คนละฟากฟ้า - บทที่ 16






วันหนึ่งหลังเลิกงาน พราวพรายมีนัดกับวิลลี่หรือพลทหารวิลเลียม ทหารอเมริกันผิวขาวที่รู้จักกันดีพอสมควร เพราะเขาทำงานอยู่ในออฟฟิศด้านในของอาคารที่เธอทำงานอยู่ วิลลี่คนนี้มักจะแอบมายื่นหน้าอยู่ตรงช่อง ที่เจาะเปิดไว้บนกระจกเหนือโต๊ะทำงานของพราวพราย  พูดคุยกันสารพัดเรื่อง เขาชอบคุยกับเธอ คงเป็นเพราะวัยที่ไล่เลี่ยกัน บางครั้งเขายืนคุยอยู่นาน จนจอห์นเจ้านายของเธอต้องโผล่หน้าออกมาดู หรือไม่ก็เมื่อจ่าสแตนเลย์ร่างยักษ์หัวหน้าโดยตรงของเขาเดินผ่านมา  ซึ่งเมื่อใครคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ปรากฏตัวให้เห็น วิลลี่ก็จะรีบหุบปากที่กำลังจำนรรจาอยู่ ทำท่าเงื่องหงอย ผละจากที่ตรงนั้นกลับไปทำงานต่อทันที

เช้าวันนี้ขณะกำลังนั่งแปลเอกสารให้จอห์นตามปกติ วิลลี่ก็มาชะโงกหน้าอยู่ตรงช่องกระจก ที่เขามักจะยึดเป็นที่พูดคุยกับพราวพรายอย่างน้อยวันละครั้ง

“ไฮ พราว หวัดดีตอนเช้า”

“ไฮ วิลลี่ หวัดดีด้วย เป็นไง วันนี้ท่าทางซีเรียสจัง อ้าว..หน้าไปโดนอะไรมาน่ะ” 

หญิงสาวทักเมื่อเห็นรอยยาวๆแดงๆสองสามรอย บนแก้มข้างหนึ่งของเขา

วิลลี่ทำหน้าเบ้ “เรื่องมันยาว เย็นนี้คุณว่างหรือเปล่า”

พราวพรายทำหน้ายิ้มๆ “ถามทำไม จะขอเดทกับฉันหรือไง”

หนุ่มน้อยวิลเลี่ยมทำตาโตกลอกไปมา “พูดยังกะว่าจะยอมเดทด้วยง่ายๆงั้นแหละ คืองี้นะ ช่วยอะไรผมหน่อยได้หรือเปล่า”

“บอกมาก่อนสิว่าจะให้ช่วยอะไร ขืนรับปากส่งเดช เดี๋ยวนายเกิดให้ฉันช่วยไปปล้นแบงค์ หรือไปตีหัวจ่าสแตนเลย์ของนาย ฉันมิแย่เหรอ” พราวพรายสนุกทุกครั้งเวลาคุยกับวิลลี่ ซึ่งเป็นหนุ่มน้อยอารมณ์ดี อ่อนกว่าเธอเกือบปี

“ถ้าเมื่อไหร่อยากให้คุณช่วยตีหัวจ่าของผม ผมจะบอกล่วงหน้า” วิลลี่ต่อปากต่อคำ “คือถ้าคุณว่างอยากชวนไปบ้านผมหน่อย”

“ไปทำไม บ้านนายน่ะ”

วิลลี่ทำท่าอึกอักก่อนจะบอกอ่อยๆว่า“ช่วยไปพูดกับแฟนผมหน่อยได้มั้ย ไอ้ที่หน้าผมน่ะฝีมือเขาละ”

หญิงสาวหัวเราะชอบใจเสียงดังจนวิลลี่ทำหน้างอหงิก วิลลี่ผู้นี้มีผู้หญิงอายุมากกว่าเขาหลายปีมาอยู่ด้วย ที่บ้านเช่าของมารดาอมราที่เขาเช่าอยู่ พราวพรายรู้จากคำบอกเล่าของวิลลี่ว่าสำลี เมียเช่าของเขาที่เพิ่งมาอยู่ด้วยกันได้ไม่ถึงปี เป็นคนทั้งขี้โมโหและขี้หึง ชอบลงไม้ลงมือกับเขาเป็นประจำ

“คราวนี้นายไปทำอะไรให้เขาโมโหอีกล่ะ”

“เปล่า ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย ผมแค่..”

วิลลี่ชะงักหยุดกลางคันเมื่อเห็นจอห์นเดินออกมาจากห้องด้านใน เขารีบทำปากพะงาบๆบอกเธอว่า “เย็นนี้นะ หลังเลิกงาน” แล้วก็ทำไม่รู้ไม่ชี้เดินออกไปจากที่ตรงนั้น

หลังเลิกงานเย็นนั้นวิลลี่มายืนรอพราวพรายอยู่แล้วที่ด้านนอกของอาคาร ทั้งสองขึ้นรถสองแถวที่วิ่งรับส่งผู้โดยสาร จากภายในฐานทัพออกไปส่งที่ประตูเข้าออกหน้าค่าย ที่มีสารวัตรทหารของกองทัพอากาศไทยตั้งป้อมอยู่ ทำหน้าที่ตรวจรถทุกคันที่เข้าออกในบริเวณฐานทัพ หลังจากนั้นก็ขึ้นสามล้อคนละคันจากหน้าค่าย ไปที่บ้านเช่าของวิลลี่ในหมู่บ้านเช่าของมารดาอมรา


บ้านเช่าแต่ละหลังในละแวกนั้นตั้งเรียงรายกันเป็นแถว แต่ละแถวหันหลังชนกัน ปลูกในลักษณะบังกะโลขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน บางหลังมีห้องนอนห้องเดียว บางหลังก็มีสองห้องนอน สนนราคาค่าเช่าก็แตกต่างกันไปตามขนาดของการใช้สอย บังกะโลทุกหลังไม่มีรั้วกั้นแบ่งแยกแสดงอาณาเขต ทำให้คนในแต่ละบ้านสามารถมองเห็นกันได้โดยสะดวก 


พราวพรายเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว บางครั้งก็ติดรถมากับอมราซึ่งมาช่วยมารดาเก็บค่าเช่า บางครั้งก็มาตามคำเรียกร้องของคนสองสามคนที่เธอจัดว่าเป็นเพื่อน คนพวกนี้คือทหารอเมริกันที่รู้จักกันในฐานทัพ แต่ละคนมาเช่าบ้านอยู่กินกับหญิงไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียเช่า เมียเช่าพวกนี้กับคู่นอนของพวกเธอมักจะมีปัญหากันเป็นประจำ จากการสื่อสารที่ไม่ตรงกันเพราะใช้กันคนละภาษา เวลามีปัญหาขึ้นมาพราวพรายก็มักจะถูกขอร้องให้มาทำหน้าที่ท้าวมาลีวราชจำเป็น


แรกๆหญิงสาวก็ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก เพราะกลัวว่าขืนมาที่นี่บ่อยๆอาจจะมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเธอกับผู้หญิงพวกนี้อยู่ในธุรกิจเดียวกัน แต่ต่อมาก็เริ่มชิน รวมทั้งความเป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจกับเสียงนกเสียงกาทำให้พราวพรายรู้สึกเฉยๆ เธอถือว่าคนพวกนี้เป็นเพื่อนของเธอ เมื่อเพื่อนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือเธอก็ต้องช่วย จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนก็ขอให้ได้ช่วย ดีกว่าจะทำเมินเฉยว่าธุระไม่ใช่


วิลลี่ลงจากรถสามล้อแล้วเดินนำหน้าพาพราวพราย ขึ้นไปบนบ้านแบบบังกะโลหลังเล็กของเขา ที่สำลีเมียเช่าร่างอ้วนเตี้ยผิวคล้ำไว้ผมยาวประบ่า กำลังนั่งตำส้มตำที่คนอีสานเรียกว่า ‘ตำบักหุ่ง’ ใส่ปลาร้า อยู่ตรงหน้าบ้านที่เป็นชานค่อนข้างกว้าง พอให้ผู้พักอาศัยทำกิจกรรมต่างๆได้สะดวกพอสมควร สำลีผู้นี้ย้อมผมสีแดงกระดำกระด่าง โคนผมสีดำที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ทำให้ดูหน้าตาพิกล นอกจากนี้ผมสีแดงยังไปคนละทิศละทางกับผิวดำมะเมื่อมของเจ้าหล่อน


หลายครั้งพราวพรายเคยนึกพิศวง ที่เห็นเมียเช่าหลายคนไม่ใช่คนสวยแม้แต่น้อยในสายตาของเธอ แต่ก็มีคนสนใจขอเช่ามาอยู่กินด้วยกัน บางคนทั้งหน้าหัก จมูกแฟบ ฟันยื่นหรือฟันหลอ ไม่ผอมเหมือนไม้เสียบผีก็อ้วนล่ำเหมือนมะขามข้อเดียว หลายคนแก่กว่าผู้เช่าราวลูกกับแม่ก็เคยเห็นมาแล้ว แต่ที่ผู้หญิงเหล่านี้มีเหมือนกันหมดคือผิวที่คล้ำ ไม่ดำแดงก็ดำปี๋ไปเลย แต่ก็เห็นทหารต่างชาติเหล่านี้ ซึ่งหลายคนทั้งหนุ่มและหล่อราวกับดาราหนัง รักใคร่ใส่ใจเป็นอันดี ไปไหนมาไหนด้วยกัน ประคับประคองเดินคู่กันไปทั่วเมือง ส่วนใหญ่ก็มักจะกลัวผู้ให้เช่าคล้ายๆกับสามีธรรมดาทั่วไป ที่กลัวหรือเกรงใจภรรยา


พอเห็นพราวพราย สำลีก็ตะโกนทักทายอย่างดีอกดีใจ “อ้าว..พี่ หวัดดี มา..มากินส้มตำกัน” แล้วหันไปค้อนวิลลี่ขวับๆ “อ้อ..เจ้านี่มันไปลากพี่มาช่วยพูดกะหนูใช่มั้ยล่ะ”


เจ้าหล่อนผู้นี้อายุมากกว่าพราวพรายหลายปี แต่ก็ไม่ยอมเป็นพี่อย่างเด็ดขาด สมัครใจที่จะเรียกเธอว่า‘พี่’และเรียกตัวเองว่า‘หนู’แรกๆหญิงสาวรู้สึกขัดเขิน แต่ต่อมาเมื่อสังเกตเห็นว่าผู้หญิงพวกนี้มักจะเรียกผู้หญิงด้วยกันทุกคนว่า‘พี่’รวมทั้งได้รับคำอธิบายจากอมราว่าการเรียกเช่นนี้เป็นการยกย่องให้เกียรติ ไม่ใช่เรียกจากการนับอายุว่าใครแก่ใครอ่อนกว่ากัน เธอก็เลยหายอึดอัดขัดเขิน


พราวพรายถอดรองเท้าวางแอบไว้ข้างบันไดเตี้ยๆ ก้าวขึ้นไปบนระเบียงหรือชานบ้าน แล้วนั่งลงใกล้ๆกับสำลีซึ่งตอนนี้ตำส้มตำเสร็จไปหนึ่งครกแล้ว เจ้าหล่อนกุลีกุจอเลื่อนจานส้มตำที่มีกลิ่นปลาร้าหึ่งมาให้ตรงหน้าพร้อมกับน้ำตกหมู ซุปหน่อไม้ กระติ๊บข้าวเหนียวและผักสด สมัยอยู่กรุงเทพฯพราวพรายกินปลาร้าไม่เป็น จะกินได้ก็เฉพาะปลาร้าหลนที่มารดาทำให้กินเท่านั้น เธอมาเริ่มกินส้มตำใส่ปลาร้าตอนที่ทำงานอยู่โคราช หลังจากนั้นก็ติดใจกินมาตลอดโดยมีข้อแม้ว่าปลาร้าที่ใส่จะต้องเป็นปลาร้าสุกเท่านั้น


วิลลี่เดินหลีกผู้หญิงสองคนเข้าไปในตัวบ้าน กลับออกมาในสองสามนาทีพร้อมด้วยขวดน้ำเย็นที่นำมายื่นให้พราวพราย ตอนนี้เขาถอดเสื้อพรางตัวรุ่มร่ามออกแล้ว เหลือแต่กางเกงตัวเดิมและเสื้อยืดคอกลมสีขาว เขาเดินมานั่งลงใกล้ๆกับพราวพราย ตาก็คอยเหลือบดูเมียเช่าบังเกิดเกล้าที่ชื่อสำลี หญิงสาวรู้ว่าวิลลี่ทั้งรักและกลัวผู้หญิงร่างอ้วนล่ำคนนี้มาก


“อ้าวพี่ ทำไมไม่กินล่ะ หนูตำสุดฝีมือเลยนะ เออ..พี่ไอ้วินนี่มันไปฟ้องอะไรพี่เหรอ” เจ้าหล่อนเรียกวิลลี่ว่าวินนี่ เพราะลิ้นไม่ยอมกระดกตัวอักษรลอลิง


พราวพรายเริ่มต้นด้วยการชิมส้มตำใส่ปลาร้ารสจัดจานนั้น เพื่อเอาใจผู้ตำซึ่งเป็นคนเดียวกับจำเลย ที่ถูกวิลลี่กล่าวหาว่าประทุษร้ายเขาทั้งร่างกายและจิตใจ หลักฐานทางร่างกายก็รอยข่วนยาวบนใบหน้านั่นแหละ แต่หลักฐานทางจิตใจพราวพรายยังไม่รู้ชัด รู้เพียงเลาๆจากเจ้าทุกข์หนุ่มน้อยว่าเป็นการประทุษร้ายด้วยวาจา คือการด่าทอด้วยถ้อยคำที่เขาไม่เข้าใจแต่คิดว่าคงหยาบคาย เพราะเขาอ้างว่าพวกเพื่อนๆเมียเช่าของสำลีหลายคนที่อยู่บ้านใกล้กัน พากันหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจกันยกใหญ่ ทำให้เขาต้องวิ่งแจ้นไปพาพราวพรายมาช่วยเจรจาสงบศึกถึงบ้าน


“ทำไมสำลีไปข่วนหน้าเขาแบบนั้นล่ะ” 

ท้าวมาลีวราชจำเป็นเริ่มนั่งบัลลังก์ไต่สวนจำเลย ตามข้อกล่าวหาของโจทย์ที่นั่งทำหน้าบ้องแบ๊วอยู่ข้างๆ

“เฮอะ..แค่นั้นยังน้อยไปนะพี่ ความจริงหนูน่าจะเอาอีโต้ฟันหน้ามันให้แหกไปเลยด้วยซ้ำ” จำเลยที่พราวพรายไม่แน่ใจว่าเป็นนางหรือนางสาวเริ่มมีโมโหขึ้นมาอีก“หนอยแน่ะ เก่งจริงทำไมต้องวิ่งแจ้นไปฟ้องพี่เขาล่ะ”

“เขาไม่ได้ฟ้องหรอกน่า พี่เองแหละที่เห็นรอยนั่นก็เลยถามเขา วิลลี่ทำอะไรให้สำลีโกรธ บอกได้ไหม เผื่อไงพี่จะได้ช่วยข่วนให้อีกสักสองสามรอย”


คราวนี้สำลีหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจที่ได้พวก ในขณะที่เจ้าทุกข์หรือโจทย์ซึ่งฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เห็นผู้หญิงสองคนหัวเราะหัวใคร่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มองหน้าพราวพรายอย่างสงสัย ชักไม่แน่ใจขึ้นมาเสียแล้วว่าคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ที่อุตส่าห์พาเธอมาถึงบ้านเพื่อให้ช่วยเขา แต่กลับมาทำเหมือนฟังความจำเลยข้างเดียวแบบนี้


“เอาเลยพี่ หนูอนุญาต พี่ช่วยข่วนมันเพิ่มอีกสักสองสามรอยเถอะ” เจ้าหล่อนยุส่งไปเลย

พราวพรายส่งส้มตำเข้าปากอีกคำหนึ่งก่อนจะถามต่อ

“มีเรื่องอะไรกันล่ะ ปกติเห็นวิลลี่เขาเกรงใจสำลีจะตายไป อยากได้อะไรเขาก็หาให้ไม่ใช่เหรอ”

สำลีค้อนเจ้าทุกข์อีกวงใหญ่ “มีสิพี่เรื่องใหญ่ด้วย ตอนมันไปฟ้องพี่น่ะ  มันไม่ได้เล่าหรอกหรือว่ามันทำอะไรให้หนูโกรธจนต้องข่วนมันน่ะ”

คราวนี้เจ้าทุกข์ซึ่งพอฟังรู้เรื่องเห็นท่าไม่ได้การ รีบยื่นหน้าออกมาฟ้องพราวพรายต่อจากเมื่อเช้าทันที 

“ไม่ใช่แค่ข่วนอย่างเดียวนะ ยังเตะหน้าแข้งผมตั้งหลายที ชกหน้าอกอีกหลายตุ้บด้วย”

หญิงสาวขำท่าทางของเขาจนต้องหัวเราะพรืดออกมา เมื่อหยุดหัวเราะแล้วเธอก็ซักจำเลย ที่เพิ่งถูกเพิ่มข้อหาใหม่ๆหมาดๆ 

“อ้าว วิลลี่เขาบอกว่าสำลีทั้งชกทั้งเตะเขาด้วย ไม่ใช่แค่ข่วนอย่างเดียว”

“อ้อ..เมื่อกี้มันบอกพี่ยังงั้นหรือ หนอยแน่ะไอ้เวร ช่างฟ้องดีนักนะ เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวโดนอีก” ขู่เสร็จเจ้าหล่อนก็เล่าให้พราวพรายฟังว่า“จะไม่ให้หนูโมโหได้ไงล่ะพี่ เมื่อวานเพื่อนหนูเห็นมันพาผู้หญิงคนนึงไปกินข้าว กินกันไปอี๋อ๋อกันไป พอมันกลับบ้านหนูก็ถามมันดีๆว่าไปไหนมา ทำไมกลับบ้านช้า พี่รู้มั้ยมันโกหกหนูว่าไง”

“ว่าไงล่ะ”

สำลีลอยหน้าลอยตาเล่าต่อว่า“มันว่าไปกินเหล้ากับเพื่อน พอหนูถามว่าเพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง มันก็บอกว่าผู้ชาย หนูเลยยันกับมันว่าคนที่เห็นเขาบอกว่าคนที่มันพาไปกินอะไรด้วยน่ะเป็นผู้หญิงผมยาว มันก็ทำเอ้อๆอ้าๆ ไม่ยอมตอบ หนูเลยขู่ว่าถ้าไม่บอกความจริง หนูจะเอาอีโต้สับหน้ามันให้เละเลย”


เจ้าหล่อนทำท่าเหมือนยังแค้นใจไม่เลิก พร้อมที่จะลุกไปคว้าอีโต้ในครัวมาสับหน้าเจ้าทุกข์ ที่เมื่อวานยังตกเป็นจำเลยข้อหานอกใจอยู่หลัดๆได้ทุกเมื่อ


“ตกลงเขายอมรับหรือเปล่า”

“รับกะผีอะไรล่ะ พี่รู้มั้ยมันตอแหลต่อว่าไง”

พราวพรายส่ายหน้า “ไม่รู้ เขาว่ายังไงล่ะ”

สำลีอ้วนล่ำดำปี๋แยกเขี้ยวใส่วิลลี่ที่นั่งตัวลีบอยู่ 


“ฟังดีๆนะพี่ว่ามันตอแหลว่าไง มันบอกว่าคนที่ไปกะมันน่ะเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง ถึงผมจะยาวก็ไม่ใช่ผู้หญิง เพราะแต่ก่อนเขาเป็นผู้ชายตอนหลังไปทำให้เป็นผู้หญิง แล้วที่มันพาไปกินข้าวน่ะ เพราะเคยรู้จักกันมาก่อนตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นผู้ชาย ฟังสิพี่ ยังงี้ไม่ตอแหลแล้วจะให้เรียกว่าอะไร”


หญิงสาวผู้ที่ถูกไหว้วานให้มาช่วยห้ามทัพนึกขำขึ้นมาอีก คราวนี้ขำมากจนอ้าปากหัวเราะเต็มที่ หันไปซักโจทย์บ้าง 

“วิลลี่ สรุปว่านายนอกใจสำลีกับผู้ชายด้วยกันหรือ”


หนุ่มน้อยหน้ามลทำตาถลนโบกไม้โบกมือปฎิเสธขวักไขว่ ก่อนจะบอกพราวพรายด้วยเสียงที่ดังกว่ากระซิบนิดเดียวว่า “จะให้ผมยอมรับได้ไงล่ะว่าพาผู้หญิงไปกินข้าว เขาได้เอาอีโต้สับผมสิ ดีไม่ดีอาจจะฆ่าผมตายเลยก็ได้ ดุจะตายชัก” เมื่อเหลือบไปเห็นแววตาขมึงทึงของคู่กรณี ที่มองมาอย่างสงสัยก็รีบกำชับว่า “อย่าบอกเขาล่ะ ถ้าบอกมีหวังคืนนี้ผมเป็นศพแน่”


“อ้าวพี่ มันพูดอะไรน่ะ มันยอมรับไหมว่าอีนั่นเป็นผู้หญิงจริงๆ ไม่ใช่กะเทยอย่างที่มันตอแหลกะหนู”

“สำลีเคยบอกพี่ว่าพูดกับวิลลี่ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะไม่รู้ภาษาฝรั่ง ทำไมคราวนี้ซักไซ้รู้เรื่องกันได้ละเอียดลออขนาดนั้นล่ะ” พราวพราวชักสงสัย


สำลีทำหน้าภูมิใจ “อ๋อ หนูไม่ได้ซักมันเองหรอก ให้เพื่อนหนูอีกคนที่เขารู้ภาษาฝาหรั่งเยอะให้ช่วยซัก ซักแล้วเขาก็แปลให้หนูฟังแบบพี่นี่แหละ เมื่อคืนเขามาหาเพื่อนอีกคนแถวนี้พอดี หนูก็เลยขอให้เขาช่วย” แล้วเจ้าหล่อนก็ถามพราวพรายว่า “มันตอแหลจริงไหมพี่ มีที่ไหน ที่ผู้ชายจะไปทำให้กลายเป็นผู้หญิงได้ มันนึกว่าหนูโง่มั้ง”


พราวพรายได้โอกาสเลยรีบบอกสำลีว่า“มีจริงๆนะสำลี เดี๋ยวนี้การแพทย์ก้าวหน้า เขาทำกันได้แล้วละ ผ่าตัดแปลงเพศให้ผู้ชายกลายเป็นผู้หญิง หรือผู้หญิงกลายเป็นผู้ชายน่ะ”

สำลีทำตาถลนอย่างตกใจ ละล่ำละลักถามว่า “โอ๊ย จริงหรือพี่ ไม่น่าเชื่อเลยเนาะ มหัศจรรย์จริงๆ”

“นั่นสิ พี่ก็ว่างั้น ทีนี้สำลีก็เลิกโกรธวิลลี่ได้แล้วนะ คนที่ว่าเนี่ยคงเป็นเพื่อนเก่าวิลลี่ที่ไปผ่าตัดแปลงเพศอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ อย่าคิดมากเลยน่า เขาก็แค่ไปกินเหล้ากินข้าวกับเพื่อนเก่าเท่านั้น”

แต่แม่สำลีอ้วนดำก็ยังไม่ค่อยจะยอมเชื่อสักเท่าไหร่ เจ้าหล่อนยังทำท่าครุ่นคิดต่อไป แต่สีหน้าสีตาคลายความเคร่งเครียดไปมากแล้ว

หญิงสาวผู้ถูกลากให้มาทำหน้าที่เจรจาความในฐานะทนายของทั้งโจทย์และจำเลย รีบไกล่เกลี่ยทันทีก่อนที่เจ้าหล่อนจะมีเวลาคิดจนเกิดเรื่องอีกครั้ง

“เอางี้ดีมั้ย สำลีขอให้วิลลี่ชดเชยให้สิ ถ้าเขาโอเคก็เลิกโกรธเขาเสีย”

“ชดเชยยังไงพี่” เจ้าหล่อนมีท่าทีสนใจ

“ก็..สำลีอยากได้อะไรล่ะ สร้อยคอ แหวน หรืออะไรที่เคยอยากได้น่ะ”

สำลีทำท่าคิดหนัก ในที่สุดก็อ้อมแอ้มว่า “สร้อยคอก็ดีเหมือนกันนะพี่  มันเคยซื้อให้หนูสองเส้น แต่หนูให้แม่ไปหมด เขาเอาไปขายซื้อปุ๋ยหรือต้นกล้าอะไรซักอย่างนี่แหละ หนูก็จำไม่ได้ ดีมั้ยพี่”

พราวพรายรู้มานานแล้วว่าผู้หญิงอีสานส่วนใหญ่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่สูง ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ประกอบอาชีพอะไร เมื่อได้เงินมาก็มักจะแบ่งเงินส่วนใหญ่ส่งมาจุนเจือครอบครัวเดิม เก็บเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ดีสิ เป็นทองก็ดีทั้งนั้นแหละ” แล้วเธอก็หันไปอธิบายให้หนุ่มน้อยข้างๆเธอฟัง

วิลลี่ทำตาถลน “อ้าว! ไหงผมจะต้องเสียเงินอีกล่ะ แบบนี้ก็ไม่แฟร์สิเจ็บตัวยังไม่พอ ยังต้องเสียเงินอีก แล้วไอ้ที่ด่าผมเสียๆหายๆแต่ผมฟังไม่รู้เรื่องนั่นอีกล่ะ ไม่เห็นคุณพูดถึงเลยนี่”


หญิงสาวถอนใจเฮือก ชักอ่อนใจเต็มที เอ๊ะ..พอฝ่ายโน้นทำท่าจะประนีประนอมยอมความ โดยขอค่าเสียหายชดเชยความเจ็บใจแทน ฝ่ายนี้ก็ชักจะเบี้ยว แถมยังโวยวายจะไม่ยอมจ่ายเสียอีก โมโหขึ้นมาก็เลยแหวนายวิลลี่เสียงดังลั่น


“นี่..วิลลี่! ถ้านายยังเสียดายเงินเล็กๆน้อยๆก็ยอมเป็นศพซะดีๆก็แล้วกัน ตกลงจะไม่จ่ายใช่มั้ย งั้นฉันจะบอกให้แฟนนายรู้นะ ว่าคนที่นายพาไปกินข้าวเมื่อคืนน่ะเป็นผู้หญิงอย่างที่เขาสงสัย ว่าไงจะจ่ายมั้ย”

เมื่อหนุ่มน้อยวิลลี่ยังเงียบกริบเพราะเสียดายเงิน พราวพรายก็หันไปทางสำลีที่กำลังตั้งตารอฟังผลอยู่ 

“สำลี เรื่องจริงคือ....”

เธอพูดยังไม่ทันจบ โจทย์ซึ่งต้องเสียยุบเสียยับจากการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ รีบยกมือขึ้นอุดปากพราวพราย แล้วละล่ำละลักตอบตกลงทันที

“โอเค! โอเค! ยอมแล้ว ตกลงแล้ว”


หลังจากศึกสงบลงด้วยการที่วิลลี่ตกลงจะพาสำลี ไปซื้อสร้อยคอทองคำหนักสองสลึงให้ในวันอาทิตย์ สำลีก็อารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็นกุลีกุจอเข้าไปหยิบเหล้าฝรั่งของวิลลี่ ที่เหลืออีกครึ่งขวดพร้อมน้ำเปล่าและถังน้ำแข็งเล็กๆที่มีน้ำแข็งก้อนบรรจุอยู่เต็ม ออกมาให้วิลลี่ซึ่งคว้ามารินใส่แก้วส่งให้พราวพรายก่อน แล้วรินอีกสองแก้วให้ตัวเองและคู่กัด ที่ตอนนี้เข้ามานั่งกระแซะไหล่ เขาทำตัวเป็นคู่ชื่นอย่างเดิม ก่อนหน้าที่จะมีเรื่อง

“ฉันไม่ชอบกินเหล้าหรอก” พราวพรายบอก

“เอ้า งั้นเอาเบียร์ก็แล้วกัน” แม่สำลีเข้าไปหยิบเบียร์กระป๋องมาส่งให้อย่างเอาใจ ที่อยู่ๆก็ทำให้ได้ลาภลอย เป็นสายสร้อยคอทองคำหนักสองสลึงอย่างไม่คาดฝัน


พราวพรายไม่ได้สังเกตว่าตลอดเวลากว่าครึ่งชั่วโมง ที่เธอนั่งกล่อมวิลลี่กับแม่สำลีให้ประนีประนอมยอมความกันกว่าจะสำเร็จลงได้ มีสายตาของผู้ชายในชุดกางเกงลายพรางและเสื้อยืดคอกลมสีขาว ที่นั่งร่วมกลุ่มกินเหล้าอยู่กับผู้หญิงและผู้ชายสี่ห้าคน บนระเบียงของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ติดกับบ้านของวิลลี่ จับจ้องมาที่เธอหลายครั้ง


ผู้ชายคนนั้นทำหน้าพิกล ตอนที่เห็นพราวพรายอ้าปากหัวเราะเต็มที่จนเห็นฟันหมดทั้งปาก ที่เขาค่อนขอดอยู่ในใจว่าคงจะเกือบห้าสิบซี่ สงสัยว่าเจ้าหล่อนมาทำอะไรอยู่ที่บ้านเช่าของพลทหารวิลเลียม แถมยังแกล้งนึกไปในทางอกุศลอีกด้วยว่า หรือเจ้าหล่อนจะมาเสนอขายบริการ แบบเดียวกับแม่สำลีตัวดำคนนั้น เป็นอาชีพเสริม สงสัยว่าเงินจะไม่พอใช้ จอห์นคงให้เงินเดือนน้อยไปหน่อย อยากรู้จังว่าจะขายจริงหรือเปล่า เขาจะได้รีบเสนอราคาตัดหน้าคนอื่น ขอเช่าสักสามเดือน เจ้าหล่อนจะเรียกเท่าไรก็จะไม่เกี่ยงเลย ก็ตอนนี้รู้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วนี่ว่าเจ้าหล่อนมีดีหลายอย่าง


เห็นผอมๆเหมือนหุ่นไล่กาอย่างนั้นเถอะ อกทั้งใหญ่ทั้งตึงเต่งเคร่งครัดนั่นก็ยังติดตาอยู่จนทุกวันนี้ ไหนจะบั้นท้ายงอนงามตึงแน่นที่ยั่วยวนกวนอารมณ์ในกางเกงยีนส์ฟิตปั๋ง ที่เขาเห็นตอนที่เจ้าหล่อนกับแฟนของอรรณพ เดินคล้อยหลังผ่านหน้ารถของเขาไปขณะที่จอดติดไฟแดงอยู่ตรงย่านชุมชนแห่งหนึ่ง เมื่อหลายวันที่แล้วนั่นอีกล่ะ บั้นท้ายที่เขาเผลอตัวมองตามไปจนถูกคนขับรถคันหลังบีบแตรเตือน เพราะได้สัญญาณไฟเขียวแล้ว นิคคิดอย่างคึกคะนองตามวิสัยชายเมื่อเหล้าเข้าปากไปมากพอควรแล้ว แต่มันก็เป็นแค่ความคิดเท่านั้น ไม่ได้ไปไกลถึงขั้นจะนำความคิดนั้นมาแปรรูปเป็นการกระทำ


ส่วนพราวพรายนั้นพอเหลือบไปเห็นคู่อริที่กำลังมองเธอเขม็งอยู่ ก็รู้สึกทั้งตกใจและอายจนหน้าร้อนวาบเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น หลังจากที่เกิดเรื่องในอพาร์ตเมนท์ของเขา เธอยังไม่เคยเจอเขาหน้าจังๆอีกเลยหลังจากนั้นหญิงสาวก็เริ่มนั่งไม่เป็นสุข ฝืนใจพูดคุยกับแฟนของวิลลี่อยู่อีกครู่เดียวก็รีบเอ่ยปากลา อ้างว่าจะต้องรีบไปซื้อของก่อนกลับบ้าน มีวิลลี่เดินตามไปส่งจนถึงหน้าหมู่บ้าน เขารอจนพราวพรายขึ้นสามล้อไปแล้ว จึงเดินหงอยๆกลับไปหาเมียเช่าบังเกิดเกล้า ที่นั่งดื่มเหล้ารออยู่ในบ้านเช่าหลังน้อย


หลังจากวันนั้นอีกวันสองวัน นิคก็ไปปรากฏตัวที่ออฟฟิศของจอห์น ทั้งๆที่ไม่ได้มีธุระสำคัญอะไรกับชายวัยกลางคนผู้นั้น แต่มีธุระที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้กับหญิงสาวคนนั้น ความจริงเป็นธุระที่ไม่สำคัญอะไรเลยแล้วเขาก็ลืมมันไปนานแล้วด้วย แต่ตอนนี้เขากลับนึกอยากจะทำให้มันสำคัญขึ้นมาเสียเฉยๆ จนต้องพาตัวมาถึงที่นี่ ทั้งๆที่เคยบอกตัวเองว่าจะหลีกลี้ไม่ติดต่อเสวนากับเจ้าหล่อนอีก


ชายหนุ่มเข้าไปพูดคุยกับจอห์นอยู่พักหนึ่ง ตอนเดินผ่านประตูที่อยู่ใกล้กับโต๊ะของพราวพรายเข้ามาในออฟฟิศแห่งนี้ เขารู้ว่าเธอเห็นเขาแล้วแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นเหมือนทุกครั้ง ส่วนเขาก็ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งๆที่หมายมาดเอาไว้แล้วเงียบๆ พอขากลับออกจากห้องจอห์นก่อนจะผ่านออกประตูหน้าไป นิคก็หยุดที่โต๊ะพราวพราย

“นี่คุณ”

พอได้ยินเสียงเรียกของเขาพราวพรายก็หน้าเสีย แต่ก็จำใจต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา

“มีอะไร

ชายหนุ่มตีหน้าเคร่งขรึมเมื่อถามเธอว่า“เสื้อผมตัวนั้นว่าไง? รู้สึกว่าคุณจะยังไม่ได้คืนผมนะหรือคิดจะอม”


ตอนแรกหญิงสาวลืมเสื้อของนิคไปแล้ว หลังจากยัดไว้ในถังขยะใบใหญ่มุมห้อง แล้วก็ลืมไปเลย พอได้ยินคำทวงกึ่งกล่าวหาของเขาก็เดือดดาลขึ้นมาทันที ที่เดือดดาลน่ะส่วนใหญ่สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์หลังสุดที่อพาร์ตเมนท์ของเขานั่นแหละ ที่เขาบังอาจมาแอบดูสิ่งสงวนของเธอยามไร้สติ แต่เมื่อไม่รู้จะเถียงเขาอย่างไรเธอก็พาลเสียเลย

“อ๋อ! ไอ้เสื้อสับปะรังเคนั่นน่ะหรือ พรุ่งนี้มาเอาก็แล้วกันตอนนี้อยู่ในถังขยะที่บ้าน”

นิคทำหน้ายิ้มๆพูดเบาๆพอให้เธอได้ยินก่อนจะออกประตูไปว่า “อย่าแกล้งลืมอีกล่ะ พรุ่งนี้จะมาเอา”

วันรุ่งขึ้นเขาก็มาอีกครั้งคราวนี้หยุดตรงหน้าพราวพรายเลย 

“ไหนล่ะเสื้อผม”

หญิงสาวหยิบถุงเสื้อที่วางแอบไว้บนพื้นใกล้โต๊ะทำงานส่งให้เขาอย่าง กระแทกกระทั้น

“เอาคืนไปเลย เสื้อเหม็นๆสกปรกๆของคุณน่ะ นึกหรือว่าฉันอยากจะเก็บไว้ให้เกะกะรกบ้าน”

ชายหนุ่มรับเสื้อจากมือแพรวพรายก่อนจะพูดเบาๆพอให้เธอได้ยินเพียงคนเดียวว่า “อ้าว!งั้นผมก็เข้าใจผิดน่ะสิ หลงดีใจเกือบตาย นึกว่าคุณติดใจกลิ่นตัวผม จนต้องเอาไปใส่นอนทุกคืน ต้องทวงถึงจะยอมคืนให้”


สิ้นเสียงของเขาพราวพรายซึ่งอ้าปากค้าง ตกใจกับคำพูดที่มีเลศนัย คว้าปากกาลูกลื่นที่วางอยู่บนโต๊ะได้ ก็เขวี้ยงเต็มแรงเข้าไปที่หน้านิค แต่ชายหนุ่มเบนหลบทันแล้วรับปากกาด้ามนั้นไว้ได้ เขาหัวเราะใส่หน้าเธอ วางปากกาลงบนโต๊ะตามเดิม ก้มศีรษะให้เล็กน้อยแล้วเดินยิ้มกริ่มอย่างชอบอกชอบใจออกไปจากที่ตรงนั้น ทิ้งให้พราวพรายโกรธจนหน้าเขียวกับคำพูดน่าเกลียดของเขา มีสายตาของเพื่อนร่วมงานมองหน้าตาท่าทางของเธออย่างแปลกใจ เพราะไม่มีใครได้ยินคำพูดโต้ตอบระหว่างเธอกับนิค





Create Date : 28 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2559 23:45:42 น.
Counter : 487 Pageviews.

25 comments
  
โหวตให้กำลังใจก่อนครับ เดี๋ยวมาใหม่
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 28 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:32:36 น.
  
ยังเป็นพ่อแง่แม่งอนอยู่นะคะ
เห็แต่เช้าก็แวะมาอ่านก่อน
แล้วจะแวะมาอีกค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2559 เวลา:11:09:20 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย
ไม่ค่อยว่างมาทักทาย
วันนี้มาส่งกำลังใจค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ปรัซซี่ Food Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา:11:58:37 น.
  
มาส่งกำลังใจค่ะ คุณตุ้ย

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Art Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Education Blog ดู Blog
Maeboon Klaibann Blog ดู Blog
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
mastana Literature Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Sports Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:09:48 น.
  
พราวเนี่ยดีกับทุกคน มีน้ำใจกับทุกคนนะคะพี่ตุ้ย
แต่กับนิคละไม่มียอมกันเลย
ชักมีตอแยกันแล้วสิคะ :D

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
mastana Literature Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:01:44 น.
  
น่าสนุกพรุ่งนี้มาโหวตนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:10:49:33 น.
  
คิดถึงพีตุ้ยนะคะ นิยายไปถึงไหนแล้ว
หนูตามไม่ทันแล้วคะเนี่ย 55555
โดย: Mitsubachi วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:13:04:46 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
Maeboon Travel Blog ดู Blog
Mitsubachi Food Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Literature Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

แวะมาโหวตให้พี่ตุ้ยค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:13:33:07 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

-------------------------

เริ่มสนุกแล้ว อิอิ
แวะมาอ่านและส่งกำลังใจค่า
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:15:04:34 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
Mitsubachi Food Blog ดู Blog
ชมพร Cartoon Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Education Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:19:55:50 น.
  
ส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

..................................

โดย: Sweet_pills วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:23:01:16 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: Close To Heaven วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:23:45:26 น.
  
เป็นคู่กัดกันไปซะแล้ว เจอหน้ากันต้องมีแหย่ให้อารมณ์เสีย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Pet Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 2 ธันวาคม 2559 เวลา:2:38:48 น.
  
มาส่งกำลังใจค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 2 ธันวาคม 2559 เวลา:5:29:59 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
เรียบร้อยแล้วค่ะคุณตุ้ย

โดย: หอมกร วันที่: 2 ธันวาคม 2559 เวลา:8:53:59 น.
  
มาส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยเช่นกันค่ะ
นิยายเรื่องนี้อ่านแล้วสนุกดีค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 2 ธันวาคม 2559 เวลา:21:30:13 น.
  
พ่อแง่แม่งอนจริงๆคู่นี้
แต่ก็น่ารักดีค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ขอบคุณที่แวะชมดอกไม้ค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 3 ธันวาคม 2559 เวลา:7:23:23 น.
  
สวัสดีครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 3 ธันวาคม 2559 เวลา:12:14:28 น.
  
ขอส่งกำลังใจให้ผู้เขียนคร้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: Tui Laksi วันที่: 3 ธันวาคม 2559 เวลา:13:23:50 น.
  
อ่านตอนนี้ เหมือนกับชีวิตเมียเช่ากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ความสัมมพันธ์กับทหารต่างชาติช่างละเอียดอ่อน และมีอะไรที่ไม่รู้อีกมาก
รวมทั้งข้าวนอกนา พวกเขามีชีวิตต่อไปอย่างไรนะ
ส่วนนางเอกของเราสามารถเข้ากับหญิงเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
และยังปฏิบัติตัวเหมือนกับเพื่อนคนหนึ่ง

โหวต Literature Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 3 ธันวาคม 2559 เวลา:19:03:35 น.
  
มาทักทายและส่งกำลังใจค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 3 ธันวาคม 2559 เวลา:19:06:52 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย
แวะมาทักทายและส่งกำลังใจให้ค่ะ
ช่วงนี้เกดหายๆไปเพราะงานเยอะเลยค่ะ
อากาศเริ่มเย็นแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ



ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Raizin Heart วันที่: 4 ธันวาคม 2559 เวลา:10:05:12 น.
  
ปอมมาทักทาย และ ส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยนะคะ



ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: กาปอมซ่า วันที่: 4 ธันวาคม 2559 เวลา:21:05:08 น.
  
เรื่องกำลังสนุกเลยนะคะพี่ตุ้ย พระเอกเริ่มยั่วนางเอกแล้ว ... พลาดไปหลายตอนเลยค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Tristy วันที่: 4 ธันวาคม 2559 เวลา:21:13:27 น.
  
วันก่อนเข้ามาส่งโหวตวันนี้มาตามอ่านค่ะ

นั่นแน่

นิคคิดจีบพราวแล้วสิเนี่ย

ลุ้นๆ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 4 ธันวาคม 2559 เวลา:21:18:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
28 พฤศจิกายน 2559
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]