คนละฟากฟ้า - บทที่ 15



ในที่สุดพราวพรายก็กลับถึงบ้านพักด้วยรถสามล้อรับจ้าง แม้นิคจะอาสาไปส่งแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เธอวิ่งถลาออกไปจากห้องเขา ลงลิฟต์แล้วออกไปที่ถนน โบกมือเรียกรถสามล้อที่จอดรอผู้โดยสารอยู่แถวนั้นหลายคัน  ตอนแรกเธอคิดว่าจะตรงกลับบ้านเลย แต่พอมองตัวเองที่ยังใส่เสื้อยืดตัวยาวรุ่มร่ามของนิคอยู่ ก็เปลี่ยนความตั้งใจ สั่งสารถีให้พาไปส่งที่ตลาดใหญ่ใกล้บ้าน เลือกซื้อได้เสื้อเชิร์ตสีใกล้เคียงกับตัวที่ยังแช่อยู่ในกาลามัง ในห้องน้ำที่อพาร์ตเมนท์ของนิค หลังจากนั้นก็ขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำ  ส่วนเสื้อยืดของเขาเธอทิ้งไว้ในถังขยะที่อยู่ตรงมุมห้อง  ก่อนกลับบ้านก็แวะซื้ออาหารสำเร็จรูปติดมือกลับไปด้วย


เมื่อถึงบ้านและลองสำรวจประตูบ้านจนแน่ใจว่าเข้าไม่ได้  พราวพรายก็ลงนั่งบนม้ายาวที่ตั้งอยู่บนระเบียงหน้าบ้าน รอที่จะออกไปโทรศัพท์หาสุนิสา ที่บ้านพักของอรรณพในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้มาไขกุญแจเปิดบ้านให้ ระหว่างนั้นก็คิดทบทวนไปด้วย ว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้เพื่อนฟังมากน้อยแค่ไหน เพราะถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่แน่ใจว่าเมื่อรู้เรื่องแล้วสุนิสาจะไม่เล่าให้อรรณพฟัง


ความจริงพราวพรายไม่ค่อยไว้ใจนายพันตรีทหารบกคนนั้นมากนัก เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนรอบจัด เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว บางครั้งเขามองสำรวจเธอด้วยแววตาเคลือบแคลงแกมดูถูก หญิงสาวรู้ว่าเขาคงจะเห็นพฤติกรรมการกินเหล้าเมายา  คบหาฝรั่งหัวดำหัวเหลืองและเมียเช่า บวกกับท่าทางหยิ่งๆถือตัวในบางครั้งของเธอนั่นเอง นอกจากนี้เขาคงฉลาดพอที่จะมองออกด้วยว่าถึงจะไม่เคยพูดอะไร แต่เธอก็ไม่ค่อยชอบการกระทำของเขานัก ที่บำเพ็ญตนเป็นคนเจ้าชู้  มีลูกมีเมียอยู่แล้วก็ยังมามีอะไรกับเพื่อนของเธอ  แล้วปล่อยให้เรื่องคาราคาซังอยู่อย่างนั้น ไม่ได้คิดถึงความเสียหายของผู้หญิงสองคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเขาเลย  


พราวพรายเชื่อว่าถ้าไม่มีอรรณพมาขวางอยู่อย่างนี้ สุนิสาอาจจะมีแฟนใหม่ที่ยังไม่มีพันธะกับใครและอยู่ในวัยไล่เลี่ยกันได้เสียนานแล้ว เพราะเพื่อนของเธอคนนี้ แม้จะไม่ถึงกับเป็นคนสวยแต่ก็เป็นคนดีมีน้ำใจ สดชื่นรื่นเริงอยู่เสมอ ความรู้และฐานะทางบ้านก็อยู่ในระดับดี


หลังจากพยายามหาเรื่องอื่นมาคิดเพื่อไม่ให้สมองว่างอยู่อีกพักใหญ่ ในที่สุดพราวพรายก็ต้องหวนมาคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ คิดขึ้นมาครั้งใดหญิงสาวก็ต้องหน้าร้อนผ่าว ด้วยความอัปยศอดสู แม้จะเพียรบอกตัวเองว่าก็เพราะเธอเมามากจนแทบไม่รู้ตัวเลยก็ตาม


พราวพรายย้อนคิดถึงตอนเช้าตรู่ ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียพร้อมด้วยอาการเหมือนคนเมาค้าง เธอต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อพบตัวเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายต่างชาติ หน้าดุ ตาคมกริบและวาจาเชือดเฉือน คู่อริที่เธอแสนจะเหม็นขี้หน้าคนนั้น มิหนำซ้ำแขนของเธอก็ยังกอดเขาเอาไว้แนบแน่น ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นคือขาข้างหนึ่งของเธอก่ายอยู่บนสะโพกของเขาอย่างแนบชิดอีกด้วย  


ความตกใจทำให้พราวพรายกรีดร้องออกมา เพราะแวบแรกคิดว่าเจ้านิคคนนั้น คงถือโอกาสที่เธอเมาจนหมดรูป กระทำการมิดิมิร้ายกับเธอไปแล้ว ซ้ำร้ายต่อมายังพบอีกว่าเสื้อสีเหลืองเปลือกมะนาวที่ใส่อยู่เมื่อตอนหัวค่ำ ถูกเปลื้องออกจากตัวแล้วสวมใส่ไว้แทน ด้วยเสื้อยืดตัวใหญ่ยาวของเขา ที่ทำให้พราวพรายตกใจมากยิ่งขึ้น เพราะรู้แน่แก่ใจว่าไม่ได้สวมบราเซีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอทำอย่างนั้น 


จะเป็นเพราะอะไรหญิงสาวก็คิดไม่ออก อาจจะเป็นเพราะความเซ็งกับชีวิตนั่นกระมัง ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเธอที่มักจะแต่งกายมิดชิด กลับกระทำการท้าทายตัวเองเช่นนั้น ที่เคียดแค้นและอับอายที่สุดก็เพราะรู้แน่แก่ใจ ว่าเจ้าหมอนั่น คงได้ยลโฉมสิ่งสงวนของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาตไปเรียบร้อยแล้ว


นั่นคือสาเหตุที่พราวพรายทำร้ายร่างกายของนิคอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แต่แล้วเธอกลับต้องอัปยศอดสูมากขึ้นไปอีก เมื่อซักไซ้ไล่เลียงเพื่อเอาเรื่องนิค ถึงสาเหตุที่พาเธอขึ้นมานอนกอดบนเตียงนอนของเขา คำตอบที่ทำให้หญิงสาวต้องอ้าปากค้างคือ


“ใครบอกล่ะว่าผมพาคุณขึ้นมานอนบนเตียงผม  คุณตะกายขึ้นมาเองแท้ๆ จำไม่ได้จริงๆหรือ?”  สีหน้าของเขามีแววเยาะเต็มที่  “ความจริงผมจะให้คุณนอนบนเตียง ส่วนผมก็จะนอนตรงโน้น”  พราวพรายมองตามมือที่เขาชี้ไปเห็นกองผ้าที่ปูอยู่บนพื้น   “แต่ตอนที่ผมพาคุณออกจากห้องน้ำ พอเดินผ่านตรงผ้านวมที่ผมปูไว้ให้ตัวเอง คุณก็ล้มตัวลงนอนตรงนั้นดื้อๆ ผมขี้เกียจลากคุณมาที่เตียงเพราะเหนื่อยแล้ว ก็เลยปล่อยให้คุณนอนตรงนั้น ส่วนผมก็เปลี่ยนมานอนที่เตียงผมตามเดิม”


พอนิคหยุดพูด พราวพรายก็แผดเสียงถามว่า  “แล้วไงทำไมฉันกับนายถึงมาอยู่บนเตียงเดียวกันได้ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ นายมีแผนสกปรกกับฉันใช่มั้ย


 คำตอบของเขายิ่งทำให้พราวพรายทั้งตกใจและไม่เชื่อโดยสิ้นเชิง 

“ผมหลับไปตั้งนานแล้ว จู่ๆคุณก็ตะกายขึ้นมาบนเตียง เข้ามานอนเบียดผม กอดผมเอาไว้แน่นจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ ส่วนผมก็นอนเฉยๆไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย ถามจริงๆเถอะคุณเจตนาหรือละเมอ..”


ไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยคพราวพรายก็ร้องกรี๊ด ปราดเข้าทุบโครมๆลงบนหน้าอกนิค ที่ยังนั่งอยู่ริมเตียง  


“บ้าที่สุด  ทุเรศที่สุด พูดออกมาได้ไงว่าฉันตะกายขึ้นไปบนเตียง แล้วยังว่าฉันเจตนาอีก ไอ้คนเลว!”

นิคยกแขนสองข้างขึ้นประสานไว้บนอก เพื่อปกป้องตัวเองจากกำปั้นที่รัวลงมา ต่อจากนั้นก็พยายามจับมือพราวพรายเอาไว้ เมื่อไม่สามารถหยุดยั้งกำปั้นของเธอได้ เขาก็เลยตัดสินใจกอดล้อคตัวเธอเอาไว้ แล้วดึงรั้งจนเธอเซลงมานั่งบนตักเขา แขนของนิคที่ล้อคอยู่รอบลำตัวและแขนสองข้างของเธอ ทำให้หญิงสาวทำอะไรเขาไม่ได้อีกต่อไป แต่แล้วพราวพรายก็ใช้ปากของเธอที่อยู่ห่างหน้าเขานิดเดียว กัดหมับเข้าที่หูข้างหนึ่งของนิค เขาร้องออกมาสุดเสียงด้วยความเจ็บปวด เมื่อเธอยังไม่ยอมปล่อยหูของเขาออกจากปาก ชายหนุ่มก็ใช้มือข้างหนึ่งบีบจมูกของเธอเอาไว้แน่นจนหายใจไม่ออก ต้องอ้าปากหายใจ ทำให้หูของเขาหลุดออกมาได้


นิคโมโหจนคิดจะแกล้งพราวพรายให้เจ็บใจเสียบ้าง  เขาผลักตัวเธอให้ล้มหงายลงไปบนเตียงแล้วเข้าประชิด ระดมจูบลงไปบนแก้มสองข้างของเธออย่างดุเดือด ไม่ได้จูบเพราะความพิศวาสหรอก แค่หมั่นไส้อยากจะแก้เผ็ดเท่านั้น ในที่สุดก็มาหยุดนิ่งอยู่ตรงริมฝีปากเย้ายวนที่กำลังกร่นด่าเขาเสียงขรม เป็นภาษาอังกฤษบ้างภาษาไทยบ้าง ทำให้เสียงนั้นสะดุดหายไปในทันทีอย่างตกใจคาดไม่ถึง 


หลังจากจูบเธอจนพอใจหายโมโหแล้ว ชายหนุ่มก็ผละออกจากเตียง ท้าวสะเอวยืนมองพราวพรายอย่างสะใจ ปากก็เชือดเฉือนเธอให้เจ็บๆคันๆจนแทบลุกขึ้นเต้น


“ผมขอเตือนสักอย่างนะ เป็นผู้หญิงน่ะอย่าริอ่านกินเหล้าจนหมดสติ ปล่อยให้ใครต่อใครเขาพาไปที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ แล้วอยู่ๆก็วิ่งขึ้นมากอดผู้ชายถึงบนเตียง แถมยังโนบราอีกด้วย ผู้ชายคนไหนๆมันก็ต้องคิดเหมือนกันทั้งนั้น ว่าคุณชวนเชิญหรือยินยอมพร้อมใจ ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณคิดว่ากำลังกอดหมอนข้าง ผมเองก็เกือบตบะแตกเหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าตัวคุณเหม็นยังกับอะไรดี ป่านนี้คุณคงเสร็จผมไปแล้ว” 


เขาพูดแค่นั้นก็จริงแต่ใจของเขาคิดมากกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนหยาบ ถ้าได้ยินเสียงในใจของเขาที่ว่า  ‘แต่ถึงมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ คุณก็คงไม่เดือดร้อนหรอก คุณคงทำแบบนี้มาจนชินแล้ว เผลอๆอาจจะนึกโกรธผมเสียด้วยซ้ำที่ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณต้องการ’ พราวพรายคงแค้นเขาแทบกระอักเป็นเลือด


“หุบปากได้แล้ว ไม่ต้องมาเทศน์” พราวพรายตวาดแหว


แต่นิคยังสะใจไม่พอ  “ขอบอกอีกอย่างหนึ่งด้วยว่าต่อไปถ้าไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้น ก็อย่าเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวผู้ชายที่คุณยังไม่รู้จักเขาดีพอ เพราะเขาอาจจะทำมากกว่าจูบสองสามทีอย่างที่ผมทำ ผู้ชายอย่างผมไม่ชอบข่มเหงผู้หญิงคนไหน ต้องสมัครใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าไปพบผู้ชายที่เขาคิดต่างออกไป คุณอาจจะต้องอับอายและเสียใจมากกว่านี้”


พราวพรายตกตะลึงฟังคำพูด ที่พูดด้วยเสียงราบเรียบ แต่มีความหมายที่น่าเกลียดของอีกฝ่าย อย่างคาดไม่ถึงว่าเขาจะเข้าใจเช่นนั้นจริงๆ น้ำตาแห่งความเจ็บปวดอับอายกับถ้อยวาจานั้นก็พร่างพรูออกมา หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวามองหากระเป๋าถือใบเล็ก เมื่อพบแล้วก็วิ่งปราดเข้าไปคว้ามาถือเอาไว้  ทำท่าเหมือนจะวิ่งออกไปจากห้อง


“จะไปไหน”  คราวนี้เสียงของเขาเป็นปกติ เพราะได้แก้แค้นเธอสมใจแล้ว

“กลับบ้านฉันน่ะสิ”  พราวพรายตวาด

“ผมจะไปส่ง ขอผมใส่เสื้อก่อน”

“ไม่ต้อง!! อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันมีปัญญาไปเองได้”


 ชายหนุ่มทำหน้ายิ้มๆขณะมองกวาดดูเธอจนทั่วตัว  “คุณจะไปทั้งยังงั้นน่ะหรือ ไม่โป๊ไปหน่อยหรือ เสื้อผมมันไม่หนาเท่าไหร่หรอกนะ”


คำพูดที่มีนัยสำคัญของเขาทำให้พราวพรายต้องก้มลงมองตัวเอง แล้วก็พบว่าเสื้อยืดสีขาวตัวบางๆของเขา ไม่สามารถปกปิดอำพรางรูปรอยทรวงอก ที่เต่งตึงปราศจากบราเซียของเธอ เอาไว้ได้มิดชิดอย่างที่คิด แต่ตอนนี้หญิงสาวไม่แคร์แล้ว ใครจะเห็นรูปรอยอะไรบ้างก็ช่างหัวมัน ขอเพียงแต่ไปให้พ้นๆสีหน้าและวาจากวนประสาทของเจ้าหมอนี่ก่อนก็พอ


“ช่างฉัน ไม่ต้องมายุ่ง”


พูดขาดคำ พราวพรายก็ยกกระเป๋าถือใบเล็กของเธอขึ้นกอดไว้แนบอก วิ่งถลาออกไปจากห้อง ไม่รู้หรอกว่านิคเดินตามออกไปหน้าประตูห้อง  มองตามร่างที่วิ่งไปหน้าลิฟต์  กดเรียกลิฟต์ด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อลิฟต์มาถึงเธอก็หายตัวเข้าไปในลิฟต์อย่างรวดเร็ว 


พอพราวพรายหายลับตาไปแล้ว นิคก็ส่ายหน้ากับตัวเอง อย่างเอือมระอายายหัวฟูขี้เมา ปากร้าย ท่าทางกร้านโลกย์ แถมยังประทุษร้ายร่างกายของเขาอย่างดุเดือด ราวกับแม่เสือสาวที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บ ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าขออย่าได้เจอะเจอผู้หญิงน่าเกลียด ไร้คุณสมบัติของเลดี้คนนี้อีกเลยถ้าไม่จำเป็น


การกระทำหลายอย่างของพราวพราย ทำให้นิคอดนึกไปถึงคำพูดของอรรณพที่เคยพูดกับเขาไม่ได้  อรรณพเคยวิจารณ์หญิงสาวผู้นี้  เวลานั่งกินเหล้าอยู่ด้วยกันตามประสาผู้ชายด้วยถ้อยคำที่หมิ่นแคลนแทบทุกประโยค


‘ผู้หญิงไทยดีๆส่วนมากเขาไม่ปล่อยตัว กินเหล้าเมายาไม่รู้จักบันยะบันยัง นายก็รู้ว่าผู้หญิงขี้เมามักตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเราได้ง่ายๆ อย่างยายพราวเพื่อนแอ๋วน่ะ แต่ก่อนตอนมาทำงานที่นี่ใหม่ๆ ก็เห็นสงบเสงี่ยมดีหรอก ไม่ค่อยพูดค่อยจา ชวนไปไหนก็ไม่ค่อยจะยอมไป กินแต่น้ำอัดลมหรือน้ำส้มคั้น เหล้าน่ะเพิ่งมาริกินไม่นานมานี้เอง รู้สึกว่าจะอกหักหรือไงนี่แหละ ก็อย่างว่า...ผู้ชายสติดีๆที่ไหน เขาจะอยากมีแฟนหรือเมียแบบยายพราว’ 


นิคนึกถึงที่อรรณพพูดถึงทัศนคติของผู้ชายไทยว่า ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเลือกแต่งงานกับผู้หญิงที่เชื่อว่า หรือทำให้เชื่อได้ว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน ผู้หญิงที่มีประสบการณ์ทางเพศ ไม่ว่าจะแบบแอบๆซ่อนๆหรือโดยเปิดเผยมาแล้ว ไม่ว่าจะเคยแต่งงานมาก่อน หรือแอบอยู่กินกับผู้ชายสักคนโดยไม่แต่งงาน ก็มักจะถูกมองอย่างเหยียดหยาม ทั้งจากผู้หญิงด้วยกันเองและจากพ่อแม่พี่น้องของฝ่ายชาย 


ชายหนุ่มนึกถึงวัฒนธรรมทางสังคมของเขา ที่ไม่มีใครรังเกียจเดียดฉันท์ผู้หญิงที่มีอดีต ผู้หญิงที่เคยอยู่กินออกหน้าออกตากับเพื่อนชาย ยังสามารถแต่งงานไปกับเพื่อนชายคนใหม่ได้อย่างมีความสุข ได้รับการยกย่องจากสังคมเหมือนหญิงที่เป็นภรรยาโดยทั่วไปจะพึงได้รับ เพราะถ้าจะถือเอาแต่ความบริสุทธิ์ผุดผ่องของผู้หญิง เป็นเกณฑ์ตัดสินคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นเจ้าสาว คงแทบจะไม่มีผู้หญิงอเมริกันคนใดมีโอกาสได้แต่งงาน ยกเว้นแต่จะแต่งงานไปกับผู้ชายคนที่เธออยู่กินด้วยเท่านั้น


ถ้านิคเป็นคนไทยเขาคงจะรู้จักสุภาษิตที่ว่า  ‘ศาลา นารี  วิถี  คงคา ไม่เป็นรองใคร‘ อยู่บ้างหรอก เพราะสังคมของเขาเข้าข่ายสุภาษิตบทนี้  ที่หมายความว่าศาลา ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงบ้าน ที่พักอาศัยรูปแบบต่างๆ ผู้หญิง ถนนหนทางและแม่น้ำลำคลอง เป็นของส่วนกลาง ที่ผู้คนสามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์  ในขณะที่คนไทยชอบอ้างสุภาษิตบทนี้ แต่ยอมใช้ร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่นึกรังเกียจก็เฉพาะศาลา วิถีหรือถนนหนทาง และคงคาเท่านั้น ส่วนนารีหรือผู้หญิงนั้น ผู้ชายไทยส่วนใหญ่และครอบครัวของพวกเขา ไม่สามารถจะทำใจให้ยอมรับหญิงที่รู้ว่ามีราคี นำมายกย่องเชิดชูออกหน้าออกตา เป็นศรีภรรยาหรือสะใภ้อย่างภาคภูมิใจได้


นิคจึงไม่ประหลาดใจที่รู้จากอรรณพและเพื่อนคนไทยหลายคน ว่าคนไทยส่วนใหญ่รังเกียจการอยู่ก่อนแต่ง หรือที่เรียกว่าทดลองอยู่กินกันโดยยังไม่ได้แต่งงาน ผู้หญิงไทยคนใดที่หาญกล้าอยู่กินกับเพื่อนชายโดยไม่จดทะเบียนสมรส หรือแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียก่อน ก็จะกลายเป็นหญิงที่หมดราคาไปในทันใด และถ้าเลิกลากันไป ผู้หญิงคนนั้นก็แทบจะหมดโอกาสหาผู้ชายโสดๆดีๆ สักคนมาแต่งงานอยู่กินด้วยกันแบบออกหน้าออกตาได้


สังคมของนิคยอมรับเรื่องการทดลองอยู่ด้วยกันของผู้หญิงกับผู้ชาย  เพราะเห็นว่าเป็นการลดความกดดันทางเพศ และช่วยให้ได้มีโอกาสเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ ว่าเขาทั้งสองเหมาะสมกันหรือไม่ ความสัมพันธ์นี้อาจจะยืนยาวมั่นคงและพัฒนาไปถึงขั้นแต่งงาน หรือหยุดชะงักลงแล้วต่างก็เลิกรากันไปด้วยความสมัครใจ  เมื่อได้พบคนใหม่หรือเมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่า ไม่สามารถจะครองคู่อยู่ด้วยกันไปจนถึงขั้นแต่งงานกันจริงๆจังๆได้  ก็มักจะพูดจาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วแยกทางกันไปโดยสมัครใจ หลังจากเลิกร้างกันไปก็ยังคบหากันได้ต่อไปในฐานะเพื่อน ไม่มีใครต้องถูกตราหน้าว่าทำตัวสำส่อนสังคมรังเกียจ


สำหรับตัวเขาเองนั้นก็เคยมีประสบการณ์อยู่ก่อนแต่งหรือทดลองอยู่มาบ้างแล้วสองสามครั้ง เริ่มตั้งแต่สมัยที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ จนถึงก่อนหน้าที่จะถูกส่งตัวมาทำงานในเวียตนาม อยู่กันคนละห้าหกเดือนถึงหนึ่งปี แล้วก็ร้างลากันไปด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย นิคนั้นเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องการแต่งงานสร้างครอบครัว  เวลาส่วนใหญ่ของเขามักจะหมดไปกับเพื่อนฝูงและการทำงาน ที่เขารักและทุ่มเทให้กับมัน


เมื่อนึกถึงผู้หญิงคนที่เพิ่งวิ่งออกจากห้องไป ชายหนุ่มก็รู้สึกเวทนาสงสารเธอบ้างเหมือนกัน เมื่อนึกถึงสังคมแบบไทยๆที่เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เธอก็ทำตัวเองไม่ใช่หรือ ใครจะบังคับขู่เข็ญให้เธอทำตัวเหลวไหลขี้เหล้าเมายาได้ 


ถ้าเธอสมัครใจที่จะเป็นผู้หญิงรักสนุก มั่วกับใครไม่เลือกหน้าก็เป็นไปสิ แต่อย่าหวังว่าจะได้รับการยอมรับนับถือจากใคร แม้ในสังคมอเมริกันของเขาเองก็ดูถูกผู้หญิงแบบที่ว่านี้ ชายหนุ่มนึกอยากจะเตือนพราวพรายอยู่เหมือนกัน ว่าจะคบหรือมีอะไรกับใครก็ควรทำเป็นคนๆไป เพราะมันจะเป็นการดีต่อตัวเธอเอง  ดีกว่าที่จะคบกับใครไม่เลือกหน้าหรือทีละหลายคน 


ความจริงเขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้พราวพรายคบใครอยู่กี่คน แต่ประมวลจากคำบอกเล่าในเชิงไม่ชื่นชมของอรรณพกับชลธิศ บวกเข้ากับพฤติกรรมหลายอย่างที่เขาพบเห็นด้วยตัวเอง ก็พอจะเดาไปในแง่ร้ายได้ไม่ยาก คิดไปคิดมาแล้วนิคก็ยักไหล่  บอกตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา ผู้หญิงคนนั้นจะทำตัวอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา ขอเพียงแต่เส้นทางของเธออย่าได้โคจร ผ่านเข้ามาในเส้นทางของเขาอีกเลยก็พอแล้ว


ส่วนพราวพรายนั้นหลังจากคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอพาร์ตเมนท์ของนิคแล้ว ก็ตัดสินใจว่าจะไม่เล่าให้สุนิสาฟัง เพราะไม่แน่ใจว่าอรรณพมีแผนอะไรหรือเปล่าที่ฝากเธอไว้กับนิค ถ้าเขามีแผนจริงและชายหนุ่มต่างชาติคนนั้นร่วมอยู่ในแผนด้วย อรรณพกับนิคก็อาจจะคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และถ้าไม่ได้ข้อมูลอะไรจากนิค อรรณพก็อาจจะพยายามซักถามสุนิสา


เมื่อตัดสินใจที่จะไม่เล่าให้เพื่อนฟัง พราวพรายก็จำเป็นต้องหาทางเข้าบ้านให้ได้ด้วยตัวเอง หญิงสาวนั่งคิดเรื่องกุญแจอยู่นานว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันจึงไม่อยู่ในกระเป๋าถือของเธอ คิดไปคิดมาก็นึกออกว่าเมื่อคืนนี้ เธอเปลี่ยนกระเป๋าถือจากกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่ถือไปทำงานทุกวัน มาเป็นกระเป๋าราตรีใบเล็กๆ แล้วคงลืมหยิบกุญแจบ้าน ที่ปกติเก็บเอาไว้ในกระเป๋าสะพายใบนั้นออกมาใส่ในกระเป๋าราตรี  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็แสดงว่ากุญแจดอกนั้นไม่ได้ตกหาย อย่างที่คิดในตอนแรก แล้วพราวพรายก็คิดต่อว่าทำอย่างไรจึงจะเข้าบ้านได้ โดยไม่ต้องขอให้สุนิสามาช่วยเปิดให้


ในที่สุดหญิงสาวก็คิดออกว่าจะต้องทำอย่างไร เธอเดินไปที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของบ้านเช่า ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ขอยืมกุญแจสำรองที่เขาเก็บไว้มาไขเปิดประตูบ้าน พอเข้าบ้านได้ก็รีบคว้ากระเป๋าสะพายคู่ชีพมาเปิดหากุญแจประจำตัว พบแล้วก็ถอนใจยาวอย่างโล่งอก นำกุญแจสำรองดอกนั้นไปคืน หลังจากนั้นก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้าน นำอาหารที่ซื้อติดตัวมาถ่ายลงจาน เปิดโทรทัศน์แล้วลงนั่งหน้าจอ รับประทานอาหารจนหมดด้วยความหิว พักใหญ่ต่อมาก็ผล็อยหลับไป 




Create Date : 17 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2559 11:11:52 น.
Counter : 531 Pageviews.

19 comments
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

อุ้มไม่เข้ามาอ่านนานมาก
คงต้องย้อนอ่านตอนก่อนเลยนะคะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 17 พฤศจิกายน 2559 เวลา:13:07:31 น.
  
มาส่งกำลงใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา:1:56:33 น.
  
ส่งกำลังใจค่ะ มาอ่านตั้งแตาวานแล้ว
พักนี้จัดระเบียบตัวเองไม่ค่อยถูก

เรื่องราวชักขมวดปมแล้ว บอแล้วว่า สุภาพบุรุษ
ก็ต้องมีอะไรบ้างหรอกน่า ไม่งั้นมันก็ไม่มีเหตุ
ให้ต่อตามเนอะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Art Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:57:53 น.
  
อ่านสองตอนรวดค่ะพี่ตุ้ย
แม่เสือสาวเจอดีซะแล้ว
คู่นี้น่าจะสู้กันสมน้ำสมเนื้อนะ กำลังสนุกเลยค่ะ

ศาลา นารี วิถี คงคา สุภาษิตนี้เพ่งเคยได้ยินค่ะพี่
แต่ความหมายที่อธิบายไว้ชัดเจนเลยพี่



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
lovereason Book Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:36:51 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา:23:24:49 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 19 พฤศจิกายน 2559 เวลา:14:32:05 น.
  
แพรวพรายก็คิดถูกต้องแล้วค่า ที่คิดก่อน ตัดสินใจก่อนที่จะไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง
บางทีเล่าไปก็ไม่สบายใจกันเปล่าๆ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
moresaw Funniest Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ชมพร About Weblog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Technology Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 19 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:52:45 น.
  
มาทักทายพี่ตุ้ยในวันสบายๆนะคะ


ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: กาปอมซ่า วันที่: 20 พฤศจิกายน 2559 เวลา:13:24:55 น.
  
พราวนี่เมาจนได้เรื่องนะคะเนี่ย


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
phunsud Food Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
praewa cute Parenting Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 20 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:14:32 น.
  
มาติดตามมอ่าต่อครับคุณตุ้ย
ดูว่าพราวพรายจะไปต่ออย่างไร เธอค่อนข้างจะมีพิษสงอยู่ไม่เบาที่เดียว
ทำอย่างไร หญิงสาวจะแต่งต่างจากผู้หญิงที่ไปโกยเงินในช่วงเวลานั้น
เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้ใช้ชีวิตยุงยากขึ้นไปอีก หรือเธออาจไม่คิดอย่างผมก็ได้ครับ
โหวต Literature Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 20 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:10:24 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
กำลังสนุกเชียวนะคะคุณตุ้ย นี่ขนาดอ่านผ่านๆ

โดย: หอมกร วันที่: 21 พฤศจิกายน 2559 เวลา:9:01:14 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

---------------------------------------

แวะมาอ่านและส่งกำลังใจค่า
อยากรู้ว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อไป รอดูนิคปราบพยศพราวพรายนะคะ

ขอบคุณโหวตด้วยค่ะ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 22 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:05:18 น.
  
มาส่งกำลังใจค่ะ
ขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:6:01:41 น.
  
มาติดตามเรื่องราวต่อค่ะพี่ตุ้ย

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


ขอบคุณที่แวะฟังเพลงค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:6:54:00 น.
  
มีคำเตือนเรื่องกินเหล้าเสมอวา ให้คนกินเหล้า อย่าให้เหล้ากินคน
ตงเผลอกินเมาระดับ5 ถึงขั้นล่องหนหายตัวได้เลยทำไปไม่รู้ตัวขาดสติ
ต้องมาติดตามต่อว่าเธอจะแก้สถานะการณ์อย่างไร ต้องติดตามแม่คนเก่งต่อไป

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ปล.ขอบคุณกำลังใจด้วยครับ
โดย: moresaw วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:6:54:23 น.
  
ไม่ค่อยชอบผู้ชายดูถูกผู้หญิงเลยเนาะคะพี่

แต่ก็นะ นางเอกกินเหล้าซะเมาแบบนี้ จะให้เค้าคิดไง


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Art Blog ดู Blog
toor36 Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


ขอบคุณค่ะพี่ตุ้ย
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:19:46:04 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Art Blog ดู Blog
ชมพร About Weblog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Klaibann Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Travel Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

มาอ่านเรื่องสนุก ๆ ค่าาาพี่ตุ้ย
โดย: Close To Heaven วันที่: 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา:8:10:56 น.
  
ต๋าหายไปนานเลย
ส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

...................................

โดย: Sweet_pills วันที่: 25 พฤศจิกายน 2559 เวลา:20:47:31 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา
Blog ได้รับโหวต ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

แม่บุญมาช้าเพราะเข้าบล็อคไม่ได้มาหลายวันค่ะ เพราะตอนล็อคอินดันลืมใส่ตัวอักษรให้ครบ นั่งโมโหตัวเองว่าช่างไม่รอบคอบจริงๆ

เห็นด้วยกับเรื่องสังคมไทยที่ผู้ชายอยากจะได้หญิงบริสุทธิ์มาเป็นภรรยา แต่พอได้อยู่กินกันแล้วตนเองก็วิ่งไปมีกิ๊ก พอผู้หญิงทำมั่งก็หาว่าร่าน แต่สมัยปัจจุบันเด็กๆสาวๆ ก้หาคนบริสุทธิ์ยากขึ้นทุกวัน เพราะสื่อต่างๆ ที่ทำให้เด็กหลงผิด แต่จะแก้ได้อย่างไร ?

อ่านแล้วก็สนุกสนาน จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
โดย: Maeboon วันที่: 27 พฤศจิกายน 2559 เวลา:19:59:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
17 พฤศจิกายน 2559
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]