล้าง ซอยบาง ๆ
ข่า หั่นเป็นแว่น ล้าง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
รากผักชี ล้าง ซอยเป็นท่อนสั้น ๆ
ผิวมะกรูด ก่อนเฉือนออกจากลูก ล้างลูกมันก่อน แล้วเฉือนผิวมานิดหน่อย หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ




พริกแห้งที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว เทน้ำออก บีบ ๆ เนื้อพริกให้น้ำออกหน่อย ไม่เช่นนั้นน้ำคั่งค้างอยู่โขลกแล้วจะกระเด็นมาก

เอาพริกใส่ครก ใส่เกลือป่นไปนิดหน่อยค่ะ จริง ๆ แล้วใส่เกลือป่นเพื่อกันพริกกระเด็น เพราะพริกเปียก ๆ มันลื่นค่ะ จะโขลกลำบาก




โขลกพริกและเกลือให้ละเอียดค่ะ อาจจะแล่นใบบ้างแต่อย่าให้มาก เดี๋ยวเราต้องโขลกต่ออีกค่ะ




พริกละเอียดแล้วใส่ตะไคร้ลงไป




ตามด้วยข่า




ตามด้วยผิวมะกรูด




และรากผักชี ทั้งหมดนี้มันจะละเอียดพร้อม ๆ กันค่ะ ก็เลยใส่พร้อมกันทั้งหมด




โขลกต่อจนเครื่องแกงละเอียดนะคะ จะใช้เวลานานหน่อย แต่ไม่นานเท่าพริก เวลาโขลกไปเอาช้อนปาดก้นครกและรอบครกลงไปด้วยค่ะ จะได้ทั่วถึงกัน โขลกให้สม่ำเสมอไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่โขลก 10 ที หยุดพักเหนื่อย กว่าจะละเอียดพอดีเสียเวลาหลาย ๆ




ส่วนเมื่อกี้ละเอียดแล้วใส่หัวหอมแดงลงไป




ตามด้วยกระเทียม 2 อย่างนี้ละเอียดพร้อม ๆ กันค่ะ เลยใส่พร้อมกัน




โขลกต่อจนละเอียดแล้วตักขึ้นใส่ถ้วยไว้ก่อน




มะพร้าว 500 กรัม คั้นให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วย (น้ำ 1) และกะทิ (น้ำ 2 และ 3) 2 + 1/2 ถ้วยค่ะ

แยกส่วนหัว 1 ถ้วยไว้

หากใช้กะทิกล่องต้องคำนวณดูค่ะว่าจะใส่น้ำอัตราส่วนเท่าไรดี พอดีวันนี้ไปตลาดเลยซื้อมะพร้าวขูดมาค่ะ จะหอม หวาน และมันกว่ากะทิกล่อง




ส่วนหางกะทิที่บอกว่า 2 + 1/2 ถ้วยนั้น แบ่งไว้ 1 + 1/2 - 2 ถ้วย สำหรับใส่ในน้ำราด และอีก 1/2 ถ้วย ไว้รวนเนื้อสัตว์ค่ะ

แต่จุ๋มถ่ายภาพมาเพียงภาพเดียวนะคะ




เครื่องแกงที่โขลกไว้เมื่อกี้ค่ะ




ถั่วลิสง ไม่ได้คั่วเองค่ะ ขี้เกียจ ฮ่าฮ่าฮ่า หากมีเวลาและขยันพอคั่วเองนะคะจะหอมกว่า หากชอบสะดวกและไม่ค่อยมีเวลาหาซื้อจ้าวที่คั่วใหม่ ๆ ค่ะ ซื้อมา 5 บาทก็พอแล้ว เหลือค่ะ ซื้อแบบคั่วสำเร็จแต่ยังไม่ป่นจะดีกว่าแบบที่ป่นแล้วนะคะ

นำมาโขลกให้ละเอียดค่ะ




มะขามเปียก ใช้ประมาณ 1/3 ปั้น ไม่มากเท่าไรคะ ใส่น้ำ ขยำ ๆ คั้น ๆ แล้วกรองเอาแต่น้ำ รกและเศษ ๆ ทิ้งไปค่ะ




เนื้อสัตว์ ในที่นี้ใช้เนื้อหมู (สันใน) ล้าง หั่นเป็นชิ้นบางพอประมาณ




ผักบุ้งไทยจุ๋มเลยต้องเลือกทำวิธีตามที่บอกไว้ด้านบน ได้มาแบบนี้ค่ะ ใส่น้ำเกลือแช่ไว้ก่อนกันดำ ผักบุ้งแบบนี้มียางค่ะ ก่อนลวกต้องสงขึ้นแล้วล้างน้ำเปล่าก่อน หากใช้ผักบุ้งจีนข้ามขั้นตอนการจักไปนะคะ หั่นเป็นท่อนสั้นไล่จากยอดมาค่ะ อย่าให้ยาวมากไป ตอนกินจะสาวลำบาก




กะทิส่วนหัว 1 ถ้วย ใส่กระทะ เอาตั้งไฟกลาง ๆ ให้แตกมัน




กะทิคั้นเองแตกมันง่ายค่ะ และหอมกว่า ทั้งนี้ขึ้นกับมะพร้าวด้วยค่ะ ต้องแก่




กะทิแตกมันใส่แล้วเครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไป จุ๋มใส่เพียง 3/4 ส่วนของที่โขลกไว้นะคะ ใส่หมดดูท่าทางจะเยอะไป




ใช้ตะหลิวบี้ให้พริกแกงกระจายไม่เป็นก้อน ผัดต่อ ไฟกลางไปทางอ่อน ระวังไหม้




ผัดจนได้กลิ่นหอมและแตกมันนิด ๆ แต่ไม่ต้องแตกมันมากเหมือนทำแกงค่ะ




เติมกะทิส่วนที่เหลือ 1 + 1/2 - 2 ถ้วยลงไป




เปิดไฟกลางต่อให้เดือด และปรุงรสด้วยน้ำปลา




น้ำตาลปีบ




น้ำมะขามเปียก ชิมรสดูให้ได้ เค็ม หวาน และเปรี้ยวนิดหน่อย

จุ๋มใส่อย่างละ 2 ช้อนคาวก่อนค่ะ แล้วก็เติมไปอีก ใช้ชิมเอา




ชิมดูให้ได้รสชาติตามต้องการ เคี่ยวต่อให้น้ำข้นเล็กน้อย ลดไฟลงอ่อนได้หากกลัวไหม้ ได้ที่แล้วใส่ถั่วลิสงคั่วป่นลงไป




คนให้เข้ากัน ทิ้งให้เดือดแป๊บนึง




ปิดเตาได้เลย




ลวกผักบุ้งต่อ ตั้งน้ำ 1 หม้อค่ะ ไฟแรง




ระหว่างรอน้ำเดือด เตรียมกะละมังน้ำใส่น้ำเย็นหรือน้ำแข็งไว้เลยค่ะ เพื่อ stop การสุกของผัก และช่วยให้ผักสีเขียวสวยน่ากิน




ลวกผัก หลักการง่าย ๆ ไฟแรง น้ำน้อย ปิดฝา ระยะเวลาสั้น นะคะ จำมาตั้งแต่ ป. 4 แต่บางทีไม่ปิดฝาค่ะ ขี้เกียจ

น้ำเดือดแล้วใส่เกลือป่นลงไปนิดหน่อย หากทำผักบุ้งแบบจุ๋ม ผักบุ้งแช่น้ำเกลือไว้ ก่อนเอาลงลวก สงใส่กระชอนแล้วเอาน้ำเปล่าราดสักหน่อยนะคะ น้ำเดือดจัดก็เทผักลงไปลวกค่ะ




ลวกแป๊บเดียว นับ 1-10 หรือ 12 โดยประมาณ ผักบุ้งสุกง่ายค่ะ รีบช้อนขึ้นไปใส่น้ำเย็นหรือน้ำแข็งที่เตรียมไว้




ผักบุ้งที่ลวกแล้วแช่น้ำเย็นไว้พักนึงแล้วช้อนขึ้นใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำนะคะ ระหว่างรอผักสะเด็ดน้ำ รวนหมูต่อ

หางกะทิส่วนที่เหลือใส่หม้อค่ะ




ใส่หมูสันในที่หั่นไว้ลงไป บางคนอาจจะใช้วิธีลวก แต่จุ๋มเลือกใช้วิธีนี้ค่ะ เพราะมีหางกะทิเหลืออยู่และคิดว่ารวนสูญเสียน้ำหวานจากหมูน้อยกว่า จานที่เห็นนี้จุ๋มใช้เนื้อหมูแค่ประมาณ 150 กรัมนะคะ อีกจานไว้ค่อยรวนพรุ่งนี้




เอาไปตั้งไฟรวนหมูให้สุก




หมูสุกแล้วก็ปิดเตาได้เลยคะ ทิ้งเวลาไว้นานเนื้อหดหมด




เวลาจะจัดเสิร์ฟก็เอาผักที่ลวกไว้และสะเด็ดน้ำแล้วใส่จานค่ะ




ตามด้วยเนื้อสัตว์ไว้ข้างบน เรียงให้กระจายทั่วกันนะคะ






แล้วก็ตักน้ำราดค่ะ เอาซะชุ่มโชกเลยแม่หลิ่ม ทำกินเองนิคะ ฮี่ฮี่ฮี่ ถ้าราดน้ำชุ่มโชกแบบนี้ก็จะได้ 2 จาน แต่แบบธรรมดาก็ได้ 3 จานค่ะ

เสร็จแล้วค่ะ อ่านจากเวปบางทีก็นิยมเสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริกเผาค่ะ ตามชอบนะคะ


Create Date : 12 กันยายน 2550
Last Update : 13 กันยายน 2550 14:03:31 น. 19 comments
Counter : 2546 Pageviews.

 
โอ้วววว มาคนแรก เสร็จจอร์จแน่ๆ กินคนเดียวหมดเลย


โดย: Complicatedgirl วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:23:10:27 น.  

 
ตามมาขอแบ่งจ้า


โดย: ต๊กตาสาวน้อย IP: 86.204.230.66 วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:23:54:49 น.  

 
พระรามลงสรางเป้นอาหารที่วิคชอบมากค่ะ แต่หาทานยากเหมือนกันนะคะ งิงิ ไม่มีสูตรให้เหรอคะ


โดย: the Vicky วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:0:19:55 น.  

 
ขอไม่ใส่ผักจานนึงค่ะ


โดย: ความรักทำให้โลกอ่อนหวาน วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:7:30:51 น.  

 
เอาหยั่งเงียะละครับ แต่จานยักษ์ ผักเยอะ


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:9:08:25 น.  

 
ตอนแรกนึกว่าเป็นสุกี้แห้งซะอีกค่ะพี่จุ๋ม


โดย: กลม_กลม_Girl วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:9:58:43 น.  

 
พี่จุ๋ม น่าทานมากๆเลยคะ เคยทานครั้งนึงตรงร้านแถวๆพระราม 3 อร่อยมากๆเลย หาทานยากนะคะเนี่ย แบบว่าเดี๋ยวนี้คนรู้จักกันน้อย แล้วก็พึ่งรู้ว่าสมัยก่อนเค้าใช้เป็นเนื้อวัวลวกน้ำด้วยอะคะ บางทีนึกอยากทาน ยังอยากเอาน้ำหมูสะเต๊ะมาราดแทนซะเลย อิอิ


โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:11:23:25 น.  

 
ชอบเมนูนี้มากๆๆเลยค่ะ ไว้จะลองทำดุบ้างนะคะ น่าทานจังเลย


โดย: bigsize IP: 58.8.24.30 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:12:08:17 น.  

 
โห อาหารหาทานยากซะด้วยนะครับ เก่งจังเลย ชื่นชมจากใจครับ น่ากินมากๆเลย


โดย: Megu วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:12:41:37 น.  

 
อยากกินจังเลย แม่สลิ่มชอบทำอาหารที่เราอยากกินทั้งนั้นเลย


โดย: koni_ko IP: 202.6.107.51 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:19:33:59 น.  

 
I've beeen dreaming about this dish all of my life !! Never tried it so far...really wanna have some ,especially from you!


โดย: pepsakoy วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:19:42:57 น.  

 
น่าทานมากค่ะ ขอสักจานค่ะ...


โดย: Madam_Hatyai วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:20:01:34 น.  

 
เคยกินตรงตลาดใกล้สถานีกำแพงเพชรน่ะครับ ผมว่ามันเลี่ยน ๆ ไงไม่รู้
ตอนแรกนึกว่าราดหน้า
สั่งราดหน้าจานนึงคนขายหน้าหงิกเลย
นี่พระรามลงสรงย่ะ

อ่า คับคับ


โดย: Nagano วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:11:55:46 น.  

 
พระรามลงสรง...

เคยได้ยินชื่อมานาน ว่าเป็นอาหารชาววังชั้นยอด..
เกิดมายังไม่เคยได้กินเลยฮะ..
และเพิ่งจะได้เห็นหน้าตามันจริงๆ ก็เมื่อไม่นานมานี้..
ในรายการทีวี..และในคอลัมน์หนังสือพิมพ์..
มันก็ดูน่ากินดีตรงที่ใส่ผักบุ้ง.. แบบว่าชอบกินผักอ่ะฮะ
แต่พอมาเห็นคุณจุ๋มทำ... โอ๊ยยยยแม่เจ้า...
จะไปหากินที่ไหนดีเนี่ย.. ผักบุ้งลวกของคุณจุ๋ม..
ขอบอกว่า...พระเจ้าจ๊อด มันยอดมาก เขียวสดน่ารับทานที่ซู้ดดดเลย


วันนี้สาวลำพูนท้าดวลน้ำพริกปลาทูสูตรเหนือ
สาวบางกอกตัวแทนภาคกลางอย่างดั๊นขอสู้ตาย..
มาเซิร์ชเจอสูตรแม่สลิ่มพร้อมภาพประกอบทุกขั้นตอน
เหอะๆ แค่เห็นภาพก็ขนลุก
ปกติไม่ค่อยทำอาหาร เพราะปรุงไม่อร่อยและขี้เกียจ
ก็ตำสู้กะมันอย่างทุลักทุเล..
ขอบอกว่ามันคือน้ำพริกครกแรกในชีวิตเลยฮะ

พริกขี้หนูหายาก มีไม่มาก เลยจิ๊กพริกหนุ่มของมันใส่ด้วย.. หุหุ ก็หอมดี
ทำเสร็จเรียกกรรมการมาตัดสิน..
กรรมการเป็นคนลำพูนซะด้วย .. ซวยแน่เรา..
แต่ปรากฏว่ากรรมการไม่กล้าออกความเห็น เพราะกลัวโดนโหวตออกจากบ้าน ฮ่าๆๆ..
แต่ก็เห็นเค้าแอบจกกินของดั๊นมากกว่า ฮิ ฮิ..
รสแซ่บซะขนาดนั้น.. มันคงบาดหัวใจ..
ถามไปเอาสูตรมาจากไหน.. บอกสูตรแม่สลิ่มพิมพ์ใจ

พรุ่งนี้จะเอาเมนูไหน ไปดูที่บล็อกเลือกได้เลย... เด๋วจัดห้ายยยย..

น้ำพริกมันออกมาคนละรสเลยค่ะ สูตรภาคเหนือไม่ใส่น้ำมะนาว เค็มอย่างเดียว แห้งๆ แถมใส่ต้นหอมผักชี
กลิ่นมันเลยไปแนวไหนก็ไม่รู้ฮะ..
ส่วนครกแรกของดั๊นก็ออกจะฮาร์ดคอร์มากไปหน่อย
ไม่เผ็ดมากแต่มันเปรี้ยวเค็มจี๊ดๆ เลยฮะ.. กะไม่ค่อยเป็น
คอมพ์กะครัวอยู่ไกลกัน แล้วดันไม่ได้จดสูตรเข้าครัว เลยมั่วๆ เอาตรงนั้น จำแต่ส่วนผสมหลัก
เอาน่า..ครกแรกในชีวิต.. แค่คิดทำ เพื่อนๆ ก็อึ้งแล้น..

คุณจุ๋มเป็นแรงบันดาลใจให้ดั๊นมากๆๆๆๆๆๆ...

เมนูถัดไปว่าจะลองพระรามลงสรง.. ไม่รู้ว่าจะเล่นของสูงไปรึป่าว ฮี่ๆๆ
แต่คุณจุ๋มทำซะน่ากิน.. น้ำลายยืดน้ำลายหยดกันชุ่มพรม..เปียกไปหมดแว้วววว..


โดย: Ultramarine (heart_of_andaman ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:3:43:33 น.  

 
ทำแล้วค่ะวันนี้ อร่อยมากเลย แต่เสียอย่างเดียวไม่มีผิวมะกรูดกับหอมแดงค่ะ แต่ก็อร่อยแบบฉบับไกลบ้านนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับสูตร แต่ไม่ได้ส่งการบ้านเลย


โดย: ่น้องจา IP: 82.20.85.22 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:3:27:26 น.  

 
พระรามลงสรงแปลว่าอะไรหรือเรียกอีกอย่างว่าอะไรช่วยตอบหน่อย


โดย: -----------------------------103*51 IP: 222.123.78.70 วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:31:51 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ คุณแควน อยากทานอยู่พอดีเรย


โดย: จุ๊บ จุ๊บ IP: 58.136.95.72 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:10:40:26 น.  

 


โดย: jiab IP: 114.128.64.40 วันที่: 30 มกราคม 2552 เวลา:16:54:16 น.  

 
ทำทานแล้วจ้าอร่อยม๊าก ๆ เลยจะเสียเวลาตำน้ำพริกนานไปหน่อย แต่ไม่เหนื่อยเปล่าเลยทำอาหารไม่เก่งยังทำได้ ลองไปทำดูก็แล้วกัน


โดย: คนชอบทำอาหาร IP: 58.9.119.14 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:11:58:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่สลิ่ม
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 910 คน [?]




Always be myself
ปากตรงกับใจ
ไม่สตอเบอแหล
และไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะจ๊ะ

Emergency contact me 081-804-0952

Going Home : Mark Knopfler
.
.
.
Friends' blogs
[Add แม่สลิ่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.